ผมยังจำวันแรกที่พาครอบครัวมาดูที่ดินแถวนี้ได้ดี ตอนนั้นบางช่วงของทางเข้ายังไม่มีไฟฟ้า ไม่มีน้ำประปาด้วยซ้ำ แต่พอได้ยินชื่อ "ซอยโพธิ์แก้ว" ครั้งแรก ผมกลับรู้สึกถึงบางอย่างที่เป็นสิริมงคล เหมือนมีแรงดึงดูดบางอย่างให้อยากลงหลักปักฐานตรงนี้ ทั้งที่ตอนนั้นยังไม่รู้ด้วยซ้ำว่าชื่อนี้มีรากมาจากอะไรกันแน่
ชื่อซอยโพธิ์แก้วมีที่มาได้สองแนวทางหลักตามหลักฐานท้องถิ่น คือมาจากสัญญะทางพุทธศาสนาที่ผสมคำว่า "โพธิ์" (ต้นไม้มงคล) กับ "แก้ว" (สิ่งประเสริฐ) เรียกขานทุ่งที่มีต้นโพธิ์ใหญ่เป็นจุดศูนย์รวมใจ หรืออาจมาจากนามของบุคคลผู้อุทิศที่ดินเปิดทางสัญจรในอดีต ปัจจุบันซอยนี้ได้รับการจัดชั้นเป็นถนนโพธิ์แก้ว เส้นทางสายรองที่เชื่อมถนนลาดพร้าวกับถนนนวมินทร์ในเขตบางกะปิและบึงกุ่ม
ประเด็นสำคัญ
- ซอยโพธิ์แก้วคือทางสายเดียวกับที่ทะเบียนทางหลวงท้องถิ่นกรุงเทพฯ เรียกว่า "ถนนโพธิ์แก้ว" ถนนสายรอง 2 ช่องจราจร
- เชื่อมจากปลายซอยลาดพร้าว 101 แขวงคลองจั่น เขตบางกะปิ ไปออกถนนนวมินทร์ตรงข้ามวัดบางเตย แขวงคลองกุ่ม เขตบึงกุ่ม
- ชื่อ "โพธิ์แก้ว" น่าจะมาจากสัญญะพุทธเกษตรดั้งเดิม หรือจากนามผู้บริจาคที่ดินเปิดทางสัญจร
- เดิมเป็นทางเดินเท้าข้ามทุ่งเชื่อมวัดบางเตย (ราว พ.ศ. 2371) กับวัดบึงทองหลาง (ราว พ.ศ. 2419)
- ปัจจุบันกลายเป็นแกนพาณิชยกรรม โลจิสติกส์ และที่อยู่อาศัยสมัยใหม่รับรถไฟฟ้าสายสีเหลือง
ทางเกวียนข้ามทุ่งบางกะปิ ก่อนจะมีซอยโพธิ์แก้ว
ก่อนสงครามโลกครั้งที่ 2 พื้นที่แถวนี้ยังเป็นที่ราบลุ่มน้ำท่วมถึง มีนาข้าว สวนผัก สวนผลไม้กระจายตามแนวคลองจั่น คลองลำพังพวย และคลองบางเตย การสัญจรหลักพึ่งพาทางน้ำผ่านคลองแสนแสบ ส่วนทางบกมีเพียงทางเดินเท้าและทางเกวียนบนคันนาที่ชาวบ้านใช้ตัดข้ามทุ่งในฤดูแล้ง เพื่อไปมาหาสู่ระหว่างชุมชนวัดบางเตยกับวัดบึงทองหลาง ภาพแบบนี้ผมพอนึกออกเวลามองที่ดินของตัวเองตอนซื้อใหม่ ๆ เพราะพื้นที่ตรงนั้นต่ำกว่าระดับถนนเกือบ 2 เมตร เหมือนยังเก็บร่องรอยของความเป็นทุ่งลุ่มน้ำเอาไว้อยู่
