พระโมคคัลลานะ คือพระมหาสาวกของพระพุทธเจ้า ผู้ที่พระไตรปิฎกบาลีบันทึกพุทธพจน์ไว้ว่า "เลิศกว่าพวกภิกษุสาวกของเราผู้มีฤทธิ์"[1] ในพุทธศาสนาจีนท่านคือ 目连 (แต้จิ๋ว มักเลี้ยง / จีนกลาง มู่เหลียน — ชื่อย่อของพระโมคคัลลานะ) ผู้ได้ชื่อว่า "神通第一" ในสิบสาวกใหญ่[2] และเป็นตัวเอกของเรื่องช่วยแม่จากภูมิเปรต เรื่องนี้มีต้นทางในพระสูตรจีนว่าด้วยพิธีอุลลัมพนะ ไม่ใช่พระไตรปิฎกบาลี[3][4] พระสูตรให้ถวายสงฆ์ในวันปวารณา 15 ค่ำ เดือน 7 จีน ชื่อของท่านจึงผูกอยู่กับวันสารทจีนมาจนทุกวันนี้
คนไทยรู้จักท่านในชื่อพระโมคคัลลานะ หรือพระมหาโมคคัลลานะ จากพุทธประวัติที่เล่าคู่กับพระสารีบุตร ส่วนลูกหลานแต้จิ๋วอาจคุ้นกับ "มู่เหลียนช่วยแม่" จากงิ้วและงานสารทจีนมากกว่า บทความนี้เรียบเรียงจากพระไตรปิฎกบาลีฉบับแปลไทย พระสูตรจีนในฐานข้อมูล CBETA เอกสารตุนหวง และทะเบียนมรดกภูมิปัญญาของจีน เพื่อแยกให้เห็นว่าส่วนไหนคือพระสูตร ส่วนไหนคือคัมภีร์ที่ยังถกเถียงกันว่าแต่งในจีน และส่วนไหนคือนิทานชาวบ้านกับงิ้วที่เติมเข้ามาภายหลัง
สองภาพนี้ไม่ได้ขัดกันเสียทีเดียว อรรถกถาบาลีเองก็เล่าว่าท่านไปเทวโลกและนรก แล้วกลับมาบอกคนถึงผลของกรรม[5] แต่ฝั่งจีนเติมรายละเอียดอีกมาก และบางเรื่องกลับขั้วกับฝั่งบาลีอย่างน่าคิด
ห้าข้อที่ควรรู้ก่อนอ่านต่อ
- ฝั่งบาลี พระพุทธเจ้าทรงยกย่องท่านเป็นเอตทัคคะด้านฤทธิ์[1] ฝั่งจีนนับท่านเป็น "神通第一" ในสิบสาวกใหญ่[2] ฐานะข้อนี้ตรงกันทั้งสองสาย
- เรื่องช่วยแม่มาจากพระสูตรจีน《佛说盂兰盆经》 คำว่า 盂兰盆 (แต้จิ๋ว อูลั้งพุ้ง / จีนกลาง อวี๋หลานเผิน — พิธีถวายสงฆ์เพื่อช่วยบิดามารดาที่ล่วงลับ) ในหน้าพระไตรปิฎกบาลีที่ตรวจไม่พบเรื่องท่านช่วยมารดาของตนเอง ผู้ที่ช่วยแม่ซึ่งเป็นเปรตในฝั่งบาลีคือพระสารีบุตร[3][4]
- ฐานข้อมูล CBETA ระบุว่าพระสูตรนี้แปลโดย 竺法护 (จีนกลาง จู๋ฝ่าฮู่ — พระนักแปลสมัยจิ้นตะวันตก) แต่บัญชีคัมภีร์ต้นศตวรรษที่ 6 ลงไว้ในหมวดไม่ทราบผู้แปล นักวิชาการจึงยังถกเถียงว่าแปลจากอินเดียหรือแต่งในจีน[3][6][7]
- 15 ค่ำ เดือน 7 ในพระสูตรคือวันปวารณาออกพรรษาของสงฆ์ ไม่ใช่วันเกิดของพระโมคคัลลานะ[3][8]
- ชื่อแม่ "青提" ไม้เท้าสิบสองห่วงที่ใช้เปิดประตูนรก และแม่ที่ไปเกิดเป็นสุนัขดำ ไม่มีในพระสูตร แต่มาจากเปี้ยนเหวินตุนหวงที่คัดลอกปี ค.ศ. 921 และงิ้วรุ่นหลัง[9][10]
พระโมคคัลลานะเป็นพระสาวกในพระไตรปิฎก ไม่ใช่เทพ แต่บทความนี้อยู่ในหมวดเทพเจ้าจีนและตำนาน เพราะลูกหลานจีนในไทยรู้จักท่านผ่านพิธีกรรมและตำนานแบบจีนเป็นหลัก
ข้อมูลด่วน: พระโมคคัลลานะ (目犍连)
| หัวข้อ | ข้อมูล |
|---|---|
| อักษรจีน | 目犍连 (ชื่อเต็ม) · 目连 (ชื่อย่อ) · ตัวเต็ม 目犍連 / 目連 · พระสูตรสะกด 大目乾连[3][2] |
| แต้จิ๋ว | mag8 giang6 liang5 · มักเกี๋ยงเลี้ยง / mag8 liang5 · มักเลี้ยง (Mogher สำเนียงเท่งไฮ้) |
| จีนกลาง | Mùjiānlián · มู่เจียนเหลียน / Mùlián · มู่เหลียน |
| สันสกฤต / บาลี | Mahāmaudgalyāyana / Mahāmoggallāna (มหาโมคฺคลฺลาน)[11] |
| ชื่อไทยที่พบ | พระโมคคัลลานะ · พระมหาโมคคัลลานะ[1] · มู่เหลียน[12] · ชื่อก่อนบวช โกลิตะ[13] |
| ฐานะ | พระสาวก เอตทัคคะด้านฤทธิ์[1] · "神通第一" ในสิบสาวกใหญ่ฝ่ายจีน[2] |
| รูปลักษณ์ / ของถือ | พระภิกษุ ถือบาตร[3] · ไม้เท้าห่วง (锡杖) ในเปี้ยนเหวินและงิ้ว[9][10] |
| วันสำคัญ | 15 ค่ำ เดือน 7 จีน (七月十五) วันปวารณาและพิธี盂兰盆 ไม่ใช่วันเกิด ปี 2026 ตรงกับ 27 ส.ค.[3][8][14] |
| ศาสนสถานสำคัญ | ไม่พบ "อารามต้นกำเนิด" · รูปหินสูง 340 ซม. ที่พิพิธภัณฑ์พุทธฝอกวงซัน ไต้หวัน[2] · วัด目莲寺 เมืองต้าเหย่ มณฑลหูเป่ย[15] |
1. ชื่อพระโมคคัลลานะ มู่เหลียน และความหมาย
ชื่อบาลีของท่านคือมหาโมคคัลลานะ (มหาโมคฺคลฺลาน) คำว่า "มหา" ที่นำหน้าเป็นคำยกย่องว่ายิ่งใหญ่ คนไทยจึงเขียนได้ทั้งพระโมคคัลลานะและพระมหาโมคคัลลานะ ซึ่งหมายถึงองค์เดียวกัน[11][1]
ก่อนบวช พระวินัยปิฎกเรียกท่านว่า "โกลิตะ" คู่กับสหายชื่อ "อุปติสสะ" ซึ่งต่อมาคือพระสารีบุตร[13] วิกิพีเดียภาษาไทยอธิบายต่อว่าท่านเกิดในหมู่บ้านโกลิตคาม และได้ชื่อโมคคัลลานะตามชื่อมารดาคือนางโมคคัลลี[11] ข้อหลังนี้พบในแหล่งเดียว และหน้าวิกิพีเดียเองก็ติดป้ายว่ายังต้องการแหล่งอ้างอิงเพิ่ม
ในคัมภีร์จีน ชื่อเต็มของท่านคือ 目犍连 (แต้จิ๋ว มักเกี๋ยงเลี้ยง / จีนกลาง มู่เจียนเหลียน — เสียงที่จีนถอดจากชื่อโมคคัลลานะ) เมื่อเติม 大 นำหน้าเป็น 大目犍连 (แต้จิ๋ว ไต้มักเกี๋ยงเลี้ยง / จีนกลาง ต้ามู่เจียนเหลียน — มหาโมคคัลลานะ) ก็ตรงกับคำว่า "มหา" ในภาษาบาลี พระสูตรจีนฉบับ CBETA สะกดว่า "大目乾连" และเรียกสั้น ๆ ว่า "目连"[3] เปี้ยนเหวินตุนหวงใช้ "大目乾连" ในเนื้อเรื่อง และใช้ "大目犍连" ในบรรทัดท้ายเล่ม[9] ส่วนงิ้วรุ่นหลังมักเขียนเป็น 目莲 ซึ่งเปลี่ยนเป็นอักษร 莲 ที่แปลว่าดอกบัว เช่นชื่อเรื่อง《目莲救母》ทั้งในงิ้วแต้จิ๋วและงิ้วปักกิ่ง[16][17]
เรื่องเล่าจีนยังตั้งชื่อฆราวาสให้ท่านว่า 罗卜 (แต้จิ๋ว โล้ป๊ก / จีนกลาง หลัวปู่ — ชื่อก่อนบวชในเรื่องเล่าจีน)[9] และงิ้วเติมแซ่ให้เป็น 傅罗卜 (จีนกลาง ฟู่หลัวปู่)[10] ชื่อนี้ไม่มีในพระสูตร และไม่ตรงกับชื่อโกลิตะของฝั่งบาลี
