↑
HOME ครอบครัว ธุรกิจ แถวนี้ 101 แซ่อึ้ง บทความ ติดต่อครอบครัว
ท้าวจตุโลกบาลในวัดจีน · ทิศเหนือ 北

ท้าวเวสสุวรรณ (多闻天王) คือใคร ฉบับจีน: ท้าวจตุโลกบาลทิศเหนือ เจดีย์ ร่มกับพังพอน ตำนาน และบทสวดจากพระสูตร

จากราชาทิศเหนือผู้ปกครองยักษ์ในพระสูตร สู่แม่ทัพถือร่มกับพังพอนในตำหนักหน้าวัดจีน และพ่อของนาจาในนิยาย พร้อมแยกตำนานออกจากหลักฐาน

โดย · · อ่าน ~25 นาที
ภาพปกท้าวเวสสุวรรณ 多闻天王 ภาพวาดตามจินตนาการ (สร้างด้วย AI) ท้าวจตุโลกบาลทิศเหนือแบบรูปเคารพวัดจีน แม่ทัพสวมเกราะทองและมงกุฎ ผิวสีเขียวหยก สีหน้าเคร่งขรึมเฝ้าระวัง มือหนึ่งถือร่มปิดด้ามยาว อีกมือยกฝ่ามือถือสัตว์ตัวเล็กสีขาว (สัตว์พ่นแก้วที่จีนเรียกว่าหนูเงิน) มีผ้าไหมสีเขียวคล้องไหล่ ยืนในตำหนักสี่ท้าวยามค่ำคืนท่ามกลางแสงเทียนและควันธูป พร้อมอักษร 多闻天王
ภาพวาดตามจินตนาการ (สร้างด้วย AI) อ้างอิงลักษณะจากรูปเคารพท้าวเวสสุวรรณในวัดจีน ได้แก่ วัดชิงอวิ๋นฉาน เมืองซัวเถา (ภาพถ่ายโดย Ixioini CC BY-SA 3.0) วัดซงไป๋และวัดหลิงเซิง มณฑลหูหนาน (ภาพถ่ายโดย Huangdan2060 CC0) และตำหนักสี่ท้าววัดไคหยวน เมืองแต้จิ๋ว (ภาพถ่ายโดย Yumeto CC BY-SA 4.0)

ท้าวเวสสุวรรณ คือท้าวจตุโลกบาลผู้รักษาทิศเหนือ ชื่อสันสกฤตว่า Vaiśravaṇa บาลีว่าเวสสวัณ ชาวจีนเรียกว่า 多闻天王 (แต้จิ๋ว โตบุ๋งเทียงอ๊วง / จีนกลาง ตัวเหวินเทียนหวัง — ราชาสวรรค์ผู้ได้ยินมาก) พระสูตรจีนฉบับเก่าที่สุดที่ตรวจได้ซึ่งแปลในช่วง ค.ศ. 399–416 ระบุว่าท่านเป็นราชาทิศเหนือผู้ปกครองหมู่ยักษ์ [1] คัมภีร์สมัยถังเพิ่มบทบาทผู้คุ้มครองบ้านเมืองและผู้ให้ทรัพย์ [2] ในวัดจีนท่านไม่ใช่ยักษ์ถือกระบองแบบไทย แต่เป็นแม่ทัพสวมเกราะ ถือเจดีย์ หรือถือร่มกับพังพอน ประดิษฐานคู่กับอีกสามท้าวในตำหนักแรกของวัด [3][4]

บทความนี้เรียบเรียงจากพระสูตรภาษาจีนในพระไตรปิฎกฉบับไทโช บันทึกสมัยถังและซ่ง หน้าเว็บของสถาบันวิจัยตุนหวงและวัดในจีน และงานวิจัยไทย โดยแยกให้เห็นว่าเรื่องใดพระสูตรระบุไว้ เรื่องใดเป็นตำนาน และเรื่องใดยังไม่พบหลักฐาน

หน้าภาษาไทยส่วนใหญ่เล่าถึงท้าวเวสสุวรรณแบบไทย หน้านี้เล่าอีกฝั่งหนึ่ง คือท่านในพระสูตรจีน ในตำหนักสี่ท้าวของวัดจีน ในตำนานกองทัพหนูทอง และในนิยายที่ทำให้ท่านกลายเป็นพ่อของนาจา ช่วงท้ายมีตารางเทียบแบบไทยกับแบบจีน โดยไม่ตัดสินว่าแบบใดถูกกว่า

ห้าข้อที่ควรรู้ก่อนอ่านต่อ

  1. 多闻天王 กับท้าวเวสสุวรรณคือองค์เดียวกัน พระสูตรจีนรุ่นแรกถอดเสียงชื่อว่า 毗沙门 (แต้จิ๋ว ปี้ซามึ้ง / จีนกลาง ผีซาเหมิน — เสียงอ่านของ Vaiśravaṇa) [1][5]
  2. พระสูตรให้ท่านคุ้มครองบ้านเมืองและให้ทรัพย์ แต่กำชับว่าทรัพย์ต้องแบ่งปัน ห้ามสะสมด้วยความตระหนี่ [2]
  3. ตำนานกองทัพเทพกับหนูทองช่วยเมืองชายแดนเมื่อ ค.ศ. 742 มีหลายฉบับที่ขัดกัน แต่ธรรมเนียมตั้งรูปท้าวบนกำแพงเมืองสมัยถังมีบันทึกจริง [6][7][8]
  4. 托塔李天王 (แต้จิ๋ว โถะถะลี้เทียงอ๊วง / จีนกลาง ทัวถ่าหลี่เทียนหวัง — ท้าวลี้ผู้ถือเจดีย์) ในนิยายไซอิ๋ว รับเจดีย์และบุตรชายนาจามาจากท้าวเวสสุวรรณ แต่ไม่ใช่องค์เดียวกัน [9][10][11]
  5. ยังไม่พบวันประสูติของท้าวเวสสุวรรณ มีแต่วันประจำเดือนที่สี่ท้าวลงตรวจโลก [12][6]

ข้อมูลด่วน: ท้าวเวสสุวรรณ (多闻天王)

หัวข้อ ข้อมูล
อักษรจีน 多闻天王 (ตัวเต็ม 多聞天王) · ชื่อถอดเสียง 毗沙门天王 (ตัวเต็ม 毘沙門天王) [5][13]
แต้จิ๋ว (สำเนียงเท่งไฮ้) do1 bhung6 tiang1 uang5 · โตบุ๋งเทียงอ๊วง (คำอ่านจากฐานข้อมูล Mogher คอลัมน์ 澄海)
จีนกลาง Duōwén Tiānwáng · ตัวเหวินเทียนหวัง [5]
สันสกฤต / บาลี Vaiśravaṇa / Vessavaṇa (เวสสวัณ) ต้นเค้าคือ Kubera เทพแห่งทรัพย์ของอินเดีย [5][14]
ชื่อไทยที่พบ ท้าวเวสสุวรรณ · ท้าวเวสวัณ (รูปตามคัมภีร์) · ท้าวกุเวร [14][5]
ชื่ออังกฤษและญี่ปุ่น Vaishravana, Heavenly King of the North · ญี่ปุ่นเรียก Bishamonten [5]
ฐานะ ท้าวจตุโลกบาลทิศเหนือ ผู้ปกครองหมู่ยักษ์ ธรรมบาลผู้คุ้มครองบ้านเมืองและผู้ให้ทรัพย์ [1][15][2]
รูปลักษณ์และของถือ สมัยถัง: เกราะทอง ถือเจดีย์กับทวน เหยียบยักษ์ · วัดจีนปัจจุบัน: ถือร่มกับพังพอน (ป้ายจีนเรียกว่าหนูเงิน) · ทิเบต: พังพอนพ่นแก้ว [8][3][16][36]
วันสำคัญ ไม่มีวันประสูติในพระสูตร · วันที่ 8, 14, 15, 23, 29, 30 ทุกเดือนจีนที่สี่ท้าวลงตรวจโลก · พิธีถวายภัตตาหารเหล่าเทพ วันที่ 9 เดือน 1 จีน [12][17]
ศาสนสถานสำคัญ วัดต้าซิงซ่าน ซีอาน · ถ้ำโม่เกาและถ้ำยวี๋หลิน ตุนหวง · ตำหนักสี่ท้าว วัดไคหยวน เมืองแต้จิ๋ว [2][16][18]

1. ชื่อท้าวเวสสุวรรณ: เวสสวัณ 多闻 毗沙门 และชื่อภาษาอังกฤษ

ท้าวเวสสุวรรณ หรือเขียนว่า ท้าวเวสวัณ และท้าวเวสสุวัณ มาจากชื่อสันสกฤต Vaiśravaṇa และบาลี Vessavaṇa งานวิจัยในวารสาร มจร พุทธศาสตร์ปริทรรศน์ ใช้รูป "ท้าวเวสวัณ" ตามคัมภีร์ และอธิบายว่าเวสวัณเป็นชื่อตำแหน่งที่ท้าวสักกเทวราชแต่งตั้ง ผู้ดำรงตำแหน่งคือท้าวกุเวร [14] บทความนี้ใช้รูป "ท้าวเวสสุวรรณ" ซึ่งคนไทยค้นหามากที่สุด

ต้นเค้าในอินเดียคือ Kubera (กุเวร) เทพแห่งทรัพย์ ภาษาอังกฤษเรียกท่านว่า Vaishravana หรือ Heavenly King of the North ส่วนญี่ปุ่นเรียก Bishamonten และนับเป็นหนึ่งในเจ็ดเทพแห่งโชคลาภ [5]

ชื่อจีนมีสองสาย สายแรกถอดเสียงคือ 毗沙门 พบตั้งแต่คัมภีร์ทีรฆาคมฉบับแปลจีน 《长阿含经》 สายที่สองแปลความหมายคือ 多闻 "ได้ยินมาก" พจนานุกรม 《佛学大辞典》 ยกคำอธิบายเก่าว่า "此天恒护如来道场而闻法,故名多闻天" คือท่านเฝ้าคุ้มครองที่แสดงธรรมของพระพุทธเจ้าอยู่เสมอ จึงได้ฟังธรรมมาก [19] ส่วนหน้าเว็บของไต้หวันอธิบายว่า "以福德之名闻四方" ชื่อเสียงด้านบุญบารมีขจรไปทั่วสี่ทิศ [3] สองคำอธิบายมองคำว่า 闻 คนละด้าน คือ "ได้ยิน" กับ "เป็นที่ได้ยิน"

ในทิเบต ท่านมีชื่อว่า 财宝天王 (แต้จิ๋ว ไฉ่โป้เทียงอ๊วง / จีนกลาง ไฉเป่าเทียนหวัง — ราชาสวรรค์แห่งทรัพย์สมบัติ) และเป็นธรรมบาลที่ท่านซงคาปาแห่งสำนักเกลุกบูชา [20] ชื่อนี้เป็นของสายทิเบต ไม่ใช่ชื่อในตำหนักสี่ท้าวของวัดจีนทั่วไป

