ในนิยาย: ขุนนางฝ่ายโจผี (曹丕 เฉาพี) รุมบีบพระเจ้าเหี้ยนเต้ (献帝 เซี่ยนตี้) จนยอมยกราชสมบัติ แล้วตั้งให้เป็นซันเอียงก๋ง (山阳公 ซานหยางกง) ฮัวหิมชักกระบี่สั่งให้ออกจากเมืองวันนั้น ฉบับไทยเล่าว่าตำแหน่งนี้ "ไม่มีเบี้ยหวัดผ้าปี" พระเจ้าเหี้ยนเต้น้ำตาไหลขี่ม้าจากไป
ในพงศาวดาร:《后汉书》และ《三国志》บันทึกว่าซันเอียงก๋งได้ศักดินาหมื่นครัวเรือน มีศักดิ์สูงกว่าอ๋องทุกองค์ ถวายหนังสือไม่ต้องเรียกตัวเองว่าข้า รับราชโองการไม่ต้องคำนับ และใช้พิธีของราชวงศ์ฮั่นในแคว้นของตัวเอง สิ้นพระชนม์ ค.ศ. 234 "นับแต่สละราชสมบัติถึงสิ้นพระชนม์ได้สิบสี่ปี" แล้วได้พระราชพิธีศพแบบจักรพรรดิ
ถอดหน้ากากสามก๊ก ฉบับ MingPaPa (黄柄明 - หวงปิ่งหมิง): ผมกับสามก๊ก
ผม MingPaPa ชื่อจีน หวงปิ่งหมิง - 黄柄明 ชื่อไทย ธนินพงษ์ ศุภพิทักษ์พงษ์ คนไทยเชื้อสายจีนที่รักและผูกพันกับเรื่องราวของจีนมาตั้งแต่เด็กครับ
ตอนเล็ก ๆ ผมได้ยินพ่อกับผู้ใหญ่ในบ้านคุยกันว่า "ใครอ่านสามก๊กครบสามจบ คบไม่ได้" ทั้งที่พ่อผมเองก็อ่านมาหลายจบ พี่ชายผมก็อ่านหลายจบ ส่วนผม ก่อนอายุ 18 ปี อ่านเฉพาะสองฉบับ คือสามก๊กฉบับเจ้าพระยาพระคลัง (หน) กับสามก๊กฉบับวณิพกของยาขอบ รวมกันไปแล้ว 10 รอบ ยังไม่นับหนังสือวิเคราะห์กลยุทธ์และหนังสืออรรถาธิบายสามก๊กอีกหลายสิบเล่ม ยิ่งอ่านก็ยิ่งรัก และยิ่งเข้าใจว่าทำไมผู้ใหญ่ถึงพูดอย่างนั้น
อ่านสามก๊กครบสามจบ คบไม่ได้ เพราะอะไร
ถ้ามองให้ลึก คำนี้ไม่ได้อยู่ที่จำนวนรอบที่อ่าน แต่อยู่ที่ "สันดานเดิมของคนอ่าน" ซึ่งเป็นตัวตั้งต้นครับ สามก๊กคือภาพสะท้อนมนุษย์จริง ๆ ไม่มีใครขาวสะอาดหรือสมบูรณ์แบบ มีทั้งคนดีแต่ซื่อจนโง่ คนเจ้าเล่ห์ที่เลวแต่รวย และคนเก่งที่หยิ่งยโส ในโลกความจริงคนเห็นแก่ตัวก็มีมากกว่าคนดีอยู่แล้ว คนอ่านมีจริตแบบไหน ลึก ๆ ชอบตัวละครแบบใด ก็จะหยิบแง่มุมนั้นมาใช้กับตัวเอง คำว่า "คบไม่ได้" จึงแยกได้เป็นสองมุม
- คบไม่ได้เพราะเลียนแบบความร้าย คนที่มีเชื้อความเห็นแก่ตัวหรือชอบเอาเปรียบคนอยู่แล้ว พออ่านจนเจนจัด ก็ซึมซับความปลิ้นปล้อน กลอุบายสกปรก และการมองคนอื่นเป็นเบี้ยมาใช้ในชีวิตจริง คนกลุ่มนี้ "คบไม่ได้" ในความหมายตรงตัว เพราะพร้อมหักหลังและทำลายมิตรภาพเพื่อประโยชน์ของตัวเอง
- คบไม่ได้เพราะ "คบยาก" เกินไป คนกลุ่มนี้อ่านเพื่อเข้าใจจิตวิทยามนุษย์ วิธีเอาตัวรอด และเกมอำนาจที่ซ่อนอยู่ จนกลายเป็นคนคมกริบที่รู้เท่าทันคนจนไม่มีใครตบตาได้ คนทั่วไปจึงเข้าไม่ถึงหรือระแวงว่าจะถูกเอาเปรียบ ส่วนคนเก่งด้วยกันก็อยู่ด้วยลำบาก เพราะต่างฝ่ายต่างรู้ทันกัน ต้องตั้งการ์ดระวังตัวอยู่ตลอดเวลา
