ตอนเด็ก ๆ ผมจำได้ว่าอากงมักพูดกับผมสั้น ๆ ว่า "บ้านเราอยู่เท่งไฮ้" แล้วก็หยุดแค่นั้น ไม่ได้อธิบายต่อว่าเท่งไฮ้มันคือที่ไหนกันแน่ในแผ่นดินจีน จนวันหนึ่งผมได้เห็นแผนที่เขตการปกครองเฉิงไห่ฉบับเต็มเข้าจริง ๆ ถึงเข้าใจว่าคำว่า "เท่งไฮ้" ที่อากงท่องให้ฟังนั้น จริง ๆ แล้วข้างในซ่อนรายละเอียดอีกหลายชั้น และชื่อที่ตามหลังมาต่างหากที่เป็นกุญแจสำคัญในการตามหาบ้านเดิมของตระกูล
เฉิงไห่ หรือที่คนแต้จิ๋วเรียกติดปากว่าเท่งไฮ้ ปัจจุบันคือเขต 澄海区 (เฉิงไห่ชฺวี — เขตเฉิงไห่) ของเมืองซัวเถา (汕头市) มณฑลกวางตุ้ง แบ่งการปกครองย่อยออกเป็น 3 แขวงเมือง (街道) กับ 8 เมืองระดับตำบล (镇) รวม 11 หน่วย ซึ่งชื่อตำบลหรือแขวงที่ต่อท้ายคำว่าเท่งไฮ้นี่เองคือตัวช่วยสำคัญที่จะพาลูกหลานจีนโพ้นทะเลตีวงแคบลงจนใกล้ถึงหมู่บ้านบรรพบุรุษ
ประเด็นสำคัญ
- เฉิงไห่คือเขต 澄海区 ของเมืองซัวเถา มีพื้นที่ทั้งหมด 345.23 ตารางกิโลเมตร
- แบ่งเป็น 3 แขวงเมือง (街道) และ 8 เมืองระดับตำบล (镇) รวม 11 หน่วยการปกครอง
- ตั้งชื่อ "เฉิงไห่" มาตั้งแต่ปี ค.ศ. 1563 สมัยราชวงศ์หมิง แปลว่า "สงบทะเล"
- ศูนย์กลางการปกครองอยู่ที่แขวงเฉิงฮว่า (澄华街道) ซึ่งเป็นที่ตั้งศาลาว่าการเขต
- ปี 2003 เปลี่ยนสถานะจากเทศบาลระดับอำเภอเป็นเขตปกครองของซัวเถาอย่างเป็นทางการ
- ประชากรราว 877,926 คน (ข้อมูลสิ้นปี 2022) และมีชาวจีนโพ้นทะเลเชื้อสายเฉิงไห่กว่า 1 ล้านคนทั่วโลก
เฉิงไห่อยู่ตรงไหนของจีน และทำไมคนแต้จิ๋วในไทยถึงมาจากที่นี่เยอะ
ถ้ากางแผนที่มณฑลกวางตุ้งออกมาดู เฉิงไห่ตั้งอยู่ทางตะวันออกของมณฑล บริเวณปากแม่น้ำหานเจียง (韩江) ที่ไหลลงสู่ทะเลจีนใต้พอดี พิกัดอยู่ระหว่างลองจิจูด 116°41′ ถึง 116°54′ ตะวันออก และละติจูด 23°23′ ถึง 23°38′ เหนือ ซึ่งมีเส้นทรอปิกออฟแคนเซอร์ (Tropic of Cancer) พาดผ่านกลางพื้นที่พอดี ทำให้ภูมิอากาศเป็นแบบมรสุมกึ่งร้อนชื้นแบบใต้ (南亚热带季风气候) อากาศอบอุ่นชื้นตลอดปี ผมเคยคิดว่าทำไมอากงถึงรับกับอากาศเมืองไทยได้ง่ายขนาดนั้น พอมาดูข้อมูลภูมิอากาศเฉิงไห่แล้วก็เข้าใจ เพราะบ้านเกิดท่านก็ร้อนชื้นไม่ต่างจากที่นี่เท่าไหร่
