↑
HOME ครอบครัว ธุรกิจ แถวนี้ 101 แซ่อึ้ง บทความ ติดต่อครอบครัว
ถอดหน้ากากสามก๊ก ฉบับ MingPaPa (黄柄明 - หวงปิ่งหมิง) · เรื่องที่ 39

เล่าปี่ไปเชิญขงเบ้งสามครั้งจริงไหม? บันทึกอีกสายบอกว่าขงเบ้งไปหาเล่าปี่เอง

หรือขงเบ้งไปหาเล่าปี่เอง บันทึกเถียงกัน เทียบฉากกระท่อมหญ้าในนิยายกับ《三国志》《出师表》และ《魏略》

โดย · · อ่าน ~13 นาที
ภาพปกสามก๊ก ชายสูงวัยในชุดขุนนางสีแดงเข้มสองคนคุยกับบัณฑิตหนุ่มสวมเสื้อขาวและหมวกผ้า หน้ากระท่อมหลังคาหญ้าในดงไผ่ ด้านหลังมีทหารและธงศึก พร้อมอักษร 三顾茅庐 และข้อความ สามก๊ก เล่าปี่ไปหาขงเบ้งสามครั้ง? หรือขงเบ้งไปหาเล่าปี่เอง บันทึกเถียงกัน
ภาพปกชุดถอดหน้ากากสามก๊ก ฉบับ MingPaPa (黄柄明 - หวงปิ่งหมิง) ภาพวาดตามจินตนาการ ไม่ใช่ภาพเหตุการณ์จริง
คำตอบสั้น ๆ

ในนิยาย: เล่าปี่ (刘备 หลิวเป้ย) พากวนอูกับเตียวหุยไปกระท่อมของขงเบ้ง (诸葛亮 จูเก่อเลี่ยง) สามครั้ง สองครั้งแรกไม่พบตัว ครั้งที่สามขงเบ้งนอนหลับ เล่าปี่ยืนรออยู่นานจนขงเบ้งตื่น แล้วจึงได้ฟังแผนแบ่งแผ่นดินเป็นสามส่วน

ในพงศาวดาร:《三国志》บันทึกว่าเล่าปี่ "ไปสามครั้งจึงได้พบ" และขงเบ้งเขียนยืนยันเองใน《出师表》ว่าเล่าปี่ "มาหาที่กระท่อมหญ้าสามครั้ง" แต่《魏略》กับ《九州春秋》เล่าอีกแบบว่าขงเบ้งเดินทางไปหาเล่าปี่ก่อน เผยซงจือ (裴松之) ชั่งแล้วเชื่อฝั่งขงเบ้ง แต่ยอมรับว่าบันทึกขัดกันจนน่าประหลาดใจ

ถอดหน้ากากสามก๊ก ฉบับ MingPaPa (黄柄明 - หวงปิ่งหมิง): ผมกับสามก๊ก

ผม MingPaPa ชื่อจีน หวงปิ่งหมิง - 黄柄明 ชื่อไทย ธนินพงษ์ ศุภพิทักษ์พงษ์ คนไทยเชื้อสายจีนที่รักและผูกพันกับเรื่องราวของจีนมาตั้งแต่เด็กครับ

ตอนเล็ก ๆ ผมได้ยินพ่อกับผู้ใหญ่ในบ้านคุยกันว่า "ใครอ่านสามก๊กครบสามจบ คบไม่ได้" ทั้งที่พ่อผมเองก็อ่านมาหลายจบ พี่ชายผมก็อ่านหลายจบ ส่วนผม ก่อนอายุ 18 ปี อ่านเฉพาะสองฉบับ คือสามก๊กฉบับเจ้าพระยาพระคลัง (หน) กับสามก๊กฉบับวณิพกของยาขอบ รวมกันไปแล้ว 10 รอบ ยังไม่นับหนังสือวิเคราะห์กลยุทธ์และหนังสืออรรถาธิบายสามก๊กอีกหลายสิบเล่ม ยิ่งอ่านก็ยิ่งรัก และยิ่งเข้าใจว่าทำไมผู้ใหญ่ถึงพูดอย่างนั้น

