↑
ครอบครัว ธุรกิจ แถวนี้ 101 แซ่อึ้ง บทความ ติดต่อครอบครัว
รากเหง้าและประวัติศาสตร์ · Huang Surname

แซ่อึ้ง (黃/黄) หรือแซ่หวง มาจากไหน?

จากแคว้นหวงโบราณในเหอหนาน สู่เจียงเซี่ย ฝูเจี้ยน แต้จิ๋ว และแผ่นดินไทย เส้นทางเกือบสามพันปีของแซ่หวง

โดย · · อ่าน ~12 นาที
ภาพประกอบ: อักษร 黃 สีทองเหนือพระราชวังจีนโบราณ กับข้อความ แซ่อึ้ง (黃) มาจากไหน
ภาพประกอบ: อักษร 黃 สีทองเหนือพระราชวังจีนโบราณ กับข้อความ แซ่อึ้ง (黃) มาจากไหน
สรุปสั้น · แซ่อึ้งมาจากไหน

แซ่อึ้ง ซึ่งบางคนค้นหาด้วยรูปสะกดว่า “แซ่อึ๊ง” เขียนภาษาจีนว่า 黃 หรือ 黄 ภาษาจีนกลางอ่านว่า Huáng หรือ “หวง” ส่วนสำเนียงแต้จิ๋วออกเสียงเป็น “อึ้ง” นามสกุลนี้มีต้นกำเนิดจากแคว้นหวงโบราณ ก่อนที่ลูกหลานจะแพร่กระจายสู่ฝูเจี้ยน แต้จิ๋ว และประเทศไทย

ภาษาจีน 黃 / 黄จีนกลาง Huángแต้จิ๋ว อึ้งต้นกำเนิด แคว้นหวงโบราณ

ผมเป็นคนแซ่อึ้งมาตั้งแต่จำความได้ แม้บัตรประชาชนจะระบุนามสกุลไทย แต่ในใจผมไม่เคยลืมว่าตัวเองคือลูกหลาน 黃 (หวง; สำเนียงแต้จิ๋วอ่านว่า อึ้ง) — แซ่หวงหรือแซ่อึ้ง

คำถามที่เด็กชาย "อึ้งเป๋งเม้ง" อย่างผมเคยสงสัยตอนเรียนอยู่โรงเรียนประเสริฐธรรมวิทยา หรือที่ชุมชนคนจีนย่านนั้นเรียกกันติดปากว่า "โรงเรียนเป่ยจิง" ก็คือ ตระกูลอึ้งของเรามาจากไหนกันแน่ และทำไมแซ่เดียวกันจึงถูกเรียกได้ทั้งอึ้งและหวง ตอนนั้นผมเชื่อแบบเด็ก ๆ ว่าตัวเองสืบเชื้อสายมาจากหวงตี้ จักรพรรดิเหลืองในตำนาน แต่เมื่อโตขึ้นและได้ค้นคว้าอย่างจริงจัง ผมพบว่าเรื่องราวที่แท้จริงของแซ่หวงนั้นซับซ้อนและน่าทึ่งกว่าความเชื่อพื้นฐานที่เราถูกสอนกันมามาก

คำตอบสั้น ๆ

แซ่หวง (黄) หรือแซ่อึ้งในสำเนียงแต้จิ๋ว มีต้นกำเนิดหลักจาก "ปั๋วอี้" (伯益) แห่งแซ่อิ๋ง (嬴姓) ผู้สถาปนา "แคว้นหวง" ขึ้นที่อำเภอหวงชวน มณฑลเหอหนานในปัจจุบัน หลังแคว้นฉู่ทำลายแคว้นหวงเมื่อ 648 ปีก่อนคริสตกาล ลูกหลานได้ "ถือเอาชื่อแคว้นเป็นแซ่" กลายเป็นจุดเริ่มต้นอย่างเป็นทางการของแซ่หวงที่มีประวัติศาสตร์ยาวนานราว 2,670 ปี ไม่ได้สืบมาจากหวงตี้จักรพรรดิเหลืองโดยตรงตามความเชื่อพื้นบ้านทั่วไป

แซ่อึ้ง จีนกลางอ่านว่าอะไร และภาษาจีนเขียนอย่างไร

แซ่อึ้งเขียนภาษาจีนแบบตัวเต็มว่า 黃 และแบบตัวย่อว่า 黄 ภาษาจีนกลางอ่านว่า Huáng (หวง) ส่วนคำว่า “อึ้ง” เป็นเสียงอ่านตามสำเนียงแต้จิ๋วที่คนไทยเชื้อสายจีนใช้สืบต่อกันมา จึงเป็นแซ่เดียวกันแม้การออกเสียงและการถอดอักษรจะแตกต่างกันตามภาษาและชุมชน

แซ่อึ้ง ภาษาอังกฤษเขียนอย่างไร

การเขียนแซ่อึ้งเป็นภาษาอังกฤษอาจพบได้หลายรูป เช่น Huang, Wong, Ng หรือ Ung ขึ้นอยู่กับสำเนียงจีนของครอบครัว ประเทศที่ตั้งถิ่นฐาน และระบบถอดเสียงที่ใช้ จึงไม่มีรูปเดียวที่ถูกต้องสำหรับทุกสายตระกูล ควรยึดการสะกดที่ปรากฏในเอกสารของบุคคลหรือครอบครัวนั้นเป็นหลัก

ตารางข้างล่างรวบรวมเสียงอ่านและรูปถอดอักษรที่พบบ่อย เรียบเรียงจากข้อมูลการถอดเสียงแซ่ 黃 ตามสำเนียงจีนถิ่นต่าง ๆ