ส่วนเหตุผลที่คนแต้จิ๋วในไทยจำนวนมากสืบรากมาจากเฉิงไห่นั้น มีที่มาทางประวัติศาสตร์ชัดเจน เพราะเฉิงไห่เป็นหนึ่งใน侨乡 (เฉียวเซียง — ถิ่นฐานบ้านเกิดของชาวจีนโพ้นทะเล) ที่มีชื่อเสียงของกวางตุ้ง เป็นท่าเรือต้นทางของ "เส้นทางสายไหมทางทะเล" (海上丝绸之路) มาแต่โบราณ โดยเฉพาะท่าเรือเก่าจางหลิน (樟林古港) ซึ่งเป็นจุดออกเรือของเรือหัวแดง (红头船) ที่พาชาวแต้จิ๋วจำนวนมากอพยพข้ามทะเลมาตั้งรกรากในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ข้อมูลระบุว่าปัจจุบันชาวจีนโพ้นทะเลและคนเชื้อสายเฉิงไห่ในฮ่องกง-มาเก๊ากระจายอยู่กว่า 20 ประเทศทั่วโลก มีจำนวนรวมกันกว่า 1 ล้านคน และที่น่าสนใจคือไทยกับสิงคโปร์เป็นสองประเทศปลายทางหลัก คิดเป็นสัดส่วนถึง 72% ของชาวเฉิงไห่โพ้นทะเลทั้งหมด ตัวเลขนี้อธิบายได้ดีว่าทำไมในกรุงเทพฯ เราถึงเจอคนเชื้อสายแต้จิ๋วที่รากมาจากเฉิงไห่เยอะเป็นพิเศษ ไม่ใช่เรื่องบังเอิญเลยครับ
เฉิงไห่กับซัวเถาต่างกันอย่างไร ทำความเข้าใจประวัติศาสตร์การปกครอง
หลายคนสับสนว่าเฉิงไห่กับซัวเถาคือที่เดียวกันหรือเปล่า คำตอบคือไม่ใช่ที่เดียวกันทีเดียว แต่เฉิงไห่เป็นหนึ่งในเขตที่อยู่ภายใต้การปกครองของเมืองซัวเถาในปัจจุบัน ย้อนประวัติศาสตร์กลับไปจะเห็นว่าเฉิงไห่ถูกตั้งเป็นอำเภอ (县) ครั้งแรกในปีที่ 42 แห่งรัชศกเจียจิ้ง (嘉靖) ราชวงศ์หมิง ตรงกับปี ค.ศ. 1563 โดยรวมพื้นที่ 7 ตู้ (都 — หน่วยการปกครองโบราณ) จากอำเภอไห่หยาง อำเภอเจี๋ยหยาง และอำเภอราวผิงเข้าด้วยกัน ตั้งชื่อว่า "เฉิงไห่" โดยมีความหมายว่า "สงบทะเล" (澄靖海氛) สะท้อนความปรารถนาให้ชายฝั่งทะเลสงบปลอดภัยจากโจรสลัดในยุคนั้น ขึ้นตรงกับจังหวัดเฉาโจว (潮州府) มาตลอด
จุดเปลี่ยนสำคัญเกิดขึ้นในยุคปัจจุบัน ปี ค.ศ. 1994 รัฐบาลกลางจีนอนุมัติให้ยกเลิกสถานะอำเภอเฉิงไห่ เปลี่ยนเป็นเทศบาลระดับอำเภอ (县级市) ก่อนที่ในปี ค.ศ. 2003 หลังการปรับโครงสร้างเขตปกครองของซัวเถา จะยกเลิกสถานะเทศบาลแล้วเปลี่ยนเป็น "เขต" (区) อย่างเป็นทางการ กลายเป็นหนึ่งในเขตปกครองของเมืองซัวเถาจนถึงทุกวันนี้ ในคราวเดียวกันนั้นพื้นที่เดิมบางส่วน คือตำบลซินซี (新溪镇) และตำบลไว่ซา (外砂镇) ถูกโอนไปขึ้นกับเขตหลงหู (龙湖区) ของซัวเถาแทน นี่จึงเป็นเหตุผลว่าทำไมถ้าไปถามคนรุ่นอากงอาม่าที่จำชื่อเก่าได้ อาจจะเคยได้ยินชื่อตำบลที่ปัจจุบันไม่ได้อยู่ในเขตเฉิงไห่แล้วก็เป็นได้ ต้องตรวจสอบรอบด้านเสมอ เพราะเส้นแบ่งเขตมีการปรับเปลี่ยนจริงตามประวัติศาสตร์
