ในนิยาย: จงโฮย (钟会 จงฮุ่ย) ยกทัพไปตีจ๊กก๊ก ถึงเขาเตงกุนสัน (定军山 ติ้งจฺวินซาน) ผีขงเบ้ง (诸葛亮 จูเก่อเลี่ยง) มาหลอกทัพแล้วมาเข้าฝันขอให้อย่าฆ่าราษฎร จงโฮยจึงปักธง "保国安民" หลังพิชิตจ๊กก๊ก เกียงอุย (姜维 เจียงเหวย) ยุให้กบฏ แนะให้ปลอมหนังสือของพระนางกวยทายเฮา (郭太后 กัวไท่โฮ่ว) จงโฮยถูกยิงด้วยเกาทัณฑ์ตาย เกียงอุยเจ็บอกจนเชือดคอตัวเอง ทหารผ่าอกพบดีใหญ่เท่าไข่ไก่
ในพงศาวดาร:《三国志》บันทึกว่าจงโฮยแค่ "ส่งคนไปเซ่นสุสานขงเบ้ง" ไม่มีผีมาเข้าฝัน ความคิดกบฏมีอยู่ในใจเขาเองก่อนแล้ว ฉายา "เตียวเหลียงแห่งยุค" ได้มาเพราะปลอมจดหมายลวงข้าศึก และจงโฮยใช้ฝีมือเลียนลายมือคนอื่นแก้ฎีกาของเตงงาย (邓艾 เติ้งอ้าย) จนเตงงายถูกจับ วันสุดท้ายเกียงอุยไม่ได้ฆ่าตัวตาย แต่ฆ่าทหารได้ห้าหกคนก่อนถูกฟันตาย ส่วนเรื่อง "ดีใหญ่" มาจากหนังสือเกร็ดชื่อ《世语》 ซึ่งเขียนว่าใหญ่เท่า "ถัง" ไม่ใช่เท่าไข่ไก่
ถอดหน้ากากสามก๊ก ฉบับ MingPaPa (黄柄明 - หวงปิ่งหมิง): ผมกับสามก๊ก
ผม MingPaPa ชื่อจีน หวงปิ่งหมิง - 黄柄明 ชื่อไทย ธนินพงษ์ ศุภพิทักษ์พงษ์ คนไทยเชื้อสายจีนที่รักและผูกพันกับเรื่องราวของจีนมาตั้งแต่เด็กครับ
ตอนเล็ก ๆ ผมได้ยินพ่อกับผู้ใหญ่ในบ้านคุยกันว่า "ใครอ่านสามก๊กครบสามจบ คบไม่ได้" ทั้งที่พ่อผมเองก็อ่านมาหลายจบ พี่ชายผมก็อ่านหลายจบ ส่วนผม ก่อนอายุ 18 ปี อ่านเฉพาะสองฉบับ คือสามก๊กฉบับเจ้าพระยาพระคลัง (หน) กับสามก๊กฉบับวณิพกของยาขอบ รวมกันไปแล้ว 10 รอบ ยังไม่นับหนังสือวิเคราะห์กลยุทธ์และหนังสืออรรถาธิบายสามก๊กอีกหลายสิบเล่ม ยิ่งอ่านก็ยิ่งรัก และยิ่งเข้าใจว่าทำไมผู้ใหญ่ถึงพูดอย่างนั้น
อ่านสามก๊กครบสามจบ คบไม่ได้ เพราะอะไร
ถ้ามองให้ลึก คำนี้ไม่ได้อยู่ที่จำนวนรอบที่อ่าน แต่อยู่ที่ "สันดานเดิมของคนอ่าน" ซึ่งเป็นตัวตั้งต้นครับ สามก๊กคือภาพสะท้อนมนุษย์จริง ๆ ไม่มีใครขาวสะอาดหรือสมบูรณ์แบบ มีทั้งคนดีแต่ซื่อจนโง่ คนเจ้าเล่ห์ที่เลวแต่รวย และคนเก่งที่หยิ่งยโส ในโลกความจริงคนเห็นแก่ตัวก็มีมากกว่าคนดีอยู่แล้ว คนอ่านมีจริตแบบไหน ลึก ๆ ชอบตัวละครแบบใด ก็จะหยิบแง่มุมนั้นมาใช้กับตัวเอง คำว่า "คบไม่ได้" จึงแยกได้เป็นสองมุม
- คบไม่ได้เพราะเลียนแบบความร้าย คนที่มีเชื้อความเห็นแก่ตัวหรือชอบเอาเปรียบคนอยู่แล้ว พออ่านจนเจนจัด ก็ซึมซับความปลิ้นปล้อน กลอุบายสกปรก และการมองคนอื่นเป็นเบี้ยมาใช้ในชีวิตจริง คนกลุ่มนี้ "คบไม่ได้" ในความหมายตรงตัว เพราะพร้อมหักหลังและทำลายมิตรภาพเพื่อประโยชน์ของตัวเอง
- คบไม่ได้เพราะ "คบยาก" เกินไป คนกลุ่มนี้อ่านเพื่อเข้าใจจิตวิทยามนุษย์ วิธีเอาตัวรอด และเกมอำนาจที่ซ่อนอยู่ จนกลายเป็นคนคมกริบที่รู้เท่าทันคนจนไม่มีใครตบตาได้ คนทั่วไปจึงเข้าไม่ถึงหรือระแวงว่าจะถูกเอาเปรียบ ส่วนคนเก่งด้วยกันก็อยู่ด้วยลำบาก เพราะต่างฝ่ายต่างรู้ทันกัน ต้องตั้งการ์ดระวังตัวอยู่ตลอดเวลา
ถอดหน้ากากสามก๊ก ฉบับ MingPaPa (黄柄明 - หวงปิ่งหมิง) คือการอ่านสามก๊กอีกรอบด้วยสายตาของคนที่โตมากับนิยาย ผมหยิบฉากที่คนไทยจำได้ขึ้นใจมาวางเทียบกับพงศาวดาร《三国志》 (ซานกั๋วจื้อ — จดหมายเหตุสามก๊ก) ทีละประโยค ว่าตรงไหนเป็นประวัติศาสตร์ ตรงไหนเป็นฝีมือนักเล่านิทานและนักประพันธ์รุ่นหลัง ทุกบทยกต้นฉบับภาษาจีนพร้อมคำแปล และบอกว่าข้อความนั้นอยู่ในบทไหน ผู้อ่านจะได้ตรวจเองได้ครับ
ชื่อบุคคลและสถานที่ในบทความนี้
ชื่อในสามก๊กฉบับไทยตามฉบับเจ้าพระยาพระคลัง (หน) อ่านตามสำเนียงฮกเกี้ยน ซึ่งต่างจากชื่อที่ใช้กันในระดับสากล บทความนี้จึงกำกับชื่อเฉพาะด้วยอักษรจีนตัวย่อและคำอ่านแบบจีนกลางเมื่อปรากฏครั้งแรก เช่น เล่าปี่ (刘备 หลิวเป้ย) ส่วนเลข "ตอนที่" ของนิยายในบทความนี้เป็นเลขตอน (回) ของนิยายฉบับภาษาจีน ซึ่งฉบับเจ้าพระยาพระคลังแบ่งตอนไม่ตรงกัน เรื่องของจงโฮยอยู่ในฉบับจีนตอนที่ 107–119 และฉบับไทยตอนที่ 80–87 ชื่อไทยในบทความนี้ตรวจกับต้นฉบับฉบับเจ้าพระยาพระคลัง (หน) แล้ว ชื่อที่ฉบับไทยไม่มีจะใช้คำอ่านจีนกลาง
| อักษรจีน (ตัวย่อ) | พินอิน | อ่านแบบจีนกลาง | ชื่อในสามก๊กฉบับไทย / หมายเหตุ |
|---|---|---|---|
| 钟会 | Zhōng Huì | จงฮุ่ย | จงโฮย (ชื่อรอง 士季 ซื่อจี้) |
| 钟繇 | Zhōng Yáo | จงเหยา | จงฮิว บิดาของจงโฮย |
| 钟毓 | Zhōng Yù | จงอวี้ | พี่ชายของจงโฮย (ไม่อยู่ในฉบับไทย) |
