ในนิยาย: หลังโจโฉตาย โจผี (曹丕 เฉาพี) จับโจสิด (曹植 เฉาจื๋อ) น้องชายร่วมแม่มา สั่งให้เดินเจ็ดก้าวแล้วแต่งกลอนเปรียบเรื่องพี่น้องให้ได้ ถ้าแต่งไม่ได้จะลงโทษถึงตาย โจสิดแต่งกลอนว่าต้นถั่วถูกเผาเพื่อต้มเมล็ดถั่วที่เกิดจากรากเดียวกัน โจผีฟังแล้วร้องไห้ จึงเพียงลดตำแหน่งน้องและส่งไปอยู่ไกล
ในพงศาวดาร: 《三国志》ไม่มีเรื่องกลอนเจ็ดก้าว เท่าที่พบ เรื่องนี้ปรากฏครั้งแรกใน《世说新语》ที่รวบรวมราวสองร้อยปีหลังเหตุการณ์ และยังถกเถียงกันว่าโจสิดแต่งจริงหรือไม่ แต่ความขัดแย้งของสองพี่น้องมีจริง พงศาวดารบันทึกว่าโจผีฆ่าพรรคพวกของโจสิด ลดบรรดาศักดิ์เขา และโจสิดถูกย้ายที่อยู่ไปมาจนตายอย่างไม่มีความสุข
ถอดหน้ากากสามก๊ก ฉบับ MingPaPa (黄炳明 - หวงปิ่งหมิง): ผมกับสามก๊ก
ผม MingPaPa ชื่อจีน หวงปิ่งหมิง - 黄炳明 ชื่อไทย ธนินพงษ์ ศุภพิทักษ์พงษ์ คนไทยเชื้อสายจีนที่รักและผูกพันกับเรื่องราวของจีนมาตั้งแต่เด็กครับ
ตอนเล็ก ๆ ผมได้ยินพ่อกับผู้ใหญ่ในบ้านคุยกันว่า "ใครอ่านสามก๊กครบสามจบ คบไม่ได้" ทั้งที่พ่อผมเองก็อ่านมาหลายจบ พี่ชายผมก็อ่านหลายจบ ส่วนผม ก่อนอายุ 18 ปี อ่านเฉพาะสองฉบับ คือสามก๊กฉบับเจ้าพระยาพระคลัง (หน) กับสามก๊กฉบับวณิพกของยาขอบ รวมกันไปแล้ว 10 รอบ ยังไม่นับหนังสือวิเคราะห์กลยุทธ์และหนังสืออรรถาธิบายสามก๊กอีกหลายสิบเล่ม ยิ่งอ่านก็ยิ่งรัก และยิ่งเข้าใจว่าทำไมผู้ใหญ่ถึงพูดอย่างนั้น
อ่านสามก๊กครบสามจบ คบไม่ได้ เพราะอะไร
ถ้ามองให้ลึก คำนี้ไม่ได้อยู่ที่จำนวนรอบที่อ่าน แต่อยู่ที่ "สันดานเดิมของคนอ่าน" ซึ่งเป็นตัวตั้งต้นครับ สามก๊กคือภาพสะท้อนมนุษย์จริง ๆ ไม่มีใครขาวสะอาดหรือสมบูรณ์แบบ มีทั้งคนดีแต่ซื่อจนโง่ คนเจ้าเล่ห์ที่เลวแต่รวย และคนเก่งที่หยิ่งยโส ในโลกความจริงคนเห็นแก่ตัวก็มีมากกว่าคนดีอยู่แล้ว คนอ่านมีจริตแบบไหน ลึก ๆ ชอบตัวละครแบบใด ก็จะหยิบแง่มุมนั้นมาใช้กับตัวเอง คำว่า "คบไม่ได้" จึงแยกได้เป็นสองมุม
- คบไม่ได้เพราะเลียนแบบความร้าย คนที่มีเชื้อความเห็นแก่ตัวหรือชอบเอาเปรียบคนอยู่แล้ว พออ่านจนเจนจัด ก็ซึมซับความปลิ้นปล้อน กลอุบายสกปรก และการมองคนอื่นเป็นเบี้ยมาใช้ในชีวิตจริง คนกลุ่มนี้ "คบไม่ได้" ในความหมายตรงตัว เพราะพร้อมหักหลังและทำลายมิตรภาพเพื่อประโยชน์ของตัวเอง
