ในนิยาย: โจโฉ (曹操 เฉาเชา) คือขุนนางผู้ข่มเหงพระเจ้าเหี้ยนเต้ (汉献帝 ฮั่นเซี่ยนตี้) และคิดชิงราชบัลลังก์ตลอดเรื่อง คนจำนวนมากจึงจำว่าโจโฉเป็นฮ่องเต้ของวุยก๊ก แต่แม้ในนิยาย เมื่อซุนกวนส่งหนังสือยุให้ตั้งตัวเป็นใหญ่ โจโฉก็ตอบว่าจะทำเพียงอย่างจิ๋วบุนอ๋องที่วางรากฐานไว้ให้ลูก
ในพงศาวดาร: โจโฉไม่เคยเป็นจักรพรรดิ《三国志》บันทึกว่าเขาตายเมื่อ ค.ศ. 220 ในฐานะวุยอ๋อง (魏王 เว่ยหวัง) และอัครมหาเสนาบดีของราชวงศ์ฮั่น ได้นามหลังสิ้นว่า "อู่หวัง" ปลายปีเดียวกัน โจผี (曹丕 เฉาพี) รับการสละราชสมบัติจากพระเจ้าเหี้ยนเต้ ตั้งราชวงศ์วุยก๊ก แล้วจึงถวายนามพ่อเป็น "อู่หวงตี้" (武皇帝) ย้อนหลัง
ถอดหน้ากากสามก๊ก ฉบับ MingPaPa (黄炳明 - หวงปิ่งหมิง): ผมกับสามก๊ก
ผม MingPaPa ชื่อจีน หวงปิ่งหมิง - 黄炳明 ชื่อไทย ธนินพงษ์ ศุภพิทักษ์พงษ์ คนไทยเชื้อสายจีนที่รักและผูกพันกับเรื่องราวของจีนมาตั้งแต่เด็กครับ
ตอนเล็ก ๆ ผมได้ยินพ่อกับผู้ใหญ่ในบ้านคุยกันว่า "ใครอ่านสามก๊กครบสามจบ คบไม่ได้" ทั้งที่พ่อผมเองก็อ่านมาหลายจบ พี่ชายผมก็อ่านหลายจบ ส่วนผม ก่อนอายุ 18 ปี อ่านเฉพาะสองฉบับ คือสามก๊กฉบับเจ้าพระยาพระคลัง (หน) กับสามก๊กฉบับวณิพกของยาขอบ รวมกันไปแล้ว 10 รอบ ยังไม่นับหนังสือวิเคราะห์กลยุทธ์และหนังสืออรรถาธิบายสามก๊กอีกหลายสิบเล่ม ยิ่งอ่านก็ยิ่งรัก และยิ่งเข้าใจว่าทำไมผู้ใหญ่ถึงพูดอย่างนั้น
อ่านสามก๊กครบสามจบ คบไม่ได้ เพราะอะไร
ถ้ามองให้ลึก คำนี้ไม่ได้อยู่ที่จำนวนรอบที่อ่าน แต่อยู่ที่ "สันดานเดิมของคนอ่าน" ซึ่งเป็นตัวตั้งต้นครับ สามก๊กคือภาพสะท้อนมนุษย์จริง ๆ ไม่มีใครขาวสะอาดหรือสมบูรณ์แบบ มีทั้งคนดีแต่ซื่อจนโง่ คนเจ้าเล่ห์ที่เลวแต่รวย และคนเก่งที่หยิ่งยโส ในโลกความจริงคนเห็นแก่ตัวก็มีมากกว่าคนดีอยู่แล้ว คนอ่านมีจริตแบบไหน ลึก ๆ ชอบตัวละครแบบใด ก็จะหยิบแง่มุมนั้นมาใช้กับตัวเอง คำว่า "คบไม่ได้" จึงแยกได้เป็นสองมุม
- คบไม่ได้เพราะเลียนแบบความร้าย คนที่มีเชื้อความเห็นแก่ตัวหรือชอบเอาเปรียบคนอยู่แล้ว พออ่านจนเจนจัด ก็ซึมซับความปลิ้นปล้อน กลอุบายสกปรก และการมองคนอื่นเป็นเบี้ยมาใช้ในชีวิตจริง คนกลุ่มนี้ "คบไม่ได้" ในความหมายตรงตัว เพราะพร้อมหักหลังและทำลายมิตรภาพเพื่อประโยชน์ของตัวเอง