พอเข้าสู่ช่วง พ.ศ. 2487 ถึง 2500 ภาพเริ่มเปลี่ยน เมื่อมีการตัดถนนลาดพร้าวในปี 2487 ตามมาด้วยถนนนวมินทร์หรือถนนสุขาภิบาล 1 ในช่วง 2499-2500 ทางเกวียนเดิมก็ค่อย ๆ ถูกยกระดับเป็นทางลูกรังเพื่อเชื่อมซอยลาดพร้าว 101 ออกสู่ถนนสายหลักสายใหม่นี้ นี่คือจุดเปลี่ยนสำคัญที่ทำให้เส้นทางซึ่งเคยเป็นแค่ทางลัดของชาวบ้าน เริ่มมีสถานะเป็นเส้นทางคมนาคมของย่านอย่างแท้จริง
ความหมายของคำว่า "โพธิ์แก้ว" ในทางภูมินามวิทยา
ในทางภูมินามวิทยา (ศาสตร์ว่าด้วยที่มาของชื่อสถานที่) การตั้งชื่อซอยในย่านชานเมืองกรุงเทพฯ มักมาจากสองทางคือ ลักษณะทางกายภาพผสมความเชื่อ หรือชื่อบุคคลเจ้าของที่ดินที่อุทิศทางสัญจร สำหรับ "โพธิ์แก้ว" คำว่า "โพธิ์" หมายถึงต้นโพธิ์ซึ่งเป็นไม้มงคลทางพุทธศาสนาที่ชาวบ้านมักปลูกไว้เป็นจุดศูนย์รวมจิตใจหรือจุดพักเกวียน ส่วน "แก้ว" สื่อถึงสิ่งประเสริฐหรือรัตนตรัย เมื่อรวมกันจึงกลายเป็นนามมงคลที่ใช้เรียกคุ้มบ้านหรือหย่อมย่านรอบต้นโพธิ์ใหญ่ประจำทุ่ง จนกลายเป็นชื่อติดปากว่า "ทุ่งโพธิ์แก้ว" หรือ "ชุมชนโพธิ์แก้ว" ของคลองกุ่มและคลองจั่น
อีกแนวทางหนึ่งที่หลักฐานท้องถิ่นเล่าต่อกันมาคือ ชื่อนี้อาจสัมพันธ์กับบรรพบุรุษผู้บุกเบิกที่ดิน เช่นบุคคลที่มีนามว่านายโพธิ์และนางแก้ว หรือผู้มีชื่อว่าโพธิ์แก้วโดยตรง ซึ่งเป็นเจ้าของที่ดินแปลงยาวพาดผ่านระหว่างคลองจั่นกับคลองบางเตย และยินยอมเปิดทางให้กลายเป็นเส้นทางสาธารณะ จนถูกบันทึกเป็นชื่อซอยอย่างเป็นทางการในที่สุด ตรงนี้ผมอยากบอกตามตรงว่าเป็นคำบอกเล่าของชุมชนมากกว่าหลักฐานเอกสารที่ชี้ชัดแน่นอน แต่ก็สอดคล้องกับธรรมเนียมเก่าของกรุงเทพฯ ที่ซอยเล็กซอยน้อยจำนวนมากมักตั้งชื่อตามผู้บริจาคที่ดินจริง ๆ สำหรับผมแล้วไม่ว่าจะมาจากทางไหน ความรู้สึกที่ได้ยินชื่อนี้ครั้งแรกก็ยังเป็นความรู้สึกเดียวกัน คือรู้สึกว่าเป็นชื่อที่ฟังแล้วมีมงคล แบบที่คนไทยเชื้อสายจีนอย่างผมมักให้ความสำคัญกับเรื่องชื่อและทำเลตั้งแต่เริ่มต้น
เส้นทางเชื่อมสองอารามเก่า วัดบางเตยกับวัดบึงทองหลาง