| 姜维 | Jiāng Wéi | เจียงเหวย | เกียงอุย (ชื่อรอง 伯约 ป๋อเยวีย) |
| 邓艾 | Dèng Ài | เติ้งอ้าย | เตงงาย |
| 邓忠 | Dèng Zhōng | เติ้งจง | เตงต๋ง บุตรเตงงาย |
| 司马昭 | Sīmǎ Zhāo | ซือหม่าเจา | สุมาเจียว |
| 司马师 | Sīmǎ Shī | ซือหม่าซือ | สุมาสู |
| 卫瓘 | Wèi Guàn | เว่ยกวั้น | อุยก๋วน |
| 胡烈 | Hú Liè | หูเลี่ย | เฮาเหลก |
| 胡渊 | Hú Yuān | หูยวน | เฮาเกียน บุตรเฮาเหลก |
| 丘建 | Qiū Jiàn | ชิวเจี้ยน | คูเกี๋ยน |
| 田续 | Tián Xù | เถียนซวี่ | เตนซก |
| 许仪 | Xǔ Yí | สฺวี่อี๋ | เคาหงี บุตรเคาทู (许褚) |
| 诸葛绪 | Zhūgě Xù | จูเก่อซฺวี่ | จูกัดสู |
| 贾充 | Jiǎ Chōng | เจี่ยชง | กาอุ้น |
| 郭太后 | Guō tàihòu | กัวไท่โฮ่ว | นางกวยทายเฮา |
| 夏侯霸 | Xiàhóu Bà | เซี่ยโหวป้า | แฮหัวป๋า |
| 蒋济 | Jiǎng Jì | เจี่ยงจี้ | เจียวเจ้ก |
| 诸葛诞 | Zhūgě Dàn | จูเก่อตั้น | จูกัดเอี๋ยน |
| 毌丘俭 | Guànqiū Jiǎn | กว้านชิวเจี่ยน | บู๊ขิวเขียม |
| 刘禅 | Liú Shàn | หลิวซาน | พระเจ้าเล่าเสี้ยน (อาเต๊า) |
| 张良 | Zhāng Liáng | จางเหลียง | เตียวเหลียง (ชื่อรอง 子房 จื่อฝาง) |
| 嵇康 | Jī Kāng | จีคาง | นักปราชญ์กลุ่มเจ็ดปราชญ์ป่าไผ่ (ไม่อยู่ในฉบับไทย) |
| 王戎 | Wáng Róng | หวังหรง | (ไม่อยู่ในฉบับไทย) |
| 辛宪英 | Xīn Xiànyīng | ซินเซี่ยนอิง | (ไม่อยู่ในฉบับไทย) |
| 刘寔 | Liú Shí | หลิวสือ | (ไม่อยู่ในฉบับไทย นิยายจีนเขียน 刘实) |
| 邵悌 | Shào Tì | เซ่าที่ | (ไม่อยู่ในฉบับไทย) |
| 颍川 | Yǐngchuān | อิ่งชวน | เองจิ๋ว (บ้านเกิดจงโฮย ฉบับไทยเรียกตามนี้) |
| 寿春 | Shòuchūn | โซ่วชุน | ชิวฉุน |
| 定军山 | Dìngjūn shān | ติ้งจฺวินซาน | เขาเตงกุนสัน (ตอนที่ 85 ของฉบับไทยสะกด "เขาเตงกุนสาน") |
| 剑阁 | Jiàngé | เจี้ยนเก๋อ | ด่านเกียมโก๊ะ |
| 阴平 | Yīnpíng | อินผิง | ทางอิมเป๋ง |
| 成都 | Chéngdū | เฉิงตู | เซงโต๋ |
| 汉中 | Hànzhōng | ฮั่นจง | ฮันต๋ง |
| 长安 | Cháng'ān | ฉางอาน | เตียงฮัน |
| 绵竹 | Miánzhú | เหมียนจู๋ | (ใช้คำอ่านจีนกลาง) |
1. คำถามในวงสามก๊กที่ผมยังตอบไม่จบ
ผมจำได้ว่าเคยนั่งคุยกับเพื่อนกลุ่มหนึ่งที่ชอบสามก๊กเหมือนกัน แล้วมีคนถามขึ้นมาว่า "ในเรื่องสามก๊กทั้งหมด ใครน่าเสียดายที่สุด" หลายคนตอบขงเบ้ง บางคนตอบกวนอู แต่ผมกลับนึกถึงชายคนหนึ่งที่คนพูดถึงน้อยกว่าที่ควรจะเป็น คือ จงโฮย ผู้คุมทัพแสนคนไปปิดฉากจ๊กก๊ก แล้วตายในวังเมืองเซงโต๋ด้วยมือทหารของตัวเองตอนอายุ 40 ปี (นับแบบจีน)
ตอนเขียนบทความเรื่องนี้ครั้งแรก ผมเล่าชีวิตเขาตามที่จำได้จากนิยาย พอได้กลับไปอ่าน《三国志》(ซานกั๋วจื้อ จดหมายเหตุสามก๊กของตันซิ่ว 陈寿 เฉินโซ่ว) ทีละบรรทัด พร้อมอรรถาธิบายของเผยซงจือ (裴松之 เผยซงจือ) ผมพบว่าเรื่องจริงของจงโฮยมีด้ายเส้นหนึ่งร้อยอยู่ตลอดชีวิต และนิยายตัดทิ้งไปเกือบหมด ด้ายเส้นนั้นคือ ลายมือ
บิดาของเขาคือปรมาจารย์อักษรจีนที่คนจีนยกย่องมาเกือบสองพันปี ตัวจงโฮยเองได้รับการจัดอันดับลายมือระดับ "ชั้นเยี่ยม" แต่ฝีมือเดียวกันนี้ถูกใช้ปลอมจดหมายลวงข้าศึกจนได้ฉายา "เตียวเหลียง" ถูกใช้แก้ฎีกาของเตงงายจนเตงงายถูกจับ และสุดท้ายถูกใช้ปลอมพระราชเสาวนีย์ของพระพันปีที่เพิ่งสิ้นพระชนม์ เพื่อประกาศกบฏ ลายมือที่ส่งเขาขึ้นไปจึงเป็นลายมือเดียวกับที่พาเขาไปตาย
2. ลูกคนเล็กของจงฮิว เกิดในบ้านที่ลายมือคือมรดก
จงโฮยเกิดเมื่อปีหวงชูที่ 6 (黄初六年 ค.ศ. 225) ที่เมืองฉางเส่อ แคว้นเองจิ๋ว (颍川长社 ปัจจุบันอยู่ในมณฑลเหอหนาน) เป็นบุตรคนเล็กของจงฮิว (钟繇 จงเหยา) ไท่ฟู่ (太傅 ตำแหน่งราชครู) แห่งวุยก๊ก ชื่อของจงฮิวในประวัติศาสตร์จีนไม่ได้อยู่ที่ตำแหน่ง แต่อยู่ที่ลายมือ คนจีนเรียกคู่บรมครูอักษรตัวบรรจงว่า "钟王" คือจงฮิวกับหวังซีจือ (王羲之) ตอนจงโฮยเกิด บิดาอายุราวเจ็ดสิบกว่าปีแล้ว
ที่ผมอยากให้คนรู้จักมากกว่านี้คือมารดาของเขา นางจางชางผู (张昌蒲) อนุภรรยาที่จงโฮยเขียนชีวประวัติไว้เอง และเผยซงจือยกมาไว้ใต้ประวัติจงโฮย นางสอนลูกตามลำดับอายุ สี่ขวบให้ท่อง《孝经》 เจ็ดขวบ《论语》 แปดขวบ《诗》 ไปจนถึงสิบห้าขวบจึงส่งเข้าไท่เสวีย (太学 สำนักศึกษาหลวง) ประโยคที่ผมชอบที่สุดคือคำเตือนตอนจงโฮยได้เป็นซ่างซูหลาง (尚书郎) เมื่ออายุยี่สิบต้น ๆ
「汝弱冠见叙,人情不能不自足,则损在其中矣,勉思其戒!」
rǔ ruòguàn jiàn xù, rénqíng bùnéng bù zìzú, zé sǔn zài qízhōng yǐ, miǎn sī qí jiè!
