ในนิยายและละคร: ศาลไคฟงคือศาลของเปาบุ้นจิ้น มีกลองให้ชาวบ้านตีร้องทุกข์ มีไม้ตบโต๊ะ มีเสียงเจ้าหน้าที่ตะโกนรับ และมีจั่นเจากับสี่องครักษ์ยืนข้างบัลลังก์ทุกคดี
ในเอกสารสมัยซ่ง: ศาลไคฟง (开封府 ไคเฟิงฝู่) มีจริง แต่เป็นที่ว่าการเมืองหลวงซ่งเหนือ มีหัวหน้า 183 คนใน 146 ปี เปาบุ้นจิ้นเป็นคนที่ 93 อยู่ราวปีครึ่ง อาคารที่นักท่องเที่ยวไปวันนี้สร้างเสร็จปี 2002 ส่วนเมืองสมัยเปาบุ้นจิ้นจมอยู่ใต้ตะกอนแม่น้ำเหลือง
กล่องข้อมูลด่วน
| คำตัดสิน | ผสม — ศาลไคฟง (开封府 ไคเฟิงฝู่) มีจริง แต่เป็นรัฐบาลเมืองหลวงซ่งเหนือ ไม่ใช่ "ศาลของเปาบุ้นจิ้น" |
| เปาบุ้นจิ้นที่ศาลไคฟง | ตำแหน่ง "รักษาการ" (权知开封府 เฉวียนจือ ไคเฟิงฝู่) ราว 12 ม.ค. 1057 – 4 ก.ค. 1058 (วันที่คำนวณ) — หัวหน้าคนที่ 93 จาก 183 คน |
| ทีมงานจริง | ผู้พิพากษาผู้ช่วยและผู้ไต่สวนรวม 4 คน เลขาธิการ เจ้าหน้าที่หกฝ่าย และเสมียน 600 คน — ไม่มีจั่นเจาหรือกงซุนเช่อ |
| ของจริงที่ยังเหลือ | ศิลา《开封府题名记》(ไคเฟิงฝู่ ถีหมิงจี้) ที่พิพิธภัณฑ์ไคเฟิง ชื่อเปาบุ้นจิ้นถูกนิ้วคนชี้จนเป็นหลุม บันทึกเก่าสุดปี 1296 |
| อาคารที่เที่ยววันนี้ | สร้างเสร็จโดยพื้นฐานปลายปี 2002 เปิดอย่างเป็นทางการ 14 ส.ค. 2003 ริมทะเลสาบเปากง (包公湖 เปากงหู) — เป็นอาคารเพื่อการท่องเที่ยว |
| เมืองสมัยซ่ง | จมใต้ตะกอนแม่น้ำเหลือง เป็น "เมืองซ้อนเมือง" (城摞城 เฉิงลั่วเฉิง) 6 ชั้น ชั้นซ่งลึกราว 8–10 เมตร (ตัวเลขนี้มีแหล่งเดียว) |
บทนำ
ใครดูเปาบุ้นจิ้นฉบับละคร 1993 จะจำฉากเดียวกันได้แทบทุกคดี เสียงกลองดังหน้าศาล ชาวบ้านคุกเข่าร้องทุกข์ เปาบุ้นจิ้นตบไม้ลงบนโต๊ะ เจ้าหน้าที่สองแถวตะโกนรับพร้อมกัน และฉากทั้งหมดเกิดที่ "ศาลไคฟง" (ละคร)คำถามที่คนไทยพิมพ์ค้นจึงตามมาเป็นชุด ศาลไคฟงคืออะไร มีจริงไหม อยู่ที่ไหน และศาลที่นักท่องเที่ยวไปถ่ายรูปที่เมืองไคเฟิงทุกวันนี้ คือที่เดียวกับที่เปาบุ้นจิ้นนั่งหรือเปล่า
บทความนี้แยกเรื่องออกเป็นชั้น ๆ ชั้นแรกคือฉากในงิ้ว นิยาย และละคร ชั้นที่สองคือสิ่งที่เอกสารสมัยซ่งบันทึกไว้ ชั้นที่สามคือสิ่งที่เหลือให้เห็นในเมืองไคเฟิงวันนี้ และผมขอเล่ารายละเอียดที่น่าสนใจที่สุดไว้ก่อน บนศิลารายชื่อหัวหน้าศาลไคฟงที่ยังเหลืออยู่ ชื่อของเปาบุ้นจิ้นถูกนิ้วคนชี้จนกลายเป็นหลุม และมีคนจดเรื่องนี้ไว้ตั้งแต่ปี 1296 ตอนนี้เป็นส่วนหนึ่งของชุดเปิดความจริง เปาบุ้นจิ้น ฉบับ MingPaPa
เปิดความจริง เปาบุ้นจิ้น ฉบับ MingPaPa (黄柄明 - หวงปิ่งหมิง): ผมกับเปาบุ้นจิ้น
ผมยังไม่เคยไปไคเฟิงครับ แต่มีแผนไปแน่นอน ไปแล้วจะกลับมาเติมรูปและเรื่องที่เห็นจริงในหน้านี้
สิ่งที่ผมเล่าจากความจำได้จึงมีแค่ละคร ซึ่งช่อง 3 นำมาฉายราวปี 2537–2538 ผมจำได้ว่าเริ่มฉายปี 2537 ในเสียงพากย์ เท่าที่จำได้แต่ไม่แน่ใจเต็มร้อย ลูกน้องเรียกท่านว่า "ใต้เท้า" ส่วนคนยศใกล้กันเรียก "ท่านเปา"
ตอนนี้จึงเขียนจากเอกสาร ไม่ใช่จากการเดินทาง ผมวางนิยาย งิ้ว และละคร 1993 เทียบกับ《宋史》《续资治通鉴长编》จารึกหลุมศพ และบันทึกสมัยซ่ง–หยวนทีละประโยค แบบเดียวกับชุดถอดหน้ากากสามก๊ก
ชื่อบุคคลและคัมภีร์ในบทความนี้
บทความนี้กำกับชื่อเฉพาะด้วยอักษรจีนตัวย่อและคำอ่านจีนกลางเมื่อปรากฏครั้งแรก พร้อมคำอ่านแต้จิ๋วสำเนียงเท่งไฮ้ (澄海) ในตาราง คำว่า "ไคฟง" เป็นรูปที่คนไทยคุ้น ส่วนจีนกลางอ่านว่า "ไคเฟิง" และแต้จิ๋วอ่านว่า "ไค ฮง" รูปสะกดไทยมาจากไหนยังไม่มีหลักฐานยืนยัน
| อักษรจีน (ตัวย่อ) | พินอิน | อ่านแบบจีนกลาง | แต้จิ๋ว (澄海) | ชื่อที่คนไทยรู้จัก / หมายเหตุ |
|---|---|---|---|---|
| 包拯 | Bāo Zhěng | เปาเจิ่ง | เปา จิ๋ง | เปาบุ้นจิ้น |
| 开封府 | Kāifēng fǔ | ไคเฟิงฝู่ | ไค ฮง หู้ | "ศาลไคฟง" — หน่วยปกครองเมืองหลวง |
| 开封 | Kāifēng | ไคเฟิง | ไค ฮง | ไคฟง (รูปที่คนไทยคุ้น) |
| 东京 / 汴梁 | Dōngjīng / Biànliáng | ตงจิง / เปี้ยนเหลียง | ตง เกีย / เปี๋ยง เลี้ยง | ชื่อเมืองหลวงซ่งเหนือ (东京 ไม่ใช่โตเกียว) |
| 权知开封府 | Quán zhī Kāifēng fǔ | เฉวียนจือ ไคเฟิงฝู่ | ค้วง ตี ไค ฮง หู้ | ตำแหน่งจริง "รักษาการ" |
| 开封府尹 | Kāifēng fǔyǐn | ไคเฟิงฝู่อิ่น | ไค ฮง หู้ อิ๋ง | "เจ้าเมืองไคฟง" ในละคร — ตำแหน่งจริงของเจ้าชาย |
| 牌司 | páisī | ผายซือ | ไป๊ ซี | เสมียนเฝ้าประตูรับคำฟ้อง ที่เปาบุ้นจิ้นยกเลิก |