เฉิงไห่มีกี่ตำบลกี่หมู่บ้าน ไขโครงสร้างแผนที่เขตการปกครองล่าสุด
นี่คือหัวใจของบทความนี้เลยครับ ตามแผนที่เขตการปกครองเฉิงไห่ (澄海区行政区划图) ฉบับล่าสุดที่อัปเดตถึงเดือนมิถุนายน ค.ศ. 2023 เขตเฉิงไห่ทั้งหมดแบ่งออกเป็น 11 หน่วยการปกครองระดับตำบล ประกอบด้วย 3 แขวงเมือง (街道 - เจียเต้า) และ 8 เมืองระดับตำบล (镇 - เจิ้น) หากเทียบให้คนไทยเข้าใจง่าย ๆ คำว่า 区 (qū) ก็คือ "เขต" ระดับเดียวกับอำเภอหรือเขตในกรุงเทพฯ ส่วน 镇 (zhèn) คล้ายกับตำบลหรือเมืองเล็ก ขณะที่ 街道 (jiēdào) คือเขตชุมชนเมืองที่มีความเป็นเมืองหนาแน่นกว่า
แขวงเมืองทั้ง 3 แห่งที่เป็นศูนย์กลางเขต ได้แก่ 澄华街道 (เฉิงฮว่าเจียเต้า — เท่งฮั้ว) ซึ่งเป็นที่ตั้งศาลาว่าการเขตเฉิงไห่บนถนนเหวินกวน (文冠路), 凤翔街道 (เฟิ่งเสียงเจียเต้า — หงฮี้ยง) และ 广益街道 (กวงอี้เจียเต้า — ก๋วงเอ็ก) ส่วนเมืองระดับตำบลทั้ง 8 แห่งที่กระจายอยู่รอบนอก ได้แก่ 东里镇 (ตงหลี่เจิ้น — ตังลี้), 盐鸿镇 (เหยียนหงเจิ้น — หยิ่มอั้ง), 莲华镇 (เหลียนฮว่าเจิ้น — เนี่ยฮั้ว), 溪南镇 (ซีหนานเจิ้น — โคยนั้ม), 隆都镇 (หลงตูเจิ้น — หล่งโตว), 莲上镇 (เหลียนซ่างเจิ้น — เนี่ยเซี่ยง), 莲下镇 (เหลียนเซี่ยเจิ้น — เนี่ยเอ่) และ 上华镇 (ซ่างฮว่าเจิ้น — เซี่ยงฮั้ว) แต่ละตำบลยังแบ่งย่อยเป็นหมู่บ้านหรือชุมชนอีกจำนวนมาก เช่น ตำบลเหลียนเซี่ย (莲下镇) มีหมู่บ้านในสังกัดมากถึง 30 แห่ง ส่วนตำบลตงหลี่ (东里镇) มี 22 แห่ง นี่คือระดับความละเอียดที่ทำให้การตามหาบ้านเดิมจากคำบอกเล่าปากต่อปากของผู้ใหญ่เป็นเรื่องที่ต้องอาศัยความละเอียดรอบคอบพอสมควร
ตารางสรุปเขตการปกครองเฉิงไห่ทั้ง 11 แห่ง
| ชื่อหน่วยการปกครอง | ประเภท | คำอ่านแต้จิ๋วที่คุ้นหู | จำนวนหมู่บ้าน/ชุมชนในสังกัด |
|---|---|---|---|
| 澄华街道 | แขวง (ศูนย์กลางเขต) | เท่งฮั้ว | 10 |
| 凤翔街道 | แขวง | หงฮี้ยง | 19 |
| 广益街道 | แขวง | ก๋วงเอ็ก | 13 |
| 莲下镇 | ตำบล | เนี่ยเอ่ | 30 |
| 东里镇 | ตำบล | ตังลี้ | 22 |
| 溪南镇 | ตำบล | โคยนั้ม | 21 |
| 莲华镇 | ตำบล | เนี่ยฮั้ว | 19 |
| 上华镇 | ตำบล | เซี่ยงฮั้ว | 18 |
| 隆都镇 | ตำบล | หล่งโตว | 15 |
| 盐鸿镇 | ตำบล | หยิ่มอั้ง | 9 |
| 莲上镇 | ตำบล | เนี่ยเซี่ยง | 8 |