อ่านสามก๊กครบสามจบ คบไม่ได้ เพราะอะไร

ถ้ามองให้ลึก คำนี้ไม่ได้อยู่ที่จำนวนรอบที่อ่าน แต่อยู่ที่ "สันดานเดิมของคนอ่าน" ซึ่งเป็นตัวตั้งต้นครับ สามก๊กคือภาพสะท้อนมนุษย์จริง ๆ ไม่มีใครขาวสะอาดหรือสมบูรณ์แบบ มีทั้งคนดีแต่ซื่อจนโง่ คนเจ้าเล่ห์ที่เลวแต่รวย และคนเก่งที่หยิ่งยโส ในโลกความจริงคนเห็นแก่ตัวก็มีมากกว่าคนดีอยู่แล้ว คนอ่านมีจริตแบบไหน ลึก ๆ ชอบตัวละครแบบใด ก็จะหยิบแง่มุมนั้นมาใช้กับตัวเอง คำว่า "คบไม่ได้" จึงแยกได้เป็นสองมุม

  • คบไม่ได้เพราะเลียนแบบความร้าย คนที่มีเชื้อความเห็นแก่ตัวหรือชอบเอาเปรียบคนอยู่แล้ว พออ่านจนเจนจัด ก็ซึมซับความปลิ้นปล้อน กลอุบายสกปรก และการมองคนอื่นเป็นเบี้ยมาใช้ในชีวิตจริง คนกลุ่มนี้ "คบไม่ได้" ในความหมายตรงตัว เพราะพร้อมหักหลังและทำลายมิตรภาพเพื่อประโยชน์ของตัวเอง
  • คบไม่ได้เพราะ "คบยาก" เกินไป คนกลุ่มนี้อ่านเพื่อเข้าใจจิตวิทยามนุษย์ วิธีเอาตัวรอด และเกมอำนาจที่ซ่อนอยู่ จนกลายเป็นคนคมกริบที่รู้เท่าทันคนจนไม่มีใครตบตาได้ คนทั่วไปจึงเข้าไม่ถึงหรือระแวงว่าจะถูกเอาเปรียบ ส่วนคนเก่งด้วยกันก็อยู่ด้วยลำบาก เพราะต่างฝ่ายต่างรู้ทันกัน ต้องตั้งการ์ดระวังตัวอยู่ตลอดเวลา

ถอดหน้ากากสามก๊ก ฉบับ MingPaPa (黄柄明 - หวงปิ่งหมิง) คือการอ่านสามก๊กอีกรอบด้วยสายตาของคนที่โตมากับนิยาย ผมหยิบฉากที่คนไทยจำได้ขึ้นใจมาวางเทียบกับพงศาวดาร《三国志》 (ซานกั๋วจื้อ — จดหมายเหตุสามก๊ก) ทีละประโยค ว่าตรงไหนเป็นประวัติศาสตร์ ตรงไหนเป็นฝีมือนักเล่านิทานและนักประพันธ์รุ่นหลัง ทุกบทยกต้นฉบับภาษาจีนพร้อมคำแปล และบอกว่าข้อความนั้นอยู่ในบทไหน ผู้อ่านจะได้ตรวจเองได้ครับ

ชื่อบุคคลและสถานที่ในบทความนี้

ชื่อในสามก๊กฉบับไทยตามฉบับเจ้าพระยาพระคลัง (หน) อ่านตามสำเนียงฮกเกี้ยน ซึ่งต่างจากชื่อที่ใช้กันในระดับสากล บทความนี้จึงกำกับชื่อเฉพาะด้วยอักษรจีนตัวย่อและคำอ่านแบบจีนกลางเมื่อปรากฏครั้งแรก เช่น เล่าปี่ (刘备 หลิวเป้ย) ส่วนเลข "ตอนที่" ของนิยายในบทความนี้เป็นเลขตอน (回) ของนิยายฉบับภาษาจีน ซึ่งฉบับเจ้าพระยาพระคลังแบ่งตอนไม่ตรงกัน ฉากเยือนกระท่อมสามครั้งอยู่ในตอนที่ ๓๓ ของฉบับไทย และคำของขงเบ้งที่ทูลพระเจ้าเล่าเสี้ยนก่อนยกทัพขึ้นเหนืออยู่ในตอนที่ ๗๐

