↑
ครอบครัว ธุรกิจ แถวนี้ 101 แซ่อึ้ง บทความ ติดต่อครอบครัว
เทศกาลจีน · Chinese Heritage

บ๊ะจ่างมาจากไหน? เทศกาลตวนอู่เจี๋ย (端午节) วันไหว้บ๊ะจ่างรำลึกกวีเอกคุกง้วน

จากตำนานชวีหยวนและบ๊ะจ่าง สู่เรือมังกร พิธีกรรมเต๋า ภูมิปัญญาชาวบ้าน และการเดินทางของเทศกาลจีนในโลกสมัยใหม่

โดย · · อ่าน ~14 นาที
บ๊ะจ่างห่อใบไผ่คู่เรือมังกรจีนโบราณ
บ๊ะจ่าง ข้าวเหนียวห่อใบไผ่ และเรือมังกร สัญลักษณ์สำคัญของเทศกาลตวนอู่เจี๋ย

ทุกปีเมื่อถึงวันที่ 5 เดือน 5 ตามปฏิทินจีน ผมจะนึกถึงช่วงที่เคยร่ำเรียนวิชาเขียนยันต์หรือฮู้จีนมาก่อน เพราะอาจารย์ท่านย้ำเสมอว่าวันนี้ไม่ใช่แค่วันไหว้บ๊ะจ่างธรรมดา แต่เป็นฤกษ์ที่พลังหยางแรงที่สุดในรอบปี คนทั่วไปอาจมองว่าเป็นแค่เทศกาลกินขนมกับดูเรือแข่ง แต่สำหรับคนที่คลุกคลีกับศาสตร์อภิปรัชญาจีนอย่างผม วันนี้มีมิติที่ลึกซึ้งกว่านั้นมาก ทั้งเรื่องกวีเอกผู้รักชาติที่ยอมพลีชีพ ทั้งความเชื่อเรื่องยินหยางที่ต่อสู้กัน และภูมิปัญญาชาวบ้านที่สั่งสมมากว่าสองพันปี

คำตอบสั้น ๆ

端午节 (ตวนอู่เจี๋ย) — เทศกาลวันที่ห้าเดือนห้า หรือเทศกาลไหว้บ๊ะจ่างของจีน ตรงกับวันที่ 5 เดือน 5 ตามปฏิทินจันทรคติจีน จัดขึ้นเพื่อรำลึกถึง “ชวีหยวน” หรือที่คนไทยเชื้อสายจีนคุ้นชื่อในสำเนียงแต้จิ๋วว่า “คุกง้วน” กวีเอกและขุนนางผู้รักชาติแห่งแคว้นฉู่ (340–278 ปีก่อนคริสต์ศักราช) สำหรับปี พ.ศ. 2569 (ค.ศ. 2026) เทศกาลนี้ตรงกับวันที่ 19 มิถุนายน ตามประกาศวันหยุดของจีน

ประเด็นสำคัญที่สุด: เทศกาลตวนอู่เจี๋ยได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ของยูเนสโกในปี 2009 สะท้อนว่าเทศกาลนี้ไม่ใช่แค่ประเพณีท้องถิ่น แต่เป็นมรดกที่ผสมผสานความเชื่อเรื่องธรรมชาติ ประวัติศาสตร์ และวิถีชาวบ้านเข้าไว้ด้วยกันอย่างแนบแน่น