ย่านโพธิ์แก้วตั้งอยู่กึ่งกลางระหว่างศาสนสถานสำคัญสองแห่ง คือวัดบางเตย ซึ่งสถาปนาขึ้นในสมัยรัตนโกสินทร์ตอนต้นราว พ.ศ. 2371 ช่วงต้นรัชกาลที่ 3 ริมคลองบางเตย และวัดบึงทองหลาง ซึ่งก่อตั้งในสมัยรัชกาลที่ 5 ราว พ.ศ. 2419 ริมคลองจั่นฝั่งลาดพร้าว ในยุคที่การสัญจรพึ่งพาลำน้ำเป็นหลัก ชาวบ้านสองฝั่งต้องผ่านโครงข่ายคลองซอย แต่ในฤดูแล้งก็ใช้ทางเดินเท้าตัดข้ามทุ่งผ่านย่านโพธิ์แก้วแทน แนวสัญจรธรรมชาตินี้จึงวางตัวเป็นแกนเชื่อมสองชุมชนวัดมาแต่โบราณ ก่อนจะค่อย ๆ พัฒนาเป็นโครงข่ายถนนในเวลาต่อมา
ผมมองว่าเรื่องนี้น่าสนใจมาก เพราะมันสะท้อนให้เห็นว่าถนนสายเล็ก ๆ แบบนี้ไม่ได้เกิดจากแผนผังเมืองสั่งการจากส่วนกลางทีเดียว แต่ค่อย ๆ ก่อรูปขึ้นจากความจำเป็นในชีวิตจริงของผู้คนสองฝั่งวัด เหมือนกับที่ครอบครัวผมเองก็ค่อย ๆ สร้างฐานธุรกิจขึ้นมาจากที่ดินเปล่า ๆ ทีละขั้น ไม่ได้มีพิมพ์เขียวตายตัวตั้งแต่แรก
จากทางลูกรังสู่แกนพาณิชยกรรมและโลจิสติกส์
ในช่วง พ.ศ. 2510 ถึง 2535 เริ่มมีการแบ่งสรรที่ดินแปลงย่อยเพื่อสร้างบ้านพักอาศัยและโรงงานขนาดย่อม กรมทางหลวงและกรุงเทพมหานครรับโอนสายทางและพัฒนาเป็นถนนลาดยาง 2 ช่องจราจรอย่างที่เห็นในปัจจุบัน ทำหน้าที่เป็นทางลัดประจำย่านที่มีสำนักงาน อู่ซ่อมรถ และอุตสาหกรรมในครัวเรือนผุดขึ้นตามแนวเส้นทาง ที่ดินตลอดซอยโพธิ์แก้วโดยเฉพาะย่านซอยโพธิ์แก้ว 3 มีรูปแปลงหน้ากว้างและลึก เหมาะกับสิ่งปลูกสร้างขนาดใหญ่ จึงดึงดูดธุรกิจคลังสินค้า ศูนย์กระจายสินค้า และสำนักงานบริษัทผลิตอาหารกับเคมีภัณฑ์เข้ามารวมตัวในช่วงทศวรรษ 2530-2540
ข้อนี้ตรงกับสิ่งที่ผมเจอเองตอนตัดสินใจซื้อที่ดินประมาณ 2 ไร่ครึ่งเพื่อวางฐานธุรกิจโรงพิมพ์ของครอบครัว ซึ่งเริ่มต้นในชื่อ บริษัท มัลติซัพพลายเทรดดิ้ง (1992) จำกัด ก่อนจะพัฒนามาเป็น โรงพิมพ์ลักษมีรุ่ง ที่หลายคนรู้จักกันทุกวันนี้ ตอนนั้นผมโชคดีที่ได้ทรายคุณภาพดีมาถมที่ จนยกระดับพื้นให้สูงกว่าถนนประมาณ 1 เมตร ทำให้พร้อมใช้งานได้จริงและสบายใจเรื่องน้ำท่วมมากขึ้น เพราะอย่างที่บอกไปว่าพื้นที่เดิมต่ำกว่าระดับถนนเกือบ 2 เมตร ซึ่งก็สะท้อนร่องรอยความเป็นที่ราบลุ่มดั้งเดิมของย่านนี้ได้เป็นอย่างดี