อักษรจีน (ตัวย่อ) พินอิน อ่านแบบจีนกลาง ชื่อในสามก๊กฉบับไทย / หมายเหตุ
刘备 Liú Bèi หลิวเป้ย เล่าปี่
诸葛亮 Zhūgě Liàng จูเก่อเลี่ยง ขงเบ้ง (ฉบับไทยเรียกด้วยว่า อาจารย์ฮกหลง)
关羽 Guān Yǔ กวนอวี่ กวนอู
张飞 Zhāng Fēi จางเฟย เตียวหุย
徐庶 Xú Shù สวีซู่ ชีซี
司马徽 Sīmǎ Huī ซือหม่าฮุย สุมาเต๊กโช
诸葛均 Zhūgě Jūn จูเก่อจวิน จูกัดกิ๋น (น้องชายขงเบ้ง)
崔州平 Cuī Zhōupíng ชุยโจวผิง ซุยเป๋ง
黄承彦 Huáng Chéngyàn หวงเฉิงเยี่ยน อุยสิง่าน (พ่อตาขงเบ้ง)
刘表 Liú Biǎo หลิวเปี่ยว เล่าเปียว
刘琮 Liú Cóng หลิวฉง เล่าจ๋อง (บุตรของเล่าเปียว)
刘禅 Liú Shàn หลิวซาน พระเจ้าเล่าเสี้ยน
鱼豢 Yú Huàn อวี๋ฮ่วน ผู้เขียน《魏略》 (ไม่ปรากฏในฉบับไทย)
司马彪 Sīmǎ Biāo ซือหม่าเปียว ผู้เขียน《九州春秋》 (ไม่ปรากฏในฉบับไทย)
陈寿 Chén Shòu เฉินโซ่ว ตันซิ่ว ผู้เขียน《三国志》
裴松之 Péi Sōngzhī เผยซงจือ ผู้ทำอรรถาธิบาย《三国志》 (ไม่ปรากฏในฉบับไทย)
司马光 Sīmǎ Guāng ซือหม่ากวง ผู้เรียบเรียง《资治通鉴》 (ไม่ปรากฏในฉบับไทย)
新野 Xīnyě ซินเหย่ เมืองซินเอี๋ย
樊城 Fánchéng ฝานเฉิง ห้วนเสีย
南阳 Nányáng หนานหยาง เมืองลำเอี๋ยง
卧龙岗 Wòlónggǎng อั้วหลงกั่ง เขาโงลังกั๋ง
隆中 Lóngzhōng หลงจง ใช้คำอ่านจีนกลาง ฉบับไทยเขียนที่อยู่ของขงเบ้งว่า "เขาโงลังกั๋งณตำบลลงเสีย"

1. ฉากที่ทำให้คำว่า "สามครั้ง" ติดปากคนไทย

ตอนที่ 37 (第三十七回) ของนิยายฉบับจีนชื่อตอนว่า 「司马徽再荐名士 刘玄德三顾草庐」 คือ "สุมาเต๊กโชแนะนำบัณฑิตอีกครั้ง เล่าปี่เยือนกระท่อมหญ้าสามครั้ง" หลังชีซี (徐庶 สวีซู่) ต้องจากไปหาแม่ที่ฝั่งโจโฉ เขาทิ้งชื่อคนคนหนึ่งไว้ให้เล่าปี่ (刘备 หลิวเป้ย) คือขงเบ้ง (诸葛亮 จูเก่อเลี่ยง) ที่ทำนาอยู่บนเขาโงลังกั๋ง (卧龙岗 อั้วหลงกั่ง)

ครั้งแรก เล่าปี่พากวนอูกับเตียวหุยไปถึงประตูกระท่อม เด็กรับใช้บอกว่า

「先生今早已出。」

"อาจารย์ออกไปแต่เช้าแล้ว"

ไม่รู้ไปไหน ไม่รู้กลับเมื่อไร อาจสามห้าวันหรือสิบกว่าวัน ครั้งที่สองเป็นฤดูหนาว หิมะตก เตียวหุยบ่นว่าอากาศหนาวขนาดนี้แม้แต่ศึกยังต้องหยุด จะไปหาคนไร้ประโยชน์ทำไม ไปถึงแล้วพบแต่จูกัดกิ๋น (诸葛均 จูเก่อจวิน) น้องชายของขงเบ้ง เล่าปี่จึงเขียนจดหมายฝากไว้