สื่อไทยมักใช้คำว่า "มู่เหลียน" ตามเสียงจีนกลาง คู่กับ "พระมหาโมคคัลลานะ"[12] บทความนี้ใส่เสียงแต้จิ๋วสำเนียงเท่งไฮ้ตามพจนานุกรม Mogher กำกับไว้ด้วย
2. พระโมคคัลลานะ ประวัติตามพระไตรปิฎกบาลี
ส่วนนี้เล่าตามพระไตรปิฎกและอรรถกถาฉบับแปลไทยบนเว็บ 84000 ก่อนข้ามไปฝั่งจีน
สหายของพระสารีบุตร และวันที่ได้ยินธรรม
มหาวรรคในพระวินัยปิฎกเล่ม 4 เล่าว่า ก่อนบวช พระสารีบุตรกับพระโมคคัลลานะประพฤติพรหมจรรย์อยู่ในสำนักสญชัยปริพาชกที่กรุงราชคฤห์ ซึ่งมีศิษย์ 250 คน ทั้งสองตกลงกันว่า "ผู้ใดบรรลุอมตธรรมก่อน ผู้นั้นจงบอกแก่อีกคนหนึ่ง"[13] คำอธิบายรูปปั้นของพิพิธภัณฑ์พุทธฝอกวงซันในไต้หวันก็เล่าตรงกันว่าทั้งสองเคยเป็นศิษย์ 删阇耶 (จีนกลาง ซานเสอเย — สญชัย) ก่อนมาเป็นศิษย์พระพุทธเจ้า[2]
วันหนึ่งอุปติสสะเห็นพระอัสสชิบิณฑบาตด้วยอาการสงบ จึงตามไปถามถึงศาสดา พระอัสสชิกล่าวว่า "ธรรมเหล่าใดเกิดแต่เหตุ พระตถาคตทรงแสดงเหตุแห่งธรรมเหล่านั้น และความดับแห่งธรรมเหล่านั้น" อุปติสสะได้ดวงตาเห็นธรรม แล้วกลับมาบอกเพื่อนตามสัญญา โกลิตะได้ฟังคาถาเดียวกันก็ได้ดวงตาเห็นธรรมเช่นกัน[13]
จากนั้นเป็นโกลิตะเองที่ชวนเพื่อนว่า "เราพากันไปสำนักพระผู้มีพระภาคเถิด" ทั้งสองไปบอกลาสญชัยถึงสามครั้ง สญชัยห้ามทุกครั้ง สุดท้ายศิษย์ 250 คนก็ตามทั้งสองไปที่พระวิหารเวฬุวัน[13] พระพุทธเจ้าทอดพระเนตรเห็นแต่ไกลแล้วตรัสว่า "สหายสองคนนั้น คือโกลิตะ และอุปติสสะ กำลังมานั่น จักเป็นคู่สาวกของเรา" แล้วทรงบวชให้ด้วยพระวาจาว่า "พวกเธอจงเป็นภิกษุมาเถิด"[13]
เอตทัคคะผู้มีฤทธิ์ และคำว่า "อัครสาวกเบื้องซ้าย"
ในอังคุตตรนิกาย เอกนิบาต ข้อ 146 พระพุทธเจ้าตรัสเรียงพระสาวกผู้เลิศแต่ละด้าน ต่อจากพระอัญญาโกณฑัญญะและพระสารีบุตร คือ "พระมหาโมคคัลลานะ เลิศกว่าพวกภิกษุสาวกของเราผู้มีฤทธิ์"[1] ฝั่งจีนเรียกความสามารถนี้ว่า 神通 (จีนกลาง เสินทง — อภิญญา ฤทธิ์ทางจิต) และยกท่านเป็น "神通第一" คือเป็นที่หนึ่งทางฤทธิ์ในสิบสาวกใหญ่[2]
คนไทยคุ้นกับคำเรียกท่านว่า "อัครสาวกเบื้องซ้าย" คู่กับพระสารีบุตรที่เป็นอัครสาวกเบื้องขวา ดังที่วิกิพีเดียภาษาไทยเขียนไว้[11] แต่หน้าพระไตรปิฎกที่บทความนี้ตรวจใช้คำว่า "คู่สาวก" และ "คู่อันเจริญชั้นเยี่ยม"[13] ยังไม่พบคำว่าเบื้องซ้ายหรือเบื้องขวาโดยตรง
ผู้ไปเห็นโลกอื่นแล้วกลับมาเล่าเรื่องกรรม
บทบาทที่โยงไปถึงภาพมู่เหลียนในจีนมากที่สุด คือภาพพระผู้เห็นโลกอื่น อรรถกถาธรรมบทเล่าว่าพวกเดียรถีย์ (นักบวชนอกพุทธศาสนา) อิจฉาท่าน เพราะ "พระเถระนั้นไปเทวโลก ถามกรรมที่พวกเทวดาทำแล้ว ก็กลับมาบอกกับพวกมนุษย์" และ "แม้ไปนรก ก็ถามกรรมของหมู่สัตว์ผู้เกิดในนรกแล้วกลับมาบอกพวกมนุษย์"[5] ในเปตวัตถุ ท่านก็เป็นผู้ถามเทพธิดาตนหนึ่งว่าทำบุญอะไรไว้จึงงดงามเช่นนั้น[4]
การมรณภาพที่กาฬศิลา: ฤทธิ์สู้กรรมไม่ได้
อรรถกถาธรรมบท ทัณฑวรรค เล่าว่าพวกเดียรถีย์จ้างโจรไปฆ่าท่านที่กาฬศิลา วันแรกท่านออกทางช่องลูกกุญแจ วันต่อมาเหาะหนีทางอากาศ เป็นอย่างนี้ตลอดเดือนแรกและเดือนกลาง แต่เมื่อถึงเดือนสุดท้าย ท่านรู้ว่าเป็นแรงของกรรมเก่าจึงไม่หลบ โจรทุบกระดูกท่านจนแหลก ท่านประสานกายด้วยกำลังฌาน ไปกราบทูลลาพระพุทธเจ้า แล้วกลับไปปรินิพพานที่ดงใกล้กาฬศิลา[5]
เมื่อภิกษุทั้งหลายสนทนากันว่าท่านมรณภาพไม่สมควรแก่ตน พระพุทธเจ้าตรัสว่าการมรณภาพนี้ "สมควรแท้แก่กรรมที่เธอทำไว้ในกาลก่อน" แล้วเล่าอดีตชาติว่า ท่านเคยเป็นชายชาวพาราณสีที่ปรนนิบัติพ่อแม่ด้วยตัวเอง ต่อมาภรรยาตำหนิพ่อแม่ซึ่งแก่และตาบอดอยู่ทุกวัน เขาจึงพาพ่อแม่ขึ้นเกวียนเข้าป่า แล้วแกล้งทำเสียงเป็นโจรทุบตีจนตาย ขณะที่พ่อแม่ยังร้องบอกให้ลูกหนีเอาตัวรอด[5]
ฉบับแปลอังกฤษของ Burlingame หมายเหตุว่าบทนำชาดกเรื่องที่ 522 เล่าต่างออกไป คือในอดีตชาติลูกใจอ่อน ไม่ฆ่าพ่อแม่ในวินาทีสุดท้าย[18] ส่วนคำอธิบายรูปปั้นของพิพิธภัณฑ์ฝอกวงซันสรุปไว้ว่าท่าน "深知神通敌不过业力" คือรู้ดีว่าฤทธิ์สู้แรงกรรมไม่ได้ จึงเข้านิพพานก่อนพระพุทธเจ้า[2]
นี่คือจุดกลับขั้วที่น่าสนใจที่สุด ฝั่งบาลีมีอดีตชาติที่ท่านทำร้ายพ่อแม่ ฝั่งจีนกลับสร้างท่านเป็นลูกกตัญญูต้นแบบที่ออกตามหาแม่ แต่ทั้งสองฝั่งจบที่บทเรียนเดียวกัน คือฤทธิ์ไม่อาจลบผลของกรรม[5][3]
3. พระสารีบุตร พระโมคคัลลานะ และแม่ที่เป็นเปรต: คู่ขนานฝั่งบาลี
พระไตรปิฎกบาลีมีเรื่องพระสาวกช่วยแม่ที่เป็นเปรตจริง แต่ตัวเอกคือพระสารีบุตร ไม่ใช่พระโมคคัลลานะ เรื่องนี้อยู่ในเปตวัตถุ ชื่อสารีปุตตเถรมาตุเปติวัตถุ พระไตรปิฎกเล่ม 26 ข้อ 99[4]
พระสารีบุตรพบนางเปรตผอมเหลือแต่ซี่โครง นางบอกว่า "เมื่อก่อนดิฉันเป็นมารดาของท่าน ในชาติเหล่าอื่น" และขอว่า "ลูกเอ๋ย ขอลูกจงให้ทาน แล้วอุทิศส่วนบุญมาให้แม่บ้าง"[4] พระสารีบุตรไม่ได้ใช้ฤทธิ์ส่งอาหารให้แม่ตรง ๆ แต่ไปปรึกษาพระมหาโมคคัลลานะ พระอนุรุทธะ และพระกัปปินะ แล้วให้สร้างกุฎีสี่หลังในสี่ทิศ ถวายกุฎี ข้าว และน้ำแก่สงฆ์ แล้วอุทิศส่วนกุศลให้มารดา ทันใดนั้นนางก็ได้ข้าว น้ำ และผ้า[4]
