↑
ครอบครัว ธุรกิจ แถวนี้ 101 แซ่อึ้ง บทความ ติดต่อครอบครัว
คัมภีร์และพิธีกรรมเต๋า · Thunder Rites

เทพสายฟ้าแห่งลัทธิเต๋า หลายความเชื่อภายใต้กฎหนึ่งเดียวของฟ้าดิน

ไขโครงสร้างเทพสายฟ้าเต๋า ตั้งแต่เหลยกงที่คุ้นเคยไปจนถึง 36 ขุนพลสวรรค์นิกายเจิ้งอี พร้อมเปรียบเทียบตำนานรามสูร-เมขลาโดย MingPaPa

โดย · · อ่าน ~10 นาที
เทพเจ้าสายฟ้าจีนถือค้อนกลางเมฆฝน
เทพเจ้าสายฟ้าจีนถือค้อนกลางเมฆฝน

ทุกครั้งที่ฟ้าคะนองกลางดึก ผมนึกถึงตอนเด็กที่คุณพ่อคุณแม่เคยบอกว่า "อย่าชี้นิ้วใส่ฟ้า เดี๋ยวเทวดาโกรธ" แล้วพอโตขึ้นมาศึกษาลึกจริงจัง ผมถึงได้รู้ว่าเบื้องหลังคำเตือนง่าย ๆ นั้น มีระบบความเชื่อที่ซับซ้อนราวกับหน่วยราชการทั้งกระทรวงซ่อนอยู่

เวลาพูดถึง เทพสายฟ้าเต๋า สำหรับผมจะคิดถึงคำว่าเหลยกง (雷公 — เทพสายฟ้าผู้มีปากคล้ายนก ถือค้อนตีกลองบนฟ้า) รูปร่างดุดัน หน้าตาเหมือนอารมณ์เสียตลอดเวลา เสียงกลองของท่านคือเสียงฟ้าร้องตามความเชื่อของคนโบราณ

คำตอบสั้น ๆ

ในลัทธิเต๋า (Daoism) สายฟ้าไม่ใช่แค่ปรากฏการณ์ธรรมชาติ แต่คือ 雷部 (เหลยปู้ — หน่วยงานสายฟ้าแห่งสวรรค์) ที่มีโครงสร้างเหมือนราชการจริง ตั้งแต่องค์เทียนจุนผู้ทรงอำนาจสูงสุด ลงมาถึง 三十六雷将 (ซานสือลิ่วเหลยเจียง — 36 ขุนพลสวรรค์) ที่นิกาย 正一道 (เจิ้งอีเต้า — นิกายหนึ่งเดียวที่แท้จริง หนึ่งในสำนักหลักของเต๋า) ใช้อัญเชิญในพิธีปราบมารและขอฝนมาหลายศตวรรษ

ประเด็นสำคัญ

  • เหลยกงกับเตี้ยนหมู่ทำงานคู่กันคล้ายรามสูรกับนางเมขลา แต่ความสัมพันธ์ต่างกันโดยสิ้นเชิง
  • องค์ 雷祖 (เหลยจู่ — บรรพาจารย์สายฟ้า) คือมหาเทพผู้บัญชาการกองทัพสายฟ้าทั้งหมด
  • 36 ขุนพลสวรรค์แบ่งเป็น 4 กลุ่มตามหน้าที่ ตั้งแต่ผู้พิพากษาไปจนถึงเทวทูตส่งสาส์น
  • กวนอูก็ถูกยกระดับเป็นขุนพลสายฟ้าในคติเจิ้งอี ไม่ใช่แค่เทพเจ้าแห่งโชคลาภที่คนไทยคุ้นเคย
  • 雷法 (เหลยฝ่า — เวทมนตร์สายฟ้า) เชื่อมโยงกับการฝึกปราณภายในร่างกาย ไม่ใช่แค่การท่องคาถา

เหลยกงกับเตี้ยนหมู่ เมื่อฟ้าแลบมาก่อนฟ้าร้องเสมอ

ผมเชื่อว่าหลายคนเคยได้ยินชื่อเหลยกงมาบ้าง แต่ภาพที่ชัดเจนที่สุดสำหรับผมคือท่านถือค้อนตีกลองบนท้องฟ้า ปากคล้ายนก มีปีกงอกที่ไหล่ และหน้าตาดุดันราวกับโกรธอยู่ตลอดเวลา เรื่องเล่าบอกว่าบางครั้งท้องฟ้ามืดจนเหลยกงมองเป้าหมายผิด เง็กเซียนฮ่องเต้จึงให้ 电母 (เตี้ยนหมู่ — เทพธิดาแห่งสายฟ้า) ซึ่งในนิยาย《封神演义》คือ 金光圣母 (จินกวงเซิ่งหมู่ — พระมารดาแสงทอง) ใช้กระจกวิเศษส่องแสงวาบเพื่อระบุตัวผู้กระทำผิดก่อนที่เหลยกงจะฟาดสายฟ้าลงมา จึงเกิดเป็นฟ้าแลบก่อนเสียงฟ้าร้องตามความเชื่อของคนโบราณ