ประเด็นสำคัญ

  • ตวนอู่เจี๋ยไม่ได้มีที่มาจากเรื่องเดียว แต่เป็นการซ้อนทับกันของความเชื่อเรื่องขับไล่พิษในเดือนอันตราย การบูชามังกร และการรำลึกถึงชวีหยวน
  • บ๊ะจ่างมีทั้งแบบเค็มแบบทางใต้ เช่น หมูสามชั้น ไข่แดง กุ้งแห้ง เห็ดหอม และแบบหวานทางเหนือ เช่น พุทราจีนหรือถั่วแดงกวน รสชาติที่ต่างกันสะท้อนภูมิศาสตร์และวิถีชีวิตของแต่ละภูมิภาค
  • การแข่งเรือมังกรมีความผูกพันกับตำนานการตามหาร่างชวีหยวน และปัจจุบันกลายเป็นกีฬาที่จัดแข่งขันในหลายประเทศทั่วโลก
  • ในคติศาสนาเต๋า วันนี้เรียกว่า “วันตี้ล่า” (地腊 — วันบวงสรวงแผ่นดิน) จึงมีพิธีผูกด้ายห้าสี แขวนโกฐจุฬาลัมพา และเขียนยันต์ขับไล่พลังเสนียด
  • เทศกาลตวนอู่เจี๋ยของจีนได้รับการขึ้นทะเบียนในบัญชีมรดกวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ของยูเนสโก และยังคงถ่ายทอดผ่านอาหาร กีฬา พิธีกรรม และงานหัตถกรรม

ตวนอู่เจี๋ยคืออะไรกันแน่ ทำไมถึงมีหลายตำนาน

หลายคนถามผมว่า “ตวนอู่เจี๋ยคืออะไร” แบบง่าย ๆ คำตอบคือมันคือเทศกาลไหว้บ๊ะจ่างที่จัดในวันที่ห้า เดือนที่ห้าของปฏิทินจีน แต่ถ้าจะเข้าใจให้ลึกจริง ต้องรู้ว่านักวิชาการจีนเชื่อว่าเทศกาลนี้ไม่ได้เกิดจากเรื่องเดียว แต่เป็นการซ้อนทับของความเชื่อหลายชั้น ชั้นแรกคือความเชื่อเรื่อง “วันอัปมงคล” สมัยก่อนราชวงศ์ฉิน คนจีนโบราณมองว่าเดือนห้าเป็น “เดือนชั่ว” และวันที่ห้าเป็น “วันชั่ว” เพราะอากาศเริ่มร้อนจัด สัตว์มีพิษตื่นจากการจำศีล คนโบราณจึงต้องเก็บสมุนไพร อาบน้ำใบกล้วยไม้ และแขวนใบโกฐจุฬาลัมพาเพื่อป้องกันโรค ในคัมภีร์หลี่จี้–เยว่ลิ่ง (礼记·月令 — บันทึกพิธีกรรมว่าด้วยฤดูกาล) มีบันทึกถึงช่วงกลางฤดูร้อนที่หยินหยางต่อสู้กัน ซึ่งสอดคล้องกับสิ่งที่ผมเคยเรียนมาว่าวันนี้คือวันที่พลังหยางพุ่งถึงขีดสุดในรอบปีพอดี

ชั้นที่สองคือทฤษฎีของนักวิชาการเหวินอี้ตัว (闻一多) ที่เสนอว่าตวนอู่เจี๋ยมีรากมาจากการบูชามังกรของชนเผ่าเยว่โบราณ การแข่งเรือมังกรแท้จริงคือพิธีบวงสรวงมังกร ซึ่งสอดคล้องกับหลักฐานทางโบราณคดีอย่างเครื่องปั้นดินเผาลายเรขาคณิตและธรรมเนียมสักตัวตัดผมสั้นที่พบในลุ่มแม่น้ำแยงซี ส่วนชั้นที่สามซึ่งเป็นชั้นที่คนทั่วไปรู้จักมากที่สุดคือการรำลึกถึงชวีหยวน กวีเอกแห่งแคว้นฉู่ในช่วงปลายยุครณรัฐ นอกจากนี้ยังมีตำนานท้องถิ่นอื่น เช่น พื้นที่มณฑลเจียงซูและเจ้อเจียงบางส่วนรำลึกถึงอู่จื่อซวี (伍子胥) ขุนนางที่กลายเป็นเทพเจ้าแห่งคลื่นทะเลตามความเชื่อ และบางพื้นที่ชายฝั่งตะวันออกเฉียงใต้รำลึกถึงเฉาเอ๋อ (曹娥) ลูกสาวกตัญญูที่กระโดดน้ำตามหาศพบิดา สรุปคือความสำคัญของตวนอู่เจี๋ยเกิดจากการที่คนจีนหลายยุคหลายพื้นที่นำความเชื่อของตนมาผูกรวมกับวันเดียวกันจนกลายเป็นเทศกาลที่มีความหมายหลายชั้นอย่างที่เห็นทุกวันนี้