ถอดหน้ากากสามก๊ก ฉบับ MingPaPa (黄柄明 - หวงปิ่งหมิง) คือการอ่านสามก๊กอีกรอบด้วยสายตาของคนที่โตมากับนิยาย ผมหยิบฉากที่คนไทยจำได้ขึ้นใจมาวางเทียบกับพงศาวดาร《三国志》 (ซานกั๋วจื้อ — จดหมายเหตุสามก๊ก) ทีละประโยค ว่าตรงไหนเป็นประวัติศาสตร์ ตรงไหนเป็นฝีมือนักเล่านิทานและนักประพันธ์รุ่นหลัง ทุกบทยกต้นฉบับภาษาจีนพร้อมคำแปล และบอกว่าข้อความนั้นอยู่ในบทไหน ผู้อ่านจะได้ตรวจเองได้ครับ
ชื่อบุคคลและสถานที่ในบทความนี้
ชื่อในสามก๊กฉบับไทยตามฉบับเจ้าพระยาพระคลัง (หน) อ่านตามสำเนียงฮกเกี้ยน ซึ่งต่างจากชื่อที่ใช้กันในระดับสากล บทความนี้จึงกำกับชื่อเฉพาะด้วยอักษรจีนตัวย่อและคำอ่านแบบจีนกลางเมื่อปรากฏครั้งแรก เช่น พระเจ้าเหี้ยนเต้ (献帝 เซี่ยนตี้) ส่วนเลข "ตอนที่" ของนิยายในบทความนี้เป็นเลขตอน (回) ของนิยายฉบับภาษาจีน ซึ่งฉบับเจ้าพระยาพระคลังแบ่งตอนไม่ตรงกัน ฉากสละราชสมบัติอยู่ในตอนที่ ๖๓ ของฉบับไทย
| อักษรจีน (ตัวย่อ) | พินอิน | อ่านแบบจีนกลาง | ชื่อในสามก๊กฉบับไทย / หมายเหตุ |
|---|---|---|---|
| 刘协 (汉献帝) | Liú Xié (Hàn Xiàndì) | หลิวเสีย (ฮั่นเซี่ยนตี้) | พระเจ้าเหี้ยนเต้ |
| 山阳公 | Shānyáng gōng | ซานหยางกง | ซันเอียงก๋ง (ฉบับไทยสะกดชื่อตำบลทั้ง ซันเอียง และ ซันเอี๋ยง) |
| 曹丕 | Cáo Pī | เฉาพี | โจผี (พระเจ้าโจผี) |
| 曹操 | Cáo Cāo | เฉาเชา | โจโฉ |
| 曹叡 | Cáo Ruì | เฉารุ่ย | โจยอย (พระเจ้าโจยอย) |
| 曹奂 | Cáo Huàn | เฉาฮ่วน | พระเจ้าโจฮวน ฮ่องเต้องค์สุดท้ายของวุยก๊ก |
| 司马炎 | Sīmǎ Yán | ซือหม่าเหยียน | สุมาเอี๋ยน |
| 董卓 | Dǒng Zhuó | ต่งจั๋ว | ตั๋งโต๊ะ |
| 李傕 / 郭汜 | Lǐ Jué / Guō Sì | หลี่เจฺวีย / กัวซื่อ | ลิฉุย / กุยกี |
| 诸葛亮 | Zhūgě Liàng | จูเก่อเลี่ยง | ขงเบ้ง |
| 曹节 | Cáo Jié | เฉาเจี๋ย | นางโจเฮา (ฉบับไทยไม่ระบุชื่อตัว) |
| 华歆 | Huá Xīn | หัวซิน | ฮัวหิม |
| 刘备 | Liú Bèi | หลิวเป้ย | เล่าปี่ |
| 曹植 | Cáo Zhí | เฉาจื๋อ | โจสิด |
| 苏则 | Sū Zé | ซูเจ๋อ | ไม่ปรากฏในฉบับไทย |
| 卫臻 | Wèi Zhēn | เว่ยเจิน | ไม่ปรากฏในฉบับไทย |
| 浊鹿城 | Zhuólù chéng | จั๋วลู่เฉิง | เมืองที่ตั้งของแคว้นซันเอียง ไม่ปรากฏในฉบับไทย |
| 禅陵 | Shàn líng | ซ่านหลิง | สุสานของพระเจ้าเหี้ยนเต้ ไม่ปรากฏในฉบับไทย |
| 范晔 | Fàn Yè | ฟ่านเย่ | ผู้เรียบเรียง《后汉书》 |
1. ฉากในนิยาย: กษัตริย์ที่ถูกไล่ออกจากวังทั้งน้ำตา
คนไทยที่อ่านสามก๊กจำพระเจ้าเหี้ยนเต้ได้ในภาพเดียว คือกษัตริย์หุ่นที่ถูกส่งต่อกันจากมือตั๋งโต๊ะ (董卓 ต่งจั๋ว) ไปลิฉุย (李傕 หลี่เจฺวีย) กุยกี (郭汜 กัวซื่อ) แล้วไปอยู่ในมือโจโฉ (曹操 เฉาเชา) ฉากสุดท้ายของพระองค์ในนิยายยิ่งตอกภาพนั้นให้ชัด
