ทุกปีเมื่อถึงวันที่ 5 เดือน 5 ตามปฏิทินจีน ผมจะนึกถึงช่วงที่เคยร่ำเรียนวิชาเขียนยันต์หรือฮู้จีนมาก่อน เพราะอาจารย์ท่านย้ำเสมอว่าวันนี้ไม่ใช่แค่วันไหว้บ๊ะจ่างธรรมดา แต่เป็นฤกษ์ที่พลังหยางแรงที่สุดในรอบปี คนทั่วไปอาจมองว่าเป็นแค่เทศกาลกินขนมกับดูเรือแข่ง แต่สำหรับคนที่คลุกคลีกับศาสตร์อภิปรัชญาจีนอย่างผม วันนี้มีมิติที่ลึกซึ้งกว่านั้นมาก ทั้งเรื่องกวีเอกผู้รักชาติที่ยอมพลีชีพ ทั้งความเชื่อเรื่องยินหยางที่ต่อสู้กัน และภูมิปัญญาชาวบ้านที่สั่งสมมากว่าสองพันปี
คำตอบสั้น ๆ
เทศกาลตวนอู่เจี๋ย (端午节 — เทศกาลวันที่ห้าเดือนห้า) คือเทศกาลไหว้บ๊ะจ่างของจีน ตรงกับวันที่ 5 เดือน 5 ตามปฏิทินจันทรคติจีน จัดขึ้นเพื่อรำลึกถึง “ซีหยวน” หรือที่คนไทยเชื้อสายจีนคุ้นชื่อในสำเนียงแต้จิ๋วว่า “คุง้วน” กวีเอกและขุนนางผู้รักชาติแห่งแคว้นฉู่ (340–278 ปีก่อนคริสต์ศักราช) สำหรับปี พ.ศ. 2569 (ค.ศ. 2026) เทศกาลนี้ตรงกับวันที่ 19 มิถุนายน ตามประกาศวันหยุดของจีน
ประเด็นสำคัญที่สุด: เทศกาลตวนอู่เจี๋ยได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ของยูเนสโกในปี 2009 สะท้อนว่าเทศกาลนี้ไม่ใช่แค่ประเพณีท้องถิ่น แต่เป็นมรดกที่ผสมผสานความเชื่อเรื่องธรรมชาติ ประวัติศาสตร์ และวิถีชาวบ้านเข้าไว้ด้วยกันอย่างแนบแน่น
ประเด็นสำคัญ
- ตวนอู่เจี๋ยไม่ได้มีที่มาจากเรื่องเดียว แต่เป็นการซ้อนทับกันของความเชื่อเรื่องขับไล่พิษในเดือนอันตราย การบูชามังกร และการรำลึกถึงซีหยวน
- บ๊ะจ่างมีทั้งแบบเค็มแบบทางใต้ เช่น หมูสามชั้น ไข่แดง กุ้งแห้ง เห็ดหอม และแบบหวานทางเหนือ เช่น พุทราจีนหรือถั่วแดงกวน รสชาติที่ต่างกันสะท้อนภูมิศาสตร์และวิถีชีวิตของแต่ละภูมิภาค
- การแข่งเรือมังกรมีความผูกพันกับตำนานการตามหาร่างซีหยวน และปัจจุบันกลายเป็นกีฬาที่จัดแข่งขันในหลายประเทศทั่วโลก
- ในคติศาสนาเต๋า วันนี้เรียกว่า “วันตี้ล่า” (地腊 — วันบวงสรวงแผ่นดิน) จึงมีพิธีผูกด้ายห้าสี แขวนโกฐจุฬาลัมพา และเขียนยันต์ขับไล่พลังเสนียด
- เทศกาลตวนอู่เจี๋ยของจีนได้รับการขึ้นทะเบียนในบัญชีมรดกวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ของยูเนสโก และยังคงถ่ายทอดผ่านอาหาร กีฬา พิธีกรรม และงานหัตถกรรม
ตวนอู่เจี๋ยคืออะไรกันแน่ ทำไมถึงมีหลายตำนาน