ตอนที่ 38 คือครั้งที่สาม เด็กรับใช้บอกว่า 「今日先生虽在家,但现在草堂上昼寝未醒」 "วันนี้อาจารย์อยู่บ้าน แต่กำลังนอนกลางวันอยู่ในเรือนหญ้า ยังไม่ตื่น" เล่าปี่ไม่ยอมให้ปลุก ยืนรออยู่ใต้ขั้นบันได เตียวหุยโมโหจนจะจุดไฟเผาหลังบ้าน

「等我去屋后放一把火,看他起不起!」

"ให้ข้าไปจุดไฟหลังบ้านสักกอง ดูซิว่ามันจะลุกหรือไม่ลุก!"

กวนอูห้ามไว้ ขงเบ้งตื่นขึ้นมาท่องกลอน 「大梦谁先觉,平生我自知」 "ฝันใหญ่นี้ใครตื่นก่อน ชีวิตนี้ข้ารู้อยู่แก่ใจ" แล้วจึงออกมาพบเล่าปี่ เสนอแผนที่คนรุ่นหลังเรียกว่าแผนหลงจง (隆中对) คือยึดเกงจิ๋วกับเสฉวน ผูกมิตรกับซุนกวน แล้วรอจังหวะยกขึ้นเหนือ

ภาพพิมพ์แกะไม้ญี่ปุ่นสามแผ่นต่อกัน หิมะตกหนัก ซ้ายสุดเป็นเล่าปี่บนหลังม้าในเสื้อคลุมขนสัตว์ กลางเป็นกวนอูกับเตียวหุยยืนคุยกับเด็กรับใช้ที่หน้าประตู ขวาเป็นบ้านมีหน้าต่างกลม เห็นชายคนหนึ่งนั่งอยู่ข้างใน
ฉากเล่าปี่ฝ่าหิมะไปหาขงเบ้ง ภาพพิมพ์แกะไม้ของสึกิโอกะ โยชิโทชิ (月岡芳年) จิตรกรญี่ปุ่นสมัยเมจิ วาดตามนิยาย ไม่ใช่ภาพเหตุการณ์จริง พงศาวดารไม่ได้บันทึกว่ามีหิมะ · ภาพ: Tsukioka Yoshitoshi / Wikimedia Commons (สาธารณสมบัติ)

ฉบับไทยของเจ้าพระยาพระคลัง (หน) เล่าต่างจากฉบับจีนในจุดที่น่าสังเกต ตอนที่ ๓๓ ของฉบับไทย บอกตรง ๆ ว่าครั้งแรกขงเบ้งอยู่บ้าน แต่หลบเพื่อลองใจ ขงเบ้งคิดว่า "จะลองดูให้รู้จักน้ำใจเล่าปี่ก่อน แล้วสั่งเด็กไว้ว่า ถ้าผู้ใดมาหาเราจงบอกว่าเราไม่อยู่" ส่วนครั้งที่สาม ผู้เล่าเรื่องในฉบับไทยยืนยันว่า "ฝ่ายขงเบ้งแสร้งทำหลับอยู่ช้านานประมาณสี่โมงแล้ว" ขณะที่ฉบับจีนให้เด็กพูดเพียงว่าอาจารย์ออกไปแต่เช้า และให้เตียวหุยเป็นคนเดียวที่กล่าวหาว่าขงเบ้ง 「推睡不起」 "แกล้งหลับไม่ยอมลุก"

ฉบับไทยยังมีรายละเอียดเล็ก ๆ ที่ต่างไปอีก ในครั้งที่สอง พ่อตาของขงเบ้งคืออุยสิง่าน (黄承彦 หวงเฉิงเยี่ยน) ฉบับจีนให้ขี่ลา (骑驴) แต่ฉบับไทยเขียนว่า "เห็นพ่อตาขงเบ้งขี่อูฐมีเด็กน้อยคนหนึ่งเดิรตามข้ามสะพานมา" และฉบับไทยปิดฉากด้วยคำของขงเบ้งที่บอกน้องชายว่า "เล่าปี่มีความอุตส่าห์มาถึงสามครั้ง"