คำอ่าน "โตบุ๋งเทียงอ๊วง" ในบทความนี้ถอดจากฐานข้อมูลคำอ่านแต้จิ๋วสำเนียงเท่งไฮ้ ส่วนรูปเขียนไทยที่ชุมชนไทยเชื้อสายจีนใช้จริงยังไม่พบในแหล่งที่ตรวจ วัดมังกรกมลาวาสเองใช้คำไทยว่า "ท้าวจตุโลกบาล" [21]

2. ท้าวเวสสุวรรณในพระสูตรจีน: ท้าวจตุโลกบาลทิศเหนือ นายแห่งยักษ์ ผู้คุ้มครองและผู้ให้ทรัพย์

ท้าวจตุโลกบาลคือราชาสี่องค์ประจำสี่ทิศของเขาพระสุเมรุ ภาษาจีนเรียกรวมว่า 四大天王 (แต้จิ๋ว ซี่ไต๋เทียงอ๊วง / จีนกลาง ซื่อต้าเทียนหวัง — ราชาสวรรค์ทั้งสี่) พระสูตรจีนแต่ละรุ่นเพิ่มบทบาทให้ท้าวทิศเหนือ ดังนี้

ราชาทิศเหนือผู้มีนครสามแห่ง

คัมภีร์ทีรฆาคมฉบับแปลจีน ผูกที่ 20 กล่าวถึงทิศเหนือว่า

须弥山北千由旬有毗沙门天王,王有三城:一名可畏,二名天敬,三名众归。

ห่างจากเขาพระสุเมรุไปทางทิศเหนือพันโยชน์ เป็นที่ประทับของท้าวเวสสุวรรณ ท้าวมีนครสามแห่ง แห่งแรกชื่อน่าเกรงขาม แห่งที่สองชื่อเทวดาเคารพ แห่งที่สามชื่อหมู่ชนมาพึ่ง [13]

นายแห่งหมู่ยักษ์

ผูกที่ 12 ในพระสูตรว่าด้วยมหาสมาคม แจกแจงว่าท้าวแต่ละทิศปกครองอมนุษย์กลุ่มใด และว่า

北方天王名毗沙门,领诸悦叉鬼,有大威德,有九十一子。

ราชาทิศเหนือนามว่าเวสสวัณ ปกครองหมู่ยักษ์ มีอานุภาพมาก มีโอรสเก้าสิบเอ็ดองค์ [1]

คำว่า 悦叉 คือคำเดียวกับ 夜叉 (แต้จิ๋ว เอี่ยเช / จีนกลาง เย่ชา — ยักษ์) ที่ใช้ภายหลัง ยักษ์ในคติจีนจึงเป็นบริวารของท่าน ไม่ใช่ตัวท่านเอง อ่านต่อได้ที่ ยักษ์จีน 夜叉 กับยักษ์ไทยจักร ๆ วงศ์ ๆ

บริวารยักษ์ไม่ได้ดีทุกตน คัมภีร์ T1245 ให้ท้าวเวสสุวรรณทูลพระพุทธเจ้าว่ายักษ์จำนวนมาก "不信佛言,恼乱有情" คือไม่เชื่อคำสอนและก่อกวนสรรพสัตว์ ท่านจึงถวายบทคุ้มครองชื่อ 阿吒曩胝经 ให้ภิกษุที่อยู่ป่า [22] โครงเรื่องนี้ตรงกับอาฏานาฏิยสูตรในพระไตรปิฎกบาลี ซึ่งท้าวเวสวัณทูลว่ายักษ์มีทั้งที่เลื่อมใสและไม่เลื่อมใส [14] นี่คือจุดเชื่อมสำคัญระหว่างพุทธไทยกับพุทธจีนในเรื่องของท่าน

ผู้คุ้มครองบ้านเมืองและผู้ให้ทรัพย์

ในพระสูตรสุวรรณประภาสะฉบับแปลของพระอี้จิงสมัยถัง 《金光明最胜王经》 ท้าวทั้งสี่ปฏิญาณว่า หากกษัตริย์องค์ใดเคารพพระสูตรนี้ ตนจะ "拥护是王,除其衰患" คือคุ้มครองกษัตริย์องค์นั้นและขจัดเคราะห์ร้าย [15] พระสูตรเล่มเดียวกันให้ 多闻天王 ถวายธารณีแก้วมณีสมปรารถนา และกล่าวถึงพระนามของท่านว่า "能施财物" คือให้ทรัพย์ได้ [15]

คัมภีร์ T1244 ซึ่งระบุว่าพระอโมฆวัชระแปลที่วัดต้าซิงซ่าน ขึ้นต้นด้วยถ้อยคำของท้าวเองว่า

我为未来诸有情等利益安乐、丰饶财宝、护持国界故,说自真言。

เพื่อประโยชน์สุขของสรรพสัตว์ในอนาคต เพื่อความมั่งคั่งด้วยทรัพย์ และเพื่อคุ้มครองแผ่นดิน ข้าพเจ้าจึงกล่าวมนตร์ของตน [2]

คัมภีร์เดียวกันเล่าว่าผู้ที่สวดไม่ขาดจะมีโอรสของท้าวมาส่งเหรียญทองวันละร้อยเหรียญ แต่กำกับทันทีว่า

除自受用外,应行舍施,不应贮积而怀悭吝。

นอกจากที่ใช้เองแล้ว พึงให้ทาน ไม่พึงเก็บสะสมไว้ด้วยใจตระหนี่ [2]

พระสูตรจึงผูกทรัพย์ไว้กับการแบ่งปัน ไม่ได้มองท้าวเวสสุวรรณเป็นตู้เงินส่วนตัว

ผู้ตรวจความดีความชั่ว

พระสูตรว่าด้วยท้าวจตุโลกบาล 《佛说四天王经》 อธิบายว่าสี่ท้าวผลัดกันลงมาตรวจโลกทุกเดือน ตามวันที่กำหนด

常以月八日遣使者下……十四日遣太子下;十五日四天王自下;二十三日使者复下;二十九日太子复下;三十日四王复自下。

วันที่ 8 ของเดือนส่งทูตลงมา วันที่ 14 ส่งโอรสลงมา วันที่ 15 ท้าวทั้งสี่ลงมาเอง วันที่ 23 ทูตลงมาอีก วันที่ 29 โอรสลงมาอีก วันที่ 30 ท้าวทั้งสี่ลงมาเองอีกครั้ง [12]

ท้าวทั้งสี่ตรวจดูความคิด คำพูด และการกระทำของผู้คน แล้วนำไปกราบทูลท้าวสักกะ [12] ปฏิทินพุทธจีนปัจจุบันยังพิมพ์คำว่า "四天王巡行" (สี่ท้าวออกตรวจ) ไว้ในวันเหล่านี้ [23] ฝั่งไทยก็เข้าใจใกล้กัน งานวิจัยไทยสรุปว่าท้าวเวสวัณคอยสอดส่องบุญและบาปของมนุษย์เพื่อรายงานต่อเทพชั้นดาวดึงส์ [14]

ในมนตรยานจีน พจนานุกรม 《佛学大辞典》 บันทึกว่าท่านเป็น "夜叉主" นายแห่งยักษ์ และในมณฑลครรภธาตุเป็นรูปสวมเกราะ ฝ่ามือซ้ายมีเจดีย์ มือขวาถือคทา [19]

3. ประวัติท้าวเวสสุวรรณ จากเทพทรัพย์อินเดีย ผ่านโขตาน สู่ราชสำนักถัง

ประวัติของท้าวเวสสุวรรณในจีนสะสมเป็นชั้น ๆ ตามคัมภีร์แต่ละยุค ชั้นแรกคือพระสูตรยุคแรกที่ให้ท่านเป็นราชาทิศเหนือ [1] ชั้นต่อมาคือโขตานและราชสำนักถัง ซึ่งทำให้ท่านกลายเป็นเทพของกองทัพ

โขตาน เมืองที่ท้าวเคยประทับ

ก่อนจะเป็นเทพของราชสำนักถัง ท่านเป็นเทพสำคัญของ 于阗 (แต้จิ๋ว อีเที้ยง / จีนกลาง อวี๋เถียน — อาณาจักรโขตาน ปัจจุบันอยู่เขตเหอเถียน ซินเจียง) [24] พระถังซัมจั๋งบันทึกใน 《大唐西域记》 ว่ากษัตริย์โขตาน "自云毗沙门天之祚胤也" คืออ้างว่าสืบเชื้อสายจากท้าวเวสสุวรรณ และเล่าว่าแต่ก่อนแผ่นดินนี้รกร้าง ท้าวเคยมาประทับที่นี่ [25] บันทึกนี้เป็นหลักฐานชั้นต้น แต่ตัวเรื่องต้นวงศ์กษัตริย์เป็นตำนานของชาวโขตานเอง

สถาบันวิจัยตุนหวงสรุปว่าท้าวองค์นี้เป็นเทพที่ได้รับการบูชามากที่สุดในตุนหวง โขตาน และเอเชียกลางสมัยโบราณ [16] ตำราพิชัยสงครามสมัยถังก็เขียนว่า "毗沙门神,本西胡法" คือเดิมเป็นเทพของชาวตะวันตก และ "于阗城有庙" ในเมืองโขตานมีศาลของท่าน [8]

ราชสำนักและกองทัพถัง

ตำรา 《太白阴经》 ของ 李筌 (แต้จิ๋ว ลี้ช้วง / จีนกลาง หลี่เฉวียน — ขุนนางนักการทหารสมัยถัง) มีบทบวงสรวงท้าวเวสสุวรรณให้แม่ทัพใช้ก่อนออกศึก บรรยายท่านว่า "宝塔在手,金甲被身" คือเจดีย์อยู่ในมือ เกราะทองหุ้มกาย และอธิบายที่มาของพิธีว่า [8]

国家知其神,乃诏于边方立庙,元帅亦图其形于旗上,号曰神旗……至今府州县多立天王庙焉。

ราชสำนักรู้ถึงความศักดิ์สิทธิ์ของท่าน จึงมีพระราชโองการให้ตั้งศาลตามชายแดน แม่ทัพก็วาดรูปท่านไว้บนธง เรียกว่าธงเทพ……จนถึงทุกวันนี้หัวเมืองต่าง ๆ ก็ตั้งศาลท้าวไว้มาก [8]

บันทึกยุคหลังสอดคล้องกัน เว็บพจนานุกรม hao86 สรุปว่าสมัยถังและซ่งมีพระราชโองการให้หัวเมืองสร้าง "天王堂" ศาลท้าวขึ้นบูชา [26] และ 《宋高僧传》 ซึ่งรวบรวมเสร็จเมื่อ ค.ศ. 988 เล่าว่ามีพระบัญชา "敕诸道城楼置天王像" ให้ตั้งรูปท้าวบนหอประตูเมืองทุกภาค [7] ธรรมเนียมนี้จึงมีบันทึกหลายแหล่ง แม้เรื่องที่อธิบายต้นกำเนิดจะขัดกันเอง