ตอนที่ 80 (第八十回) ของนิยายฉบับจีน ชื่อตอนว่า 「曹丕废帝篡炎刘」 คือ "โจผีปลดฮ่องเต้ ชิงบัลลังก์ราชวงศ์ฮั่น" หลังโจโฉตาย ฮัวหิม (华歆 หัวซิน) พาขุนนางเข้าไปทูลให้ยกราชสมบัติ พระเจ้าเหี้ยนเต้ไม่ยอม ฮัวหิมตวาดใส่ ดึงฉลองพระองค์ไว้ไม่ให้เสด็จหนี ใต้บันไดมีทหารวุยก๊กถืออาวุธยืนอยู่หลายร้อยคน จนพระองค์ต้องยอม เมื่อโจผี (曹丕 เฉาพี) ขึ้นแท่นรับราชสมบัติแล้ว ฮัวหิมก็จับพระเจ้าเหี้ยนเต้คุกเข่าฟังรับสั่ง
「立一帝,废一帝,古之常道!今上仁慈,不忍加害,封汝为山阳公。」
"ตั้งฮ่องเต้องค์หนึ่ง ก็ปลดฮ่องเต้อีกองค์หนึ่ง เป็นธรรมเนียมมาแต่โบราณ ฮ่องเต้องค์ปัจจุบันมีเมตตา ไม่ทนทำร้ายเจ้า จึงตั้งเจ้าเป็นซันเอียงก๋ง"
นิยายบรรยายต่อว่า 「献帝含泪拜谢,上马而去。台下军民人等见之,伤感不已。」 "พระเจ้าเหี้ยนเต้กลั้นน้ำตาคำนับขอบคุณ แล้วขึ้นม้าจากไป ทหารและราษฎรใต้แท่นเห็นแล้วสะเทือนใจไม่หาย"
ฉบับไทยของเจ้าพระยาพระคลัง (หน) แรงกว่าฉบับจีนอีก ตอนที่ ๖๓ ของฉบับไทยเล่าว่า "พระเจ้าโจผีจึงตั้งพระเจ้าเหี้ยนเต้ให้เปนที่วิเศษชื่อซันเอียงก๋ง ให้ไปอยู่ตำบลซันเอียง ที่อันนี้ไม่มีตำแหน่งเฝ้า ไม่มีเบี้ยหวัดผ้าปี" แล้วฮัวหิมชักกระบี่ออกมาประกาศว่า
"เปนประเพณีแผ่นดินได้สมบัติองค์หนึ่ง ก็กำจัดองค์หนึ่งเสีย พระเจ้าโจผีโปรดท่านไม่ฆ่าท่านเสีย แล้วตั้งให้เปนซันเอียงก๋งนั้นพระคุณหาที่สุดไม่ ถ้าไม่มีรับสั่งให้หาท่านอย่าเข้ามาเฝ้าเปนอันขาดทีเดียว"
จากนั้น "ซันเอียงก๋งน้ำตาไหลลาขุนนางทั้งปวง แล้วก็ขี่ม้าพาอพยพครอบครัวไปอยู่ตำบลซันเอี๋ยง" และนิยายก็ไม่เล่าถึงพระองค์อีกเลย คนอ่านจึงปิดหนังสือไปพร้อมภาพอดีตฮ่องเต้ที่ถูกเนรเทศ ไม่มีเงิน ไม่มีเกียรติ และรอดตายมาได้เพราะความเมตตาของคนที่ชิงบัลลังก์ไป
2. วันสละราชสมบัติในพงศาวดาร ส่วนไหนจริง
ต้องพูดให้ตรงก่อนว่า การเปลี่ยนราชวงศ์ครั้งนี้ไม่ใช่การยกให้ด้วยความเต็มใจ ตลอดรัชกาล พระเจ้าเหี้ยนเต้ไม่เคยมีอำนาจจริง โจโฉคุมราชสำนักมาตั้งแต่ ค.ศ. 196 พอโจโฉตายต้นปี ค.ศ. 220 โจผีลูกชายก็รับช่วงต่อ และขยับไปอีกขั้นที่บิดาไม่เคยทำ
《后汉书·孝献帝纪》ของฟ่านเย่ (范晔) บันทึกสั้น ๆ ว่า
「冬十月乙卯,皇帝逊位,魏王丕称天子。」
"ฤดูหนาว เดือนสิบ วันอี่เหม่า ฮ่องเต้สละราชสมบัติ วุยอ๋องโจผีขึ้นเป็นฮ่องเต้"
《资治通鉴》ของซือหม่ากวง (司马光) บันทึกว่าโจผี 「三上书辞让」 ถวายหนังสือปฏิเสธสามครั้ง แล้ว《三国志·魏书·文帝纪》ของตันซิ่ว (陈寿 เฉินโซ่ว) บันทึกว่า 「乃为坛于繁阳」 สร้างแท่นที่ฝานหยาง (繁阳) ขึ้นรับราชสมบัติ ตรงนี้นิยายเล่าตามพงศาวดาร ทั้งการถวายแล้วคืนหลายครั้ง และการสร้างแท่นพิธี ฉบับไทยก็เล่าว่าโจผีส่งตราคืนสองครั้งก่อนจะยอมรับ ประโยคที่โจผีพูดหลังพิธีก็มีที่มา อรรถาธิบายของเผยซงจือ (裴松之) ใต้บทเดียวกันยก《魏氏春秋》ว่า