ภายหลังนางปรากฏในร่างเทพธิดางดงาม ไปหาพระมหาโมคคัลลานะ และท่านเป็นผู้ถามว่านางได้รัศมีและสมบัตินี้เพราะบุญอะไร นางตอบว่าเพราะทานของพระสารีบุตร[4]
ส่วนพระสูตรจีนเล่าว่ามารดาของพระโมคคัลลานะไปเกิดเป็น 饿鬼 (แต้จิ๋ว โง่กุ้ย / จีนกลาง เอ้อกุ่ย — เปรต ผีหิว) ลูกที่เป็นพระช่วยตรง ๆ ไม่ได้ ต้องถวายสงฆ์แล้วอุทิศบุญเช่นกัน[3] โครงเรื่องจึงคล้ายกันมาก ต่างกันที่ตัวเอก และแม่ในเปตวัตถุเป็นมารดาในชาติก่อน ๆ (ตารางเทียบทุกฉบับอยู่ในข้อ 7)
ความคล้ายนี้ชวนคิดก็จริง แต่บทความนี้ไม่สรุปว่าพระสูตรจีนยืมเรื่องมาจากเปตวัตถุ เพราะยังไม่พบหลักฐานที่ระบุเส้นทางนั้น ฝ่ายที่เสนอว่าพระสูตรจีนมีรากอินเดียก็ยังเป็นเพียงฝ่ายหนึ่งในการถกเถียง[7][19]
4. พระโมคคัลลานะ คุณธรรมที่เป็นแบบอย่าง
- รักษาสัจจะต่อเพื่อน ท่านกับพระสารีบุตรสัญญากันว่าใครพบธรรมก่อนจะบอกอีกคน และทั้งสองก็ทำตามนั้น[13]
- ตัดสินใจเด็ดขาดเมื่อเห็นทางที่ถูก แต่ไม่ทิ้งครูอย่างไร้มารยาท ท่านเป็นผู้ชวนเพื่อนไปหาพระพุทธเจ้า และยังไปบอกลาสญชัยถึงสามครั้งก่อนจากมา[13]
- ใช้ความสามารถเพื่อสอนเรื่องกรรม อรรถกถาเล่าว่าท่านไปดูผลของกรรมในโลกอื่นแล้วกลับมาบอกคน[5] คำอธิบายรูปปั้นที่ฝอกวงซันก็สรุปว่าท่าน "常以神通教化众生" คือใช้ฤทธิ์สั่งสอนผู้คนเสมอ[2]
- เป็นที่ปรึกษาของเพื่อน เมื่อพระสารีบุตรพบมารดาในอดีตชาติที่เป็นเปรต ท่านเป็นหนึ่งในพระเถระที่พระสารีบุตรไปปรึกษา[4]
- ยอมรับผลของกรรม ในเดือนสุดท้ายท่านเลือกไม่หนี แม้มีฤทธิ์พอจะหนีได้[5]
- ความกตัญญู (ภาพฝั่งจีน) พระสูตรจีนเปิดเรื่องว่าท่านอยากตอบแทน "乳哺之恩" คือบุญคุณที่แม่ให้นมเลี้ยงดูมา[3] พระ 宗密 (จีนกลาง จงมี่ — พระภิกษุนักอรรถกถาสมัยถัง) ใช้เรื่องนี้ยืนยันว่าพุทธกับขงจื๊อถือความกตัญญูเป็นรากเดียวกัน[20]
ข้อ 5 กับข้อ 6 ดูเหมือนอยู่คนละขั้ว แต่ไปทางเดียวกัน พระสาวกผู้เลิศทางฤทธิ์ยังต้องรับผลกรรมของตน และยังช่วยแม่ด้วยกำลังตัวคนเดียวไม่ได้ เรื่องของท่านจึงตรงกับหลักที่เว็บนี้ยึดไว้ คือศรัทธาเป็นกำลังใจ ไม่ใช่ทางลัดแทนความรับผิดชอบ ผู้ที่อยากรู้จักพระศาสดาของท่านให้ลึกขึ้น อ่านต่อได้ที่พระศากยมุนีพุทธเจ้าในวัดจีน
5. 《盂兰盆经》 พระสูตรหน้าเดียวต้นเรื่องมู่เหลียนช่วยแม่
《佛说盂兰盆经》 (จีนกลาง ฝอซัวอวี๋หลานเผินจิง — พระสูตรว่าด้วยอุลลัมพนะที่พระพุทธเจ้าตรัส) อยู่ในพระไตรปิฎกจีนฉบับไทโช เลขที่ T0685 ฉบับ CBETA ทั้งเรื่องยาวราวหน้าเดียว[3] เนื้อความแบ่งได้ห้าตอน ข้อความจีนด้านล่างแปลงเป็นอักษรตัวย่อจากต้นฉบับตัวเต็มใน CBETA
ตอนที่ 1: เห็นแม่ในภูมิเปรต
大目乾连始得六通,欲度父母,报乳哺之恩。即以道眼观视世间,见其亡母生饿鬼中,不见饮食,皮骨连立。
พระมหาโมคคัลลานะเพิ่งได้อภิญญาหก ปรารถนาจะโปรดบิดามารดาเพื่อตอบแทนพระคุณที่เลี้ยงดูด้วยน้ำนม จึงใช้ตาทิพย์มองดูโลก เห็นมารดาที่ล่วงลับไปเกิดในหมู่เปรต ไม่ได้กินไม่ได้ดื่ม เหลือแต่หนังติดกระดูก
ตอนที่ 2: ข้าวกลายเป็นถ่านไฟ
ท่านเศร้าใจ จึงเอาบาตรใส่ข้าวไปให้แม่[3]
母得钵饭,便以左手障钵,右手抟饭。食未入口,化成火炭,遂不得食。
มารดาได้บาตรข้าว ก็เอามือซ้ายบังบาตรไว้ มือขวาปั้นข้าว แต่ข้าวยังไม่ทันเข้าปากก็กลายเป็นถ่านไฟ จึงกินไม่ได้
ตอนที่ 3: กำลังคนเดียวช่วยไม่ได้
ท่านร้องไห้กลับไปทูลพระพุทธเจ้า พระองค์ตรัสว่า
汝母罪根深结,非汝一人力所奈何……当须十方众僧威神之力乃得解脱。
รากบาปของมารดาเธอฝังลึก กำลังของเธอคนเดียวช่วยไม่ได้ ... ต้องอาศัยอานุภาพของสงฆ์ทั้งสิบทิศจึงจะพ้นได้
ในช่วงที่ละไว้ พระสูตรยังตรัสว่าแม้ลูกจะกตัญญูจนเสียงสะเทือนฟ้าดิน เทวดา เทพแห่งแผ่นดิน มาร นักบวชนอกศาสนา และท้าวจตุโลกบาลก็ช่วยไม่ได้[3]
ตอนที่ 4: ถวายสงฆ์ในวันปวารณา
พระพุทธเจ้าตรัสวิธีช่วย คือในวันที่ 15 เดือน 7 ซึ่งเป็นเวลาที่สงฆ์ทำ 自恣 (แต้จิ๋ว เจ๋อเจ่อ / จีนกลาง จื้อจื้อ — ปวารณาเมื่อออกพรรษา) ให้นำข้าว อาหารร้อยรส ผลไม้ ภาชนะตักน้ำ น้ำมันหอม ตะเกียงเทียน ที่นอนและเครื่องปูลาด ใส่ในภาชนะถวายสงฆ์ผู้ทรงคุณจากทั้งสิบทิศ[3] ผลคือ "其母即于是日,得脱一劫饿鬼之苦" มารดาพ้นทุกข์ในภูมิเปรตไปหนึ่งกัปในวันนั้นเอง[3]
พระสูตรยังกำหนดขั้นตอนรับของไว้ด้วยว่า เมื่อรับภาชนะแล้วให้วางไว้หน้าสถูปของพระพุทธเจ้าก่อน สงฆ์สวดอวยพรให้เสร็จ แล้วจึงฉัน[3]
ตอนที่ 5: ขยายเป็นธรรมเนียมของลูกทุกคน
พระโมคคัลลานะทูลถามว่าศิษย์ในอนาคตที่กตัญญูจะทำอย่างนี้ได้หรือไม่ พระพุทธเจ้าตรัสว่าทุกคน ตั้งแต่ภิกษุ ภิกษุณี กษัตริย์ ขุนนาง จนถึงสามัญชน ควรทำพิธีนี้ทุกปีเพื่อบิดามารดาปัจจุบันและ 七世父母 (จีนกลาง ชีซื่อฟู่หมู่ — บรรพบุรุษย้อนไปเจ็ดชั่วชาติ) ให้บิดามารดาที่ยังอยู่มีอายุยืนร้อยปีไม่มีโรค และให้บรรพบุรุษที่ล่วงลับพ้นจากภูมิเปรต[3]
6. แปลจากอินเดียหรือแต่งในจีน และคำว่า 盂兰盆 แปลว่าอะไร
ใครแปล และแปลจริงหรือไม่
ฐานข้อมูล CBETA ระบุผู้แปลว่า "西晋 竺法护译"[3] พระ 竺法护 ทำงานแปลราว ค.ศ. 266–308 ตาม 赵晓寰 (จีนกลาง เจ้าเสี่ยวหวน — นักวิชาการผู้เขียนหนังสือเรื่องที่มาอินเดียของพระสูตรนี้)[7] หรือราว ค.ศ. 265–311 ตามนักวิชาการญี่ปุ่น คาราชิมะ เซชิ (辛嶋静志)[19]