สิ่งที่ผมมองว่าน่าสนใจมากคือความคล้ายคลึงกับตำนานไทยเรื่องนางมณีเมขลากับรามสูร นางเมขลามีดวงแก้ววิเศษส่องประกาย รามสูรไล่ตามเพราะอยากได้แก้ว นางยกแก้วส่องจนรามสูรตาพร่า แล้วรามสูรจึงขว้างขวานเพชรใส่แต่ไม่ถูก แสงจากดวงแก้วของเมขลาก็คือฟ้าแลบ ส่วนเสียงขวานของรามสูรก็คือฟ้าร้องหรือฟ้าผ่า โครงสร้างคล้ายกันตรงที่ฝ่ายหญิงทำให้เกิดแสง ฝ่ายชายทำให้เกิดเสียง แต่ผมอยากย้ำว่าความสัมพันธ์ต่างกันโดยสิ้นเชิง เหลยกงกับเตี้ยนหมู่ทำงานร่วมกันเพื่อลงโทษคนชั่ว ขณะที่รามสูรเป็นฝ่ายไล่แย่งแก้วจากนางเมขลา นี่คือตัวอย่างที่ผมมักใช้อธิบายให้คนที่ไม่คุ้นกับความเชื่อจีนเข้าใจง่ายขึ้น ว่าโครงสร้างสัญลักษณ์คล้ายกันได้ แต่แก่นเรื่องไม่จำเป็นต้องเหมือนกัน

จิ่วเทียนอิ้งหยวนเหลยเซิงผู่ฮว่าเทียนจุน มหาเทพผู้บัญชาการทั้งจักรวาล

ถ้าเหลยกงคือภาพจำของชาวบ้าน สิ่งที่คัมภีร์เต๋าอธิบายลึกกว่านั้นมากคือองค์มหาเทพ 九天应元雷声普化天尊 (จิ่วเทียนอิ้งหยวนเหลยเซิงผู่ฮว่าเทียนจุน — มหาเทพแห่งฟ้าเก้าชั้นผู้ใช้เสียงสายฟ้าโปรดสรรพสิ่ง) หรือที่คนทั่วไปเรียกสั้น ๆ ว่า 雷祖 (เหลยจู่ — บรรพาจารย์แห่งสายฟ้า) จากการศึกษาคัมภีร์ 《九天应元雷声普化天尊玉枢宝经》 (อวี้ซูเป่าจิง — คัมภีร์แก่นหยก) และ 《无上九霄玉清大梵紫微玄都雷霆玉经》 (อู๋ซ่างจิ่วเซียวอวี้ชิงต้าฟั่นจื่อเวยเสวียนตูเหลยถิงอวี้จิง — คัมภีร์หยกแห่งสายฟ้าจากสวรรค์ชั้นสูงสุด) ระบุว่าพระองค์ทรงเป็นหนึ่งในเก้ามหาจักรพรรดิแห่งสวรรค์ชั้น 神霄 (เสินเซียว — สวรรค์ชั้นแห่งสายฟ้าศักดิ์สิทธิ์) และ《雷霆玉经》เล่าว่าโอรสองค์ที่เก้าของ 浮黎元始天尊 (ฝูหลีหยวนสือเทียนจุน — องค์ปฐมแห่งฟ้า) คือ 神霄玉清真王 (เสินเซียวอวี้ชิงเจินหวาง — ราชาแห่งสวรรค์ชั้นเสินเซียว) ซึ่งอรรถกถา《玉枢宝经集注》ถือว่าแปลงพระองค์มาเป็นผู่ฮว่าเทียนจุน พระองค์ประทับ ณ ตำหนักหยกเสินเซียว ห่างจากเมืองสายฟ้า (雷城) ถึง 2,300 ลี้ ตามที่อรรถกถา《玉枢宝经集注》ระบุไว้

สิ่งที่ผมชอบเล่าให้ลูกศิษย์ฟังคือหน้าตำหนักของพระองค์มี "กลองสายฟ้า 36 ใบ" (三十六面雷鼓 ซานสือลิ่วเมี่ยนเหลยกู่) แต่ละใบมีเทพประจำหนึ่งองค์ เมื่อจะให้เกิดฟ้าร้อง องค์มหาเทพจะทรงตีกลองของหน่วยที่รับผิดชอบเพียงครั้งเดียว เหล่าเทพสายฟ้าก็บันดาลเสียงฟ้าร้องก้องกัมปนาทขึ้นทันที ผมมองว่านี่คือภาพเปรียบเทียบที่ชัดเจนมากระหว่างระบบสั่งการทางทหารกับปรากฏการณ์ธรรมชาติ ไม่ต่างจากที่ผมเคยอธิบายไว้ว่าหน่วยงานสายฟ้าเปรียบเหมือนกองกำลังบังคับใช้กฎหมายของสวรรค์ ที่รวมฝ่ายปกครอง ศาล และกองทัพไว้ในที่เดียว ในนิยาย《封神演义》(เฟิงเสินเหยี่ยนอี้ — ตำนานห้องสิน) ยังเล่าว่าเหวินจ้ง ขุนนางผู้ซื่อสัตย์แห่งราชวงศ์ซาง ได้รับแต่งตั้งให้ควบคุมหน่วยงานสายฟ้าหลังเสียชีวิต แต่ต้องแยกให้ออกว่านี่เป็นความเชื่อที่แพร่หลายผ่านวรรณกรรม ไม่ใช่ข้อสรุปที่ทุกคัมภีร์เต๋าระบุตรงกัน

