คำตอบสั้น ๆ
วันสารทจีน หรือ จงหยวนเจี๋ย (中元节) ตรงกับวันที่ 15 เดือน 7 ตามปฏิทินจันทรคติจีน เป็นวันที่ลูกหลานชาวจีนไหว้เจ้า ไหว้บรรพบุรุษ และไหว้สัมภเวสีหรือผีไม่มีญาติ ตามคติที่ว่าประตูนรกเปิดตลอดเดือน 7 ให้ดวงวิญญาณกลับมารับส่วนบุญ ในปี 2569 วันสารทจีนตรงกับ วันพฤหัสบดีที่ 27 สิงหาคม 2026 โดยลูกหลานส่วนใหญ่จะไหว้กันตั้งแต่เช้าจนถึงบ่ายของวันนั้น และหลายบ้านเริ่มไหว้ตั้งแต่วันที่ 26 สิงหาคมซึ่งเป็น "วันไหว้"
ประเด็นสำคัญ
- ชื่อทางการ คือ จงหยวนเจี๋ย (中元节) คติเต๋าเรียกวันนี้ว่าวันประสูติของ ตี้กวนต้าตี้ เทพผู้อภัยโทษ ส่วนคติพุทธมหายานเรียกว่า อวลลัมพนะ หรือเทศกาลอูลันเผิน
- ไหว้สามชุด ตามลำดับ คือ ไหว้เจ้า ไหว้บรรพบุรุษ และไหว้สัมภเวสี แต่ละชุดใช้ของและเวลาต่างกัน
- ไม่ใช่วันเดียวกับเช็งเม้ง เช็งเม้งคือการไปทำความสะอาดฮวงซุ้ยในฤดูใบไม้ผลิ ส่วนสารทจีนไหว้ที่บ้านหรือที่ศาลในฤดูฝนปลายปี
- พิธีทิ้งกระจาด ที่วัดและมูลนิธิจีนจัดกันในเดือน 7 คือส่วนขยายของคติเดียวกันในระดับชุมชน
วันสารทจีนคือวันอะไร ทำไมต้องเดือน 7
ชาวจีนถือว่าเดือน 7 ตามปฏิทินจันทรคติเป็น "เดือนผี" หรือ กุ่ยเยว่ (鬼月) ความเชื่อดั้งเดิมกล่าวว่าประตูยมโลกจะเปิดตั้งแต่วันที่ 1 ของเดือน และปิดลงในวันสิ้นเดือน ระหว่างนั้นดวงวิญญาณทั้งที่มีลูกหลานและไม่มีใครเซ่นไหว้จะกลับขึ้นมาสู่โลกมนุษย์ กลางเดือนคือวันที่ 15 จึงกลายเป็นจุดศูนย์กลางของเดือน เป็นวันที่ครอบครัวจัดของไหว้ครบชุดที่สุด
ในคติเต๋า วันที่ 15 เดือน 7 คือวันประสูติของตี้กวนต้าตี้ หนึ่งในสามเทพซานกวนผู้ดูแลฟ้า ดิน และน้ำ ตี้กวนมีหน้าที่พิจารณาความผิดและอภัยโทษ ลูกหลานจึงถือโอกาสนี้ทำบุญอุทิศให้บรรพบุรุษเพื่อขอให้ท่านได้รับการผ่อนโทษ ส่วนในคติพุทธมหายานมีเรื่องพระโมคคัลลานะช่วยมารดาที่ตกอยู่ในภูมิเปรต จนเกิดเป็นประเพณีถวายภัตตาหารแด่คณะสงฆ์เพื่ออุทิศส่วนกุศล ทั้งสองสายมาบรรจบกันในวันเดียวกันจนแยกแทบไม่ออกในทางปฏิบัติ