หลายคนถามผมว่า “ตวนอู่เจี๋ยคืออะไร” แบบง่าย ๆ คำตอบคือมันคือเทศกาลไหว้บ๊ะจ่างที่จัดในวันที่ห้า เดือนที่ห้าของปฏิทินจีน แต่ถ้าจะเข้าใจให้ลึกจริง ต้องรู้ว่านักวิชาการจีนเชื่อว่าเทศกาลนี้ไม่ได้เกิดจากเรื่องเดียว แต่เป็นการซ้อนทับของความเชื่อหลายชั้น ชั้นแรกคือความเชื่อเรื่อง “วันอัปมงคล” สมัยก่อนราชวงศ์ฉิน คนจีนโบราณมองว่าเดือนห้าเป็น “เดือนชั่ว” และวันที่ห้าเป็น “วันชั่ว” เพราะอากาศเริ่มร้อนจัด สัตว์มีพิษตื่นจากการจำศีล คนโบราณจึงต้องเก็บสมุนไพร อาบน้ำใบกล้วยไม้ และแขวนใบโกฐจุฬาลัมพาเพื่อป้องกันโรค ในคัมภีร์หลี่จี้–เยว่ลิ่ง (礼记·月令 — บันทึกพิธีกรรมว่าด้วยฤดูกาล) มีบันทึกถึงช่วงกลางฤดูร้อนที่หยินหยางต่อสู้กัน ซึ่งสอดคล้องกับสิ่งที่ผมเคยเรียนมาว่าวันนี้คือวันที่พลังหยางพุ่งถึงขีดสุดในรอบปีพอดี
ชั้นที่สองคือทฤษฎีของนักวิชาการเหวินอี้ตัว (闻一多) ที่เสนอว่าตวนอู่เจี๋ยมีรากมาจากการบูชามังกรของชนเผ่าเยว่โบราณ การแข่งเรือมังกรแท้จริงคือพิธีบวงสรวงมังกร ซึ่งสอดคล้องกับหลักฐานทางโบราณคดีอย่างเครื่องปั้นดินเผาลายเรขาคณิตและธรรมเนียมสักผมตัดสั้นที่พบในลุ่มแม่น้ำแยงซี ส่วนชั้นที่สามซึ่งเป็นชั้นที่คนทั่วไปรู้จักมากที่สุดคือการรำลึกถึงซีหยวน กวีเอกแห่งแคว้นฉู่ในช่วงปลายยุครณรัฐ นอกจากนี้ยังมีตำนานท้องถิ่นอื่น เช่น พื้นที่มณฑลเจียงซูและเจ้อเจียงบางส่วนรำลึกถึงอู่จื่อซวี (伍子胥) ขุนนางที่กลายเป็นเทพเจ้าแห่งคลื่นทะเลตามความเชื่อ และบางพื้นที่ชายฝั่งตะวันออกเฉียงใต้รำลึกถึงเฉาเอ๋อ (曹娥) ลูกสาวกตัญญูที่กระโดดน้ำตามหาศพบิดา สรุปคือความสำคัญของตวนอู่เจี๋ยเกิดจากการที่คนจีนหลายยุคหลายพื้นที่นำความเชื่อของตนมาผูกรวมกับวันเดียวกันจนกลายเป็นเทศกาลที่มีความหมายหลายชั้นอย่างที่เห็นทุกวันนี้
ประวัติซีหยวน กวีเอกที่ทำให้เกิดขนมบ๊ะจ่าง
เรื่องที่ผมจำได้แม่นที่สุดตั้งแต่เรียนวิชานี้คือชีวิตของซีหยวน หรือคุง้วนตามสำเนียงแต้จิ๋วที่คนไทยเชื้อสายจีนคุ้นเคย ท่านเป็นกวีและขุนนางผู้รักชาติแห่งแคว้นฉู่ในช่วง 340–278 ปีก่อนคริสต์ศักราช เป็นทั้งนักการเมืองผู้ซื่อสัตย์และนักปราชญ์ผู้ยิ่งใหญ่ที่แต่งบทกวี “หลีเซา” (离骚 — บทคร่ำครวญเมื่อประสบความทุกข์) ซึ่งกลายเป็นรากฐานสำคัญของวรรณกรรมจีน วรรคที่ผมชอบมากที่สุดมีความหมายว่า “สิ่งที่ใจข้ารักใคร่ ถึงตายเก้าครั้งก็ไม่เสียใจ” สะท้อนความยึดมั่นในอุดมการณ์อย่างแท้จริง แต่โชคชะตากลับเล่นตลก ท่านถูกขุนนางกังฉินใส่ร้ายว่าไม่ภักดีต่อประเทศ จนถูกเนรเทศ และเมื่อเห็นแคว้นฉู่ล่มสลายด้วยน้ำมือของศัตรู ท่านจึงเลือกกระโดดลงแม่น้ำมี่หลัวเจียงเพื่อพลีชีพประท้วงความอยุติธรรม
