ผมยังจำภาพองค์กวนอูถือง้าวขี่ม้าเช็กเทาสีแดงที่ผมซื้อมาจากร้านเครื่องปั้นดินเผาเล็ก ๆ แถวแยกถนนมังกรตัดถนนเจริญกรุงได้แม่นยำ ทั้งที่เรื่องนั้นผ่านมาสามสิบกว่าปีแล้ว แต่พอผมมานั่งศึกษาจริงจังในภายหลัง ผมถึงได้รู้ว่าคำถามที่หลายคนถามกันว่า ม้าเช็กเทาเป็นม้าของใครกันแน่ นั้น คำตอบทางประวัติศาสตร์กับคำตอบที่เราคุ้นเคยจากวรรณกรรมนั้นต่างกันคนละเรื่องเลยครับ
ตามหลักฐานทางประวัติศาสตร์ชั้นต้นอย่าง 三国志 (ซานกว๋อจื้อ — จดหมายเหตุสามก๊ก) ม้าเช็กเทาเป็นม้าของลิโป้เพียงผู้เดียว ไม่มีบันทึกใดเลยที่ระบุว่ากวนอูเคยเป็นเจ้าของหรือขับขี่ม้าตัวนี้ ส่วนภาพจำที่กวนอูถือง้าวขี่ม้าเช็กเทาซึ่งคนไทยคุ้นเคยกันทั่วไปนั้น เป็นผลผลิตของการแต่งเติมทางวรรณกรรมที่สั่งสมมากว่าพันปีจนตกผลึกในนวนิยาย 三国演义 (ซานกว๋อเหยี่ยนอี้ — สามก๊กฉบับหลัวกว้านจง)
ประเด็นสำคัญ
- จดหมายเหตุสามก๊กระบุชัดว่า "ลิโป้มีม้าชั้นยอดตัวหนึ่ง ชื่อว่าเช็กเทา" ไม่มีการเชื่อมโยงกับกวนอูเลย
- หลักฐานประวัติศาสตร์ของม้าเช็กเทาขาดหายไปตั้งแต่ลิโป้ถูกประหารในปี ค.ศ. 199
- หากม้าเช็กเทาอยู่กับกวนอูจริงจนถึงปี ค.ศ. 219-220 มันจะมีอายุถึง 34-36 ปี ซึ่งเกินอายุขัยม้าศึกทั่วไป
- ชื่อ "เช็กเทา" มาจากลักษณะกะโหลกศีรษะแบบ 兔头 (ทู่โถว — หัวกระต่าย) ตามตำราดูม้าโบราณ ไม่ใช่เพราะม้าตัวเล็กหรือขี้ขลาด
- ภาพลักษณ์ "กวนอูถือง้าว" ขี่ม้าเช็กเทา เพิ่งปรากฏชัดในงิ้วสมัยปลายราชวงศ์หยวน ก่อนถูกขยายในสามก๊กยุคหมิง
เส้นทางม้าเช็กเทาในหน้าประวัติศาสตร์: จากลิโป้ถึงความเงียบหลังปี ค.ศ. 199
ในภาคจดหมายเหตุวุยก๊ก บทประวัติลิโป้ (三国志·魏书·吕布传) เฉินโซ่ว (Chen Shou) ผู้เขียนจดหมายเหตุสามก๊กบันทึกไว้สั้น ๆ เพียงว่า "布有良马曰赤兔" หรือ "ลิโป้มีม้าชั้นยอดตัวหนึ่ง ชื่อว่าเช็กเทา" ส่วนคัมภีร์ 后汉书 (โฮ่วฮั่นซู — บันทึกราชวงศ์ฮั่นยุคหลัง) ก็บันทึกคล้ายกันว่าลิโป้มักขี่ม้าตัวนี้ ซึ่งสามารถวิ่งกระโจนข้ามกำแพงเมืองและคูเมืองได้ ผมอ่านตรงนี้แล้วนึกถึงตอนที่พ่อผมเคยพูดถึงองค์กวนอูปางถือง้าวว่า "ปกติเหมาะกับข้าราชการ นายทหารหรือตำรวจ" เพราะภาพของม้าที่บุกตะลุยฝ่าแนวรบแบบนี้ แท้จริงแล้วเป็นเรื่องของลิโป้และการทำศึก ไม่ใช่ภาพของกวนอูเลย