ภาษาหรือสำเนียง เสียงอ่าน รูปโรมันที่พบ
จีนกลาง หวง Huang
แต้จิ๋ว อึ้ง Ng
ฮกเกี้ยนเฉวียนโจวและเซี่ยเหมิน อึ้ง Ng
ฮกเกี้ยนจางโจว อุ๋ย Oei, Ooi, Wee
กวางตุ้งและแคะ หว่อง Wong
ไหหลำ อุย Wee
เกาหลี ฮวัง (황) Hwang
เวียดนาม ฮหว่าง หรือ ฮวิ่ญ Hoàng, Huỳnh

ในเอกสารราชการไทย นามสกุลของผู้ที่ยังใช้แซ่นี้มักสะกดว่า Sae-Ung ซึ่งมาจากคำว่า "แซ่อึ้ง" ตรงตัว

แซ่อึ๊งกับแซ่อึ้งหมายถึงแซ่เดียวกันหรือไม่

ในบริบทการค้นหาชื่อแซ่ ทั้งสองรูปสะกดใช้เรียกนามสกุลจีน 黃/黄 เดียวกัน บทความนี้ใช้รูป “แซ่อึ้ง” เป็นหลักให้สอดคล้องกับเสียงและการเขียนที่ครอบครัวผู้เขียนใช้มาโดยตลอด

แซ่คืออะไร และแซ่อึ้งอยู่ตรงไหนในบรรดาแซ่จีน

คำว่า "แซ่" ที่คนไทยใช้กันจนคุ้นปาก ไม่ใช่คำไทยแท้ แต่ยืมมาจากคำแต้จิ๋วที่ตรงกับอักษรจีน 姓 ซึ่งแปลว่าชื่อสกุลวงศ์ พูดให้ง่ายที่สุด แซ่ก็คือนามสกุลของคนจีน ต่างกันตรงที่แซ่วางไว้หน้าชื่อตัวเสมอ และสืบทางสายพ่อมาตั้งแต่ก่อนที่สังคมไทยจะมีระบบนามสกุล

คำถามที่คนมักค้นคู่กันคือคนจีนแซ่อะไรเยอะที่สุด คำตอบตามรายงานประจำปีเรื่องแซ่ที่ใช้มากที่สุดร้อยอันดับของกระทรวงความมั่นคงสาธารณะจีน คือห้าอันดับแรกได้แก่ หวัง (王) หลี่ (李) จาง (张) หลิว (刘) และเฉิน (陈) ถัดมาคือ หยาง (杨) แล้วจึงเป็น หวง (黄) หรือแซ่อึ้ง ที่อันดับเจ็ด แหล่งเดียวกันระบุว่าแซ่กลุ่มอันดับหกถึงสิบซึ่งรวมแซ่หวงอยู่ด้วย แต่ละแซ่มีผู้ใช้เกินยี่สิบล้านคน

สำหรับคนไทยเชื้อสายจีน เลขอันดับเจ็ดนี้ไม่ได้มีความหมายแค่เชิงสถิติ มันแปลว่าเวลาท่านเดินเข้าไปในศาลเจ้าหรืองานไหว้ที่ไหนก็ตามในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โอกาสที่จะเจอคนแซ่เดียวกับท่านนั้นสูงมาก และนั่นคือเหตุผลที่สมาคมตระกูลของแซ่นี้ตั้งขึ้นได้ในแทบทุกเมืองที่มีชุมชนจีน

จากแซ่อึ้งสู่นามสกุลไทย

หลายครอบครัวไทยเชื้อสายจีนไม่ได้ใช้คำว่าแซ่ในเอกสารอีกแล้ว เพราะเมื่อสยามประกาศใช้พระราชบัญญัติขนานนามสกุล พระพุทธศักราช 2456 คนจีนที่ตั้งรกรากในไทยก็ทยอยตั้งนามสกุลแบบไทยขึ้นใช้แทน บางบ้านเลือกคำที่มีเสียงใกล้ของเดิม บางบ้านเลือกความหมายที่อยากฝากไว้ให้ลูกหลาน

บ้านผู้เขียนเป็นแบบหลัง รุ่นอากงที่เดินทางมาจากอำเภอเท่งไฮ้ยังใช้แซ่อึ้ง รุ่นคุณพ่อเปลี่ยนเป็นนามสกุลรังษีรัตนา และเมื่อราวยี่สิบปีก่อนครอบครัวเปลี่ยนมาใช้ "ศุภพิทักษ์พงษ์" ซึ่งแปลว่าความดีงามพิทักษ์วงศ์ตระกูล ถ้าท่านผู้อ่านเป็นลูกหลานจีนที่นามสกุลปัจจุบันไม่มีคำว่าแซ่อยู่แล้ว วิธีสืบกลับที่ได้ผลที่สุดคือถามผู้ใหญ่ในบ้านว่ารุ่นก่อนใช้แซ่อะไร เพราะแซ่คือกุญแจที่พาไปเจอทั้งหอประจำตระกูลและสมุดลำดับวงศ์ตระกูล ส่วนนามสกุลไทยนั้นพาไปไม่ถึง

ประเด็นสำคัญ

  • ต้นกำเนิดหลักของแซ่หวงมาจากปั๋วอี้แห่งแซ่อิ๋ง ไม่ใช่จากหวงตี้ตามที่มักเข้าใจกัน
  • จุดเปลี่ยนสำคัญคือปี 648 ก่อนคริสตกาล เมื่อแคว้นฉู่ทำลายแคว้นหวง แล้วลูกหลานใช้ชื่อแคว้นเป็นแซ่
  • ชุนเซินจวิน หวงเซี่ย คือบุคคลแซ่หวงคนแรกที่มีบันทึกชัดเจนในพงศาวดารทางการ และเป็นผู้ขุดแม่น้ำหวงผู่ที่เซี่ยงไฮ้
  • "เจียงเซี่ยถัง" คือหอประจำตระกูลที่แซ่หวงทั่วโลกใช้ร่วมกัน จากวลี "แซ่หวงใต้หล้า ล้วนมาจากเจียงเซี่ย"
  • บทกวีส่งบุตรของหวงเฉี้ยวซานกงในปี ค.ศ. 951 คือรหัสยืนยันรากเหง้าที่ลูกหลานตระกูลหวงทั่วโลกยังท่องจำกันอยู่
  • ปัจจุบันแซ่หวงมีประชากรกว่า 30 ล้านคน จัดเป็นแซ่อันดับ 7 ของจีน

