ผมจำได้แม่นว่าตอนเด็ก ๆ เวลาถามพ่อว่า "แซ่อึ้งของเรามาจากไหนในเมืองจีน" คำตอบที่ได้มักเป็นแค่คำกว้าง ๆ ว่า "กวางตุ้งนั่นแหละ" หรือ "แต้จิ๋วไง" จนวันที่ผมได้เห็นเอกสารของครอบครัว สาแหรก และโฉนดที่ดินเก่าที่ตกทอดมา ผมถึงรู้ว่า แซ่อึ้ง ของตระกูลศุภพิทักษ์พงษ์ (เดิม - รังษีรัตนา) นั้นมีที่มาเจาะจงกว่านั้นมาก คือสืบไปถึงอำเภอเท่งไฮ้ (澄海 — เฉิงไห่) มณฑลกวางตุ้ง และยังมีงานวิจัยเชิงลึกที่ยืนยันภาพรวมของตระกูลอึ้งทั้งแถบนี้ด้วย
แซ่อึ้ง (黃) ในอำเภอเท่งไฮ้ มณฑลกวางตุ้ง ส่วนใหญ่สืบสายจาก 黃程 (หวงเฉิง — อึ้งเฉิง) ปฐมบรรพบุรุษผู้เข้าสู่แต้จิ๋วและตั้งรกรากที่หมู่บ้านจูฉือ (菊池村) เมื่อประมาณสมัยราชวงศ์ซ่งเหนือ ปัจจุบันมีประชากรแซ่อึ้งในเขตเฉิงไห่ราวห้าหมื่นกว่าคน กระจายอยู่เกือบห้าสิบหมู่บ้านทั่วเจ็ดตำบลสองเขตเมือง โดยยึดถือ 江夏世家 (เจียงเซี่ยซื่อเจีย — ตระกูลจากเจียงเซี่ย) เป็นตราประจำตระกูลร่วมกัน ไม่ว่าจะแยกย้ายไปสายไหนก็ตาม
ประเด็นสำคัญ
- 黃程 (อึ้งเฉิง) เกิดปี ค.ศ. 1002 เป็นต้นสายแซ่อึ้งเข้าแต้จิ๋ว ตั้งรกรากที่หมู่บ้านจูฉือ 菊池村 อำเภอเท่งไฮ้
- ตระกูลอึ้งในเฉิงไห่มีประชากรราว 50,000 กว่าคน อยู่อันดับ 6 ของแซ่ทั้งหมดในเขตนี้
- ศาลบรรพบุรุษหลักคือศาลตระกูลอึ้งที่หมู่บ้านจูฉือ และสุสานเจียงเซี่ยหวงกง 江夏黃公墓 ที่เขาเหลียนฮวา สร้างปี ค.ศ. 1119
- แต่ละสายมีกลอนลำดับรุ่น (辈序诗) ของตัวเอง เช่น สายหยกเจี้ยว สายหยุนเฉียว สายเฉียนซี ใช้แยกรุ่นลูกหลาน
- ครอบครัวศุภพิทักษ์พงษ์มีร่องรอยเฉพาะเจาะจงถึงสาย 黃隆昇公 ที่บ้านเลขที่ 3 หมู่บ้านตงหู อำเภอเท่งไฮ้
- งานฉลองเซ่นไหว้ใหญ่จัดทุกวันขึ้น 15 ค่ำเดือน 9 จีน ที่หมู่บ้านจูฉือ มีลูกหลานแซ่อึ้งจากทั่วแต้จิ๋วมาร่วมหลายพันคน
จาก 黃程 สู่หมู่บ้านจูฉือ จุดเริ่มต้นที่จับต้องได้
เวลาผมอธิบายให้ลูกหลานฟังว่าทำไมแซ่อึ้งถึงมีจุดอ้างอิงชัดเจนขนาดนี้ ผมมักเริ่มจากตัวบุคคลที่ชื่อ 黃程 (หวงเฉิง — อึ้งเฉิง) ก่อน ท่านมีชื่อรองว่า 守度 (โส่วตู้) ตั้งฉายาตนเองว่า 江夏 (เจียงเซี่ย) เกิดปี ค.ศ. 1002 เป็นคนฝูโจว (บ้างว่าตั้งถิ่นฐานดั้งเดิมที่อำเภอกู่เถียน มณฑลฝูเจี้ยน) ท่านสอบได้ที่หนึ่งในการสอบระดับท้องถิ่นช่วงรัชศกเทียนสี่ และเคยรับราชการตำแหน่ง 太子中舍 (ไท่จื่อจงเซ่อ — ตำแหน่งขุนนางดูแลองค์รัชทายาท) แต่ภายหลังไปขัดใจเสนาบดีหวังชินรั่วจนถูกถอดยศ ท่านจึงอ้างว่าออกเดินทางศึกษาหาความรู้ แล้วลงใต้จากฝูเจี้ยนเข้าสู่แต้จิ๋ว