ประวัติชวีหยวน กวีเอกที่ทำให้เกิดขนมบ๊ะจ่าง

เรื่องที่ผมจำได้แม่นที่สุดตั้งแต่เรียนวิชานี้คือชีวิตของชวีหยวน หรือคุกง้วนตามสำเนียงแต้จิ๋วที่คนไทยเชื้อสายจีนคุ้นเคย ท่านเป็นกวีและขุนนางผู้รักชาติแห่งแคว้นฉู่ในช่วง 340–278 ปีก่อนคริสต์ศักราช เป็นทั้งนักการเมืองผู้ซื่อสัตย์และนักปราชญ์ผู้ยิ่งใหญ่ที่แต่งบทกวี “หลีเซา” (离骚 — บทคร่ำครวญเมื่อประสบความทุกข์) ซึ่งกลายเป็นรากฐานสำคัญของวรรณกรรมจีน วรรคที่ผมชอบมากที่สุดมีความหมายว่า “สิ่งที่ใจข้ารักใคร่ ถึงตายเก้าครั้งก็ไม่เสียใจ” สะท้อนความยึดมั่นในอุดมการณ์อย่างแท้จริง แต่โชคชะตากลับเล่นตลก ท่านถูกขุนนางกังฉินใส่ร้ายว่าไม่ภักดีต่อประเทศ จนถูกเนรเทศ และเมื่อเห็นแคว้นฉู่ล่มสลายด้วยน้ำมือของศัตรู ท่านจึงเลือกกระโดดลงแม่น้ำมี่หลัวเจียงเพื่อพลีชีพประท้วงความอยุติธรรม

ชาวบ้านที่รักและเคารพท่านจึงรีบพายเรือออกไปตามหาศพ พร้อมโปรยข้าวปั้นลงในแม่น้ำเพื่อไม่ให้ร่างของท่านถูกปลาและกุ้งในแม่น้ำแทะกัดกิน ต่อมามีเรื่องเล่าว่าชาวบ้านผู้หนึ่งฝันเห็นชวีหยวนมาเข้าฝันในชุดอาภรณ์งดงาม กล่าวขอบคุณที่นำอาหารมาโปรยให้ พร้อมแนะนำว่าหากจะเซ่นไหว้ให้ได้ผล ควรห่ออาหารด้วยใบไผ่หรือใบจากเสียก่อน เพื่อไม่ให้สัตว์น้ำแย่งกินไปก่อนที่ดวงวิญญาณของท่านจะได้รับ นี่จึงเป็นที่มาของ “บ๊ะจ่าง” ขนมที่กลายเป็นสัญลักษณ์ของเทศกาลไหว้บ๊ะจ่างมาจนถึงทุกวันนี้ ผมมักบอกลูกศิษย์เสมอว่าเรื่องราวของชวีหยวนไม่ใช่แค่ตำนาน แต่คือบทเรียนเรื่องความซื่อสัตย์ต่ออุดมการณ์ที่คนจีนยกย่องมานับพันปี