| 登闻鼓 | dēngwén gǔ | เติงเหวินกู่ | เตง บุ๋ง โก๋ว | กลองร้องทุกข์ (สำนัก登闻鼓院 หน้าวัง) |
| 惊堂木 | jīngtáng mù | จิงถังมู่ | เกง ทั้ง บั๊ก | ไม้ตบโต๊ะ |
| 堂威 | tángwēi | ถังเวย | ทั้ง อุย | เสียงตะโกน "เวย—อู่" ของเจ้าหน้าที่ในนิยายชิง |
| 明镜高悬 | míngjìng gāoxuán | หมิงจิ้ง เกาเสฺวียน | เม้ง เกี่ย เกา เฮี้ยง | ป้ายเหนือบัลลังก์ในละคร |
| 城摞城 | chéng luò chéng | เฉิงลั่วเฉิง | เซี้ย เลาะ เซี้ย | "เมืองซ้อนเมือง" |
| 开封府题名记 | Kāifēng fǔ tímíng jì | ไคเฟิงฝู่ ถีหมิงจี้ | ไค ฮง หู้ ต๊อย เม้ง กี่ | ศิลารายชื่อหัวหน้าศาล 183 ชื่อ |
| 癸辛杂识 / 周密 | Guǐxīn záshí / Zhōu Mì | กุ่ยซิน จ๋าสือ / โจว มี่ | กุ่ย ซิง จั๊ก เส็ก / จิว มิ๊ก | บันทึกเรื่องรอยนิ้ว (1296) และผู้เขียน |
| 罗寿可 | Luó Shòukě | หลัว โซ่วเข่อ | โล้ สิ่ว โค้ | ผู้เห็นรอยนิ้วปี 1296 |
| 包公湖 | Bāogōng hú | เปากงหู | เปา กง โอ๊ว | ทะเลสาบเปากง |
| 庞籍 | Páng Jí | ผาง จี๋ | พั้ง เจี๋ย | ผังจี๋ ตัวจริงของ "ราชครูผัง" |
| 韩绛 | Hán Jiàng | หาน เจี้ยง | ฮั้ง กั่ง | ผู้ไต่สวนในคดีเหลิ่งชิง 1050 |
| 苏轼 | Sū Shì | ซู ซื่อ | โซว เส็ก | ซูตงพัว |
| 司马光 | Sīmǎ Guāng | ซือหม่า กวง | ซี เบ๊ กวง | ซือหม่ากวง |
| 王素 | Wáng Sù | หวัง ซู่ | เฮ้ง โส่ว | เจ้าเมืองไคฟงช่วงน้ำท่วม 1056 |
| 欧阳修 | Ōuyáng Xiū | โอวหยาง ซิว | เอาเอี้ยง ซิว | รับช่วงต่อจากเปาบุ้นจิ้น 1058 |
| 吴充 | Wú Chōng | อู๋ ชง | โง้ว ชง | ผู้ไต่สวนสมัยโอวหยางซิว |
| 沈括 / 梦溪笔谈 | Shěn Kuò / Mèngxī bǐtán | เสิ่น คั่ว / เมิ่งซี ปี่ถาน | สิ้ง กั๊วก / หมั่ง โคย ปิก ทั้ง | บันทึกเรื่องเสมียนหลอกเปาบุ้นจิ้น |
| 孟元老 | Mèng Yuánlǎo | เมิ่ง หยวนเหล่า | เหมง ง้วง เล้า | ผู้เขียน《东京梦华录》 |
| 宋史 | Sòng shǐ | ซ่งสื่อ | ซ่ง สื้อ | ประวัติศาสตร์ราชวงศ์ซ่ง |
| 续资治通鉴长编 | Xù Zīzhì tōngjiàn chángbiān | ซฺวี่จือจื้อทงเจี้ยน ฉางเปียน | — | 《长编》 พงศาวดารรายปี |
| 三侠五义 | Sān xiá wǔ yì | ซานเสียอู่อี้ | ซัง เฮียก อู๋ หงี | นิยาย 1879 |
| 西京杂记 | Xījīng zájì | ซีจิง จ๋าจี้ | ไซ เกีย จั๊ก กี่ | ตำนานกระจกจิ๋นซี → "明镜高悬" |
1. ฉากที่ทุกคนจำได้: กลองหน้าศาล ไม้ตบโต๊ะ และ "เจ้าเมืองไคฟง"
งิ้วหยวน: "南衙开封府尹" และกลองเปิดศาลของเจ้าหน้าที่
ในงิ้วสมัยหยวน (ศตวรรษที่ 13–14) ตัวละครเปาไต้จื้อ (包待制 เปา ไต้จื้อ) แนะนำตัวเองว่าได้รับตำแหน่ง "南衙开封府尹" หรือ "正授开封府尹" คือเจ้าเมืองไคฟงเต็มตำแหน่ง (งิ้ว) ซึ่งไม่ตรงกับตำแหน่งจริงของเขาที่เป็นแค่ "รักษาการ" (เล่าละเอียดในตอนเปาบุ้นจิ้นคุมศาลไคฟงแค่ปีครึ่ง)
งิ้วหยวนก็มีกลองแล้ว ในบท《包待制三勘蝴蝶梦》(เปาไต้จื้อ ซานคาน หูเตี๋ยเมิ่ง — เปาไต้จื้อไต่สวนสามครั้งเรื่องฝันผีเสื้อ) ตอนเปาไต้จื้อขึ้นเวที เขากล่าวกลอนเปิดว่า
「咚咚衙鼓响,公吏两边排。阎王生死殿,东岳摄魂台。」
"กลองที่ว่าการดังตูมตาม เจ้าหน้าที่เรียงสองข้าง [ที่นี่] เหมือนตำหนักเป็นตายของยมราช เหมือนแท่นเรียกวิญญาณแห่งเขาตงเยว่" — บทงิ้ว《包待制三勘蝴蝶梦》
สังเกตว่ากลองในงิ้วหยวนคือ "衙鼓" (หยากู่) กลองของที่ว่าการที่ตีเปิดศาล เป็นสัญญาณของเจ้าหน้าที่ ไม่ใช่กลองให้ชาวบ้านมาตีร้องทุกข์ อันนี้เป็นข้อสังเกตจากการอ่านตัวบท ไม่ใช่ข้อสรุปของนักวิชาการ
นิยาย《三侠五义》(1879): ไม้ตบโต๊ะ เสียง "อำนาจศาล" และพิธีเปิดศาล
ฉากที่ละครทีวีถ่ายทอดต่อมาเต็ม ๆ อยู่ในนิยาย《三侠五义》(ซานเสียอู่อี้) ปี 1879 (นิยาย) ตอนที่ 6 ฮ่องเต้แต่งตั้งเปาบุ้นจิ้นเป็น "开封府府尹" และ "阴阳学士" (ราชบัณฑิตหยินหยาง) ตอนที่ 5 มีภาพที่คุ้นที่สุด
「包公入座,将惊堂木一拍」
"เปากงนั่งลงบนบัลลังก์ แล้วตบไม้ตบโต๊ะลงทีหนึ่ง" —《三侠五义》ตอนที่ 5
ส่วนตอนที่ 57 บรรยายพิธี "เปาเซี่ยงเหยียนั่งศาล" ไว้ละเอียดจนแทบเป็นบทถ่ายทำ คือเจ้าหน้าที่ตำรวจ คนถือเครื่องทรมาน ทยอยเข้าทางประตูข้าง วางโซ่ วางขื่อ แล้ว
「又有王马张赵将御铡请出。喊了堂威,左右排班侍立。相爷由屏风后步入公堂。」
"แล้วหวัง หม่า จาง เจ้า ก็อัญเชิญเครื่องประหารหลวงออกมา ตะโกนเสียงอำนาจศาล แล้วยืนเรียงแถวสองข้าง ท่านอัครเสนาบดีจึงเดินจากหลังฉากกั้นเข้าสู่โถงศาล" —《三侠五义》ตอนที่ 57
"王马张赵" คือหวังเฉา (王朝 หวัง เฉา) หม่าฮั่น (马汉 หม่า ฮั่น) จางหลง (张龙 จาง หลง) และเจ้าหู่ (赵虎 จ้าว หู่) สี่องครักษ์ที่คนไทยรู้จัก ส่วนคำว่า "堂威" (ถังเวย) คือเสียงตะโกนพร้อมกันของเจ้าหน้าที่ ซึ่งละครเล่าเป็นเสียง "เวย—อู่" นั่นเอง