สิ่งที่ผมชอบเล่าให้คนในบ้านฟังคือช่วงที่ท่านไปปลูกกระท่อมอยู่ที่เขาซีหูในเมืองแต้จิ๋ว คบหากับปัญญาชนท้องถิ่นอย่างหลูต้ง เสวี่ยจง และเฉินเหยาจั่ว (ซึ่งภายหลังขึ้นเป็นเสนาบดี) ช่วงเวลานี้ไม่ใช่แค่การ "หลบภัยทางการเมือง" แต่เป็นการซึมซับวิถีชีวิตท้องถิ่นก่อนตัดสินใจตั้งรกรากจริง สุดท้ายท่านพาครอบครัวไปอยู่ที่ 上外莆都菊池 (ปัจจุบันคือหมู่บ้านจูฉือ 菊池村 ตำบลซ่างหัว อำเภอเฉิงไห่) กลายเป็นคนแซ่อึ้งคนแรกของสาย 禾坪派福公分支 (เหอผิงไพ่ฝูกงเฟินจือ — สายย่อยฝูกงของสาขาเหอผิง) ที่เข้ามาตั้งถิ่นฐานในแต้จิ๋ว ท่านเสียชีวิตปี ค.ศ. 1074 อายุ 73 ปี และถูกฝังที่เชิงเขาเหลียนฮวาในปี ค.ศ. 1119 ซึ่งลูกหลานเรียกสุสานนี้ว่า 江夏黃公墓 (เจียงเซี่ยหวงกงมู่) ขึ้นทะเบียนเป็นโบราณสถานระดับอำเภอในปัจจุบัน
จุดที่ผมคิดว่าสำคัญมากคือ หมู่บ้านจูฉือสร้างขึ้นตั้งแต่สมัยราชวงศ์ซ่ง อยู่ห่างจากตัวเมืองเฉิงไห่ไปทางตะวันตกเฉียงเหนือราวแปดกิโลเมตร ชื่อหมู่บ้านมาจากบ่อน้ำที่ล้อมรอบด้วยดอกเก๊กฮวย เป็นชื่อที่ฟังดูบทกวีแต่ก็บอกเล่าภูมิประเทศจริงได้ดี ผมมองว่าการที่หมู่บ้านหนึ่งสามารถรักษาชื่อ รักษาศาลบรรพบุรุษ และรักษาธรรมเนียมเซ่นไหว้มาได้ยาวนานขนาดนี้ ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ แต่เป็นผลจากความตั้งใจของคนหลายชั่วอายุที่เชื่อว่า "ที่มา" คือสิ่งที่ต้องรักษาไว้ให้คนรุ่นหลัง
สายของครอบครัวศุภพิทักษ์พงษ์ ที่หมู่บ้านตงหู
สำหรับครอบครัวเราโดยเฉพาะ ร่องรอยไม่ได้หยุดอยู่แค่หมู่บ้านจูฉือซึ่งเป็นศูนย์กลางใหญ่ของทั้งตระกูล แต่ลงลึกไปถึงสายของ 黃隆昇公 (อึ้งล้งเซงกง) ที่บ้านเลขที่ 3 ย่านฉือไจ่เจี่ยว หมู่บ้านตงหู (東湖村) อำเภอเฉิงไห่ เอกสารที่ตกทอดมาถึงรุ่นผมมีทั้งสาแหรก โฉนดที่ดินเก่าปี ค.ศ. 1948 และบันทึกของลูกหลานที่เคยกลับไปจัดการเรื่องบ้านบรรพบุรุษในภายหลัง สิ่งนี้ทำให้ผมมองว่าแตกต่างจากครอบครัวจีนไทยหลายบ้านที่รู้แค่ "ชื่ออำเภอ" เรารู้ถึง "ชื่อหมู่บ้าน บ้านเลขที่ และเอกสารจับต้องได้"