- คบไม่ได้เพราะ "คบยาก" เกินไป คนกลุ่มนี้อ่านเพื่อเข้าใจจิตวิทยามนุษย์ วิธีเอาตัวรอด และเกมอำนาจที่ซ่อนอยู่ จนกลายเป็นคนคมกริบที่รู้เท่าทันคนจนไม่มีใครตบตาได้ คนทั่วไปจึงเข้าไม่ถึงหรือระแวงว่าจะถูกเอาเปรียบ ส่วนคนเก่งด้วยกันก็อยู่ด้วยลำบาก เพราะต่างฝ่ายต่างรู้ทันกัน ต้องตั้งการ์ดระวังตัวอยู่ตลอดเวลา
ถอดหน้ากากสามก๊ก ฉบับ MingPaPa (黄炳明 - หวงปิ่งหมิง) คือการอ่านสามก๊กอีกรอบด้วยสายตาของคนที่โตมากับนิยาย ผมหยิบฉากที่คนไทยจำได้ขึ้นใจมาวางเทียบกับพงศาวดาร《三国志》 (ซานกั๋วจื้อ — จดหมายเหตุสามก๊ก) ทีละประโยค ว่าตรงไหนเป็นประวัติศาสตร์ ตรงไหนเป็นฝีมือนักเล่านิทานและนักประพันธ์รุ่นหลัง ทุกบทยกต้นฉบับภาษาจีนพร้อมคำแปล และบอกว่าข้อความนั้นอยู่ในบทไหน ผู้อ่านจะได้ตรวจเองได้ครับ
ชื่อบุคคลและสถานที่ในบทความนี้
ชื่อในสามก๊กฉบับไทยตามฉบับเจ้าพระยาพระคลัง (หน) อ่านตามสำเนียงฮกเกี้ยน ซึ่งต่างจากชื่อที่ใช้กันในระดับสากล บทความนี้จึงกำกับชื่อเฉพาะด้วยอักษรจีนตัวย่อและคำอ่านแบบจีนกลางเมื่อปรากฏครั้งแรก เช่น โจโฉ (曹操 เฉาเชา) ส่วนเลข "ตอนที่" ของนิยายในบทความนี้เป็นเลขตอน (回) ของนิยายฉบับภาษาจีน ซึ่งฉบับเจ้าพระยาพระคลังแบ่งตอนไม่ตรงกัน ฉากในบทความนี้อยู่ในตอนที่ ๕๔ ๕๕ ๖๒ และ ๖๓ ของฉบับไทย
| อักษรจีน (ตัวย่อ) | พินอิน | อ่านแบบจีนกลาง | ชื่อในสามก๊กฉบับไทย / หมายเหตุ |
|---|---|---|---|
| 曹操 | Cáo Cāo | เฉาเชา | โจโฉ |
| 曹丕 | Cáo Pī | เฉาพี | โจผี |
| 汉献帝 | Hàn Xiàndì | ฮั่นเซี่ยนตี้ | พระเจ้าเหี้ยนเต้ |
| 孙权 | Sūn Quán | ซุนเฉฺวียน | ซุนกวน |
| 夏侯惇 | Xiàhóu Dūn | เซี่ยโหวตุน | แฮหัวตุ้น |
| 陈群 | Chén Qún | เฉินฉฺวิน | ตันกุน |
| 桓阶 | Huán Jiē | หวนเจีย | ไม่ปรากฏในฉบับไทย |
| 华歆 | Huà Xīn | ฮว่าซิน | ฮัวหิม |
| 袁术 | Yuán Shù | หยวนซู่ | อ้วนสุด |
| 阎象 | Yán Xiàng | เหยียนเซี่ยง | เอียมเซียง |
| 吕布 | Lǚ Bù | หลี่ว์ปู้ | ลิโป้ |
| 周文王 | Zhōu Wénwáng | โจวเหวินหวัง | จิ๋วบุนอ๋อง (ฉบับไทยตอนที่ ๖๒ เขียนว่า จิวบูอ๋อง) |
| 魏公 | Wèi gōng | เว่ยกง | วุยก๋ง (บรรดาศักดิ์ "ก๋ง" คือกง ขั้นต่ำกว่าอ๋อง) |
| 魏王 | Wèi wáng | เว่ยหวัง | วุยอ๋อง |
| 武皇帝 | Wǔ huángdì | อู่หวงตี้ | นามหลังสิ้นที่โจผีถวายให้โจโฉ |
| 山阳公 | Shānyáng gōng | ซานหยางกง | ซันเอียงก๋ง (บรรดาศักดิ์ของพระเจ้าเหี้ยนเต้หลังสละราชสมบัติ) |