"เจ้าได้รับตำแหน่งตั้งแต่อายุยี่สิบ ใจคนย่อมอดไม่ได้ที่จะพอใจในตัวเอง ความเสื่อมก็ซ่อนอยู่ในความพอใจนั้นแหละ จงจำคำเตือนนี้ไว้"
แม่ของเขาเห็นภัยตั้งแต่ลูกยังไม่ทันก้าวขึ้นสู่อำนาจ บทเรียนที่ผมอยากเล่าในบทความนี้ แม่ของจงโฮยพูดไว้หมดแล้วตั้งแต่ ค.ศ. 247
ความฉลาดตั้งแต่เด็กมีหลักฐานจริง 《三国志》 บันทึกว่าเจียวเจ้ก (蒋济 เจี่ยงจี้) ขุนนางใหญ่ผู้เชื่อว่า "ดูตาก็รู้ใจคน" ได้พบจงโฮยตอนอายุห้าขวบแล้วพูดว่า 「非常人也」 "ไม่ใช่คนธรรมดา"
แต่เรื่องเหงื่อไม่กล้าไหลเป็นอีกเรื่องหนึ่ง หนังสือ《世说新语》(ซื่อซัวซินอวี่) หมวดวาจา เล่าว่าพระเจ้าโจผี (曹丕 เฉาพี) เรียกสองพี่น้องเข้าเฝ้า พี่ชายเหงื่อท่วมหน้า ตอบว่า 「战战惶惶,汗出如浆」 "สั่นด้วยความหวาดกลัว เหงื่อจึงไหลเหมือนน้ำข้าว" ส่วนจงโฮยไม่มีเหงื่อ ตอบว่า 「战战栗栗,汗不敢出」 "สั่นด้วยความเกรงกลัว เหงื่อจึงไม่กล้าไหลออกมา" ฟังแล้วฉลาดมาก แต่ลำดับเวลาไม่เข้ากัน《世说新语》บอกว่าตอนนั้นจงโฮยอายุสิบสาม นิยายฉบับจีนตอนที่ 107 ลดลงเหลือเจ็ดขวบ แต่พระเจ้าโจผีสวรรคตเมื่อ ค.ศ. 226 ตอนจงโฮยอายุขวบเดียว เรื่องนี้จึงเป็นเกร็ดที่เล่าเพื่อแสดงนิสัย ไม่ใช่เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจริง
หมายเหตุ: สามก๊กฉบับเจ้าพระยาพระคลัง (หน) ตอนที่ 80 ไม่ได้แปลเรื่องเหงื่อ แต่เปลี่ยนเป็นเรื่องจงโฮยอายุเจ็ดขวบ "ว่าเพลงถวาย" พระเจ้าโจผี บทความนี้เล่าตามนิยายฉบับจีน
3. "เตียวเหลียงแห่งยุค" ได้มาจากจดหมายปลอม
คนชอบสามก๊กรู้กันว่าจงโฮยถูกเปรียบกับเตียวเหลียง (张良 จางเหลียง ชื่อรอง 子房 จื่อฝาง) ที่ปรึกษาคนสำคัญของพระเจ้าฮั่นโกโจ (刘邦 หลิวปัง) แต่น้อยคนรู้ว่าได้ฉายานี้มาจากอะไร
ปีกานลู่ที่ 2 (甘露二年 ค.ศ. 257) จูกัดเอี๋ยน (诸葛诞 จูเก่อตั้น) ก่อกบฏที่เมืองชิวฉุน (寿春 โซ่วชุน) ง่อก๊กส่งทัพของตระกูลเฉวียน (全) เข้ามาช่วยในเมือง ขณะนั้นหลานสองคนของตระกูลนี้คือเฉวียนฮุย (全辉) กับเฉวียนอี๋ (全仪) ทะเลาะกับญาติที่บ้าน จึงหนีข้ามแม่น้ำมาสวามิภักดิ์ฝ่ายวุยก๊ก จงโฮยเห็นช่อง
「会建策,密为辉、仪作书,使辉、仪所亲信赍入城告怿等,说吴中怒怿等不能拔寿春,欲尽诛诸将家,故逃来归命。」
"จงโฮยวางแผน แอบเขียนจดหมายในนามเฉวียนฮุยกับเฉวียนอี๋ ให้คนสนิทของสองคนนั้นถือเข้าไปในเมืองบอกเฉวียนอี้ (全怿) กับพวก ว่าราชสำนักง่อก๊กโกรธที่ตีชิวฉุนไม่แตก จะฆ่าครอบครัวแม่ทัพให้หมด พวกตนจึงหนีมาสวามิภักดิ์"
เฉวียนอี้กลัวจึงเปิดประตูตะวันออกพาทหารออกมายอมแพ้ ในเมืองแตกแยกจากข้างใน 《三国志》 จึงเขียนว่า 「寿春之破,会谋居多,亲待日隆,时人谓之子房」 "การตีชิวฉุนแตก แผนของจงโฮยมีส่วนมากที่สุด ได้รับความไว้วางใจยิ่งขึ้นทุกวัน คนยุคนั้นเรียกเขาว่าจื่อฝาง"
ฉายาเตียวเหลียงจึงมาจาก จดหมายปลอม ฉบับแรกในชีวิตที่เรามีหลักฐาน
นิยายเลือกเล่าคนละแบบ ฉบับจีนตอนที่ 112 ให้จงโฮยเสนอกลยุทธ์ "ล้อมสามด้าน เปิดประตูใต้ให้ข้าศึกหนี แล้วตีตอนหนี" สุมาเจียว (司马昭 ซือหม่าเจา) ลูบหลังแล้วพูดว่า 「君真吾之子房也!」 "ท่านคือจื่อฝางของเราแท้ ๆ" ฉบับไทยตอนที่ 82 แปลว่า "ท่านมีความคิดมากนัก เหมือนปัญญาความคิดเตียวเหลียงครั้งพระเจ้าฮั่นโกโจ" กลยุทธ์ทหารที่สง่างามเข้ามาแทนจดหมายปลอม ภาพของจงโฮยในนิยายจึงสะอาดกว่าตัวจริงไปหนึ่งขั้น
ในมุมมองผม การเปรียบเทียบนี้มาพร้อมดาบสองคม เตียวเหลียงตัวจริงเป็นตัวอย่างของคนที่รู้จัก "ถอย" เมื่อภารกิจสำเร็จ เขาปฏิเสธตำแหน่งใหญ่โตแล้วหันไปศึกษาเต๋าในบั้นปลาย จงโฮยเก่งเท่าเตียวเหลียงเรื่องวางแผน แต่ไม่เคยเรียนบทนี้จากต้นแบบของตัวเองเลย
4. จีคาง: คนที่จงโฮยไปหาแล้วถูกเมิน
ตอนนี้เป็นตอนที่นิยายสามก๊กไม่เล่าเลย แต่ผมคิดว่าสำคัญที่สุดตอนหนึ่งสำหรับการเข้าใจตัวจงโฮย
จีคาง (嵇康 จีคาง) คือนักปราชญ์และนักดนตรีผู้นำกลุ่ม "เจ็ดปราชญ์ป่าไผ่" (竹林七贤) ที่ไม่ยอมรับราชการกับตระกูลสุมา《世说新语》หมวดความทะนง (简傲) เล่าว่าจงโฮยชวนปัญญาชนดัง ๆ ไปเยี่ยมจีคาง ตอนนั้นจีคางกำลังตีเหล็กอยู่ใต้ต้นไม้ใหญ่ ให้เซี่ยงซิ่ว (向秀) เป่าเตาให้ จีคางตีเหล็กต่อไม่หยุด ทำเหมือนไม่มีใครอยู่ตรงนั้น ไม่พูดกับจงโฮยแม้แต่คำเดียว พอจงโฮยลุกจะกลับ จีคางจึงถามขึ้นมา
「何所闻而来?何所见而去?」
hé suǒ wén ér lái? hé suǒ jiàn ér qù?
"ได้ยินอะไรจึงมา เห็นอะไรจึงไป"
จงโฮยตอบกลับทันที
「闻所闻而来,见所见而去。」
wén suǒ wén ér lái, jiàn suǒ jiàn ér qù.