ปัญหาคือ《出三藏记集》 (จีนกลาง ชูซานจั้งจี้จี๋ — บัญชีรวมคัมภีร์แปลและประวัติผู้แปล) เล่ม 4 ของพระ 僧祐 (จีนกลาง เซิงโย่ว) ซึ่งเรียบเรียงช่วงต้นศตวรรษที่ 6 ลงชื่อ "盂兰经一卷" ไว้ในหมวดคัมภีร์ที่ไม่ทราบผู้แปล[6] และยังไม่มีข้อยุติในแหล่งที่ตรวจว่า "盂兰经" ในบัญชีนี้คือเล่มเดียวกับ《盂兰盆经》ที่เราอ่านอยู่หรือไม่[6][19]
赵晓寰 สรุปในคำนำหนังสือของเขาว่า นักวิชาการจีน ญี่ปุ่น และตะวันตกจำนวนมากถือว่าพระสูตรนี้แต่งในจีน เพราะไม่พบต้นฉบับอินเดีย และเนื้อหาเน้นความกตัญญูแบบจีน แต่ตัวเขาเสนอว่าเป็น "creative translation" คือการแปลที่ปรับเนื้อหาอย่างสร้างสรรค์[7] คาราชิมะก็ยอมรับว่าพระ 竺法护 เป็นผู้แปล[19]
คำตอบที่ซื่อตรงที่สุดตอนนี้คือยังไม่มีข้อยุติ บทความนี้จึงใช้คำว่า "พระสูตรจีน" ไม่เรียกว่า "แปลจากอินเดีย" หรือ "คัมภีร์ปลอม"
盂兰盆 แปลว่าอะไร: สี่คำอธิบาย
คำอธิบายที่พบบ่อยที่สุดคือ 盂兰 แปลว่า 倒悬 (จีนกลาง เต้าเสวียน — ห้อยหัวกลับ เป็นภาพเปรียบของความทุกข์แสนสาหัส) แต่แม้พระจีนสมัยถังเองก็อธิบายไม่ตรงกัน
| คำอธิบาย | ผู้เสนอ | สาระ |
|---|---|---|
| ทั้งคำเป็นเสียงอินเดีย | พระ 玄应 (จีนกลาง เสวียนอิ้ง) สมัยถัง | ว่า "盂兰盆" เพี้ยนจาก "乌蓝婆拏" แปลว่า 倒悬 และที่ว่าเป็นภาชนะใส่อาหารนั้น "此言误也" คือเข้าใจผิด[21] |
| ครึ่งอินเดีย ครึ่งจีน | พระ 宗密 สมัยถัง | "盂兰是西域之语,此云倒悬;盆乃东夏之音,仍为救器" คือ 盂兰 เป็นคำตะวันตกแปลว่าห้อยหัวกลับ ส่วน 盆 เป็นคำจีน หมายถึงภาชนะที่ใช้ช่วย[8] ฝั่ง《佛祖统纪》ก็ว่า 盂兰 แปลว่า "解倒悬"[22] |
| ullambana / avalambana หรือ urvan | บทความใน Tricycle ปี 2022 | ห้อยหัวลง หรือคำอิหร่านโบราณที่แปลว่าวิญญาณ หรือมาจาก odana ที่แปลว่าข้าว[23] |
| ชามข้าวในวันปวารณา | คาราชิมะ เซชิ (2013) | เสนอว่าหมายถึงภาชนะข้าวที่ถวายสงฆ์ในวันปวารณา[19] |
ชื่อไทย "อุลลัมพนะ" ที่บทความวันสารทจีนบนเว็บนี้ใช้ ตรงกับรูป ullambana ในคำอธิบายแบบแรกของ Tricycle และคำว่า "โอบ้ง" (お盆) ของญี่ปุ่นก็ย่อมาจาก urabon ซึ่งคือคำ 盂兰盆 เดียวกันนี้[23]
7. จากพระสูตรสู่เปี้ยนเหวินและงิ้ว: เรื่องมู่เหลียนตามยุค
เรื่องมู่เหลียนในจีนไม่ได้เกิดครั้งเดียวจบ แต่โตขึ้นทีละชั้นตลอดพันกว่าปี ตารางนี้เรียงเฉพาะหลักฐานที่ระบุยุคได้
| ยุค | เหตุการณ์ | หลักฐาน |
|---|---|---|
| ศตวรรษที่ 3–6 | 《盂兰盆经》ปรากฏ ผู้แปลยังถกเถียง | [3][6] |
| ศตวรรษที่ 6 | 《颜氏家训》 (จีนกลาง เหยียนซื่อเจียซวิ่น — คำสอนในตระกูลเหยียน) กล่าวถึง "七月半盂兰盆" | [24] |
| ค.ศ. 538 | 梁武帝 (จีนกลาง เหลียงอู่ตี้ — จักรพรรดิราชวงศ์เหลียง) จัด 盂兰盆斋 ที่วัด 同泰寺 | [22] |
| ราชวงศ์ถัง | พระ 玄应 และพระ 宗密 อธิบายชื่อพิธี ราชสำนักถังไต้จงจัดพิธีในวัง | [21][20][24] |
| ค.ศ. 921 | คัดลอกเปี้ยนเหวินเรื่องมู่เหลียน ฉบับที่มีชื่อแม่และไม้เท้า | [9] |
| ซ่งเหนือ | โรงมหรสพไคเฟิงเล่นละครมู่เหลียนช่วงเดือน 7 | [25] |
| ซ่งใต้ | 盂兰盆 กลายเป็นโครงไม้ไผ่สามขาสำหรับเผา ตามบันทึกของกวี 陆游 (จีนกลาง ลู่โหยว) | [24] |
| หมิง | 郑之珍 (จีนกลาง เจิ้งจือเจิน) เขียนบทงิ้วมู่เหลียนฉบับต้นแบบ | [10] |
| ชิง | งิ้วมู่เหลียนเข้าราชสำนักเป็นบท《劝善金科》 ทางการเจียงซีออกประกาศห้ามเรี่ยไรจัดงาน | [25][26] |
| ค.ศ. 1897 | ชาวแต้จิ๋วจัดงาน 盂兰胜会 (แต้จิ๋ว อูลั้งเส่งฮ๋วย / จีนกลาง อวี๋หลานเซิ่งฮุ่ย — งานเดือน 7 ของชาวแต้จิ๋ว) ครั้งแรกในฮ่องกง | [27] |
ปี 538 มักถูกเล่าว่าเป็นพิธีครั้งแรก แต่ข้อมูลมาจาก《佛祖统纪》 (จีนกลาง ฝอจู่ถ่งจี้ — พงศาวดารพุทธศาสนา) ที่พระ 志磐 (จีนกลาง จื้อผาน) เรียบเรียงสมัยซ่งใต้ ห่างเหตุการณ์ราว 700 ปี และเป็นหลักฐานชิ้นเดียว[22] ขณะที่《颜氏家训》ในศตวรรษที่ 6 ก็กล่าวถึงพิธีนี้แล้ว[24] ปี 538 จึงเป็นปีที่มีบันทึกพิธีหลวง ไม่ใช่ปีเริ่มต้นที่พิสูจน์ได้
เปี้ยนเหวินตุนหวง: ชั้นที่เติมรายละเอียดมากที่สุด
变文 (จีนกลาง เปี้ยนเหวิน — วรรณกรรมเล่าเรื่องพุทธแบบร้อยแก้วสลับร้อยกรอง) เรื่อง《大目乾连冥间救母变文》 มีบรรทัดท้ายเล่มว่าคัดลอกเมื่อ "贞明柒年辛巳岁四月十六日" โดยนักเรียนของวัดจิ้งถู่ชื่อ 薛安俊 ตรงกับ ค.ศ. 921[9] ชื่อเรื่องฉบับเต็มคือ《大目乾连冥间救母变文并图一卷并序》 ซึ่งบอกว่ามีภาพประกอบและบทนำ พบสำเนาเก้าชุด เจ็ดชุดในนั้นไม่ครบ[28]
บทนำเปิดว่า "夫为七月十五日者,天堂启户,地狱门开" คือวันที่ 15 เดือน 7 เป็นวันที่สวรรค์เปิดประตูและนรกเปิดประตู[9] ความคิดเรื่อง "เปิดประตูนรก" ที่สื่อไทยใช้อธิบายสารทจีน[12] จึงปรากฏแล้วในเอกสารฉบับนี้
เนื้อเรื่องเพิ่มจากพระสูตรหลายชั้น
- ก่อนบวชท่านชื่อ 罗卜 ฝากทรัพย์ให้แม่ทำบุญก่อนออกไปค้าขายต่างเมือง แต่แม่ "所嘱咐资财并私隐匿" แอบเก็บทรัพย์ไว้เอง แล้วโกหกลูกว่าทำบุญแล้ว เมื่อตายจึงตกนรกอเวจี (阿鼻)[9] ส่วนบิดาได้ขึ้นสวรรค์[28]
- ท่านบวช บรรลุอรหันต์ แล้วออกตามหาแม่ในนรกชั้นต่าง ๆ ถือ 锡杖 (แต้จิ๋ว เสียะเจี๋ยง / จีนกลาง ซีจั้ง — ไม้เท้าห่วงของพระ) ที่พระพุทธเจ้าประทาน เมื่อยามนรกถาม ท่านตอบว่า "寄十二环锡杖来开" คือพระพุทธเจ้าฝากไม้เท้าสิบสองห่วงมาให้เปิด[9]
- ท่านบอกยามนรกว่า "贫道阿娘名青提夫人" ชื่อแม่จึงปรากฏเป็น 青提 (แต้จิ๋ว เชงที้ / จีนกลาง ชิงถี — ชื่อแม่ในเรื่องเล่าจีน) ยามนรกพบนางในห้องที่เจ็ด ถูกตรึงด้วยตะปูยาวสี่สิบเก้าดอกบนเตียงเหล็ก[9]