ไม่ว่าฉบับไหน ใจความเดียวกันคือ เล่าปี่ซึ่งเป็นแม่ทัพและเชื้อพระวงศ์ ลดตัวไปหาชาวนาหนุ่มอายุยี่สิบกว่าถึงสามครั้ง จนกลายเป็นสำนวน 三顾茅庐 "สามครั้งเยือนกระท่อมหญ้า" ที่ใช้พูดถึงการเชิญคนเก่งด้วยความจริงใจ

2. 《三国志》บันทึกไว้เพียงประโยคเดียว

ชีวประวัติขงเบ้งใน《三国志·蜀书·诸葛亮传》ของตันซิ่ว (陈寿 เฉินโซ่ว) เล่าที่มาของการพบกันไว้สั้นมาก ตอนนั้นเล่าปี่ตั้งทัพอยู่ที่เมืองซินเอี๋ย (新野 ซินเหย่) ชีซีมาพบและได้รับความไว้ใจ แล้วแนะนำว่าขงเบ้งคือ "มังกรหลับ" (卧龙) เล่าปี่บอกให้ชีซีพาตัวมา ชีซีตอบว่า

「此人可就见,不可屈致也。将军宜枉驾顾之。」

"คนผู้นี้ต้องไปพบถึงที่ จะเรียกตัวมาไม่ได้ ท่านแม่ทัพควรลดตัวไปเยือนเขาเอง"

แล้วพงศาวดารก็ตามด้วยประโยคที่เป็นรากของตำนานทั้งหมด

「由是先主遂诣亮,凡三往,乃见。」

"เล่าปี่จึงไปหาขงเบ้ง ไปทั้งหมดสามครั้ง จึงได้พบ"

ตัวที่สำคัญคือ 「凡三往,乃见」 แปลตรงตัวว่า "รวมไปสามครั้ง จึงได้พบ" ไม่มีเด็กรับใช้ ไม่มีหิมะ ไม่มีการนอนกลางวัน ไม่มีเตียวหุยขู่จุดไฟ และไม่ได้บอกว่าสองครั้งแรกขงเบ้งอยู่หรือไม่อยู่ บอกแค่ว่าครั้งที่สามได้พบ จากนั้นจึงเป็นบทสนทนาแผนหลงจงที่พงศาวดารบันทึกไว้ยาวและละเอียด

《资治通鉴》เล่มที่ 65ของซือหม่ากวง (司马光) ซึ่งเรียงเหตุการณ์ตามปี วางเรื่องนี้ไว้ในปีเจี้ยนอันที่ 12 (ค.ศ. 207) และใช้ถ้อยคำเกือบตรงกับชีวประวัติ 「备由是诣亮,凡三往,乃见」

3. พยานปากเอกคือขงเบ้งเอง

หลักฐานที่หนักที่สุดของเรื่องสามครั้งไม่ใช่คำของนักประวัติศาสตร์ แต่เป็นคำของขงเบ้งเอง ในปีเจี้ยนซิงที่ 5 (ค.ศ. 227) ก่อนยกทัพขึ้นเหนือ ขงเบ้งยื่นฎีกาถึงพระเจ้าเล่าเสี้ยน (刘禅 หลิวซาน) ที่คนรุ่นหลังเรียกว่า《出师表》 ตันซิ่วคัดฎีกาฉบับนี้ไว้เต็มฉบับในชีวประวัติขงเบ้ง

「臣本布衣,躬耕于南阳,苟全性命于乱世,不求闻达于诸侯。先帝不以臣卑鄙,猥自枉屈,三顾臣于草庐之中,咨臣以当世之事,由是感激,遂许先帝以驱驰。」

"ข้าเดิมเป็นสามัญชน ทำนาอยู่ที่หนานหยาง ขอเพียงรักษาชีวิตให้รอดในยุคจลาจล ไม่แสวงชื่อเสียงจากเจ้าแคว้นใด พระเจ้าองค์ก่อนไม่ทรงถือว่าข้าต่ำต้อย ทรงลดพระองค์ลงมาหาข้าที่กระท่อมหญ้าถึงสามครั้ง ตรัสถามเรื่องบ้านเมืองในเวลานั้น ข้าซาบซึ้งใจ จึงรับปากจะรับใช้พระองค์"

