ผมจำได้แม่นว่าในคาบแรก ๆ ของการเรียนวิชาเขียนยันต์ที่มูลนิธิเต๋าธรรมะสยาม อาจารย์แนะนำชื่อปรมาจารย์ที่ผมไม่เคยได้ยินมาก่อนในชีวิต นั่นคือ "ปรมาจารย์จ้าวโหวจู่ซือ" ตอนนั้นผมยังไม่รู้เลยว่าท่านคือ เอ้อหลางเสิน องค์จริงตามสายสืบทอดของเต๋า ไม่ใช่หยางเจี่ยนที่เราคุ้นหน้าคุ้นตาจากหนังจีนหรือนิยายไซอิ๋ว ผมนั่งฟังแล้วก็อดแปลกใจไม่ได้ว่า ทำไมคนส่วนใหญ่ถึงไม่เคยรู้จักท่านมาก่อนเลย ทั้งที่ท่านคือครูใหญ่ของสายวิชาที่ผมกำลังจะเรียน
เอ้อหลางเสินตามสายสืบทอดดั้งเดิมของเต๋าคือ 赵昱 (จ้าวอวี้ — ชื่อเดิมของปรมาจารย์จ้าวโหวจู่ซือ) ผู้ก่อตั้งลัทธิเสวียนหวง ได้รับพระยศ "ชิงหยวนเมี่ยวเต้าเจินจวิน" ส่วนหยางเจี่ยนที่ถือหอกสามแฉกสู้กับเห้งเจียในไซอิ๋วนั้นเป็นตัวละครที่นักเขียนวรรณกรรมยุคหลังสร้างขึ้นให้สวมบทบาทเดียวกัน แต่ไม่ใช่องค์เดียวกันในระบบคัมภีร์พิธีกรรมของเต๋าในทางความเชื่อของศิษย์ในสายวิชา
ประเด็นสำคัญ
- 二郎神 (เอ้อหลางเสิน — เทพนักรบผู้มีตาที่สาม) ในสายคัมภีร์เต๋าคือจ้าวโหว ไม่ใช่หยางเจี่ยนจากนิยาย
- 赵昱 (จ้าวอวี้) เกิดที่เสฉวนสมัยราชวงศ์สุย บำเพ็ญเต๋าที่ภูเขาชิงเฉิงกับพี่ชายจ้าวเมี่ยน
- ท่านปราบอสรพิษระงับอุทกภัยที่เมืองเหมยซานสมัยราชวงศ์สุย จนได้รับการตั้งศาลบูชาเป็น "กว้านโข่วเอ้อหลาง"
- ราชวงศ์ซ่งพระราชทานพระยศ "ชิงหยวนเมี่ยวเต้าเจินจวิน" ซึ่งเป็นตำแหน่งแม่ทัพสวรรค์ในระบบเต๋า
- ลัทธิเสวียนหวงภายหลังเปลี่ยนชื่อเป็นหยวนหวง และมีหน่วยพิธีกรรมเรียกสำนักห้วยหนาน
- วันประสูติของท่านตรงกับขึ้น 26 ค่ำ เดือน 6 จันทรคติ
จากเด็กหนุ่มชิงเฉิงสู่นายเมืองผู้ปราบมังกร
เรื่องราวของจ้าวอวี้เริ่มต้นที่เสฉวน ในบันทึกสายสำนักระบุว่าท่านเกิดสมัยราชวงศ์สุย ชื่อเดิมคือ 赵昱 มีชื่อรองว่า "จ้งหมิง" ตั้งแต่วัยเยาว์ท่านขึ้นภูเขาชิงเฉิงไปบำเพ็ญเต๋าร่วมกับพี่ชายจ้าวเมี่ยน ภายใต้การสอนของอาจารย์หลี่เจวี๋ย ผมฟังตรงนี้แล้วนึกถึงตอนที่ผมเองต้องไปพักที่อารามไท่เสวียนก้วน จังหวัดนครปฐม รวมเกือบ 8-9 วัน เพื่อฝึกฝนยันต์ให้ครบตามที่อาจารย์กำหนด มันทำให้ผมเข้าใจว่าการบ่มเพาะวิชาแบบนี้ไม่ใช่เรื่องเร่งรีบ ต้องอยู่กับครู อยู่กับสถานที่ และฝึกซ้ำจนกว่าจะซึมซับได้จริง