เผยซงจือ (Pei Songzhi) นักประวัติศาสตร์ยุคราชวงศ์หลิวซ่ง ยังอ้างอิงคัมภีร์ 曹瞒传 (เฉาม่านจ้วน) ที่บันทึกคำกล่าวขานของคนยุคนั้นว่า "ในหมู่บุรุษมีลิโป้ ในหมู่อาชามีเช็กเทา" (人中吕布,马中赤兔) ซึ่งเกิดขึ้นในบริบทที่ลิโป้ร่วมกับอ้วนเสี้ยวไปทำศึกกับเตียวเอี๋ยนที่ฉางซานเมื่อประมาณปี ค.ศ. 193 โดยลิโป้ขี่ม้าเช็กเทาบุกตะลุยจนเอาชนะได้ นี่คือหลักฐานที่ชัดเจนที่สุดว่าม้าเช็กเทาเป็นเครื่องมือการรบของลิโป้โดยตรง หลังจากลิโป้พ่ายแพ้และถูกประหารที่เมืองเซี่ยพี (Xiapi) ในปี ค.ศ. 199 บันทึกประวัติศาสตร์เกี่ยวกับม้าเช็กเทาก็ขาดหายไปทันที ไม่มีบันทึกใดเลยที่ระบุว่าโจโฉเก็บม้าไว้แล้วนำไปมอบให้กวนอูตามที่วรรณกรรมเล่า
ความย้อนแย้งทางชีววิทยา: ทำไมม้าเช็กเทาอายุ 35 ปีถึงเป็นไปไม่ได้
จุดที่ผมคิดว่าน่าสนใจที่สุดในเชิงวิชาการคือคำถามเรื่อง อายุม้าเช็กเทาตอนตายกี่ปี เพราะเมื่อคำนวณตามเส้นเวลาที่วรรณกรรมกำหนดไว้ จะพบความไม่สมเหตุสมผลอย่างชัดเจน ปี ค.ศ. 189 ที่ตั๋งโต๊ะมอบม้าให้ลิโป้ ม้าต้องโตเต็มวัยแล้วอย่างน้อย 3-5 ปี พอถึงปี ค.ศ. 199 ที่ลิโป้ถูกประหาร ม้าน่าจะอายุราว 13-15 ปี และหากม้าตัวนี้อยู่กับกวนอูต่อจนถึงปี ค.ศ. 219-220 ที่กวนอูพ่ายที่เมืองเป๊กเสีย ม้าเช็กเทาจะมีอายุถึง 34-36 ปีแล้ว
ในทางสัตวแพทยศาสตร์ อายุขัยเฉลี่ยของม้าทั่วไปอยู่ที่ 25-30 ปี และช่วงพละกำลังสูงสุดของม้าศึก (Peak Combat Performance) อยู่ที่อายุ 8-15 ปีเท่านั้น ม้าอายุ 35 ปีเทียบเท่ามนุษย์อายุเกินร้อยปี สภาพกล้ามเนื้อและกระดูกย่อมชราภาพเกินกว่าจะแบกขุนพลร่างใหญ่อย่างกวนอูพร้อมง้าวหัวมังกรน้ำหนักหลายสิบกิโลกรัมฝ่าสนามรบได้ นักประวัติศาสตร์บางท่านถึงกับกล่าวเชิงขบขันว่า ที่กวนอูถูกจับกุมที่เป๊กเสียอาจไม่ใช่เพราะกลศึกฝ่ายง่อก๊กแยบยล แต่เพราะม้าเช็กเทาแก่เกินกว่าจะวิ่งหนีไหวแล้วต่างหาก ความย้อนแย้งนี้ไม่ใช่ความผิดพลาดของหลัวกว้านจง (Luo Guanzhong) แต่เป็นการเลือกละทิ้งตรรกะทางกายภาพเพื่อรักษาสัญลักษณ์ความภักดีของกวนอูให้สมบูรณ์จนวาระสุดท้าย
เช็กเทาแปลว่าอะไร ทำไมม้าศึกทรงพลังถึงมีชื่อว่ากระต่าย