- คบไม่ได้เพราะ "คบยาก" เกินไป คนกลุ่มนี้อ่านเพื่อเข้าใจจิตวิทยามนุษย์ วิธีเอาตัวรอด และเกมอำนาจที่ซ่อนอยู่ จนกลายเป็นคนคมกริบที่รู้เท่าทันคนจนไม่มีใครตบตาได้ คนทั่วไปจึงเข้าไม่ถึงหรือระแวงว่าจะถูกเอาเปรียบ ส่วนคนเก่งด้วยกันก็อยู่ด้วยลำบาก เพราะต่างฝ่ายต่างรู้ทันกัน ต้องตั้งการ์ดระวังตัวอยู่ตลอดเวลา
ถอดหน้ากากสามก๊ก ฉบับ MingPaPa (黄炳明 - หวงปิ่งหมิง) คือการอ่านสามก๊กอีกรอบด้วยสายตาของคนที่โตมากับนิยาย ผมหยิบฉากที่คนไทยจำได้ขึ้นใจมาวางเทียบกับพงศาวดาร《三国志》 (ซานกั๋วจื้อ — จดหมายเหตุสามก๊ก) ทีละประโยค ว่าตรงไหนเป็นประวัติศาสตร์ ตรงไหนเป็นฝีมือนักเล่านิทานและนักประพันธ์รุ่นหลัง ทุกบทยกต้นฉบับภาษาจีนพร้อมคำแปล และบอกว่าข้อความนั้นอยู่ในบทไหน ผู้อ่านจะได้ตรวจเองได้ครับ
ชื่อบุคคลและสถานที่ในบทความนี้
ชื่อในสามก๊กฉบับไทยตามฉบับเจ้าพระยาพระคลัง (หน) อ่านตามสำเนียงฮกเกี้ยน ซึ่งต่างจากชื่อที่ใช้กันในระดับสากล บทความนี้จึงกำกับชื่อเฉพาะด้วยอักษรจีนตัวย่อและคำอ่านแบบจีนกลางเมื่อปรากฏครั้งแรก เช่น โจสิด (曹植 เฉาจื๋อ) ส่วนเลข "ตอนที่" ของนิยายในบทความนี้เป็นเลขตอน (回) ของนิยายฉบับภาษาจีน ซึ่งฉบับเจ้าพระยาพระคลังแบ่งตอนไม่ตรงกัน ฉากในบทความนี้อยู่ในตอนที่ ๖๒ ของฉบับไทย
| อักษรจีน (ตัวย่อ) | พินอิน | อ่านแบบจีนกลาง | ชื่อในสามก๊กฉบับไทย / หมายเหตุ |
|---|---|---|---|
| 曹植 | Cáo Zhí | เฉาจื๋อ | โจสิด |
| 曹丕 | Cáo Pī | เฉาพี | โจผี |
| 曹操 | Cáo Cāo | เฉาเชา | โจโฉ |
| 卞氏 | Biàn shì | เปี้ยนซื่อ | นางเปี่ยนซี (แม่ของโจผีและโจสิด) |
| 曹彰 | Cáo Zhāng | เฉาจาง | โจเจียง |
| 曹熊 | Cáo Xióng | เฉาสฺยง | โจหิม |
| 曹彪 | Cáo Biāo | เฉาเปียว | ไม่ปรากฏในฉบับไทย (ไป๋หม่าหวาง 白马王) |
| 曹叡 | Cáo Ruì | เฉาญุ่ย | โจยอย |
| 甄氏 | Zhēn shì | เจินซื่อ | นางเอียนซี |
| 丁仪 / 丁廙 | Dīng Yí / Dīng Yì | ติงอี๋ / ติงอี้ | เตงหงี / เตงอี้ (สองพี่น้องพรรคพวกของโจสิด) |
| 杨修 | Yáng Xiū | หยางซิว | เอียวสิ้ว |
| 华歆 | Huà Xīn | ฮว่าซิน | ฮัวหิม |
| 曹仁 | Cáo Rén | เฉาเหริน | โจหยิน |
| 灌均 | Guàn Jūn | กวั้นจฺวิน | ไม่ปรากฏในฉบับไทย |
| 临淄 | Línzī | หลินจือ | เมืองลิมฉี |
| 安乡侯 | Ānxiāng hóu | อานเซียงโหว | ฉบับไทยว่า "เจ้าเมืองอันเหียง" |