พอถึงปลายสมัยราชวงศ์สุย บ้านเมืองเสฉวนเดือดร้อนหนักจากอุทกภัยและอสรพิษใหญ่ในลำน้ำกว้านเจียง จ้าวอวี้จึงถูกเรียกตัวลงจากเขาให้มารับราชการเป็นเจ้าเมืองเหมยซาน ท่านลงน้ำฟันอสรพิษท่ามกลางทหารและชาวเมืองนับหมื่นจนสงบราบคาบ ด้วยกระบี่ปราบมังกรเจ็ดดาวและแส้ขับภูเขา ขี่ม้าขาวคู่กาย ผู้คนจึงตั้งศาลบูชาเรียกท่านว่า "กว้านโข่วเอ้อหลาง" นี่คือจุดกำเนิดของชื่อ "เอ้อหลาง" ที่แท้จริง ก่อนที่จะถูกนำไปผูกกับตัวละครอื่นในภายหลัง
พระยศจากราชสำนักและสัญลักษณ์แห่งเทพนักรบ
เกียรติคุณของจ้าวอวี้เลื่องลือไปถึงราชสำนัก ราชวงศ์ถังสถาปนาให้เป็น "เสินหย่งต้าเจียงจวิน" และต่อมายกเป็น "ชื่อเฉิงหวัง เสี่ยนอิงโหว" กระทั่งราชวงศ์ซ่งพระราชทานพระยศสูงสุดคือ 清源妙道真君 (ชิงหยวนเมี่ยวเต้าเจินจวิน — เทพผู้ทรงธรรมแห่งแหล่งน้ำอันบริสุทธิ์) พระยศนี้สำคัญมากเพราะเป็นตำแหน่งแม่ทัพเสนาบดีสวรรค์ในระบบพิธีกรรมของเต๋า ไม่ใช่เพียงบรรดาศักดิ์อวยเกียรติเฉย ๆ ภายหลังท่านยังได้รับการยกย่องเป็น "ชวนจู่" หรือพระเจ้าผู้คุ้มครองแว่นแคว้นเสฉวนทั้งมณฑล
ภาพลักษณ์ของท่านมีสัญลักษณ์ชัดเจนที่ซ้ำกันในหลายบันทึก คือสวมเกราะทอง หน้าผากมีตาแนวตั้งซึ่งหมายถึงญาณทิพย์หยั่งรู้สิ่งลี้ลับ ถือกระบี่ปราบมังกรเจ็ดดาว ขี่ม้าขาว มีสุนัขเพรียวลมคู่ใจ และมีไท่จื่อหอกทองกับถงจื่อผมแดงเป็นบริวารซ้ายขวา ตรงนี้ผมมองว่าน่าสนใจตรงที่ภาพจำเหล่านี้คล้ายกับหยางเจี่ยนในไซอิ๋วมาก จนไม่แปลกที่คนรุ่นหลังจะสับสนปนกัน แต่ถ้าเราดูให้ลึกจะเห็นว่าพระยศ ตราประทับ และคัมภีร์สวดล้วนผูกกับชื่อจ้าวโหวโดยตรง ไม่ใช่หยางเจี่ยน
ตารางเทียบสองภาพแทนของชื่อ "เอ้อหลาง"
| ประเด็น | เอ้อหลางเสินในคัมภีร์เต๋า (จ้าวโหว) | เอ้อหลางเสินในวรรณกรรม (หยางเจี่ยน) |
|---|---|---|
| ที่มา | บุคคลประวัติศาสตร์เสฉวน สมัยสุย-ถัง-ซ่ง | ตัวละครแต่งขึ้นในนิยายไซอิ๋ว/ห้องสิน |