วิธีทำบ๊ะจ่างและความแตกต่างระหว่างเหนือ–ใต้

ถ้าถามว่าบ๊ะจ่างมีอะไรใส่บ้าง คำตอบขึ้นอยู่กับว่าท่านอยู่ภาคไหนของจีน เพราะรสชาติของขนมบ๊ะจ่างสะท้อนภูมิศาสตร์และวิถีชีวิตของแต่ละพื้นที่อย่างชัดเจน ทางภาคใต้แถบลุ่มแม่น้ำแยงซีและกวางตุ้งนิยมบ๊ะจ่างรสเค็ม ไส้หมูสามชั้น ไข่แดงเค็ม กุ้งแห้ง เห็ดหอม และถั่วเขียว บางพื้นที่อย่างเขตเฮ่อซานในกวางตุ้งยังมี “บ๊ะจ่างเรือมังกร” ที่ทำเป็นชิ้นใหญ่ไว้เป็นเสบียงให้นักพายเรือ ส่วนทางภาคเหนือแถบลุ่มแม่น้ำเหลืองนิยมบ๊ะจ่างรสหวาน ใส่พุทราจีน ถั่วแดงกวน หรือผลไม้แห้ง ห่อเป็นทรงสี่เหลี่ยมเอียง

วิธีทำบ๊ะจ่างโดยทั่วไปเริ่มจากการแช่ข้าวเหนียวให้นุ่ม เตรียมไส้ตามชอบ ห่อด้วยใบไผ่หรือใบตองให้แน่น มัดด้วยเชือกฟาง แล้วนำไปนึ่งหรือต้มจนสุกหอมกรุ่น ความแตกต่างนี้ไม่ได้มีแค่เรื่องรสชาติ แต่ยังสะท้อนภูมิศาสตร์และวัตถุดิบในแต่ละท้องถิ่น สำหรับพิธีกรรมไหว้บ๊ะจ่างในครัวเรือนคนไทยเชื้อสายจีน ผมแนะนำให้จัดโต๊ะไหว้ด้วยบ๊ะจ่างคู่กับผลไม้มงคล ธูปเทียน และน้ำชา โดยเชื่อว่าการไหว้บ๊ะจ่างในวันนี้นอกจากรำลึกถึงชวีหยวนแล้ว ยังเป็นการขอพรให้ครอบครัวปลอดภัยจากโรคภัยในช่วงที่อากาศเปลี่ยนแปลงบ่อยด้วย หากสนใจเรื่องรากเหง้าชาวจีนแต้จิ๋วเพิ่มเติม สามารถอ่าน สะพานกว่างจี๋กับรากเหง้าชาวจีนแต้จิ๋ว ต่อได้

การแข่งเรือมังกรและกิจกรรมที่น่าสนใจในเทศกาลตวนอู่เจี๋ย

กิจกรรมที่น่าสนใจในเทศกาลตวนอู่เจี๋ยที่ผมแนะนำให้ไปสัมผัสสักครั้งคือการแข่งเรือมังกร ซึ่งมีความผูกพันกับเรื่องเล่าที่ชาวบ้านพายเรือตามหาร่างของชวีหยวน วันนี้เรือมังกรกลายเป็นกีฬาระดับโลกที่จัดแข่งขันในหลายประเทศ เช่น แคนาดา อังกฤษ อาร์เจนตินา และแอฟริกาใต้ ประเทศเหล่านี้รับเอาสัญลักษณ์เรือมังกรไปใช้ในฐานะกีฬาและกิจกรรมชุมชน ผมมองว่านี่คือตัวอย่างที่ชัดเจนของ “การแปลทางวัฒนธรรม” (cultural translation) ซึ่งแต่ละสังคมสามารถรับวัฒนธรรมไปตีความใหม่ในบริบทของตน

คำว่า “มังกร” ในเรือมังกรของตวนอู่เจี๋ยมีบริบทต่างจาก วันมังกรเงยหน้าซึ่งเป็นหมุดหมายต้นฤดูเพาะปลูก การอ่านสองเทศกาลคู่กันช่วยให้เห็นว่าสัญลักษณ์เดียวกันทำหน้าที่ได้หลายความหมายในวัฒนธรรมจีน