สำหรับครอบครัวไทยเชื้อสายจีนอย่างบ้านเรา สารทจีนจึงไม่ได้เป็นเพียงพิธีกรรม แต่เป็นวันที่คนทั้งบ้านมารวมกันหน้าโต๊ะไหว้ รุ่นพ่อแม่เล่าว่าใครเป็นใครในรูปที่ตั้งอยู่ และรุ่นลูกได้ยินชื่อบรรพบุรุษที่ไม่เคยเห็นหน้าอีกครั้งหนึ่ง
วันสารทจีน 2569 ตรงกับวันไหน
ปี 2569 วันสารทจีนตรงกับวันพฤหัสบดีที่ 27 สิงหาคม 2026 ส่วนวันที่ 14 เดือน 7 ซึ่งหลายบ้านถือเป็น "วันไหว้" ตรงกับวันพุธที่ 26 สิงหาคม 2026
วันสารทจีนเลื่อนไปมาทุกปีเมื่อเทียบกับปฏิทินสากล เพราะยึดวันที่ 15 เดือน 7 ตามปฏิทินจันทรคติจีนเป็นหลัก โดยทั่วไปจะตกอยู่ในช่วงเดือนสิงหาคมถึงกันยายน
| ปี พ.ศ. | ปี ค.ศ. | วันไหว้ (14 ค่ำ) | วันสารทจีน (15 ค่ำ) |
|---|---|---|---|
| 2568 | 2025 | 5 กันยายน | 6 กันยายน |
| 2569 | 2026 | 26 สิงหาคม | 27 สิงหาคม |
| 2570 | 2027 | 15 สิงหาคม | 16 สิงหาคม |
| 2571 | 2028 | 2 กันยายน | 3 กันยายน |
ธรรมเนียมของหลายบ้านคือไหว้ในวันที่ 14 เดือน 7 หรือที่เรียกว่า "วันไหว้" ส่วนวันที่ 15 เป็น "วันสารท" เต็มวัน บางบ้านไหว้ทั้งสองวัน บางบ้านเลือกวันเดียว ขึ้นอยู่กับธรรมเนียมของตระกูลและความสะดวกของลูกหลาน ข้อแนะนำที่ตรงไปตรงมาที่สุดคือ ยึดตามที่บ้านเราทำกันมา มากกว่าจะเปลี่ยนไปตามที่อ่านเจอในอินเทอร์เน็ต เพราะธรรมเนียมแต้จิ๋ว แคะ ฮกเกี้ยน และไหหลำ มีรายละเอียดต่างกันจริง
ผู้ที่ต้องการวันที่แน่นอนของปีปัจจุบัน ควรตรวจสอบกับปฏิทินจีนของศาลเจ้าหรือมูลนิธิที่ครอบครัวสังกัด เพราะบางแห่งจัดพิธีล่วงหน้าหรือเลื่อนวันตามความเหมาะสมของสถานที่
ของไหว้สารทจีนมีอะไรบ้าง
ของไหว้แบ่งตามผู้รับเป็นสามชุด และนี่คือส่วนที่คนสับสนมากที่สุด
ชุดที่หนึ่ง ไหว้เจ้า นิยมไหว้ตอนเช้า ของหลักคือชุดซาแซ ได้แก่ หมูสามชั้น ไก่ต้ม และปลา หรือบางบ้านใช้ชุดโหงวแซซึ่งเพิ่มเป็ดและตับ พร้อมผลไม้มงคล ขนมไหว้ ชา และเหล้า ตำแหน่งไหว้คือหน้าโต๊ะเจ้าที่หรือศาลเจ้าที่ประจำบ้าน