จากงานวิจัยที่รวบรวมผังตระกูลอึ้งทั้งเขตเฉิงไห่ ผมพบว่าหมู่บ้านตงหูอยู่ในย่านเขตเฟิ่งเสียง ซึ่งเป็นเขตเมืองชั้นในของเฉิงไห่ ใกล้กับหมู่บ้านไว่ปู้ ที่มีศาลบรรพบุรุษตระกูลอึ้ง 外埔黃氏宗祠 ตั้งอยู่ที่ถนนกวนเจี่ยวลู่ (ตรอกจี้เหม่ย) ห่างจากโรงเรียนไว่ปู้ไปทางใต้ราว 230 เมตร ภายในยังเก็บรักษาแท่นบรรพบุรุษและจารึกหินไว้ครบถ้วน ย่านนี้เป็นจุดที่ลูกหลานแซ่อึ้งออกไปทำมาค้าขายและศึกษาเล่าเรียนมากกว่าทำนาแบบหมู่บ้านรอบนอก ซึ่งผมคิดว่าสอดคล้องกับเส้นทางที่บรรพบุรุษสายเราเดินทางออกจากจีนมาสร้างเนื้อสร้างตัวที่ประเทศไทยในเวลาต่อมา เพราะครอบครัวที่คุ้นกับการค้าขายมักมีแนวโน้มออกไปแสวงโชคไกลบ้านมากกว่า
ผมอยากบอกตรง ๆ ว่าความเชื่อมโยงระหว่างสาย 黃隆昇公 กับโครงสร้างใหญ่ของสาย 黃程 ยังเป็นสิ่งที่ครอบครัวเราควรสอบทานต่อกับผังตระกูลฉบับเต็มของหมู่บ้านตงหูและจูฉือ เพราะงานวิจัยที่ผมอ้างอิงนี้ลงรายละเอียดลึกถึงระดับหมู่บ้านในเขตเฉิงไห่ แต่ไม่ได้ลงลึกถึงทุกสายย่อยในทุกบ้านเลขที่ นี่คือจุดที่ผมแยกให้ชัดเจนระหว่าง "สิ่งที่เอกสารครอบครัวเรายืนยันได้" กับ "ภาพรวมเชิงวิชาการของทั้งตระกูลอึ้งในเฉิงไห่" ทั้งสองส่วนเสริมกันได้ แต่ไม่ควรเหมารวมเป็นเรื่องเดียวกันโดยไม่ตรวจสอบ
ศาลบรรพบุรุษและสุสานเจียงเซี่ย พื้นที่ศักดิ์สิทธิ์ของลูกหลานอึ้ง
ถ้าให้ผมเลือกสถานที่หนึ่งที่สรุปความหมายของการเป็นแซ่อึ้งแห่งเท่งไฮ้ได้ดีที่สุด ผมจะเลือกสุสานเจียงเซี่ยหวงกง 江夏黃公墓 ที่เชิงเขาเหลียนฮวา สุสานแห่งนี้สร้างขึ้นในปี ค.ศ. 1119 ตามความเชื่อแบบจีนถือว่าเป็นหนึ่งใน "สี่สุสานมงคลแห่งแต้จิ๋ว" (ข้อนี้เป็นคติความเชื่อที่เล่าต่อกันมา ไม่ใช่ข้อเท็จจริงทางวิชาการที่พิสูจน์ได้) ปัจจุบันขึ้นทะเบียนเป็นโบราณสถานระดับอำเภอ และทุกปีในช่วงหลังวันที่ 1 เดือน 11 ตามปฏิทินจีน จะมีลูกหลานแซ่อึ้งจากเราผิง เฉาอาน เจี่ยหยาง เหมยโจว ไปจนถึงเตียวอัน (มณฑลฝูเจี้ยน) และนานกิง (มณฑลเจียงซู) เดินทางมาร่วมไหว้หลายพันคน
ส่วนศาลบรรพบุรุษประจำหมู่บ้านจูฉือ 菊池黃氏宗祠 ทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางของพิธีไหว้ใหญ่ประจำปี จัดขึ้นทุกวันขึ้น 15 ค่ำเดือน 9 จีน ต้อนรับลูกหลานแซ่อึ้งจากทั่วแต้จิ๋วหลายพันคน รถหลายร้อยคัน ในศาลยังมีจารึก 菊池賦 (จูฉือฟู่ — บทพรรณนาหมู่บ้านจูฉือ) สลักข้อความว่า "宋公黃程 入潮創建 澄陽績厚 江夏流傳 百派朝宗 千年食德 科甲聯芳 文武進士" ซึ่งแปลความได้ว่า ท่านอึ้งเฉิงแห่งราชวงศ์ซ่งเข้ามาสร้างบ้านแปงเมืองในแต้จิ๋ว วางรากฐานไว้หนาแน่น สายเจียงเซี่ยสืบทอดต่อมา ทุกสายย่อยต่างน้อมคารวะต้นตระกูลเดียวกัน กินบุญบรรพบุรุษมากว่าพันปี มีทั้งขุนนางฝ่ายบุ๋นฝ่ายบู๊ ผมมองว่าประโยคนี้สรุปจิตวิญญาณของความเป็นแซ่อึ้งได้ดีกว่าคำอธิบายทางวิชาการใด ๆ เพราะมันบอกทั้งความภูมิใจและหน้าที่ที่ต้องส่งต่อ