ละคร 1993: ทุกคดีเปิดที่ศาลไคฟง
ในละคร《包青天》(เปา ชิงเทียน) ฉบับปี 1993 ศาลไคฟงเป็นฉากประจำของแทบทุกคดี มีกลองหน้าศาล ไม้ตบโต๊ะ และเสียง "เวย—อู่" ครบ (ละคร) คดีที่ใช้กลองเป็นแกนเรื่องตรง ๆ คือคดีที่ 13 ชื่อจีนว่า「三击鼓」(ตีกลองสามครั้ง) ตอนที่ 61–69 ซึ่งตารางคดีในวิกิพีเดียภาษาไทยใช้ชื่อไทยว่า "แม่ทัพแดนเถื่อน" (ชื่อตอนที่ใช้กันในไทย)
เรื่องย่อตามเว็บข้อมูลละครจีน คดีเริ่มจากหญิงสาวชื่อปิงจี (冰姬 ปิงจี) ที่หนีการบังคับแต่งงานกับขุนนางเหลียว มาตีกลองที่ศาลไคฟง แต่พอเปาบุ้นจิ้นขึ้นบัลลังก์ เธอกลับไม่รู้ว่าจะฟ้องอะไร เปาบุ้นจิ้นเห็นว่ามีเรื่องซ่อนอยู่จึงไม่ลงโทษฐานตีกลองเล่น เป็นการใช้ "กลองร้องทุกข์หน้าศาล" เป็นกลไกเปิดเรื่องอย่างชัดที่สุด
ทีนี้มาดูว่าเอกสารสมัยซ่งพูดถึงสถานที่นี้ว่าอย่างไร
2. เอกสารสมัยซ่งบันทึกไว้ว่าอะไร
คำว่า "ศาล" ในชื่อไทยทำให้เราคิดว่าที่นี่ทำแต่คดี แต่《宋史》(ซ่งสื่อ — ประวัติศาสตร์ราชวงศ์ซ่ง) เล่มที่ 166 หมวดตำแหน่งราชการ บอกหน้าที่ของ开封府ไว้กว้างกว่านั้นมาก
「开封府牧、尹不常置,权知府一人,以待制以上充。……中都之狱讼皆受而听焉,小事则专决,大事则禀奏。」
"ตำแหน่งมู่และอิ่น (牧/尹) ของไคฟงไม่ได้ตั้งเป็นประจำ มีผู้รักษาการหนึ่งคน คัดจากขุนนางยศไต้จื้อขึ้นไป … คดีความในเมืองหลวงรับมาพิจารณาทั้งหมด เรื่องเล็กตัดสินเอง เรื่องใหญ่กราบทูล" —《宋史》เล่มที่ 166 หมวดตำแหน่งราชการ 6「开封府」
ข้อความส่วนที่ผมตัดไว้ด้วย "……" บอกหน้าที่อื่นอีก คือดูแลการปกครองเขตเมืองหลวง สั่งสอนราษฎรและส่งเสริมการเกษตร ปราบโจรผู้ร้าย ดูแลทะเบียนบ้าน ภาษี แรงงาน และนักบวชในเมืองหลวง พูดง่าย ๆ ศาลไคฟงคือศาลากลางจังหวัด สถานีตำรวจ สำนักงานที่ดิน และศาล รวมอยู่ในที่เดียว
ประโยคแรกของข้อความยังบอกเรื่องสำคัญอีกข้อ ตำแหน่ง "尹" (อิ่น — เจ้าเมือง) ไม่ได้ตั้งประจำ เพราะสมัยซ่งสงวนไว้ให้เจ้าชายที่จะขึ้นครองราชย์ เช่น จ้าวกวงอี้ (赵光义 จ้าว กวงอี้) ที่ต่อมาเป็นซ่งไท่จง (宋太宗 ซ่งไท่จง) และจ้าวเหิง (赵恒 จ้าว เหิง) ที่ต่อมาเป็นซ่งเจินจง (宋真宗 ซ่ง เจินจง) ขุนนางอย่างเปาบุ้นจิ้นได้แค่ "权知" คือรักษาการ
สิ่งที่เปาบุ้นจิ้นทำที่นี่: ไล่ด่านเสมียน เปิดประตูหน้า
ทีนี้ถ้าจะหา "ความยุติธรรมแบบเปาบุ้นจิ้น" ที่ศาลไคฟงตัวจริง เรื่องที่เอกสารบันทึกไว้ชัดที่สุดไม่ใช่กลอง แต่เป็นประตู《续资治通鉴长编》(ซฺวี่จือจื้อทงเจี้ยน ฉางเปียน — พงศาวดารรายปี เรียกย่อว่า《长编》) เล่มที่ 184 บันทึกวันที่เขารับตำแหน่ง ปลายปีเจียโย่วที่ 1 (ตรงกับราว 12 ม.ค. 1057 ตามการคำนวณ) ว่า
「旧制,凡讼诉不得径造庭下,府吏坐门先收状牒,谓之牌司。拯开正门,径使至庭自言曲直,吏民不敢欺。」
"ระเบียบเดิม ผู้ฟ้องคดีจะเดินเข้าไปถึงลานศาลเองไม่ได้ เสมียนนั่งเฝ้าประตูรับคำฟ้องไว้ก่อน เรียกว่า 'ผายซือ' (牌司) เปาเจิ่งเปิดประตูหน้า ให้ผู้ฟ้องเข้ามาถึงลานศาลแถลงถูกผิดด้วยตัวเอง เสมียนและราษฎรจึงหลอกไม่ได้" —《长编》เล่มที่ 184 ปีเจียโย่วที่ 1 เดือน 12
《宋史》เล่มที่ 316 ชีวประวัติเปาบุ้นจิ้น บันทึกเรื่องเดียวกันแทบคำต่อคำ「旧制,凡讼诉不得径造庭下。拯开正门,使得至前陈曲直,吏不敢欺。」 และจารึกหลุมศพที่อู๋ขุย (吴奎 อู๋ ขุย) เขียนหลังเขาถึงแก่กรรมก็เล่าว่า「公才视事,即命罢之。民得自趋至尹前,无复隔阂。」— พอรับตำแหน่งก็สั่งยกเลิกทันที ราษฎรเดินเข้าไปหาเจ้าเมืองได้เอง ไม่มีอะไรกั้น
สามแหล่งพูดตรงกัน และนี่คือจุดที่ผมว่าน่าสนใจที่สุดของตอนนี้ ในประวัติจริง การทำให้ชาวบ้านร้องทุกข์ได้ง่ายขึ้นมาจาก การรื้อด่านเสมียนหน้าประตู ไม่ใช่การตั้งกลองหน้าศาล (ข้อสังเกตจากการเทียบตัวบท) เรื่องคดีจริงอื่น ๆ ของเขาอยู่ในตอนคดีของเปาบุ้นจิ้นตัวจริงไม่มีผีสักคดี
วันที่เปาบุ้นจิ้นมาถึง เมืองหลวงเพิ่งจมน้ำ
ไคฟงที่เปาบุ้นจิ้นมารับตำแหน่งไม่ใช่เมืองที่สงบ กลางปีเดียวกันนั้น (1056)《长编》เล่มที่ 182 บันทึกว่า
「时京师自五月大雨不止,水冒安上门关折,坏官私庐舍数万区,城中系筏渡人」
"เวลานั้นเมืองหลวงฝนตกหนักไม่หยุดตั้งแต่เดือน 5 น้ำท่วมข้ามประตูอานซ่าง กลอนประตูหัก บ้านเรือนของหลวงและราษฎรพังหลายหมื่นหลัง ในเมืองต้องผูกแพพาคนข้าม" —《长编》เล่มที่ 182 ปีเจียโย่วที่ 1
ช่วงน้ำท่วมนั้น เจ้าเมืองไคฟงคือหวังซู่ (王素 หวัง ซู่) และขุนนางทักท้วงฟ่านเจิ้น (范镇 ฟ่าน เจิ้น) ก็ยกเรื่องนี้ขึ้นมาว่า "เพิ่งได้เดือนเดียว เมืองหลวงก็น้ำท่วมใหญ่" (「才及一月而都城大水」)