คัมภีร์มนตรยานกับวัดต้าซิงซ่าน

คัมภีร์บูชาท้าวหลายเล่มจารึกผู้แปลว่าพระอโมฆวัชระแห่ง 大兴善寺 (แต้จิ๋ว ไต๋เฮงเสี๋ยงยี่ / จีนกลาง ต้าซิงซ่านซื่อ — วัดต้าซิงซ่าน นครฉางอาน ปัจจุบันคือซีอาน) [2] ชื่อจีนของท่านคือ 不空 (แต้จิ๋ว ปุกคง / จีนกลาง ปู้คง — ผู้ไม่ว่างเปล่า) เป็นพราหมณ์จากอินเดียเหนือที่ติดตามอามาจีนตั้งแต่เยาว์วัย [7]

แต่ผู้แปลจริงของบางเล่มยังเป็นที่สงสัย T1248 จารึกเองว่า "不空别行翻译不入正经" คือแปลแยกต่างหาก ไม่ได้บรรจุในพระคัมภีร์หลัก [9] ส่วน T1249 มีบันทึกท้ายเล่มว่าคัดลอกจากพระรูปหนึ่งในวังเมื่อปีที่ 14 ศักราช 天宝 (แต้จิ๋ว เทียงโป้ / จีนกลาง เทียนเป่า) ตรงกับ ค.ศ. 755 แล้วสอบทานกับอีกฉบับในปี ค.ศ. 770 [6] เนื้อหาของ T1249 รวมทั้งตำนานเมืองอันซี จึงถูกจดในรูปที่เราเห็นหลัง ค.ศ. 755

4. ตำนานท้าวเวสสุวรรณช่วยเมืองอันซี: กองทัพเทพ หนูทอง และหลักฐานที่ขัดกัน

ตำนานที่ดังที่สุดของท้าวเวสสุวรรณจีนคือเรื่องกองทัพเทพกับหนูทองช่วยเมืองชายแดนตะวันตก เมืองในตำนานคือ 安西 (จีนกลาง อันซี — ที่ตั้งกองบัญชาการฝั่งตะวันตกของถัง อยู่ในเขตคูเชอ ซินเจียงปัจจุบัน) [24] ฉบับที่ละเอียดที่สุดอยู่ในคัมภีร์ T1249 ซึ่งเล่าได้ดังนี้

เรื่องตามคัมภีร์ T1249

ปี ค.ศ. 742 ห้าชาติ ซึ่งตัวบทระบุชื่อ "大石" และ "康" ยกทัพล้อมอันซี วันที่ 11 เดือน 2 มีฎีกาขอกำลังเสริม จักรพรรดิตรัสกับพระ 一行 (แต้จิ๋ว อิกเฮ้ง / จีนกลาง อีสิง — พระนักดาราศาสตร์สมัยถัง) ว่าส่งทัพไปต้องใช้แปดเดือน ไม่ทันแล้ว พระอีสิงทูลแนะให้อัญเชิญกองทัพเทพของท้าวเวสสุวรรณ โดยเรียก "胡僧大广智" ซึ่งเป็นสมัญญาของพระอโมฆวัชระ [6]

พระอโมฆวัชระสวดมนตร์ไม่ทันครบสองเจ็ดจบ จักรพรรดิก็เห็นทหารเทพสวมเกราะยืนหน้ามณฑลพิธี พระทูลว่านี่คือ 独健 (แต้จิ๋ว ต็อกเกี๋ยง / จีนกลาง ตู๋เจี้ยน — โอรสองค์ที่สองของท้าว) นำทัพไปช่วยอันซี เดือน 4 ฎีกาจากอันซีเล่าว่า วันที่ 11 เดือน 2 มีทหารเกราะทองปรากฏในหมอก มีเสียงกลองแตรดังสนั่น ข้าศึกถอยทัพ ในค่ายพบว่า "金鼠" หนูทองกัดสายธนูขาด และท้าวเวสสุวรรณปรากฏกายบนหอประตูทิศเหนือ ราชสำนักจึงให้กองทัพทุกภาคตั้งรูปท้าวบูชา [6]

สามฉบับ สามเรื่อง

เมื่อเทียบกับแหล่งชั้นต้นอีกสองแหล่ง รายละเอียดเกือบทุกข้อไม่ตรงกัน

ประเด็น 《太白阴经》 ถังตอนกลาง คัมภีร์ T1249 《宋高僧传》 ค.ศ. 988
เมืองที่ถูกล้อม โขตาน อันซี ตัวบทว่า "围西凉府" แต่ให้ไป "救安西"
ปี "往年" ไม่ระบุปี ค.ศ. 742 วันที่ 11 เดือน 2 "天宝中" ช่วงศักราชเทียนเป่า
ข้าศึก ทิเบต (吐蕃) ห้าชาติ มี "大石" และ "康" สามชาติ "西蕃、大石、康"
ผู้ทำพิธี ไม่มีพระ พระอีสิงทูลแนะ พระอโมฆวัชระสวด พระอโมฆวัชระสวดมนตร์จากพระสูตรกษัตริย์ผู้ทรงธรรม
หนู หนูดำ หนูทอง "鼠金色" หนูสีทอง
ผลที่ตามมา ตั้งศาลตามชายแดน วาดรูปบนธงทัพ ให้กองทัพทุกภาคตั้งรูปบูชา "敕诸道城楼置天王像,此其始也"

ที่มาของตาราง: [8][6][7]

หน้า 《太白阴经》 บนวิกิซอร์ซยังมีย่อหน้าต่อท้ายที่ขึ้นต้นว่า "一本云" แปลว่า "อีกฉบับหนึ่งว่า" เล่าฉบับอันซีที่มีพระอโมฆวัชระและหนูทอง โดยไม่ระบุปีและไม่มีพระอีสิง [8] เรื่องสองฉบับจึงเดินคู่กันมาในตำราเดียว แต่เนื้อเรื่องหลักยังเป็นฉบับโขตาน

ห้าข้อที่ทำให้ฉบับอันซีเป็นไปไม่ได้ตามที่เล่า

  1. พระอโมฆวัชระไม่อยู่ในจีนต้นปี 742 《宋高僧传》 บันทึกว่าท่านลงเรือไปลังกาในเดือน 12 ปีที่ 29 ศักราช 开元 (แต้จิ๋ว ไคง้วง / จีนกลาง ไคหยวน) ตรงกับรอยต่อปลาย ค.ศ. 741 กับต้น 742 และกลับถึงเมืองหลวงใน ค.ศ. 746 [7]
  2. พระอีสิงมรณภาพไปก่อน 15 ปี 《宋高僧传》 ผูกที่ 5 บันทึกว่าท่านอาพาธหนักในเดือน 9 ปีที่ 15 ศักราชไคหยวน คือ ค.ศ. 727 และมรณภาพในเดือนถัดมา [27]
  3. ฉบับหลักที่เก่าที่สุดไม่มีพระ เนื้อเรื่องหลักใน 《太白阴经》 ตั้งเรื่องที่โขตาน ข้าศึกคือทิเบต และไม่มีพระทำพิธี [8]
  4. หนูกัดสายธนูเป็นตำนานโขตานที่มีมาก่อน 《大唐西域记》 เล่าว่าเมื่อทัพซงหนูบุกโขตาน หนูศักดิ์สิทธิ์ขนสีทองและเงินช่วยกษัตริย์ โดย "诸马鞍、人服、弓弦、甲链,凡厥带系,鼠皆啮断" อานม้า เสื้อผ้า สายธนู และสายเกราะของข้าศึกถูกหนูกัดขาดหมด [25] หนังสือพิมพ์เหวินฮุ่ยก็ชี้ว่าเรื่องนี้คือต้นเค้าของหนูในตำนานท้าว [24]
  5. เมืองไม่ตรงกันแม้ในฉบับเดียว 《宋高僧传》 ว่าข้าศึกล้อมเมืองซีเหลียง แต่ให้ทัพเทพไปช่วยอันซี [7] และในแหล่งที่ตรวจยังไม่พบพงศาวดารที่บันทึกการล้อมครั้งนี้

สรุปได้สองชั้น เรื่องกองทัพเทพกับหนูทองควรเล่าในฐานะตำนาน ส่วนธรรมเนียมตั้งรูปท้าวบนหอประตูเมืองและวาดรูปบนธงทัพสมัยถังมีบันทึกหลายแหล่งที่สอดคล้องกัน [7][8] ผู้เขียนเห็นว่าตำนานน่าจะเกิดขึ้นเพื่ออธิบายธรรมเนียมที่มีอยู่แล้ว ข้อนี้เป็นข้อสังเกตจากลำดับเวลาของเอกสาร ไม่ใช่ข้อความที่แหล่งใดเขียนไว้

5. นาจา เจดีย์ และ托塔李天王: ท้าวเวสสุวรรณจีนกลายเป็น "พ่อของนาจา" ได้อย่างไร

คนไทยรู้จักนาจาจากนิยายและภาพยนตร์ ในฐานะเด็กที่มีพ่อชื่อหลี่จิ้งถือเจดีย์ แต่ในพระสูตร เจดีย์นั้นเป็นของท้าวเวสสุวรรณ และนาจาเป็นโอรสของท้าวมาก่อน

นาจาในพระสูตร: โอรสองค์ที่สามผู้ถือเจดีย์ให้พ่อ

ชื่อ 哪吒 (แต้จิ๋ว ล้าจา / จีนกลาง เหน่อจา — คนไทยนิยมเขียนว่า นาจา) ในพระสูตรรุ่นถังเขียนว่า 那吒 คัมภีร์ T1247 เปิดเรื่องด้วยนาจาถือทวนมาเฝ้าพระพุทธเจ้า แล้วแนะนำตัวว่า "我是北方天王吠室罗摩那罗阇第三王子" คือข้าคือโอรสองค์ที่สามของราชาทิศเหนือเวสสวัณ [28]

คัมภีร์ T1248 อธิบายว่าเจดีย์ในมือท้าวเป็นเจดีย์บูชาพระศากยมุนี และพระพุทธเจ้ามอบหมายให้นาจาประคองเจดีย์ติดตามบิดา

即拥遣第三子那吒捧行,莫离其侧。

จึงให้โอรสองค์ที่สามนามนาจาประคองเจดีย์ติดตามไป อย่าได้ห่างจากข้างกาย [9]

คัมภีร์ T1249 ย้ำว่า "令第三子那吒捧塔随天王" และกำหนดวันที่ 21 ของเดือนเป็น "那吒与父王交塔日" วันที่นาจาส่งเจดีย์คืนแก่บิดา ส่วนโอรสองค์ที่สองคือตู๋เจี้ยน "常领天兵护其国界" คือนำทัพเทพคุ้มครองแผ่นดินอยู่เสมอ [6] ในพระสูตร เจดีย์จึงเป็นของท้าว นาจาเป็นเพียงผู้ถือให้