| 东阿 | Dōng'ē | ตงเออ | ไม่ปรากฏในฉบับไทย |
| 铜雀台 / 铜爵台 | Tóngquè tái | ถงเชวี่ยไถ | ปราสาทตั้งเซ็กไต๋ |
| 刘义庆 | Liú Yìqìng | หลิวอี้ชิ่ง | ไม่ปรากฏในฉบับไทย (ผู้รวบรวม《世说新语》) |
1. กลอนเจ็ดก้าวในนิยาย
ตอนที่ 79 (第七十九回) ของนิยายฉบับจีน ชื่อตอนว่า 「兄逼弟曹植赋诗」 คือ "พี่บีบน้อง โจสิดแต่งกลอน" หลังโจโฉตาย โจสิด (曹植 เฉาจื๋อ) ไม่มาร่วมงานศพพ่อ โจผี (曹丕 เฉาพี) จึงส่งทหารไปจับตัวจากเมืองลิมฉี (临淄 หลินจือ) ฆ่าพรรคพวกคือเตงหงีกับเตงอี้ (丁仪 丁廙) แล้วเตรียมเอาโทษน้องชาย นางเปี่ยนซี (卞氏) ผู้เป็นแม่มาขอชีวิตลูกไว้ ฮัวหิม (华歆 ฮว่าซิน) จึงเสนอให้ทดสอบฝีมือโจสิดต่อหน้าขุนนาง โจผีบอกน้องว่า
「吾今限汝行七步吟诗一首。若果能,则免一死;若不能,则从重治罪,决不姑恕。」
"บัดนี้ข้าให้เจ้าเดินเจ็ดก้าวแล้วแต่งกลอนหนึ่งบท ถ้าทำได้จะยกโทษตาย ถ้าทำไม่ได้จะลงโทษหนัก ไม่ยกเว้นเด็ดขาด"
รายละเอียดที่คนไทยไม่ค่อยรู้คือ ในนิยายฉบับจีน กลอนที่แต่งใน "เจ็ดก้าว" ไม่ใช่กลอนถั่ว โจผีชี้ภาพวาดวัวสองตัวชนกันจนตัวหนึ่งตกบ่อตาย ให้แต่งกลอนตามภาพโดยห้ามใช้ถ้อยคำ 「二牛斗墙下,一牛坠井死」 "วัวสองตัวชนกันใต้กำแพง วัวตัวหนึ่งตกบ่อตาย" โจสิดเดินครบเจ็ดก้าวก็แต่งเสร็จ ขึ้นต้นว่า 「两肉齐道行,头上带凹骨」 "เนื้อสองก้อนเดินคู่กันมา บนหัวมีกระดูกโค้ง" โจผียังไม่พอใจ บอกว่า 「七步成章,吾犹以为迟」 "เจ็ดก้าวจึงแต่งเสร็จ ข้ายังว่าช้าไป" สั่งให้แต่งเรื่องพี่น้องทันทีโดยห้ามใช้คำว่าพี่น้อง โจสิดจึงตอบทันที
「煮豆燃豆萁,豆在釜中泣。本是同根生,相煎何太急!」
"ต้มถั่วด้วยไฟจากต้นถั่ว เมล็ดถั่วร่ำไห้อยู่ในหม้อ เดิมเกิดจากรากเดียวกัน ไยต้องเคี่ยวกันรีบร้อนนัก"
โจผีน้ำตาไหล นางเปี่ยนซีออกมาต่อว่า 「兄何逼弟之甚耶?」 "พี่ทำไมบีบน้องถึงเพียงนี้" สุดท้ายโจผีลดโจสิดเป็นอานเซียงโหว (安乡侯)
ตอนที่ ๖๒ ของฉบับไทยตัดกลอนวัวออก แล้วรวมสองฉากเป็นฉากเดียว โจผีสั่งว่า
"ถ้าเจ้าทำได้จริงจงเดิรไปเจ็ดก้าว ว่าโคลงให้ได้เนื้อความในพี่น้องเรา ให้เอาเนื้อความอื่นมาเปรียบในพี่น้องเราอย่าให้ออกชื่อพี่น้อง ถ้าทำได้เราจะยกโทษ ถ้าทำไม่ได้เราจะลงโทษให้ถึงตาย"
ฉบับไทยไม่ได้แปลกลอนเป็นบทกวี แต่เล่าเนื้อความว่า "ขั้วถั่วเอากิ่งถั่วมาเปนฟืนใส่ไฟ เมล็ดถั่วในกะทะจะไหม้ก็เพราะกิ่งถั่วต้นรากอันเดียวกันนั่นเอง เหตุใดจึงเร่งไฟเข้าให้หนักนัก" จากนั้น "โจผีได้ฟังโคลงดังนั้นรำลึกถึงความรักพี่น้องก็ร้องไห้" แล้ว "สั่งให้โจสิดไปเปนเจ้าเมืองอันเหียง ให้ไกลเมืองหลวงออกไป" ภาพที่คนไทยจำจึงเป็นภาพตามฉบับไทย คือเดินเจ็ดก้าวแล้วได้กลอนถั่ว