"ได้ยินสิ่งที่ได้ยินจึงมา เห็นสิ่งที่เห็นจึงไป"
คำตอบนี้คมจนกลายเป็นสำนวนจีน แต่《魏氏春秋》ที่หลิวเซี่ยวเปียว (刘孝标) ยกมาไว้ในอรรถาธิบายบอกว่า 「会深衔之」 "จงโฮยเจ็บแค้นฝังใจ" อีกเรื่องหนึ่งใน《世说新语》หมวดวรรณกรรมเล่าว่า เมื่อจงโฮยเขียนบทความปรัชญา《四本论》(ว่าด้วยความสัมพันธ์ระหว่างพรสวรรค์กับนิสัย) เสร็จ อยากให้จีคางอ่านมาก แต่กลัวถูกโต้ เลยยืนอยู่หน้าบ้านแล้วโยนต้นฉบับข้ามเข้าไป แล้ววิ่งหนี อัจฉริยะที่กล้าเสนอยกทัพตีจ๊กก๊กเมื่อทั้งราชสำนักค้าน กลับไม่กล้ายื่นหนังสือให้คนคนเดียว
ปี ค.ศ. 262 (บางแหล่งว่า 263) จีคางถูกประหาร《晋书·嵇康传》บันทึกคำที่จงโฮยทูลสุมาเจียวว่า 「嵇康,卧龙也,不可起」 "จีคางเป็นมังกรหลับ ปล่อยให้ลุกขึ้นไม่ได้" พร้อมกล่าวหาว่าจีคางเคยคิดช่วยบู๊ขิวเขียม (毌丘俭 กว้านชิวเจี่ยน) ก่อกบฏ ก่อนตายจีคางขอพิณมาบรรเลงเพลง《广陵散》 แล้วพูดว่าเพลงนี้จะสูญไปจากโลกนับแต่วันนี้ นักศึกษาไท่เสวียสามพันคนยื่นขอให้ไว้ชีวิตเขาเพื่อเป็นครู แต่ไม่ได้รับอนุญาต
《三国志》 สรุปไว้ประโยคเดียวว่า 「嵇康等见诛,皆会谋也」 "จีคางและคนอื่นถูกประหาร ล้วนเป็นแผนของจงโฮย" นักวิชาการจีนรุ่นหลังหลายคนแย้งว่าเหตุผลจริงคือสุมาเจียวไม่ไว้ใจจีคางที่เป็นเขยราชวงศ์โจและไม่ยอมรับราชการ จงโฮยเป็นแค่คนจุดไม้ขีด ผมเห็นว่าทั้งสองอย่างจริงพร้อมกันได้ แต่สิ่งที่ตอนนี้บอกเราชัดคือ จงโฮยเก่งพอจะเห็นค่าของคนอย่างจีคาง และใจแคบพอจะเอาคืนคนที่ไม่ยอมรับเขา
5. ใครพิชิตจ๊กก๊กกันแน่
ปีจิ่งหยวนที่ 3 (景元三年 ค.ศ. 262) ขุนนางในราชสำนักวุยก๊กแทบทั้งหมดค้านการยกทัพตีจ๊กก๊ก มีจงโฮยคนเดียวที่เห็นด้วยกับสุมาเจียว จึงได้เป็นเจิ้นซีเจียงจวิน (镇西将军 แม่ทัพพิทักษ์ตะวันตก) ถือสิทธิ์บัญชาทัพทั้งหมดในแดนกวนจง ปีต่อมาทัพวุยก๊กแยกเป็นสามสาย เตงงายกับจูกัดสู (诸葛绪 จูเก่อซฺวี่) คุมสายละสามหมื่นกว่าคน ไปตรึงเกียงอุยไว้ทางตะวันตก จงโฮยคุมทัพหลักกว่าแสนคนเข้าทางหุบเขาเสียกู่และลั่วกู่
ทางเดินทัพมีเรื่องที่บอกนิสัยจงโฮยชัด เคาหงี (许仪 สฺวี่อี๋) บุตรเคาทู (许褚) องครักษ์คู่ใจของโจโฉ เป็นกองหน้าซ่อมทาง จงโฮยตามมาข้างหลัง สะพานพังจนขาม้าตกลงไป จงโฮยสั่งประหารเคาหงีทันที 《三国志》 เขียนว่า 「诸军闻之,莫不震竦」 "ทั้งกองทัพได้ยินแล้วไม่มีใครไม่หวาดผวา" นิยายฉบับจีนตอนที่ 116 ขยายเป็นฉากที่ม้าของจงโฮยขาติดสะพานขณะถูกทหารจ๊กก๊กซุ่มโจมตีจนเกือบถูกแทงตาย แล้วจงโฮยจึงลงโทษเคาหงีที่ทำทางไม่ดี ส่วนจูกัดสู จงโฮยรายงานลับว่า "ขลาดไม่ยอมรุก" แล้วจับใส่รถขังส่งกลับ ทัพของจูกัดสูจึงมาอยู่ใต้จงโฮยหมด
หมายเหตุ: สามก๊กฉบับเจ้าพระยาพระคลัง (หน) ตอนที่ 85 ไม่มีเรื่องสะพาน เล่าว่าเคาหงีถูกตัดหัวเพราะพาทหารกองหน้าแตกพ่ายให้กองซุ่มหน้าด่าน บทความนี้เล่าตามนิยายฉบับจีน
จุดที่บทความฉบับก่อนของผมเขียนคลาดไปคือคำว่า "ร่วมกันพิชิตจ๊กก๊ก" และ "สยบเกียงอุย" เพราะในความจริง จงโฮยตีด่านเกียมโก๊ะ (剑阁 เจี้ยนเก๋อ) ไม่แตก 《三国志》 เขียนว่า 「进攻剑阁,不克,引退」 "เข้าตีเกียมโก๊ะไม่แตก ต้องถอยออกมา" เผยซงจือยังเขียนไว้ใต้ประวัติเกียงอุยว่า ตอนนั้นจงโฮย 「已议还计」 "ปรึกษาเรื่องยกทัพกลับแล้ว" ที่จ๊กก๊กแตกเพราะเตงงายนำทหารน้อยนิดเดินอ้อมทางอิมเป๋ง (阴平 อินผิง) เจ็ดร้อยกว่าลี้ ทะลุออกมาชนะจูกัดเจี๋ยม (诸葛瞻) ที่เมืองเหมียนจู๋ (绵竹) พระเจ้าเล่าเสี้ยน (刘禅 หลิวซาน) ยอมแพ้ต่อ เตงงาย ไม่ใช่จงโฮย แล้วมีพระราชโองการให้เกียงอุยวางอาวุธยอมแพ้ต่อจงโฮย เกียงอุยไม่ได้แพ้จงโฮยในสนามรบ
ระหว่างทาง จงโฮยแต่งประกาศ (檄) ถึงขุนนางและราษฎรจ๊กก๊กให้ยอมแพ้ ประกาศนี้ยังอยู่ครบใน《三国志》 และหนังสือรวมวรรณกรรม《文选》เก็บไว้ในชื่อ《檄蜀文》 คนจีนยกย่องเรื่องสำนวนมาก ปลายปี ค.ศ. 263 ราชสำนักตั้งจงโฮยเป็นซือถู (司徒) หนึ่งในสามมหาเสนาบดี เพิ่มศักดินาหมื่นครัวเรือน
6. ผีขงเบ้งที่เขาเตงกุนสัน: ฉากที่ไม่มีอยู่จริง กับการกระทำที่มีอยู่จริง
ฉากที่คนอ่านสามก๊กจำได้ที่สุดของจงโฮยคือฉบับจีนตอนที่ 116 ชื่อตอนว่า 「钟会分兵汉中道 武侯显圣定军山」 "จงโฮยแบ่งทัพทางฮันต๋ง ขงเบ้งสำแดงเดชที่เขาเตงกุนสัน"
ในนิยายฉบับจีน ทัพวุยก๊กพักอยู่ในเมือง ได้ยินเสียงโห่ร้องจากทิศตะวันตกเฉียงใต้สองคืนติด จงโฮยนำทหารม้าหลายร้อยออกไปลาดตระเวน ถึงภูเขาแห่งหนึ่ง จู่ ๆ ลมพายุพัด กองทหารม้านับพันพุ่งออกมาตามลม แม่ทัพตกม้าจำนวนมากแต่ไม่มีใครตาย จงโฮยถามเจียวสี (蒋舒) นายทหารจ๊กก๊กที่ยอมแพ้ ได้ความว่าที่นั่นไม่มีศาลเจ้า มีแต่สุสานขงเบ้ง วันรุ่งขึ้นจงโฮยไปเซ่นไหว้ คืนนั้นฝันเห็นคน "โพกผ้า ถือพัดขนนก ใส่เสื้อขนกระเรียน" มาบอกว่า "เข้าแดนแล้วอย่าฆ่าราษฎร" จงโฮยตื่นมาจึงปักธงขาวเขียนว่า 「保国安民」 "ปกป้องบ้านเมือง ให้ราษฎรอยู่เย็นเป็นสุข" ใครฆ่าคนแม้คนเดียวต้องชดใช้ด้วยชีวิต
ฉบับไทยตอนที่ 85 แปลตามฉบับจีนเกือบครบ ขงเบ้งในฝันมี "รูปร่างใหญ่สูง หน้านั้นขาวดังสีหยก มือหนึ่งถือพัด" และบอกว่า "พระเจ้าเล่าเสี้ยนสิ้นบุญอยู่แล้ว ถ้าแลท่านได้เมืองเสฉวนก็เอนดูเถิด อย่าฆ่าอาณาประชาราษฎรเลย"
พงศาวดารเหลือเรื่องนี้ไว้เพียงบรรทัดเดียวในประวัติจงโฮย
「会径过,西出阳安口,遣人祭诸葛亮之墓。」