นาจาในนิยาย: ลูกที่จะฆ่าพ่อ กับเจดีย์ที่พระพุทธเจ้าประทาน

นิยาย 《西游记》 (ไซอิ๋ว) สมัยหมิง ตอนที่ 83 ให้ 李靖 (แต้จิ๋ว ลี้เจ๋ง / จีนกลาง หลี่จิ้ง — แม่ทัพสวรรค์ผู้เป็นพ่อของนาจาในนิยาย) เล่าเองว่านาจาเคยแค้นพ่อถึงขั้นจะฆ่า พระพุทธเจ้าจึงประทานเจดีย์ทองคำที่มีพระพุทธรูปอยู่ทุกชั้น ให้นาจานับถือพระพุทธเจ้าเป็นพ่อแทนเพื่อระงับความแค้น และสรุปว่า

所以称为托塔李天王者,此也。

ที่เรียกกันว่าท้าวลี้ผู้ถือเจดีย์ ก็ด้วยเหตุนี้ [10]

ในตอนเดียวกัน หลี่จิ้งบอกว่าตนมีบุตรชายสามคน นาจาเป็นคนที่สาม [10] นิยายจึงยังเก็บเค้า "โอรสองค์ที่สาม" กับ "เจดีย์" ไว้ครบ แต่เปลี่ยนตัวพ่อเป็นหลี่จิ้ง และเปลี่ยนเหตุผลของเจดีย์เป็นเครื่องระงับความแค้นของลูก

นักวิชาการอธิบายว่าอย่างไร

บทคัดย่อของบทความวิชาการจีนเรื่องความเป็นพ่อลูกระหว่างหลี่จิ้งกับนาจาสรุปว่า ในเอกสารยุคแรกสองตัวละครนี้อยู่คนละตำรา และจุดเชื่อมคือท้าวเวสสุวรรณ [11] วิกิพีเดียอ้างงานของ Meir Shahar ว่าชื่อนาจามาจาก Nalakūbara บุตรของ Kubera และท้าวเวสสุวรรณถูกโยงกับแม่ทัพหลี่จิ้งที่มีตัวตนจริงสมัยถัง [29] ทั้งยังสรุปว่าในความเชื่อสายเต๋า ท้าวถูกรวมเข้ากับหลี่จิ้ง ซึ่งรับลักษณะเช่นการถือเจดีย์ไป [5] ข้อสรุปเหล่านี้มาจากบทคัดย่อและสารานุกรม ผู้เขียนยังไม่ได้อ่านงานฉบับเต็ม

สรุปคือ 托塔李天王 ไม่ใช่ชื่อของท้าวเวสสุวรรณในคัมภีร์ แต่เป็นตัวละครที่ยืมของถือและลูกชายมาจากท่าน ในตำหนักสี่ท้าวของวัดพุทธ ท้าวทิศเหนือยังคือ 多闻天王 เสมอ

6. รูปลักษณ์ท้าวเวสสุวรรณจีน: เจดีย์ ทวน ร่ม พังพอน และท้าวเวสสุวรรณมีกี่ปาง

ภาพท้าวเวสสุวรรณในจีนเปลี่ยนไปตามยุคและสายคติ ไม่มีแบบเดียวที่ถูกต้อง วิธีที่ง่ายที่สุดในการจำคือดูของในมือ

แบบตามคัมภีร์และสมัยถัง: เจดีย์ ทวน และยักษ์ใต้เท้า

คัมภีร์ T1246 ซึ่งเป็นคู่มือวาดรูปบูชา กำหนดว่า

身着七宝金刚庄严甲胄,其左手执三叉戟、右手托腰(又一本左手捧塔),其脚下踏三夜叉鬼。

กายสวมเกราะประดับรัตนะเจ็ดประการ มือซ้ายถือทวนสามง่าม มือขวาเท้าเอว (อีกฉบับหนึ่งว่ามือซ้ายประคองเจดีย์) ใต้เท้าเหยียบยักษ์สามตน [30]

คัมภีร์เดียวกันให้หน้าท้าว "面作可畏猛形" ดุน่าเกรงขาม [30] ส่วน 《太白阴经》 ว่า "身被金甲,右手持戟,左手擎塔" สวมเกราะทอง มือขวาถือทวน มือซ้ายชูเจดีย์ [8] ภาพผนังถ้ำโม่เกา (莫高窟) ถ้ำที่ 154 สมัยถังตอนกลางก็เป็นท้าว "手托宝塔,持戟挺立" มือประคองเจดีย์ ถือทวนยืนตรง สวมเกราะยาวแบบนักรบทิเบต [31]

ภาพวาดบนผ้าไหมจากถ้ำที่ 17 ตุนหวง ท้าวเวสสุวรรณสวมมงกุฎและเกราะ มือขวาถือทวนสามง่าม ยกมือซ้ายไปทางเจดีย์ที่ลอยอยู่บนเมฆ ยืนบนน้ำ มียักษ์ ผู้ติดตาม และเทพธิดาถือถาดล้อมรอบ
ท้าวเวสสุวรรณข้ามน้ำ ภาพวาดบนผ้าไหมจากถ้ำที่ 17 ตุนหวง สมัยห้าราชวงศ์ ราวกลางศตวรรษที่ 10 ปัจจุบันอยู่ที่บริติชมิวเซียม ทวนกับเจดีย์คือของถือแบบสมัยถัง · ภาพ: Unknown author / Wikimedia Commons (Public domain)

แบบทิเบตและตุนหวงยุคหลัง: พังพอนพ่นแก้ว

ภาพที่แปลกที่สุดอยู่ในถ้ำยวี๋หลิน (榆林窟) ถ้ำที่ 15 สมัยถังตอนกลาง สถาบันวิจัยตุนหวงบรรยายว่าเป็นท้าวไม่สวมเกราะ "右手持棒,左手握着一只口含宝珠的貂鼠" มือขวาถือกระบอง มือซ้ายกำสัตว์ตระกูลพังพอนที่คาบแก้ว และระบุว่าคือ 多闻天王 แบบพุทธทิเบต [16] สถาบันเดียวกันอธิบายว่าของในมือเปลี่ยนจากเจดีย์เป็นสัตว์ตัวนี้ เพราะอิทธิพลของสัตว์พ่นแก้วที่ชาวทิเบตนำเข้ามา และตำนานหนูศักดิ์สิทธิ์ของโขตาน [16]

ภาษาจีนเรียกสัตว์ตัวนี้ว่า 吐宝鼠 (แต้จิ๋ว โท่วโป้ชื้อ / จีนกลาง ถู่เป่าสู่ — ชื่อแปลตรงตัวว่าหนูพ่นแก้ว) หนังสือพิมพ์เหวินฮุ่ยชี้ว่าต้นแบบจริงคือพังพอนของอินเดียที่กินงู [24] วิกิพีเดียอธิบายว่าพังพอนเป็นศัตรูของงูซึ่งแทนความโลภหรือความโกรธ ส่วนแก้วที่พ่นออกมาหมายถึงความเอื้อเฟื้อ [5] ในทิเบต เครื่องหมายของ 财宝天王 คือสิงโต เกราะ ร่ม และพังพอนพ่นแก้ว [20] ส่วนคัมภีร์สมัยหยวนให้ภาพว่า "其身绿色执宝叉" กายสีเขียว ถือตรีศูล [32]

แบบวัดจีนปัจจุบัน: ร่มกับพังพอน

ในวัดจีนและไต้หวันปัจจุบัน ท้าวเวสสุวรรณมักถือร่ม หน้าเว็บของหอจดหมายเหตุประวัติศาสตร์ไต้หวันบรรยายว่า

北方天王,又名多闻天王,右手执宝伞,左手执银鼠,以福德之名闻四方。

ท้าวทิศเหนือ อีกนามหนึ่งคือ 多闻天王 มือขวาถือร่มวิเศษ มือซ้ายถือ "หนูเงิน" (ต้นแบบคือพังพอน ดูหัวข้อถัดไป) ชื่อเสียงด้านบุญบารมีขจรไปทั่วสี่ทิศ [3]

ร่มในที่นี้เรียกว่า 宝伞 (แต้จิ๋ว โป้ซั่ว / จีนกลาง เป่าส่าน — ร่มหรือฉัตรวิเศษ) หน้าเดียวกันอธิบายว่าของถือของสี่ท้าวตามคติชาวบ้านหมายถึง 风调雨顺 (แต้จิ๋ว ฮงเที้ยวอู้ซุ๋ง / จีนกลาง เฟิงเถียวอวี่ซุ่น — ลมฝนตามฤดูกาล) และยกบทจากนิยาย 《封神演义》 (ห้องสิน) ว่า "多文天王魔礼海,掌管混元珍珠伞,职雨" คือท้าวทิศเหนือถือร่มไข่มุก ทำหน้าที่ดูแลฝน [3] ร่มจึงแทนคำว่า 雨 ฝน ในวลี "ลมฝนตามฤดูกาล"

ป้ายหน้ารูปท้าวในวัดซงไป๋ มณฑลหูหนาน (ภาพด้านล่าง) เขียนสอดคล้องกันว่า "身为绿色,穿甲胄,右手持宝伞" คือกายสีเขียว สวมเกราะ มือขวาถือร่ม แล้วต่อว่า "左手握神鼠—银鼠。用以制服魔众,护持人民财富" คือมือซ้ายกำ "หนูศักดิ์สิทธิ์" หรือ "หนูเงิน" ใช้ปราบหมู่มารและคุ้มครองทรัพย์สินของผู้คน สัตว์สีขาวตัวเล็กหางยาวในมือท่านคือสัตว์พ่นแก้วตัวเดียวกับในภาพแบบทิเบต ซึ่งต้นแบบคือพังพอน แม้จีนจะเรียกด้วยคำว่าหนู

รูปเคารพท้าวเวสสุวรรณในตำหนักสี่ท้าว วัดซงไป๋ มณฑลหูหนาน สวมมงกุฎและเกราะ มือขวาถือร่มปิดสีเขียวลายมังกร มือซ้ายกำสัตว์สีขาวตัวเล็กหางยาว ด้านล่างมีป้ายภาษาจีนและอังกฤษ
ท้าวเวสสุวรรณแบบวัดจีนปัจจุบันที่วัดซงไป๋ มณฑลหูหนาน ป้ายหน้ารูปเขียนว่า 北方多闻天王 มือขวาถือร่ม มือซ้ายกำสัตว์สีขาวตัวเล็กที่ป้ายเรียกว่าหนูเงิน · ภาพ: Huangdan2060 / Wikimedia Commons (CC0)