ประวัติแซ่อึ้งและต้นกำเนิดแซ่หวงจากปั๋วอี้แห่งแซ่อิ๋ง

ตอนเด็ก ผมจำได้ง่าย ๆ แบบที่คนทั่วไปเชื่อกันว่าคนแซ่หวงเป็นลูกหลานหวงตี้ (Huangdi) จักรพรรดิเหลือง ปฐมกษัตริย์ในตำนานผู้รวบรวมแผ่นดินลุ่มแม่น้ำฮวงโหและได้รับยกย่องเป็นบรรพบุรุษร่วมของชาวจีนทั่วโลก แต่เมื่อผมไปอ่านงานวิจัยที่ใช้ "วิธีการตรวจสอบหลักฐานหลายชั้น" (Multi-evidence method) ซึ่งรวบรวมทั้งเอกสารยุคก่อนราชวงศ์ฉิน พงศาวดารอย่างสื่อจี้ (史记 — บันทึกประวัติศาสตร์ของซือหม่าเชียน) และทงจื้อ (通志 — สารานุกรมประวัติศาสตร์ของเจิ้งเฉียว สมัยซ่ง) ตลอดจนจารึกสำริดที่ขุดพบจริง ผมพบว่าเรื่องจริงมันเจาะจงกว่านั้นมาก

บรรพบุรุษทางสายเลือดของแซ่หวงสืบย้อนไปถึง "ปั๋วอี้" (伯益) บุคคลสำคัญของกลุ่มชนเผ่าตงอี๋ในยุคห้าจักรพรรดิ ตามบันทึกใน สื่อจี้ บทพงศาวดารราชวงศ์ฉิน (史記 秦本紀) ปั๋วอี้ได้รับพระราชทานแซ่อิ๋ง (嬴姓) จากพระเจ้าซุ่น เพราะช่วยพระเจ้าต้าอวี่ควบคุมอุทกภัยได้สำเร็จ กลุ่มแซ่อิ๋งเดิมนับถือ "นก" เป็นสัญลักษณ์ประจำเผ่า และมีกลุ่มย่อยหนึ่งที่บูชานกขมิ้นท้ายทอยดำหรือนกหวงอิง (黄莺) ซึ่งนักวิชาการเชื่อว่าเป็นที่มาของชื่อเผ่าหวงในทางมานุษยวิทยา น่าสนใจว่าเรื่องนี้ไม่ใช่แค่ตำนาน เพราะปี ค.ศ. 1983 มีการขุดค้นสุสานคู่สามีภรรยาหวงจวินเมิ่ง (黄君孟) ที่วัดเป่าเซียงซื่อ อำเภอกวงซาน มณฑลเหอหนาน พบเครื่องสัมฤทธิ์จากสุสานหวงจวินเมิ่งที่จัดแสดงในพิพิธภัณฑ์มณฑลเหอหนานที่มีจารึกคำว่า "หวงจวินเมิ่ง" และ "หวงจื่อทำขึ้นเพื่อหวงฮูหยินเมิ่งจี" ยืนยันตรงตัวว่าเจ้าผู้ครองแคว้นหวงใช้คำว่า "หวง" เรียกขานตนเองมาแต่โบราณ สำหรับผมแล้ว ความเชื่อแบบเด็ก ๆ ต้องเปลี่ยนแปลงด้วยหลักฐานทางโบราณคดีจริง ๆ แต่สำหรับผมรู้สึกภูมิใจมากขึ้น เพราะมันหมายความว่าตระกูลของเรามีตัวตนที่จับต้องได้ในประวัติศาสตร์ ไม่ใช่เพียงเรื่องเล่าลอย ๆ

เมื่อแคว้นฉู่ทำลายแคว้นหวง จุดกำเนิดแซ่หวงอย่างเป็นทางการ

จุดเปลี่ยนสำคัญที่สุดในประวัติศาสตร์แซ่หวงคือเหตุการณ์ที่บันทึกไว้ใน จั่วจ้วน ปีที่ 12 แห่งรัชสมัยซีกง (左傳 僖公) (อรรถกถาพงศาวดารชุนชิว ภาครัชกาลเจ้าแคว้นหลู่ซีกง) คือ 648 ปีก่อนคริสตกาล ว่า "ฤดูร้อน คนฉู่ทำลายแคว้นหวง" ฉู่เฉิงหวางอ้างเหตุผลว่าแคว้นหวงไม่ส่งเครื่องบรรณาการและไปเข้าข้างแคว้นฉี จึงยกทัพเข้าทำลายแคว้นหวงที่ดำรงอยู่มายาวนานราว 1,400 ปี ตามธรรมเนียมยุคก่อนฉินที่ว่า "สิ้นแคว้นแต่รักษาการเซ่นไหว้บรรพบุรุษ ใช้ชื่อแคว้นเป็นสกุล" เชื้อพระวงศ์และราษฎรแคว้นหวงที่กระจัดกระจายจึงนำชื่อแคว้นเดิมมาใช้เป็นแซ่ของตน นี่คือจุดเริ่มต้นที่แท้จริงของแซ่หวงซึ่งมีประวัติศาสตร์ยาวนานประมาณ 2,670 ปีมาจนถึงทุกวันนี้