「舜、禹之事,吾知之矣。」
"เรื่องของพระเจ้าซุ่นกับพระเจ้าอวี่ ข้ารู้แล้ว"
หมายถึงการยกบัลลังก์ในตำนานจีนโบราณที่เล่ากันว่าเป็นการมอบให้คนดี โจผีพูดเหมือนเพิ่งเห็นว่าการ "มอบบัลลังก์" ในตำนานนั้นจริง ๆ ทำกันแบบนี้ นิยายยกประโยคนี้ไปใส่เกือบคำต่อคำ
ฉากที่นิยายไม่ได้แต่งขึ้นเองอีกฉากคือความโกรธของฮองเฮา ฉบับไทยเล่าว่านางโจเฮา น้องสาวโจผี ด่าว่า "คนอย่างนี้หาเจริญไม่ เทพดาก็มิได้อวยพร" 《后汉书·皇后纪》บันทึกเรื่องฮองเฮาโจเจี๋ย (曹节 เฉาเจี๋ย) ลูกสาวโจโฉ ไว้ว่า
「魏受禅,遣使求玺绶,后怒不与。如此数辈,后乃呼使者入,亲数让之,以玺抵轩下,因涕泣横流曰:『天不祚尔!』」
"เมื่อวุยก๊กรับราชสมบัติ ส่งทูตมาขอตราหยก ฮองเฮาโกรธไม่ยอมให้ ทูตมาหลายรอบ ฮองเฮาจึงเรียกทูตเข้ามาต่อว่าด้วยตัวเอง แล้วขว้างตราหยกลงใต้ราวระเบียง น้ำตานองหน้า กล่าวว่า สวรรค์จะไม่อำนวยพรแก่พวกเจ้า"
ส่วนที่ไม่พบในพงศาวดารที่ยกมาในบทความนี้ คือฉากฮัวหิมดึงฉลองพระองค์ ฉากทหารชักกระบี่ทวงตราในท้องพระโรง และประโยค "ตั้งฮ่องเต้องค์หนึ่ง ปลดอีกองค์หนึ่ง" รวมถึงคำสั่งห้ามเข้าเฝ้าที่ฮัวหิมประกาศ พงศาวดารไม่ได้เล่าว่าวันนั้นใครพูดอะไรกับพระเจ้าเหี้ยนเต้ แต่สิ่งที่พงศาวดารเล่าละเอียดกลับเป็นเรื่องที่นิยายไม่พูดถึงเลย คือพระองค์ได้อะไรบ้างหลังจากนั้น
3. ซันเอียงก๋งได้อะไรบ้าง: ไม่ใช่ "ไม่มีเบี้ยหวัดผ้าปี"
ประโยคถัดมาใน《后汉书》หลังบันทึกการสละราชสมบัติ คือรายการสิทธิของซันเอียงก๋ง
「奉帝为山阳公,邑一万户,位在诸侯王上,奏事不称臣,受诏不拜,以天子车服郊祀天地,宗庙、祖、腊皆如汉制,都山阳之浊鹿城。」
"ตั้งพระเจ้าเหี้ยนเต้เป็นซันเอียงก๋ง ศักดินาหมื่นครัวเรือน ศักดิ์อยู่เหนืออ๋องทั้งปวง ถวายหนังสือไม่ต้องเรียกตัวเองว่าข้า รับราชโองการไม่ต้องคำนับ ใช้ราชรถและเครื่องทรงของฮ่องเต้ในพิธีบวงสรวงฟ้าดิน ศาลบรรพบุรุษและพิธีเซ่นไหว้ทั้งหลายใช้แบบราชวงศ์ฮั่นทั้งหมด ตั้งเมืองหลวงที่เมืองจั๋วลู่ (浊鹿城) ในเขตซันเอียง"
《三国志·文帝纪》บันทึกเรื่องเดียวกันไว้ในเดือนถัดมา และเพิ่มรายละเอียดว่าซันเอียงก๋ง 「行汉正朔」 คือยังใช้ปฏิทินของราชวงศ์ฮั่นในแคว้นของตัวเอง เมื่อราชสำนักวุยก๊กมีพิธีที่ศาลบรรพบุรุษก็ต้อง 「致胙」 ส่งเนื้อเซ่นไปถวายซันเอียงก๋ง และ 「封公之四子为列侯」 ตั้งโอรสสี่องค์เป็นเหลียวโหว (列侯 ขุนนางชั้นโหว)
ถ้าวางสองประโยคนี้เทียบกับฉบับไทยที่ว่า "ไม่มีตำแหน่งเฝ้า ไม่มีเบี้ยหวัดผ้าปี" จะเห็นว่าตรงข้ามกันแทบทุกข้อ พงศาวดารไม่มีคำสั่งห้ามเข้าเฝ้า กลับบันทึกว่าแม้ถวายหนังสือก็ไม่ต้องเรียกตัวเองว่าข้า และรับราชโองการก็ไม่ต้องคำนับ ส่วนศักดินาหมื่นครัวเรือนนั้นมากแค่ไหน ลองเทียบกับซูเจ๋อ (苏则) ขุนนางวุยก๊กที่ปราบกบฏทางตะวันตกได้แล้วเลื่อนเป็นโหว《三国志》บันทึกว่าได้ 「邑三百户」 ศักดินาสามร้อยครัวเรือน