สำหรับผู้ที่อยากรู้ว่าแต่ละสายในเฉิงไห่แยกย้ายกันอย่างไร ตารางด้านล่างนี้สรุปสายหลัก ๆ ที่งานวิจัยกล่าวถึง เพื่อให้เห็นภาพง่ายขึ้น
| สายตระกูล | ที่ตั้งหลัก | จุดเด่น |
|---|---|---|
| สายจูฉือ (黃程世系) | ตำบลซ่างหัว | ศาลบรรพบุรุษใหญ่ สุสานต้นตระกูล ประเพณี "七贤" (ชีเสียน — บัณฑิตเจ็ดท่าน) |
| สายไว่ป
ู้ (外埔黃氏) | เขตเฟิ่งเสียง | ศาลบรรพบุรุษไว่ปู้ มีจารึกหินและแท่นบรรพบุรุษครบถ้วน | | สายหลิ่งถิง (岭亭黃氏家庙) | เขตเฉิงหัว | ศาลตระกูลรูปแบบ "เจียเมี่ยว" (家庙 — ศาลประจำสายย่อย) สถาปัตยกรรมหลิ่งหนานแท้ | | สายตงเฉียนซี (東前溪) | ตำบลเหลียนเซี่ย | หมู่บ้านแซ่อึ้งล้วน ตั้งถิ่นฐานสมัยซ่งใต้ | | สายหยกเจี้ยว (玉窖) | ตำบลเหลียนเซี่ย | กลอนลำดับรุ่นเฉพาะตัว เน้นความรุ่งเรืองยาวนาน | | สายตงหู (東湖) | เขตเฟิ่งเสียง | สายที่ครอบครัวศุภพิทักษ์พงษ์สืบย้อนถึง |
ผมใส่สายตงหูไว้ในตารางนี้ด้วยความตั้งใจ เพราะอยากให้ผู้อ่านเห็นว่าสายของครอบครัวเราไม่ได้ลอยอยู่นอกภาพรวม แต่เป็นหนึ่งในจิ๊กซอว์เล็ก ๆ ของภาพใหญ่ที่นักวิจัยได้บันทึกไว้ เพียงแต่รายละเอียดระดับบ้านเลขที่นั้นต้องอาศัยเอกสารของแต่ละครอบครัวเองมาเติมเต็ม
แซ่อึ้งกับแซ่หวง เรื่องที่คนไทยเชื้อสายจีนมักสงสัย
คำถามที่ผมได้ยินบ่อยมากจากคนรุ่นหลานคือ "แซ่อึ้งกับแซ่หวงเหมือนกันไหม" คำตอบคือเหมือนกันทุกประการ เพียงแต่เป็นการออกเสียงคนละสำเนียง 黃 ในภาษาจีนกลางอ่านว่า "หวง" ส่วนในสำเนียงแต้จิ๋วอ่านว่า "อึ้ง" คนไทยเชื้อสายแต้จิ๋วจึงคุ้นกับคำว่าแซ่อึ้งมากกว่า ขณะที่คนจีนแผ่นดินใหญ่หรือคนที่คุ้นกับจีนกลางจะเรียกว่าแซ่หวง ตัวอักษรเดียวกัน บรรพบุรุษเดียวกัน เพียงแต่เสียงอ่านต่างกันไปตามสำเนียงถิ่น ผมมักอธิบายให้ลูกหลานฟังว่านี่คือเสน่ห์อย่างหนึ่งของภาษาจีน ที่ตัวอักษรเดียวสามารถมีชีวิตหลายเสียงในหลายท้องถิ่น แต่ความหมายและรากเหง้ายังเป็นหนึ่งเดียว