ชื่อ 赤兔 (เช็กเทา — อ่านแบบจีนกลางว่าชื่อทู่) ประกอบด้วยอักษร 赤 แปลว่าสีแดง และ 兔 แปลว่ากระต่าย คำถามที่คนมักงงคือทำไมม้าที่ทรงพลังขนาดนี้ถึงถูกเรียกว่ากระต่าย คำตอบทางวิชาการที่หนักแน่นที่สุดมาจากเอกสารผ้าไหม 相马经 (เซียงหม่าจิง — ตำราดูลักษณะม้า) ที่ขุดพบในสุสานหม่าหวังตุย (Mawangdui) หมายเลข 3 เมื่อปี ค.ศ. 1973 ในตำรานี้ระบุว่าม้าชั้นยอดต้องมีลักษณะ "得兔与狐" คือได้ลักษณะกระต่ายและจิ้งจอกผสมอยู่ในตัว โดยเฉพาะ 兔头 หรือ ม้าหัวกระต่าย ซึ่งหมายถึงม้าที่มีกระดูกสันจมูกนูนโค้งขึ้นเล็กน้อยแบบเดียวกับใบหน้ากระต่าย ลักษณะนี้ในทางสัณฐานวิทยาม้ามักพบในม้าโครงสร้างใหญ่ แข็งแรง และรับน้ำหนักได้มาก จึงไม่ได้แปลว่าม้าตัวเล็กหรืออ่อนแอเลยแม้แต่น้อย
นอกจากนี้ยังมีทฤษฎีที่เชื่อมโยงม้าเช็กเทากับม้าสายพันธุ์ อคัลเทค (Akhal-Teke) หรือที่จีนโบราณเรียกว่าม้าต้าหยวน (大宛马) หรือม้าเหงื่อโลหิต (汗血宝马) เนื่องจากสีขนแดงเข้มคล้ายผลพุทราและประวัติศาสตร์การนำเข้าม้าสายพันธุ์นี้ในสมัยฮั่นอู่ตี้ (Emperor Wu of Han) ที่ส่งแม่ทัพหลี่กวงลี่นำทัพกว่า 60,000 นายไปแย่งม้าจากแคว้นต้าหยวนมาปรับปรุงสายพันธุ์ม้าจีน ม้าสายพันธุ์นี้ผิวบางจนเห็นเส้นเลือด และเหงื่อมีสารสีแดงปนเปื้อนเวลาวิ่งไกล ซึ่งสอดคล้องกับคำบรรยายพละกำลังของม้าเช็กเทาในวรรณกรรมได้อย่างน่าทึ่ง
จากนิทานพื้นบ้านสู่นวนิยาย: กระบวนการที่ทำให้กวนอูถือง้าวขี่ม้าเช็กเทา
สิ่งที่ผมทึ่งมากตอนศึกษาคือ ภาพจำที่เราคุ้นเคยไม่ได้เกิดจากปลายปากกาหลัวกว้านจงคนเดียว แต่สั่งสมมาเป็นร้อยปี ในสมัยราชวงศ์ถังและซ่ง บทกวีของหลี่เฮ่อ (Li He) และบันทึกของอู๋ซู่ (Wu Shu) ยังยืนยันว่าม้าเช็กเทาเป็นของลิโป้เพียงผู้เดียว จนมาถึงยุคหยวนใน 三国志平话 (ซานกว๋อจื้อผิงฮวา — นิทานเล่าเรื่องสามก๊ก) ม้าเช็กเทาถูกขยายให้เป็นสัตว์วิเศษวิ่งบนน้ำได้ แต่กวนอูก็ยังไม่ได้ขี่มัน จุดเปลี่ยนสำคัญเกิดในงิ้วยุคปลายราชวงศ์หยวนของหม่าจื้อหย่วน (Ma Zhiyuan) ที่มีเนื้อร้องว่า "这马知人义,似云长赤兔" หรือ "ม้าตัวนี้รู้คุณธรรม ดั่งเช็กเทาของกวนอู" นี่คือหลักฐานลายลักษณ์อักษรชิ้นแรก ๆ ที่ผูกม้าเช็กเทาเข้ากับกวนอู