36 ขุนพลสวรรค์นิกายเจิ้งอี โครงสร้างสี่กลุ่มที่ซับซ้อนยิ่งกว่าที่คิด

ประเด็นที่ผมอยากขยายให้ลึกกว่าที่เคยเล่าไว้คือระบบ 36 ขุนพลสวรรค์ ในนิกาย 正一道 ซึ่งผมจัดแบ่งเป็น 4 กลุ่มตามหน้าที่และเขตอำนาจ เพื่อให้มองภาพรวมได้ง่าย (คัมภีร์เองไม่ได้แบ่งกลุ่มไว้แบบนี้)

กลุ่มที่หนึ่งคือมหาขุนพลผู้นำและผู้พิพากษา ซึ่งตรงกับสิบแม่ทัพที่ผมเคยเล่าไว้ แต่มีรายละเอียดเพิ่มที่น่าสนใจมาก แม่ทัพเติ้ง หรือเติ้งป๋อเวิน (邓伯温) คัมภีร์《道法会元》บรรพ 93 บรรยายว่าท่านมี "ปากหงส์ เขี้ยวเงิน มีปีกสองข้าง ขี่มังกรเขียว ร่างพวยพุ่งเปลวเพลิง" (凤觜银牙……身迸烈火) เป็นตัวแทนธาตุไฟและปราณหยางสูงสุด ส่วนแม่ทัพซินหรือซินฮั่นเฉิน (辛汉臣) คือผู้พิพากษาแห่งกรมสายฟ้า ฉายา "เขี้ยวเงินเจิดจ้าจับตา" (银牙耀目) มือซ้ายถือสมุดบัญชีอัสนี มือขวาถือพู่กันเพลิง ส่วนตำนานความกตัญญูที่มักเล่ากันว่าเป็นของท่านนั้น คัมภีร์《三教源流搜神大全》(ซานเจี้ยวหยวนหลิวโซวเสินต้าเฉวียน — ประมวลตำนานเทพเจ้าและที่มาของสามศาสนา) เล่ม 5 จัดไว้ใต้หัวข้อ 辛兴苟元帅 บันทึกว่ามารดาของซินซิง (辛兴) สิ้นใจเพราะสายฟ้า ซินซิงกอดศพร่ำไห้จนเทพสายฟ้าซาบซึ้งใจ จึงมอบ "ยาลูกกลอนเพลิงสิบสองเม็ด" (十二火丹) ให้กลืนกิน จนร่างกายแปรสภาพเป็นเทพสายฟ้าปากคล้ายนกมีปีก แล้วได้รับแต่งตั้งเป็นแม่ทัพโก่วแห่งประตูสายฟ้า (雷门苟元帅) ส่วนพิธี 雷斋 (เหลยไจ — การถือศีลกินเจตั้งแต่วันที่ 1 ถึง 24 เดือน 6 บูชาเทพสายฟ้า) ไปสิ้นสุดที่วันประสูติขององค์เหลยจู่ในวันที่ 24 เดือน 6 และตำราประเพณีซูโจว《清嘉录》 บันทึกว่าวันรุ่งขึ้น 25 เดือน 6 คือวันประสูติของแม่ทัพซิน ผู้ถือเหลยไจจะกินเจในวันนั้นด้วย

องค์ที่ผมมองว่าน่าสนใจที่สุดในกลุ่มนี้คือ หวังหลิงกวน (王灵官) หรือหวังซาน เทพผู้มีพระเนตรที่สาม สวมเกราะทองคำ ถือแส้เหล็ก เหยียบล้อไฟ ท่านเป็นหัวหน้าขุนพลผู้พิทักษ์วัดวาอารามเต๋า หอหลิงกวนหลายแห่งจารึกกลอนคู่ว่า "三眼能观天下事,一鞭惊醒世间人" (สามตามองเห็นเรื่องใต้หล้า แส้เดียวปลุกคนทั้งโลกให้ตื่น) อิทธิฤทธิ์ของท่านเด็ดขาดไม่ประนีประนอมที่สุดในการสยบมารร้าย ตรงนี้ผมคิดว่าน่าทึ่งมากว่าท่านมีสถานะสูงกว่าที่คนไทยทั่วไปรู้จักมาก เพราะในไทยเราจะรู้จักหวังหลิงกวนแค่ในฐานะเทพอารักษ์ อารามเต๋า แต่ในระบบสายฟ้าท่านคือแม่ทัพระดับหัวแถวเลยทีเดียว

กลุ่มที่สองคือแม่ทัพผู้พิทักษ์และปราบมาร ซึ่งมีสิ่งที่ทำให้ผมต้องหยุดคิดนานพอสมควรตอนอ่านคัมภีร์《道法会元》 นั่นคือ กวนอู ถูกยกระดับทางเทววิทยาให้เป็น "ขุนพลกวนผู้ศักดิ์สิทธิ์แห่งเฟิงตู" (酆都朗灵馘魔关元帅 เฟิงตูหล่างหลิงกั๋วหมอกวนหยวนซ่วย) ทำหน้าที่เป็นแม่ทัพสยบมารร้ายภายใต้บังคับบัญชาของ 紫微大帝 (จื่อเวยต้าตี้ — จักรพรรดิแห่งดาวเหนือ) พลังของท่านในบริบทนี้ไม่ได้จำกัดแค่การประทานความมั่งคั่งตามที่คนไทยเชื้อสายจีนคุ้นเคยกันทั่วไป แต่คือเพชฌฆาตแห่งสวรรค์ผู้ใช้ง้าวหัวมังกร (龙头大刀) สยบอสุรกาย นี่คือตัวอย่างที่ชัดเจนว่าเทพองค์เดียวกันสามารถมีบทบาทต่างกันได้ในบริบทของคัมภีร์และพิธีกรรมที่ต่างกัน ซึ่งผมมองว่าเป็นเสน่ห์อย่างหนึ่งของระบบเทพเจ้าจีนที่ไม่ตายตัว