| 孙盛 | Sūn Shèng | ซุนเซิ่ง | ไม่ปรากฏในฉบับไทย (ผู้เขียน《魏氏春秋》) |
| 裴松之 | Péi Sōngzhī | เผยซงจือ | ผู้เขียนอรรถาธิบาย《三国志》 |
1. โจโฉในความจำของคนไทย
ถามคนไทยที่โตมากับสามก๊กว่าใครเป็นฮ่องเต้ของวุยก๊กคนแรก หลายคนจะตอบว่าโจโฉ ภาพของโจโฉในนิยายคือขุนนางที่จับพระเจ้าเหี้ยนเต้ (汉献帝 ฮั่นเซี่ยนตี้) ไว้ในมือ ใช้พระนามของฮ่องเต้สั่งหัวเมืองทั้งปวง ฆ่าพระมเหสีและพระสนมที่คิดกำจัดตน คนอ่านจึงเหมาว่าคนอย่างนี้ย่อมขึ้นนั่งบัลลังก์เองในที่สุด
แต่ทั้งในนิยายและในพงศาวดาร โจโฉไม่เคยขึ้นครองราชย์ เขาตายในฐานะ "อ๋อง" ไม่ใช่ "ฮ่องเต้" คนที่รับราชสมบัติจากราชวงศ์ฮั่นคือโจผี (曹丕 เฉาพี) ลูกชายของเขา หลังพ่อตายไปแล้วเกือบปี
นิยายเองก็ยอมรับเรื่องนี้ผ่านปากของลูกสาวโจโฉ เมื่อขุนนางบีบให้พระเจ้าเหี้ยนเต้สละราชสมบัติให้โจผี ตอนที่ ๖๓ ของฉบับไทยเล่าว่านางโจเฮาซึ่งเป็นพระมเหสีด่าขุนนางที่เข้ามาเชิญเสด็จว่า
"บิดาเราก็มิได้คิดประทุษฐร้ายต่อพระเจ้าแผ่นดิน บัดนี้พี่ชายเราได้แทนบิดายังมิทันไรสิจะคิดอ่านชิงเอาราชสมบัติ คนอย่างนี้หาเจริญไม่"
ฉบับจีนตอนที่ 80 ใช้ถ้อยคำแรงกว่า
「吾父功盖寰区,威震天下,然且不敢篡窃神器。」
"บิดาเรามีความชอบทั่วแผ่นดิน อำนาจสะท้านทั้งใต้หล้า ยังไม่กล้าชิงราชบัลลังก์"
2. บันไดสามขั้นของโจโฉ
ถ้าโจโฉไม่ได้เป็นฮ่องเต้ แล้วเขาเป็นอะไร ชีวประวัติโจโฉใน《三国志·魏书·武帝纪》บันทึกการไต่ตำแหน่งของเขาไว้เป็นขั้น ๆ
ขั้นแรก อัครมหาเสนาบดี ปีเจี้ยนอันที่ 13 (ค.ศ. 208) ราชสำนักฮั่นยุบตำแหน่งสามมหาเสนาบดีแบบเดิม ตั้งตำแหน่งเฉิงเซี่ยง (丞相) ขึ้นแทน แล้วให้โจโฉดำรงตำแหน่งนี้ อำนาจบริหารทั้งหมดจึงรวมอยู่ที่คนคนเดียว
ขั้นที่สอง วุยก๋ง ปีเจี้ยนอันที่ 18 (ค.ศ. 213) พระเจ้าเหี้ยนเต้แต่งตั้งโจโฉเป็นเว่ยกง (魏公) ได้ดินแดนสิบเมืองในมณฑลจี้โจวเป็นแคว้นของตัวเอง พร้อมเครื่องยศเก้าประการ (九锡) ที่ราชสำนักให้แก่ขุนนางผู้มีความชอบสูงสุด แคว้นวุยก๊กมีขุนนางของตัวเองตามแบบเจ้าผู้ครองแคว้นต้นราชวงศ์ฮั่น ในฉบับไทยเรียกตำแหน่งนี้ว่า "วุยก๋ง"
ขั้นที่สาม วุยอ๋อง ปีเจี้ยนอันที่ 21 (ค.ศ. 216) พงศาวดารบันทึกว่า
「夏五月,天子进公爵为魏王。」
"เดือนห้า ฮ่องเต้เลื่อนบรรดาศักดิ์กงขึ้นเป็นวุยอ๋อง"