พอมาถึงยุคหมิง หลัวกว้านจงนำแนวคิดนี้มาขยายผลเต็มรูปแบบ ให้โจโฉริบม้าจากลิโป้แล้วนำไปมอบกวนอูเพื่อซื้อใจ แต่กวนอูกลับใช้ม้านั้นเป็นเครื่องมือรักษาความภักดีต่อเล่าปี่แทน เหมาจงกัง (Mao Zonggang) นักวิจารณ์ยุคชิงเคยเปรียบเทียบไว้อย่างคมคายว่า โจโฉพยายามทำลายความภักดีของกวนอูด้วยม้าเช็กเทา เหมือนที่ตั๋งโต๊ะเคยทำลายความภักดีของลิโป้ แต่กวนอูกลับพลิกกลับมาใช้ม้านั้นเพื่อบรรลุความภักดีแทน ภาพลักษณ์ "หน้าแดง ใจแดง ม้าแดง" จึงกลายเป็นสัญลักษณ์ทางวัฒนธรรมที่สมบูรณ์แบบที่สุดตั้งแต่นั้นมา ซึ่งอธิบายได้ว่าทำไมรูปปั้นที่ผมซื้อมาจากเยาวราชถึงเป็นภาพกวนอูถือง้าวขี่ม้าเช็กเทา ทั้งที่ในทางประวัติศาสตร์ภาพนี้ไม่เคยเกิดขึ้นจริง
ตารางเปรียบเทียบ ประวัติศาสตร์ กับ วรรณกรรม
| ประเด็น | จดหมายเหตุสามก๊ก / โฮ่วฮั่นซู | สามก๊กของหลัวกว้านจง |
|---|---|---|
| เจ้าของเดิม | ไม่ระบุชัดว่ามาจากตั๋งโต๊ะ | ตั๋งโต๊ะมอบให้ลิโป้เพื่อซื้อตัวทางการเมือง |
| เจ้าของหลัก | ลิโป้ ใช้ทำศึกกับเตียวเอี๋ยน | ลิโป้ แล้วตกทอดไปยังกวนอู |
| ความเชื่อมโยงกวนอู | ไม่มีบันทึกเลย | โจโฉมอบให้เพื่อซื้อใจ กวนอูใช้เป็นพาหนะคู่กาย |
| ชะตากรรมสุดท้าย | หายไปจากบันทึกหลังลิโป้ตายปี ค.ศ. 199 | ตกเป็นของม้าตงปี ค.ศ. 220 แล้วอดอาหารตายตามกวนอู |
| คุณสมบัติที่ถูกเน้น | พละกำลังบุกตะลุย กระโจนข้ามคูเมือง | สัญลักษณ์ทางศีลธรรม ความภักดี ความซื่อสัตย์ |
ผมมองว่าตารางนี้สะท้อนสิ่งที่ผมอยากบอกลูกหลานเสมอว่า ประวัติศาสตร์กับวรรณกรรมทำหน้าที่คนละอย่าง ประวัติศาสตร์บอกเราว่าอะไรเกิดขึ้นจริง ส่วนวรรณกรรมบอกเราว่าคนโบราณอยากให้เราเชื่ออะไรและยึดถืออะไร ทั้งสองแบบมีคุณค่าในตัวเอง ไม่จำเป็นต้องเลือกอย่างใดอย่างหนึ่งแล้วทิ้งอีกอย่าง
ทำไมภาพ "กวนอูถือง้าว" ขี่ม้าเช็กเทายังทรงพลังในความเชื่อคนไทยจีน
ผมเล่าให้ฟังตอนต้นบทความแล้วว่าผมบูชาองค์กวนอูปางถือง้าวขี่ม้าเช็กเทามาตั้งแต่อายุยี่สิบต้น ๆ ทั้งที่พ่อผมเตือนว่าปางนี้เหมาะกับข้าราชการ นายทหาร หรือตำรวจมากกว่าพ่อค้าอย่างเรา เพราะจะทำงานเหน็ดเหนื่อย มีคู่แข่งและปัญหาให้แก้ตลอด แม้สำเร็จก็เหนื่อยมาก ผมยอมรับตรงนี้เลยว่าพ่อพูดถูกไม่น้อย เพราะตลอดสามสิบกว่าปีที่ผ่านมาในธุรกิจโรงพิมพ์ ผมก็เหนื่อยจริงตามที่พ่อว่าไว้ แต่สิ่งที่ผมได้กลับมาคือความกล้าหาญไม่เกรงกลัวปัญหา และการยึดมั่นคุณธรรมความซื่อสัตย์แบบกวนอูที่ทำให้ผมยืนอยู่ในธุรกิจนี้ได้อย่างมีศักดิ์ศรี