ฝั่งโจผีเองก็พยายามแสดงให้คนเห็นว่าดูแลอดีตฮ่องเต้อย่างดี 《资治通鉴》เล่มที่ 69บันทึกว่า เมื่อขุนนางพากันยกย่องวุยก๊กและติราชวงศ์ฮั่น มีขุนนางชื่อเว่ยเจิน (卫臻) คนเดียวที่พูดถึงความดีของราชวงศ์ฮั่น โจผีหันไปมองเว่ยเจินหลายครั้งแล้วพูดว่า
「天下之珍,当与山阳共之。」
"ของล้ำค่าในแผ่นดิน ต้องแบ่งกับซันเอียงก๋งด้วย"
《资治通鉴》ยังบันทึกว่า 「山阳公奉二女以嫔于魏」 ซันเอียงก๋งถวายธิดาสองคนเป็นพระสนมของฮ่องเต้วุยก๊ก และอรรถาธิบายใต้《文帝纪》ยก《魏书》ว่าในปีหวงชู (黄初) ที่ 4 ราว ค.ศ. 223 โจผี 「赐山阳公夫人汤沐邑,公女曼为长乐郡公主,食邑各五百户」 พระราชทานที่ดินส่วนพระองค์แก่ภรรยาซันเอียงก๋ง และตั้งธิดาชื่อหลิวม่าน (刘曼) เป็นองค์หญิงแห่งฉางเล่อ ได้ศักดินาคนละห้าร้อยครัวเรือน
ทั้งหมดนี้ไม่ได้แปลว่าโจผีใจดี การเลี้ยงดูอดีตฮ่องเต้ให้มีเกียรติเป็นการประกาศว่าราชวงศ์วุยก๊กได้บัลลังก์มาอย่างชอบธรรม ตามแบบการ "มอบบัลลังก์" ในตำนาน ไม่ใช่ปล้นมา พระเจ้าเหี้ยนเต้จึงมีค่าต่อวุยก๊กมากที่สุดในฐานะคนที่ยังมีชีวิตอยู่อย่างสุขสบาย
4. ข่าวลือว่าถูกฆ่า ที่ทั้งเล่าปี่และขุนนางวุยก๊กเชื่อ
นิยายมีฉากหนึ่งต่อจากการสละราชสมบัติ ซึ่งคนอ่านมักผ่านไปเร็ว ฉบับไทยเล่าว่ามีคนมาบอกเล่าปี่ว่า "ได้ยินเขาลือมาว่าโจผีฆ่าพระเจ้าเหี้ยนเต้เสียแล้วชิงเอาราชสมบัติ" เล่าปี่ร้องไห้ ให้ขุนนางนุ่งขาวห่มขาว และ "ให้จารึกพระนามพระเจ้าเหี้ยนเต้ว่าพระเจ้าเฮามินฮองเต้ลงในกระดานไม้หอม"
ฉากนี้มีจริงในพงศาวดาร 《三国志·蜀书·先主传》บันทึกว่า
「或传闻汉帝见害,先主乃发丧制服,追谥曰孝愍皇帝。」
"มีข่าวลือว่าฮ่องเต้ฮั่นถูกปลงพระชนม์ เล่าปี่จึงประกาศไว้ทุกข์ แต่งชุดไว้ทุกข์ และถวายพระนามย้อนหลังว่าเซี่ยวหมิ่นฮ่องเต้ (孝愍皇帝)"
"เฮามินฮองเต้" ในฉบับไทยก็คือ 孝愍 นั่นเอง คำว่า 愍 แปลว่าน่าเวทนา เป็นพระนามสำหรับกษัตริย์ที่สิ้นพระชนม์อย่างน่าสงสาร ต่อมาไม่นาน ขุนนางฝ่ายเล่าปี่ก็ทูลให้ขึ้นเป็นฮ่องเต้สืบราชวงศ์ฮั่น ข่าวลือนี้จึงมีประโยชน์ทางการเมืองต่อเล่าปี่โดยตรง
ที่น่าสนใจคือคนฝั่งวุยก๊กก็เชื่อข่าวลือเดียวกัน 《三国志·魏书·苏则传》บันทึกว่าซูเจ๋อกับโจสิด (曹植 เฉาจื๋อ) น้องชายโจผีเอง ได้ยินข่าวว่าวุยก๊กแทนที่ฮั่นแล้วก็ใส่ชุดไว้ทุกข์ร้องไห้ อรรถาธิบายยก《魏略》ขยายความว่า
「则在金城,闻汉帝禅位,以为崩也,乃发丧;后闻其在,自以不审,意颇默然。」
"ซูเจ๋ออยู่ที่เมืองจินเฉิง ได้ข่าวว่าฮ่องเต้ฮั่นสละราชสมบัติ เข้าใจว่าสิ้นพระชนม์แล้ว จึงประกาศไว้ทุกข์ ภายหลังรู้ว่ายังมีพระชนม์อยู่ ก็รู้สึกว่าตัวเองไม่ได้ตรวจข่าวให้ดี จึงนิ่งเงียบไป"