อรรถาธิบายของเผยซงจือ (裴松之) อ้าง《献帝传》ว่าโจโฉ 「上书三辞,诏三报不许」 "ถวายหนังสือขอปฏิเสธสามครั้ง ราชโองการตอบไม่อนุญาตทั้งสามครั้ง" ฉบับไทยก็จำเรื่องนี้ได้ ในตอนที่ ๖๓ ฮัวหิม (华歆 ฮว่าซิน) ทูลพระเจ้าเหี้ยนเต้ว่า "เมื่อพระองค์ตั้งโจโฉเปนที่วุยอ๋อง โจโฉก็มิได้รับที่ถึงสามครั้ง"
ส่วนการอธิบายตำแหน่งนี้ให้คนไทยเข้าใจ ผู้แปลฉบับเจ้าพระยาพระคลังเลือกคำที่น่าสนใจมาก ตอนที่ ๕๔ เขียนว่าขุนนางเสนอให้โจโฉ "เลื่อนที่เปนเจ้าวุยอ๋อง แปลภาษาไทยว่าเจ้าต่างกรม" คือเจ้านายที่ได้ครองกรมของตัวเอง ยังอยู่ใต้พระเจ้าแผ่นดิน
ปีต่อมา เครื่องยศเกือบเท่าฮ่องเต้ ปีเจี้ยนอันที่ 22 (ค.ศ. 217) พงศาวดารบันทึกว่าพระเจ้าเหี้ยนเต้ให้โจโฉตั้งธงแบบฮ่องเต้ และให้ร้องประกาศกันทางเวลาเสด็จเข้าออก แล้วในเดือนสิบ
「天子命王冕十有二旒,乘金根车,驾六马,设五时副车,以五官中郎将丕为魏太子。」
"ฮ่องเต้ให้วุยอ๋องสวมมงกุฎสิบสองสาย นั่งรถทอง เทียมม้าหกตัว มีรถพ่วงห้าสีตามฤดู และตั้งโจผีเป็นรัชทายาทแห่งแคว้นวุยก๊ก"
ตอนที่ ๕๕ ของฉบับไทยเล่าตรงกันว่าพระเจ้าเหี้ยนเต้ "ให้ขี่รถทองเทียมม้าหกตัว แลเครื่องแต่งตัวแห่แหนนั้นเหมือนกันกับที่เจ้าแผ่นดิน"
ถึงจุดนี้ โจโฉมีทุกอย่างของฮ่องเต้ ยกเว้นสองอย่าง คือพระนามฮ่องเต้กับบัลลังก์ในเมืองหลวง
3. "ถ้าฟ้าลิขิตให้เรา เราจะเป็นจิ๋วบุนอ๋อง"
ปลายปีเจี้ยนอันที่ 24 (ค.ศ. 219) ระหว่างศึกชิงเกงจิ๋ว ซุนกวน (孙权 ซุนเฉฺวียน) ส่งหนังสือมาขออาสาตีกวนอู อรรถาธิบายใต้ชีวประวัติโจโฉอ้าง《魏略》ว่าในหนังสือนั้นซุนกวนยอมเป็นข้า และยกเรื่องลิขิตฟ้าขึ้นมาพูด เป็นนัยว่าโจโฉควรขึ้นเป็นฮ่องเต้ โจโฉเอาหนังสือนั้นให้คนข้างนอกดู แล้วพูดว่า
「是儿欲踞吾著炉火上邪!」
"เจ้าเด็กนี่คิดจะจับเราไปนั่งบนเตาไฟหรือ"
ขุนนางของโจโฉเองกลับเห็นด้วยกับซุนกวน ตันกุน (陈群 เฉินฉฺวิน) กับหวนเจีย (桓阶) ถวายความเห็นว่าราชวงศ์ฮั่นเหลือแต่ชื่อมานานแล้ว ไม่มีดินสักคืบ ราษฎรสักคนที่เป็นของฮั่นจริง ๆ ส่วน《魏氏春秋》ของซุนเซิ่ง (孙盛) เล่าว่าแฮหัวตุ้น (夏侯惇 เซี่ยโหวตุน) ทูลให้โจโฉรับลิขิตฟ้า โจโฉตอบว่า
「若天命在吾,吾为周文王矣。」
"ถ้าลิขิตฟ้าอยู่ที่เรา เราจะเป็นโจวเหวินหวัง"
โจวเหวินหวัง (周文王) หรือที่ฉบับไทยเรียกว่าจิ๋วบุนอ๋อง คือเจ้าแคว้นโจวที่มีกำลังเหนือราชวงศ์ซาง แต่ไม่ยอมโค่นราชวงศ์เอง ลูกชายของท่านจึงเป็นผู้ยกทัพตั้งราชวงศ์โจว ความหมายของโจโฉจึงชัดเจน เขาจะไม่ขึ้นครองราชย์เอง แต่จะเตรียมทุกอย่างไว้ให้ลูก