ทำไมท้าวเวสสุวรรณถือพังพอน ไม่ใช่หนู

ต้นแบบของสัตว์ในมือซ้ายท้าวเวสสุวรรณคือพังพอน แม้ชื่อจีนจะใช้อักษร 鼠 (แต้จิ๋ว ชื้อ / จีนกลาง สู่ — หนู) ก็ตาม บทความเรื่องเทพแห่งทรัพย์บนเว็บข่าวเผิงไพ่ (The Paper) ปี 2025 ระบุว่า 吐宝鼠 "原形并非鼠类,而是獴" คือต้นแบบไม่ใช่สัตว์จำพวกหนู แต่เป็นพังพอน ชนิดที่พบมากในอินเดียคือพังพอนเทาที่กินงู [36] หนังสือพิมพ์เหวินฮุ่ยก็สรุปตรงกัน [24] ส่วนคำว่า 银鼠 (แต้จิ๋ว เง้งชื้อ / จีนกลาง อิ๋นสู่ — หนูเงิน) ที่ป้ายวัดจีนใช้ พจนานุกรมฮั่นเตี่ยนอธิบายว่าคือ "鼬科中體型最小的哺乳動物" สัตว์ที่ตัวเล็กที่สุดในตระกูลเพียงพอน ขนขาวทั้งตัวในฤดูหนาว ไม่ใช่หนู [38] ชื่อจีนจึงหมายถึงสัตว์ตัวยาวหางยาวที่หน้าตาคล้ายพังพอน

เหตุผลที่พังพอนกลายเป็นสัตว์แห่งทรัพย์ ไล่ได้เป็นสามขั้น

  1. พังพอนเป็นศัตรูของงู สู้กับงูและกินงูได้ [36]
  2. งูอยู่ใต้ดินและเฝ้าทรัพย์ บทความเดียวกันว่า "蛇在印度被视为财富守护者" ในอินเดียงูถือเป็นผู้เฝ้าทรัพย์ [36] คัมภีร์พุทธยุคแรกก็เล่าถึงนาคที่เฝ้าของมีค่าไว้ในวังใต้ดินของตน และคัมภีร์มหาวงศ์ของลังกาในศตวรรษที่ 5 ยิ่งวาดภาพนาคให้เป็นผู้สะสมและหวงแหนทรัพย์ [37] ผืนดินใต้เท้าจึงเป็นที่เก็บเงินทอง
  3. ปราบงูได้ก็ได้ทรัพย์ บทความของเผิงไพ่สรุปว่า "降伏蛇也就获得了财富,因此獴也成为了获取财富的象征" ปราบงูได้ก็ได้ทรัพย์ พังพอนจึงกลายเป็นสัญลักษณ์ของการได้ทรัพย์มา [36]

พังพอนพ่นแก้วในมือท้าวจึงหมายถึงทรัพย์ที่ถูกนำออกมาจากที่ซ่อนใต้ดิน วิกิพีเดียอธิบายว่าแก้วที่พ่นออกมาแทนความเอื้อเฟื้อ [5] ตรงกับที่พระสูตรกำชับให้แบ่งปันทรัพย์ [2] บทความของเผิงไพ่ยังเล่าว่าชาวอินเดียและเอเชียกลางโบราณใช้หนังพังพอนทั้งตัวทำถุงเงิน เวลาใช้ก็เทเหรียญ เปลือกหอย และอัญมณีออกทางปากพังพอน และมองว่าพังพอนในมือท้าวเวสสุวรรณสืบมาจากธรรมเนียมนี้ [36]

ส่วนเหตุที่บางรูปในจีนดูเหมือนหนู บทความเดียวกันอธิบายว่ารูปปั้นในอินเดียและทิเบตยังคงลักษณะพังพอนไว้ คือหัวแหลม คอเล็ก ตัวยาว หางใหญ่ แต่เมื่อเข้ามาในจีน ตัวที่เล็กกับชื่อที่มีคำว่าหนู ทำให้รูปเทพแห่งทรัพย์บางองค์ที่ทำในจีนกลายเป็นถือหนูไปเลย [36] ถ้าไปวัดจีนแล้วเห็นท้าวเวสสุวรรณถือสัตว์คล้ายหนู ก็คือสัตว์พ่นแก้วตัวเดียวกันที่ต้นแบบเป็นพังพอน แต่ฝั่งจีนก็มีหนูจริงปนอยู่ในเรื่องนี้ด้วย คือตำนานหนูศักดิ์สิทธิ์ของโขตาน ซึ่งสถาบันวิจัยตุนหวงนับเป็นที่มาส่วนหนึ่งของสัตว์ในมือท้าว [16]

ท้าวเวสสุวรรณมีกี่ปาง

ฝั่งไทย งานวิจัยใน ThaiJO พบว่าวัดจุฬามณี จังหวัดสมุทรสงคราม สร้างรูปท้าวไว้ 4 ปาง มี 3 ปางที่ตรงกับคำสอน คือปางพรหมาสูติเทพ พระพักตร์แบบพรหม ถือดอกบัวและแว่นสุริยกานต์ ปางเทพบุตรถือกระบองเหลี่ยม และปางมนุษย์ถือกระบองเกลียว [14] งานเดียวกันยังกล่าวถึงอีกชุดหนึ่งเป็น 3 ปาง [14] จำนวนปางจึงขึ้นกับวัดที่สร้าง ไม่ได้มาจากพระไตรปิฎก

ฝั่งจีนไม่ได้แบ่งเป็น "ปาง" แบบไทย แต่แยกเป็นแบบตามยุค คือแม่ทัพถือเจดีย์กับทวนสมัยถัง ท้าวแบบทิเบตถือพังพอนพ่นแก้ว ท้าวกายเขียวถือตรีศูลสมัยหยวน และแม่ทัพถือร่มกับพังพอนในวัดปัจจุบัน [8][16][32][3] ส่วนท้าวลี้ผู้ถือเจดีย์เป็นแบบของนิยาย ไม่ใช่รูปในตำหนักสี่ท้าว [10]

แหล่งยังขัดกันเรื่องมือที่ถือเจดีย์ คัมภีร์ T1246 กับ 《太白阴经》 ให้มือซ้าย [30][8] แต่วิกิพีเดียภาษาอังกฤษว่ามือขวา [5] ถ้าไปวัดจีนแล้วเห็นรูปที่ไม่ตรงกับบทความนี้ทุกจุด ก็ไม่ได้แปลว่าวัดทำผิด

7. ตำหนักสี่ท้าว 天王殿 ในวัดจีน และวัดไคหยวนเมืองแต้จิ๋ว

ในวัดจีนฝ่ายมหายาน ท้าวเวสสุวรรณไม่ได้ประทับเดี่ยว แต่อยู่ใน 天王殿 (แต้จิ๋ว เทียงอ๊วงโต่ย / จีนกลาง เทียนหวังเตี้ยน — ตำหนักสี่ท้าว) ตำหนักสำคัญหลังแรกถัดจากประตูวัด [4][5] ผังที่พบทั่วไปคือด้านหน้าประดิษฐานพระหมีเล่อในรูปพระอ้วนถือถุง ด้านหลังเป็นพระเวทโพธิสัตว์หันหน้าเข้าหาวัด และสี่ท้าวอยู่ตามมุมทั้งสี่ [4]

พระหมีเล่อคือ 弥勒 (แต้จิ๋ว นี้เล็ก / จีนกลาง หมีเล่อ — พระศรีอริยเมตไตรย) และพระเวทโพธิสัตว์คือ 韦驮 (แต้จิ๋ว อุ๊ยท้อ / จีนกลาง เหวยถัว — เทพผู้พิทักษ์พระธรรม) ทั้งสององค์มีบทความในชุดนี้ คือ พระศรีอริยเมตไตรย 弥勒菩萨 และ พระเวทโพธิสัตว์ เหวยถัว 韦驮菩萨 ผู้มาวัดจึงต้องผ่านผู้พิทักษ์ก่อนถึงพระประธาน คล้ายเทพเฝ้าประตูอารามเต๋าอย่าง หวังหลิงกวน 王灵官 เทพธรรมบาลเฝ้าประตูวัด

สี่ท้าวในตำหนักเดียวกัน

ทิศ ชื่อไทย ชื่อจีน ของถือแบบวัดปัจจุบัน ในบทห้องสิน
ตะวันออก ท้าวธตรฐ 持国天王 (แต้จิ๋ว ที้ก๊กเทียงอ๊วง / จีนกลาง ฉือกั๋วเทียนหวัง) พิณผีผา สัตว์วิเศษ ดูแล 顺 ความราบรื่น
ใต้ ท้าววิรุฬหก 增长天王 (แต้จิ๋ว เจงเจี้ยงเทียงอ๊วง / จีนกลาง เจิงจ่างเทียนหวัง) ดาบ ดาบ ดูแล 风 ลม
ตะวันตก ท้าววิรูปักษ์ 广目天王 (แต้จิ๋ว ก้วงมักเทียงอ๊วง / จีนกลาง กว่างมู่เทียนหวัง) มังกรพันมือ พิณ ดูแล 调 ความพอดี
เหนือ ท้าวเวสสุวรรณ 多闻天王 ร่มกับพังพอน ร่ม ดูแล 雨 ฝน

ที่มาของตาราง: [3]

หน้าเว็บไต้หวันหน้าเดียวกันให้ชุดของถือสองแบบที่ไม่ตรงกัน แต่ตรงกันข้อเดียวคือท้าวทิศเหนือถือร่มและดูแลฝน [3] แหล่งที่ตรวจไม่ได้ระบุว่าท้าวทิศเหนืออยู่มุมใดของตำหนัก วิธีที่แน่นอนที่สุดคือดูของในมือ อ่านเรื่องอีกสามท้าวได้ใน ท้าวธตรฐ 持国天王 ท้าววิรุฬหก 增长天王 และ ท้าววิรูปักษ์ 广目天王

วัดไคหยวน เมืองแต้จิ๋ว

สำหรับลูกหลานแต้จิ๋ว ตำหนักสี่ท้าวที่ใกล้รากเหง้าที่สุดคือของ 开元寺 (แต้จิ๋ว ไคง้วงยี่ / จีนกลาง ไคหยวนซื่อ — วัดศักราชไคหยวน) กลางเมืองแต้จิ๋ว วัดนี้สร้างตามพระราชโองการในปีที่ 26 ศักราชไคหยวน ตรงกับ ค.ศ. 738 สมัยราชวงศ์ถัง และได้รับการบูรณะใหญ่มาแล้วนับสิบครั้งตั้งแต่ซ่งถึงปัจจุบัน [18]

แกนกลางของวัดเรียงจากกำแพงบังตา ประตูวัด ตำหนักสี่ท้าว อุโบสถใหญ่ ไปจนถึงหอพระไตรปิฎก [18] ตรงตามผังวัดจีนทั่วไป เว็บท่องเที่ยวท้องถิ่นยังอ้างผู้เชี่ยวชาญว่าตัวตำหนักสี่ท้าวปัจจุบันเป็นงานแบบสมัยซ่ง และหน้าตำหนักมีเสาหินจารึกพระสูตรที่สร้างตั้งแต่สมัยก่อตั้งวัด [18] ข้ออ้างเรื่องอายุอาคารนี้มาจากแหล่งท่องเที่ยว ไม่ใช่รายงานสำรวจทางวิชาการ