ฉบับไทยของเจ้าพระยาพระคลังก็แปลข้อความนี้ไว้ในตอนที่ ๗๐ ว่า "ตัวข้าพเจ้านี้ก็เปนคนเข็ญใจอยู่ณเมืองลำเอี๋ยงก่อน พระเจ้าเล่าปี่มีความอุตส่าห์เสด็จออกไปหาถึงสามครั้ง รับข้าพเจ้ามาช่วยทำราชการ"

ข้อความนี้มีน้ำหนักเพราะสามเหตุผล ข้อแรก ผู้เขียนคือคนที่อยู่ในเหตุการณ์ ข้อสอง ฎีกายื่นถึงจักรพรรดิในราชสำนักที่ยังมีคนรุ่นเดียวกับเหตุการณ์อยู่ หากขงเบ้งเล่าผิดจากความจริง ย่อมมีคนรู้ ข้อสาม เวลาที่เขียนห่างจากเหตุการณ์ราวยี่สิบปี ไม่ใช่หลายร้อยปีแบบนิยาย

เผยซงจือ (裴松之) ยังใช้ฎีกาฉบับนี้คำนวณปีที่ทั้งสองพบกัน ฎีกาเขียนว่า 「尔来二十有一年矣」 "นับแต่นั้นมายี่สิบเอ็ดปีแล้ว" เผยซงจือนับว่าจากปีที่เล่าปี่แตกทัพ (ค.ศ. 208) ถึงปีที่ยื่นฎีกาเป็นยี่สิบปีพอดี จึงสรุปว่า

「然则备始与亮相遇,在败军之前一年时也。」

"ถ้าเช่นนั้น เล่าปี่กับขงเบ้งพบกันครั้งแรกในปีก่อนที่จะแตกทัพหนึ่งปี"

คือราว ค.ศ. 207 ตรงกับปีที่《资治通鉴》วางไว้

พยานคนที่สามคือตันซิ่วเอง ในฎีกาที่เขาถวายพร้อมประมวลงานเขียนของขงเบ้ง ซึ่งคัดไว้ท้ายชีวประวัติเล่มเดียวกัน ตันซิ่วเขียนว่า 「时左将军刘备以亮有殊量,乃三顾亮于草庐之中」 "ขณะนั้นแม่ทัพฝ่ายซ้ายเล่าปี่เห็นว่าขงเบ้งมีความสามารถพิเศษ จึงไปหาขงเบ้งที่กระท่อมหญ้าสามครั้ง"

ภาพวาดหมึกบนผ้าไหมแนวตั้ง ภูเขาสูงชัน ต้นสนใหญ่เอนตัวกลางภาพ มุมล่างซ้ายมีกระท่อมหลังคาหญ้าในดงไผ่ ชายคนหนึ่งนั่งอยู่ในกระท่อม ชายสามคนยืนอยู่หน้ารั้วกับเด็กรับใช้
ภาพ "สามครั้งเยือนกระท่อมหญ้า" (三顾茅庐图) ของไต้จิ้น (戴进) จิตรกรต้นราชวงศ์หมิง เก็บรักษาที่พิพิธภัณฑ์พระราชวังกู้กง ปักกิ่ง ขงเบ้งนั่งอยู่ในกระท่อม สามพี่น้องยืนอยู่หน้ารั้ว เป็นภาพตามตำนาน ไม่ใช่ภาพบันทึกเหตุการณ์ · ภาพ: Dai Jin / Wikimedia Commons (สาธารณสมบัติ)

4. บันทึกอีกสาย: ขงเบ้งเดินไปหาเล่าปี่เอง

ถ้าเรื่องจบแค่นั้น ข้อนี้คงเป็นหนึ่งในไม่กี่ฉากของนิยายที่พงศาวดารยืนยันได้เต็มปาก แต่ใต้ชีวประวัติขงเบ้งหน้าเดียวกัน เผยซงจือคัดบันทึกอีกเล่มหนึ่งมาวางไว้ คือ《魏略》 พงศาวดารฝั่งวุยก๊กที่อวี๋ฮ่วน (鱼豢) ขุนนางของวุยก๊กเรียบเรียงขึ้นเป็นการส่วนตัว ตามข้อมูลวิกิพีเดียภาษาจีน หนังสือนี้สูญไปแล้ว เหลือเพียงข้อความที่ถูกยกไปอ้างในหนังสืออื่น