ส่วนอีกสองกลุ่มที่เหลือคือกลุ่มที่ดูแลลมฝนตามฤดูกาล และกลุ่มที่ตรวจตราความดีความชั่วของมนุษย์ ทุกกลุ่มทำงานประสานกันเหมือนหน่วยราชการที่มีทั้งฝ่ายปกครอง ศาล และกองทัพรวมอยู่ในระบบเดียว

เหลยฝ่า เวทมนตร์สายฟ้าที่ไม่ใช่แค่การท่องคาถา

ประเด็นที่ผมอยากเน้นเป็นพิเศษเพราะหลายคนเข้าใจผิดคือ 雷法 (เหลยฝ่า — เวทมนตร์สายฟ้า) ซึ่งเจริญรุ่งเรืองที่สุดในสมัยราชวงศ์ซ่งและหยวน งานวิจัยเรื่องพิธีกรรมสายฟ้าและการฝึกภายในชี้ว่านี่ไม่ใช่ไสยศาสตร์ที่พึ่งพาการสวดอ้อนวอนเทพภายนอกเพียงอย่างเดียว แต่เป็นกระบวนวิชาที่ผสาน 内丹 (เน่ยตาน — การเล่นแร่แปรธาตุภายในร่างกาย) เข้ากับการดึงพลังงานจากธรรมชาติ คัมภีร์《道法会元》(เต้าฝ่าฮุ่ยเหวียน — คลังข้อมูลเวทมนตร์สำคัญที่สุดของเต๋า) อธิบายว่าผู้ประกอบพิธีต้องฝึกจิตและปราณจนเกิดเป็น 金丹 (กิมตัน — ยาทิพย์ภายในกาย) เสียก่อน ภายนอกจึงจะบัญชาการสายฟ้าได้จริง

ปรมาจารย์ 白玉蟾 (ป๋ายอวี้ฉาน — บรรพชนสำนักนิกายใต้) อธิบายไว้ในผลงาน《雷霆三帅心录》(เหลยถิงซานซ่วยซินลู่ — บันทึกหัวใจวิชาสามขุนพลสายฟ้า) ว่าขุนพลสายฟ้าเชื่อมโยงกับอวัยวะภายในผู้บำเพ็ญโดยตรง การอัญเชิญแม่ทัพเติ้งผู้เป็นตัวแทนธาตุไฟ ต้องกระตุ้นและโคจรปราณจากหัวใจ การอัญเชิญแม่ทัพซินตัวแทนธาตุไม้ต้องพึ่งปราณจากถุงน้ำดี (胆) ส่วนการอัญเชิญแม่ทัพจางตัวแทนธาตุน้ำต้องใช้ปราณจากไต (ส่วนกลอน《玄珠歌》ในบรรพ 70 ที่ท่านเขียนอรรถาธิบาย จัดให้แม่ทัพซินอยู่ที่ตับ และเทวทูตจางอยู่ที่ม้าม ซึ่งเป็นอีกระบบหนึ่ง) ผมมองว่าตรงนี้คือหัวใจสำคัญที่คนทั่วไปมักมองข้าม เพราะเข้าใจกันว่านักพรตเต๋าแค่ท่องคาถาแล้วเทพจะลงมาช่วยทันที ทั้งที่ความจริงแล้วผู้ประกอบพิธีต้องฝึกจนจิตและปราณรวมเป็นหนึ่งเดียวกับจักรวาลเสียก่อน หรือที่เรียกว่า 天人合一 (เทียนเหรินเหอยี่ — มนุษย์กับฟ้ารวมเป็นหนึ่ง) แล้วจึงแสดงผลผ่านการก้าวเดินตามค่ายกลดวงดาวที่เรียกว่า 步罡踏斗 (ปู้กังท่าโต่ว — การย่างเหยียบตามผังดาวเหนือ) และการวาด 符箓 (ฝูลู่ — ยันต์สายฟ้า หรือเทวยันต์ที่ใช้เรียกพลังจากสวรรค์)

ด้วยเหตุนี้ 36 ขุนพลสวรรค์จึงมีสถานะซ้อนทับกันสองมิติในสายตาของผม มิติแรกคือทวยเทพผู้ทรงอิทธิฤทธิ์ที่มีตัวตนตามตำนาน มิติที่สองคือบุคลาธิษฐานของพลังปราณดั้งเดิมที่หลับใหลอยู่ในร่างกายมนุษย์เอง ผมเคยอธิบายให้ลูกศิษย์ฟังว่านี่คือจุดที่ทำให้เหลยฝ่าแตกต่างจากไสยศาสตร์ทั่วไปอย่างสิ้นเชิง เพราะมันคือศาสตร์ที่มองร่างกายมนุษย์เป็นจักรวาลจำลอง ก่อนจะเชื่อมโยงออกไปสู่จักรวาลใหญ่ภายนอก