"จงโฮยเดินทัพผ่านไป ออกทางตะวันตกที่ปากด่านหยางอาน แล้วส่งคนไปเซ่นสุสานขงเบ้ง"
และอีกบรรทัดในประวัติขงเบ้ง
「魏镇西将军钟会征蜀,至汉川,祭亮之庙,令军士不得于亮墓所左右刍牧樵采。」
"แม่ทัพพิทักษ์ตะวันตกแห่งวุยก๊ก จงโฮย ยกทัพตีจ๊กก๊ก ถึงลุ่มน้ำฮั่น ได้เซ่นศาลขงเบ้ง และสั่งห้ามทหารเลี้ยงสัตว์ ตัดหญ้า เก็บฟืน รอบสุสานขงเบ้ง"
ไม่มีผี ไม่มีลมพายุ ไม่มีความฝัน การไปเซ่นสุสานแม่ทัพใหญ่ของฝ่ายตรงข้ามก่อนบุกแผ่นดินเขา คือการเมืองที่ฉลาดมาก มันส่งสารถึงชาวเสฉวนว่าผู้มาใหม่เคารพคนที่พวกเขารัก ประกาศเรียกร้องให้ยอมแพ้ที่จงโฮยเขียนก็เขียนด้วยน้ำเสียงเดียวกัน นิยายเอาการกระทำทางการเมืองชิ้นนี้ไปต่อเป็นเรื่องผี แล้วยกความดีของคำสั่ง "ห้ามฆ่าราษฎร" ให้ขงเบ้งแทนจงโฮย
7. ลายมือที่ฆ่าเตงงาย
หลังจ๊กก๊กแตก เตงงายอยู่ในเมืองเซงโต๋ เริ่มตั้งขุนนางจ๊กก๊กเป็นใหญ่เป็นโตเองโดยอ้างพระราชอำนาจ แล้วเขียนฎีกาเสนอแผนตีง่อก๊กต่อทันที สุมาเจียวส่งอุยก๋วน (卫瓘 เว่ยกวั้น) ไปเตือนว่า "เรื่องต้องรายงานก่อน อย่าทำเอง" เตงงายตอบกลับยืดยาวว่าตนทำเพื่อบ้านเมือง เตงงายไม่ได้คิดกบฏ แต่ทำตัวเหมือนคนที่คิด
ตรงนี้ลายมือของจงโฮยกลับมามีบทบาท อรรถาธิบายของเผยซงจือยก《世语》ไว้ว่า
「会善效人书,于剑阁要艾章表白事,皆易其言,令辞指悖傲,多自矜伐。又毁文王报书,手作以疑之也。」
"จงโฮยเลียนลายมือคนอื่นเก่ง ดักฎีกาและหนังสือรายงานของเตงงายไว้ที่เกียมโก๊ะ แก้ถ้อยคำทุกฉบับให้ฟังดูอวดดีและยกตัว แล้วยังทำลายหนังสือตอบของสุมาเจียว เขียนฉบับใหม่ด้วยมือตัวเองเพื่อให้เตงงายระแวง"
《三国志》 บอกว่าจงโฮย กับนายทหารอีกสองคนคือเฮาเหลก (胡烈 หูเลี่ย) และซือจ้วน (师纂) ร่วมกันรายงานว่าเตงงาย "คิดการขบถ" (ประวัติอุยก๋วนใน《晋书》บอกว่าอุยก๋วนร่วมรายงานด้วย) ราชสำนักสั่งจับใส่รถขัง《魏氏春秋》ที่เผยซงจือยกมาเล่าว่า ตอนถูกจับเตงงายแหงนหน้ารำพึงว่า 「艾忠臣也,一至此乎!」 "เตงงายเป็นขุนนางภักดี ถึงกับต้องมาเป็นแบบนี้เชียวหรือ"
จงโฮยยังวางกลซ้อนอีกชั้น เขาส่งอุยก๋วนซึ่งมีทหารติดตัวเพียงพันคนไปจับเตงงายก่อน หวังให้เตงงายฆ่าอุยก๋วนแล้วจะได้มีความผิดหนักขึ้น (《晋书·卫瓘传》) อุยก๋วนรู้ทัน จึงเขียนหนังสือหลายฉบับส่งเข้าไปในค่ายตอนกลางคืน แจ้งว่ารับคำสั่งจับเตงงายคนเดียว คนอื่นไม่เกี่ยว รุ่งเช้านายทหารของเตงงายมาคำนับอุยก๋วนหมด อุยก๋วนจับเตงงายได้ตอนยังนอนอยู่ นิยายฉบับจีนตอนที่ 119 เพิ่มฉากที่จงโฮยเอาแส้ฟาดหัวเตงงายที่ถูกมัดไว้ แล้วด่าว่า 「养犊小儿,何敢如此!」 "ไอ้เด็กเลี้ยงวัว กล้าดีอย่างไร" (เพราะเตงงายเกิดในครอบครัวยากจน) เกียงอุยยังซ้ำว่า 「匹夫行险徼幸,亦有今日耶?」 "เจ้าคนเสี่ยงโชค ก็มีวันนี้เหมือนกันหรือ"
ชะตาเตงงายจบหลังจงโฮยตายไม่กี่วัน ทหารเก่าของเตงงายไล่ตามไปปล่อยเขาออกจากเกวียน อุยก๋วนกลัวถูกแก้แค้น จึงส่งเตนซก (田续 เถียนซวี่) ไปดักฆ่าเตงงายกับเตงต๋ง (邓忠) บุตรชายที่ทางตะวันตกของเมืองเหมียนจู๋ เตนซกมีแค้นเก่าเพราะตอนบุกเจียงอิ๋ว เตงงายเกือบสั่งประหารเขาฐานไม่ยอมรุก อุยก๋วนพูดกับเตนซกว่า 「可以报江由之辱矣」 "ล้างแค้นที่เจียงอิ๋วได้แล้ว"
8. เกียงอุยหลอกจงโฮย หรือจงโฮยหลอกตัวเอง
นิยายสร้างภาพให้เกียงอุยเป็นคนวางยาพิษในหูจงโฮยทีละหยด จนจงโฮยกบฏ คนจีนเรียกว่า 「姜维一计害三贤」 "เกียงอุยใช้แผนเดียวฆ่าคนเก่งสามคน" คือเตงงาย จงโฮย และตัวเกียงอุยเอง
ในพงศาวดาร เกียงอุยมีแผนกู้จ๊กก๊กจริง《汉晋春秋》บันทึกคำที่เกียงอุยพูดกับจงโฮย ซึ่งอ่านแล้วกลับเหมือนคำเตือนมากกว่าคำยุ แต่ต้นฉบับขึ้นต้นข้อความนี้ว่า 「维见而知其心……乃诡说会曰」 คือเกียงอุยรู้ทันใจจงโฮยแล้วจึง "พูดอย่างมีเล่ห์" คำที่ฟังเหมือนเตือนจึงเป็นการหยั่งเชิงให้จงโฮยเปิดใจ
「今君大功既立,大德已著,何不法陶朱公泛舟绝迹,全功保身,登峨嵋之岭,而从赤松游乎?」
"บัดนี้ท่านสร้างความชอบใหญ่แล้ว คุณธรรมก็ปรากฏแล้ว ทำไมไม่ทำอย่างเถาจูกง (陶朱公 คือฟ่านหลี่ 范蠡) ลอยเรือหายไปจากโลก รักษาทั้งผลงานและชีวิตไว้ ขึ้นยอดเขาง้อไบ๊ไปท่องเที่ยวกับเซียนชื่อซงจื่อ"
จงโฮยตอบว่า 「君言远矣,我不能行」 "ท่านพูดไกลเกินไป ข้าทำไม่ได้" นิยายฉบับจีนตอนที่ 119 ขยายคำตอบนี้ว่า 「吾年未四旬,方思进取,岂能便效此退闲之事?」 "ข้ายังอายุไม่ถึงสี่สิบ เพิ่งคิดจะก้าวหน้า จะไปทำตัวเกษียณแบบนั้นได้อย่างไร"
ประตูทางออกถูกเปิดให้แล้ว และจงโฮยเป็นคนปิดมันเอง《华阳国志》บันทึกว่าเกียงอุยแอบเขียนถึงพระเจ้าเล่าเสี้ยนว่า 「愿陛下忍数日之辱,臣欲使社稷危而复安,日月幽而复明」 "ขอพระองค์ทรงอดทนต่อความอัปยศสักไม่กี่วัน ข้าพเจ้าจะทำให้แผ่นดินที่กำลังจะล่มกลับมั่นคง ให้ตะวันจันทร์ที่มืดกลับสว่างอีกครั้ง" แผนของเกียงอุยคือให้จงโฮยฆ่าแม่ทัพวุยก๊กให้หมด แล้วค่อยฆ่าจงโฮย
แต่《三国志》เขียนชัดว่าความคิดกบฏเกิดในใจจงโฮยก่อน 「会内有异志」 "จงโฮยมีใจคิดต่าง" และเมื่อจับเตงงายได้แล้ว 「自谓功名盖世,不可复为人下」 "คิดว่าตัวเองมีผลงานเหนือคนทั้งแผ่นดิน จะอยู่ใต้ใครอีกไม่ได้" แผนเดิมของเขาคือให้เกียงอุยนำทหารจ๊กก๊กออกหุบเขาเสียกู่ ตัวเองตามหลัง ถึงเตียงฮันแล้วให้ทหารม้าไปทางบก ทหารราบล่องเรือตามแม่น้ำเว่ยออกแม่น้ำเหลือง คำนวณว่าห้าวันถึงท่าเมิ่งจิน (孟津) แล้วไปสมทบทหารม้าที่เมืองลกเอี๋ยง "วันเดียวก็ยึดแผ่นดินได้"
ฟางเส้นสุดท้ายมาจากหนังสือของสุมาเจียว
「恐邓艾或不就征,今遣中护军贾充将步骑万人径入斜谷,屯乐城,吾自将十万屯长安,相见在近。」