ชาวบ้านที่รักและเคารพท่านจึงรีบพายเรือออกไปตามหาศพ พร้อมโปรยข้าวปั้นลงในแม่น้ำเพื่อไม่ให้ร่างของท่านถูกปลาและกุ้งในแม่น้ำแทะกัดกิน ต่อมามีเรื่องเล่าว่าชาวบ้านผู้หนึ่งฝันเห็นซีหยวนมาเข้าฝันในชุดอาภรณ์งดงาม กล่าวขอบคุณที่นำอาหารมาโปรยให้ พร้อมแนะนำว่าหากจะเซ่นไหว้ให้ได้ผล ควรห่ออาหารด้วยใบไผ่หรือใบจากเสียก่อน เพื่อไม่ให้สัตว์น้ำแย่งกินไปก่อนที่ดวงวิญญาณของท่านจะได้รับ นี่จึงเป็นที่มาของ “บ๊ะจ่าง” ขนมที่กลายเป็นสัญลักษณ์ของเทศกาลไหว้บ๊ะจ่างมาจนถึงทุกวันนี้ ผมมักบอกลูกศิษย์เสมอว่าเรื่องราวของซีหยวนไม่ใช่แค่ตำนาน แต่คือบทเรียนเรื่องความซื่อสัตย์ต่ออุดมการณ์ที่คนจีนยกย่องมานับพันปี
วิธีทำบ๊ะจ่างและความแตกต่างระหว่างเหนือ–ใต้
ถ้าถามว่าบ๊ะจ่างมีอะไรใส่บ้าง คำตอบขึ้นอยู่กับว่าท่านอยู่ภาคไหนของจีน เพราะรสชาติของขนมบ๊ะจ่างสะท้อนภูมิศาสตร์และวิถีชีวิตของแต่ละพื้นที่อย่างชัดเจน ทางภาคใต้แถบลุ่มแม่น้ำแยงซีและกวางตุ้งนิยมบ๊ะจ่างรสเค็ม ไส้หมูสามชั้น ไข่แดงเค็ม กุ้งแห้ง เห็ดหอม และถั่วเขียว บางพื้นที่อย่างเขตเฮ่อซานในกวางตุ้งยังมี “บ๊ะจ่างเรือมังกร” ที่ทำเป็นชิ้นใหญ่ไว้เป็นเสบียงให้นักพายเรือ ส่วนทางภาคเหนือแถบลุ่มแม่น้ำเหลืองนิยมบ๊ะจ่างรสหวาน ใส่พุทราจีน ถั่วแดงกวน หรือผลไม้แห้ง ห่อเป็นทรงสี่เหลี่ยมเอียง
วิธีทำบ๊ะจ่างโดยทั่วไปเริ่มจากการแช่ข้าวเหนียวให้นุ่ม เตรียมไส้ตามชอบ ห่อด้วยใบไผ่หรือใบตองให้แน่น มัดด้วยเชือกฟาง แล้วนำไปนึ่งหรือต้มจนสุกหอมกรุ่น ความแตกต่างนี้ไม่ได้มีแค่เรื่องรสชาติ แต่ยังสะท้อนภูมิศาสตร์และวัตถุดิบในแต่ละท้องถิ่น สำหรับพิธีกรรมไหว้บ๊ะจ่างในครัวเรือนคนไทยเชื้อสายจีน ผมแนะนำให้จัดโต๊ะไหว้ด้วยบ๊ะจ่างคู่กับผลไม้มงคล ธูปเทียน และน้ำชา โดยเชื่อว่าการไหว้บ๊ะจ่างในวันนี้นอกจากรำลึกถึงซีหยวนแล้ว ยังเป็นการขอพรให้ครอบครัวปลอดภัยจากโรคภัยในช่วงที่อากาศเปลี่ยนแปลงบ่อยด้วย หากสนใจเรื่องรากเหง้าชาวจีนแต้จิ๋วเพิ่มเติม สามารถอ่าน สะพานกว่างจี๋กับรากเหง้าชาวจีนแต้จิ๋ว ต่อได้