ส่วนที่มาของการใช้ 江夏 (เจียงเซี่ย) เป็นตราประจำตระกูลนั้น ผมอยากย้ำอีกครั้งว่ามีรากจากคนชื่อหวงเซียง (黃香) แห่งยุคฮั่นตะวันออก ผู้มีชื่อเสียงด้านความกตัญญู จนกลายเป็นบรรพบุรุษร่วมที่ลูกหลานแซ่อึ้งทั่วโลกยึดถือ ไม่ว่าจะอยู่สายไหน จังหวัดใดของจีน หรือกระจัดกระจายไปอยู่ประเทศใดก็ตาม คำว่า "เจียงเซี่ยซื่อเจีย" ที่ติดอยู่หน้าบ้านคนแซ่อึ้งจึงไม่ใช่แค่ป้ายประดับ แต่เป็นสัญลักษณ์บอกว่า "เราเป็นลูกหลานจากรากเดียวกัน" แม้จะไม่เคยรู้จักกันมาก่อนก็ตาม
วิธีค้นหาต้นตระกูลแซ่อึ้งของตัวเอง
สำหรับคนที่อยากลองสืบย้อนรากของตัวเอง ผมอยากแนะนำจากประสบการณ์ตรงของครอบครัวศุภพิทักษ์พงษ์ ขั้นแรกคือต้องเริ่มจากเอกสารที่มีอยู่ในบ้านก่อน ไม่ว่าจะเป็นป้ายวิญญาณบรรพบุรุษ สาแหรก จดหมายเก่า หรือแม้แต่ซองจดหมายที่มีที่อยู่เมืองจีนเขียนไว้ สิ่งเหล่านี้มักมีชื่ออำเภอ ตำบล หรือแม้แต่หมู่บ้านระบุไว้อย่างที่ผมเจอในกรณีของเราเอง ขั้นต่อมาคือสอบถามญาติผู้ใหญ่ที่ยังจำเรื่องราวได้ เพราะคนรุ่นนั้นมักมีความทรงจำที่ไม่ได้บันทึกเป็นลายลักษณ์อักษรแต่สำคัญมาก เช่น ชื่อเล่นของหมู่บ้าน ชื่อศาลบรรพบุรุษ หรือเรื่องเล่าว่าทำไมบรรพบุรุษถึงตัดสินใจข้ามทะเลมา
ขั้นที่สามคือลองเทียบกับงานวิจัยหรือเอกสารสาธารณะที่มีการรวบรวมผังตระกูลในระดับอำเภอ อย่างกรณีแซ่อึ้งในเฉิงไห่ที่ผมนำมาเล่าในบทความนี้ ถ้าโชคดีอาจพบว่าสายของครอบครัวตรงกับข้อมูลที่มีการบันทึกไว้แล้ว แต่ถ้าไม่พบ ก็ไม่ใช่เรื่องผิดปกติ เพราะเอกสารระดับหมู่บ้านหรือบ้านเลขที่มักไม่ได้ถูกแปลงเป็นข้อมูลสาธารณะทั้งหมด ผมขอเน้นย้ำว่าการค้นหารากเหง้าต้องใช้ความอดทนและความรอบคอบ อย่ารีบเชื่อมโยงตัวเองเข้ากับสายที่มีชื่อเสียงเพียงเพราะชื่ออำเภอหรือแซ่ตรงกัน เพราะนั่นอาจทำให้เราหลงทางออกจากความจริงของครอบครัวตัวเอง
คำถามที่พบบ่อย
แซ่อึ้งมาจากไหน
โดยรวมแซ่อึ้ง (黃) มีรากมาจากตระกูลโบราณในแถบเจียงเซี่ย (มณฑลหูเป่ยในปัจจุบัน) ก่อนจะกระจายลงใต้ผ่านมณฑลฝูเจี้ยนเข้าสู่กวางตุ้งในช่วงหลายศตวรรษ สำหรับสายที่อยู่ในอำเภอเท่งไฮ้นั้น ส่วนใหญ่สืบจาก 黃程 ที่เดินทางจากฝูเจี้ยนเข้าแต้จิ๋วในสมัยซ่งเหนือ
ตระกูลอึ้งสืบเชื้อสายมาจากที่ไหนในจีน
สำหรับแซ่อึ้งในเขตเฉิงไห่ จุดเริ่มต้นหลักคือหมู่บ้านจูฉือ ตำบลซ่างหัว ซึ่งเป็นที่ตั้งรกรากของ 黃程 ปฐมบรรพบุรุษ ก่อนแตกสายออกไปเกือบห้าสิบหมู่บ้านทั่วทั้งอำเภอ รวมถึงหมู่บ้านตงหูที่ครอบครัวศุภพิทักษ์พงษ์มีร่องรอยเชื่อมโยงอยู่