วัดจีนในกรุงเทพฯ

ผู้ที่ไม่ได้ไปเมืองแต้จิ๋วก็เห็นผังแบบเดียวกันได้ในเยาวราช วัดมังกรกมลาวาส หรือ 龙莲寺 (แต้จิ๋ว เล่งเน่ยยี่ / จีนกลาง หลงเหลียนซื่อ — วัดมังกรดอกบัว) สร้างเมื่อ พ.ศ. 2414 ในรัชกาลที่ 5 ด้วยศิลปะจีนตอนใต้สกุลช่างแต้จิ๋ว วางผังตามแบบวัดหลวง โดยมีวิหารท้าวจตุโลกบาลเป็นวิหารแรก [21] คนไทยเชื้อสายจีนที่ไปไหว้วัดนี้จึงเดินผ่านสี่ท้าวแบบจีนก่อนถึงพระอุโบสถทุกครั้ง

8. ท้าวเวสสุวรรณช่วยเรื่องอะไร ในความเชื่อของคนจีน

คำถาม "ท้าวเวสสุวรรณช่วยเรื่องอะไร" ฝั่งจีนตอบได้หลายชั้น ขึ้นกับว่าถามคนกลุ่มไหนและยุคไหน

คุ้มครองบ้านเมืองและชายแดน พระสูตรให้สี่ท้าวคุ้มครองแผ่นดินที่เคารพพระธรรม [15] สมัยถังทหารบวงสรวงท่านก่อนออกรบ วาดรูปท่านบนธงทัพ และตั้งรูปไว้บนหอประตูเมือง [8][7]

ฝนฟ้าตามฤดูกาล หน้าเว็บของไต้หวันเล่าว่าสังคมเกษตรสมัยก่อนขอให้ "风调雨顺,五谷丰收,国泰民安" ลมฝนตามฤดู ข้าวปลาอุดม บ้านเมืองสงบ สี่ท้าวในศาลเจ้าจึงเป็นที่พึ่งทางใจ [3]

ทรัพย์ที่ต้องให้ต่อ พระสูตรรองรับบทบาทผู้ให้ทรัพย์โดยตรง [15][2] และในทิเบตบทบาทนี้เด่นที่สุด [20] แต่ในแหล่งของวัดจีนฝ่ายมหายานที่ตรวจ ยังไม่พบว่าคนไหว้ท่านเป็นเทพทรัพย์เด่นเท่าทิเบต เทพโชคลาภที่คนจีนทั่วไปคุ้นเคยเป็นอีกกลุ่มหนึ่ง อ่านได้ที่ ไฉ่ซิงเอี๊ย เทพเจ้าโชคลาภของจีน 9 พระองค์

ผู้ปฏิบัติธรรมและคดีความ บทคุ้มครองใน T1245 มีไว้ให้นักบวชและฆราวาสที่อยู่ป่า [22] ส่วน T1249 กำกับมนตร์บทหนึ่งไว้ใช้เมื่อ "有恶难及官府言语口舌事" คือมีภัยร้าย มีเรื่องความกับทางราชการ หรือการปากเสียง [6]

การทำความดีในวันถือศีล สี่ท้าวคือผู้มาตรวจดูความดีความชั่วในวันถือศีลหกวันต่อเดือน [12]

ทุกบทบาทมีเงื่อนไข พระสูตรที่ให้ทรัพย์ก็กำกับว่าต้องให้ทาน ห้ามเก็บด้วยความตระหนี่ [2] เว็บนี้ถือหลักว่าศรัทธาเป็นกำลังใจ ไม่ใช่ทางลัดแทนความรับผิดชอบ ใครที่ชั่งใจเรื่องสายมูกับการเงิน อ่านประกอบได้ที่ อยากรวยต้องมูจริงไหม ซินแสดูดวงช่วยได้แค่ไหน

9. วันสำคัญของท้าวเวสสุวรรณ: มีวันเกิดหรือไม่

ไม่พบวันประสูติของท้าวเวสสุวรรณในพระสูตรที่ตรวจ และไม่พบวันเกิดเฉพาะองค์จากแหล่งของวัดจีนหรือแหล่งทั่วไปที่ตรวจ สิ่งที่มีคือวันประจำเดือนจากพระสูตร และพิธีประจำปีที่ท่านร่วมรับการบูชากับเหล่าเทพ

ชื่อวัน วันตามปฏิทินจีน 2026 2027 2028 ที่มา
สี่ท้าว ทูต และโอรสลงตรวจโลก วันที่ 8, 14, 15, 23, 29, 30 ทุกเดือน ทุกเดือน ทุกเดือน [12][23]
ท้าวประชุมเทพ โอรสออกตรวจแดน นาจาส่งเจดีย์คืนบิดา วันที่ 1, 11, 21 ทุกเดือน ทุกเดือน ทุกเดือน [6]
พิธีถวายภัตตาหารแด่เหล่าเทพ วันที่ 9 เดือน 1 (正月初九) 25 ก.พ. 2026 (ผ่านไปแล้ว) 14 ก.พ. 2027 3 ก.พ. 2028 [17][33]

แถวแรกมาจากพระสูตรยุคแรก และปฏิทินพุทธจีนปัจจุบันยังพิมพ์ไว้ [12][23] เดือนจีนที่มีเพียง 29 วันไม่มีวันที่ 30 ควรถามวัดว่าถือวันใดแทน แถวที่สองมาจากคัมภีร์มนตรยาน T1249 เล่มเดียว และไม่พบว่าวัดจีนทั่วไปถือปฏิบัติ [6]

พิธีในแถวสุดท้ายเรียกว่า 斋天 แปลว่าถวายภัตตาหารเจแด่เหล่าเทพ วัดหลิงอิ่นที่หางโจวจัดในวันที่ 9 เดือน 1 ปี 2026 และอธิบายว่าวันนั้นคือวันประสูติของท้าวสักกะ (พระอินทร์) วัดพุทธจีนจึงถวายพระรัตนตรัยและเหล่าเทพผู้พิทักษ์ในวันนี้ทุกปี [17] ท้าวเวสสุวรรณรับการบูชาในฐานะหนึ่งในเหล่าเทพ วันนี้จึงไม่ใช่วันเกิดของท่าน

10. คาถาและบทสวดท้าวเวสสุวรรณจากพระสูตรจีน วิธีไหว้ และของไหว้

คาถาบูชาท้าวเวสสุวรรณที่คนไทยสวดกันเป็นบทแบบไทย สืบมาจากธรรมเนียมวัดไทย บทความนี้ไม่ยกบทเหล่านั้นมา เพราะยังไม่ได้ตรวจกับต้นฉบับของวัด ผู้ที่ต้องการสวดควรใช้ฉบับที่วัดซึ่งตนไปไหว้พิมพ์แจก

บทในพระไตรปิฎกบาลีที่ผูกกับท่านโดยตรงคืออาฏานาฏิยปริตร ซึ่งท้าวเวสวัณทูลถวายพระพุทธเจ้า [14] พระไตรปิฎกจีนมีคัมภีร์คู่ขนานคือ T1245 [22] และมีมนตร์สั้นของท้าวในคัมภีร์มนตรยาน ด้านล่างคือมนตร์ที่ตัวบทระบุไว้ชัด

บทที่ 1 มนตร์หัวใจ (心真言)

หัวข้อ รายละเอียด
อักษรจีน 唵 薜室啰末拏耶 娑婆诃
พินอิน ǎn bìshìluō mònáyē suōpóhē
อ่านแบบจีนกลาง อั่น ปี้ซื่อหลัว ม่อหนาเหยีย ซัวผัวเฮอ
ความหมาย 唵 คือ "โอม" คำขึ้นต้นมนตร์ · 薜室啰末拏 คือเสียงถอดชื่อเวสสวัณ · 娑婆诃 คือ "สวาหา" คำลงท้ายมนตร์
ข้อกำกับในคัมภีร์ "有恶难及官府言语口舌事诵千遍" เมื่อมีภัยร้าย หรือมีเรื่องความกับทางราชการและการปากเสียง ให้สวดพันจบ

ที่มา: คัมภีร์ T1249 [6]

บทที่ 2 มนตร์หัวใจชั้นใน (心中心真言)

หัวข้อ รายละเอียด
อักษรจีน 唵 弹那驮罗野 娑婆诃
พินอิน ǎn tánnàtuóluóyě suōpóhē
อ่านแบบจีนกลาง อั่น ถานน่าถัวหลัวเหย่ ซัวผัวเฮอ
ความหมาย ขึ้นต้นด้วยโอม ลงท้ายด้วยสวาหา คัมภีร์ไม่ได้แปลคำกลาง และเรียกอีกชื่อว่า 诸佛同契陀罗尼
ข้อกำกับในคัมภีร์ "求财诵一万遍" ขอทรัพย์ให้สวดหมื่นจบ

ที่มา: คัมภีร์ T1249 [6]

บทที่ 3 คำนอบน้อมจากพระสูตรสุวรรณประภาสะฉบับพระอี้จิง

หัวข้อ รายละเอียด
อักษรจีน 南谟薜室啰末拏也 莫诃曷啰阇也
พินอิน nánmó bìshìluōmònáyě mòhē héluōshéyě
อ่านแบบจีนกลาง หนานโม ปี้ซื่อหลัวม่อหนาเหย่ ม่อเฮอ เหอหลัวเสอเหย่
ความหมาย ขอนอบน้อมแด่มหาราชเวสสวัณ
ข้อกำกับในคัมภีร์ เป็นวรรคแรกของธารณีคุ้มครองตัวที่ยาวกว่านี้ พระสูตรให้สวดเสกด้ายขาวเจ็ดจบ ผูกปมทุกจบ แล้วผูกไว้ที่ข้อศอก

ที่มา: 《金光明最胜王经》 ผูกที่ 6 [15]

ข้อควรรู้ก่อนสวด

มนตร์บทที่ 1 และ 2 มาจากคู่มือพิธีมนตรยาน ไม่ใช่บทสวดประจำวันของวัดจีนทั่วไป คัมภีร์กลุ่มนี้กำหนดพิธีละเอียด เช่นวาดรูปท้าวโดยไม่ผสมกาวลงในสี และให้ช่างรักษาศีล [9][30] พิธีเต็มรูปแบบจึงเป็นเรื่องของสายครูอาจารย์ ส่วนตัวเลขพันจบหรือหมื่นจบเป็นข้อกำหนดของคัมภีร์ ไม่ใช่คำรับประกันผล

วิธีไหว้และของไหว้ท้าวเวสสุวรรณแบบจีน

ในวัดจีนฝ่ายมหายาน ท้าวเวสสุวรรณประดิษฐานรวมกับอีกสามท้าวในตำหนักสี่ท้าว ผู้มาวัดจึงพบท่านพร้อมกันทั้งสี่ [4] พิธีที่วัดจัดคือการถวายภัตตาหารแด่เหล่าเทพในวันที่ 9 เดือน 1 ที่วัดหลิงอิ่นตั้งเครื่องบูชาสิบอย่าง "香、花、灯、涂、果、茶、食、宝、珠、衣" คือธูป ดอกไม้ ประทีป เครื่องหอมทา ผลไม้ ชา อาหาร ของมีค่า ลูกปัด และผ้า [17] อาหารที่ถวายเป็นอาหารเจ [33]