เทพสายฟ้าในลัทธิเต๋ามีองค์ไหนบ้าง มุมมองที่ผมอยากฝากไว้

หากมีคนถามผมตรง ๆ ว่าเทพสายฟ้าในลัทธิเต๋ามีองค์ไหนบ้าง คำตอบที่ผมให้เสมอคือ อย่ามองหาคำตอบเดียวที่ตายตัว เพราะระบบความเชื่อนี้เติบโตผ่านหลายยุคหลายสำนัก ตั้งแต่ยุค《山海经》(ซานไห่จิง — คัมภีร์ขุนเขาและท้องทะเล ตำราภูมิศาสตร์และตำนานโบราณ) ที่ยังมีเพียงเทพสายฟ้าแห่งบึงเหลยเจ๋อ (雷泽) กายมังกร หัวเป็นคน ตีท้องตัวเองให้เกิดเสียงฟ้าร้อง ยังไม่มีระบบกรมกองใด ๆ จนมาถึงยุคที่นิกายเจิ้งอีและสำนักเสินเซียวจัดวางโครงสร้างละเอียดเทียบเท่าราชการส่วนกลาง สิ่งที่ผมพยายามทำในบทความนี้คือรวบรวมภาพรวมที่แพร่หลายที่สุด ตั้งแต่องค์ผู่ฮว่าเทียนจุนผู้เป็นประมุข ลงมาถึง三十六雷将 ที่แต่ละองค์มีเรื่องราวเฉพาะตัว บางองค์มาจากวีรบุรุษในประวัติศาสตร์อย่างกวนอู บางองค์มาจากเรื่องเล่าความกตัญญูอย่างแม่ทัพโก่ว และบางองค์อย่างหวังหลิงกวนก็ข้ามพ้นบทบาทเทพอารักษ์วัดธรรมดาไปสู่การเป็นขุนพลระดับแถวหน้าของกองทัพสวรรค์

สิ่งที่ผมอยากย้ำเสมอในฐานะผู้ถ่ายทอดความรู้นี้คือ รายชื่อและรายละเอียดของขุนพลแต่ละองค์อาจแตกต่างกันไปตามคัมภีร์ สำนัก และท้องถิ่น ไม่ควรยึดรายชื่อจากแหล่งใดแหล่งหนึ่งเป็นมาตรฐานสมบูรณ์ตายตัว เช่นเดียวกับที่งานวิจัยหลายชิ้นเองก็ยอมรับว่าบางองค์มีชื่อเรียกต่างกันในแต่ละคัมภีร์ นี่คือธรรมชาติของความเชื่อพื้นบ้านที่ผสมผสานกับศาสนาที่มีระบบ ไม่ใช่ข้อผิดพลาดที่ต้องแก้ไขให้เป็นหนึ่งเดียว

รายพระนามเทพเจ้าสายฟ้า 36 พระองค์ อ่านแยกทีละองค์

ผม ธนินพงษ์ ศุภพิทักษ์พงษ์ (MingPaPa) เขียนเทพเจ้าสายฟ้าทั้ง 36 พระองค์แยกเป็นบทความละองค์ แต่ละบทเล่าความหมายของพระนาม ตำนานทุกสำนวน หลักฐานในคัมภีร์ 《道法会元》 และบทสวด 《雷霆总诰》 รูปลักษณ์ และบทบาทในพิธีเหลยฝ่า พร้อมบอกตรง ๆ ว่าองค์ไหนมีหลักฐานในคัมภีร์มาก องค์ไหนพบเพียงในทำเนียบยุคหลัง ไล่อ่านตามลำดับรายพระนามได้ดังนี้ครับ