สิ่งที่ผมสัมผัสได้ด้วยตัวเองและอยากบอกผู้อ่านคือ การบูชากวนอูปางขี่ม้าเช็กเทาออกศึกไม่ได้เกี่ยวกับว่าประวัติศาสตร์จริงเป็นอย่างไร แต่เกี่ยวกับพลังของสัญลักษณ์ที่วรรณกรรมสร้างขึ้น ม้าเช็กเทาในความเชื่อของคนจีนไทยหมายถึงบริวารที่ดีและเก่งกาจ ผมเองทุกครั้งที่การค้าติดปัญหาโดยเฉพาะเรื่องขาดคนช่วยงาน ก็มักไปแถวตลาดเก่านำผักไปไหว้เทพม้าเช็กเทา แทบทุกครั้งจะมีบริวารหรือคนเข้ามาช่วยเหลือทันเวลาเสมอ นี่คือสิ่งที่ผมเรียนรู้จากประสบการณ์จริง ไม่ใช่จากตำราเล่มใดเล่มหนึ่ง
คำถามที่พบบ่อย
ม้าเช็กเทาเป็นม้าของใครกันแน่ในทางประวัติศาสตร์
ตามจดหมายเหตุสามก๊กและโฮ่วฮั่นซู ม้าเช็กเทาเป็นม้าของลิโป้เพียงผู้เดียว ไม่มีบันทึกทางประวัติศาสตร์ใดเลยที่เชื่อมโยงม้าตัวนี้กับกวนอู ความเชื่อว่ากวนอูเป็นเจ้าของเกิดจากการแต่งเติมในวรรณกรรมยุคหลัง
ทำไมกวนอูไม่เคยขี่ม้าเช็กเทาตามหลักฐานประวัติศาสตร์
เพราะบันทึกประวัติศาสตร์เกี่ยวกับม้าเช็กเทาขาดหายไปตั้งแต่ลิโป้ถูกประหารในปี ค.ศ. 199 ไม่มีหลักฐานใดระบุว่าโจโฉเก็บม้าไว้แล้วมอบให้กวนอู เรื่องนี้เป็นการประกอบสร้างทางวรรณกรรมในสามก๊กของหลัวกว้านจงเพื่อยกระดับสัญลักษณ์ความภักดีของกวนอู
อายุม้าเช็กเทาตอนตายกี่ปีตามเส้นเวลาวรรณกรรม
หากคำนวณตามเส้นเวลาที่วรรณกรรมกำหนด ม้าเช็กเทาจะมีอายุถึง 34-36 ปีในช่วงที่กวนอูพ่ายที่เป๊กเสีย ซึ่งเกินอายุขัยทั่วไปของม้าที่อยู่ที่ 25-30 ปี และเกินช่วงพละกำลังสูงสุดของม้าศึกที่อยู่ราวอายุ 8-15 ปีไปมาก ทำให้เกิดความย้อนแย้งทางชีววิทยาที่นักประวัติศาสตร์หลายท่านตั้งข้อสังเกต
เช็กเทาแปลว่าอะไร ทำไมม้าศึกทรงพลังถึงมีชื่อว่ากระต่าย
เช็กเทาแปลตรงตัวว่ากระต่ายแดง มาจากลักษณะ 兔头 (ทู่โถว — หัวกระต่าย) ตามตำราดูม้าโบราณที่ขุดพบในสุสานหม่าหวังตุย หมายถึงม้าหัวกระต่ายที่มีกระดูกสันจมูกนูนโค้ง เป็นลักษณะของม้าโครงสร้างใหญ่และแข็งแรง ไม่ได้แปลว่าม้าตัวเล็กหรือขี้ขลาดแต่อย่างใด
ภาพกวนอูถือง้าวขี่ม้าเช็กเทาเริ่มปรากฏตั้งแต่เมื่อไหร่
ภาพนี้ปรากฏชัดครั้งแรกในงิ้วยุคปลายราชวงศ์หยวนของหม่าจื้อหย่วน ก่อนถูกขยายเต็มรูปแบบในสามก๊กของหลัวกว้านจงยุคหมิง ก่อนหน้านั้นเอกสารในสมัยถังและซ่งยังยืนยันว่าม้าเช็กเทาเป็นของลิโป้เพียงผู้เดียว
บทสรุป