"เกรงว่าเตงงายจะขัดคำสั่ง จึงส่งกาอุ้น (贾充 เจี่ยชง) คุมทหารหมื่นคนเข้าหุบเขาเสียกู่ไปตั้งที่เมืองเล่อเฉิง ตัวเราจะคุมทัพแสนไปตั้งที่เตียงฮัน อีกไม่นานคงได้พบกัน"
จงโฮยอ่านแล้วร้องบอกคนสนิท 「但取邓艾,相国知我能独办之;今来大重,必觉我异矣,便当速发。事成,可得天下;不成,退保蜀汉,不失作刘备也。」 "แค่จับเตงงาย ท่านอัครมหาเสนาบดีรู้ว่าข้าทำคนเดียวได้ แต่นี่ยกมาหนักขนาดนี้ ต้องรู้ทันใจข้าแล้ว ต้องลงมือเร็ว สำเร็จก็ได้แผ่นดิน ไม่สำเร็จก็ถอยไปรักษาเสฉวน อย่างน้อยก็เป็นเล่าปี่ได้"
ประโยค "อย่างน้อยก็เป็นเล่าปี่ได้" ทำให้ผมนึกถึงบทความเล่าปี่ ผู้นำที่ล้มซ้ำที่ผมเคยเขียน เล่าปี่ใช้เวลาเกือบสามสิบปีกว่าจะได้เสฉวน จงโฮยคิดว่าจะได้แผ่นดินในห้าวัน
9. คนที่มองออกตั้งแต่วันแรก
สิ่งที่ทำให้เรื่องจงโฮยเศร้ากว่าโศกนาฏกรรมทั่วไป คือมีคนเห็นจุดจบของเขาล่วงหน้าหลายคน และบันทึกไว้ในเอกสารคนละเล่ม
| ผู้ทำนาย | เมื่อไร | พูดว่าอะไร | ที่มา |
|---|---|---|---|
| แฮหัวป๋า (夏侯霸) | ค.ศ. 249 หนีไปอยู่จ๊กก๊ก | 「有钟士季者,其人虽少,终为吴、蜀之忧,然非非常之人亦不能用也」 "มีคนชื่อจงซื่อจี้ ยังหนุ่มอยู่ แต่สุดท้ายจะเป็นภัยของง่อก๊กและจ๊กก๊ก ทว่าคนธรรมดาใช้เขาไม่ได้" | 《汉晋春秋》ในอรรถาธิบาย《三国志》卷28 |
| ซินเซี่ยนอิง (辛宪英) | ก่อนยกทัพ | 「会在事纵恣,非持久处下之道,吾畏其有他志也」 "จงโฮยทำงานตามใจตัว ไม่ใช่คนที่จะอยู่ใต้ใครได้นาน ข้ากลัวเขามีใจอื่น" แล้วกำชับลูกชายที่ถูกเกณฑ์ไปเป็นเสนาธิการว่าให้ยึด "ความเมตตาและความอดกลั้น" ลูกชายรอดกลับมา | 《晋书·列女传》 |
| หลิวสือ (刘寔) | ตอนยกทัพ | 「破蜀必矣,而皆不还」 "ชนะจ๊กก๊กแน่ แต่จะไม่ได้กลับมาทั้งสองคน" (หมายถึงจงโฮยกับเตงงาย) | 《晋书·刘寔传》 |
| หวังหรง (王戎) | ก่อนออกเดินทาง | 「道家有言,'为而不恃',非成功难,保之难也」 "ปราชญ์เต๋าว่าไว้ 'ทำแล้วไม่ยึดถือ' ความสำเร็จไม่ยาก รักษามันไว้ต่างหากที่ยาก" | 《晋书·王戎传》 |
| เซ่าที่ (邵悌) | ก่อนยกทัพ | ทักสุมาเจียวว่าจงโฮยตัวคนเดียวไม่มีอะไรผูกมัด ไม่ควรให้คุมทัพแสน สุมาเจียวตอบว่าตนรู้อยู่แล้ว ถ้าจงโฮยคิดร้าย "ก็แค่ทำลายตระกูลตัวเอง" | 《三国志》卷28 |
| จงอวี้ (钟毓) พี่ชาย | ก่อนตาย ค.ศ. 263 | เคยกราบทูลลับสุมาเจียวว่า 「会挟术难保,不可专任」 "จงโฮยมีเล่ห์มาก รับรองไม่ได้ อย่าให้อำนาจคนเดียว" | 《三国志》卷28 |
นิยายฉบับจีนตอนที่ 116 เก็บคำทำนายของหลิวสือไว้ แต่เขียนชื่อเป็น 刘实 และให้คนถามคือหวังเสียง (王祥) ส่วนสุมาเจียวในนิยายพูดกับเซ่าที่เกือบตรงตามพงศาวดาร คำพูดของหวังหรงคือประโยคที่ผมอยากให้ทุกคนจำ เพราะมันคือหัวใจของเรื่องนี้ทั้งเรื่อง
10. สี่วันสุดท้ายที่เซงโต๋
ไทม์ไลน์ตาม《三国志》 ปีจิ่งหยวนที่ 5 (ค.ศ. 264)
- 15 เดือนอ้าย จงโฮยเข้าเมืองเซงโต๋
- 16 เดือนอ้าย เชิญแม่ทัพ นายกอง เจ้าเมือง และขุนนางจ๊กก๊กเก่ามาไว้ทุกข์ให้พระนางกวยทายเฮา (郭太后) ที่เพิ่งสิ้นพระชนม์ แล้ว 「矫太后遗诏」 ปลอมพระราชเสาวนีย์ฉบับสุดท้ายของพระพันปี ให้จงโฮยยกทัพปลดสุมาเจียว ให้ทุกคนลงชื่อ แล้วขังขุนนางทั้งหมดไว้ในห้องของสำนักงานเมือง ปิดประตูเมืองและประตูวัง
- คืนก่อนวันที่ 18 ข่าวลือแพร่ คูเกี๋ยน (丘建 ชิวเจี้ยน) นายทหารคนสนิทที่เคยเป็นลูกน้องเฮาเหลก สงสารนายเก่า จึงขอให้คนในห้องขังส่งคนออกมารับอาหารได้ เฮาเหลกฉวยโอกาสแต่งข่าวลวงบอกคนส่งอาหาร และเขียนบอกลูกชายว่า "จงโฮยขุดหลุมใหญ่ เตรียมไม้ตะบองไว้หลายพันอัน จะเรียกทหารนอกเข้ามาทีละคนแล้วตีตายฝังหลุม" ข่าวแพร่ไปทุกกองในคืนเดียว มีคนแนะให้จงโฮยฆ่านายทหารที่ขังไว้ทั้งหมด จงโฮยลังเล
- 18 เดือนอ้าย ตอนเที่ยง เฮาเกียน (胡渊 หูยวน) บุตรเฮาเหลก อายุ 18 ปี ตีกลองนำทหารบุกเข้าเมือง ทหารกองอื่นแห่ตามโดยไม่มีใครสั่ง เกียงอุยสู้เคียงจงโฮย ฆ่าได้ห้าหกคน 「众既格斩维,争赴杀会」 "ทหารรุมฟันเกียงอุยตาย แล้วแย่งกันเข้าไปฆ่าจงโฮย" 「会时年四十」 จงโฮยอายุ 40 ปี ทหารตายหลายร้อยคน
จุดที่บทความฉบับก่อนของผมเขียนคลาดคือ "ฮูเลียดก่อการกบฏภายในกองทัพ" ความจริงเฮาเหลกถูกขังอยู่ คนนำทหารบุกคือเฮาเกียนลูกชายวัยสิบแปด เด็กหนุ่มคนนี้ปิดฉากชีวิตอัจฉริยะวัยสี่สิบ
พงศาวดารกับนิยาย: สองแบบของความตาย
| รายละเอียด | 《三国志》 และอรรถาธิบาย | นิยายจีน ตอนที่ 119 |
|---|---|---|
| ใครคิดเรื่องพระราชเสาวนีย์ปลอม | จงโฮยเอง | เกียงอุยเสนอ |
| ขุนนางถูกเรียกมาอย่างไร | มาไว้ทุกข์ให้พระพันปี | งานเลี้ยงวันหยวนเซียว (15 ค่ำเดือนอ้าย) |
| ข่าวรั่วออกไปอย่างไร | เฮาเหลกแต่งข่าวลวงบอกคนส่งอาหาร และเขียนบอกลูกชาย | คูเกี๋ยนแอบบอกแผนจริงของจงโฮย เฮาเหลกจึงเขียนจดหมายลับถึงเฮาเกียน |
| จงโฮยตายอย่างไร | ทหารแย่งกันเข้าไปฆ่า | ถูกเกาทัณฑ์ยิงล้ม แล้วถูกตัดหัว |
| เกียงอุยตายอย่างไร | สู้จนถูกฟันตาย | เจ็บอกกำเริบ แล้วเชือดคอตัวเอง |
| ดีของเกียงอุย | 《世语》: 「胆如斗大」 ใหญ่เท่าถัง (斗 ภาชนะตวงข้าว) | 「其胆大如鸡卵」 ใหญ่เท่าไข่ไก่ |
| อายุเกียงอุย | เกิด ค.ศ. 202 ตายตอนอายุราว 62–63 ปี | 59 ปี |
หมายเหตุ: สามก๊กฉบับเจ้าพระยาพระคลัง (หน) ตอนที่ 86 เล่าตามนิยายจีนเป็นส่วนใหญ่ แต่เติมรายละเอียดของตัวเองบางจุด เช่น เฮาเหลก "ตัดนิ้วมือสูบเอาโลหิตเขียนเปนหนังสือลับ" และดีของเกียงอุย "ใหญ่เท่าไข่ห่าน" บทความนี้เล่าตามนิยายฉบับจีน