  1. เทพเจ้าสายฟ้า 飞捷报应张使者 (เฟยเจี๋ยเป้าอิ้ง จางสื่อเจ่อ)
  2. เทพเจ้าสายฟ้า 五雷判官辛元帅 (อู่เหลยพ่านกวน ซินหยวนซ่วย)
  3. เทพเจ้าสายฟ้า 豁落灵官王天君 (ฮั่วลั่วหลิงกวาน หวังเทียนจวิน)
  4. เทพเจ้าสายฟ้า 正一箓官陈元帅 (เจิ้งอีลู่กวาน เฉินหยวนซ่วย)
  5. เทพเจ้าสายฟ้า 正一灵官马元帅 (เจิ้งอีหลิงกวาน หม่าหยวนซ่วย)
  6. เทพเจ้าสายฟ้า 九天降魔关元帅 (จิ่วเทียนเสียงหมัว กวานหยวนซ่วย)
  7. เทพเจ้าสายฟ้า 都雷太岁殷元帅 (ตูเหลยไท่ซุ่ย อินหยวนซ่วย)
  8. เทพเจ้าสายฟ้า 火犀雷府朱元帅 (หั่วซีเหลยฝู่ จูหยวนซ่วย)
  9. เทพเจ้าสายฟ้า 猛烈铁头元帅 (เหมิ่งเลี่ยเถี่ยโถว หยวนซ่วย)
  10. เทพเจ้าสายฟ้า 三五梅仙张元帅 (ซานอู่เหมยเซียน จางหยวนซ่วย)
  11. เทพเจ้าสายฟ้า 正一玄坛赵元帅 (เจิ้งอีเสวียนถาน จ้าวหยวนซ่วย)
  12. เทพเจ้าสายฟ้า 翊灵昭武温元帅 (อี้หลิงเจาอู่ เวินหยวนซ่วย)
  13. เทพเจ้าสายฟ้า 地祇太保康元帅 (ตี้ฉีไท่เป่า คังหยวนซ่วย)
  14. เทพเจ้าสายฟ้า 精忠义勇岳元帅 (จิงจงอี้หย่ง เยว่หยวนซ่วย)
  15. เทพเจ้าสายฟ้า 雷门灭魔邹元帅 (เหลยเหมินเมี่ยหมัว โจวหยวนซ่วย)
  16. เทพเจ้าสายฟ้า 雷霆火部苟元帅 (เหลยถิงหั่วปู้ โก่วหยวนซ่วย)
  17. เทพเจ้าสายฟ้า 六甲六丁金元帅 (ลิ่วเจี่ยลิ่วติง จินหยวนซ่วย)
  18. เทพเจ้าสายฟ้า 五雷天医张元帅 (อู่เหลยเทียนอี จางหยวนซ่วย)
  19. เทพเจ้าสายฟ้า 神雷主首石元帅 (เสินเหลยจู่โส่ว สือหยวนซ่วย)
  20. เทพเจ้าสายฟ้า 沧海涌潮伍元帅 (ชางไห่หย่งเฉา อู่หยวนซ่วย)
  21. เทพเจ้าสายฟ้า 天蓬提督尹元帅 (เทียนเผิงถีตู อิ่นหยวนซ่วย)
  22. เทพเจ้าสายฟ้า 南极乌旸吴元帅 (หนานจี๋อูหยาง อู๋หยวนซ่วย)
  23. เทพเจ้าสายฟ้า 酆都拷鬼孟元帅 (เฟิงตูเข่ากุ่ย เมิ่งหยวนซ่วย)
  24. เทพเจ้าสายฟ้า 雷府驱魔庞元帅 (เหลยฝู่ชวีหมัว ผางหยวนซ่วย)
  25. เทพเจ้าสายฟ้า 流金火铃宋元帅 (หลิวจินหั่วหลิง ซ่งหยวนซ่วย)
  26. เทพเจ้าสายฟ้า 神威驱邪周元帅 (เสินเวยชวีเสีย โจวหยวนซ่วย)
  27. เทพเจ้าสายฟ้า 水府斩怪杨元帅 (สุ่ยฝู่จั่นไกว้ หยางหยวนซ่วย)
  28. เทพเจ้าสายฟ้า 斗府枢灵刘元帅 (โต่วฝู่ซูหลิง หลิวหยวนซ่วย)
  29. เทพเจ้าสายฟ้า 金阙监生高元帅 (จินเชวี่ยเจียนเซิง เกาหยวนซ่วย)
  30. เทพเจ้าสายฟ้า 冲霄主雷邓元帅 (ชงเซียวจู่เหลย เติ้งหยวนซ่วย)
  31. เทพเจ้าสายฟ้า 东岳拷鬼甯元帅 (ตงเยว่เข่ากุ่ย นิ่งหยวนซ่วย)
  32. เทพเจ้าสายฟ้า 上清枢雷程元帅 (ซ่างชิงซูเหลย เฉิงหยวนซ่วย)
  33. เทพเจ้าสายฟ้า 五雷执法毕元帅 (อู่เหลยจื๋อฝ่า ปี้หยวนซ่วย)
  34. เทพเจ้าสายฟ้า 北极冰池李元帅 (เป่ยจี๋ปิงฉือ หลี่หยวนซ่วย)
  35. เทพเจ้าสายฟ้า 酆都杀鬼吕元帅 (เฟิงตูซากุ่ย หลี่ว์หยวนซ่วย)
  36. เทพเจ้าสายฟ้า 冲霄灵官马元帅 (ชงเซียวหลิงกวาน หม่าหยวนซ่วย)

คำถามที่พบบ่อย

เทพเจ้าสายฟ้าของจีนชื่ออะไร?

เทพสายฟ้าที่คนจีนทั่วไปรู้จักคือเหลยกง (雷公) ผู้ถือค้อนตีกลองให้เกิดเสียงฟ้าร้อง ทำงานคู่กับเตี้ยนหมู่ (电母) เทพธิดาผู้ใช้กระจกวิเศษส่องแสงให้เกิดฟ้าแลบ แต่ในคติเต๋า เทพสายฟ้าสูงสุดคือจิ่วเทียนอิ้งหยวนเหลยเซิงผู่ฮว่าเทียนจุน หรือเหลยจู่ (雷祖) ผู้บัญชาการหน่วยงานสายฟ้าแห่งสวรรค์ (雷部) ซึ่งมี 36 ขุนพลสวรรค์อยู่ใต้บังคับบัญชา

ทำไมกวนอูถึงเป็นขุนพลสายฟ้า ทั้งที่คนไทยรู้จักในฐานะเทพเจ้าแห่งโชคลาภ?

เพราะระบบความเชื่อจีนไม่ได้ผูกเทพแต่ละองค์ไว้กับบทบาทเดียวตลอดกาลครับ กวนอูในฐานะวีรบุรุษแห่งความซื่อสัตย์และความกล้าหาญ ถูกยกระดับในคัมภีร์เต๋าและตำราเหลยฝ่าให้เป็นแม่ทัพสยบมารภายใต้จักรพรรดิแห่งดาวเหนือ ขณะที่ในความเชื่อพื้นบ้านทั่วไปโดยเฉพาะในหมู่คนไทยเชื้อสายจีน ท่านกลับเป็นที่รู้จักในฐานะเทพผู้ประทานความมั่งคั่งและความซื่อตรงทางการค้า ทั้งสองบทบาทไม่ขัดแย้งกัน เพียงแต่ถูกใช้ในบริบทพิธีกรรมที่ต่างกัน

เหลยฝ่าคืออะไร เกี่ยวข้องกับเต๋าอย่างไร?