เมืองโบราณแคว้นหวงตั้งอยู่ที่ตำบลหลงกู่ อำเภอหวงชวน เมืองซิ่นหยาง มณฑลเหอหนาน ซากกำแพงเมืองมีเส้นรอบวงเกือบ 6 กิโลเมตร พื้นที่ประมาณ 2.8 ล้านตารางเมตร และได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นโบราณสถานสำคัญระดับชาติในปี ค.ศ. 2006 การขุดค้นตั้งแต่ปี 1966 จนถึง 2018 พบสุสานยุคชุนชิวเกือบ 60 แห่งในพื้นที่แคว้นหวงเดิม พบเครื่องสัมฤทธิ์กว่า 400 ชิ้นที่มีจารึกคำว่า "หวงซุน" "หวงจี้" "หวงจวิน" และ "หวงซุนซวีจื่อไป๋หย่าเฉิน" รวมถึงเครื่องปั้นดินเผาจำนวนมาก เมื่อประกอบกับเครื่องสัมฤทธิ์ 36 ชิ้นจากสุสานหวงจวินเมิ่งที่พบก่อนหน้านี้ นักโบราณคดีจึงยืนยันได้ชัดเจนว่าแคว้นหวงมีตัวตนจริงในประวัติศาสตร์ และเชื้อพระวงศ์ของแคว้นนี้ใช้คำว่า "หวง" หรือในอักษรจีนดั้งเดิมเขียนว่า 黃 (Huang) เรียกขานตนเองมาตั้งแต่ก่อนเสียแคว้นเสียอีก ผมมองว่านี่คือหลักฐานที่ทำให้ ประวัติแซ่อึ้ง ไม่ใช่เพียงเรื่องเล่าปากต่อปาก แต่เป็นเรื่องที่มีหลักฐานทางโบราณคดีจริง หลังแคว้นล่มสลาย ลูกหลานแตกกระจายออกเป็นสามสาย บ้างอยู่ถิ่นเดิมแถบหวงชวน บ้างอพยพลงใต้ข้ามเทือกเขาต้าเปี๋ยซานไปรวมตัวที่เจียงเซี่ย และบ้างแยกย้ายไปทางแคว้นฉีและแคว้นอู๋ การอพยพครั้งนี้เองที่เป็นจุดเริ่มต้นของ การอพยพของแซ่หวงในจีน ซึ่งขยายวงกว้างขึ้นเรื่อย ๆ ในยุคต่อมา

ชุนเซินจวิน หวงเซี่ย ผู้วางรากฐานตระกูลหวงในเจียงตง

ถ้าจะถามว่าใครคือบรรพบุรุษของแซ่หวงคนแรกที่มีตัวตนชัดเจนในพงศาวดารทางการ คำตอบคือ ชุนเซินจวิน หวงเซี่ย (春申君黄歇) ขุนนางคนสำคัญแห่งยุคจ้านกั๋ว ท่านเป็นหนึ่งในสี่ยอดขุนนางผู้ทรงอิทธิพลของยุคนั้น ได้รับพระราชทานศักดินาในดินแดนอู๋ ซึ่งครอบคลุมพื้นที่เซี่ยงไฮ้และเจียงตงในปัจจุบัน และเป็นผู้บัญชาให้ขุดลอกแม่น้ำหวงผู่ ซึ่งกลายเป็นแม่น้ำสายหลักของเซี่ยงไฮ้มาจนถึงทุกวันนี้ นักประวัติศาสตร์นามสกุลจีนถือว่าเหตุการณ์นี้คือการวางรากฐานสำคัญของตระกูลหวงในแถบเจียงตง เพราะทำให้ลูกหลานแซ่หวงเริ่มกระจายตัวออกจากพื้นที่ภาคกลางไปสู่ภาคตะวันออกอย่างเป็นระบบ

สำหรับผมแล้ว เรื่องของหวงเซี่ยมีความหมายมากกว่าการเป็นแค่ข้อมูลในตำรา เพราะมันแสดงให้เห็นว่า ตระกูลอึ้ง ของเรามีบุคคลที่สร้างคุณูปการจริงต่อแผ่นดินจีน ไม่ใช่เพียงกลุ่มคนที่อพยพหนีภัยไปเรื่อย ๆ อย่างไร้ทิศทาง หลังยุคหวงเซี่ย ตระกูลหวงเติบโตอย่างต่อเนื่องในเมืองเจียงเซี่ย (江夏郡) ช่วงราชวงศ์ฉินและฮั่น จนกลายเป็นวงศ์ตระกูลใหญ่ที่มีชื่อเสียงในภูมิภาคนั้น และนี่เองคือที่มาของหอประจำตระกูลที่ลูกหลานแซ่หวงทั่วโลกยังคงใช้ร่วมกันมาจนถึงปัจจุบัน

เจียงเซี่ยถัง และบทกวีส่งบุตรที่ลูกหลานท่องจำกันข้ามศตวรรษ

หากใครเคยเห็นป้ายชื่อ "เจียงเซี่ยถัง" (江夏堂) แขวนอยู่หน้าศาลบรรพบุรุษของตระกูลหวงหรืออึ้งในต่างแดน นั่นไม่ใช่เรื่องบังเอิญ เพราะวลีที่ว่า "แซ่หวงใต้หล้า ล้วนมาจากเจียงเซี่ย" (天下黄氏出江夏) คือรากวัฒนธรรมร่วมที่ผูกลูกหลานตระกูลหวงทั่วโลกเข้าไว้ด้วยกัน ไม่ว่าจะอยู่ในฝูเจี้ยน กวางตุ้ง ไต้หวัน หรือชุมชนจีนโพ้นทะเลอย่างในประเทศไทย เจียงเซี่ยถังจึงเป็นมากกว่าชื่อสถานที่ แต่เป็นสัญลักษณ์ทางวัฒนธรรมและ ความสำคัญของแซ่หวงในวงการจีน ที่บอกทุกคนว่าเรามีรากเดียวกัน