11. หลังความตาย: คนที่กล้าฝังศพจงโฮย
พี่ชายของจงโฮยตายไปก่อนไม่กี่เดือน ในฤดูหนาว ค.ศ. 263 จงโฮยไม่รู้ข่าวด้วยซ้ำ หลานชายจงยง (钟邕) ตายพร้อมเขา ลูกบุญธรรมจงอี้ (钟毅) ถูกประหาร แต่ลูกของจงอวี้คนอื่นได้รับอภัยโทษ เพราะสุมาเจียวจำได้ว่าจงอวี้เคยเตือนเรื่องน้องชายไว้ก่อน
เรื่องที่ผมเล่าให้ลูกหลานฟังแล้วทุกคนเงียบ คือเรื่องของเซี่ยงสฺยง (向雄) เจ้าหน้าที่กงเฉา (功曹 ฝ่ายบุคคล) ในสังกัดจงโฮย ที่ไปเก็บศพเจ้านายมาฝัง สุมาเจียวเรียกตัวมาต่อว่า เซี่ยงสฺยงตอบว่ากฎหมายลงโทษคนเป็นครบแล้ว การฝังศพเป็นเรื่องของมนุษยธรรม "ถ้าท่านจองเวรกับกระดูกที่ทิ้งไว้กลางทุ่ง ร้อยปีข้างหน้าคนจะหัวเราะเยาะ" สุมาเจียวฟังแล้วพอใจ เลี้ยงสุรา แล้วปล่อยกลับ (《汉晋春秋》ในอรรถาธิบาย《三国志》卷28)
ตันซิ่วผู้เขียน《三国志》 เอาจงโฮยไปรวมไว้ในบรรพเดียวกับหวังหลิง (王凌) บู๊ขิวเขียม จูกัดเอี๋ยน และเตงงาย แล้วตัดสินสี่คนแรกซึ่งล้วนก่อกบฏด้วยประโยคเดียว
「钟会精练策数……而皆心大志迂,不虑祸难,变如发机,宗族涂地,岂不谬惑邪!」
"จงโฮยชำนาญแผนการ ... แต่ทุกคนใจใหญ่ ความคิดหลงทาง ไม่คิดถึงภัย ลงมือเร็วเหมือนปล่อยลูกหน้าไม้ จนตระกูลพินาศ ไม่ใช่ความหลงผิดหรอกหรือ"
12. มรดกที่ไม่เกี่ยวกับสงคราม
ถ้าตัดเรื่องกบฏออกไป จงโฮยคือคนที่เก่งรอบด้านแบบหาตัวจับยาก
ลายมือ จางหวยกวั้น (张怀瓘) นักวิจารณ์อักษรศิลป์สมัยถัง จัดอันดับไว้ใน《书断》ภาคกลาง ว่าลายมือของจงโฮย 「书有父风,稍备筋骨,美兼行草,尤工隶书」 "มีเค้าลายมือบิดา เพิ่มความแข็งแรงของเส้นขึ้นอีก งามทั้งอักษรกึ่งหวัดและหวัด ถนัดที่สุดคืออักษรลี่" และสรุปว่า 「会隶、行、草、章草入妙」 อักษรลี่ (隶) อักษรกึ่งหวัด (行) อักษรหวัด (草) และอักษรหวัดโบราณ (章草) อยู่ในชั้น "เมี่ยว" (妙品 ชั้นเยี่ยม)
ในหัวข้อเดียวกันนั้น จางหวยกวั้นเล่าเกร็ดที่ทำให้ผมยิ้มทุกครั้ง จงโฮยเคยปลอมลายมือของสฺวินซฺวี่ (荀勖) ไปขอดาบล้ำค่าจากมารดาของสฺวินซฺวี่ ซึ่งเป็นคนแซ่จงด้วยกัน สฺวินซฺวี่แก้เผ็ดด้วยการแอบไปวาดภาพเหมือนจงฮิวผู้ล่วงลับไว้ในบ้านหลังใหม่ที่สองพี่น้องตระกูลจงลงทุนสร้างถึงสิบล้าน (千万) ก่อนเจ้าของจะย้ายเข้า พอพี่น้องเข้าไปดูบ้านเห็นภาพบิดาก็ร่ำไห้หนัก ลายมือปลอมอีกครั้งในชีวิตของเขา ครั้งนี้ยังเป็นเรื่องตลก
ปรัชญา จงโฮยเป็นเพื่อนกับหวังปี้ (王弼) อัจฉริยะผู้ทำอรรถาธิบาย《老子》ที่คนอ่านกันมาจนทุกวันนี้ เขาเขียน《四本论》 ถกเรื่องพรสวรรค์กับนิสัย เขียนบทว่าด้วย《易》 และหลังเขาตายพบหนังสือยี่สิบบทในบ้านชื่อ《道论》 ซึ่งตันซิ่วว่าเนื้อหาเป็นแนวนิติปรัชญา (刑名家) สำนวนเหมือนจงโฮย
วรรณกรรม ประกาศเรียกร้องชาวเสฉวนให้ยอมแพ้ที่ยกมาในหัวข้อที่ 5 ยังอยู่ครบใน《三国志》
ใครอยากรู้ว่าตระกูลจงมาจากไหน และทำไมคนไทยเชื้อสายจีนบางบ้านจึงอ่านแซ่นี้ว่า "จง" บางบ้านอ่าน "เจ็ง" ผมเขียนไว้ในบทความแซ่จง แซ่เจ็ง (钟)
13. นิยายเปลี่ยนอะไรบ้าง
| เรื่อง | พงศาวดาร | นิยาย (ฉบับจีน) |
|---|---|---|
| ความฉลาดตอนเด็ก | เจียวเจ้กชมตอนห้าขวบ เรื่องเหงื่อมาจาก《世说新语》ซึ่งลำดับเวลาไม่ตรง | เรื่องเหงื่อตอนเจ็ดขวบ ต่อหน้าพระเจ้าโจผี |
| ฉายาเตียวเหลียง | ได้มาจากการปลอมจดหมายที่ชิวฉุน | ได้มาจากกลยุทธ์เปิดประตูใต้ สุมาเจียวชมเอง |
| จีคาง | จงโฮยมีส่วนทำให้จีคางถูกประหาร | ไม่มีเลย |
| ผีขงเบ้ง | ส่งคนไปเซ่นสุสาน ห้ามเลี้ยงสัตว์รอบสุสาน | ผีหลอกทัพ เข้าฝัน ปักธง "保国安民" |
| ใครพิชิตจ๊กก๊ก | เตงงายเข้าเซงโต๋ จงโฮยติดที่เกียมโก๊ะ | เล่าคล้ายพงศาวดาร แต่ให้จงโฮยเด่นกว่า |
| ต้นคิดกบฏ | จงโฮยคิดเอง เกียงอุยฉวยโอกาส | เกียงอุยยุทุกขั้น |
| วาระสุดท้ายของเกียงอุย | สู้จนถูกฟันตาย | เจ็บอกแล้วเชือดคอตัวเอง |
14. บทเรียนที่ผมเล่าให้ลูกหลานฟัง
ทุกครั้งที่ผมเล่าเรื่องจงโฮยให้คนรุ่นใหม่ฟัง ผมเน้นจุดเดียวเสมอ คือความต่างระหว่าง "ความเก่ง" กับ "ความรู้จักพอ" จงโฮยไม่ได้ขาดสติปัญญาในการวางแผน เขาขาดความสามารถในการควบคุมความทะเยอทะยานของตัวเอง ซึ่งเป็นทักษะคนละแบบ คนที่ฉลาดเรื่องกลยุทธ์ภายนอกอาจไม่ฉลาดเรื่องการมองใจตัวเองเสมอไป
พอได้อ่านพงศาวดารอย่างละเอียด ผมเห็นอีกอย่างที่ไม่เคยเห็นตอนอ่านนิยาย คือจงโฮย ได้รับคำเตือนครบทุกช่องทาง แม่เตือนตั้งแต่อายุยี่สิบ หวังหรงเตือนตอนออกเดินทาง เกียงอุยศัตรูเก่ายังชี้ทางออกให้ด้วยเรื่องของฟ่านหลี่ เขาไม่ได้ตายเพราะไม่มีใครบอก เขาตายเพราะคิดว่าตัวเองเก่งกว่าคำเตือนทุกคำ
ผมเองยังนั่งนึกอยู่บ่อย ๆ ว่าถ้าได้ย้อนเวลาไปคุยกับจงโฮยสักครั้ง ในวันที่เขาคุมทัพแสนคนอยู่ในเสฉวน ผมจะพูดอะไรกับเขาดี บางทีอาจจะแค่ประโยคเดียวว่า "ท่านทำมาถึงจุดนี้ได้เก่งมากแล้ว หยุดตรงนี้เถอะ" แต่ตอนนี้ผมรู้แล้วว่า มีคนพูดประโยคนี้กับเขาไปแล้วหลายคน
เรื่องของจงโฮยต่างจากโศกนาฏกรรมของตัวละครอื่นในสามก๊ก ตรงที่ไม่มีศัตรูภายนอกให้เราโกรธแทน กวนอูตายเพราะแผนของลิบองกับซุนกวน ขงเบ้งตรากตรำจนตายเพราะภาระที่แบกไว้เพื่อแผ่นดินเสฉวน แต่จงโฮยตายเพราะมือของตัวเองแท้ ๆ ทั้งมือที่ถือพู่กัน และมือที่ไม่ยอมวางมันลง
คำถามที่พบบ่อย
จงโฮยคือใครในสามก๊ก?