ที่ไหนมีการจัดงานตวนอู่เจี๋ยบ้างในระดับโลก คำตอบคือมีทั้งจีนแผ่นดินใหญ่ ฮ่องกง ไต้หวัน มาเก๊า และชุมชนชาวจีนโพ้นทะเลทั่วเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ รวมถึงประเทศไทย แต่ที่น่าสนใจคือเกาหลีใต้และญี่ปุ่นก็มีเทศกาลในช่วงเวลาใกล้เคียงกันแต่มีรูปแบบต่างออกไป เกาหลีใต้มี “คังนึงทาโนเจ” (江陵端午祭) ซึ่งได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกยูเนสโกแยกต่างหากจากจีน เป็นพิธีกรรมแบบชามานที่เน้นการเซ่นไหว้เทพเจ้า การแสดงหน้ากาก ดนตรีพื้นบ้าน และตลาดนัด ส่วนญี่ปุ่นกำหนดวันที่ 5 พฤษภาคมเป็น “วันเด็ก” (こどもの日) และมีธรรมเนียมที่สืบโยงจากเทศกาลเด็กชาย เช่น การแขวนธงปลาคาร์ป โดยคำว่าโชบุ (菖蒲 — ว่านน้ำ) พ้องเสียงกับแนวคิดเรื่องจิตวิญญาณนักรบ (尚武) ผมมักบอกลูกศิษย์ว่านี่คือหลักฐานชัดเจนว่าวัฒนธรรมเมื่อเดินทางข้ามพรมแดน ย่อมถูกตีความใหม่ตามบริบทท้องถิ่นเสมอ

ในส่วนของกิจกรรมสมัยใหม่ที่เพิ่มเข้ามาในบางพื้นที่ท่องเที่ยวของจีน ผมสังเกตว่าบางเมืองเริ่มจัดกิจกรรมปล่อยโคมควบคู่กับการแข่งเรือมังกรยามค่ำคืน เพื่อสร้างบรรยากาศงานเทศกาลให้ดึงดูดนักท่องเที่ยวรุ่นใหม่มากขึ้น แม้ว่าการปล่อยโคมจะไม่ใช่ธรรมเนียมดั้งเดิมของตวนอู่เจี๋ยโดยตรงเหมือนกับเทศกาลโคมไฟ แต่ก็สะท้อนให้เห็นว่าเทศกาลโบราณกำลังปรับตัวเข้ากับยุคสมัยที่ผู้คนต้องการประสบการณ์ทางสายตาและการแบ่งปันผ่านสื่อสังคมออนไลน์

เทศกาลตวนอู่เจี๋ยกับศาสนาเต๋าและภูมิปัญญาชาวบ้าน

อย่างที่ผมเกริ่นไว้ตั้งแต่ต้นบทความว่าวันนี้ในทางศาสนาเต๋าเรียกว่า “วันตี้ล่า” (地腊 — วันบวงสรวงแผ่นดิน) เป็นวันบวงสรวงดินและขอขมากรรม เชื่อกันว่าเป็นช่วงที่พลังหยินและหยางต่อสู้กันอย่างรุนแรงที่สุดในรอบปี เพราะฤดูร้อนใกล้จะเปลี่ยนเข้าสู่ครึ่งปีหลัง คนโบราณเชื่อว่าในช่วงเปลี่ยนผ่านเช่นนี้ ภูตแห่งโรคภัยและสัตว์มีพิษทั้งห้า ได้แก่ งู แมงป่อง ตะขาบ คางคก และจิ้งจก จะตื่นขึ้นมาแพร่พิษร้ายในอากาศ