2. ที่มาจริงของกลอน:《世说新语》
กลอนบทนี้ไม่ได้มาจากพงศาวดาร เท่าที่พบ แหล่งที่เก่าที่สุดคือ《世说新语》หมวดวรรณกรรม (文学) หนังสือรวมเกร็ดเรื่องเล่าของบัณฑิตและคนมีชื่อเสียงสมัยฮั่นถึงจิ้น ที่หลิวอี้ชิ่ง (刘义庆 ค.ศ. 403–444) รวบรวมในสมัยราชวงศ์หลิวซ่ง ตามวิกิพีเดียภาษาอังกฤษ คือราวสองร้อยปีหลังโจผีและโจสิด เรื่องนี้เล่าไว้สั้นมาก
「文帝尝令东阿王七步中作诗,不成者行大法。应声便为诗曰:『煮豆持作羹,漉菽以为汁。萁在釜下然,豆在釜中泣。本自同根生,相煎何太急?』帝深有惭色。」
"พระเจ้าเว่ยเหวินตี้ (โจผี) เคยสั่งให้ตงเออหวาง (โจสิด) แต่งกลอนให้เสร็จภายในเจ็ดก้าว ถ้าไม่เสร็จจะลงโทษประหาร โจสิดตอบเป็นกลอนทันทีว่า 'ต้มถั่วทำน้ำแกง กรองถั่วคั้นเป็นน้ำ ต้นถั่วลุกไหม้อยู่ใต้หม้อ เมล็ดถั่วร่ำไห้อยู่ในหม้อ เดิมเกิดจากรากเดียวกัน ไยต้องเคี่ยวกันรีบร้อนนัก' จักรพรรดิมีสีหน้าละอายยิ่งนัก"
กลอนในฉบับนี้ยาวหกวรรค ไม่ใช่สี่วรรคอย่างที่คนรู้จัก และเรื่องจบแค่ "สีหน้าละอาย" ไม่มีภาพวัว ไม่มีแม่ออกมาต่อว่า ไม่มีการลดตำแหน่ง รายละเอียดเหล่านั้นนิยายเติมเข้ามาภายหลัง
กลอนสี่วรรคที่คนทั้งจีนและไทยท่องได้ 「煮豆燃豆萁」 คือฉบับที่นิยายตอนที่ 79 ย่อมาจากหกวรรค วิกิซอร์ซภาษาจีนวางสองฉบับไว้คู่กันให้เทียบได้ทันที และวิกิพีเดียภาษาจีนชี้ว่าในนิยาย กลอนถั่วแต่ง "ตอบทันที" ไม่ใช่ "ภายในเจ็ดก้าว" แต่เพราะนิยายแพร่หลายกว่า ฉบับสี่วรรคจึงเป็นที่รู้จักมากกว่าฉบับเดิม แม้แต่ถ้อยคำในฉบับหกวรรคเองก็ยังต่างกันไปตามฉบับพิมพ์ บางฉบับเขียน 「本自同根生」 บางฉบับเขียน 「本是同根生」
3. ทำไมนักประวัติศาสตร์สงสัยว่าเรื่องนี้เกิดขึ้นจริง
เรื่องนี้ถูกจัดเป็น "ถกเถียงได้" เพราะมีทั้งเหตุให้สงสัยและเหตุที่ยังปัดตกไม่ได้ทั้งหมด
ข้อแรก《三国志》ไม่มีเรื่องนี้ ชีวประวัติโจสิดใน《三国志·魏书·陈思王植传》 เล่าความขัดแย้งระหว่างสองพี่น้องไว้ละเอียด รวมทั้งเหตุการณ์ที่โจสิดเกือบถูกเอาโทษถึงตาย แต่ไม่มีการสอบแต่งกลอน ไม่มีภาพวัว และไม่มีกลอนถั่ว อรรถาธิบายที่แทรกไว้ใต้เรื่องนี้ใน《世说新语》เองก็ยกชีวประวัติโจสิดจาก《魏志》มาประกอบ แต่ข้อความที่ยกมาไม่ได้พูดถึงกลอนบทนี้เลย