ภาพจิ๋วบุนอ๋องนี้ไม่ใช่ของใหม่ในยุคนั้น ยี่สิบกว่าปีก่อน เมื่ออ้วนสุด (袁术 หยวนซู่) คิดตั้งตัวเป็นฮ่องเต้ ชีวประวัติอ้วนสุดใน《三国志》บันทึกว่าเอียมเซียง (阎象 เหยียนเซี่ยง) ที่ปรึกษาของเขาทัดทานว่า
「昔周自后稷至于文王,积德累功,参分天下有其二,犹服事殷。」
"แต่ก่อนราชวงศ์โจว ตั้งแต่โฮ่วจี้จนถึงโจวเหวินหวัง สะสมคุณธรรมและความชอบ มีแผ่นดินอยู่ในมือสองในสามส่วน ก็ยังรับใช้ราชวงศ์ซาง"
อ้วนสุดไม่ฟัง ตั้งตัวเป็นฮ่องเต้ พงศาวดารเล่าต่อว่าอ้วนสุด 「前为吕布所破,后为太祖所败」 "ถูกลิโป้ตีแตกก่อน แล้วแพ้โจโฉ" สุดท้ายป่วยตายกลางทาง ฉบับไทยตอนที่ ๑๕ก็เก็บคำทัดทานนี้ไว้ว่า "หัวเมืองทั้งปวงอยู่ในอำนาจจิ๋วบุนอ๋องนั้นถึงสองส่วน อยู่ในอำนาจพระเจ้าติวอ๋องนั้นส่วนเดียว แลจิ๋วบุนอ๋องนั้นก็มีใจสัตย์ซื่อต่อแผ่นดิน มิได้ตั้งตัวเปนเจ้า" โจโฉเป็นคนหนึ่งที่ตีอ้วนสุดแตกด้วยมือตัวเอง และเลือกทางตรงข้าม
นิยายฉบับจีนตอนที่ 78 รับคำพูดนี้ไปเกือบคำต่อคำ คือ 「苟天命在孤,孤为周文王矣。」 ส่วนตอนที่ ๖๒ ของฉบับไทยแปลออกมาเป็นความยาวกว่า
"เราจะตั้งตัวเปนเจ้าแผ่นดินเคียงพระเจ้าเหี้ยนเต้นั้นไม่สมควร เราจะทำแต่พอเหมือนจิวบูอ๋อง ซึ่งทำการไว้ให้แก่ลูกชาย"
ฉบับไทยตรงนี้เขียนชื่อว่า "จิวบูอ๋อง" ส่วนต้นฉบับจีนคือ 周文王 ซึ่งฉบับไทยตอนอื่นเรียก "จิ๋วบุนอ๋อง" แต่ความหมายที่ผู้แปลอธิบายไว้ "ทำการไว้ให้แก่ลูกชาย" ตรงกับต้นฉบับทุกประการ
ยังมีบันทึกอีกฉบับหนึ่งที่เล่าต่างออกไป อรรถาธิบายเดียวกันอ้าง《曹瞒传》และ《世语》ว่าหวนเจียทูลให้โจโฉขึ้นครองราชย์ แต่แฮหัวตุ้นเห็นว่าควรตีจ๊กก๊กให้แตกก่อน โจโฉเชื่อแฮหัวตุ้น ซุนเซิ่งวิจารณ์ไว้ในที่เดียวกันว่าแฮหัวตุ้นเป็นคนละอายที่จะเป็นขุนนางฮั่น จึงเห็นว่า 「《世语》为妄矣」 "บันทึก《世语》เหลวไหล" สองฉบับขัดกันเรื่องว่าใครพูดอะไร แต่ตรงกันเรื่องผลลัพธ์ คือโจโฉไม่ขึ้นครองราชย์
4. ตายในฐานะวุยอ๋อง
เดือนอ้ายปีเจี้ยนอันที่ 25 (ค.ศ. 220) โจโฉตายที่ลกเอี๋ยง พงศาวดารใช้คำว่า 「王崩于洛阳,年六十六」 "วุยอ๋องสิ้นที่ลกเอี๋ยง อายุหกสิบหก" แล้วบันทึกว่า 「谥曰武王」 "ได้นามหลังสิ้นว่าอู่หวัง" คือ "อ๋องผู้เกรียงไกร" นามนี้เป็นนามของอ๋อง ไม่ใช่ของฮ่องเต้
โจผีสืบตำแหน่งต่อตามลำดับเดิมของพ่อ ชีวประวัติโจผีใน《三国志·魏书·文帝纪》บันทึกว่า 「太祖崩,嗣位为丞相、魏王。」 "เมื่อโจโฉสิ้น โจผีสืบตำแหน่งเป็นอัครมหาเสนาบดีและวุยอ๋อง" แล้วเปลี่ยนชื่อรัชศกจากเจี้ยนอันปีที่ 25 เป็นเหยียนคังปีที่ 1 ในเวลานั้นราชวงศ์ฮั่นยังมีฮ่องเต้อยู่ และแคว้นวุยก๊กยังเป็นแคว้นใต้ราชวงศ์ฮั่น