แปลว่าในยุคนั้น คนจำนวนมากคาดว่าฮ่องเต้ที่ถูกแทนที่จะไม่รอด ซึ่งเป็นความคาดหมายที่มีเหตุผล แต่พระเจ้าเหี้ยนเต้ยังอยู่ และอยู่ต่อไปอีกนาน
5. สิ้นพระชนม์ ค.ศ. 234 และ "สิบสี่ปี" นับอย่างไร
ซันเอียงก๋งมีชีวิตยืนยาวกว่าโจผีที่แย่งบัลลังก์ไป โจผีสวรรคตใน ค.ศ. 226 ลูกชายคือโจยอย (曹叡 เฉารุ่ย) ขึ้นครองราชย์ต่อ แล้วใน ค.ศ. 234 《三国志·魏书·明帝纪》บันทึกว่า
「三月庚寅,山阳公薨,帝素服发哀,遣使持节典护丧事。」
"เดือนสาม วันเกิงอิ๋น ซันเอียงก๋งสิ้นพระชนม์ ฮ่องเต้ทรงชุดขาวประกาศไว้ทุกข์ ส่งทูตถือคทาอาญาสิทธิ์ไปดูแลงานพระศพ"
เดือนถัดมาโจยอย 「追谥山阳公为汉孝献皇帝,葬以汉礼」 ถวายพระนามย้อนหลังว่าเซี่ยวเซี่ยนฮ่องเต้แห่งราชวงศ์ฮั่น และให้จัดพระศพตามพิธีของราชวงศ์ฮั่น ชื่อ "เหี้ยนเต้" (献帝) ที่คนไทยรู้จักก็มาจากพระนามที่ฝ่ายวุยก๊กถวายหลังสิ้นพระชนม์นี่เอง อรรถาธิบายยก《献帝传》ว่าขุนนางเคยเสนอให้จัดพระศพแค่ระดับอ๋อง แต่โจยอยไม่ยอม สั่งให้จัดแบบฮ่องเต้ และให้ลูกหลานสืบตำแหน่งต่อ 「立其后嗣为山阳公,以通三统,永为魏宾」 "ตั้งทายาทเป็นซันเอียงก๋งสืบไป ให้ราชวงศ์เก่ายังมีผู้สืบเซ่นไหว้ และเป็นแขกผู้มีเกียรติของวุยก๊กตลอดไป"
《后汉书》ปิดพระราชประวัติด้วยตัวเลขที่ปรากฏบนปกบทความนี้
「自逊位至薨,十有四年,年五十四,谥孝献皇帝。」
"นับแต่สละราชสมบัติจนสิ้นพระชนม์ได้สิบสี่ปี พระชนมายุห้าสิบสี่ ถวายพระนามว่าเซี่ยวเซี่ยนฮ่องเต้"
ตัวเลข "สิบสี่ปี" จึงมาจาก《后汉书》โดยตรง แต่ต้องเข้าใจวิธีนับ บันทึกจีนนับปีแบบรวมปีต้นและปีปลาย การสละราชสมบัติเกิดในเดือนสิบของปี ค.ศ. 220 ซึ่งวิกิพีเดียภาษาจีนเทียบเป็นปลายเดือนพฤศจิกายน และสิ้นพระชนม์ในเดือนสามของปี ค.ศ. 234 ซึ่งเทียบเป็นเดือนเมษายน ถ้านับเป็นเวลาจริงจึงเป็นราว 13 ปีกับอีกไม่กี่เดือน พระชนมายุห้าสิบสี่ก็นับแบบจีนเช่นกัน ตามปฏิทินสากลคือราว 53 ปี
《后汉书》บันทึกว่าในเดือนแปด 「以汉天子礼仪葬于禅陵」 ฝังพระศพด้วยพิธีของฮ่องเต้ฮั่นที่สุสานซ่านหลิง (禅陵) ชื่อสุสานมีคำว่า 禅 ที่แปลว่าการยกบัลลังก์ ปัจจุบันวิกิพีเดียภาษาจีนระบุว่าซากเมืองจั๋วลู่และสุสานซ่านหลิงอยู่ในอำเภอซิวอู่ (修武县) เมืองเจียวจั้ว มณฑลเหอหนาน
เรื่องเล็ก ๆ ที่บอกน้ำหนักของข่าวนี้ใน《资治通鉴》เล่มที่ 72 คือบันทึกการสิ้นพระชนม์ 「三月,庚寅,山阳公卒,帝素服发丧」 วางอยู่ถัดจากบันทึกว่าเดือนก่อนหน้านั้นขงเบ้ง (诸葛亮 จูเก่อเลี่ยง) ยกทัพใหญ่สิบหมื่นบุกวุยก๊ก และในปีเดียวกันนั้นเอง《资治通鉴》ก็บันทึกว่า 「亮卒于军中」 ขงเบ้งเสียชีวิตในกองทัพ อดีตฮ่องเต้ที่นิยายเล่าว่าถูกไล่ออกจากวังทั้งน้ำตา มีชีวิตอยู่จนถึงปีเดียวกับที่ขงเบ้งตาย
6. แคว้นซันเอียงอยู่นานกว่าราชวงศ์วุยก๊ก