ข้อสอง กลอนไม่อยู่ในชุดงานเขียนของโจสิด วิกิพีเดียภาษาจีนระบุว่ากลอนนี้ไม่ปรากฏใน《曹植集》 จึงมีผู้เห็นว่าเรื่องทั้งหมดถูกแต่งขึ้นภายหลัง บางคนเห็นว่าเหตุการณ์อาจมีจริงแต่กลอนที่เหลืออยู่เป็นของคนอื่นแต่งแล้วอ้างชื่อโจสิด ส่วนวิกิพีเดียภาษาอังกฤษสรุปว่านักวิจัยไม่ถือว่าเรื่องนี้เป็นประวัติศาสตร์และยังโต้แย้งเรื่องผู้แต่ง
ข้อสาม ชื่อตำแหน่งในเรื่องเป็นชื่อของสมัยหลัง 《世说新语》เรียกโจสิดว่า "ตงเออหวาง" (东阿王) แต่ชีวประวัติโจสิดบันทึกว่าเขาเพิ่งย้ายไปอยู่ตงเออในปีไท่เหอที่ 3 (ค.ศ. 229) สมัยโจยอย (曹叡) ส่วนโจผีสิ้นพระชนม์ไปตั้งแต่ปี ค.ศ. 226 ตาม《文帝纪》 ในชีวิตของโจผี โจสิดจึงไม่เคยเป็นตงเออหวาง ผู้เล่าใช้ชื่อที่คนรุ่นหลังรู้จัก ข้อนี้ไม่ได้พิสูจน์ว่าเรื่องไม่จริง แต่บอกว่าเป็นเรื่องที่เล่าต่อกันมาหลายทอด ไม่ใช่บันทึกร่วมสมัย
ข้อที่ยังปัดตกไม่ได้ วิกิพีเดียภาษาจีนเตือนไว้ด้วยว่า《三国志》เขียนกระชับ ไม่ได้เก็บทุกเรื่อง เรื่องที่พงศาวดารไม่บันทึกจึงตัดสินไม่ได้ทันทีว่าแต่งขึ้น และอย่างที่จะเห็นในหัวข้อถัดไป บรรยากาศที่พี่จับตาน้องเพราะกลัวน้องจะแย่งอำนาจนั้นมีอยู่จริง
4. ศึกชิงรัชทายาทตัวจริง
ถ้าตัดกลอนออกไป สิ่งที่เหลือคือเรื่องจริงที่หนักกว่ากลอนเสียอีก ชีวประวัติโจสิดเล่าว่าเขาเก่งหนังสือมาตั้งแต่สิบขวบ วันหนึ่งโจโฉอ่านงานของเขาแล้วถามว่าจ้างคนเขียนหรือเปล่า โจสิดตอบว่า 「言出为论,下笔成章,顾当面试,奈何倩人?」 "พูดออกมาก็เป็นบทความ ลงพู่กันก็เป็นบทกวี ทดสอบต่อหน้าได้เลย จะจ้างใครทำไม" เมื่อปราสาทตั้งเซ็กไต๋ (铜爵台) สร้างเสร็จ โจโฉพาลูก ๆ ขึ้นไปและให้แต่งบทร้อยกรองคนละบท โจสิดเขียนเสร็จทันทีจนโจโฉประหลาดใจ
ความเก่งนี้ทำให้โจสิดเกือบได้เป็นรัชทายาท แต่พงศาวดารก็บอกด้วยว่าทำไมเขาพลาด
「植既以才见异,而丁仪、丁廙、杨修等为之羽翼。太祖狐疑,几为太子者数矣。而植任性而行,不自雕励,饮酒不节。文帝御之以术,矫情自饰,宫人左右,并为之说,故遂定为嗣。」
"โจสิดโดดเด่นด้วยความสามารถ มีเตงหงี เตงอี้ และเอียวสิ้วเป็นปีกให้ โจโฉลังเลอยู่หลายครั้งจนเกือบตั้งเขาเป็นรัชทายาท แต่โจสิดทำตามใจตัว ไม่ขัดเกลาตัวเอง ดื่มสุราไม่รู้จักพอ ส่วนโจผีรับมือด้วยกลยุทธ์ เก็บอารมณ์ แต่งตัวตนให้ดูดี คนในวังและคนรอบข้างต่างพูดถึงเขาในทางดี จึงได้เป็นรัชทายาท"