พอเปาบุ้นจิ้นรับตำแหน่ง《长编》เล่มที่ 184 บันทึกต่อว่าเขาชี้ว่าน้ำระบายไม่ได้เพราะขันทีและตระกูลใหญ่สร้างสวนและศาลาคร่อมแม่น้ำฮุ่ยหมิน (惠民河 ฮุ่ยหมินเหอ) จึงสั่งรื้อทั้งหมด และใครถือโฉนดที่ปลอมเพิ่มขนาดที่ดิน ก็ตรวจวัดแล้วยื่นกล่าวโทษ จารึกหลุมศพเล่าเพิ่มว่าสั่งวัดจนพบหลักหมายแนวแม่น้ำเดิม นี่คืองานของ "ศาลไคฟง" ตัวจริง ครึ่งหนึ่งเป็นงานผังเมืองและที่ดิน ไม่ใช่การนั่งตัดสินคดีอย่างเดียว
3. ศาลไคฟงมีใครบ้าง: ทีมจริงไม่ใช่จั่นเจา
ถ้าศาลไคฟงเป็น "ศาลของเปาบุ้นจิ้น" จริง ศิลาก้อนนี้คือหลักฐานแย้งที่ดีที่สุด ศิลา《开封府题名记》สูง 2.14 เมตร กว้าง 0.96 เมตร สลักชื่อหัวหน้าศาลไคฟง 183 คน ตั้งแต่ปีเจี้ยนหลงที่ 1 (960) ถึงปีฉงหนิงที่ 4 (1105) รวมราว 146 ปี พร้อมตำแหน่งและวันรับตำแหน่ง เปาบุ้นจิ้นเป็นคนที่ 93 และอยู่ในตำแหน่งราว 18 เดือน ก่อนโอวหยางซิว (欧阳修 โอวหยาง ซิว) จะรับช่วงต่อในเดือน 6 ปีเจียโย่วที่ 3 (ราว 4 ก.ค. 1058 ตามการคำนวณ)
อีก 182 คนก็นั่งเก้าอี้ตัวเดียวกัน แต่คนไทยจำได้คนเดียว
ส่วนทีมงานจริง《宋史》เล่มที่ 166 ระบุไว้ดังนี้
「其属有判官、推官四人,日视推鞫,分事以治。……领县十有八,镇二十有四……分案六,置吏六百。」
"ผู้ใต้บังคับบัญชามีผู้พิพากษาผู้ช่วย (判官 พั่นกวน) และผู้ไต่สวน (推官 ทุยกวน) รวม 4 คน สอบสวนคดีทุกวัน แบ่งงานกันทำ … ปกครอง 18 อำเภอ 24 ตำบล … แบ่งงานเป็นหกแผนก มีเสมียน 600 คน" —《宋史》เล่มที่ 166
ข้อความช่วงที่ละไว้ยังระบุเลขาธิการ (司录参军 ซือลู่ ชานจฺวิน) 1 คนที่ตัดสินคดีครอบครัวและมรดก เจ้าหน้าที่หกฝ่ายฝ่ายละ 1 คน ผู้ตรวจตราเมืองซ้ายขวาที่ดูแลการทะเลาะวิวาท และเจ้าหน้าที่ประจำเขต 4 คนที่ตัดสินคดีวิวาทเล็กน้อย เทียบกันเป็นตารางได้แบบนี้
| ทีมในนิยายและละคร | ทีมจริงตาม《宋史》 | |
|---|---|---|
| ที่ปรึกษา / ผู้ช่วยตัดสิน | กงซุนเช่อ (公孙策 กงซุน เช่อ) | ผู้พิพากษาผู้ช่วยและผู้ไต่สวน (判官/推官) รวม 4 คน |
| องครักษ์ | จั่นเจา (展昭 จั่น เจา) | ไม่มีตำแหน่งนี้ |
| ผู้คุมตัว ถือเครื่องประหาร | หวังเฉา หม่าฮั่น จางหลง เจ้าหู่ | ผู้ตรวจตราเมืองซ้ายขวา (军巡使 จฺวินซฺวินสื่อ) และเจ้าหน้าที่ประจำเขต (厢官 เซียงกวน) |
| งานเอกสาร | — | เลขาธิการ (司录参军) + เจ้าหน้าที่หกฝ่าย (六曹 ลิ่วเฉา) + เสมียน 600 คน |
ทีมนิยายมาจากไหน เล่าไว้ในตอนจั่นเจามีตัวตนจริงไหม และหวังเฉา หม่าฮั่น จางหลง เจ้าหู่ และกงซุนเช่อ มีจริงไหม
เสมียน 600 คน และวันที่เปาบุ้นจิ้นถูกเสมียนหลอก
เสมียน 600 คนไม่ได้ซื่อทุกคน และเอกสารซ่งก็ไม่ได้เล่าว่าเปาบุ้นจิ้นตาไวทุกครั้ง เสิ่นคั่ว (沈括 เสิ่น คั่ว) บันทึกไว้ใน《梦溪笔谈》(เมิ่งซี ปี่ถาน) เล่มที่ 22 ว่า
「包孝肃尹京,号为明察。有编民犯法,当杖脊。吏受赇,与之约曰:『今见尹,必付我责状。汝第呼号自辩,我与汝分此罪。』」
"เปาเซี่ยวซู่ปกครองเมืองหลวง ขึ้นชื่อว่าสายตาเฉียบ มีราษฎรทำผิดต้องโบยหลัง เสมียนรับสินบนแล้วนัดกับเขาว่า 'พอเจอท่านเจ้าเมือง ท่านจะส่งเรื่องให้ข้าทำรายงาน เจ้าก็ร้องแก้ตัวไป ข้าจะแบ่งรับโทษกับเจ้า'" —《梦溪笔谈》เล่มที่ 22
พอถึงวันจริง เสมียนตะคอกนักโทษต่อหน้าเปาบุ้นจิ้นตามที่นัดกันไว้ เปาบุ้นจิ้นเห็นว่าเสมียนอวดอำนาจ จึงลากออกมาโบย 17 ไม้ แล้วลดโทษนักโทษเหลือแค่โบยเพื่อกดอำนาจเสมียน เสิ่นคั่วปิดเรื่องว่า「不知乃为所卖,卒如素约」— ไม่รู้ว่าถูกหลอก ทุกอย่างเป็นไปตามที่นัดกันไว้ (เรื่องนี้กับคำวิจารณ์อื่น ๆ อยู่ในตอนเปาบุ้นจิ้นตัวจริงก็ถูกวิจารณ์)
คนดังที่เคยทำงานศาลไคฟง
รายชื่อคนที่เคยทำงานในศาลไคฟงตัวจริงมีชื่อที่คนอ่านประวัติศาสตร์จีนคุ้นหูอยู่หลายคน
ผังจี๋ (庞籍 ผาง จี๋) — ตัวจริงของ "ราชครูผัง" ในละคร เขาคือตัวร้ายคู่ปรับของเปาบุ้นจิ้น แต่《宋史》เล่มที่ 311 บันทึกว่าผังจี๋เริ่มงานที่ไคฟงในฝ่ายทหาร เจ้าเมืองเซวียขุย (薛奎 เซวีย ขุย) เสนอให้ย้ายไปฝ่ายกฎหมาย แล้วต่อมาเป็นผู้พิพากษาผู้ช่วย และทำเรื่องที่ฟังเหมือนบทของเปาบุ้นจิ้นในละคร
「为开封府判官,尚美人遣内侍称教旨免工人市租。籍言:『祖宗以来,未有美人称教旨下府者,当杖内侍。』」
"[ผังจี๋] เป็นผู้พิพากษาผู้ช่วยศาลไคฟง พระสนมซ่าง (尚美人 ซ่าง เหม่ยเหริน — 美人 เป็นยศสนม) ส่งขันทีมาอ้างพระเสาวนีย์ให้ยกเว้นภาษีตลาดแก่ช่าง ผังจี๋ทูลว่า 'ตั้งแต่บรรพกษัตริย์มา ไม่เคยมีพระสนมส่งพระเสาวนีย์มาสั่งศาลไคฟง ควรโบยขันทีผู้นั้น'" —《宋史》เล่มที่ 311 ชีวประวัติผังจี๋
ฮ่องเต้จึงมีพระบรมราชโองการว่าต่อไปห้ามรับคำสั่งที่ส่งออกมาจากในวังโดยง่าย ราชครูผังตัวจริงเป็นคนอย่างไร อยู่ในตอนเปาบุ้นจิ้นประหารราชครูผังจริงไหม