- พระพุทธเจ้าพาเทพนาคทั้งแปดหมู่มาช่วยแม่ออกจากนรก แต่แม่ยังโลภ ข้าวที่กินจึงกลายเป็นไฟอีก ต้องทำ 盂兰盆 ในวันที่ 15 เดือน 7 แม่จึงได้กินอิ่มหนึ่งมื้อ[28][9]
- ต่อมาแม่ไปเกิดเป็นสุนัขดำในกรุงราชคฤห์ ท่านพาไปหน้าสถูป สวดคัมภีร์มหายานเจ็ดวันเจ็ดคืน แม่ "退却狗皮,挂于树上,还得女人身" คือถอดหนังสุนัขแขวนไว้บนต้นไม้ กลับได้ร่างสตรี แล้วไปเกิดในดาวดึงส์[9]

งิ้วมู่เหลียน 目连戏: จากพิธีกรรมสู่มรดกระดับชาติ
目连戏 (แต้จิ๋ว มักเลี้ยงฮี่ / จีนกลาง มู่เหลียนซี่ — งิ้วเรื่องมู่เหลียน) มีร่องรอยตั้งแต่สมัยซ่งเหนือ เว็บมรดกภูมิปัญญาของจีน ihchina ยก《东京梦华录》 (จีนกลาง ตงจิงเมิ่งหัวลู่ — บันทึกความทรงจำเมืองไคเฟิง) ว่า "构肆乐人,自过七夕,便搬《目连救母》杂剧,观者倍增" คือนักแสดงในโรงมหรสพ พอพ้นวันชีซี (7 ค่ำ เดือน 7) ก็เริ่มเล่นละครเรื่องมู่เหลียนช่วยแม่ คนดูเพิ่มขึ้นเป็นเท่าตัว[25]
ในสมัยหมิง 郑之珍 ชาวหมู่บ้านชิงซี อำเภอฉีเหมิน มณฑลอันฮุย เขียนบทงิ้วที่กลายเป็นต้นแบบสำคัญ เรื่องในงิ้วเล่าว่าบิดาชื่อ 傅相 ทำทานตลอดชีวิตจึงขึ้นสวรรค์ มารดาชื่อ "刘氏青提(又叫刘四娘)" ไม่เคารพเทพ ผิดศีล ฆ่าสัตว์ จึงตกนรก บุตรชาย 傅罗卜 บวชเป็น "大目犍连" ได้รับ "《盂兰盆经》和锡杖" ลงนรกตามหาแม่ และจบด้วยครอบครัวได้ขึ้นสวรรค์พร้อมกัน[10]
งิ้วมู่เหลียนในจีนไม่ได้เป็นแค่ความบันเทิง ที่ฉีเหมินมีทั้งงิ้วเพื่อความสงบสุข (平安戏) งิ้วแก้บน (香火戏) และงิ้วในงานไปไหว้เขาจิ่วหัว คณะงิ้วตั้งตามตระกูล คนต่างแซ่เข้าร่วมไม่ได้[10] ที่เซ่าซิงแสดงเพื่อ "娱神敬鬼、消灾除疫" คือบันเทิงเทพ เคารพผี ขจัดภัยและโรคระบาด จนเรียกกันว่า "太平戏"[29] สายเจียงซีถูกบรรยายว่าเผยแพร่ความกตัญญูและการช่วยคนยากไร้[26] ส่วนสายเฉินเหอในหูหนานมีชุดยาวถึง "四十八本目连戏"[30]
งิ้วมู่เหลียนขึ้นทะเบียนมรดกภูมิปัญญาระดับชาติรวมหกรายการ ได้แก่ 徽州 (หุยโจว) 南乐 (หนานเล่อ) และ 辰河 (เฉินเหอ) ในรุ่นแรกปี 2006[10][25][30] 绍兴 (เซ่าซิง) และ 江西 (เจียงซี) ในรุ่นที่ 4 ปี 2014[29][26] และ 南陵 (หนานหลิง) ในรุ่นที่ 5 ปี 2021 ซึ่งยังแสดงในวันที่ 15 เดือน 7[31]
งิ้วรุ่นใหม่ก็ยังเติมเรื่องต่อ งิ้วปักกิ่งของคณะงิ้วปักกิ่งแห่งชาติจีน (国家京剧院) ให้มู่เหลียน "随地藏菩萨出家" คือบวชตามพระกษิติครรภ์ และอธิบายว่ามารดา 刘清提 ถูกลงโทษเพราะพ่อแม่ของนางเคยเป็นพระกับชีแล้วสึกมาแต่งงานกัน[17] รายละเอียดนี้ไม่มีทั้งในพระสูตรและในเปี้ยนเหวิน
เทียบเรื่องช่วยแม่ห้าฉบับ
| รายละเอียด | เปตวัตถุ (บาลี) | 《盂兰盆经》 | เปี้ยนเหวิน (ค.ศ. 921) | งิ้ว目连戏 | สื่อไทย (2563) |
|---|---|---|---|---|---|
| ผู้ช่วยแม่ | พระสารีบุตร[4] | มู่เหลียน[3] | มู่เหลียน (罗卜)[9] | 傅罗卜 ที่บวชเป็นมู่เหลียน[10] | มู่เหลียน[12] |
| บาปของแม่ | ไม่ระบุ[4] | ไม่ระบุ มีเพียง "罪根深结"[3] | ยักยอกทรัพย์ทำบุญ โกหกลูก[9] | ไม่เคารพเทพ ผิดศีล ฆ่าสัตว์[10] | แอบใส่น้ำมันหมูในแกงเจเลี้ยงคนถือศีล[12] |
| แม่อยู่ที่ไหน | ภูมิเปรต[4] | ภูมิเปรต[3] | นรกอเวจี เปรต แล้วเป็นสุนัขดำ[9] | นรก[10] | นรกอเวจีขุมที่ 8[12] |
| วิธีช่วย | ถวายกุฎีและอาหารแก่สงฆ์ แล้วอุทิศบุญ[4] | ถวายสงฆ์ในวันปวารณา[3] | ไม้เท้าสิบสองห่วง 盂兰盆 และสวดคัมภีร์เจ็ดวัน[9] | ได้พระสูตรกับไม้เท้า แล้วลงนรก[10] | ขอรับโทษแทนแม่ แล้วพระพุทธเจ้ามอบคัมภีร์ให้สวด[12] |
| ตอนจบ | แม่เป็นเทพธิดา[4] | แม่พ้นทุกข์เปรตหนึ่งกัป[3] | แม่ไปเกิดในดาวดึงส์[9] | ทั้งครอบครัวขึ้นสวรรค์[10] | — |
ยิ่งเรื่องอยู่ห่างจากพระสูตร รายละเอียดเรื่องบาปของแม่ นรก และการลงโทษก็ยิ่งชัดขึ้น ฉบับสื่อไทยที่ให้มู่เหลียนขอยมบาลรับโทษแทนแม่เป็นชั้นใหม่ที่สุด และไม่มีในพระสูตร[12][3]
8. รูปลักษณ์: จำพระโมคคัลลานะในศิลปะจีน และตำแหน่งในวัด

ภาพพิมพ์แกะไม้ด้านบนมาจากหนังสือจีนเก่า หน้าขวาตั้งหัวเรื่องว่า 目连救母 แล้วยกความย่อจาก《盂兰盆经》 หน้าซ้ายวาดพระภิกษุถือไม้เท้าห่วงกับบาตร อยู่หน้าศาลาที่พระพุทธเจ้าประทับกับพระสาวก ภาพนี้รวมบาตรจากพระสูตรกับไม้เท้าห่วงจากเรื่องเล่าชั้นหลังไว้ด้วยกัน
สิ่งที่ช่วยให้จำท่านได้
- เป็นพระภิกษุ ไม่ใช่เทพหรือขุนนาง[1][3] จึงไม่ควรมีมงกุฎหรือเครื่องทรงแบบพระโพธิสัตว์
- บาตร พระสูตรว่า "即钵盛饭,往饷其母" คือเอาบาตรใส่ข้าวไปให้แม่[3]
- ไม้เท้าห่วง 锡杖 มาจากเปี้ยนเหวินที่พระพุทธเจ้าประทานไม้เท้าสิบสองห่วง[9] และงิ้วที่ให้ท่านได้รับทั้งพระสูตรและไม้เท้า[10]
- ฉากแม่ เปรตผอม "皮骨连立" และข้าวที่กลายเป็นถ่านไฟ[3] ส่วนฉากสุนัขดำและหนังสุนัขแขวนบนต้นไม้มาจากเปี้ยนเหวิน[9]
- รูปปั้นสมัยใหม่ พิพิธภัณฑ์พุทธฝอกวงซันมีรูป "目犍连尊者" แกะจากหินชิงโต่ว (青斗石) สูง 340 ซม. ผลงานของ 吴荣赐 (จีนกลาง อู๋หรงชื่อ) ปี 2011 ตั้งที่ลานโพธิ (菩提广场)[2]
อย่าสับสนกับพระกษิติครรภ์
พระถือไม้เท้าห่วงที่เกี่ยวกับนรกชวนให้นึกถึง 地藏 (แต้จิ๋ว ตี่จั่ง / จีนกลาง ตี้จั้ง — พระกษิติครรภโพธิสัตว์) ซึ่งคนไทยเรียกว่าตี่จั่งอ๊วง ความสับสนนี้มีเหตุ เพราะงิ้วปักกิ่งบางฉบับเล่าว่ามู่เหลียน "随地藏菩萨出家" คือบวชตามพระกษิติครรภ์เสียเอง[17] แต่ฐานะต่างกัน พระโมคคัลลานะเป็นพระสาวก ส่วนพระกษิติครรภ์เป็นพระโพธิสัตว์ฝ่ายมหายาน ถ้าภาพไม่มีฉากแม่หรือบาตรข้าว ก็ยากจะบอกว่าเป็นมู่เหลียน รายละเอียดของอีกองค์อ่านได้ในพระกษิติครรภ์ ตี่จั่งอ๊วง และเรื่องผู้ติดตามของพระองค์ในหมิ่นกง