พอเข้าสู่ช่วง พ.ศ. 2536 จนถึงปัจจุบัน ย่านนี้ก็เข้าสู่กระบวนการเปลี่ยนแปลงเมือง (Urban Gentrification — การปรับเปลี่ยนพื้นที่เมืองให้มีมูลค่าทางเศรษฐกิจสูงขึ้น) อย่างชัดเจน จากการเปิดถนนประดิษฐ์มนูธรรม ถนนประเสริฐมนูกิจ และรถไฟฟ้ามหานคร สายสีเหลือง พื้นที่ที่เคยเป็นโกดังและที่ดินรกร้างถูกแปรสภาพเป็นโครงการที่อยู่อาศัยแนวราบระดับบน โฮมออฟฟิศ ทาวน์โฮมสมัยใหม่ และร้านอาหารแนวไลฟ์สไตล์ ผมเองก็ได้เพิ่มอีกสิ่งหนึ่งที่รักเข้าไปในพื้นที่เดียวกันคือ IMAC Dojo โรงเรียนสอนศิลปะการต่อสู้ เพราะสำหรับผม ที่นี่ไม่ใช่แค่ที่ดินหรือสถานประกอบการ แต่เป็นพื้นที่ชีวิตของครอบครัวที่เติบโตมาพร้อมกับซอยโพธิ์แก้วแห่งนี้จริง ๆ
ตารางสรุปวิวัฒนาการของเส้นทางโพธิ์แก้ว
| ช่วงเวลา | ลักษณะพื้นที่ | บทบาทของเส้นทาง |
|---|---|---|
| ก่อน พ.ศ. 2487 | ทุ่งนา หนองน้ำ ป่าเตยธรรมชาติ | ทางเดินเท้า-ทางเกวียนข้ามทุ่งเชื่อมวัดบางเตยกับวัดบึงทองหลาง |
| พ.ศ. 2487-2500 | เริ่มแปรทุ่งนาเป็นชานเมือง | ยกระดับเป็นทางลูกรังเชื่อมลาดพร้าว 101 ออกสุขาภิบาล 1 |
| พ.ศ. 2510-2535 | แบ่งแปลงที่ดินสร้างบ้าน-โรงงาน | ถนนลาดยาง 2 ช่องจราจร เป็นทางลัดประจำย่าน |
| พ.ศ. 2536-ปัจจุบัน | เมืองหนาแน่นสูง เชื่อมทางด่วน-รถไฟฟ้า | แกนพาณิชยกรรม โลจิสติกส์ และที่อยู่อาศัยสมัยใหม่ |
ทำไมซอยโพธิ์แก้วถึงสำคัญต่อการจราจรย่านนี้
ถนนลาดพร้าวเป็นหนึ่งในถนนสายหลักที่มีปัญหาการจราจรติดขัดรุนแรงที่สุดแห่งหนึ่งของกรุงเทพมหานคร ชุมชนขนาดใหญ่ในซอยลาดพร้าว 101 จึงไม่อาจพึ่งพาทางออกสู่ถนนลาดพร้าวเพียงฝั่งเดียวได้อีกต่อไป ซอยโพธิ์แก้วจึงเข้ามาทำหน้าที่เป็นช่องทางระบายรถสำคัญ ที่นำยวดยานออกสู่ถนนนวมินทร์และเครือข่ายทางด่วนสายรามอินทรา ช่วยร่นระยะเวลาเดินทางข้ามย่านได้มากพอสมควรในช่วงเวลาเร่งด่วน ผมเองก็ใช้เส้นทางนี้แทบทุกวันในการไปมาระหว่างโรงพิมพ์กับ IMAC Dojo จึงพูดได้เต็มปากว่าถ้าไม่มีซอยนี้เป็นทางลัด ชีวิตประจำวันของคนในย่านคงลำบากกว่านี้มาก โดยเฉพาะช่วงที่ถนนลาดพร้าวมีการก่อสร้างรถไฟฟ้าสายสีเหลืองยืดเยื้อหลายปี ซอยโพธิ์แก้วแทบจะกลายเป็นเส้นเลือดสำรองของย่านนี้ไปโดยปริยาย