หานเจี้ยง (韩绛 หาน เจี้ยง) เป็นผู้ไต่สวนศาลไคฟงตอนมีชายชื่อเหลิ่งชิง (冷青 เหลิ่ง ชิง) อ้างว่าเป็นพระโอรสลับของฮ่องเต้ ปี 1050 ศาลเห็นว่าเป็นคนบ้าจะเนรเทศไปเมืองหรู่โจว แต่หานเจี้ยงค้านว่าปล่อยไว้ข้างนอกจะหลอกผู้คน จึงสอบสวนต่อจนพบว่าเป็นลูกของอดีตนางกำนัลที่ออกไปแต่งงานกับชาวบ้าน และสุดท้ายถูกประหาร คดีเดียวกันนี้ยังทำให้ทีมศาลไคฟงถูกลงโทษจริง《长编》เล่มที่ 168 บันทึกว่าเจ้าเมืองเฉียนหมิงอี้ (钱明逸 เฉียน หมิงอี้) กับผู้ไต่สวนจางซื่อ (张式 จาง ซื่อ) และหลี่ซุ่นหยวน (李舜元 หลี่ ซุ่นหยวน) ถูกลงโทษ ส่วนหนึ่งเพราะหญิงนักโทษถูกผู้คุมเฆี่ยนจนเท้าหลุดตาย เรื่องพระโอรสตัวจริงของซ่งเหรินจง (宋仁宗 ซ่ง เหรินจง) อยู่ในตอนสับเปลี่ยนพระโอรสมีจริงไหม
อู๋ชง (吴充 อู๋ ชง) เป็นผู้ไต่สวนในสมัยโอวหยางซิว คนที่รับช่วงต่อจากเปาบุ้นจิ้น《长编》เล่มที่ 187 บันทึกว่ามีคนร้องเรียนว่าอู๋ชงเป็นดองกับโอวหยางซิว และได้เลื่อนไปกรมคลังทั้งที่อยู่ศาลไคฟงแค่ปีเศษ ทั้งที่ระเบียบใหม่ให้ผู้ไต่สวนอยู่ครบสามปีจึงเลื่อน เป็นภาพเล็ก ๆ ที่บอกว่าศาลไคฟงตัวจริงมีระเบียบราชการและการเมืองแบบสำนักงานทั่วไป
ซูซื่อ (苏轼 ซู ซื่อ) หรือซูตงพัว《宋史》เล่มที่ 338 เล่าว่าปี 1069 หวังอันสือ (王安石 หวัง อันสือ) ไม่พอใจเขา จึงส่งไปเป็นผู้ไต่สวนรักษาการที่ศาลไคฟงเพื่อให้งานล้นมือ
「安石不悦,命权开封府推官,将困之以事。轼决断精敏,声闻益远。」
"หวังอันสือไม่พอใจ จึงให้ไปเป็นผู้ไต่สวนรักษาการศาลไคฟง หวังจะให้จมอยู่กับงาน แต่ซูซื่อตัดสินคดีได้คล่องและเฉียบ ชื่อเสียงยิ่งไปไกล" —《宋史》เล่มที่ 338 ชีวประวัติซูซื่อ
ซือหม่ากวง (司马光 ซือหม่า กวง) ก็เคยเป็นผู้ไต่สวนศาลไคฟง《宋史》เล่มที่ 336 บันทึกตำแหน่งนี้ไว้ และฐานข้อมูลชีวประวัติจีน CBDB ระบุปีรับตำแหน่งว่า 1058 แต่ไม่ระบุเดือน เปาบุ้นจิ้นพ้นจากศาลไคฟงราว 4 ก.ค. 1058 จึงยังบอกไม่ได้ว่าสองคนนี้ทำงานซ้อนกันที่ไคฟงหรือไม่ — ยังไม่มีหลักฐานยืนยัน ที่ยืนยันได้คือช่วงปี 1059–1061 ซือหม่ากวงเป็นเจ้าหน้าที่ในกรมการคลัง (三司 ซานซือ) ขณะที่เปาบุ้นจิ้นเป็นหัวหน้ากรมนั้น ทั้งสองจึงเป็นนายกับลูกน้องกันจริง แต่ที่กรมการคลัง
4. กลองร้องทุกข์ ไม้ตบโต๊ะ "เวย—อู่" และป้าย 明镜高悬 มาจากไหน
(ภาพประกอบ ai02 อยู่ใต้หัวข้อที่ 1)
กลองร้องทุกข์ของจริงอยู่ที่วัง ไม่ใช่ที่ศาลไคฟง
สมัยซ่งมีกลองร้องทุกข์จริง แต่ไม่ได้ตั้งที่ศาลไคฟง มันเป็นหน่วยราชการชื่อสำนักกลองเติงเหวิน (登闻鼓院 เติงเหวินกู่ยฺเวี่ยน)《宋史》เล่มที่ 161 บรรยายหน้าที่ไว้ว่า
「登闻鼓院,隶司谏、正言,掌受文武官及士民章奏表疏。凡言朝政得失、公私利害、军期机密、陈乞恩赏、理雪冤滥……无例通进者,先经鼓院进状」
"สำนักกลองเติงเหวิน ขึ้นกับขุนนางทักท้วง รับฎีกาของขุนนางบุ๋นบู๊และราษฎร ทั้งเรื่องการเมือง ผลประโยชน์ส่วนรวมและส่วนตัว ความลับทางทหาร การขอรางวัล การร้องเรียนคดีที่ถูกใส่ร้าย … เรื่องที่ไม่มีช่องทางยื่นตามปกติ ให้ยื่นที่สำนักกลองก่อน" —《宋史》เล่มที่ 161 หมวดตำแหน่งราชการ 1
ข้อความเดียวกันบอกต่อว่า ถ้ายื่นที่สำนักกลองแล้วถูกกั้นไว้ ให้ไปยื่นที่สำนักตรวจ (登闻检院 เติงเหวิน เจี่ยนยฺเวี่ยน) และทั้งสองสำนักตั้งสำนักงานอยู่หน้าประตูวัง ชื่อ "登闻鼓院" ตั้งขึ้นในปีจิ่งเต๋อที่ 4 (1007) ตามที่《事物纪原》(ซื่ออู้ จี้หยวน) สมัยซ่งอ้างไว้ และจารึกหลุมศพของเปาบุ้นจิ้นเองก็มีชื่อขุนนางที่ประจำสำนักนี้เป็นผู้คัดลายมือ แปลว่ามันเป็นหน่วยราชการประจำ ไม่ใช่กลองตั้งโชว์
สรุปเรื่อง "กลอง" สามชั้นได้แบบนี้
| ชั้น | กลองคืออะไร | อยู่ที่ไหน |
|---|---|---|
| งิ้วหยวน | กลองเปิดศาลของเจ้าหน้าที่ (衙鼓) | ในที่ว่าการ |
| ละคร 1993 | กลองให้ราษฎรมาตีร้องทุกข์ | หน้าศาลไคฟง |
| สมัยซ่งจริง | สำนักกลองเติงเหวินรับฎีกา — ส่วนที่ศาลไคฟง เปาบุ้นจิ้นเปิดประตูหน้าให้ราษฎรเข้าหาเอง | หน้าประตูวัง |
ส่วนภาพกลองหน้าที่ว่าการเมืองหรืออำเภอให้ชาวบ้านตี ผู้เขียนสันนิษฐานว่าเป็นภาพของที่ว่าการสมัยหมิง–ชิง นี่เป็นข้อสันนิษฐาน ยังไม่มีหลักฐานยืนยัน
ไม้ตบโต๊ะและเสียง "อำนาจศาล"
ไม้ตบโต๊ะ (惊堂木 จิงถังมู่) ปรากฏเป็นเรื่องปกติในนิยายศาลยุคชิง ไม่ใช่แค่《三侠五义》แต่ยังมีในนิยายแนวเดียวกันอีกหลายเรื่อง เช่น《施公案》(ซือกงอั้น) และ《济公全传》(จี้กง เฉวียนจ้วน) ส่วนเสียงตะโกนพร้อมกันของเจ้าหน้าที่ นิยายชิงเรียกว่า "堂威" (ถังเวย) ในเอกสารศาลสมัยซ่งที่ผู้เขียนตรวจ ยังไม่พบทั้งไม้ตบโต๊ะและเสียง "เวย—อู่" (ยังไม่มีหลักฐานยืนยัน) ส่วนคำว่า "威—武—" ที่ได้ยินในละคร เป็นภาพของงิ้วและละครยุคหลัง แหล่งที่เก่าที่สุดของคำนี้ยังไม่มีใครยืนยัน (ยังไม่มีหลักฐานยืนยัน)