การแข่งเรือมังกรและกิจกรรมที่น่าสนใจในเทศกาลตวนอู่เจี๋ย
กิจกรรมที่น่าสนใจในเทศกาลตวนอู่เจี๋ยที่ผมแนะนำให้ไปสัมผัสสักครั้งคือการแข่งเรือมังกร ซึ่งมีความผูกพันกับเรื่องเล่าที่ชาวบ้านพายเรือตามหาร่างของซีหยวน วันนี้เรือมังกรกลายเป็นกีฬาระดับโลกที่จัดแข่งขันในหลายประเทศ เช่น แคนาดา อังกฤษ อาร์เจนตินา และแอฟริกาใต้ ประเทศเหล่านี้รับเอาสัญลักษณ์เรือมังกรไปใช้ในฐานะกีฬาและกิจกรรมชุมชน ผมมองว่านี่คือตัวอย่างที่ชัดเจนของ “การแปลทางวัฒนธรรม” (cultural translation) ซึ่งแต่ละสังคมสามารถรับวัฒนธรรมไปตีความใหม่ในบริบทของตน
ที่ไหนมีการจัดงานตวนอู่เจี๋ยบ้างในระดับโลก คำตอบคือมีทั้งจีนแผ่นดินใหญ่ ฮ่องกง ไต้หวัน มาเก๊า และชุมชนชาวจีนโพ้นทะเลทั่วเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ รวมถึงประเทศไทย แต่ที่น่าสนใจคือเกาหลีใต้และญี่ปุ่นก็มีเทศกาลในช่วงเวลาใกล้เคียงกันแต่มีรูปแบบต่างออกไป เกาหลีใต้มี “คังนึงทาโนเจ” (江陵端午祭) ซึ่งได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกยูเนสโกแยกต่างหากจากจีน เป็นพิธีกรรมแบบชามานที่เน้นการเซ่นไหว้เทพเจ้า การแสดงหน้ากาก ดนตรีพื้นบ้าน และตลาดนัด ส่วนญี่ปุ่นกำหนดวันที่ 5 พฤษภาคมเป็น “วันเด็ก” (こどもの日) และมีธรรมเนียมที่สืบโยงจากเทศกาลเด็กชาย เช่น การแขวนธงปลาคาร์ป โดยคำว่าโชบุ (菖蒲 — ว่านน้ำ) พ้องเสียงกับแนวคิดเรื่องจิตวิญญาณนักรบ (尚武) ผมมักบอกลูกศิษย์ว่านี่คือหลักฐานชัดเจนว่าวัฒนธรรมเมื่อเดินทางข้ามพรมแดน ย่อมถูกตีความใหม่ตามบริบทท้องถิ่นเสมอ
ในส่วนของกิจกรรมสมัยใหม่ที่เพิ่มเข้ามาในบางพื้นที่ท่องเที่ยวของจีน ผมสังเกตว่าบางเมืองเริ่มจัดกิจกรรมปล่อยโคมควบคู่กับการแข่งเรือมังกรยามค่ำคืน เพื่อสร้างบรรยากาศงานเทศกาลให้ดึงดูดนักท่องเที่ยวรุ่นใหม่มากขึ้น แม้ว่าการปล่อยโคมจะไม่ใช่ธรรมเนียมดั้งเดิมของตวนอู่เจี๋ยโดยตรงเหมือนกับเทศกาลโคมไฟ แต่ก็สะท้อนให้เห็นว่าเทศกาลโบราณกำลังปรับตัวเข้ากับยุคสมัยที่ผู้คนต้องการประสบการณ์ทางสายตาและการแบ่งปันผ่านสื่อสังคมออนไลน์
เทศกาลตวนอู่เจี๋ยกับศาสนาเต๋าและภูมิปัญญาชาวบ้าน