หลักฐานทางโบราณคดีก็สอดคล้องกัน ป้ายหินในสุสานที่อันหยางซึ่งนักโบราณคดีส่วนใหญ่ยอมรับว่าเป็นสุสานของโจโฉ จารึกชื่อเจ้าของไว้ว่า 「魏武王」 "วุยอู่หวัง" ตามข้อมูลในวิกิพีเดียภาษาจีนเรื่อง 曹操高陵 ซึ่งตรงกับนามตอนตาย ไม่ใช่นามจักรพรรดิที่ได้ภายหลัง เรื่องสุสานนี้เล่าละเอียดในบทความเรื่องสุสานลวง 72 แห่งของโจโฉ
5. โจผีขึ้นครองราชย์ แล้วจึงสถาปนาพ่อ
ปลายปีเดียวกัน ราชสำนักฮั่นจัดพิธีให้พระเจ้าเหี้ยนเต้สละราชสมบัติ《文帝纪》บันทึกว่ามีราชโองการลงวันเดือนสิบ ปีเหยียนคังที่ 1 ให้มอบแผ่นดินแก่วุยอ๋อง โจผีทำทีปฏิเสธหลายครั้งตามธรรมเนียม จนสุดท้าย
「乃为坛于繁阳。庚午,王升坛即阼,百官陪位。」
"จึงสร้างแท่นพิธีที่ฝานหยาง วันเกิงอู่ วุยอ๋องขึ้นแท่นรับราชสมบัติ ขุนนางทั้งปวงเข้าร่วมพิธี"
แล้วเปลี่ยนรัชศกเป็นหวงชู (黄初) ราชวงศ์วุยก๊กเริ่มนับจากวันนั้น อรรถาธิบายอ้าง《魏氏春秋》ว่าเมื่อพิธีเสร็จ โจผีหันไปพูดกับขุนนางว่า 「舜、禹之事,吾知之矣。」 "เรื่องของพระเจ้าซุ่นกับพระเจ้าอวี่ บัดนี้เรารู้แล้ว" คือรู้แล้วว่าการ "สละราชสมบัติให้ผู้มีคุณธรรม" ในตำนานโบราณเป็นอย่างไร
เดือนถัดมา《文帝纪》บันทึกสองเรื่องไว้ในย่อหน้าเดียวกัน เรื่องแรกคือตั้งพระเจ้าเหี้ยนเต้เป็นซานหยางกง (山阳公) ซึ่งฉบับไทยเรียกว่าซันเอียงก๋ง ชีวิตของพระองค์หลังจากนั้นเล่าไว้ในบทความเรื่องพระเจ้าเหี้ยนเต้หลังสละราชสมบัติ เรื่องที่สองคือการสถาปนาบรรพบุรุษ
「追尊皇祖太王曰太皇帝,考武王曰武皇帝,尊王太后曰皇太后。」
"ถวายพระนามย้อนหลังแก่ปู่ไท่หวังเป็นไท่หวงตี้ แก่พ่ออู่หวังเป็นอู่หวงตี้ และยกพระมารดาจากพระพันปีของอ๋องเป็นพระพันปีหลวง"
นี่คือวันที่โจโฉ "ได้เป็นจักรพรรดิ" ครั้งแรก ไม่ถึงหนึ่งปีหลังเขาตาย และเป็นจักรพรรดิเฉพาะในนามที่ลูกถวายให้ อีกสองปีครึ่งต่อมา ในปีหวงชูที่ 4 (ค.ศ. 223) อรรถาธิบายอ้าง《魏书》ว่าขุนนางเสนอให้ตั้งศาลบรรพชนแยกสำหรับโจโฉ 「特立武皇帝庙,四时享祀,为魏太祖,万载不毁也。」 "ตั้งศาลของอู่หวงตี้เป็นพิเศษ เซ่นไหว้ทั้งสี่ฤดู เป็นไท่จู่ของราชวงศ์วุยก๊ก ไม่ต้องรื้อไปหมื่นปี" ชื่อ "วุยไท่จู่" และ "วุยอู่ตี้" ที่คนรุ่นหลังใช้เรียกโจโฉ จึงมาจากช่วงนี้ทั้งหมด