| พระยศ/สถานะ | ชิงหยวนเมี่ยวเต้าเจินจวิน แม่ทัพสวรรค์ | เทพนักรบในเรื่องเล่า ไม่มีพระยศทางคัมภีร์ |
| อาวุธเด่น | กระบี่ปราบมังกรเจ็ดดาว แส้ขับภูเขา | หอกสามแฉกสองคม ซานเจียนเหลียงเหรินตาว |
| บทบาท | ผู้ก่อตั้งลัทธิเสวียนหวง คุมกองทัพพิธีกรรม | คู่ปรับเห้งเจีย ใช้กระจกส่องอสูร |
| หลักฐาน | คัมภีร์ แท่นพิธี คำสรรเสริญเป่าเก้า | บทประพันธ์วรรณกรรมมหากาพย์ |
ลัทธิเสวียนหวงสู่หยวนหวง ห้วยหนาน กับระบบวิชาที่ผมได้สัมผัส
ชื่อเดิมของลัทธินี้คือ 玄皇教 (เสวียนหวงเจี้ยว — ลัทธิจักรพรรดิแห่งความลึกล้ำ) ภายหลังในรัชสมัยคังซีมีการหลีกเลี่ยงอักษร "玄" จึงแพร่หลายในชื่อ "หยวนหวง" แทน และเมื่อจัดตั้งหน่วยงานพิธีกรรมในโลกมนุษย์ก็เรียกกันว่าสำนักห้วยหนาน แกนกลางของสำนักคือการเทิดทูนจ้าวโหวเซิ่งจู่เป็นปรมาจารย์ผู้ก่อตั้งและแม่ทัพใหญ่ทางพิธีกรรม มีโครงสร้างแบบ "หกศาลหกกรม" รองรับงานส่งคำร้องและประทานยันต์ในเชิงราชการสวรรค์ ไม่ใช่แค่ความเชื่อพื้นบ้านลอย ๆ แต่มีกติกาและตราราชการเชื่อมโยงกับนิกายเต๋าสำนักเจิ้งอี้ ชิงเวย และเสินเซียวด้วย
ตอนที่ผมเรียนขั้น 2 และขั้น 3 ที่อารามไท่เสวียนก้วน ผมได้เห็นภาพรวมของวิชาที่สำนักนี้สืบทอดมา ซึ่งตรงกับที่บันทึกไว้ว่าสำนักห้วยหนานแบ่งเป็นสองสาย คือสายเต๋าที่เน้นพิธีกรรมคัมภีร์และการบ่มเพาะภายใน กับสายที่เน้นยันต์คาถาและการเดินทัพแบบวิชาบู๊ ก่อนจรดพู่กันเขียนยันต์ทุกครั้งต้องชำระปากชำระกายชำระจิตให้สะอาดก่อน มีการฝึกชุดคำสั่งซ่อนเร้นหลากหลายวิชา ส่วนใหญ่แต่ละวิชาฝึก 49 วัน ผมจำได้ว่าตอนฝึกจริงต้องทำซ้ำตามกำหนดทุกวันตามฤกษ์ยามไม่ให้ขาด อาจารย์ย้ำเสมอว่าความศรัทธาและวินัยสำคัญกว่าการคิดว่าตัวเองจะเก่ง เพราะการสำเร็จคือความสามารถในการหยิบยืมพลังจากปรมาจารย์มาช่วยเหลือผู้คน ไม่ได้ใช้สำหรับหาเงินหรือสร้างตัวตนเป็นผู้วิเศษ