คัมภีร์ T1249 ให้ถวาย "乳粥" ข้าวต้มนมในวันที่ 21 ถ้าไม่มีนมให้ใช้ข้าวต้มเนยกับน้ำผึ้ง [6] บทบวงสรวงของแม่ทัพสมัยถังระบุ "明香净水,杨枝油灯,乳粥酥蜜粽" ธูปหอม น้ำสะอาด กิ่งหลิว ตะเกียงน้ำมัน ข้าวต้มนม และขนมเนยน้ำผึ้ง [8] ไม่มีเนื้อสัตว์ในรายการใดเลย ผู้ที่อยากไหว้ตามแบบจีนจึงควรเลือกของเจ

ไหว้ท้าวเวสสุวรรณใช้ธูปกี่ดอก

แหล่งของวัดจีนที่ตรวจไม่ได้กำหนดจำนวนธูปสำหรับท้าวเวสสุวรรณ ฝั่งไทย ไทยรัฐออนไลน์แนะนำการขอพรที่วัดจุฬามณีว่าใช้ธูป 9 ดอก เทียน 1 เล่ม ดอกกุหลาบหรือดอกไม้อื่น 9 ดอก และผลไม้มงคล 5 อย่าง [34] ตัวเลขนี้เป็นธรรมเนียมไทย ไม่ได้มาจากคัมภีร์จีน อ่านเรื่องจำนวนธูปเพิ่มได้ที่ ไหว้พระไหว้เจ้าใช้ธูปกี่ดอก แหล่งจีนที่ตรวจไม่พบข้อห้ามเฉพาะองค์ สิ่งที่พระสูตรเน้นคือทรัพย์ที่ได้ต้องให้ทาน [2]

11. ท้าวเวสสุวรรณแบบไทยกับแบบจีน ต่างกันอย่างไร

งานวิจัยในวารสาร มจร พุทธศาสตร์ปริทรรศน์ ปี 2568 ศึกษาการบูชาท้าวเวสวัณที่วัดสุทัศนเทพวราราม วัดจุฬามณี และวัดบ้านทึง จังหวัดสุพรรณบุรี และสรุปว่าท่านได้รับความเคารพบูชาอย่างกว้างขวางในสังคมไทย "ซึ่งเป็นปรากฏการณ์ที่ไม่เคยมีมาก่อนในอดีต" [14] งานเดียวกันพบว่าสังคมไทยมองท่านหลายแบบ ทั้งเป็นยักษ์รูปร่างน่ากลัว เป็นพญายม เป็นพระเจ้าพิมพิสาร เป็นเทพแห่งความมั่งคั่ง และเป็นหัวหน้าท้าวจตุโลกบาล [14]

งานวิจัยชิ้นนี้ชี้ว่าตามพระไตรปิฎก ท้าวเวสวัณเป็นเทวดารูปงาม ไม่ใช่ยักษ์ดุร้าย เป็นพระโสดาบัน และพระไตรปิฎกไม่ได้กำหนดวิธีปฏิบัติต่อท่านโดยตรง [14] ขณะที่คัมภีร์มนตรยานจีนกลับให้วาดหน้าท่านดุน่าเกรงขาม [30] ภาพ "ท้าวดุ" กับ "ท้าวงาม" จึงขึ้นกับว่ายึดคัมภีร์สายใด

รูปท้าวแบบไทยที่คุ้นตามีสองแบบ คือยักษ์ยืนถือกระบองยาว กายสีเขียว มงกุฎทรงน้ำเต้า ยืนสองข้างทางเข้าพุทธสถาน และรูปนั่งลักษณะเทพ หน้างาม [14] ไทยรัฐออนไลน์บันทึกว่าคนไทยสมัยก่อนแขวนรูปท้าวไว้เหนือเปลเด็กเพื่อกันผี [34]

ประเด็น แบบไทย แบบจีน
รูปกาย ยักษ์กายเขียวถือกระบองยาว มงกุฎน้ำเต้า หรือรูปเทพนั่งหน้างาม [14] แม่ทัพสวมเกราะ ถือเจดีย์กับทวน หรือถือร่มกับพังพอน [31][3]
ตำแหน่งในวัด ยืนสองข้างทางเข้า หรือประดิษฐานให้บูชาเดี่ยว [14] หนึ่งในสี่ท้าวในตำหนักแรกหลังประตูวัด [4]
เรื่องที่ขอ การงาน การเงิน ค้าขาย โชคลาภ ความปลอดภัยเวลาเดินทาง และกันผีให้เด็ก [34] บ้านเมืองสงบ ลมฝนตามฤดู และทรัพย์ที่ต้องแบ่งปัน [3][2]
วิธีบูชา ไหว้เดี่ยว บนบาน และขอพร [14] ไหว้รวมสี่ท้าว และพิธีถวายภัตตาหารแด่เหล่าเทพวันที่ 9 เดือน 1 จีน [17]
ความเชื่อเพิ่มเติม เป็นพญายม เป็นพระเจ้าพิมพิสาร [14] เป็นพ่อของนาจา [6]
บทสวดที่ผูกกับท่าน อาฏานาฏิยปริตรในพระไตรปิฎกบาลี [14] คัมภีร์คู่ขนาน T1245 และมนตร์ในคัมภีร์มนตรยาน [22][6]

ความต่างเหล่านี้ไม่ได้แปลว่าฝั่งใดผิด ความเชื่อแบบไทยเป็นพัฒนาการของสังคมไทย เช่นเดียวกับที่ร่มกับพังพอนเป็นพัฒนาการของวัดจีนยุคหลัง สิ่งที่มีร่วมกันคือภาพท้าวผู้เป็นนายของยักษ์และผู้คุ้มครองผู้ทำความดี จากพระสูตรรากเดียวกัน [1][14]

12. ศาสนสถานสำคัญของท้าวเวสสุวรรณในจีน

ห้าแห่งนี้คัดเฉพาะที่มีแหล่งเปิดตรวจได้ระบุว่าเกี่ยวกับท้าวเวสสุวรรณโดยตรง ลิงก์แผนที่ใช้พิกัดระบบ GCJ-02 ของ AMAP ซึ่งเป็นระบบที่แผนที่ในจีนใช้ ตำแหน่งอาจคลาดเคลื่อนเล็กน้อยหากนำพิกัดไปใช้กับแผนที่ระบบอื่น

สถานที่ เมือง ทำไมสำคัญ แผนที่
วัดต้าซิงซ่าน (大兴善寺) ซีอาน มณฑลส่านซี คัมภีร์บูชาท้าวหลายเล่มจารึกนามผู้แปลว่าพระอโมฆวัชระแห่งวัดนี้ เป็นศูนย์พิธีมนตรยานของท้าวสมัยถัง [2] เปิดแผนที่ AMAP
ถ้ำโม่เกา ถ้ำที่ 154 ตุนหวง มณฑลกานซู่ ภาพท้าวถือเจดีย์และทวน สวมเกราะแบบนักรบทิเบต สมัยถังตอนกลาง [31] เปิดแผนที่ AMAP
ถ้ำยวี๋หลิน ถ้ำที่ 15 กว่าโจว มณฑลกานซู่ ภาพท้าวแบบทิเบตถือพังพอนคาบแก้ว สมัยถังตอนกลาง [16] เปิดแผนที่ AMAP
ภาพสลักหน้าผาหนานข่าน (南龛摩崖造像) ปาจง มณฑลเสฉวน มีซุ้มท้าวถือเจดีย์แยกเป็นซุ้มเดี่ยวสองซุ้ม ชาวบ้านไหว้เป็นศิษย์ของช่างหลู่ปาน [35] เปิดแผนที่ AMAP
ตำหนักสี่ท้าว วัดไคหยวน เมืองแต้จิ๋ว มณฑลกวางตุ้ง วัดหลวงสมัยถังของเมืองแต้จิ๋ว สร้าง ค.ศ. 738 ตำหนักสี่ท้าวอยู่บนแกนกลางต่อจากประตูวัด [18] เปิดแผนที่ AMAP

หมุดของถ้ำโม่เกาและถ้ำยวี๋หลินชี้ระดับกลุ่มถ้ำ ไม่ใช่ถ้ำเฉพาะ และถ้ำแต่ละถ้ำอาจไม่เปิดให้ชมทุกช่วง ข้อมูลเรื่องซุ้มที่หนานข่านมาจากบทคัดย่อเพียงแหล่งเดียว [35] เรื่ององค์อื่นที่ประดิษฐานในวัดเหล่านี้ อ่านต่อได้ในหมวด เทพเจ้าจีนและตำนาน

13. ความเชื่อกับหลักฐาน: เรื่องท้าวเวสสุวรรณที่คนไทยมักเข้าใจผิด

หัวข้อนี้รวบรวมความเข้าใจที่พบบ่อย เทียบกับสิ่งที่หลักฐานบอก เพื่อให้ผู้อ่านแยกได้ว่าเรื่องใดเล่าได้ในฐานะข้อเท็จจริง และเรื่องใดเล่าได้ในฐานะความเชื่อ

ความเชื่อที่พบบ่อย สิ่งที่หลักฐานบอก สถานะ
คนจีนไหว้ท้าวเวสสุวรรณเดี่ยว ๆ แบบไทย ในวัดจีนฝ่ายมหายาน ท่านคือหนึ่งในสี่ท้าวในตำหนักหน้าวัด [4][5] สารานุกรมระบุตรงกัน
托塔李天王 คือองค์เดียวกับท้าวเวสสุวรรณ ตัวละครนิยายที่รับเจดีย์และลูกชายนาจามาจากท้าว [10][11] ต่างองค์ แต่โยงกันทางประวัติ
ท้าวเวสสุวรรณจีนเป็นยักษ์ พระสูตรให้ท่านเป็นนายของยักษ์ ภาพจีนเป็นแม่ทัพสวมเกราะ [1][31] พระสูตรระบุชัด
ท้าวเวสสุวรรณคือพญายมหรือพระเจ้าพิมพิสาร เป็นความเชื่อในสังคมไทยที่งานวิจัยไทยพบว่าไม่ตรงกับคำสอนในพระไตรปิฎก [14] ความเชื่อเฉพาะไทย
มีวันเกิดตามประเพณีจีน ไม่พบในพระสูตรและแหล่งของวัดที่ตรวจ มีแต่วันประจำเดือน [12] ยังไม่พบหลักฐาน
ตำนานกองทัพเทพช่วยอันซีเป็นประวัติศาสตร์ แหล่งชั้นต้นขัดกันทั้งเมือง ปี และตัวบุคคล ผู้ทำพิธีไม่อยู่ในจีน และอีกรูปมรณภาพไปแล้ว [7][27][8] ตำนานที่เล่าต่อกันมา
ไหว้แล้วรวย พระสูตรผูกทรัพย์ไว้กับการให้ทาน ห้ามสะสมด้วยความตระหนี่ [2] พระสูตรระบุเงื่อนไขไว้
ท้าวทิศเหนือถือเจดีย์มือขวาเสมอ คัมภีร์จีนให้มือซ้าย สารานุกรมให้มือขวา [30][5] หลักฐานขัดกัน