ชีวประวัติเล่าต่อว่าโจสิดเคยนั่งรถไปตามถนนหลวงที่สงวนไว้ แล้วเปิดประตูซือหม่า (司马门) ออกไป โจโฉโกรธมาก เจ้าหน้าที่ผู้ดูแลถูกลงโทษถึงตาย และความโปรดปรานที่มีต่อโจสิดก็ลดลงตั้งแต่นั้น ต่อมาโจโฉฆ่าเอียวสิ้ว (杨修 หยางซิว) ที่ปรึกษาคนสำคัญของโจสิด เรื่องนี้เล่าไว้ในบทความเรื่องเอียวสิ้วกับโครงไก่ และในปี ค.ศ. 219 เมื่อโจโฉจะให้โจสิดคุมทัพไปช่วยโจหยินที่ถูกกวนอูล้อม โจสิดเมาจนรับคำสั่งไม่ได้ โจโฉจึงเลิกคิด
5. เมื่อพี่ชายได้อำนาจ
ปี ค.ศ. 220 โจโฉตาย โจผีขึ้นเป็นวุยอ๋อง สิ่งแรกที่ชีวประวัติโจสิดบันทึกคือ
「文帝即王位,诛丁仪、丁廙并其男口。」
"เมื่อโจผีขึ้นเป็นอ๋อง ก็ฆ่าเตงหงี เตงอี้ พร้อมลูกชายของทั้งสองคน"
แล้ว 「植与诸侯并就国」 "โจสิดกับบรรดาเจ้าแคว้นทั้งหลายถูกส่งกลับไปอยู่ในแคว้นของตน" ห่างจากเมืองหลวง
ปีถัดมา (ค.ศ. 221) เกิดเรื่องที่ใกล้เคียงกับฉากในนิยายที่สุด
「监国谒者灌均希指,奏『植醉酒悖慢,劫胁使者』。有司请治罪,帝以太后故,贬爵安乡侯。」
"ขุนนางผู้คุมแคว้นชื่อกวั้นจฺวิน เดาพระทัยฮ่องเต้แล้วกราบทูลว่า 'โจสิดเมาสุราหยาบคาย ข่มขู่ทูต' เจ้าหน้าที่ขอให้เอาโทษ ฮ่องเต้เห็นแก่พระพันปี จึงลดบรรดาศักดิ์เป็นอานเซียงโหว"
เทียบกับนิยายจะเห็นว่าโครงเรื่องตรงกันเกือบหมด โจสิดถูกกล่าวหาว่าเมาและหยาบคายต่อคนที่โจผีส่งไป แม่ของทั้งสองคือนางเปี่ยนซีเป็นคนช่วยชีวิตไว้ และโทษสุดท้ายคือลดเป็น "อานเซียงโหว" ตรงกับที่ฉบับไทยว่า "ไปเปนเจ้าเมืองอันเหียง" สิ่งที่นิยายเติมเข้ามามีอย่างเดียว คือการสอบแต่งกลอน อรรถาธิบายอ้าง《魏书》ว่าโจผีประกาศเหตุผลไว้ด้วยว่า 「植,朕之同母弟。……骨肉之亲,舍而不诛,其改封植。」 "โจสิดเป็นน้องร่วมแม่ของเรา ...เป็นสายเลือดเดียวกัน จึงไว้ชีวิตไม่ประหาร ให้เปลี่ยนบรรดาศักดิ์"
ปี ค.ศ. 223 เหล่าเจ้าแคว้นถูกเรียกเข้าเมืองหลวง อรรถาธิบายอ้าง《魏略》ว่าโจสิดกลัวความผิดเก่า จึงมาถึงหน้าวังในสภาพ 「科头负鈇锧,徒跣诣阙下」 "ไม่สวมหมวก แบกเขียงประหาร เดินเท้าเปล่ามาหน้าวัง" โจผีกับพระพันปีจึงดีใจที่เห็นเขายังมีชีวิต แต่โจผียังทำหน้าเคร่ง ไม่พูดด้วย และไม่ให้สวมหมวกกับรองเท้า ส่วน《魏氏春秋》เล่าว่าในการเข้าเฝ้าครั้งนั้น โจเจียง (曹彰 เฉาจาง) พี่ชายอีกคนตายกะทันหัน เมื่อโจสิดกับโจเปียว (曹彪) ไป๋หม่าหวาง จะเดินทางกลับแคว้นด้วยกัน ขุนนางผู้คุมก็ไม่อนุญาต โจสิดแต่งกลอนอำลาโจเปียว มีวรรคหนึ่งว่า
「奈何念同生,一往形不归!」
"จะทำอย่างไรได้ เมื่อคิดถึงพี่น้องร่วมสายเลือด ที่จากไปครั้งเดียวแล้วไม่ได้กลับมาอีก"