ตำแหน่งในวัดจีน
ยังไม่พบผังวัดจีนมาตรฐานที่กำหนดตำแหน่งรูปพระโมคคัลลานะไว้ ตัวอย่างที่มีหลักฐานคือรูปหินที่ฝอกวงซัน[2] และวัด 目莲寺 (จีนกลาง มู่เหลียนซื่อ) ที่เมืองต้าเหย่ มณฑลหูเป่ย ซึ่งตั้งชื่อตามเรื่องมู่เหลียนช่วยแม่ วัดเล่าเองว่าสร้างสมัยเฉียนหลงและย้ายที่ในปี 2005 ประวัตินี้เป็นคำเล่าของวัด[15]
ท่านปรากฏในวัดจีนผ่านพิธีมากกว่าผ่านรูปเคารพ เช่นปี 2026 วัดหลิงอิ่น (灵隐寺) ที่หางโจวสวด《佛说盂兰盆经》 และทำพิธี "传供" ส่งต่อเครื่องถวายแด่พระพุทธและพระสงฆ์[14] ส่วนในไทย ผู้เขียนยังไม่พบศาลเจ้าที่ตั้งรูปมู่เหลียนเป็นองค์ประธาน
9. พระโมคคัลลานะกับวันสารทจีน: 盂兰盆 中元 และวันตี่กัว
วันที่ 15 เดือน 7 จีนรวมความเชื่อสามสายไว้ในวันเดียว หนังสือพิมพ์《中国民族报》ฉบับ 28 สิงหาคม 2015 อธิบายว่าวันนี้ "既是民间的鬼节,又是道家的中元节,佛教的盂兰盆节,僧道俗三流合一" คือเป็นทั้งเทศกาลผีของชาวบ้าน วันจงหยวนของเต๋า และวันอุลลัมพนะของพุทธ สามสายรวมเป็นหนึ่ง[32]
- สายพุทธ คือวันปวารณาและพิธี 盂兰盆 ตามพระสูตร[3] พระ 宗密 อธิบายว่าเป็นวันที่ "前三月夏安居竟,故可自恣" คือพระจำพรรษาครบสามเดือนแล้ว จึงทำปวารณาได้[8]
- สายเต๋า คือ 中元 (แต้จิ๋ว ตงง้วง / จีนกลาง จงหยวน — วันกลางปีของเต๋า) ซึ่งเป็นวันของ 地官 (แต้จิ๋ว ตี่กัว / จีนกลาง ตี้กวน — เทพผู้ตรวจบัญชีและอภัยโทษ) หนึ่งในสามเทพ 三官[32]
- สายชาวบ้าน คือ 鬼节 (แต้จิ๋ว กุ้ยโจ๊ยะ / จีนกลาง กุ่ยเจี๋ย — เทศกาลผี) ที่ไหว้บรรพบุรุษและผีไร้ญาติ[32] สื่อไทยก็ใช้คำว่า "กุ่ยเจี๋ย" คู่กับ "สารทจีน"[12]
การบอกว่าสารทจีนมาจากเรื่องมู่เหลียนอย่างเดียวจึงไม่ครบ มู่เหลียนเป็นต้นเรื่องของสายพุทธ ส่วนขั้นตอนไหว้ของครอบครัวไทยเชื้อสายแต้จิ๋วตั้งแต่เช้าถึงเย็น อ่านได้ในคู่มือวันสารทจีน
วันสำคัญที่เกี่ยวกับพระโมคคัลลานะ ปี 2026–2028
| วัน | วันจันทรคติ | 2026 | 2027 | 2028 | ที่มา |
|---|---|---|---|---|---|
| 盂兰盆节 / 佛欢喜日 / 僧自恣日 | 15 ค่ำ เดือน 7 (七月十五) | 27 ส.ค. | 16 ส.ค. | 3 ก.ย. | [3][8] |
| 中元节 วันตี่กัวอภัยโทษ | 15 ค่ำ เดือน 7 (七月十五) | 27 ส.ค. | 16 ส.ค. | 3 ก.ย. | [32] |
| งาน 盂兰胜会 ของชาวแต้จิ๋วในฮ่องกงเริ่ม | 1 ค่ำ เดือน 7 (七月初一) จัดถึงสิ้นเดือน | 13 ส.ค. | 2 ส.ค. | 20 ส.ค. | [27] |
| ช่วงเล่นงิ้วมู่เหลียนในไคเฟิงสมัยซ่ง | 7–15 ค่ำ เดือน 7 (七月初七–十五) | 19–27 ส.ค. | 8–16 ส.ค. | 26 ส.ค.–3 ก.ย. | [25] |
| วันเกิดพระโมคคัลลานะ | ไม่พบในหลักฐานที่ตรวจ | — | — | — | — |
วันที่สากลในตารางคำนวณจากปฏิทินจันทรคติจีน ปี 2026 ตรงกับ พ.ศ. 2569 ตัวอย่างที่ยืนยันได้คือวัดหลิงอิ่นจัดพิธีวันที่ 25–27 สิงหาคม 2026 และระบุว่า 27 สิงหาคมคือ "农历七月十五盂兰盆节"[14]
10. วิธีไหว้พระโมคคัลลานะ และบทสวดจากพระสูตร
ทำตามพระสูตร: ถวายสงฆ์ แล้วอุทิศให้พ่อแม่
ถ้ายึดตามพระสูตร การระลึกถึงพระโมคคัลลานะคือการทำแบบเดียวกับท่าน ถวายของแก่สงฆ์ในวันปวารณา แล้วอุทิศให้บิดามารดาทั้งที่ยังอยู่และที่ล่วงลับ[3] ของที่พระสูตรระบุคือ "饭、百味五果、汲灌盆器、香油锭烛、床敷卧具" ได้แก่ ข้าว อาหารร้อยรส ผลไม้ ภาชนะตักน้ำ น้ำมันหอมกับตะเกียงเทียน และที่นอนกับเครื่องปูลาด[3]
พระ 宗密 เทียบว่าขงจื๊อเซ่นไหว้ด้วยการ "四时杀命" คือฆ่าสัตว์เซ่นตามฤดู ส่วนพุทธ "三节放生,施戒盆会" คือปล่อยสัตว์และถวายภาชนะแก่สงฆ์ผู้ทรงศีล และเสนอให้ "改祭为斋" คือเปลี่ยนการเซ่นด้วยเนื้อสัตว์มาเป็นอาหารเจ[20] แนวพระสูตรและอรรถกถาจึงเป็นของมังสวิรัติ
พิธีในวัดจีนปัจจุบันเป็นไปตามแนวนี้ วัดหลิงอิ่นปี 2026 สวด《佛说盂兰盆经》 ทำพิธีส่งต่อเครื่องถวายแด่พระพุทธและพระสงฆ์ แล้วอุทิศบุญให้บรรพชนและสันติภาพของโลก[14] ส่วนผู้อ่านชาวไทยที่ไปวัดไทย การถวายสังฆทานแล้วกรวดน้ำอุทิศให้บิดามารดาก็มีโครงเดียวกับเรื่องในเปตวัตถุ[4]
บทสวดที่มีที่มา
บทที่มีที่มาชัดที่สุดคือตัวพระสูตรเอง ประโยคด้านล่างเป็นประโยคที่วัดหลิงอิ่นยกมาในข่าวพิธีปี 2026[14][3]
于七月十五日,佛欢喜日,僧自恣日,以百味饮食安盂兰盆中,施十方自恣僧
ในวันที่ 15 เดือน 7 อันเป็นวันที่พระพุทธเจ้าทรงปีติ และเป็นวันปวารณาของสงฆ์ จงนำอาหารร้อยรสใส่ในภาชนะอุลลัมพนะ ถวายแด่สงฆ์ผู้ปวารณาแล้วจากทั้งสิบทิศ
- พินอิน: Yú qī yuè shíwǔ rì, Fó huānxǐ rì, sēng zìzì rì, yǐ bǎi wèi yǐnshí ān Yúlánpén zhōng, shī shífāng zìzì sēng
- อ่านแบบจีนกลาง: อวี๋ ชีเยว่ สือหวู่รื่อ ฝอ ฮวนสี่ รื่อ เซิง จื้อจื้อ รื่อ อี่ ป่ายเว่ย อิ่นสือ อาน อวี๋หลานเผิน จง ซือ สือฟาง จื้อจื้อ เซิง
ท้ายข่าวพิธี วัดหลิงอิ่นพิมพ์บทอุทิศไว้ดังนี้[14]
以此兰盆供善根,报答父母劬劳恩。存者福乐寿无疆,亡者离苦得超升。
ด้วยกุศลจากการถวายอุลลัมพนะนี้ ขอตอบแทนพระคุณอันเหนื่อยยากของพ่อแม่ ผู้ที่ยังอยู่ขอให้มีสุขและอายุยืนไม่สิ้นสุด ผู้ที่ล่วงลับขอให้พ้นทุกข์ไปสู่ภพที่ดี
- พินอิน: Yǐ cǐ lánpén gòng shàngēn, bàodá fùmǔ qúláo ēn. Cún zhě fúlè shòu wújiāng, wáng zhě lí kǔ dé chāoshēng.