หมวดยันต์ที่สำนักนี้บันทึกไว้ก็กว้างขวางมาก ตั้งแต่ยันต์ขับไล่สิ่งชั่วร้าย ยันต์คุ้มครองบ้านยันต์สร้างสามัคคีสำหรับคู่ครองที่แตกแยก ไปจนถึงยันต์รักษาโรคต่าง ๆ ทั้งหมดนี้ทำในสายวิชาของแม่ทัพผู้บัญชาคือเอ้อหลางจ้าวโหว ผมมองว่าตรงนี้แหละที่ทำให้ผมเข้าใจว่าวิชาเหล่านี้ไม่ได้อยู่ลอย ๆ แต่ผูกกับระบบความเชื่อ ครูบาอาจารย์ และระเบียบวินัยที่ชัดเจนมาก
ทำไมคนทั่วไปถึงเข้าใจว่าเอ้อหลางเสินคือหยางเจี่ยน
ประเด็นนี้ผมคิดว่าเป็นหัวใจของความสับสนทั้งหมด วรรณกรรมอย่างไซอิ๋วและห้องสินสร้างตัวละคร "หยางเจี่ยน—เอ้อหลางเสิน" ให้ทรงพลังและดรามาติกมาก มีหอกสามแฉก กระจกส่องอสูร สุนัขเห่าฟ้า และฉากดวล 72 แปลงกับเห้งเจีย ภาพจำนี้ติดตาคนรุ่นหลังในวัฒนธรรมมวลชนมากกว่าภาพของจ้าวโหวในคัมภีร์เต๋าเสียอีก ประกอบกับการที่คนรุ่นหลังนำตำนานหลายสายมารวมกัน ทั้งจ้าวโหว หลี่ปิงกับบุตรชายในฐานะเทพชวนจู่ และหยางเจี่ยนจากนิยาย จนชื่อ "เอ้อหลาง" กลายเป็นชื่อครอบคลุมที่ใครๆ ก็ใช้แทนกันได้
ในมุมของผมที่เคยเรียนวิชานี้มาโดยตรง ผมมองว่านี่ไม่ใช่เรื่องผิดถูกแบบขาวดำ แต่เป็นเรื่องของ "สองระบอบความรู้" ที่แยกชั้นกันชัดเจน เอ้อหลางในนิยายคือภาพแทนทางวรรณกรรมที่สร้างความบันเทิงและสอนคติธรรมผ่านเรื่องเล่า ส่วนเอ้อหลางในคัมภีร์พิธีกรรมคือจ้าวโหวผู้มีตัวตนจริงในประวัติศาสตร์ มีศาลบูชา มีพระยศจากราชสำนัก และมีคำสรรเสริญเป่าเก้าที่ยังสวดกันอยู่จนทุกวันนี้ ผมเชื่อว่าการแยกสองชั้นนี้ให้ชัดคือกุญแจสำคัญที่ทำให้เราเข้าใจรากเหง้าของความเชื่อได้ถูกต้องขึ้น
คำสรรเสริญเป่าเก้าและร่องรอยในชุมชนปัจจุบัน
ในคำสรรเสริญหรือ "เป่าเก้า" ของชิงหยวนเมี่ยวเต้าเจินจวินที่สำนักยังสวดกันอยู่ มีเนื้อหากล่าวถึงการคุม 36 แผนก 1,200 ขุนนางสวรรค์ สวมเกราะเงิน ถือพัดดำและหอก ทำหน้าที่กำกับกฎสวรรค์ บัญชาการลงทัณฑ์และอำนวยพรแก่ผู้ศรัทธา ผมอ่านเนื้อหาส่วนนี้แล้วรู้สึกว่ามันต่างจากคำสรรเสริญเทพในวรรณกรรมทั่วไปมาก เพราะไม่ได้เขียนขึ้นเพื่อความบันเทิง แต่เขียนขึ้นเพื่อใช้สวดในพิธีจริง มีโครงสร้างภาษาแบบราชการสวรรค์ ระบุตำแหน่งหน้าที่ชัดเจน ซึ่งสอดคล้องกับที่ท่านได้รับพระยศ "ชวนจู่" หรือเทพผู้คุ้มครองมณฑลเสฉวนทั้งมณฑลในเวลาต่อมา