นี่เป็นกลอนเรื่องพี่น้องที่《三国志》ฉบับมีอรรถาธิบายเก็บไว้จริง และเจ็บปวดไม่น้อยกว่ากลอนถั่ว
ถึงอย่างนั้น ความสัมพันธ์ของสองพี่น้องก็ไม่ได้ดำมืดทั้งหมด ชีวประวัติโจสิดบันทึกว่าในปี ค.ศ. 225 โจผียกทัพกลับผ่านเมืองยงชิวที่โจสิดอยู่ 「幸植宫,增户五百」 "เสด็จเยือนวังของโจสิด และเพิ่มครัวเรือนในศักดินาให้ห้าร้อยครัว"
6. ชีวิตที่เหลือของโจสิด
โจผีสิ้นพระชนม์ในปี ค.ศ. 226 แต่ชีวิตของโจสิดไม่ได้ดีขึ้น ในสมัยโจยอย (曹叡 เฉาญุ่ย) เขาถวายหนังสือขอรับราชการหลายครั้ง แต่ไม่เคยได้ ชีวประวัติบันทึกจุดจบของเขาว่า
「十一年中而三徙都,常汲汲无欢,遂发疾薨,时年四十一。」
"ในสิบเอ็ดปีถูกย้ายเมืองที่อยู่สามครั้ง ทุกข์ใจไม่มีความสุข จนป่วยตาย อายุสี่สิบเอ็ดปี"
อรรถาธิบายใต้ชีวประวัติเก็บกลอนที่โจสิดแต่งไว้อีกบทหนึ่ง เปรียบตัวเองเป็นหญ้าแห้งที่ลมพัดหลุดจากราก ลอยไปไม่มีที่อยู่ แล้วปิดท้ายว่า 「愿为中林草,秋随野火燔,糜灭岂不痛,愿与根荄连。」 "อยากเป็นหญ้ากลางป่า ฤดูใบไม้ร่วงถูกไฟป่าเผาไปด้วยกัน มอดไหม้ย่อมเจ็บปวด แต่ขอให้ยังติดอยู่กับราก" ผมอ่านแล้วนึกถึงกลอนถั่วทันที ทั้งสองบทใช้ภาพ "ราก" เป็นสัญลักษณ์ของสายเลือดเดียวกัน ไม่ว่ากลอนเจ็ดก้าวจะเป็นของโจสิดจริงหรือไม่ คนที่แต่งหรือเล่าต่อก็รู้จักน้ำเสียงของโจสิดดี
หลังโจสิดตาย โจยอยมีพระราชโองการในรัชศกจิ่งชูให้ลบเอกสารกล่าวโทษโจสิดในสมัยหวงชูทิ้งทั้งหมด และ 「撰录植前后所著赋颂诗铭杂论凡百余篇,副藏内外。」 "ให้รวบรวมงานเขียนทั้งหมดของโจสิดกว่าร้อยชิ้น ทำสำเนาเก็บทั้งในและนอกวัง" ชื่อเสียงของโจสิดในฐานะกวีจึงอยู่รอดมาจนถึงทุกวันนี้ และอาจเป็นเหตุผลที่คนรุ่นหลังอยากให้กลอนที่ดีที่สุดเรื่องพี่น้องเป็นของเขา
คำถามที่พบบ่อย
กลอนเจ็ดก้าวของโจสิดมีจริงไหม?
ไม่มีใน《三国志》 แหล่งที่เก่าที่สุดเท่าที่พบคือ《世说新语》หมวดวรรณกรรม ซึ่งรวบรวมราวสองร้อยปีหลังเหตุการณ์ กลอนนี้ไม่ปรากฏใน《曹植集》 นักวิจัยจำนวนมากจึงไม่ถือว่าเป็นประวัติศาสตร์และยังถกเถียงว่าโจสิดแต่งจริงหรือไม่ แต่ก็ยังพิสูจน์ไม่ได้เด็ดขาดว่าแต่งขึ้นทั้งหมด
กลอนเจ็ดก้าวฉบับเดิมเขียนว่าอย่างไร?
ฉบับใน《世说新语》ยาวหกวรรคว่า 「煮豆持作羹,漉菽以为汁。萁在釜下然,豆在釜中泣。本自同根生,相煎何太急?」 ส่วนฉบับสี่วรรค 「煮豆燃豆萁,豆在釜中泣。本是同根生,相煎何太急」 เป็นฉบับที่นิยายสามก๊กตอนที่ 79 ย่อมา
ในนิยาย โจสิดแต่งกลอนถั่วภายในเจ็ดก้าวจริงไหม?