ชุดที่สอง ไหว้บรรพบุรุษ ไหว้ต่อจากไหว้เจ้าในช่วงสาย ของไหว้ชุดนี้เน้น "ของที่ท่านชอบตอนมีชีวิตอยู่" เป็นหลัก อาหารคาวหวานที่ท่านเคยกิน ขนมที่ท่านโปรด กับข้าวสวย น้ำชา และกระดาษเงินกระดาษทอง ธรรมเนียมนี้มีเหตุผลในตัวเอง เพราะสิ่งที่ทำให้พิธีมีความหมายคือความทรงจำ ไม่ใช่ราคาของ
ชุดที่สาม ไหว้สัมภเวสี หรือที่เรียกกันว่าไหว้ผีไม่มีญาติ นิยมไหว้ช่วงบ่ายและตั้งโต๊ะไว้นอกบ้านหรือหน้าบ้าน ของไหว้เป็นของที่หยิบกินง่าย เช่น ขนม ผลไม้ ข้าวสาร เกลือ น้ำ และกระดาษเงินกระดาษทองสำหรับผู้ล่วงลับที่ไม่มีลูกหลาน คตินี้เองที่ขยายกลายเป็นพิธีทิ้งกระจาดและความเชื่อเรื่องต้าซื่อเหยีย ซึ่งวัดและมูลนิธิจีนหลายแห่งในไทยจัดกันเป็นงานใหญ่ประจำปี
ข้อที่ควรระวังคือ อย่ายกโต๊ะไหว้สัมภเวสีเข้ามาในบ้าน และควรแยกภาชนะออกจากชุดไหว้บรรพบุรุษ ตามธรรมเนียมที่ถือกันมา
ขั้นตอนไหว้สารทจีนแบบเรียงลำดับ
- เตรียมของล่วงหน้าหนึ่งวัน ล้าง ต้ม และจัดใส่จานให้เรียบร้อย เพื่อไม่ต้องรีบในวันไหว้
- ไหว้เจ้าก่อนเสมอ จุดธูปตามจำนวนที่บ้านเราถือ กราบขอพร แล้วรอธูปหมดดอกก่อนเก็บโต๊ะ
- ไหว้บรรพบุรุษต่อ เรียกชื่อท่านตามลำดับรุ่น บอกกล่าวว่าปีนี้ลูกหลานทำอะไรกันบ้าง
- เผากระดาษเงินกระดาษทอง ในภาชนะที่ปลอดภัย ห่างจากวัสดุติดไฟ และไม่เผาในที่อับอากาศ
- ไหว้สัมภเวสีนอกบ้านเป็นชุดสุดท้าย เมื่อเสร็จแล้วจึงเก็บของและทำความสะอาด
- ลูกหลานล้อมวงกินของไหว้ร่วมกัน ซึ่งเป็นส่วนที่คนรุ่นก่อนให้ความสำคัญไม่แพ้ตัวพิธี
ข้อห้ามวันสารทจีนที่คนถามบ่อย
ข้อห้ามส่วนใหญ่เป็นธรรมเนียมความเชื่อ ไม่ใช่กฎตายตัว และแต่ละบ้านถือไม่เท่ากัน ที่ได้ยินกันบ่อยคือ เลี่ยงการออกไปเที่ยวกลางคืนดึกในเดือน 7 เลี่ยงการว่ายน้ำในแหล่งน้ำเปลี่ยว เลี่ยงการเริ่มงานมงคลอย่างแต่งงานหรือขึ้นบ้านใหม่ เลี่ยงการเรียกชื่อกันดัง ๆ ตอนกลางคืน และไม่ควรเก็บของที่ตกอยู่บนถนนกลับบ้าน
เรื่องสีเสื้อผ้าก็เช่นกัน บางสายถือว่าไม่ควรใส่สีแดงจัดในวันไหว้บรรพบุรุษเพราะเป็นสีของงานมงคล ขณะที่บางสายไม่ถือเลย ทางที่ปลอดภัยที่สุดคือถามผู้ใหญ่ในบ้าน เพราะสิ่งที่ทำให้พิธีเรียบร้อยคือความพร้อมเพรียงของคนในครอบครัว ไม่ใช่การทำตามกฎที่หยิบมาจากที่อื่น