นิยายฉบับจีนตอนที่ 80 ย่อเหตุการณ์ทั้งหมดไว้ในประโยคเดียวว่า 「谥父曹操为太祖武皇帝。」 "ถวายพระนามหลังสิ้นแก่บิดาโจโฉเป็นไท่จู่อู่หวงตี้" ในวันเดียวกับที่โจผีขึ้นครองราชย์ ส่วนฉบับไทยตอนที่ ๖๓ เล่าว่าโจผี "ให้จารึกอักษรที่กุฏิ์ฝังศพบิดานั้นใหม่ ให้ชื่อพระเจ้าไทล่อฮูฮ่องเต้" ทั้งสองฉบับบอกตรงกันว่าพระนามฮ่องเต้ของโจโฉเกิดหลังเขาตาย และมาจากลูกชาย
6. ทำไมโจโฉไม่ขึ้นครองราชย์เอง
พงศาวดารไม่ได้ให้เหตุผลตรง ๆ มีแต่คำพูดของโจโฉเอง เราอ่านได้จากสิ่งที่เขาพูดและทำเท่านั้น
ข้อแรก เขาเห็นว่าการขึ้นครองราชย์คือการนั่งบนเตาไฟ คำพูดเรื่องซุนกวน "จะจับเราไปนั่งบนเตาไฟ" บอกว่าโจโฉอ่านหนังสือของซุนกวนเป็นกับดัก ถ้าเขาตั้งตัวเป็นฮ่องเต้ในตอนที่เล่าปี่กับซุนกวนยังอยู่ ทั้งสองคนจะได้ข้ออ้างว่ากำลังปราบกบฏที่ชิงราชบัลลังก์ฮั่น
ข้อสอง เขาเลือกแบบอย่างของจิ๋วบุนอ๋องอย่างมีสติ โจโฉเห็นอ้วนสุดตั้งตัวเป็นฮ่องเต้แล้วกลายเป็นเป้าให้ทุกฝ่ายยกทัพมาตี รวมทั้งตัวโจโฉเอง ส่วนแบบอย่างของจิ๋วบุนอ๋องให้ทั้งอำนาจจริงและชื่อเสียงว่าซื่อสัตย์ แล้วส่งการเปลี่ยนราชวงศ์ไปให้ลูกทำ ซึ่งก็เป็นอย่างนั้นจริง
ข้อสาม อำนาจจริงไม่ต้องใช้ชื่อฮ่องเต้ ตั้งแต่ปี ค.ศ. 217 โจโฉมีมงกุฎ รถ ธง และพิธีเสด็จแบบฮ่องเต้ มีแคว้นของตัวเองที่มีขุนนางครบชุด และมีรัชทายาทที่ราชสำนักรับรองแล้ว สิ่งที่เหลือคือขั้นสุดท้ายที่โจผีทำในปลายปี ค.ศ. 220
คำถามว่าโจโฉ "ซื่อสัตย์ต่อราชวงศ์ฮั่น" หรือ "วางแผนชิงบัลลังก์ให้ลูก" จึงขึ้นอยู่กับว่าเรามองจากมุมไหน แต่คำถามว่า "โจโฉเคยเป็นจักรพรรดิไหม" มีคำตอบเดียวตามพงศาวดาร คือไม่เคย
คำถามที่พบบ่อย
โจโฉเคยเป็นฮ่องเต้ไหม?
ไม่เคย《三国志》บันทึกว่าโจโฉตายเมื่อ ค.ศ. 220 ในฐานะวุยอ๋องและอัครมหาเสนาบดีของราชวงศ์ฮั่น ได้นามหลังสิ้นว่า "อู่หวัง" ซึ่งเป็นนามของอ๋อง พระนามจักรพรรดิ "อู่หวงตี้" มาจากโจผีที่ถวายให้ย้อนหลังหลังขึ้นครองราชย์
ใครเป็นจักรพรรดิองค์แรกของวุยก๊ก?
โจผี (曹丕) ลูกชายของโจโฉ รับการสละราชสมบัติจากพระเจ้าเหี้ยนเต้ในปลายปี ค.ศ. 220 ขึ้นแท่นพิธีที่ฝานหยาง แล้วเปลี่ยนรัชศกเป็นหวงชู ราชวงศ์วุยก๊กเริ่มนับจากวันนั้น
โจโฉได้เป็นวุยอ๋องเมื่อไร?
ปีเจี้ยนอันที่ 21 (ค.ศ. 216) ก่อนหน้านั้นเป็นวุยก๋งตั้งแต่ปี ค.ศ. 213 ตาม《献帝传》ที่เผยซงจืออ้าง โจโฉถวายหนังสือปฏิเสธถึงสามครั้งก่อนรับตำแหน่ง ฉบับไทยอธิบายตำแหน่งวุยอ๋องว่า "เจ้าต่างกรม"
"ถ้าลิขิตฟ้าอยู่ที่เรา เราจะเป็นจิ๋วบุนอ๋อง" หมายความว่าอะไร?