อย่างที่ผมเกริ่นไว้ตั้งแต่ต้นบทความว่าวันนี้ในทางศาสนาเต๋าเรียกว่า “วันตี้ล่า” (地腊 — วันบวงสรวงแผ่นดิน) เป็นวันบวงสรวงดินและขอขมากรรม เชื่อกันว่าเป็นช่วงที่พลังหยินและหยางต่อสู้กันอย่างรุนแรงที่สุดในรอบปี เพราะฤดูร้อนใกล้จะเปลี่ยนเข้าสู่ครึ่งปีหลัง คนโบราณเชื่อว่าในช่วงเปลี่ยนผ่านเช่นนี้ ภูติแห่งโรคภัยและสัตว์มีพิษทั้งห้า ได้แก่ งู แมงป่อง ตะขาบ คางคก และจิ้งจก จะตื่นขึ้นมาแพร่พิษร้ายในอากาศ
ผู้ที่นับถือศาสนาเต๋าจึงนิยมผูกด้ายไหมห้าสี คือ เขียว เหลือง ขาว แดง ดำ ที่แทนธาตุไม้ ดิน ทอง ไฟ และน้ำตามหลักปัญจธาตุ ไว้ที่ข้อมือเด็กและผู้ใหญ่เพื่อปัดเป่าวิญญาณชั่วร้ายและเสริมดวงให้แข็งแรงตลอดปี นักพรตเต๋าในหลายพื้นที่ยังนิยมเขียนยันต์จีนหรือ “ฮู้” รูปปรมาจารย์จางเทียนซือขี่เสือ หรือเทพเจ้าจงขุยผู้ปราบปีศาจ รวมถึงยันต์ “ห้าพิษ” ติดไว้กลางบานประตูบ้าน เชื่อว่าจะช่วยขับไล่พลังเสนียดจนถึงวันที่หนึ่งเดือนหกของจีนจึงค่อยปลดออก ผมเองตอนเรียนวิชานี้ต้องท่องบทสวดกำกับยันต์แต่ละแบบให้แม่นก่อนจะได้รับอนุญาตให้เขียนจริง เพราะอาจารย์ย้ำว่ายันต์ที่เขียนโดยไม่เข้าใจความหมายย่อมไม่มีพลังใด ๆ เลย ผู้อ่านที่สนใจพิธีกรรมเต๋าอาจอ่านต่อที่ ทะนานประทีปหรือเต้าเต็ง พิธีบูชาดาวเหนือ
ภูมิปัญญาชาวบ้านที่ซ่อนอยู่ในเทศกาลตวนอู่เจี๋ย
นอกเหนือจากพิธีกรรมทางศาสนา ภูมิปัญญาชาวบ้านในเทศกาลตวนอู่เจี๋ยยังสะท้อนความรู้เรื่องพืชหอมที่สั่งสมมาอย่างยาวนาน ชาวจีนนิยมแขวนใบอ้ายเฉ่า (艾草 — โกฐจุฬาลัมพา) คู่กับชางผู่ (菖蒲 — ว่านน้ำ) ไว้ที่หน้าประตูบ้าน โดยเชื่อว่ากลิ่นของพืชช่วยไล่แมลงและเป็นสัญลักษณ์ปัดเป่าสิ่งไม่ดี บางพื้นที่ยังมีธรรมเนียมให้เด็ก ๆ เดินเท้าเปล่าเหยียบหญ้าเขียวยามเช้าเพื่อรับพลังหยางจากธรรมชาติ สิ่งเหล่านี้ควรเข้าใจในฐานะภูมิปัญญาและความเชื่อท้องถิ่น ไม่ใช่คำแนะนำทางการแพทย์
ส่วนเรื่องเหล้าสงหวงหรือเหล้าเรียลการ์ (雄黄酒) ที่คนจีนโบราณใช้ในพิธีขับพิษนั้น ผมอยากเตือนไว้ให้ชัดเจนว่า ไม่ควรดื่มหรือทาลงบนผิวหนัง เพราะเรียลการ์เป็นแร่ที่มีสารหนู และมีรายงานพิษทั้งจากการรับประทานและการใช้ภายนอก สำหรับเด็กเล็ก ธรรมเนียมที่ปลอดภัยกว่าคือการพกถุงหอมหรือเซียงเปา (香囊 — ถุงเครื่องหอม) ซึ่งเป็นของขวัญเชิงสัญลักษณ์จากผู้ใหญ่ในครอบครัว หากสนใจความหมายของถ้อยคำและยันต์เต๋าเพิ่มเติม อ่านได้ในบทความ 急急如律令 คำสั่งเร่งด่วนในพิธีกรรมเต๋า
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับเทศกาลตวนอู่เจี๋ย
เทศกาลตวนอู่เจี๋ยจัดเมื่อไหร่?