ผู้ที่นับถือศาสนาเต๋าจึงนิยมผูกด้ายไหมห้าสี คือ เขียว เหลือง ขาว แดง ดำ ที่แทนธาตุไม้ ดิน ทอง ไฟ และน้ำตามหลักปัญจธาตุ ไว้ที่ข้อมือเด็กและผู้ใหญ่เพื่อปัดเป่าวิญญาณชั่วร้ายและเสริมดวงให้แข็งแรงตลอดปี นักพรตเต๋าในหลายพื้นที่ยังนิยมเขียนยันต์จีนหรือ “ฮู้” รูปปรมาจารย์จางเทียนซือขี่เสือ หรือเทพเจ้าจงขุยผู้ปราบปีศาจ รวมถึงยันต์ “ห้าพิษ” ติดไว้กลางบานประตูบ้าน เชื่อว่าจะช่วยขับไล่พลังเสนียดจนถึงวันที่หนึ่งเดือนหกของจีนจึงค่อยปลดออก ผมเองตอนเรียนวิชานี้ต้องท่องบทสวดกำกับยันต์แต่ละแบบให้แม่นก่อนจะได้รับอนุญาตให้เขียนจริง เพราะอาจารย์ย้ำว่ายันต์ที่เขียนโดยไม่เข้าใจความหมายย่อมไม่มีพลังใด ๆ เลย ผู้อ่านที่สนใจพิธีกรรมเต๋าอาจอ่านต่อที่ ทะนานประทีปหรือเต้าเต็ง พิธีบูชาดาวเหนือ

ภูมิปัญญาชาวบ้านที่ซ่อนอยู่ในเทศกาลตวนอู่เจี๋ย

นอกเหนือจากพิธีกรรมทางศาสนา ภูมิปัญญาชาวบ้านในเทศกาลตวนอู่เจี๋ยยังสะท้อนความรู้เรื่องพืชหอมที่สั่งสมมาอย่างยาวนาน ชาวจีนนิยมแขวนใบอ้ายเฉ่า (艾草 — โกฐจุฬาลัมพา) คู่กับชางผู่ (菖蒲 — ว่านน้ำ) ไว้ที่หน้าประตูบ้าน โดยเชื่อว่ากลิ่นของพืชช่วยไล่แมลงและเป็นสัญลักษณ์ปัดเป่าสิ่งไม่ดี บางพื้นที่ยังมีธรรมเนียมให้เด็ก ๆ เดินเท้าเปล่าเหยียบหญ้าเขียวยามเช้าเพื่อรับพลังหยางจากธรรมชาติ สิ่งเหล่านี้ควรเข้าใจในฐานะภูมิปัญญาและความเชื่อท้องถิ่น ไม่ใช่คำแนะนำทางการแพทย์

ส่วนเรื่องเหล้าสงหวงหรือเหล้าเรียลการ์ (雄黄酒) ที่คนจีนโบราณใช้ในพิธีขับพิษนั้น ผมอยากเตือนไว้ให้ชัดเจนว่า ไม่ควรดื่มหรือทาลงบนผิวหนัง เพราะเรียลการ์เป็นแร่ที่มีสารหนู และมีรายงานพิษทั้งจากการรับประทานและการใช้ภายนอก สำหรับเด็กเล็ก ธรรมเนียมที่ปลอดภัยกว่าคือการพกถุงหอมหรือเซียงเปา (香囊 — ถุงเครื่องหอม) ซึ่งเป็นของขวัญเชิงสัญลักษณ์จากผู้ใหญ่ในครอบครัว หากสนใจความหมายของถ้อยคำและยันต์เต๋าเพิ่มเติม อ่านได้ในบทความ 急急如律令 คำสั่งเร่งด่วนในพิธีกรรมเต๋า

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับเทศกาลตวนอู่เจี๋ย

ตวนอู่เจี๋ยคืออะไร ภาษาจีนเขียนอย่างไร?