เป็นคำตอบของโจโฉเมื่อขุนนางยุให้ขึ้นครองราชย์ ตามที่《魏氏春秋》บันทึกว่า 「若天命在吾,吾为周文王矣」 จิ๋วบุนอ๋องมีกำลังเหนือราชวงศ์ซางแต่ไม่โค่นราชวงศ์เอง ลูกชายจึงเป็นผู้ตั้งราชวงศ์โจว โจโฉจึงหมายความว่าจะไม่ขึ้นครองราชย์เอง แต่เตรียมทางไว้ให้ลูก
ทำไมคนเรียกโจโฉว่าวุยอู่ตี้หรือวุยไท่จู่?
เพราะหลังโจผีขึ้นครองราชย์ ได้ถวายพระนามพ่อย้อนหลังเป็น "อู่หวงตี้" และในปี ค.ศ. 223 ตั้งศาลบรรพชนให้เป็น "ไท่จู่" ของราชวงศ์วุยก๊ก ทั้งสองชื่อเกิดหลังโจโฉตาย
สรุป
โจโฉไต่ขึ้นมาทีละขั้น จากอัครมหาเสนาบดี เป็นวุยก๋ง เป็นวุยอ๋อง จนมีเครื่องยศเกือบเท่าฮ่องเต้ แต่หยุดอยู่ตรงนั้น เมื่อซุนกวนกับขุนนางของตัวเองยุให้ขึ้นครองราชย์ เขาตอบว่าจะเป็นจิ๋วบุนอ๋อง ผู้ที่ปล่อยให้ลูกชายเป็นคนเปลี่ยนราชวงศ์ โจโฉตายในฐานะวุยอ๋อง ได้นามว่าอู่หวัง แล้วโจผีจึงรับราชสมบัติจากพระเจ้าเหี้ยนเต้ในปลายปีเดียวกัน และถวายพระนามจักรพรรดิแก่พ่อย้อนหลัง ภาพ "โจโฉฮ่องเต้แห่งวุยก๊ก" ที่หลายคนจำได้ จึงเป็นภาพที่ลูกชายสร้างให้หลังเขาตายแล้ว
แหล่งข้อมูล
- 《三国志·魏书·武帝纪》 ตำแหน่งวุยก๋ง วุยอ๋อง เครื่องยศ ปี ค.ศ. 217 และอรรถาธิบายที่อ้าง《魏略》《魏氏春秋》《曹瞒传》《世语》 — ต้นฉบับภาษาจีนบนวิกิซอร์ซ
- 《三国志·魏书·文帝纪》 โจผีสืบตำแหน่ง รับราชสมบัติ และถวายพระนามอู่หวงตี้ — ต้นฉบับภาษาจีนบนวิกิซอร์ซ
- 《三国志·魏书·袁术传》 คำทัดทานของเอียมเซียงเรื่องโจวเหวินหวัง — ต้นฉบับภาษาจีนบนวิกิซอร์ซ
- นิยาย《三国演义》ตอนที่ 78 โจโฉตอบหนังสือซุนกวน — ต้นฉบับภาษาจีนบนวิกิซอร์ซ
- นิยาย《三国演义》ตอนที่ 80 โจผีรับราชสมบัติ — ต้นฉบับภาษาจีนบนวิกิซอร์ซ
- สามก๊ก ฉบับเจ้าพระยาพระคลัง (หน) ตอนที่ ๑๕ คำทัดทานอ้วนสุด — ห้องสมุดดิจิทัลวชิรญาณ
- สามก๊ก ฉบับเจ้าพระยาพระคลัง (หน) ตอนที่ ๕๔ วุยอ๋อง "เจ้าต่างกรม" — ห้องสมุดดิจิทัลวชิรญาณ
- สามก๊ก ฉบับเจ้าพระยาพระคลัง (หน) ตอนที่ ๕๕ โจโฉเป็นเจ้าวุยอ๋อง — ห้องสมุดดิจิทัลวชิรญาณ
- สามก๊ก ฉบับเจ้าพระยาพระคลัง (หน) ตอนที่ ๖๒ โจโฉตอบหนังสือซุนกวนและสิ้นใจ — ห้องสมุดดิจิทัลวชิรญาณ
- สามก๊ก ฉบับเจ้าพระยาพระคลัง (หน) ตอนที่ ๖๓ โจผีรับราชสมบัติ — ห้องสมุดดิจิทัลวชิรญาณ
- 曹操高陵 ป้ายหินจารึก "魏武王" ในสุสานโจโฉ — วิกิพีเดียภาษาจีน