นิยายตอนที่ 119 มีกลอนบทหนึ่งตอนที่สุมาเอี๋ยน (司马炎 ซือหม่าเหยียน) ปลดพระเจ้าโจฮวน (曹奂 เฉาฮ่วน) ฮ่องเต้องค์สุดท้ายของวุยก๊ก ลงเป็นเฉินหลิวหวัง (陈留王) ในปี ค.ศ. 265
「晋国规模如魏王,陈留踪迹似山阳。」
"แบบแผนของราชวงศ์จิ้นก็เหมือนที่วุยก๊กเคยทำ ร่องรอยของเฉินหลิวหวังก็ซ้ำรอยซันเอียงก๋ง"
กลอนนี้ตั้งใจเยาะว่าวุยก๊กได้รับผลกรรมแบบเดียวกับที่ทำไว้กับราชวงศ์ฮั่น แต่ถ้าอ่านพงศาวดารประกอบ จะเห็นว่าเรื่องจริงยิ่งย้อนแย้งกว่านั้น《后汉书》บันทึกว่าแคว้นซันเอียงยังอยู่ต่อหลังวุยก๊กล่มสลาย
「太子早卒,孙康立五十一年,晋太康六年薨。子瑾立四年,太康十年薨。子秋立二十年,永嘉中为胡贼所杀,国除。」
"รัชทายาทสิ้นพระชนม์ก่อน หลานชื่อหลิวคังสืบตำแหน่งห้าสิบเอ็ดปี สิ้นชีวิตปีที่หกแห่งรัชศกไท่คังของราชวงศ์จิ้น ลูกชื่อหลิวจิ่นสืบสี่ปี สิ้นชีวิตปีที่สิบแห่งไท่คัง ลูกชื่อหลิวชิวสืบยี่สิบปี ถูกพวกโจรชนเผ่าฆ่าในรัชศกหย่งเจีย แคว้นจึงสิ้นสุด"
นับคร่าว ๆ จากปี ค.ศ. 220 ถึงรัชศกหย่งเจีย (ค.ศ. 307–313) แคว้นของลูกหลานพระเจ้าเหี้ยนเต้อยู่ได้ราวเก้าสิบปี ยาวกว่าราชวงศ์วุยก๊กทั้งราชวงศ์ ซึ่งมีอายุสี่สิบห้าปี และพระศพของพระเจ้าเหี้ยนเต้ก็ไม่ได้ถูกลืม ฮองเฮาโจเจี๋ยผู้ขว้างตราหยกมีชีวิตต่อมาอีกหลายสิบปีในฐานะภรรยาของซันเอียงก๋ง แล้วได้ฝังรวมกันที่สุสานซ่านหลิง《后汉书》ระบุว่าพิธีศพของนาง 「车服礼仪皆依汉制」 ใช้รถและพิธีแบบราชวงศ์ฮั่นทั้งหมด
ฟ่านเย่ผู้เรียบเรียง《后汉书》ไม่ได้โทษพระเจ้าเหี้ยนเต้ว่าทำให้ราชวงศ์ล่ม ในบทวิจารณ์ท้ายพระราชประวัติเขาเขียนว่า 「天厌汉德久矣,山阳其何诛焉!」 "ฟ้าเบื่อหน่ายคุณธรรมของราชวงศ์ฮั่นมานานแล้ว จะไปตำหนิซันเอียงก๋งได้อย่างไร" และปิดด้วยคำสรรเสริญสี่วรรค 「献生不辰,身播国屯。终我四百,永作虞宾。」 "พระเจ้าเหี้ยนเต้เกิดผิดยุค ต้องระหกระเหินขณะบ้านเมืองลำบาก ปิดฉากราชวงศ์สี่ร้อยปีของเรา แล้วเป็นแขกผู้มีเกียรติของราชวงศ์ใหม่ไปตลอดกาล" ซึ่งเป็นอักษรชุดเดียวกับที่ช่างสมัยชิงเขียนไว้บนภาพพระเจ้าเหี้ยนเต้ข้างต้น
คำถามที่พบบ่อย
พระเจ้าเหี้ยนเต้ถูกฆ่าหลังสละราชสมบัติไหม?
ไม่ พระเจ้าเหี้ยนเต้สละราชสมบัติให้โจผีใน ค.ศ. 220 แล้วเป็นซันเอียงก๋งจนสิ้นพระชนม์ใน ค.ศ. 234《三国志·明帝纪》บันทึกว่าโจยอยทรงชุดขาวไว้ทุกข์ให้ ส่วนข่าวที่ว่าถูกปลงพระชนม์เป็นข่าวลือหลังการสละราชสมบัติ ซึ่งเล่าปี่เชื่อและถวายพระนามว่าเฮามินฮองเต้ (孝愍皇帝)
ซันเอียงก๋งได้สิทธิอะไรบ้าง?
《后汉书》บันทึกว่าได้ศักดินาหมื่นครัวเรือน ศักดิ์อยู่เหนืออ๋องทั้งปวง ถวายหนังสือไม่ต้องเรียกตัวเองว่าข้า รับราชโองการไม่ต้องคำนับ ใช้เครื่องทรงฮ่องเต้ในพิธีบวงสรวงฟ้าดิน และใช้พิธีของราชวงศ์ฮั่นในแคว้นของตัวเอง โอรสสี่องค์ได้เป็นขุนนางชั้นโหว
พระเจ้าเหี้ยนเต้อยู่หลังสละราชสมบัติกี่ปี?