ข้อมูลตารางนี้ผมดึงมาจากรายงานเขตการปกครองอย่างเป็นทางการ แสดงให้เห็นชัดว่าทำไมแค่คำว่า "เท่งไฮ้" เพียงคำเดียวถึงไม่พอสำหรับการสืบบ้านเกิด เพราะพื้นที่ทั้งหมดนั้นครอบคลุมหมู่บ้านรวมกันเป็นร้อย ๆ แห่ง
วิธีหาบ้านเกิดอากงอาม่าจากชื่อหมู่บ้านจีน เมื่อแผนที่คือกุญแจดอกแรก
จากประสบการณ์ตรงของผม เวลาผู้ใหญ่ในครอบครัวจีนไทยเล่าถึงบ้านเกิด มักจะพูดเป็นสองชั้นเสมอ ชั้นแรกคือชื่อเขตใหญ่อย่าง "เท่งไฮ้" และชั้นที่สองคือชื่อตำบลหรือหมู่บ้านที่ตามหลังมา เช่น "เท่งไฮ้ หล่งโตว" หรือ "เท่งไฮ้ โคยนั้ม" ชื่อชั้นที่สองนี้แหละครับที่สำคัญที่สุด เพราะมันช่วยตีวงจากพื้นที่กว้าง 345.23 ตารางกิโลเมตรที่มีประชากรเกือบ 9 แสนคน ให้แคบลงเหลือแค่ตำบลเดียวซึ่งอาจมีประชากรไม่กี่หมื่นคน และหมู่บ้านในสังกัดอีกไม่เกิน 30 แห่ง
เทคนิคที่ผมแนะนำคือ เมื่อได้ยินชื่อตำบลจากคำบอกเล่า ให้ลองเทียบเสียงกับคำอ่านแต้จิ๋วในตารางด้านบนก่อน เพราะคนรุ่นอากงอาม่ามักจำเป็นสำเนียงแต้จิ๋วที่ผ่านปากต่อปากมานาน ไม่ได้จำเป็นตัวอักษรจีนหรือพินอิน เช่นถ้าได้ยินว่า "หล่งโตว" ก็ให้สืบไปที่ตำบล 隆都镇 หรือถ้าได้ยินคำว่า "เนี่ยเอ่" ก็มีโอกาสสูงว่าหมายถึงตำบล 莲下镇 ซึ่งมีหมู่บ้านในสังกัดมากถึง 30 แห่ง จากนั้นค่อยขยับไปสอบถามรายละเอียดต่อว่าในตำบลนั้นเป็นหมู่บ้านไหน เพราะชื่อหมู่บ้านคือจุดหมายปลายทางที่แท้จริง
อีกจุดที่ผมอยากฝากไว้คือ อย่ายึดติดกับชื่อเขตการปกครองเก่าที่อาจไม่มีอยู่แล้วในปัจจุบัน อย่างที่เล่าไปแล้วว่าตำบลซินซี (新溪镇) และตำบลไว่ซา (外砂镇) ถูกโอนไปขึ้นกับเขตหลงหู (龙湖区) ตั้งแต่ปี 2003 ถ้าอากงอาม่าเคยพูดถึงชื่อเหล่านี้ไว้ ต้องเข้าใจว่าปัจจุบันไม่ได้นับรวมอยู่ในแผนที่เขตเฉิงไห่แล้ว แต่ประวัติศาสตร์ร่วมยังเชื่อมโยงกันอยู่ดี เพราะรากเหง้าทางวัฒนธรรมและสายตระกูลไม่ได้เปลี่ยนไปตามเส้นแบ่งเขตการปกครองที่ขีดใหม่
นอกจากชื่อตำบลแล้ว ผมอยากแนะนำให้สังเกตรายละเอียดเล็ก ๆ ในแผนที่ที่หลายคนมองข้าม เช่น เครื่องหมายดาวสีแดง ★ ซึ่งมักใช้กำกับตำแหน่งศูนย์กลางการปกครอง และข้อความกำกับแบบ 属莲下镇 หรือ 属莲上镇 ที่แปลว่า "พื้นที่นี้ขึ้นกับตำบลเหลียนเซี่ย" หรือ "ขึ้นกับตำบลเหลียนซ่าง" ซึ่งบางครั้งปรากฏอยู่ในตำแหน่งที่ดูเหมือนแทรกอยู่กลางเขตอื่น นี่ไม่ใช่ความผิดพลาดของแผนที่ แต่เป็นลักษณะของพื้นที่ส่วนแยกทางการปกครอง (enclave) ที่มีอยู่จริงในหลายพื้นที่ของจีน การเข้าใจรายละเอียดเหล่านี้จะช่วยไม่ให้สับสนเวลาเทียบแผนที่เก่ากับแผนที่ใหม่