สารทจีนกับเทศกาลไหว้อื่นในรอบปี
ปฏิทินไหว้ของคนไทยเชื้อสายจีนมีหลายหมุดหมายในรอบปี และแต่ละหมุดมีหน้าที่ต่างกัน ตรุษจีนคือการเริ่มต้นปีใหม่ เช็งเม้งคือการไปดูแลฮวงซุ้ยของบรรพบุรุษ เทศกาลตวนอู่เจี๋ยคือวันไหว้บ๊ะจ่าง ในกลางปี ส่วนสารทจีนคือวันที่ให้ความสำคัญกับผู้ล่วงลับมากที่สุด รวมถึงผู้ที่ไม่มีใครเซ่นไหว้
ในระดับเจ้าที่ประจำบ้าน ผู้ที่ตั้งศาลอยู่แล้วมักไหว้ต่อเนื่องตลอดปี และมีวันสำคัญของตัวเองอย่างวันเกิดตี่จู๊เอี๊ยในเทศกาลมังกรเงยหน้า ซึ่งเป็นคนละคติกับสารทจีน แต่มาจากรากความเชื่อเดียวกันคือการดูแลความสัมพันธ์ระหว่างคนเป็นกับสิ่งที่มองไม่เห็น
สารทจีนในบ้านของเรา
สำหรับครอบครัวของผม สารทจีนเป็นวันสำคัญเพราะผู้ใหญ่จะสอนว่า ตรุษจีนเป็นวันปีใหม่ของมนุษย์ที่มีชีวิต สารทจีนคล้ายวันปีใหม่ของดวงวิญญาณ
ในวันนี้ครอบครัวผมก็เหมือนกับครอบครัวคนไทยเชื้อสายจีนหรือคนจีนที่แต้จิ๋วยังคงปฏิบัติคือมีการตั้งโต๊ะไหว้ ซาแซ โหงวก้วย ซึ่งก็คือ สัตว์ 3 ชนิด หมู ปลา ไก่ เป็นต้น และ ผลไม้ 5 อย่าง พร้อม ข้าวสวย น้ำชา กาแฟ ครบ บรรพบุรุษที่เสียชีวิต มีกับข้าว ขนม ที่ท่านชอบ
สิ่งที่ขาดไม่ได้สำหรับคนจีนบ้านผมคือ เท่งไฮ้ หรือ เฉิงไห่ นิยมไหว้ เต่ากัว หรือเต้าหู้สีเหลือง ไหว้บรรพบุรุษ วันนี้จะไหว้ใหญ่หน่อย
พอไหว้เสร็จ ทุกคนในครอบครัวนิยมทานอาหารที่ไหว้บรรพบุรุษร่วมกัน แสดงถึงความกลมเกลียวสมัครสมานสามัคคี ซึ่งเชื่อว่าบรรพบุรุษจะมีความสุขที่ได้เห็นลูกหลานทานข้าวพร้อมหน้าพร้อมตา กลมเกลียวกัน
คำถามที่พบบ่อย
ธรรมเนียมสารทจีนของคนแต้จิ๋วต่างจากที่อื่นอย่างไร
คนแต้จิ๋วโดยเฉพาะสายเท่งไฮ้หรือเฉิงไห่ นิยมไหว้เต่ากัวหรือเต้าหู้สีเหลืองในชุดไหว้บรรพบุรุษ ซึ่งเป็นของที่บางสายไม่ได้ใช้ นอกจากนี้ยังจัดชุดซาแซคือสัตว์ 3 ชนิด หมู ปลา ไก่ คู่กับโหงวก้วยหรือผลไม้ 5 อย่าง พร้อมข้าวสวย น้ำชา และกาแฟ
วันสารทจีน 2569 ตรงกับวันไหน
ปี 2569 วันสารทจีนตรงกับวันพฤหัสบดีที่ 27 สิงหาคม 2026 ส่วนวันที่ 14 เดือน 7 ซึ่งหลายบ้านถือเป็นวันไหว้ ตรงกับวันพุธที่ 26 สิงหาคม 2026