เมื่อผมมองย้อนกลับไปยังรูปปั้นกวนอูถือง้าวขี่ม้าเช็กเทาที่ผมซื้อมาจากร้านเล็ก ๆ แถวเยาวราชเมื่อสามสิบกว่าปีก่อน ผมไม่ได้รู้สึกว่าความรู้ทางประวัติศาสตร์ที่ผมค้นพบในภายหลังทำให้ความเชื่อของผมเสื่อมค่าลงแต่อย่างใด ตรงกันข้าม มันกลับทำให้ผมเข้าใจลึกซึ้งขึ้นว่า สามก๊กในฐานะวรรณกรรมทำหน้าที่ปลูกฝังคุณธรรมและแรงบันดาลใจให้คนรุ่นหลังได้อย่างงดงามเพียงใด แม้ข้อเท็จจริงทางประวัติศาสตร์จะบอกเราชัดเจนว่าม้าเช็กเทาเป็นม้าของลิโป้ ไม่ใช่ของกวนอู และความย้อนแย้งเรื่องอายุม้าก็พิสูจน์ให้เห็นว่าเรื่องนี้เป็นการแต่งเติมโดยเจตนา แต่พลังของสัญลักษณ์ "หน้าแดง ใจแดง ม้าแดง" ที่หลัวกว้านจงสร้างขึ้นก็ยังคงส่งอิทธิพลต่อความเชื่อและจิตใจคนจีนไทยมาจนถึงทุกวันนี้อย่างไม่เสื่อมคลาย
ผมเชื่อว่าทางออกที่ดีที่สุดสำหรับผู้อ่านทุกท่านคือการแยกสองมุมนี้ให้ชัดเจนในใจ แต่ไม่จำเป็นต้องเลือกทิ้งอย่างใดอย่างหนึ่ง หากท่านสนใจศึกษาประวัติศาสตร์จีนอย่างจริงจัง จดหมายเหตุสามก๊กและโฮ่วฮั่นซูคือหลักฐานที่ควรยึดถือ ม้าเช็กเทาเป็นม้าของลิโป้ ใช้บุกตะลุยในสมรภูมิจริง และหายไปจากบันทึกหลังลิโป้สิ้นชีวิตในปี ค.ศ. 199 ไม่มีข้อความใดเชื่อมโยงมันกับกวนอูเลยแม้แต่บรรทัดเดียว แต่หากท่านศึกษาในมุมของผู้บูชาหรือผู้ที่ยึดถือคุณธรรมแบบกวนอูอย่างผม ภาพกวนอูถือง้าวขี่ม้าเช็กเทาก็ยังคงเป็นสัญลักษณ์ทรงพลังที่สอนเรื่องความซื่อสัตย์ ความกล้าหาญ และการมีบริวารที่ดีคอยช่วยเหลือ ไม่ต่างจากที่ผมสัมผัสได้เองในชีวิตการค้าขายตลอดสามสิบกว่าปีที่ผ่านมา
สุดท้ายนี้ ผมอยากทิ้งท้ายไว้ว่า ไม่ว่าม้าเช็กเทาจะเป็นม้าของใครกันแน่ในทางประวัติศาสตร์ สิ่งที่สำคัญกว่าคือคุณค่าที่เรื่องราวนี้มอบให้แก่เรา ม้าหัวกระต่าย 兔头 ที่ดูเหมือนขัดแย้งกับความเป็นม้าศึกทรงพลัง กลับสอนให้เราเห็นว่าลักษณะภายนอกไม่ได้บอกความแข็งแกร่งภายในเสมอไป เช่นเดียวกับที่ความจริงทางประวัติศาสตร์กับความเชื่อทางวัฒนธรรมไม่จำเป็นต้องขัดแย้งกันจนต้องเลือกอย่างใดอย่างหนึ่ง ทั้งสองด้านสามารถอยู่ร่วมกันได้อย่างสมดุล ให้เราเรียนรู้ข้อเท็จจริงด้วยความเคารพต่อหลักฐาน และในเวลาเดียวกันก็รักษาคุณค่าทางจิตใจที่บรรพบุรุษได้ถ่ายทอดผ่านวรรณกรรมและความเชื่อไว้ให้ลูกหลานสืบต่อไปอย่างมีศักดิ์ศรี เหมือนที่ผมยังคงบูชาองค์กวนอูถือง้าวขี่ม้าเช็กเทาองค์นั้นด้วยความเคารพและศรัทธาไม่เสื่อมคลายมาจนถึงวันนี้