อีกมุมหนึ่งที่ผมสังเกตเห็นด้วยตัวเองคือ ความปลอดภัยของพื้นที่นี้ดีขึ้นต่อเนื่องในช่วงสิบกว่าปีที่ผ่านมา โดยเฉพาะแถวตรงข้ามกับ NIVA International School ที่มีการติดตั้งตู้แดงและมีเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้ามาตรวจตราเป็นระยะ ทำให้ผมรู้สึกสบายใจทั้งในแง่การอยู่อาศัยของครอบครัว และในแง่การดำเนินธุรกิจที่ต้องมีการขนส่งสินค้าเข้าออกตลอดเวลา เรื่องเล็ก ๆ แบบนี้แหละครับที่ทำให้คนตัดสินใจปักหลักอยู่ยาวในย่านหนึ่ง ไม่ใช่แค่เพราะทำเลดีอย่างเดียว แต่เพราะความรู้สึกมั่นคงปลอดภัยในชีวิตประจำวันด้วย
คำถามที่พบบ่อย
ซอยโพธิ์แก้วอยู่เขตไหนของกรุงเทพฯ
ซอยโพธิ์แก้วพาดผ่านสองเขตคือเขตบางกะปิ บริเวณแขวงคลองจั่น ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นจากปลายซอยลาดพร้าว 101 และเขตบึงกุ่ม บริเวณแขวงคลองกุ่ม ซึ่งเป็นจุดที่ทะลุออกถนนนวมินทร์ตรงข้ามวัดบางเตย กล่าวได้ว่าเส้นทางนี้เป็นแนวรอยต่อตามธรรมชาติระหว่างสองเขตมาตั้งแต่ยุคที่ยังเป็นทางเกวียนข้ามทุ่ง
ลาดพร้าว 101 กับซอยโพธิ์แก้วเชื่อมกันอย่างไร
ปลายซอยลาดพร้าว 101 ในแขวงคลองจั่นเป็นจุดเริ่มต้นของถนนโพธิ์แก้ว เส้นทางนี้วิ่งเชื่อมต่อไปจนทะลุถนนนวมินทร์ โดยระหว่างทางยังมีซอยแยกอย่างซอยโพธิ์แก้ว 3 ที่เชื่อมต่อไปยังถนนประดิษฐ์มนูธรรมและถนนประเสริฐมนูกิจได้อีกด้วย ทำให้เส้นทางนี้กลายเป็นโครงข่ายแขนงที่มีประโยชน์มากในการเลี่ยงการจราจรติดขัดของถนนสายหลัก
ชื่อ "โพธิ์แก้ว" มีที่มาแน่ชัดหรือไม่
ตามหลักฐานที่มีอยู่ ยังไม่มีเอกสารทางการที่ชี้ชัดแน่นอนแบบร้อยเปอร์เซ็นต์ แต่มีสองแนวทางที่นักประวัติศาสตร์ท้องถิ่นและคำบอกเล่าของชุมชนยอมรับร่วมกัน คือที่มาจากสัญญะทางพุทธศาสนาผสมพฤกษศาสตร์ดั้งเดิม กับที่มาจากนามบุคคลผู้อุทิศที่ดิน ซึ่งทั้งสองแนวทางนี้ไม่ขัดแย้งกัน และอาจเป็นที่มาที่เกื้อหนุนกันก็เป็นได้
ทำไมที่ดินแถวซอยโพธิ์แก้วถึงมีรูปแปลงหน้ากว้างและลึกเป็นพิเศษ
เพราะที่ดินดั้งเดิมแถวนี้เคยเป็นที่นาผืนใหญ่ของเจ้าของที่ดินไม่กี่ราย เมื่อมีการแบ่งสรรที่ดินในภายหลังเพื่อรองรับการพัฒนา จึงมักแบ่งตามแนวร่องน้ำหรือแนวคันนาเดิม ทำให้ได้แปลงที่ดินที่มีหน้ากว้างและความลึกมากกว่าที่ดินในย่านเมืองชั้นในทั่วไป ซึ่งเหมาะกับการพัฒนาเป็นโกดังสินค้า โรงงานขนาดย่อม หรือสถานประกอบการที่ต้องการพื้นที่ใช้สอยมาก