ในนิยายฉบับจีน กลอนที่แต่งในเจ็ดก้าวคือกลอนเรื่องวัวสองตัวชนกัน ส่วนกลอนถั่วแต่งตอบทันทีหลังโจผีบอกว่าเจ็ดก้าวยังช้าไป ฉบับเจ้าพระยาพระคลังตัดกลอนวัวออกและรวมเป็นฉากเดียว คนไทยจึงจำว่ากลอนถั่วแต่งในเจ็ดก้าว
โจผีลงโทษโจสิดจริงไหม?
จริง《三国志》บันทึกว่าเมื่อโจผีขึ้นเป็นวุยอ๋องได้ฆ่าเตงหงี เตงอี้ พรรคพวกของโจสิด และในปี ค.ศ. 221 โจสิดถูกกล่าวหาว่าเมาสุราหยาบคายต่อทูต โจผีเห็นแก่พระพันปีจึงไม่ประหาร แต่ลดบรรดาศักดิ์เป็นอานเซียงโหว ตรงกับที่นิยายเล่า ยกเว้นเรื่องสอบแต่งกลอน
ทำไม《世说新语》เรียกโจสิดว่าตงเออหวาง?
เป็นชื่อตามบรรดาศักดิ์ในสมัยหลัง โจสิดย้ายไปอยู่ตงเออในปี ค.ศ. 229 สมัยโจยอย หลังโจผีสิ้นพระชนม์แล้วสามปี แสดงว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องที่เล่าต่อกันมา ไม่ใช่บันทึกร่วมสมัย
สรุป
กลอนเจ็ดก้าวเป็นกลอนที่ดีมาก แต่ไม่ได้อยู่ในพงศาวดารสามก๊ก เท่าที่พบ แหล่งเก่าที่สุดคือ《世说新语》ที่รวบรวมราวสองร้อยปีหลังเหตุการณ์ในรูปกลอนหกวรรค แล้วนิยายสามก๊กย่อเหลือสี่วรรค เติมภาพวัว เติมแม่ที่ออกมาต่อว่า และฉบับไทยรวมทุกอย่างเป็นฉากเดินเจ็ดก้าวฉากเดียว ส่วนเรื่องจริงใน《三国志》ไม่ได้อ่อนโยนกว่า โจผีฆ่าพรรคพวกของน้อง ลดบรรดาศักดิ์น้องเพราะข้อหาเมาสุรา และโจสิดถูกย้ายไปมาจนตายอย่างไม่มีความสุขเมื่ออายุสี่สิบเอ็ด กลอนถั่วจึงเป็นเรื่องแต่งที่เล่าความจริงทางอารมณ์ของสองพี่น้องคู่นี้ได้ตรงใจคนอ่านมาเกือบพันหกร้อยปี
แหล่งข้อมูล
- 《世说新语》หมวดวรรณกรรม (文学) เรื่องกลอนเจ็ดก้าว — ต้นฉบับภาษาจีนบนวิกิซอร์ซ
- 《三国志·魏书·陈思王植传》 ชีวประวัติโจสิดและอรรถาธิบายที่อ้าง《魏书》《魏略》《魏氏春秋》 — ต้นฉบับภาษาจีนบนวิกิซอร์ซ
- 《三国志·魏书·文帝纪》 ปีที่โจผีสิ้นพระชนม์ — ต้นฉบับภาษาจีนบนวิกิซอร์ซ
- นิยาย《三国演义》ตอนที่ 79 兄逼弟曹植赋诗 — ต้นฉบับภาษาจีนบนวิกิซอร์ซ
- สามก๊ก ฉบับเจ้าพระยาพระคลัง (หน) ตอนที่ ๖๒ — ห้องสมุดดิจิทัลวชิรญาณ
- 七步詩 กลอนเจ็ดก้าวฉบับ《世说新语》และฉบับนิยาย — วิกิซอร์ซภาษาจีน
- 七步诗 ที่มาและข้อสงสัยเรื่องผู้แต่ง — วิกิพีเดียภาษาจีน
- Seven Steps Verse สองฉบับของกลอนและความเห็นของนักวิจัย — วิกิพีเดียภาษาอังกฤษ
- 洛神赋图 ภาพม้วนที่วาดตามบทกวีของโจสิดและฉบับคัดลอกที่เหลืออยู่ — วิกิพีเดียภาษาจีน
- A New Account of the Tales of the World ผู้รวบรวมและยุคของ《世说新语》 — วิกิพีเดียภาษาอังกฤษ