แซ่อึ้งกับแซ่หวงเหมือนกันไหม
เหมือนกันทุกประการ เป็นตัวอักษรจีนตัวเดียวกันคือ 黃 เพียงแต่ออกเสียงต่างกันตามสำเนียง จีนกลางอ่านว่าหวง ส่วนสำเนียงแต้จิ๋วอ่านว่าอึ้ง
จะหาต้นตระกูลแซ่อึ้งของตัวเองได้อย่างไร
เริ่มจากเอกสารในบ้าน เช่น ป้ายวิญญาณ สาแหรก หรือจดหมายเก่า จากนั้นสอบถามญาติผู้ใหญ่ และนำข้อมูลไปเทียบกับงานวิจัยหรือผังตระกูลที่มีการรวบรวมไว้ในระดับอำเภอ โดยต้องรอบคอบและไม่รีบสรุปเอาเองว่าสายของเราตรงกับสายที่มีชื่อเสียงเพียงเพราะชื่ออำเภอหรือแซ่ตรงกัน
ทำไมแซ่อึ้งถึงมีคำว่าเจียงเซี่ยเป็นตราประจำตระกูล
เพราะ 江夏 (เจียงเซี่ย) เป็นชื่อดินแดนเก่าแถบมณฑลหูเป่ยในปัจจุบัน ซึ่งเป็นถิ่นกำเนิดของหวงเซียง (黃香) บุคคลสำคัญแห่งยุคฮั่นตะวันออกที่มีชื่อเสียงด้านความกตัญญู ลูกหลานแซ่อึ้งทั่วโลกจึงยึดถือ "เจียงเซี่ยซื่อเจีย" เป็นสัญลักษณ์ร่วมของการมีรากเดียวกัน ไม่ว่าจะแยกย้ายไปสายไหนหรือประเทศใดก็ตาม
บทสรุป
เมื่อผมมองย้อนกลับไปตั้งแต่วันที่ยังเด็กและถามพ่อด้วยคำถามง่าย ๆ ว่าแซ่อึ้งของเรามาจากไหน มาจนถึงวันที่ได้เห็นเอกสาร สาแหรก และงานวิจัยที่ลงรายละเอียดถึงระดับหมู่บ้านในอำเภอเท่งไฮ้ ผมรู้สึกว่าระยะทางระหว่างคำตอบสองช่วงเวลานี้คือบทเรียนสำคัญเรื่องการรักษารากเหง้า เรื่องของ 黃程 ที่เดินทางจากฝูเจี้ยนลงมาตั้งรกรากที่หมู่บ้านจูฉือ จนแตกสายออกไปเกือบห้าสิบหมู่บ้านทั่วเฉิงไห่ ไม่ใช่เพียงประวัติศาสตร์ที่น่าสนใจเฉย ๆ แต่เป็นภาพสะท้อนว่าครอบครัวหนึ่งสามารถเติบโต แตกกิ่งก้าน และยังคงเหนียวแน่นผ่านตราประจำตระกูลอย่าง 江夏世家 ได้อย่างไร
สำหรับครอบครัวศุภพิทักษ์พงษ์ ร่องรอยที่เชื่อมโยงถึงสาย 黃隆昇公 ที่หมู่บ้านตงหู คือสิ่งที่ผมภูมิใจจะส่งต่อให้ลูกหลาน ไม่ใช่เพื่ออวดอ้างความเก่าแก่ แต่เพื่อให้ทุกคนในบ้านเข้าใจว่าเราไม่ได้ลอยมาจากไหน เรามีที่มา มีบ้านเลขที่ มีเอกสารยืนยัน และมีคนรุ่นก่อนที่ตั้งใจรักษาสิ่งเหล่านี้ไว้ให้เราได้รู้จักตัวเอง ผมเชื่อว่าการรู้จักรากเหง้าไม่ได้ทำให้เราห่างจากความเป็นคนไทยแต่อย่างใด ตรงกันข้าม มันทำให้เรายืนอยู่บนแผ่นดินนี้อย่างมั่นคงขึ้น เพราะเรารู้ว่าตัวเองมาจากไหน และรู้ว่าอะไรคือสิ่งที่ควรรักษาไว้ให้คนรุ่นต่อไปได้สืบทอดกันต่อไป