อีกหนึ่งมรดกที่ผมประทับใจมากคือ บทกวีส่งบุตรของหวงเฉี้ยวซาน หรือเฉี้ยวซานกง (峭山公) ขุนนางแซ่หวงในยุคห้าราชวงศ์สิบแคว้น ท่านมีบุตรจำนวนมากและตัดสินใจส่งบุตรชายแยกย้ายไปตั้งรกรากในพื้นที่ต่าง ๆ ทั่วมณฑลฝูเจี้ยน โดยแต่งบทกวีสอนบุตรแต่ละคนไว้เป็นรหัสจดจำรากเหง้าประจำตระกูล บทกวีนี้แต่งขึ้นในปี ค.ศ. 951 ช่วงปลายยุคห้าราชวงศ์สิบแคว้น มีเนื้อหาสอนให้บุตรหลานทุกคนจดจำไว้ว่า แม้จะแยกย้ายไปคนละทิศละทาง แต่รากเหง้าเดียวกัน และไม่ว่าจะเปลี่ยนที่อยู่ไปไกลเพียงใด ก็ต้องไม่ลืมบรรพบุรุษและไม่ลืมที่จะกลับมาเซ่นไหว้ในวันสำคัญ สิ่งที่ทำให้ผมทึ่งเป็นพิเศษคือ บทกวีนี้ไม่ได้เป็นแค่บทท่องจำเชิงพิธีกรรม แต่มันทำงานเหมือนรหัสยืนยันตัวตนที่ลูกหลานตระกูลหวงในหลายมณฑลของจีน ไม่ว่าจะเป็นฝูเจี้ยน กวางตุ้ง หรือแม้แต่ในไต้หวันและชุมชนจีนโพ้นทะเล ยังใช้ท่องเทียบกันเมื่อพบคนแซ่เดียวกันแต่ไม่รู้จักมาก่อน หากท่องได้ตรงกัน ก็มักหมายความว่าสืบสายมาจากเฉี้ยวซานกงองค์เดียวกัน นี่คือรูปแบบหนึ่งของ วิธีการสืบค้นต้นตระกูลหวง ที่ตกทอดมาแบบปากต่อปากข้ามศตวรรษ โดยไม่ต้องพึ่งเอกสารราชการแม้แต่ฉบับเดียว

การอพยพขยายตัวจากเจียงเซี่ยสู่ฝูเจี้ยน กวางตุ้ง และแดนหนานหยาง

จากฐานที่มั่นในเจียงเซี่ยยุคฉินฮั่น ตระกูลหวงเริ่มขยายตัวลงใต้อย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะช่วงราชวงศ์จิ้นที่มีความไม่สงบทางเหนือ ทำให้คนแซ่หวงจำนวนมากอพยพเข้าสู่มณฑลฝูเจี้ยน ต่อมาในยุคห้าราชวงศ์สิบแคว้นที่เฉี้ยวซานกงส่งบุตรแยกย้ายไปตั้งรกราก ก็ยิ่งทำให้ตระกูลหวงหยั่งรากลึกในฝูเจี้ยนมากขึ้น จนเมื่อเข้าสู่ยุคซ่งและหยวน ลูกหลานก็กระจายตัวต่อไปยังกวางตุ้งอย่างกว้างขวาง และเมื่อถึงยุคหมิงและชิง คนแซ่หวงจำนวนมากก็ข้ามทะเลไปยังไต้หวัน และอพยพต่อไปยังภูมิภาคหนานหยางหรือเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งรวมถึงประเทศไทยด้วย ผลจากการอพยพหลายศตวรรษนี้ทำให้เกิดโครงสร้างประชากรแซ่หวงแบบที่นักวิชาการเรียกว่า "ใต้หนาแน่น เหนือเบาบาง หนาแน่นที่สุดทางตะวันออกเฉียงใต้" ซึ่งอธิบายได้ว่าทำไมคนแซ่อึ้งในไทยส่วนใหญ่จึงมีบรรพบุรุษมาจากแถบแต้จิ๋วในกวางตุ้งตะวันออก ไม่ใช่จากภาคเหนือของจีนอย่างที่หลายคนเข้าใจผิด

สำหรับผมแล้ว เรื่อง การอพยพของแซ่หวงในจีน นี้ไม่ใช่เพียงข้อมูลทางประชากรศาสตร์ แต่มันอธิบายตัวตนของผมเองได้ตรงจุด ทำไมพ่อแม่อากงอาม่าผมจึงพูดแต้จิ๋ว ทำไมชุมชนคนแซ่อึ้งในกรุงเทพฯ จึงตั้งศาลเจ้าและหอบรรพบุรุษในรูปแบบที่คล้ายกับตระกูลหวงในฝูเจี้ยน คำตอบอยู่ในเส้นทางการอพยพที่นักวิจัยด้านนามสกุลศาสตร์ได้ปะติดปะต่อไว้อย่างเป็นระบบนี้เอง

วัฒนธรรมตระกูลหวง และบุคคลสำคัญที่สร้างชื่อให้แซ่นี้

วัฒนธรรมและประเพณีตระกูลจีน ของแซ่หวงไม่ได้จำกัดอยู่แค่ป้ายเจียงเซี่ยถังหรือบทกวีส่งบุตรเท่านั้น แต่ยังรวมถึงสมุดลำดับวงศ์ตระกูล ป้ายนามบรรพบุรุษหรือถังฮ่าว และคำสอนประจำตระกูลที่ถ่ายทอดกันมาในแต่ละสาย สิ่งเหล่านี้คือกลไกที่ทำให้คนแซ่หวงกระจัดกระจายไปทั่วโลกยังรู้สึกผูกพันกันในฐานะเครือญาติร่วมสาย