ปัจจุบันซอยโพธิ์แก้วเหมาะกับการอยู่อาศัยหรือทำธุรกิจมากกว่ากัน
จากประสบการณ์ตรงของผม ย่านนี้เหมาะทั้งสองอย่างควบคู่กันไปครับ เพราะมีทั้งโครงการที่อยู่อาศัยแนวราบระดับบน ทาวน์โฮมสมัยใหม่ และโฮมออฟฟิศที่ผสมผสานการอยู่อาศัยกับการทำธุรกิจได้ในที่เดียว บวกกับความสะดวกของระบบขนส่งมวลชนอย่างรถไฟฟ้ามหานคร สายสีเหลือง ที่เข้ามาเสริมศักยภาพของย่านนี้ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา
บทสรุป
เมื่อมองย้อนกลับไปตลอดเส้นทางที่ผมเล่ามา จะเห็นได้ว่าซอยโพธิ์แก้วไม่ได้เป็นเพียงชื่อซอยธรรมดาที่ใครสักคนตั้งขึ้นมาลอย ๆ แต่เป็นภาพสะท้อนของการเปลี่ยนผ่านพื้นที่จากทุ่งนาลุ่มน้ำ ผ่านทางเกวียนข้ามทุ่งที่เชื่อมวัดบางเตยกับวัดบึงทองหลาง มาสู่เส้นทางคมนาคมสายรองที่มีบทบาทสำคัญต่อระบบจราจรของกรุงเทพฯ ฝั่งตะวันออกในปัจจุบัน ชื่อ "โพธิ์แก้ว" ไม่ว่าจะมาจากสัญญะทางพุทธศาสนาผสมพฤกษศาสตร์ดั้งเดิม หรือจากนามของผู้บริจาคที่ดินในอดีต ก็ล้วนสะท้อนถึงจิตวิญญาณของชุมชนที่ให้ความสำคัญกับความเป็นสิริมงคลและการเกื้อกูลกันในการเปิดทางสัญจรร่วมกัน
สำหรับผมเองแล้ว ซอยโพธิ์แก้วไม่ใช่แค่เส้นทางที่ใช้สัญจรไปมา แต่เป็นสถานที่ที่ครอบครัวได้ลงหลักปักฐาน สร้างธุรกิจโรงพิมพ์ลักษมีรุ่งขึ้นมาจากที่ดินเปล่า และยังเป็นที่ตั้งของ IMAC Dojo ที่ผมรักและดูแลมาด้วยตัวเอง การได้เข้าใจที่มาของชื่อซอยที่เราอยู่อาศัยมานาน จึงไม่ใช่แค่เรื่องของความรู้ทางประวัติศาสตร์เพียงอย่างเดียว แต่ยังเป็นการย้อนมองความผูกพันระหว่างคนกับที่ดิน ระหว่างความเชื่อกับวิถีชีวิตจริง ซึ่งผมเชื่อว่าเป็นสิ่งที่มีคุณค่าควรแก่การส่งต่อให้คนรุ่นหลังในย่านนี้ได้รับรู้และภาคภูมิใจไปด้วยกันครับ
แหล่งข้อมูลและอ่านเพิ่มเติม
- วิกิพีเดีย: ถนนลาดพร้าว
- วิกิพีเดีย: ถนนนวมินทร์ เดิมชื่อถนนสุขาภิบาล 1 เริ่มสร้างช่วง พ.ศ. 2499–2500 และมีแยกโพธิ์แก้ว
- วิกิพีเดีย: วัดบางเตย ถนนนวมินทร์ ตั้งขึ้นราว พ.ศ. 2371 ต้นรัชกาลที่ 3
- วิกิพีเดีย: วัดบึงทองหลาง กรุงเทพมหานคร ตั้งเป็นที่พักสงฆ์ราว พ.ศ. 2419
- วิกิพีเดีย: แขวงคลองจั่น เขตบางกะปิ ที่มีถนนลาดพร้าว 101 คลองจั่น และคลองลำพังพวย