- อ่านแบบจีนกลาง: อี่ ฉื่อ หลานเผิน ก้ง ซ่านเกิน เป้าต๋า ฟู่หมู่ ฉวีเหลา เอิน ฉุนเจ่อ ฝูเล่อ โซ่ว อู๋เจียง หวังเจ่อ หลี ขู่ เต๋อ เชาเซิง
เรื่องที่ยังไม่มีแหล่งกำหนด
ยังไม่พบพระนามสวดเฉพาะของท่าน จำนวนธูปที่กำหนดไว้สำหรับท่าน หรือแหล่งของสถาบันศาสนาที่แนะนำให้ตั้งรูปท่านที่บ้าน บทความนี้จึงไม่ใส่คาถาที่ไม่มีที่มา ผู้ที่ไหว้ที่ศาลเจ้าควรถามธรรมเนียมของที่นั้น ส่วนหลักทั่วไปอ่านได้ในไหว้พระไหว้เจ้าใช้ธูปกี่ดอก สื่อไทยที่ลง "7 ข้อห้าม" และเรื่อง "อาถรรพณ์" ในคืนสารทจีน[12] ก็เป็นความเชื่อชาวบ้าน ไม่ใช่คำสอนในพระสูตร และพระสูตรไม่ได้สัญญาโชคลาภแก่ผู้ไหว้ พูดถึงเพียงความกตัญญูและการให้ทาน[3]
11. พระโมคคัลลานะในวัฒนธรรมแต้จิ๋วและในไทย
ฮ่องกง: งานเดือน 7 ของชาวแต้จิ๋ว
ชาวแต้จิ๋วในฮ่องกงราว 1.2 ล้านคนจัดงาน 盂兰胜会 ทุกปี เริ่มวันที่ 1 เดือน 7 ไปจนสิ้นเดือน ในกว่า 60 จุด มีการไหว้บรรพบุรุษ งิ้วแต้จิ๋วถวายเทพ (潮剧神功戏) แจกข้าวสาร "平安米" และประมูลของมงคล ในงานมีแท่น "大士台" ที่ตั้งหุ่นไต่ซือเอี๊ย และมีขบวนแห่ "大士王"[27] งานนี้จัดครั้งแรกปี 1897 ขึ้นทะเบียนมรดกระดับชาติของจีนปี 2011 และเข้าบัญชีมรดกภูมิปัญญาของฮ่องกงปี 2017[27]
ไต่ซือเอี๊ยในงานนี้คือ 大士爷 (แต้จิ๋ว ไต่ซือเอี๊ย / จีนกลาง ต้าซื่อเหยีย — ผู้คุมพิธีโปรดผีไร้ญาติ) ซึ่งมีที่มาและบทบาทต่างจากพระโมคคัลลานะ เรื่องของท่านอ่านได้ในไต่ซือเอี๊ยกับพิธีทิ้งกระจาด
งิ้วแต้จิ๋ว《目莲救母》
ฝั่งงิ้วแต้จิ๋ว สถานีวิทยุโทรทัศน์กวางตุ้งออกอากาศรายการ "风雅潮韵:潮剧 目莲救母" ในปี 2024[16] แต่ยังไม่พบหลักฐานว่าแต้จิ๋วมี 目连戏 แบบพิธีกรรมหลายคืนอย่างในอันฮุยหรือเจ้อเจียง
ในไทย: ป่อเต็กตึ๊ง และงานที่จันทบุรี
ในไทย มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง (报德善堂) จัดงานที่ใช้ชื่อจีนว่า "盂兰盆节" ต่อเนื่องมาเกิน 116 ปี ปี 2026 รับบริจาคถุงข้าวสารระหว่าง 23 กรกฎาคมถึง 8 กันยายน อุทิศให้ผู้ล่วงลับและวิญญาณไร้ญาติ แล้วแจกแก่ผู้ยากไร้[33] ปีนั้นมูลนิธิเปิดศาล "白玉大峰公庙" ที่เขตสาทร ซึ่งตั้งอยู่บนสุสานวัดดอนอายุกว่า 120 ปี ให้ผู้มีจิตศรัทธาเข้ากราบไหว้เป็นครั้งแรก มีรูป 大峰祖师 (แต้จิ๋ว ไต้ฮงโจ้วซือ / จีนกลาง ต้าเฟิงจู่ซือ — หลวงปู่ไต้ฮงกง) พระโพธิสัตว์กวนอิม พระกษิติครรภ์ และเทพอีกแปดองค์[33] ชื่อ 大峰祖师 นี้ป่อเต็กตึ๊งเขียนเป็นภาษาไทยว่า ไต้ฮงโจวซือ ส่วนเรื่องของหลวงปู่อ่านได้ในไต้ฮงกง 大峰祖师
ที่จันทบุรี 明义善坛 (จีนกลาง หมิงอี้ซ่านถาน) จัดงาน 盂兰胜会 มากว่าร้อยปี ปี 2026 แจกข้าวสารแก่ประชาชน 7,000 ถุง ประธานกรรมการของ明义善坛กล่าวว่างานนี้เป็นประเพณี "施孤普度、施阴济阳"[34] คำว่า 施孤 (แต้จิ๋ว ซีโกว / จีนกลาง ซือกู — ให้ทานแก่ผีไร้ญาติ) ในที่นี้จึงรวมทั้งการให้ทานแก่วิญญาณและแก่คนเป็นที่ยากไร้[34]
ข่าวงานของทั้งสองแห่งไม่กล่าวถึงรูปพระโมคคัลลานะเลย[33][34] ผู้ที่ป่อเต็กตึ๊งเชิญให้กราบไหว้คือหลวงปู่ไต้ฮงกง กวนอิม และพระกษิติครรภ์[33] ส่วนงานในฮ่องกงมีแท่นไต่ซือเอี๊ยเป็นหลัก[27] ชื่อพระโมคคัลลานะจึงอยู่ในชื่อพิธี (盂兰盆) มากกว่าอยู่บนแท่นบูชา
ภาพของท่านในวัดไทยกับในวัดจีน
| ประเด็น | ในพระไตรปิฎกบาลีที่วัดไทยใช้ | ในพุทธศาสนาจีนและงานแต้จิ๋ว |
|---|---|---|
| ชื่อที่ใช้ | พระมหาโมคคัลลานะ[1] | 目犍连 / 目连 / 目莲[2][16] |
| ฐานะเด่น | เอตทัคคะผู้มีฤทธิ์ และคู่สาวกของพระสารีบุตร[1][13] | "神通第一" และต้นเรื่องพิธี 盂兰盆[2] |
| เรื่องกับแม่ | ไม่มีเรื่องช่วยแม่ของตน ผู้ช่วยแม่เปรตคือพระสารีบุตร[4] | ลูกกตัญญูที่ช่วยแม่จากภูมิเปรต[3] |
| เรื่องอดีตชาติ | เคยทำร้ายพ่อแม่จนตาย จึงถูกโจรทุบตีในชาติสุดท้าย[5] | ไม่พบในพระสูตรและงิ้วที่ตรวจ[3][10] |
| จุดที่ตรงกัน | ฤทธิ์สู้กรรมไม่ได้[5] | ฤทธิ์ของลูกคนเดียวช่วยแม่ไม่ได้ ต้องอาศัยสงฆ์[3] |
ตารางนี้ไม่ได้บอกว่าฝั่งไหนถูกกว่า ทั้งสองเป็นมรดกที่ลูกหลานจีนในไทยได้รับมาพร้อมกัน ส่วนเทพที่คนแต้จิ๋วผูกกับความกตัญญูอีกองค์หนึ่ง อ่านต่อได้ที่ก๊วยเส้งอ๋อง เทพกตัญญู
12. สถานที่เกี่ยวกับเรื่องมู่เหลียนในจีนและไต้หวัน
ยังไม่พบ "อารามต้นกำเนิด" ของพระโมคคัลลานะในจีน สถานที่ด้านล่างเกี่ยวข้องกับเรื่องมู่เหลียนหรือพิธี 盂兰盆 โดยตรง แผนที่ใช้พิกัดระบบ GCJ-02 ของ AMAP (高德地图) ซึ่งเป็นระบบของแผนที่ในจีน จุดอาจคลาดเล็กน้อยถ้าเปิดในแผนที่ระบบอื่น
| สถานที่ | เมือง | ทำไมสำคัญ | แผนที่ |
|---|---|---|---|
| 古鸡鸣寺 (วัดกู่จีหมิง) | หนานจิง มณฑลเจียงซู | 梁武帝 จัด 盂兰盆斋 ที่วัด 同泰寺 ปี 538[22] แหล่งท่องเที่ยวระบุว่า 同泰寺 สร้างที่บริเวณนี้ปี 527 แต่การเป็นที่ตั้งเดิมยังเป็นความเห็นที่ถกเถียง[35] | เปิดแผนที่ AMAP |
| ถ้ำคัมภีร์ 藏经洞 ผาโม่เกา | ตุนหวง มณฑลกานซู | แหล่งที่พบสำเนาเปี้ยนเหวินเรื่องมู่เหลียนชุดเก้าฉบับ[28] | เปิดแผนที่ AMAP |
| วัด 目莲寺 | ต้าเหย่ มณฑลหูเป่ย | วัดที่ตั้งชื่อตามเรื่องมู่เหลียนช่วยแม่ ประวัติเป็นคำเล่าของวัด[15] | เปิดแผนที่ AMAP |
| หมู่บ้านชิงซี (清溪) | อำเภอฉีเหมิน มณฑลอันฮุย | บ้านเกิดของ 郑之珍 ผู้แต่งบทงิ้วมู่เหลียนฉบับสำคัญ[10] | ยังไม่พบพิกัดหมู่บ้านใน AMAP |
นอกจีนแผ่นดินใหญ่ มีลานโพธิของพิพิธภัณฑ์พุทธฝอกวงซันที่เกาสง ไต้หวัน[2] และงาน 盂兰胜会 ของชาวแต้จิ๋วในฮ่องกงช่วงเดือน 7[27]
13. ความเชื่อกับหลักฐาน: เรื่องที่คนไทยมักเข้าใจผิด
| ความเชื่อที่พบบ่อย | หลักฐานว่าอย่างไร |
|---|---|
| เรื่องพระโมคคัลลานะช่วยแม่อยู่ในพระไตรปิฎกบาลี | ไม่พบในหน้าบาลีที่ตรวจ เรื่องนี้มาจาก《盂兰盆经》ของจีน ฝั่งบาลีมีเรื่องคล้ายกันแต่ตัวเอกคือพระสารีบุตร[3][4] |
| วันสารทจีนคือวันเกิดพระโมคคัลลานะ | พระสูตรเรียกวันนี้ว่าวันปวารณาของสงฆ์ ยังไม่พบวันเกิดของท่านในหลักฐานที่ตรวจ[3][8] |