《后汉书》เขียนว่า 「自逊位至薨,十有四年」 คือสิบสี่ปี โดยนับแบบจีนที่รวมปีต้นและปีปลาย ถ้านับเวลาจริงจากปลายปี ค.ศ. 220 ถึงเดือนเมษายน ค.ศ. 234 คือราว 13 ปีกับอีกไม่กี่เดือน
ฉบับไทยที่ว่าซันเอียงก๋ง "ไม่มีเบี้ยหวัดผ้าปี" ถูกต้องไหม?
ไม่ตรงกับพงศาวดาร《后汉书》และ《三国志·文帝纪》บันทึกว่าซันเอียงก๋งได้ศักดินาหมื่นครัวเรือน ถวายหนังสือไม่ต้องเรียกตัวเองว่าข้า และรับราชโองการไม่ต้องคำนับ ส่วนคำสั่งห้ามเข้าเฝ้าที่ฮัวหิมประกาศไม่พบในพงศาวดารที่ใช้ในบทความนี้
พระศพพระเจ้าเหี้ยนเต้ฝังที่ไหน?
ที่สุสานซ่านหลิง (禅陵) ใกล้เมืองจั๋วลู่ซึ่งเป็นที่ตั้งของแคว้นซันเอียง《后汉书》บันทึกว่าฝังด้วยพิธีของฮ่องเต้ฮั่นในเดือนแปดของปี ค.ศ. 234 ปัจจุบันอยู่ในอำเภอซิวอู่ เมืองเจียวจั้ว มณฑลเหอหนาน
สรุป
นิยายสามก๊กปิดเรื่องพระเจ้าเหี้ยนเต้ด้วยภาพอดีตฮ่องเต้ที่ถูกขู่ ถูกไล่ และขี่ม้าจากไปทั้งน้ำตา ฉบับไทยยังเติมว่าตำแหน่งใหม่ "ไม่มีเบี้ยหวัดผ้าปี" แต่พงศาวดารเล่าอีกแบบ การสละราชสมบัติเกิดขึ้นใต้อำนาจของตระกูลโจจริง และฮองเฮาโจเจี๋ยก็โกรธจนขว้างตราหยกจริง ทว่าหลังจากนั้นซันเอียงก๋งได้ศักดินาหมื่นครัวเรือน มีศักดิ์เหนืออ๋องทุกองค์ ไม่ต้องคำนับใคร ใช้พิธีของราชวงศ์ฮั่นต่อไป มีชีวิตอีกสิบสี่ปีตามการนับของ《后汉书》 ได้พระราชพิธีศพแบบฮ่องเต้ และลูกหลานยังสืบตำแหน่งอยู่นานกว่าราชวงศ์วุยก๊กเสียอีก
แหล่งข้อมูล
- 《后汉书·孝献帝纪》 การสละราชสมบัติ สิทธิของซันเอียงก๋ง "สิบสี่ปี" และลูกหลานสามรุ่น — ต้นฉบับภาษาจีนบนวิกิซอร์ซ
- 《后汉书·皇后纪》 ฮองเฮาโจเจี๋ยขว้างตราหยก — ต้นฉบับภาษาจีนบนวิกิซอร์ซ
- 《三国志·魏书·文帝纪》 พร้อมอรรถาธิบายที่อ้าง《魏氏春秋》และ《魏书》 — ต้นฉบับภาษาจีนบนวิกิซอร์ซ
- 《三国志·魏书·明帝纪》 การสิ้นพระชนม์และพระราชพิธีศพ พร้อมอรรถาธิบายที่อ้าง《献帝传》 — ต้นฉบับภาษาจีนบนวิกิซอร์ซ
- 《三国志·蜀书·先主传》 เล่าปี่ไว้ทุกข์ให้พระเจ้าเหี้ยนเต้เพราะข่าวลือ — ต้นฉบับภาษาจีนบนวิกิซอร์ซ
- 《三国志·魏书·苏则传》 และอรรถาธิบายที่อ้าง《魏略》 — ต้นฉบับภาษาจีนบนวิกิซอร์ซ
- 《资治通鉴》 เล่มที่ 69 ปี ค.ศ. 220–221 — ต้นฉบับภาษาจีนบนวิกิซอร์ซ
- 《资治通鉴》 เล่มที่ 72 ปี ค.ศ. 234 — ต้นฉบับภาษาจีนบนวิกิซอร์ซ
- นิยาย《三国演义》ตอนที่ 80 曹丕废帝篡炎刘 — ต้นฉบับภาษาจีนบนวิกิซอร์ซ
- นิยาย《三国演义》ตอนที่ 119 กลอนเทียบเฉินหลิวหวังกับซันเอียงก๋ง — ต้นฉบับภาษาจีนบนวิกิซอร์ซ
- สามก๊ก ฉบับเจ้าพระยาพระคลัง (หน) ตอนที่ ๖๓ — ห้องสมุดดิจิทัลวชิรญาณ
- 汉献帝 พระเจ้าเหี้ยนเต้ วันที่ตามปฏิทินสากลและที่ตั้งสุสานซ่านหลิงในปัจจุบัน — วิกิพีเดียภาษาจีน