วันสารทจีนคือวันอะไร
วันสารทจีนหรือจงหยวนเจี๋ย (中元节) คือวันที่ 15 เดือน 7 ตามปฏิทินจันทรคติจีน เป็นวันไหว้เจ้า ไหว้บรรพบุรุษ และไหว้สัมภเวสี ตามคติที่ว่าประตูนรกเปิดตลอดเดือน 7 ให้ดวงวิญญาณกลับมารับส่วนบุญ
สารทจีนกับเช็งเม้งต่างกันอย่างไร
เช็งเม้งอยู่ในช่วงต้นเดือนเมษายน เป็นการเดินทางไปทำความสะอาดฮวงซุ้ยและเซ่นไหว้ที่สุสาน ส่วนสารทจีนอยู่กลางเดือน 7 จันทรคติ ไหว้ที่บ้านหรือที่ศาล และมีการไหว้สัมภเวสีซึ่งเช็งเม้งไม่มี
ของไหว้สารทจีนต้องมีอะไรบ้าง
แบ่งเป็นสามชุด ไหว้เจ้าใช้ชุดซาแซหรือโหงวแซพร้อมผลไม้และขนม ไหว้บรรพบุรุษเน้นอาหารที่ท่านชอบตอนมีชีวิตอยู่พร้อมกระดาษเงินกระดาษทอง และไหว้สัมภเวสีใช้ของหยิบกินง่ายอย่างขนม ผลไม้ ข้าวสาร เกลือ และน้ำ ตั้งไว้นอกบ้าน
ไหว้สารทจีนตอนกี่โมง
ธรรมเนียมทั่วไปคือไหว้เจ้าตอนเช้า ไหว้บรรพบุรุษช่วงสาย และไหว้สัมภเวสีช่วงบ่าย เพื่อให้เสร็จสิ้นก่อนค่ำ แต่ละบ้านอาจปรับเวลาได้ตามความสะดวก โดยรักษาลำดับก่อนหลังไว้
ข้อห้ามวันสารทจีนมีอะไรบ้าง
ที่ถือกันบ่อยคือเลี่ยงออกนอกบ้านดึก เลี่ยงว่ายน้ำในแหล่งน้ำเปลี่ยว เลี่ยงเริ่มงานมงคล และไม่เก็บของที่ตกอยู่ตามทางกลับบ้าน ทั้งหมดเป็นธรรมเนียมความเชื่อที่แต่ละบ้านถือไม่เท่ากัน ควรถามผู้ใหญ่ในครอบครัวเป็นหลัก
บทส่งท้าย
เมื่อมองจากภายนอก สารทจีนอาจดูเหมือนวันที่มีข้อกำหนดเยอะ ของไหว้หลายชุด เวลาที่ต้องเรียงลำดับ และข้อห้ามที่จำกันไม่หวาดไม่ไหว แต่เมื่อยืนอยู่หน้าโต๊ะไหว้จริง ๆ สิ่งที่เหลืออยู่คือเรื่องง่ายกว่านั้นมาก คือการที่ครอบครัวหนึ่งยังจำได้ว่าตัวเองมาจากไหน และยังเผื่อแผ่ไปถึงผู้ที่ไม่มีใครจำได้อีกแล้ว
นั่นคือเหตุผลที่ครอบครัวเรายังรักษาวันสารทจีนไว้ ไม่ใช่เพราะกลัวสิ่งที่มองไม่เห็น แต่เพราะเป็นวันที่ทำให้ชื่อของคนรุ่นก่อนถูกเอ่ยออกมาดัง ๆ อีกครั้งหนึ่ง ผู้อ่านที่สนใจเรื่องราวรากเหง้าไทย–จีนของครอบครัวศุภพิทักษ์พงษ์ อ่านต่อได้ที่หน้าสมาชิกครอบครัวศุภพิทักษ์พงษ์