ตวนอู่เจี๋ยเขียนเป็นภาษาจีนว่า 端午节 คือเทศกาลวันที่ 5 เดือน 5 ตามปฏิทินจันทรคติจีน หรือที่คนไทยเรียกว่าเทศกาลไหว้บ๊ะจ่าง เทศกาลนี้เกิดจากความเชื่อหลายชั้นที่ซ้อนทับกัน ทั้งการขับไล่พิษในเดือนอันตราย การบูชามังกร และการรำลึกถึงกวีเอกผู้รักชาติแห่งแคว้นฉู่ ยูเนสโกขึ้นทะเบียนเทศกาลนี้เป็นมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ในปี 2009

เทศกาลตวนอู่เจี๋ยจัดเมื่อไหร่?

ตรงกับวันที่ 5 เดือน 5 ตามปฏิทินจันทรคติจีนของทุกปี ซึ่งวันที่ตามปฏิทินสุริยคติจะเปลี่ยนไปในแต่ละปี สำหรับปี พ.ศ. 2569 ตรงกับวันที่ 19 มิถุนายน 2569

ทำไมถึงต้องไหว้บ๊ะจ่าง?

เพราะบ๊ะจ่างเป็นสัญลักษณ์แห่งการรำลึกถึงชวีหยวนหรือคุกง้วน กวีเอกและขุนนางแห่งแคว้นฉู่ ตามเรื่องเล่าชาวบ้านโปรยข้าวลงแม่น้ำเพื่อปกป้องร่างของท่าน ก่อนพัฒนาเป็นข้าวเหนียวห่อใบไผ่ที่ใช้เซ่นไหว้และรับประทานในเทศกาล

บ๊ะจ่างแปลว่าอะไร ภาษาจีนและภาษาอังกฤษเรียกว่าอะไร?

คำว่าบ๊ะจ่างมาจากภาษาจีนสำเนียงฮกเกี้ยน 肉粽 (bah-chàng) บ๊ะ (肉) แปลว่าเนื้อ ส่วนจ่าง (粽) คือข้าวเหนียวห่อใบไผ่ รวมกันจึงหมายถึงข้าวเหนียวห่อใบไผ่ไส้เนื้อ ภาษาจีนกลางเรียกขนมชนิดนี้ว่า 粽子 (zòngzi) ในภาษาอังกฤษจึงใช้ชื่อ zongzi หรือเรียกว่า rice dumpling

บ๊ะจ่างมีอะไรใส่บ้าง?

บ๊ะจ่างแบบเค็มนิยมใส่หมูสามชั้น ไข่แดงเค็ม กุ้งแห้ง เห็ดหอม และถั่ว ส่วนแบบหวานนิยมใส่พุทราจีน ถั่วแดงกวน หรือผลไม้แห้ง วัตถุดิบแตกต่างกันตามภูมิภาคและสูตรประจำครอบครัว

กิจกรรมหลักของเทศกาลตวนอู่เจี๋ยมีอะไรบ้าง?

กิจกรรมที่พบได้ทั่วไป ได้แก่ ทำและไหว้บ๊ะจ่าง แข่งเรือมังกร แขวนอ้ายเฉ่ากับชางผู่ ผูกด้ายห้าสี และมอบถุงหอมให้เด็ก โดยรายละเอียดแตกต่างกันตามท้องถิ่น

เหล้าสงหวงดื่มหรือใช้ทาผิวได้หรือไม่?

ไม่แนะนำทั้งการดื่มและการทาผิว เพราะเรียลการ์มีสารหนูและอาจก่อพิษได้ ควรเรียนรู้ธรรมเนียมนี้ในฐานะประวัติศาสตร์วัฒนธรรม และเลือกกิจกรรมเชิงสัญลักษณ์ที่ปลอดภัยกว่า

แหล่งข้อมูลและอ่านเพิ่มเติม

เกี่ยวกับผู้เขียน

ธนินพงษ์ ศุภพิทักษ์พงษ์ (MingPaPa)

เขียนโดย

ผู้ถ่ายทอดความรู้วัฒนธรรมจีนและศาสนาเต๋าชื่อจีน 黄炳明 (แต้จิ๋ว: อึ้งเป๋งเม้ง)