ร่องรอยของการบูชาจ้าวโหวในฐานะ "เทพหลักของแท่น" ยังพบได้ในพิธี 傩坛 (นั่วถาน — พิธีไล่ผีพื้นบ้านแบบสวมหน้ากาก) ของเสฉวนแถบเหอเจียง ที่เรียกกันว่า "จ้าวโหวถาน" และในขนบการแสดง "ตวนกงซี่" ซึ่งยังคงสวมหน้ากากเอ้อหลางในพิธีกรรมจนถึงทุกวันนี้ สิ่งเหล่านี้ยืนยันว่าท่านไม่ใช่เพียงชื่อในคัมภีร์เก่า แต่เป็นเทพที่มีชีวิตอยู่จริงในสังคมพื้นบ้าน ผ่านศาลเจ้า ผ่านพิธีกรรม และผ่านความทรงจำของชุมชนที่สืบต่อกันมาหลายชั่วอายุคน
สำหรับผมที่เคยผ่านการฝึกในสายนี้มาโดยตรง ผมมองว่าคำสรรเสริญเหล่านี้คือหลักฐานชิ้นสำคัญที่สุดชิ้นหนึ่ง เพราะมันไม่ได้ถูกแต่งขึ้นเพื่อเล่าเรื่อง แต่ถูกใช้งานจริงในพิธีเปิดแท่น เชิญครู และส่งคำร้องขึ้นสู่สวรรค์ ทุกครั้งที่อาจารย์นำสวดคำสรรเสริญเหล่านี้ ผมรู้สึกได้ถึงน้ำหนักของความศรัทธาที่สะสมมานับพันปี มันทำให้ผมเข้าใจลึกซึ้งขึ้นว่าทำไมสายวิชานี้ถึงยึดถือจ้าวโหวเป็นปรมาจารย์อย่างเหนียวแน่น ไม่เปลี่ยนแปลงไปตามกระแสความนิยมของวรรณกรรมสมัยหลัง
วิดีโอประกอบ: เอ้อหลางเสิน 二郎神 คือใคร ?
หากวิดีโอไม่เล่น ให้เปิดชมบน YouTube
คำถามที่พบบ่อย
เอ้อหลางเสินกับหยางเจี่ยนคือเทพองค์เดียวกันไหม
ในมุมวรรณกรรมอย่างไซอิ๋วและห้องสิน หยางเจี่ยนถูกเขียนให้สวมบทบาทเอ้อหลางเสิน แต่ในระบบคัมภีร์และพิธีกรรมของเต๋า เอ้อหลางเสินคือจ้าวโหวหรือจ้าวอวี้ ซึ่งมีตัวตนทางประวัติศาสตร์ มีพระยศจากราชสำนัก และมีศาลบูชาจริง ทั้งสองจึงเป็นคนละองค์กัน เพียงแต่ใช้ชื่อเรียกเดียวกันในบริบทที่ต่างกัน
ทำไมคนถึงเข้าใจว่าหยางเจี่ยนคือเอ้อหลางเสิน
เพราะวรรณกรรมมหากาพย์แพร่หลายในวงกว้างกว่าคัมภีร์พิธีกรรมของสำนักเต๋ามาก ภาพของหยางเจี่ยนที่ถือหอกสามแฉก มีกระจกส่องอสูร และดวลกับเห้งเจีย ติดตาคนรุ่นหลังผ่านละคร ภาพยนตร์ และนิยายมากกว่าภาพจ้าวโหวในคัมภีร์ที่สืบทอดกันเฉพาะในหมู่ผู้ศึกษาเต๋าอย่างจริงจัง
จ้าวโหวจู่ซือมีความสำคัญอย่างไรในลัทธิเต๋า