เหลยฝ่าคือวิชาเวทมนตร์สายฟ้าที่เจริญรุ่งเรืองในสมัยราชวงศ์ซ่งและหยวน โดยผสานการฝึกปราณภายในร่างกายเข้ากับการดึงพลังธรรมชาติจากภายนอก ไม่ใช่แค่การท่องคาถาหรือวาดยันต์สายฟ้าอย่างผิวเผิน แต่ต้องฝึกจิตและปราณจนเกิดกิมตันเสียก่อน จึงจะสามารถบัญชาการพลังสายฟ้าได้จริงตามคติของนิกายเจิ้งอี

36 ขุนพลสวรรค์มีหน้าที่อะไรบ้าง?

แบ่งได้เป็นสี่กลุ่มหลักตามที่ผมเล่าไว้ครับ กลุ่มมหาขุนพลผู้นำและผู้พิพากษาทำหน้าที่สั่งการและตัดสินคดี กลุ่มแม่ทัพผู้พิทักษ์และปราบมารทำหน้าที่สยบสิ่งชั่วร้ายในทั้งสามภพ นอกจากนี้ยังมีกลุ่มที่ดูแลลมฝนตามฤดูกาลและกลุ่มที่ตรวจตราความดีความชั่วของมนุษย์ ทุกกลุ่มทำงานประสานกันเหมือนหน่วยราชการที่มีทั้งฝ่ายปกครอง ศาล และกองทัพรวมอยู่ในระบบเดียว

เทพเจ้าสายฟ้าจีนต่างจากเทพไทยอย่างไร?

จุดต่างที่ผมเห็นชัดที่สุดคือระดับความซับซ้อนของโครงสร้างการปกครอง ตำนานไทยอย่างรามสูรกับนางเมขลาเน้นเล่าเรื่องเชิงสัญลักษณ์ธรรมชาติเป็นหลัก ขณะที่ระบบเทพสายฟ้าจีนในคติเต๋าถูกจัดวางเป็นองค์กรราชการสวรรค์ที่มีลำดับขั้นชัดเจน ตั้งแต่องค์ประมุขจนถึงขุนพลระดับปฏิบัติการ สะท้อนแนวคิดเรื่องกฎแห่งฟ้าดินที่ละเอียดกว่ามาก

จิ่วเทียนอิ้งหยวนเหลยเซิงผู่ฮว่าเทียนจุนคือใคร?

คือมหาเทพสายฟ้าสูงสุดในคติเต๋า หรือที่เรียกสั้น ๆ ว่าเหลยจู่ ทรงเป็นหนึ่งในเก้ามหาจักรพรรดิแห่งสวรรค์ชั้นเสินเซียว บางตำราถือว่าเป็นภาคแปลงของเสินเซียวอวี้ชิงเจินหวาง โอรสองค์ที่เก้าของฝูหลีหยวนสือเทียนจุน

บทสรุป

เขียนมาถึงตรงนี้ ผมอยากทวนความคิดที่วางไว้ตั้งแต่ต้นบทความอีกครั้งครับ เรื่องเทพสายฟ้าในลัทธิเต๋าไม่ใช่แค่นิทานปรัมปราสำหรับขู่เด็กให้เชื่อฟังผู้ใหญ่ แต่เป็นระบบความคิดที่สะท้อนโลกทัศน์จีนโบราณอย่างลึกซึ้ง ตั้งแต่เหลยกงกับเตี้ยนหมู่ที่คนทั่วไปคุ้นชื่อ ไปจนถึงองค์ผู่ฮว่าเทียนจุนผู้บัญชาการสูงสุด และ 三十六雷将 ที่แต่ละองค์มีที่มาเฉพาะตัว ไม่ว่าจะเป็นแม่ทัพเติ้งผู้เป็นตัวแทนธาตุไฟ แม่ทัพซินผู้พิพากษาถือพู่กันเพลิง หรือหวังหลิงกวนผู้ก้าวข้ามบทบาทเทพอารักษ์วัดธรรมดาไปสู่การเป็นขุนพลระดับแนวหน้า สิ่งที่ผมพยายามชี้ให้เห็นตลอดทั้งบทความคือ นิกาย 正一道 ไม่ได้มองสายฟ้าเป็นเพียงพลังธรรมชาติ แต่เป็นกลไกแห่งความยุติธรรมของฟ้าดินที่มีโครงสร้างการปกครองซับซ้อนไม่แพ้ราชการในโลกมนุษย์

ผมยังอยากย้ำในฐานะผู้ถ่ายทอดความรู้นี้ว่า 雷法 และการอัญเชิญ 36 ขุนพลสวรรค์ไม่ใช่เรื่องของการท่องคาถาแล้วรอปาฏิหาริย์ แต่เป็นศาสตร์ที่ผูกโยงร่างกายมนุษย์เข้ากับจักรวาลใหญ่ ผ่านการฝึกปราณ การวาด 符箓 หรือยันต์สายฟ้า และการก้าวเดินตามผังดาว ทุกขั้นตอนล้วนมีเหตุผลรองรับตามคติของสำนักที่สืบทอดมา ไม่ใช่เรื่องงมงายอย่างที่บางคนเข้าใจผิด