หากมีใครถามว่า วัฒนธรรมตระกูลหวงหรือตระกูลอึ้งคืออะไร ผมมักตอบว่า มันคือระบบความทรงจำร่วมที่ช่วยให้คนแซ่เดียวกันซึ่งไม่เคยรู้จักกันมาก่อนสามารถรู้สึกเป็นญาติกันได้ทันทีที่รู้ที่มา ไม่ว่าจะเป็นป้ายเจียงเซี่ยถังที่แขวนไว้หน้าศาลบรรพบุรุษ สมุดลำดับวงศ์ตระกูลที่ผู้ใหญ่ในบ้านเก็บรักษาไว้อย่างดี หรือคำสอนประจำตระกูลที่อากงอาม่าท่องให้ลูกหลานฟังในวันไหว้บรรพบุรุษ สิ่งเหล่านี้ล้วนทำหน้าที่เดียวกันคือผูกคนที่กระจัดกระจายไปทั่วโลกให้กลับมารู้สึกเป็นสายเลือดเดียวกัน

ตลอดประวัติศาสตร์จีน ตระกูลอึ้งหรือตระกูลหวงผลิตบุคคลสำคัญออกมาแทบทุกยุคสมัย ในด้านศิลปะและวรรณกรรมมีหวงถิงเจียน (黄庭坚) กวีและนักอักษรวิจิตรแห่งราชวงศ์ซ่งที่ได้รับการยกย่องเป็นหนึ่งในสี่ยอดปรมาจารย์อักษรวิจิตร ในด้านความคิดและวิชาการมีหวงจงซี (黄宗羲) นักปราชญ์ปลายราชวงศ์หมิงต่อต้นชิงผู้บุกเบิกแนวคิดวิพากษ์ระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์ ในด้านการเมืองการปฏิวัติมีหวงซิง (黄兴) หนึ่งในผู้นำคนสำคัญของการปฏิวัติซินไฮ่ที่ร่วมก่อตั้งสาธารณรัฐจีน และในยุคใกล้เรามีหวงจี้กวาง (黄继光) ทหารผู้เสียสละชีวิตในสงครามเกาหลีจนกลายเป็นสัญลักษณ์แห่งความกล้าหาญ บุคคลเหล่านี้ต่างสายกันโดยภูมิภาคและยุคสมัย แต่ล้วนอยู่ภายใต้ร่มเดียวกันของแซ่หวง ผมมองว่านี่คือสิ่งที่ตอบคำถามว่า ทำไมแซ่หวงถึงสำคัญในจีน ได้ชัดเจนกว่าตัวเลขประชากรเสียอีก เพราะมันแสดงให้เห็นว่าตระกูลนี้ไม่ได้ผูกติดอยู่กับพื้นที่ใดพื้นที่หนึ่ง แต่แทรกตัวอยู่ในทุกหน้าประวัติศาสตร์จีนจริง ๆ

ปัจจุบันแซ่หวงมีประชากรมากกว่า 30 ล้านคนทั่วโลก จัดเป็นแซ่อันดับ 7 ของจีน กระจายตัวอยู่ทั้งในจีนแผ่นดินใหญ่ ฮ่องกง มาเก๊า ไต้หวัน และชุมชนจีนโพ้นทะเลทั่วโลก รวมถึงในประเทศไทยที่ผมเติบโตมา สำหรับผมแล้วตัวเลขนี้ไม่ใช่แค่สถิติเย็นชา แต่มันหมายความว่าทุกครั้งที่ผมเจอคนแซ่อึ้งคนอื่น ไม่ว่าจะพูดแต้จิ๋ว กวางตุ้ง หรือแม้แต่ภาษาไทยล้วน เรามีจุดร่วมทางประวัติศาสตร์ที่ยาวนานเกือบสามพันปีซ่อนอยู่เบื้องหลังนามสกุลที่ต่างกันในบัตรประชาชน

คำถามที่พบบ่อย

แซ่อึ้ง จีนกลางอ่านว่าอะไร

อ่านว่า Huáng ถอดเสียงไทยว่าหวง ส่วนคำว่าอึ้งที่คนไทยคุ้นเคยเป็นเสียงอ่านของอักษรตัวเดียวกันตามสำเนียงแต้จิ๋ว จึงเป็นแซ่เดียวกัน ไม่ใช่คนละแซ่ ในภาษาจีนเขียนตัวเต็มว่า 黃 และตัวย่อว่า 黄

แซ่อึ้ง ภาษาอังกฤษเขียนอย่างไร

ไม่มีรูปเดียวที่ถูกต้องสำหรับทุกสายตระกูล เพราะสะกดตามสำเนียงที่ครอบครัวใช้ สำเนียงแต้จิ๋วและฮกเกี้ยนเฉวียนโจวเขียนว่า Ng สำเนียงกวางตุ้งและแคะเขียนว่า Wong จีนกลางเขียนว่า Huang ส่วนเอกสารราชการไทยมักสะกดนามสกุลนี้ว่า Sae-Ung ควรยึดตามที่ปรากฏในเอกสารของครอบครัวนั้นเป็นหลัก

แซ่คืออะไร

แซ่คือชื่อสกุลวงศ์ของคนจีน คำนี้ยืมมาจากคำแต้จิ๋วที่ตรงกับอักษรจีน 姓 ต่างจากนามสกุลไทยตรงที่แซ่วางไว้หน้าชื่อตัวเสมอและสืบทางสายพ่อมาแต่โบราณ