สำหรับท่านที่อยากลงมือสืบค้นจริงจัง ผมแนะนำให้เริ่มจากสามขั้นตอนง่าย ๆ ก่อน หนึ่งคือรวบรวมทุกคำที่จำได้จากผู้ใหญ่ในบ้าน แม้จะเป็นเสียงเพี้ยนหรือจำไม่ครบก็ตาม สองคือนำคำเหล่านั้นมาเทียบกับคำอ่านแต้จิ๋วของตำบลและหมู่บ้านในเขตเฉิงไห่ที่มีการบันทึกไว้เป็นทางการ และสามคือตรวจสอบย้อนกลับไปที่ประวัติศาสตร์การปกครอง เพราะบางหมู่บ้านอาจเคยถูกเรียกชื่ออื่น หรือถูกโอนเขตไปแล้วอย่างที่กล่าวมา ความอดทนในขั้นตอนนี้สำคัญมาก เพราะการตามหาบ้านเกิดบรรพบุรุษไม่ใช่เรื่องที่จะสำเร็จได้ในครั้งเดียว แต่ต้องอาศัยการต่อจิ๊กซอว์ทีละชิ้นจากคำบอกเล่า เอกสาร และแผนที่ประกอบกัน
คำถามที่พบบ่อย
เฉิงไห่กับซัวเถาคือที่เดียวกันไหม
ไม่ใช่ที่เดียวกันครับ แต่เฉิงไห่เป็นหนึ่งในเขตการปกครองที่อยู่ภายใต้เมืองซัวเถาในปัจจุบัน เปรียบเทียบง่าย ๆ ซัวเถาคือระดับเมือง ส่วนเฉิงไห่คือหนึ่งในเขตย่อยของเมืองนั้น เช่นเดียวกับเขตอื่น ๆ อย่างเขตหลงหูหรือเขตจินผิง
ทำไมคนแต้จิ๋วในไทยถึงมีรากจากเฉิงไห่เยอะเป็นพิเศษ
เพราะเฉิงไห่เป็นท่าเรือต้นทางสำคัญของเส้นทางสายไหมทางทะเลมาแต่โบราณ โดยเฉพาะท่าเรือเก่าจางหลิน ซึ่งเป็นจุดออกเรือหัวแดงที่พาชาวแต้จิ๋วอพยพมาเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และข้อมูลยืนยันว่าไทยกับสิงคโปร์เป็นสองประเทศปลายทางหลักที่รับชาวเฉิงไห่โพ้นทะเลรวมกันถึง 72%
ถ้าจำได้แค่ว่าบ้านอยู่เท่งไฮ้ ไม่มีชื่อตำบล จะหาบ้านเกิดต่อได้อย่างไร
ลำพังคำว่าเท่งไฮ้อย่างเดียวค่อนข้างยาก เพราะพื้นที่กว้างถึง 345.23 ตารางกิโลเมตรและมีหมู่บ้านรวมกันเป็นร้อยแห่ง แนะนำให้สอบถามรายละเอียดเพิ่มจากญาติผู้ใหญ่ท่านอื่นในครอบครัว ลองหาสำเนาทะเบียนบ้านเก่า จดหมายจากจีน หรือป้ายชื่อบนป้ายวิญญาณบรรพบุรุษ ซึ่งบางครั้งมีการระบุชื่อตำบลหรือหมู่บ้านไว้ด้วย
แผนที่เขตการปกครองเฉิงไห่มีการเปลี่ยนแปลงบ่อยไหม
นับตั้งแต่เปลี่ยนจากเทศบาลเป็นเขตในปี 2003 โครงสร้าง 11 หน่วยการปกครองนี้ค่อนข้างคงที่ ไม่มีการปรับเปลี่ยนตำบลหรือแขวงครั้งใหญ่อีก ต่างจากช่วงก่อนหน้านั้นที่มีการโอนเขตและเปลี่ยนสถานะหลายครั้งตามประวัติศาสตร์