ท่านคือผู้ก่อตั้งลัทธิเสวียนหวงซึ่งภายหลังเปลี่ยนชื่อเป็นหยวนหวงและมีหน่วยพิธีกรรมเรียกสำนักห้วยหนาน ท่านดำรงตำแหน่งแม่ทัพใหญ่ทางพิธีกรรม คุมกองทัพสวรรค์ และเป็นศูนย์กลางของระบบยันต์คาถาที่สำนักนี้สืบทอดมาจนถึงปัจจุบัน
เอ้อหลางเสินองค์จริงมาจากไหน
ท่านเกิดที่เสฉวนสมัยราชวงศ์สุย ชื่อเดิมคือจ้าวอวี้ บำเพ็ญเต๋าที่ภูเขาชิงเฉิง ก่อนรับราชการเป็นเจ้าเมืองเหมยซานสมัยราชวงศ์สุย และปราบอสรพิษระงับอุทกภัยจนได้รับการบูชาเป็นกว้านโข่วเอ้อหลาง
ทำไมเอ้อหลางเสินถึงเป็นผู้ก่อตั้งลัทธิเสวียนหวง
เพราะหลังจากท่านได้รับพระยศชิงหยวนเมี่ยวเต้าเจินจวินจากราชวงศ์ซ่ง ท่านถูกยกให้เป็นปรมาจารย์ผู้ก่อตั้งระบบพิธีกรรมและคัมภีร์ของลัทธินี้ ซึ่งมีโครงสร้างแม่ทัพนายกองสวรรค์ชัดเจน ต่างจากความเชื่อพื้นบ้านทั่วไปที่ไม่มีระบบรองรับ
บทสรุป
เมื่อมองย้อนกลับไปตลอดเรื่องราวที่ผมเล่ามา ตั้งแต่เด็กหนุ่มนามจ้าวอวี้ที่ขึ้นภูเขาชิงเฉิงไปบำเพ็ญเต๋า จนถึงวันที่ท่านได้รับพระยศชิงหยวนเมี่ยวเต้าเจินจวินและกลายเป็นปรมาจารย์ผู้ก่อตั้งลัทธิเสวียนหวง ผมเชื่อว่าสิ่งสำคัญที่สุดที่อยากฝากไว้คือการแยกแยะให้ชัดระหว่าง "เอ้อหลางเสินในคัมภีร์เต๋า" กับ "เอ้อหลางเสินในวรรณกรรม" ทั้งสองมีคุณค่าในแบบของตัวเอง องค์หนึ่งสอนผ่านเรื่องเล่าให้คนทั่วไปสนุกและได้ข้อคิด อีกองค์หนึ่งยืนหยัดอยู่ในระบบพิธีกรรม คัมภีร์ และความศรัทธาที่จับต้องได้จริงผ่านครูบาอาจารย์และการสืบทอดวิชา
สำหรับผมที่ได้มีโอกาสเรียนวิชาเขียนยันต์ในสายนี้มาโดยตรง การได้รู้จักปรมาจารย์จ้าวโหวจู่ซืออย่างลึกซึ้งทำให้ผมเข้าใจรากเหง้าของสิ่งที่ตัวเองฝึกฝนมากขึ้น ไม่ใช่แค่เรื่องความขลังหรือพลังวิเศษ แต่เป็นเรื่องของความเคารพต่อครู ต่อประวัติศาสตร์ และต่อระบบความเชื่อที่สั่งสมมาอย่างยาวนาน หวังว่าบทความนี้จะช่วยให้ผู้อ่านเห็นภาพที่ชัดเจนขึ้นว่าเอ้อหลางเสินองค์จริงตามสายสืบทอดของเต๋าคือใคร และเหตุใดชื่อของท่านจึงควรค่าแก่การจดจำไม่น้อยไปกว่าหยางเจี่ยนที่เราคุ้นเคยกันในนิยาย