ป้าย "明镜高悬" รากจากกระจกวิเศษของจิ๋นซี
ป้ายสี่ตัวเหนือบัลลังก์ "明镜高悬" (หมิงจิ้ง เกาเสฺวียน — กระจกใสแขวนสูง) มีรากจากตำนานใน《西京杂记》(ซีจิง จ๋าจี้) เล่มที่ 3 ที่เล่าถึงกระจกวิเศษในคลังของราชวงศ์ฉิน
「人有疾病在内,则掩心而照之,则知病之所在。又女子有邪心,则胆张心动。秦始皇常以照宫人,胆张心动者则杀之。」
"คนที่ป่วยอยู่ภายใน เอามือปิดหัวใจแล้วส่อง ก็รู้ว่าป่วยตรงไหน ถ้าผู้หญิงคนใดคิดร้าย ดีจะพองหัวใจจะเต้น จิ๋นซีฮ่องเต้มักใช้ส่องนางในวัง ใครดีพองใจเต้นก็สั่งฆ่า" —《西京杂记》เล่มที่ 3 (ตำนาน)
กระจกที่ส่องเห็นใจคนจึงกลายเป็นสัญลักษณ์ของผู้พิพากษาที่มองทะลุความจริง แต่ป้ายนี้เป็นภาพของที่ว่าการสมัยหมิง–ชิง และยังไม่พบหลักฐานว่าศาลสมัยซ่งแขวนป้ายนี้ (ยังไม่มีหลักฐานยืนยัน)
5. ศาลไคฟงอยู่ที่ไหน: เมืองสมัยเปาบุ้นจิ้นจมใต้ดินเมืองไคเฟิง
ศาลไคฟงตัวจริงอยู่ในเมืองตงจิง (东京 ตงจิง) หรือเปี้ยนเหลียง (汴梁 เปี้ยนเหลียง) เมืองหลวงของซ่งเหนือ ซึ่งก็คือเมืองไคเฟิง มณฑลเหอหนาน ในปัจจุบัน เมิ่งหยวนเหล่า (孟元老 เมิ่ง หยวนเหล่า) บรรยายถนนหนทางของเมืองนี้ไว้ใน《东京梦华录》(ตงจิง เมิ่งหัวลู่) เล่มที่ 3
「大内西去右掖门、袄庙,直南浚仪桥街,西尚书省东门,至省前横街南,即御史台,西即郊社。省南门正对开封府后墙」
"จากวังหลวงไปทางตะวันตกถึงประตูโย่วเย่และวัดไฟ ลงใต้คือถนนสะพานจฺวิ้นอี๋ ทางตะวันตกคือประตูตะวันออกของกรมเสนาบดี (尚书省 ซ่างซูเสิ่ง) … ประตูใต้ของกรมเสนาบดีหันตรงกับกำแพงหลังของศาลไคฟง" —《东京梦华录》เล่มที่ 3「大内西右掖门外街巷」
แปลว่าศาลไคฟงอยู่ในเมืองชั้นใน ใกล้วังหลวงทางตะวันตกเฉียงใต้ ติดกับหน่วยงานใหญ่ของราชสำนัก
เมืองซ้อนเมือง 6 ชั้น
ปัญหาคือเมืองที่เมิ่งหยวนเหล่าบรรยายไม่อยู่บนดินแล้ว สำนักข่าวซินหัวรายงานปี 2023 ว่าใต้เมืองไคเฟิงที่ระดับลึก 3–12 เมตร มีเมืองโบราณซ้อนกันอยู่ 6 เมือง จากล่างขึ้นบนคือ ต้าเหลียงของรัฐเว่ย เปี้ยนโจวสมัยถัง ตงจิงสมัยซ่งเหนือ เปี้ยนจิงสมัยจิน ไคเฟิงสมัยหมิง และไคเฟิงสมัยชิง คนจีนเรียกปรากฏการณ์นี้ว่า "城摞城" (เฉิงลั่วเฉิง — เมืองซ้อนเมือง)
ชั้นของเมืองสมัยเปาบุ้นจิ้นลึกราว 8–10 เมตร ตัวเลขนี้มาจากบทความออนไลน์ที่อ้างนักโบราณคดีไคเฟิงหลิวชุนอิ๋ง (刘春迎 หลิว ชุนอิ๋ง) ปี 2017 ยังเป็นแหล่งเดียว ยังไม่ได้เห็นรายงานต้นฉบับ (มีแหล่งเดียว) แต่ถ้าตัวเลขนี้ถูก ไคเฟิงที่เปาบุ้นจิ้นเดินอยู่ลึกใต้เท้านักท่องเที่ยวราวตึกสามชั้น
เหตุที่เมืองจมเป็นเพราะแม่น้ำเหลือง แหล่งเดียวกันเล่าว่าเดือน 9 ปี 1642 ปลายราชวงศ์หมิง มีการทำลายคันแม่น้ำเหลืองให้น้ำท่วมเมือง เมืองเก่าส่วนใหญ่ถูกโคลนตะกอนกลบลึกนับแต่นั้น และปี 1841 แม่น้ำเหลืองแตกคันอีกครั้ง กลบฐานกำแพงชั้นนอกที่เหลืออยู่ ปี 1981 มีการตั้งคณะโบราณคดีเมืองซ่งไคเฟิง และปี 1988 แหล่งเมืองตงจิงสมัยซ่งเหนือขึ้นทะเบียนเป็นโบราณสถานสำคัญระดับชาติ
สิ่งที่ยังไม่รู้
ถึงจะรู้ว่าเมืองซ่งอยู่ใต้ดิน และรู้ตำแหน่งศาลไคฟงจากบันทึก แต่ผู้เขียนยังไม่พบรายงานว่ามีการขุดพบตัวอาคารศาลไคฟงสมัยซ่ง — ยังไม่มีหลักฐานยืนยัน ผมจึงเขียนในบทความนี้ว่า "เมืองสมัยเปาบุ้นจิ้นจมใต้ดิน" ไม่ใช่ "ศาลของเปาบุ้นจิ้นจมใต้ดิน" และไม่ได้แปลว่าศาลจริงอยู่ใต้ศาลที่สร้างใหม่ เพราะตามบันทึก ศาลจริงอยู่ใกล้วังหลวง ส่วนอาคารใหม่อยู่ริมทะเลสาบ
6. ศาลไคฟงที่นักท่องเที่ยวไปวันนี้: สร้างปี 2002
ศาลไคฟงที่เห็นในรูปเที่ยวทุกวันนี้เป็นอาคารสร้างใหม่ ข่าวสำนักข่าวซินหัว (新华社 ซินหัวเชอ) วันที่ 14 ส.ค. 2003 รายงานว่าศาลไคฟงใหม่เปิดรับนักท่องเที่ยวอย่างเป็นทางการในวันนั้น ลงทุนเกือบ 70 ล้านหยวน ใช้เวลาสร้างกว่า 2 ปี ตั้งอยู่ริมฝั่งเหนือของทะเลสาบเปากง (包公湖 เปากงหู) วิกิพีเดียภาษาไทยหน้าเปาบุ้นจิ้นก็ระบุว่าที่นี่จัดแสดงเครื่องประหารสามหลัง "ซึ่งจำลองขึ้นตามวรรณกรรม"
รายละเอียดเล็ก ๆ ที่น่าสังเกต ข่าวซินหัวชิ้นเดียวกันเขียนว่าเปาเจิ่ง "任开封府尹" (ดำรงตำแหน่งเจ้าเมืองไคฟง) ซึ่งผิดชื่อตำแหน่ง เพราะเขาเป็นแค่ "รักษาการ" ไม่ใช่ "อิ่น" แปลว่าแม้แต่สื่อจีนเองก็ใช้ภาษาของละคร ไม่แปลกที่สื่อไทยจะเขียนว่าเปาบุ้นจิ้น "เลื่อนเป็นเจ้าเมืองไคฟง" เหมือนกัน
ศิลา《开封府题名记》: ชื่อที่ถูกนิ้วลบ