คนจีนแซ่อะไรเยอะที่สุด และแซ่อึ้งอยู่อันดับเท่าไร

ตามรายงานแซ่ที่ใช้มากที่สุดร้อยอันดับของกระทรวงความมั่นคงสาธารณะจีน ห้าอันดับแรกคือ หวัง หลี่ จาง หลิว และเฉิน ถัดมาคือหยาง แล้วจึงเป็นหวงหรือแซ่อึ้งที่อันดับเจ็ด โดยแซ่ในกลุ่มอันดับหกถึงสิบแต่ละแซ่มีผู้ใช้เกินยี่สิบล้านคน

แซ่อึ้งมาจากไหน

แซ่อึ้งคือสำเนียงแต้จิ๋วของแซ่หวง (黄) มีต้นกำเนิดจากปั๋วอี้แห่งแซ่อิ๋งผู้สถาปนาแคว้นหวงในมณฑลเหอหนาน และกลายเป็นแซ่อย่างเป็นทางการหลังแคว้นฉู่ทำลายแคว้นหวงเมื่อ 648 ปีก่อนคริสตกาล ไม่ได้มาจากหวงตี้จักรพรรดิเหลืองโดยตรงตามความเชื่อพื้นบ้าน

ใครคือบรรพบุรุษของแซ่หวง

หากนับบรรพบุรุษทางสายเลือดคือปั๋วอี้แห่งแซ่อิ๋ง แต่หากนับบุคคลแซ่หวงคนแรกที่มีบันทึกชัดเจนในพงศาวดารทางการ คือชุนเซินจวิน หวงเซี่ย ขุนนางยุคจ้านกั๋วผู้วางรากฐานตระกูลหวงในแถบเจียงตงและเป็นผู้ขุดแม่น้ำหวงผู่ที่เซี่ยงไฮ้

วัฒนธรรมตระกูลหวงคืออะไร

คือระบบความทรงจำร่วม เช่น เจียงเซี่ยถังหรือหอประจำตระกูล สมุดลำดับวงศ์ตระกูล คำสอนประจำตระกูล และบทกวีส่งบุตรของเฉี้ยวซานกง ที่ช่วยให้ลูกหลานแซ่หวงทั่วโลกจดจำรากเหง้าและรู้สึกเป็นญาติกันแม้ไม่เคยพบหน้ากันมาก่อน

ทำไมแซ่หวงถึงสำคัญในจีน

เพราะแซ่หวงมีประวัติศาสตร์ยาวนานเกือบ 2,670 ปี มีประชากรกว่า 30 ล้านคนจัดเป็นอันดับ 7 ของจีน และผลิตบุคคลสำคัญในทุกยุคสมัย ตั้งแต่นักปราชญ์ กวี นักปฏิวัติ ไปจนถึงวีรบุรุษทหาร สะท้อนบทบาทของตระกูลนี้ในหน้าประวัติศาสตร์จีนอย่างต่อเนื่อง

ทำอย่างไรถึงจะรู้เกี่ยวกับแซ่หวงของตัวเองให้ลึกขึ้น

สำหรับคนที่อยากรู้ วิธีการสืบค้นต้นตระกูลหวง ผมแนะนำให้เริ่มจากเรื่องใกล้ตัวก่อน คือถามผู้เฒ่าผู้แก่ในครอบครัวว่ายังมีสมุดลำดับวงศ์ตระกูลหรือป้ายถังฮ่าวเก็บไว้หรือไม่ หลายบ้านที่ผมรู้จักมีสมุดเก่าเก็บไว้ในหีบไม้โดยไม่มีใครเปิดดูมาหลายสิบปี ถัดมาคือลองสอบถามที่ศาลเจ้าหรือสมาคมแซ่หวงในพื้นที่ที่ท่านอาศัยอยู่ เพราะสมาคมเหล่านี้มักเก็บบันทึกการอพยพของบรรพบุรุษไว้เป็นระบบ และสุดท้ายคือลองฟังดูว่าในครอบครัวยังมีใครจำกลอนหรือคำสอนบางบทที่ท่องต่อกันมาโดยไม่รู้ความหมายหรือไม่ เพราะบางครั้งนั่นอาจเป็นเศษเสี้ยวของบทกวีส่งบุตรที่ตกทอดมาข้ามหลายชั่วอายุคนโดยที่เราเองก็ไม่ทันสังเกต

บทสรุป

เมื่อผมย้อนกลับไปมองเด็กชายอึ้งเป๋งเม้งที่เคยนั่งฟังครูสอนภาษาจีนที่โรงเรียนเป่ยจิงด้วยความสงสัยง่าย ๆ ว่าตระกูลอึ้งของเรามาจากไหน ผมรู้สึกขอบคุณเส้นทางการค้นคว้าที่พาผมมาไกลกว่าความเชื่อพื้นบ้านที่ว่าเราคือลูกหลานหวงตี้จักรพรรดิเหลืองโดยตรง เพราะแท้จริงแล้วรากเหง้าของแซ่หวง หรือแซ่อึ้งในสำเนียงแต้จิ๋ว มีความเป็นมาที่จับต้องได้ชัดเจนกว่านั้นมาก ตั้งแต่ปั๋วอี้แห่งแซ่อิ๋ง ผู้สถาปนาแคว้นหวงเมื่อเกือบสามพันปีก่อน มาจนถึงวันที่แคว้นฉู่ทำลายแคว้นหวงในปี 648 ก่อนคริสตกาล และลูกหลานตัดสินใจ "ถือเอาชื่อแคว้นเป็นแซ่" กลายเป็นจุดกำเนิดอย่างเป็นทางการของนามสกุลที่เขียนด้วยอักษรจีนตัวย่อว่า 黄 หรืออักษรจีนดั้งเดิมที่เขียนเต็มรูปว่า 黃 อ่านออกเสียงในภาษาอังกฤษว่า Huang