สุดท้ายนี้ ผมอยากฝากไว้ว่าความเชื่อเรื่องเทพสายฟ้าไม่ว่าจะเป็นจีนหรือไทย ล้วนมีแก่นร่วมกันอย่างหนึ่งคือการเตือนให้มนุษย์รู้จักยำเกรงต่อกฎแห่งฟ้าดิน แม้รายละเอียดปลีกย่อยจะต่างกันไปตามคัมภีร์และท้องถิ่น แต่ข้อคิดที่คุณพ่อคุณแม่ผมเคยสอนไว้ว่า "อย่าชี้นิ้วใส่ฟ้า" ก็ยังคงมีความหมายลึกซึ้งไม่เปลี่ยนแปลง นั่นคือการเตือนสติให้เรามีความเคารพต่อสิ่งที่มองไม่เห็นแต่ทรงพลังเหนือกว่ามนุษย์เสมอ และเป็นเหตุผลที่ผมยังคงเล่าเรื่องเหล่านี้ต่อไป เพื่อให้คนรุ่นหลังได้เข้าใจว่าเบื้องหลังความเชื่อโบราณนั้น มีปัญญาและระบบคิดที่ลึกซึ้งกว่าที่หลายคนคาดคิดไว้มากครับ

แหล่งข้อมูลและอ่านเพิ่มเติม

เกี่ยวกับผู้เขียน

ธนินพงษ์ ศุภพิทักษ์พงษ์ (MingPaPa)
黄炳明 - MingPaPa

เขียนโดย

ชื่อจีน 黄炳明 (แต้จิ๋ว อึ้งเป๋งเม้ง / จีนกลาง หวงปิ่งหมิง)

นักธุรกิจโรงพิมพ์ ครูศิลปะการต่อสู้ และผู้ถ่ายทอดวัฒนธรรมจีน ศาสนา และความเชื่อ

ประสบการณ์ที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้: ผู้เขียนเชื่อมโยงการศึกษาคัมภีร์เต๋ากับความทรงจำเรื่องฟ้าคะนองที่คุณพ่อคุณแม่เคยสอน และประสบการณ์ถ่ายทอดเรื่องเหลยฝ่าให้ลูกศิษย์ฟัง

ประวัติการแก้ไข

  • — แก้ข้อเท็จจริงให้ตรงคัมภีร์: ฉายา 银牙耀目 เป็นของแม่ทัพซิน ส่วนรูปลักษณ์แม่ทัพเติ้งใช้คำบรรยายใน 道法会元 บรรพ 93 ตำนานลูกกตัญญูใน 搜神大全 เป็นของแม่ทัพโก่ว (辛兴苟元帅) ไม่ใช่แม่ทัพซิน ศีลเหลยไจถือวันที่ 1–24 เดือน 6 และวันประสูติแม่ทัพซินคือ 25 เดือน 6 ตาม《清嘉录》 แม่ทัพซินอยู่ที่ถุงน้ำดีตาม《雷霆三帅心录》 แก้เรื่องโอรสองค์ที่เก้า ระยะ 2,300 ลี้จากเมืองสายฟ้าตามอรรถกถา《玉枢宝经集注》 กลอง 36 ใบ เทพสายฟ้าใน《山海经》 ชื่อ 金光圣母 ที่มาจากนิยาย อาวุธของกวนอูตาม 道法会元 บรรพ 259 และระบุว่าการแบ่ง 36 ขุนพลเป็นสี่กลุ่มเป็นการจัดของผู้เขียนเอง เปลี่ยนลิงก์ ctext ที่ตรวจไม่ได้เป็น《清嘉录》และ《山海经》
  • — เพิ่มหัวข้อรายพระนามเทพเจ้าสายฟ้า 36 พระองค์ พร้อมลิงก์ไปบทความแยกของแต่ละองค์ และใส่ลิงก์ที่ชื่อแม่ทัพเติ้ง แม่ทัพซิน และขุนพลกวนในเนื้อหาเดิม
  • — เพิ่มย่อหน้าที่ระบุเทพสายฟ้ากลุ่มที่เหลืออีกสองกลุ่มในเนื้อหา ให้ตรงกับคำตอบในคำถามที่พบบ่อย
  • — เพิ่มคำถามที่พบบ่อยว่าเทพเจ้าสายฟ้าของจีนชื่ออะไร จากข้อมูลเดิมในบทความ เพิ่มลิงก์ต้นฉบับอรรถกถาคัมภีร์แก่นหยก (玉樞寶經集註) แก้คำอ่าน 酆都 ในพระนามขุนพลกวนจาก โขวตี้ เป็น เฟิงตู เติมคำตอบเรื่องเหลยจู่ที่ขาดหายให้ครบ ปรับข้อมูลโครงสร้างคำถามที่พบบ่อยให้ตรงกับที่แสดงบนหน้า และเน้นคำสำคัญในเนื้อความ
  • — เผยแพร่ครั้งแรก

พบข้อมูลคลาดเคลื่อน แจ้งได้ที่หน้าติดต่อ และอ่านวิธีตรวจสอบกับแก้ไขข้อผิดพลาดได้ที่นโยบายบรรณาธิการ

บทความที่เกี่ยวข้อง

ดูบทความทั้งหมดในหมวดเต๋า คัมภีร์และพิธีกรรม