ข้อที่ควรระวังที่สุดคือการเล่าตำนานอันซีเหมือนเหตุการณ์จริง ตัวเลข ค.ศ. 742 มาจากคัมภีร์ที่จดหลังเหตุการณ์สิบกว่าปี และขัดกับชีวประวัติพระสองรูป [6][7][27] ส่วนความเชื่อแบบไทยในตารางไม่ได้นำมาวางเพื่อตัดสินว่าผิด แต่เพื่อให้เห็นว่ามาจากคนละต้นทางกับคัมภีร์

คำถามที่พบบ่อย

ท้าวเวสสุวรรณคือใคร

ท้าวเวสสุวรรณคือท้าวจตุโลกบาลผู้รักษาทิศเหนือและเป็นนายของหมู่ยักษ์ พระสูตรจีนยุคแรกระบุว่าท่านปกครองยักษ์และมีนครสามแห่งทางเหนือของเขาพระสุเมรุ [1][13]

ท้าวเวสสุวรรณภาษาจีนและภาษาอังกฤษเรียกว่าอะไร

ภาษาจีนเรียกว่า 多闻天王 แต้จิ๋วอ่านโตบุ๋งเทียงอ๊วง จีนกลางอ่านตัวเหวินเทียนหวัง หรือเรียกตามเสียงสันสกฤตว่า 毗沙门天王 ภาษาอังกฤษเรียก Vaishravana หรือ Heavenly King of the North [5]

ท้าวเวสสุวรรณช่วยเรื่องอะไร

พระสูตรจีนให้ท่านคุ้มครองบ้านเมือง ให้ทรัพย์โดยมีเงื่อนไขว่าต้องให้ทานต่อ และตรวจความดีความชั่วในวันถือศีล [15][2][12] คนไทยนิยมขอเรื่องการงาน การเงิน และความปลอดภัย [34]

คาถาหรือบทสวดท้าวเวสสุวรรณแบบจีนมีไหม

มี คัมภีร์ T1249 ให้มนตร์หัวใจ "唵 薜室啰末拏耶 娑婆诃" อ่านแบบจีนกลางว่า อั่น ปี้ซื่อหลัว ม่อหนาเหยีย ซัวผัวเฮอ [6] ส่วนคาถาแบบไทยเป็นอีกธรรมเนียมหนึ่ง ควรใช้ฉบับที่วัดเผยแพร่

ไหว้ท้าวเวสสุวรรณใช้ธูปกี่ดอก และของไหว้มีอะไรบ้าง

แหล่งของวัดจีนที่ตรวจไม่ได้กำหนดจำนวนธูป สื่อไทยแนะนำธูป 9 ดอก เทียน 1 เล่ม ดอกไม้ 9 ดอก และผลไม้มงคล 5 อย่าง [34] คัมภีร์จีนให้ถวายข้าวต้มนม ธูปหอม น้ำสะอาด และตะเกียง ไม่มีเนื้อสัตว์ [6][8]

ท้าวเวสสุวรรณมีวันเกิดไหม

ไม่พบวันประสูติในพระสูตรและแหล่งของวัดจีนที่ตรวจ มีแต่วันที่ 8, 14, 15, 23, 29 และ 30 ของเดือนจีนที่สี่ท้าวลงตรวจโลก [12] วันที่ 9 เดือน 1 จีนเป็นวันของท้าวสักกะ ไม่ใช่วันเกิดของท่าน [17]

ท้าวเวสสุวรรณมีกี่ปาง

พระไตรปิฎกไม่ได้กำหนดจำนวนปาง วัดจุฬามณีสร้างไว้ 4 ปาง [14] ฝั่งจีนแยกตามยุค เช่นแบบถังถือเจดีย์กับทวน แบบทิเบตถือพังพอนพ่นแก้ว และแบบวัดปัจจุบันถือร่มกับพังพอน [8][16][3]

ทำไมท้าวเวสสุวรรณจีนถือพังพอน ไม่ใช่หนู

ต้นแบบของสัตว์ในมือซ้ายคือพังพอน แม้จีนจะเรียกว่า 吐宝鼠 หรือหนูเงิน และรูปบางแห่งในจีนปั้นเป็นหนู พังพอนเป็นศัตรูที่สู้กับงูได้ ส่วนงูหรือนาคในคติอินเดียอยู่ใต้ดินและเฝ้าทรัพย์ ปราบงูได้ก็ได้ทรัพย์ พังพอนพ่นแก้วจึงเป็นสัญลักษณ์ของทรัพย์ที่ถูกนำออกมาให้ผู้คน [36][37]

ท้าวเวสสุวรรณกับ托塔李天王 พ่อของนาจา เป็นองค์เดียวกันไหม

ไม่ใช่ ในพระสูตร นาจาเป็นโอรสองค์ที่สามของท้าวเวสสุวรรณและถือเจดีย์ให้บิดา [9][6] นิยายไซอิ๋วย้ายเจดีย์และนาจาไปให้แม่ทัพหลี่จิ้ง [10]

แหล่งอ้างอิง

  1. 长阿含经 卷12 大会经 (T0001 佛陀耶舍共竺佛念译) — CBETA ผ่าน zensoul
  2. 毗沙门天王经 (T1244 不空译) — CBETA ผ่าน zensoul
  3. 台湾民间守护神-四大天王 (民俗文物小常识) — 国史馆台湾文献馆
  4. Hall of Four Heavenly Kings — Wikipedia
  5. Vaiśravaṇa — Wikipedia
  6. 毗沙门仪轨 (T1249 不空译) — CBETA ผ่าน zensoul
  7. 宋高僧传 卷1 不空传 (T2061 赞宁等撰 ค.ศ. 988) — CBETA ผ่าน zensoul
  8. 太白阴经 卷七 祭毗沙门天王文篇第七十八 (李筌) — 维基文库
  9. 北方毗沙门天王随军护法真言 (T1248 不空别行翻译) — CBETA ผ่าน zensoul
  10. 西游记 第八十三回 — 维基文库
  11. 赵春燕 李靖与哪吒父子关系成因考 (摘要, 文教资料) — 发表之家
  12. 佛说四天王经 (T0590 智严共宝云译) — CBETA ผ่าน zensoul
  13. 长阿含经 卷20 世记经 四天王品 (T0001) — CBETA ผ่าน zensoul
  14. ประยูร ป้อมสุวรรณ์ และคณะ, การวิเคราะห์ความเชื่อและวิธีปฏิบัติต่อท้าวเวสวัณในสังคมไทยตามคำสอนทางพระพุทธศาสนา, วารสาร มจร พุทธศาสตร์ปริทรรศน์ 9(2) 2568 — ThaiJO
  15. 金光明最胜王经 卷6 四天王护国品 (T0665 义净译) — CBETA ผ่าน zensoul
  16. 榆林窟第15窟 — 敦煌研究院
  17. 杭州灵隐寺丙午新春供佛斋天法会 (25 ก.พ. 2026) — 灵隐寺
  18. 潮州市区中心开元寺 — 本地宝
  19. 毗沙门天 (佛学大辞典) — 诗词吾爱 sou-yun
  20. 藏财神造像种类和特点 — 凤凰网
  21. แจกพิกัด "วัดแก้ชง" ไหว้พระสะเดาะเคราะห์ — PPTV Online
  22. 佛说毗沙门天王经 (T1245 法天译) — CBETA ผ่าน zensoul
  23. 佛历 2022年12月 (四天王巡行) — 万年历
  24. 师若予 神话传说中的吐宝鼠 (2020) — 文汇
  25. 大唐西域记 卷12 瞿萨旦那国 (T2087) — CBETA ผ่าน zensoul
  26. 毗沙门天王 词条解释 — 好工具 hao86
  27. 宋高僧传 卷5 一行传 (T2061) — CBETA ผ่าน zensoul
  28. 北方毗沙门天王随军护法仪轨 (T1247 不空译) — CBETA ผ่าน zensoul
  29. Nezha — Wikipedia
  30. 摩诃吠室啰末那野提婆喝啰阇陀罗尼仪轨 (T1246 般若斫羯啰译) — CBETA ผ่าน zensoul
  31. 敦煌壁画 中唐时期·毗沙门天王 (莫高窟第154窟) — 新浪
  32. 药师琉璃光王七佛本愿功德经念诵仪轨供养法 (T0926 沙啰巴译) — CBETA ผ่าน zensoul
  33. 佛教初九为何要斋天 — 中华网佛学
  34. ขอพรท้าวเวสสุวรรณ วัดจุฬามณี เสริมดวงการงาน การเงิน โชคลาภ (21 มี.ค. 2568) — ไทยรัฐออนไลน์
  35. 巴中南龛毗沙门天王龛浅谈 (摘要) — 期刊网
  36. 宇宙最忙碌的神(二) (2025) — 澎湃新闻 澎湃号·湃客
  37. Kristin Scheible — Nāgas and relic treasures in the Mahāvaṃsa (Oxford Treasure Seminar Series) — University of Oxford Podcasts
  38. 银鼠 詞語解釋 — 漢典 zdic.net

เกี่ยวกับผู้เขียน

ธนินพงษ์ ศุภพิทักษ์พงษ์ (MingPaPa)
黄柄明 - MingPaPa

เขียนโดย

ชื่อจีน หวงปิ่งหมิง - 黄柄明

นักธุรกิจโรงพิมพ์ ครูศิลปะการต่อสู้ และผู้ถ่ายทอดวัฒนธรรมจีน ศาสนา และความเชื่อ

ประวัติการแก้ไข

  • — แก้สัตว์ในมือซ้ายของท้าวเวสสุวรรณแบบวัดจีนจากหนูเป็นพังพอน ซึ่งเป็นต้นแบบของสัตว์ที่จีนเรียกว่า 吐宝鼠 หรือหนูเงิน เพิ่มหัวข้อว่าทำไมท้าวถือพังพอน (พังพอนเป็นศัตรูของงู งูหรือนาคเฝ้าทรัพย์ใต้ดิน ปราบงูได้ก็ได้ทรัพย์) พร้อมคำถามที่พบบ่อยหนึ่งข้อ ข้อความบนป้ายวัดซงไป๋ และแหล่งอ้างอิงใหม่สามแหล่ง และระบุตามพจนานุกรมว่า 银鼠 คือสัตว์ตระกูลเพียงพอน ส่วนรูปบางแห่งในจีนปั้นเป็นหนู
  • — เผยแพร่ครั้งแรก

พบข้อมูลคลาดเคลื่อน แจ้งได้ที่หน้าติดต่อ และอ่านวิธีตรวจสอบกับแก้ไขข้อผิดพลาดได้ที่นโยบายบรรณาธิการ

บทความที่เกี่ยวข้อง

ดูบทความทั้งหมดในหมวดเทพเจ้าจีนและตำนาน