จงโฮย (钟会 จงฮุ่ย ชื่อรอง 士季 ซื่อจี้ ค.ศ. 225–264) เป็นขุนนางและแม่ทัพของวุยก๊กยุคปลาย บุตรคนเล็กของจงฮิว (钟繇) ปรมาจารย์อักษรจีน เป็นที่ปรึกษาคนสำคัญของสุมาสูและสุมาเจียว และเป็นแม่ทัพใหญ่ในศึกตีจ๊กก๊ก ค.ศ. 263 ก่อนก่อกบฏและถูกทหารของตัวเองฆ่าตายที่เมืองเซงโต๋ ค.ศ. 264
ผีขงเบ้งมาเข้าฝันจงโฮยที่เขาเตงกุนสันจริงไหม?
ไม่จริง เป็นเรื่องในนิยายตอนที่ 116 พงศาวดารบันทึกเพียงว่าจงโฮยส่งคนไปเซ่นสุสานขงเบ้ง และสั่งห้ามทหารเลี้ยงสัตว์ ตัดหญ้า หรือเก็บฟืนรอบสุสาน
ทำไมจงโฮยถูกเรียกว่าเตียวเหลียง?
《三国志》บันทึกว่าเพราะแผนปลอมจดหมายในนามเฉวียนฮุยกับเฉวียนอี๋ ทำให้แม่ทัพง่อก๊กในเมืองชิวฉุนเปิดประตูยอมแพ้ คนยุคนั้นจึงเรียกจงโฮยว่า "จื่อฝาง" ซึ่งเป็นชื่อรองของเตียวเหลียง ส่วนนิยายเปลี่ยนเป็นกลยุทธ์เปิดประตูใต้ให้ข้าศึกหนี
จงโฮยกับเตงงายใครพิชิตจ๊กก๊ก?
เตงงาย เขานำทหารอ้อมทางอิมเป๋งไปชนะที่เมืองเหมียนจู๋ พระเจ้าเล่าเสี้ยนยอมแพ้ต่อเตงงาย ส่วนทัพหลักของจงโฮยตีด่านเกียมโก๊ะไม่แตก จนเคยปรึกษาเรื่องยกทัพกลับ
จงโฮยใส่ความเตงงายอย่างไร?
《世语》ที่เผยซงจือยกมาบันทึกว่าจงโฮยเลียนลายมือคนอื่นเก่ง ดักฎีกาของเตงงายไว้ที่ด่านเกียมโก๊ะ แก้ถ้อยคำให้ฟังอวดดี และปลอมหนังสือตอบของสุมาเจียว แล้วร่วมกับอุยก๋วน เฮาเหลก และซือจ้วน รายงานว่าเตงงายคิดกบฏ
เกียงอุยยุจงโฮยให้กบฏจริงไหม?
จริงครึ่งหนึ่ง เกียงอุยมีแผนใช้จงโฮยกู้จ๊กก๊ก แต่《三国志》บันทึกว่าจงโฮยมีใจคิดต่างอยู่ก่อนแล้ว และตัดสินใจลงมือเพราะหนังสือของสุมาเจียวที่บอกว่ากำลังยกทัพแสนมาเตียงฮัน ส่วนเรื่องปลอมพระราชเสาวนีย์ของพระนางกวยทายเฮา พงศาวดารบอกว่าเป็นความคิดของจงโฮย นิยายจึงให้เกียงอุยเป็นคนเสนอ
จงโฮยตายอย่างไร?
วันที่ 18 เดือนอ้าย ค.ศ. 264 เฮาเกียน บุตรเฮาเหลก อายุ 18 ปี นำทหารบุกเมืองเซงโต๋ ทหารรุมฆ่าเกียงอุยแล้วแย่งกันเข้าไปฆ่าจงโฮย จงโฮยอายุ 40 ปีนับแบบจีน
ดีของเกียงอุยใหญ่แค่ไหน?
《世语》ที่เผยซงจือยกมาว่า "ใหญ่เท่าถัง" (斗) นิยายฉบับจีนตอนที่ 119 ว่า "ใหญ่เท่าไข่ไก่" เป็นเกร็ดชั้นหลังทั้งคู่ ไม่อยู่ในเนื้อหาหลักของ《三国志》
จงโฮยเกี่ยวอะไรกับการตายของจีคาง?
《三国志》 เขียนว่าการประหารจีคาง "ล้วนเป็นแผนของจงโฮย"《晋书》 บันทึกคำที่จงโฮยทูลสุมาเจียวว่าจีคางเป็น "มังกรหลับ" ต้องกำจัด นักวิชาการรุ่นหลังเห็นว่าสุมาเจียวมีเหตุผลทางการเมืองของตัวเองอยู่แล้ว จงโฮยเป็นผู้ยุ
จงโฮยเก่งด้านไหนบ้าง?
นอกจากการทหาร จางหวยกวั้นสมัยถังจัดลายมือของจงโฮยอยู่ในชั้น "เมี่ยว" (妙品 ชั้นเยี่ยม) ทั้งอักษรลี่ อักษรกึ่งหวัด อักษรหวัด และอักษรหวัดโบราณ ด้านปรัชญาเขียน《四本论》 และเป็นเพื่อนนักคิดของหวังปี้
สรุป
จงโฮยไม่ได้ถูกผีขงเบ้งตักเตือน และไม่ได้ถูกเกียงอุยหลอกจนหลงทาง ตัวจริงของเขาน่าสนใจกว่าในนิยาย เขาคือลูกปรมาจารย์ลายมือที่ใช้ลายมือเป็นอาวุธตลอดชีวิต ได้ฉายาเตียวเหลียงเพราะจดหมายปลอม กำจัดเตงงายด้วยฎีกาที่แก้ถ้อยคำ และประกาศกบฏด้วยพระราชเสาวนีย์ที่เขียนเอง ทุกคนรอบตัวเตือนเขา ตั้งแต่แม่ เพื่อน จนถึงศัตรู เขาได้ยินทุกคำ แต่เลือกเชื่อฝีมือตัวเองมากกว่า สุดท้ายเด็กหนุ่มอายุสิบแปดตีกลองนำทหารเข้าเมือง ปิดฉากอัจฉริยะที่น่าเสียดายที่สุดคนหนึ่งในสามก๊ก
แหล่งข้อมูล
เอกสารชั้นต้น (ตรวจตัวอักษรแล้วบนวิกิซอร์ซ)
- 《三国志》卷28 ประวัติจงโฮย เตงงาย และคำวิจารณ์ของตันซิ่ว พร้อมอรรถาธิบายของเผยซงจือ (《世语》《魏氏春秋》《汉晋春秋》 ชีวประวัติมารดาจงโฮย) — ต้นฉบับภาษาจีนบนวิกิซอร์ซ
- 《三国志》卷44 ประวัติเกียงอุย (《汉晋春秋》《华阳国志》《世语》 胆如斗大) — ต้นฉบับภาษาจีนบนวิกิซอร์ซ
- 《三国志》卷35 ประวัติขงเบ้ง (จงโฮยเซ่นศาลขงเบ้งและห้ามรบกวนสุสาน) — ต้นฉบับภาษาจีนบนวิกิซอร์ซ
- 《世说新语》หมวดวาจา (เรื่องเหงื่อ) · หมวดวรรณกรรม (《四本论》) · หมวดความทะนง (จีคางตีเหล็ก)
- 《晋书》卷36 ประวัติอุยก๋วน · 卷49 ประวัติจีคาง · 卷43 ประวัติหวังหรง · 卷41 ประวัติหลิวสือ · 卷96 ประวัติซินเซี่ยนอิง
- 《书断》ภาคกลาง ของจางหวยกวั้น (ลายมือจงโฮยชั้นเมี่ยว และเรื่องดาบของสฺวินซฺวี่) — ต้นฉบับภาษาจีนบนวิกิซอร์ซ
- 《檄蜀文》 ประกาศของจงโฮยถึงชาวจ๊กก๊ก — ต้นฉบับภาษาจีนบนวิกิซอร์ซ
นิยาย
- 《三国演义》ตอนที่ 107 · ตอนที่ 112 · ตอนที่ 116 · ตอนที่ 119 — ต้นฉบับภาษาจีนบนวิกิซอร์ซ
- สามก๊ก ฉบับเจ้าพระยาพระคลัง (หน) ตอนที่ 80 · ตอนที่ 82 · ตอนที่ 85 · ตอนที่ 86 — ห้องสมุดดิจิทัลวชิรญาณ
อ่านเพิ่ม
- Zhong Hui — สารานุกรมวิกิพีเดียภาษาอังกฤษ
- 《合法性危机下的必然选择——析嵇康之死》 (บทความวิชาการว่าด้วยสาเหตุการตายของจีคาง) วารสาร《今日南国》 ฉบับที่ 10 ปี 2010