ของจริงชิ้นเดียวจากศาลไคฟงสมัยซ่งที่ยังเหลือให้เห็น คือศิลารายชื่อหัวหน้าศาลที่เล่าไว้ในหัวข้อที่ 3 บันทึกเก่าที่สุดที่พูดถึงชื่อเปาบุ้นจิ้นบนศิลานี้มาจากโจวมี่ (周密 โจว มี่) ใน《癸辛杂识》(กุ่ยซิน จ๋าสือ) ภาคผนวกเล่มต้น หัวข้อ "เรื่องจิปาถะเมืองเปี้ยนเหลียง" เขาจดคำเล่าของหลัวโซ่วเข่อ (罗寿可 หลัว โซ่วเข่อ) ที่ไปเยือนเมืองนี้อีกครั้งในปีปิ่งเซิน (1296)
「旧开封府有府尹题名,起建隆元年居润,继而晋王、荆王而下皆在焉。独包孝肃公姓名为人所指,指痕甚深。」
"ที่ศาลไคฟงเก่ามีรายชื่อเจ้าเมือง เริ่มจาก[จ่าน]จฺวีรุ่นในปีเจี้ยนหลงที่ 1 ต่อด้วยจิ้นอ๋อง จิงอ๋อง ลงมาครบทุกคน มีแต่ชื่อเปาเซี่ยวซู่ที่ถูกคนเอานิ้วชี้ จนรอยนิ้วลึกมาก" —《癸辛杂识》ภาคผนวก เล่มต้น「汴梁杂事」
บันทึกนี้ห่างจากปีที่เปาบุ้นจิ้นถึงแก่กรรม 234 ปี คนสมัยนั้นยังไม่มีละครทีวี ไม่มีนิยาย《三侠五义》แต่ชื่อเขาก็ถูกคนที่มาเห็นศิลาเอานิ้วจิ้มด้วยความนับถือจนเป็นหลุมแล้ว ข่าวจีนปี 2023 ที่อ้างข้อมูลพิพิธภัณฑ์เล่าว่าคนลูบชื่อเขาจนตัวหนังสือหายไป เหลือแต่รอยบุ๋มเป็นมัน เพราะฉะนั้นเรื่องที่บางคนเล่าว่าชื่อเปาบุ้นจิ้นถูก "ขูดลบ" ไม่ตรงกับบันทึกเก่าที่สุด ซึ่งบอกว่าถูก "ชี้"
เส้นทางของศิลาก้อนนี้ก็โลดโผนไม่แพ้กัน ข่าวปี 2025 ซึ่งเป็นแหล่งเดียวที่เล่าละเอียด บอกว่าปี 1927 สมัยเฝิงอวี้เสียง (冯玉祥 เฝิง อวี้เสียง) ปกครองเหอหนาน ศาลเจ้าเปากงที่ตั้งศิลาถูกรื้อ ศิลาสองแผ่นถูกฝังดิน ทศวรรษ 1960 ขุดพบระหว่างก่อสร้าง แผ่นหนึ่งถูกเอาไปก่อเป็นผนังหลุมหลบภัย จนปี 1971 จึงถูกนำเข้าพิพิธภัณฑ์ไคเฟิง และปี 1990 ได้รับการรับรองเป็นโบราณวัตถุชั้นหนึ่งของชาติ (มีแหล่งเดียว) ข่าวเดียวกันบอกว่าในรอยสึกตรงตำแหน่งชื่อเปาบุ้นจิ้น มีคนสลัก "包拯" ซ้ำไว้ ยังพอมองเห็นจาง ๆ
ในสายตาความเชื่อ ศาลไคฟงยังมีอีกด้านหนึ่ง คือความเชื่อว่าเปาบุ้นจิ้น "กลางวันตัดสินคนเป็นที่ศาลไคฟง กลางคืนตัดสินคนตาย" ซึ่งเล่าไว้ในตอนเปาบุ้นจิ้นเป็นพญายมราชจริงไหม ส่วนความเชื่อจีนเรื่องเทพผู้ตัดสินในโลกหลังความตายแบบกว้าง ๆ อ่านต่อได้ในบทความเฉิงหวงเหย่ (城隍) เทพเจ้าสายนรกของจีน
ไปไคเฟิงวันนี้ดูอะไรได้บ้าง (ข้อมูลเชิงท่องเที่ยว)
- ศาลไคฟงสร้างใหม่ (开封府) ริมฝั่งเหนือทะเลสาบเปากง สร้างเสร็จปี 2002 เปิดปี 2003 มีเครื่องประหารสามหลังที่จำลองตามวรรณกรรม — ที่มาของเครื่องประหารอยู่ในตอนเครื่องประหารหัวสุนัข หัวเสือ หัวมังกรมีจริงไหม
- ศาลเจ้าเปากง (包公祠 เปากงฉือ) อยู่ฝั่งตรงข้ามทะเลสาบ ข่าวจีนบรรยายว่าสองแห่งนี้ "มองกันข้ามทะเลสาบ" ส่วนปีที่สร้างศาลเจ้าปัจจุบันยังไม่มีหลักฐานยืนยัน — ตำนานพื้นบ้านเรื่องเปากงอยู่ในตอนรากบัวไม่มีใยของเปาบุ้นจิ้น
- ศิลา《开封府题名记》 จัดแสดงชั้น 2 ของพิพิธภัณฑ์ไคเฟิง (开封博物馆 ไคเฟิง ปั๋วอู้กว่าน) — ของจริงชิ้นเดียวจากศาลไคฟงสมัยซ่ง
- แหล่งขุดค้นสะพานโจว (州桥遗址) เห็นชั้นดินของเมืองซ้อนเมืองได้จริง
บทความนี้ไม่ใส่ราคาค่าเข้าหรือเวลาเปิด เพราะไม่มีในแหล่งที่ตรวจ ควรตรวจกับแหล่งท่องเที่ยวก่อนเดินทาง
ข้อควรระวังสำหรับคนเขียนต่อ
ถ้าจะเขียนหรือแชร์เรื่องศาลไคฟงต่อ แปดประโยคนี้เป็นความเข้าใจผิดที่พบบ่อยในโพสต์ไทยและจีน
- "ศาลไคฟงเป็นศาลของเปาบุ้นจิ้น" — เขาเป็นหัวหน้าคนที่ 93 จาก 183 คน อยู่ราวปีครึ่ง
- "เปาบุ้นจิ้นเป็นเจ้าเมืองไคฟง (开封府尹)" — ตำแหน่งจริงคือรักษาการ (权知) ตำแหน่ง "尹" เป็นของเจ้าชาย
- "ศาลไคฟงที่ไปเที่ยวเป็นอาคารเก่าสมัยซ่ง" — สร้างใหม่ เปิดอย่างเป็นทางการ 14 ส.ค. 2003
- "ศาลไคฟงของจริงอยู่ใต้ศาลที่สร้างใหม่" — ตามบันทึกซ่ง ศาลจริงอยู่ติดกรมเสนาบดี ใกล้วังหลวง และยังไม่มีรายงานขุดพบตัวอาคาร
- "เครื่องประหารที่จัดแสดงเป็นของจริง" — เป็นของจำลองตามวรรณกรรม
- "ชื่อเปาบุ้นจิ้นบนศิลาหายเพราะถูกขูดลบ" — บันทึกเก่าสุดบอกว่าถูกคน "ชี้" จนเป็นรอย
- "ซือหม่ากวงเป็นลูกน้องเปาบุ้นจิ้นที่ศาลไคฟง" — ยังพิสูจน์ไม่ได้ (รู้ปีแต่ไม่รู้เดือน) ที่แน่นอนคือเป็นลูกน้องที่กรมการคลัง 1059–1061
- "สมัยซ่งชาวบ้านตีกลองหน้าศาลไคฟงร้องทุกข์" — กลองจริงอยู่ที่สำนักกลองเติงเหวินหน้าวัง ส่วนที่ศาลไคฟง เปาบุ้นจิ้นยกเลิกด่านเสมียนหน้าประตู
คำถามที่พบบ่อย
ศาลไคฟง คือ อะไร? ศาลไคฟง (开封府 ไคเฟิงฝู่) คือที่ว่าการเมืองหลวงสมัยซ่งเหนือ ดูแลทั้งการปกครอง ภาษี ทะเบียนบ้าน การปราบโจร และคดีความในเมืองหลวงกับ 18 อำเภอโดยรอบ ไม่ใช่ศาลอย่างเดียว
ศาลไคฟงมีจริงไหม? มีจริงในสมัยซ่ง แต่เมืองสมัยนั้นจมอยู่ใต้ตะกอนแม่น้ำเหลือง อาคารศาลไคฟงที่นักท่องเที่ยวไปได้วันนี้สร้างเสร็จปี 2002 และเปิดปี 2003