| แม่ของท่านตกนรก | พระสูตรว่าแม่ไปเกิดเป็นเปรต ฉากนรกมาจากเปี้ยนเหวินและงิ้ว[3][9] |
| แม่ของท่านชื่อชิงถี | ชื่อ 青提 มาจากเปี้ยนเหวินและงิ้ว พระสูตรไม่ระบุชื่อแม่[3][9] |
| มู่เหลียนไปขอยมบาลรับโทษแทนแม่ | เป็นฉบับเล่าในสื่อไทย ไม่มีในพระสูตร[12][3] |
| สารทจีนมาจากเรื่องมู่เหลียนอย่างเดียว | วันเดียวกันเป็นวันจงหยวนของเต๋าและเทศกาลผีของชาวบ้านด้วย[32] |
| 《盂兰盆经》เป็นพระสูตรแปลจากอินเดียแน่นอน หรือเป็นของปลอมแน่นอน | ทั้งสองข้อยังไม่มีข้อยุติ นักวิชาการยังถกเถียงกันอยู่[6][7][19] |
| พระถือไม้เท้าห่วงลงนรกคือมู่เหลียนเสมอ | อาจเป็นพระกษิติครรภ์ ซึ่งเป็นพระโพธิสัตว์ ต้องดูฉากแม่หรือบาตรข้าวประกอบ[17][3] |
เรื่องที่ยังเปิดอยู่ ได้แก่ ปีที่ 郑之珍 แต่งบทงิ้ว เลขต้นฉบับเปี้ยนเหวินแต่ละชุด และหลักฐานว่าวัดจีนนิกายในไทยสวด《盂兰盆经》ในเดือน 7 หรือไม่ เมื่อพบหลักฐานใหม่จะแก้บทความนี้ตามนโยบายการแก้ไขของเว็บ
คำถามที่พบบ่อย
พระโมคคัลลานะ คือใคร
พระโมคคัลลานะ หรือพระมหาโมคคัลลานะ คือพระสาวกของพระพุทธเจ้าที่ทรงยกย่องว่าเลิศทางฤทธิ์ เป็นสหายและคู่สาวกของพระสารีบุตร[1][13] ในพุทธศาสนาจีนท่านคือมู่เหลียน (目连) ตัวเอกของเรื่องช่วยแม่จากภูมิเปรต[2]
พระโมคคัลลานะกับมู่เหลียนเป็นองค์เดียวกันไหม
เป็นองค์เดียวกัน มู่เหลียนคือเสียงจีนกลางของ 目连 ซึ่งย่อจาก 目犍连 ชื่อที่จีนถอดเสียงจากโมคคัลลานะ[3][2] แต่ชื่อฆราวาส "หลัวปู่" และชื่อแม่ "ชิงถี" เป็นรายละเอียดของเรื่องเล่าจีนชั้นหลัง ไม่มีในฝั่งบาลี[9]
เรื่องพระโมคคัลลานะช่วยแม่มีในพระไตรปิฎกบาลีไหม
ในหน้าพระไตรปิฎกบาลีที่บทความนี้ตรวจไม่พบ เรื่องนี้มาจาก《佛说盂兰盆经》ของจีน[3] ฝั่งบาลีมีเรื่องคล้ายกันในเปตวัตถุ แต่ผู้ช่วยแม่ที่เป็นเปรตคือพระสารีบุตร ซึ่งถวายกุฎีและอาหารแก่สงฆ์แล้วอุทิศบุญให้[4]
วันเกิดพระโมคคัลลานะคือวันไหน ใช่วันสารทจีนไหม
ยังไม่พบวันเกิดของท่านในหลักฐานที่ตรวจ วันที่ 15 ค่ำ เดือน 7 จีนที่ผูกกับท่านคือวันปวารณาออกพรรษาของสงฆ์ ซึ่งพระสูตรเรียกว่าวันที่พระพุทธเจ้าทรงปีติ[3][8] ปี 2026 ตรงกับ 27 สิงหาคม ปี 2027 ตรงกับ 16 สิงหาคม และปี 2028 ตรงกับ 3 กันยายน
ไหว้พระโมคคัลลานะอย่างไร ใช้ธูปกี่ดอก
ยังไม่พบว่าวัดจีนตั้งท่านเป็นองค์ประธานให้ขอพรอย่างแพร่หลาย พิธีหลักคือสวด《佛说盂兰盆经》 ถวายภัตตาหารแด่พระพุทธและพระสงฆ์ แล้วอุทิศบุญให้บิดามารดา[14] และยังไม่พบแหล่งที่กำหนดจำนวนธูปสำหรับท่าน
มีบทสวดพระโมคคัลลานะแบบจีนไหม
บทที่มีที่มาชัดคือตัวพระสูตรเอง เช่นประโยคที่ให้ถวายอาหารร้อยรสแด่สงฆ์ในวันที่ 15 เดือน 7 ซึ่งวัดหลิงอิ่นที่หางโจวยกมาใช้ในพิธีปี 2026[14][3] ยังไม่พบพระนามสวดหรือคาถาเฉพาะของท่านที่เป็นมาตรฐาน
พระโมคคัลลานะช่วยเรื่องอะไร ขอพรเรื่องอะไรได้
ในพระสูตร ท่านไม่ได้เป็นผู้ประทานพร แต่เป็นแบบอย่างของลูกที่ตอบแทนพระคุณแม่ด้วยการถวายสงฆ์แล้วอุทิศบุญ[3] เรื่องของท่านจึงเหมาะกับการระลึกถึงความกตัญญูและการอุทิศให้บรรพบุรุษ มากกว่าการขอโชคลาภ
พระโมคคัลลานะต่างจากพระกษิติครรภ์ (ตี่จั่งอ๊วง) อย่างไร
พระโมคคัลลานะเป็นพระสาวกในพระไตรปิฎก ส่วนพระกษิติครรภ์เป็นพระโพธิสัตว์ฝ่ายมหายาน แม้ภาพของทั้งสององค์จะเป็นพระถือไม้เท้าที่เกี่ยวกับนรกเหมือนกัน งิ้วปักกิ่งบางฉบับยังให้มู่เหลียนบวชตามพระกษิติครรภ์ ซึ่งเป็นเรื่องในงิ้ว ไม่ใช่ในพระสูตร[17]
พระสารีบุตร พระโมคคัลลานะ เกี่ยวข้องกันอย่างไร
ทั้งสองเป็นสหายกันตั้งแต่ก่อนบวช อยู่ในสำนักสญชัยด้วยกัน สัญญากันว่าใครพบธรรมก่อนจะบอกอีกคน แล้วพากันมาบวชกับพระพุทธเจ้า ซึ่งตรัสว่าทั้งสองจะเป็นคู่สาวกของพระองค์[13]
แหล่งอ้างอิง
- เอตทัคคบาลี อังคุตตรนิกาย เอกนิบาต ข้อ 146 พระไตรปิฎกเล่ม 20 — 84000.org
- 目犍连尊者 (Mahāmaudgalyāyana) — 佛光山佛陀纪念馆 典藏
- 佛说盂兰盆经 (T0685) 西晋竺法护译 — CBETA ผ่าน tripitaka.zensoul.org
- สารีปุตตเถรมาตุเปติวัตถุ พระไตรปิฎกเล่ม 26 ข้อ 99 — 84000.org
- อรรถกถาธรรมบท ทัณฑวรรค เรื่องพระมหาโมคคัลลานเถระ — 84000.org
- 出三藏记集 卷4 (T2145) 僧祐 — tripitaka.zensoul.org
- 赵晓寰《中印神话目连救母——〈盂兰盆经〉的印度渊源:争论与讨论》前言 — 网易
- 佛说盂兰盆经疏 卷下 (T1792) 宗密 — tripitaka.zensoul.org
- 大目乾连冥间救母变文 — 维基文库
- 目连戏 (徽州目连戏) — 中国非物质文化遗产网 ihchina
- พระมหาโมคคัลลานะ — วิกิพีเดีย ภาษาไทย
- "สารทจีน" ตำนานสยอง "กุ่ยเจี๋ย" คืนปล่อยผี (2 ก.ย. 2563) — ไทยรัฐออนไลน์
- พระสารีบุตรและพระโมคคัลลานะบรรพชา มหาวรรค พระวินัยปิฎกเล่ม 4 ข้อ 64–72 — 84000.org
- 杭州灵隐寺举行丙午年盂兰盆传供 (27 ส.ค. 2026) — 杭州灵隐寺
- 盂兰会鉴目连心丨众人为大冶目莲寺写联 (2020) — 搜狐
- 风雅潮韵:潮剧 目莲救母 (9 พ.ค. 2024) — 荔枝网 广东广播电视台
- 目莲救母 剧目简介 — 国家京剧院
- The Story about the Elder Mahā Moggallāna (Dhp-a 10.7, tr. Burlingame) — Ancient Buddhist Texts
- 辛嶋静志〈盂兰盆之意——自恣日的“饭碗”〉中文本 (英文本 ARIRIAB XVI, 2013) — 道客巴巴
- 佛说盂兰盆经疏 卷上 (T1792) 宗密 — tripitaka.zensoul.org
- 一切经音义 卷34 (T2128) 盂兰盆经条 玄应撰 — tripitaka.zensoul.org
- 佛祖统纪 卷37 (T2035) 志磐 — tripitaka.zensoul.org
- Katsuya Kusunoki, “The Origin of Obon” (2022) — Tricycle
- 盂兰盆 — 汉典 zdic.net
- 目连戏 (南乐目连戏) — 中国非物质文化遗产网 ihchina
- 目连戏 (江西目连戏) — 中国非物质文化遗产网 ihchina
- 图片故事:香港“潮人盂兰胜会”:从非遗传统到文化节庆 (26 ก.ย. 2025) — 中国新闻网 ผ่าน 腾讯新闻
- 大目乾连冥间救母变文并图 — 中华典藏
- 目连戏 (绍兴目连戏) — 中国非物质文化遗产网 ihchina
- 目连戏 (辰河目连戏) — 中国非物质文化遗产网 ihchina
- 目连戏 (南陵目连戏) — 中国非物质文化遗产网 ihchina
- 鬼节、中元节与盂兰盆节 (中国民族报 28 ส.ค. 2015) — 搜狐
- 泰国报德善堂诚邀善信参加今年盂兰盆节大型积德行善活动 (17 ก.ค. 2026) — 腾讯新闻
- 泰国明义善坛举办扶贫济困慈善活动 (19 ส.ค. 2026) — 中国新闻网
- 古老的梵刹:南京鸡鸣寺 (2013) — 中国网