บทสรุป
เรื่องราวของเฉิงไห่ที่ผมเล่ามาทั้งหมดนี้ ไม่ได้เป็นเพียงข้อมูลภูมิศาสตร์หรือประวัติศาสตร์การปกครองที่แห้งแล้งเท่านั้น แต่เป็นกุญแจที่ช่วยไขปริศนาคำพูดสั้น ๆ ที่อากงอาม่าเคยท่องให้ลูกหลานฟังเมื่อหลายสิบปีก่อน คำว่า "เท่งไฮ้" ที่ฟังดูเรียบง่าย แท้จริงแล้วซ่อนโครงสร้างการปกครองที่ซับซ้อน ตั้งแต่ระดับเขตลงไปถึงแขวงเมือง ตำบล และหมู่บ้าน ซึ่งแต่ละชั้นล้วนมีความหมายและประวัติศาสตร์ของตัวเอง การที่เราเข้าใจแผนที่เขตการปกครองเฉิงไห่อย่างถ่องแท้ จึงไม่ใช่แค่ความรู้ทางวิชาการ แต่เป็นเครื่องมือที่จับต้องได้สำหรับลูกหลานจีนโพ้นทะเลที่ต้องการสืบค้นรากเหง้าของตระกูลตนเอง
ผมเชื่อว่าหลายท่านที่อ่านมาถึงตรงนี้คงมีคำบอกเล่าจากผู้ใหญ่ในครอบครัวที่คล้ายกับของผม บางคำอาจฟังดูคุ้นหู บางคำอาจเพี้ยนไปตามกาลเวลาจนจำยาก แต่ไม่ว่าจะเป็นแบบไหน ขอให้ใช้ข้อมูลในบทความนี้เป็นจุดเริ่มต้น ลองเทียบเสียงกับคำอ่านแต้จิ๋วของทั้ง 11 หน่วยการปกครอง แล้วค่อย ๆ ไล่ลงไปถึงระดับหมู่บ้านทีละขั้น อย่าเพิ่งท้อถ้ายังหาคำตอบไม่เจอในครั้งแรก เพราะอย่างที่ผมบอกไว้ตลอดบทความนี้ การสืบรากเหง้าของตระกูลจีนแต้จิ๋วไม่ใช่งานที่ทำสำเร็จในวันเดียว แต่เป็นการต่อจิ๊กซอว์ทีละชิ้นจากความทรงจำของคนรุ่นก่อน เอกสารเก่าที่อาจหลงเหลืออยู่ในบ้าน และแผนที่เขตการปกครองที่ทางการจีนปรับปรุงให้ละเอียดขึ้นเรื่อย ๆ
สำหรับผมเอง การได้มานั่งไล่ดูแผนที่เฉิงไห่ทีละตำบล ทีละหมู่บ้าน ไม่ใช่แค่การทำการบ้านทางประวัติศาสตร์เพื่อความรู้เฉย ๆ แต่มันคือการได้กลับไปนั่งฟังเสียงอากงพูดคำว่า "เท่งไฮ้" อีกครั้งหนึ่ง เพียงแต่ครั้งนี้ผมเข้าใจมากขึ้นว่าหลังคำสั้น ๆ นั้นมีดินแดนกว้างใหญ่ มีประวัติศาสตร์หลายร้อยปี และมีหมู่บ้านนับร้อยแห่งซ่อนอยู่ ซึ่งหนึ่งในนั้นคือบ้านเกิดที่แท้จริงของตระกูลเรา ผมหวังว่าบทความนี้จะเป็นแสงสว่างเล็ก ๆ ที่ช่วยนำทางให้ท่านผู้อ่านได้ใกล้ชิดกับรากเหง้าของตนเองมากขึ้น ไม่ว่าปลายทางที่ท่านจะพบคือหมู่บ้านไหนในเขตเฉิงไห่ก็ตาม ขอให้การเดินทางตามหาบ้านเกิดบรรพบุรุษครั้งนี้เต็มไปด้วยความอบอุ่นและความภาคภูมิใจในสายเลือดจีนแต้จิ๋วที่สืบทอดมาถึงรุ่นเราครับ