ศาลไคฟงอยู่ที่ไหน? อยู่ที่เมืองไคเฟิง มณฑลเหอหนาน ประเทศจีน อาคารสร้างใหม่ตั้งริมทะเลสาบเปากง ส่วนที่ตั้งเดิมสมัยซ่งตาม《东京梦华录》อยู่ใกล้วังหลวงทางตะวันตกเฉียงใต้ ซึ่งวันนี้อยู่ในชั้นเมืองซ่งใต้ดิน
ศาลไคฟงของจริงเหลืออะไรบ้าง? ของที่ยังเหลือคือศิลารายชื่อหัวหน้าศาล《开封府题名记》ที่พิพิธภัณฑ์ไคเฟิง สลักชื่อ 183 คนจากปี 960–1105 ชื่อเปาบุ้นจิ้นถูกนิ้วคนชี้จนเป็นหลุม มีบันทึกเรื่องนี้ตั้งแต่ปี 1296
ศาลไคฟงมีใครบ้าง? ศาลไคฟงตัวจริงมีผู้พิพากษาผู้ช่วยและผู้ไต่สวนรวม 4 คน เลขาธิการ เจ้าหน้าที่หกฝ่าย และเสมียน 600 คน ไม่มีจั่นเจาหรือกงซุนเช่อ คนดังที่เคยทำงานที่นี่ได้แก่ ผังจี๋ ซูซื่อ และซือหม่ากวง
เปาบุ้นจิ้นอยู่ศาลไคฟงกี่ปี? ราวปีครึ่ง ตั้งแต่ต้นปี 1057 ถึงกลางปี 1058 ในตำแหน่งรักษาการ (权知开封府) เขาเป็นหัวหน้าคนที่ 93 จาก 183 คน
"เปาบุ้นจิ้น เปิดตำนานศาลไคฟง" คือละครเรื่องไหน? เป็นชื่อไทยของภาค 3 (ปี 2012)《包青天之开封奇案》ในละครจีนชุดปี 2010 ที่จินเชาฉวิน (金超群 จิน เชาฉฺวิน) นำแสดง และออกอากาศในไทยทางช่อง 3 แฟมิลี ไม่ใช่ละครปี 1993 ที่ช่อง 3 นำมาฉายราวปี 2537–2538
สมัยซ่งชาวบ้านร้องทุกข์อย่างไร? ยื่นฎีกาที่สำนักกลองเติงเหวิน (登闻鼓院) ซึ่งตั้งอยู่หน้าประตูวัง และในสมัยเปาบุ้นจิ้น ชาวเมืองหลวงเดินเข้าไปแถลงคดีต่อหน้าหัวหน้าศาลไคฟงได้เอง เพราะเขายกเลิกเสมียนเฝ้าประตูและเปิดประตูหน้า
สรุป
ศาลไคฟงมีจริง แต่ไม่ใช่ศาลของเปาบุ้นจิ้น มันคือรัฐบาลเมืองหลวงซ่งเหนือที่มีหัวหน้า 183 คนใน 146 ปี และเปาบุ้นจิ้นนั่งตำแหน่ง "รักษาการ" อยู่แค่ราวปีครึ่ง
สิ่งที่เขาทำจริงที่นั่นไม่ใช่การตั้งกลองหรือตบไม้ตบโต๊ะ แต่เป็นการไล่ด่านเสมียนหน้าประตูออก แล้วเปิดประตูหน้าให้ชาวบ้านเดินเข้าไปพูดเอง และรื้อสวนของขันทีที่ขวางทางน้ำหลังเมืองหลวงจมน้ำ
อาคารที่นักท่องเที่ยวไปวันนี้สร้างปี 2002 ส่วนเมืองที่เขาเดินจมอยู่ใต้ตะกอนแม่น้ำเหลือง ของชิ้นเดียวที่ยังเหลือคือชื่อบนศิลาที่ถูกนิ้วคนชี้จนเป็นหลุม ซึ่งผมคิดว่าบอกอะไรได้มากกว่าฉากศาลในละครทั้งหมด คนที่มาเห็นศิลาจำเขาได้ตั้งแต่ปี 1296 ก่อนจะมีนิยาย《三侠五义》หรือละครทีวีหลายร้อยปี
ถ้าอยากรู้เรื่องตระกูลเปาและหอบรรพชนเซี่ยวซู่ของลูกหลานแซ่นี้ ผมเล่าไว้ในบทความแซ่เปา 包 ที่มาของแซ่และคำสอนเปาบุ้นจิ้น ส่วนผู้เขียนชุดนี้คือธนินพงษ์ ศุภพิทักษ์พงษ์ (MingPaPa)
แหล่งข้อมูล
ตัวบทชั้นต้น (วิกิซอร์ซภาษาจีน — ตรวจข้อความ 30 ต.ค. 2569)
- 《宋史》卷166 职官六「开封府」 — หน้าที่และทีมงานศาลไคฟง เสมียน 600 คน
- 《宋史》卷161 职官一「登闻鼓院」 — สำนักกลองเติงเหวิน
- 《宋史》卷316 包拯传 — เปิดประตูหน้า
- 《宋史》卷311 庞籍传 — ผังจี๋เป็นผู้พิพากษาผู้ช่วยศาลไคฟง
- 《宋史》卷315 韩绛传 — คดีเหลิ่งชิง
- 《宋史》卷336 司马光传 · 《宋史》卷338 苏轼传
- 《续资治通鉴长编》卷184 (四库本) — รับตำแหน่ง เลิก牌司 รื้อสิ่งก่อสร้างคร่อมแม่น้ำฮุ่ยหมิน
- 《续资治通鉴长编》卷182 (四库本) — น้ำท่วมเมืองหลวง 1056
- 《续资治通鉴长编》卷187 (四库本) — อู๋ชงกับโอวหยางซิว
- 吴奎《宋枢密副使赠礼部尚书孝肃包公墓铭》 — จารึกหลุมศพ
- 沈括《梦溪笔谈》卷22 — เสมียนหลอกเปาบุ้นจิ้น
- 孟元老《东京梦华录》卷三 — ที่ตั้งศาลไคฟง
- 周密《癸辛杂识》别集上 — รอยนิ้วบนชื่อเปาบุ้นจิ้น 1296
- 《西京杂记》卷三 — กระจกจิ๋นซี
- 元杂剧《包待制三勘蝴蝶梦》 — กลองเปิดศาลในงิ้วหยวน
- 《三侠五义》第五回 · 第五十七回 — ไม้ตบโต๊ะ เสียงอำนาจศาล
ข่าวและแหล่งอื่น
- 如果文物会说话|城摞城 打开开封的另一种方式 — 新华网 25 มิ.ย. 2023 — เมืองซ้อนเมือง 6 ชั้น การขุดสะพานโจว
- 开封博物馆藏《开封府题名记》碑 — 光明网 29 มิ.ย. 2023 — ขนาดศิลา 183 ชื่อ ชั้น 2 พิพิธภัณฑ์ไคเฟิง
- 《开封府题名记》碑的前世今生 — 京报网 29 เม.ย. 2025 — เส้นทางของศิลา 1927–1990 ลำดับที่ 93
- 开封重建"开封府" (新华社 14 ส.ค. 2003) — 新浪网 15 ส.ค. 2003 — เปิดอย่างเป็นทางการ 14 ส.ค. 2003 ลงทุนเกือบ 70 ล้านหยวน
- เปาบุ้นจิ้น — วิกิพีเดียภาษาไทย — เครื่องประหารจำลองที่ศาลไคเฟิง
- เปาบุ้นจิ้น (ละครโทรทัศน์ พ.ศ. 2536) — วิกิพีเดียภาษาไทย — ชื่อตอน "แม่ทัพแดนเถื่อน" (ใช้เฉพาะชื่อตอน)
- เปาบุ้นจิ้น (ละครโทรทัศน์ พ.ศ. 2553) — วิกิพีเดียภาษาไทย — "เปิดตำนานศาลไคฟง" = ภาค 3 (2012)
- China Biographical Database (CBDB) — ซือหม่ากวง: ผู้ไต่สวนศาลไคฟง 1058, กรมการคลัง 1059–1061
ภาพ: Wikimedia Commons — ศิลารายชื่อเจ้าเมืองไคฟง · 《清明上河图》 · ศาลไคฟงสร้างใหม่ · แหล่งขุดสะพานโจว