ตรงกับวันที่ 5 เดือน 5 ตามปฏิทินจันทรคติจีนของทุกปี ซึ่งวันที่ตามปฏิทินสุริยคติจะเปลี่ยนไปในแต่ละปี สำหรับปี พ.ศ. 2569 ตรงกับวันที่ 19 มิถุนายน 2569
ทำไมถึงต้องไหว้บ๊ะจ่าง?
เพราะบ๊ะจ่างเป็นสัญลักษณ์แห่งการรำลึกถึงซีหยวนหรือคุง้วน กวีเอกและขุนนางแห่งแคว้นฉู่ ตามเรื่องเล่าชาวบ้านโปรยข้าวลงแม่น้ำเพื่อปกป้องร่างของท่าน ก่อนพัฒนาเป็นข้าวเหนียวห่อใบไผ่ที่ใช้เซ่นไหว้และรับประทานในเทศกาล
บ๊ะจ่างมีอะไรใส่บ้าง?
บ๊ะจ่างแบบเค็มนิยมใส่หมูสามชั้น ไข่แดงเค็ม กุ้งแห้ง เห็ดหอม และถั่ว ส่วนแบบหวานนิยมใส่พุทราจีน ถั่วแดงกวน หรือผลไม้แห้ง วัตถุดิบแตกต่างกันตามภูมิภาคและสูตรประจำครอบครัว
กิจกรรมหลักของเทศกาลตวนอู่เจี๋ยมีอะไรบ้าง?
กิจกรรมที่พบได้ทั่วไป ได้แก่ ทำและไหว้บ๊ะจ่าง แข่งเรือมังกร แขวนอ้ายเฉ่ากับชางผู่ ผูกด้ายห้าสี และมอบถุงหอมให้เด็ก โดยรายละเอียดแตกต่างกันตามท้องถิ่น
เหล้าสงหวงดื่มหรือใช้ทาผิวได้หรือไม่?
ไม่แนะนำทั้งการดื่มและการทาผิว เพราะเรียลการ์มีสารหนูและอาจก่อพิษได้ ควรเรียนรู้ธรรมเนียมนี้ในฐานะประวัติศาสตร์วัฒนธรรม และเลือกกิจกรรมเชิงสัญลักษณ์ที่ปลอดภัยกว่า
แหล่งข้อมูลและอ่านเพิ่มเติม
- ข้อมูลเทศกาลเรือมังกรในบัญชีมรดกวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ของยูเนสโก
- ข้อมูลเทศกาลคังนึงทาโนเจของเกาหลีใต้จากยูเนสโก
- ประกาศวันหยุดเทศกาลเรือมังกรปี 2026 จากรัฐบาลกรุงปักกิ่ง
- ข้อมูลวันเด็กแห่งชาติญี่ปุ่นจากสำนักคณะรัฐมนตรีญี่ปุ่น
- ข้อมูลความเป็นพิษของสารหนูและแร่เรียลการ์จาก ATSDR
ผู้เขียนและความน่าเชื่อถือ (E-E-A-T)
เขียนโดย Thaninpong Supapitakpong | ธนินพงษ์ ศุภพิทักษ์พงษ์ มืออาชีพด้านธุรกิจสิ่งพิมพ์ การใช้ AI หลักการตลาดออนไลน์และออฟไลน์ ข่าวสารเกี่ยวกับการพิมพ์ในประเทศไทยและต่างประเทศ