สิ่งที่ผมประทับใจที่สุดจากการค้นคว้าครั้งนี้ ไม่ใช่แค่ข้อมูลทางประวัติศาสตร์หรือหลักฐานทางโบราณคดีที่ยืนยันการมีตัวตนจริงของแคว้นหวง แต่คือความรู้สึกว่าตระกูลอึ้งของเรามีเรื่องราวที่หนักแน่นพอจะภูมิใจได้โดยไม่ต้องพึ่งตำนานเกินจริง ตั้งแต่ชุนเซินจวิน หวงเซี่ย ผู้วางรากฐานตระกูลหวงที่เจียงตง ไปจนถึงบทกวีส่งบุตรของเฉี้ยวซานกงที่ลูกหลานยังท่องจำกันข้ามศตวรรษ และการอพยพยาวนานจากเจียงเซี่ยลงมาถึงแต้จิ๋วก่อนจะข้ามทะเลมาตั้งรกรากในแผ่นดินไทย ทุกช่วงตอนล้วนเชื่อมโยงกันเป็นสายธารเดียว ผมเชื่อว่าสำหรับลูกหลานจีนรุ่น 3 อย่างผมและครอบครัวศุภพิทักษ์พงษ์ และรุ่นต่อ ๆ ไปที่อาจไม่ได้พูดภาษาจีนคล่องเหมือนคนรุ่นปู่ย่า การได้รู้ว่าตัวเองมาจากไหนไม่ใช่เรื่องล้าสมัย แต่เป็นรากฐานที่ทำให้เรายืนอยู่บนแผ่นดินไทยได้อย่างมั่นคงและภาคภูมิใจในตัวตนของตัวเองไปพร้อมกัน

แหล่งข้อมูลและอ่านเพิ่มเติม

บ้านของคนแซ่อึ้ง

แซ่อึ้ง 黃 ตระกูลอึ้งในไทย

บ้านของคนแซ่อึ้ง และลูกหลานคนเท่งไฮ้ 澄海 ในเมืองไทย

ไปที่หน้าแซ่อึ้ง 黃 →

ติดตามเพจ แซ่อึ้ง 黃 ตระกูลอึ้งในไทย บน Facebook

เกี่ยวกับผู้เขียน

ธนินพงษ์ ศุภพิทักษ์พงษ์ (MingPaPa)
黄炳明 - MingPaPa

เขียนโดย

ชื่อจีน 黄炳明 (แต้จิ๋ว อึ้งเป๋งเม้ง / จีนกลาง หวงปิ่งหมิง)

นักธุรกิจโรงพิมพ์ ครูศิลปะการต่อสู้ และผู้ถ่ายทอดวัฒนธรรมจีน ศาสนา และความเชื่อ

ประสบการณ์ที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้: อากงของผู้เขียนเดินทางมาจากอำเภอเท่งไฮ้ (澄海) แต้จิ๋ว เมื่อราวร้อยกว่าปีก่อน รุ่นอากงใช้แซ่อึ้ง รุ่นคุณพ่อเปลี่ยนเป็นนามสกุลรังษีรัตนา และเมื่อราว 20 ปีก่อนครอบครัวเปลี่ยนเป็น "ศุภพิทักษ์พงษ์" ซึ่งแปลว่าความดีงามพิทักษ์วงศ์ตระกูล ที่บ้านไม่มีป้ายเจียงเซี่ยถังหรือสมุดลำดับวงศ์ตระกูล แต่ผู้เขียนรู้ว่าตนอยู่ในรุ่น "เอี้ยน" (燕) ที่แปลว่านกนางแอ่นตามลำดับชื่อรุ่นของตระกูล

ประวัติการแก้ไข

  • — แก้ประโยคที่ว่าบทกวีส่งบุตรของหวงเฉี้ยวซานสอนว่ารากเหง้าเดียวกัน "คือเจียงเซี่ย" เพราะตัวบทกวีไม่มีคำว่า 江夏 จึงตัดสามคำนั้นออก และแก้คำบรรยายภาพปกให้ตรงกับภาพจริง ซึ่งเป็นภาพประกอบอักษร 黃 ไม่ใช่ภาพถ่ายป้ายศาลบรรพบุรุษ
  • — ปรับหัวเรื่องและคำอธิบายให้ตรงกับคำที่คนค้นจริง เพิ่มตารางเสียงอ่านแซ่ 黃 ตามสำเนียงจีนถิ่นพร้อมรูปถอดอักษร Sae-Ung ที่ใช้ในเอกสารไทย เพิ่มหัวข้อ "แซ่คืออะไร และแซ่อึ้งอยู่ตรงไหนในบรรดาแซ่จีน" ที่ตอบว่าคนจีนแซ่อะไรมากที่สุดตามรายงานของกระทรวงความมั่นคงสาธารณะจีน และหัวข้อ "จากแซ่อึ้งสู่นามสกุลไทย" ที่อ้างพระราชบัญญัติขนานนามสกุล พ.ศ. 2456 เพิ่มคำถามที่พบบ่อยสี่ข้อ และเพิ่มแหล่งอ้างอิงสี่รายการ
  • — เผยแพร่ครั้งแรก

พบข้อมูลคลาดเคลื่อน แจ้งได้ที่หน้าติดต่อ และอ่านวิธีตรวจสอบกับแก้ไขข้อผิดพลาดได้ที่นโยบายบรรณาธิการ

บทความที่เกี่ยวข้อง

ดูบทความทั้งหมดในหมวดตระกูลอึ้ง