ผู้ถ่ายทอดอภิปรัชญาจีน วัฒนธรรม ความเชื่อ ศาสนา และสังคมร่วมสมัย โดยเชื่อมโยงองค์ความรู้จากเอกสารอ้างอิง ประวัติศาสตร์ และประสบการณ์ของครอบครัวจีนไทย พร้อมอธิบายข้อแตกต่างระหว่างหลักฐานทางวิชาการ คติความเชื่อ และข้อคิดเห็นของผู้เขียนอย่างรอบคอบ

  • รุ่นหลานของอากงแซ่อึ้ง (黃) ที่เดินทางมาจากอำเภอเท่งไฮ้ (澄海) แต้จิ๋ว และไล่อ่านสาแหรกกับเอกสารเก่าของครอบครัวด้วยตัวเอง
  • เรียนวิชาเต๋าที่อารามไท่เสวียนก้วน มูลนิธิเต๋าธรรมะสยาม นครปฐม ทั้งวิชาเขียนฮู้ (ยันต์จีน) ระดับ 1–3 และวิชาอี้จิง (易經) ระดับ 1–4
  • อุปสมบทที่วัดกุศลสมาคร คณะสงฆ์อนัมนิกาย เมื่อ พ.ศ. 2554 พร้อมลูกชาย 3 คนที่บรรพชาเป็นสามเณร และได้รับแต่งตั้งเป็นกรรมการฝ่ายฆราวาสของวัดเมื่อ 17 กรกฎาคม พ.ศ. 2568 (เลขที่ 190/2568)
  • จบ MBA จากสถาบันบัณฑิตบริหารธุรกิจศศินทร์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และมีประสบการณ์เป็นเจ้าของและบรรณาธิการสำนักพิมพ์ Encyclograph

ประสบการณ์ที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้: ผู้เขียนกับภรรยาเคยห่อบ๊ะจ่างเองบางปี แต่ทุกวันนี้ซื้อ เพราะการห่อใช้แรงและต้องมีคนช่วยมาก ร้านประจำอยู่ที่ซอยตลาดเก่าเยาวราช บางครั้งก็สั่งจากฮั่วเซ่งฮงหรือวราภรณ์ ในวันตวนอู่ ผู้เขียนซึ่งเรียนวิชาเขียนยันต์มาจะยึดยามอู่ (午時) ราว 11.00–13.00 น. ที่ถือว่าพลังหยางสูงสุดในรอบปีเป็นเวลาเขียนยันต์ โดยเฉพาะยันต์ปราบผีและขับเสนียด และพยายามเขียนให้ได้มากที่สุดในฤกษ์นี้

ประวัติการแก้ไข

  • — เพิ่มคำถามที่พบบ่อยสองข้อ คือตวนอู่เจี๋ยคืออะไรและเขียนภาษาจีนอย่างไร กับบ๊ะจ่างแปลว่าอะไรและภาษาจีนกับภาษาอังกฤษเรียกว่าอะไร พร้อมแหล่งอ้างอิง เพิ่มลิงก์ต้นฉบับคัมภีร์หลี่จี้ บทเยว่ลิ่ง ปรับข้อมูลโครงสร้างคำถามที่พบบ่อยให้ตรงกับที่แสดงบนหน้า และเน้นคำสำคัญในเนื้อความ แก้ชื่อ 屈原 จาก ซีหยวน เป็น ชวีหยวน (จีนกลาง) และจาก คุง้วน เป็น คุกง้วน (แต้จิ๋ว) ทั้งบทความ
  • — เผยแพร่ครั้งแรก

พบข้อมูลคลาดเคลื่อน แจ้งได้ที่หน้าติดต่อ และอ่านวิธีตรวจสอบกับแก้ไขข้อผิดพลาดได้ที่นโยบายบรรณาธิการ

บทความที่เกี่ยวข้อง

ดูบทความทั้งหมดในหมวดเทศกาลและธรรมเนียมจีน