《魏略》เล่าว่า

「刘备屯于樊城。是时曹公方定河北,亮知荆州次当受敌,而刘表性缓,不晓军事。亮乃北行见备,备与亮非旧,又以其年少,以诸生意待之。」

"เล่าปี่ตั้งทัพอยู่ที่ห้วนเสีย ตอนนั้นโจโฉเพิ่งปราบแดนเหนือแม่น้ำเหลืองได้ ขงเบ้งรู้ว่าเกงจิ๋วจะถูกตีเป็นลำดับถัดไป แต่เล่าเปียวเป็นคนเชื่องช้า ไม่เข้าใจการทหาร ขงเบ้งจึงเดินทางขึ้นเหนือไปพบเล่าปี่ เล่าปี่ไม่เคยรู้จักขงเบ้งมาก่อน และเห็นว่ายังหนุ่ม จึงปฏิบัติต่อเขาอย่างนักเรียนธรรมดาคนหนึ่ง"

เรื่องต่อจากนั้นมีชีวิตชีวามาก งานเลี้ยงเลิก แขกกลับกันหมด ขงเบ้งยังนั่งอยู่คนเดียว เล่าปี่ก็ไม่ถามว่าจะพูดอะไร มีคนเอาหางวัวจามรีมาให้ เล่าปี่ชอบถักพู่ประดับ จึงนั่งถักเองด้วยมือ ขงเบ้งจึงพูดขึ้นว่า

「明将军当复有远志,但结毦而已邪!」

"ท่านแม่ทัพผู้ปรีชาย่อมมีความมุ่งหมายไกลกว่านี้ จะนั่งถักพู่อยู่อย่างเดียวหรือ!"

เล่าปี่รู้ทันทีว่าคนนี้ไม่ธรรมดา โยนพู่ทิ้งแล้วตอบว่าแค่ทำแก้กลุ้ม ขงเบ้งถามต่อว่าเล่าเปียวกับโจโฉใครเหนือกว่า เล่าปี่ตอบว่าเล่าเปียวสู้ไม่ได้ ถามว่าตัวท่านเองเล่า เล่าปี่ตอบว่าก็สู้ไม่ได้ ขงเบ้งจึงชี้ว่ากำลังของเล่าปี่มีแค่ไม่กี่พันคน จะรับมือได้อย่างไร แล้วเสนอวิธีแก้ที่ฟังเหมือนงานธุรการมากกว่าแผนพิชิตแผ่นดิน คือให้เล่าเปียวสั่งสำรวจครัวเรือนที่ไม่ได้ขึ้นทะเบียน (游户) แล้วเกณฑ์คนเหล่านั้นมาเพิ่มกำลัง เล่าปี่ทำตาม กำลังจึงแข็งขึ้น

「备由此知亮有英略,乃以上客礼之。」

"เล่าปี่จึงรู้ว่าขงเบ้งมีปัญญาเฉียบแหลม แล้วรับรองในฐานะแขกชั้นสูง"

เผยซงจือต่อท้ายว่า 「九州春秋所言亦如之」 "《九州春秋》ก็เล่าไว้อย่างเดียวกัน" ซึ่ง《九州春秋》เป็นงานของซือหม่าเปียว (司马彪) นักประวัติศาสตร์สมัยราชวงศ์จิ้นตะวันตก แปลว่าในยุคของเผยซงจือ เรื่อง "ขงเบ้งไปหาเล่าปี่ก่อน" มีอยู่อย่างน้อยสองเล่ม

5. เผยซงจือตัดสินอย่างไร

เผยซงจือไม่ได้คัดมาเฉย ๆ เขาเขียนความเห็นต่อท้ายทันที

「臣松之以为亮表云『先帝不以臣卑鄙,猥自枉屈,三顾臣于草庐之中,咨臣以当世之事』,则非亮先诣备,明矣。虽闻见异辞,各生彼此,然乖背至是,亦良为可怪。」

"ข้าพเจ้าซงจือเห็นว่า ฎีกาของขงเบ้งเขียนไว้ว่า 'พระเจ้าองค์ก่อนไม่ทรงถือว่าข้าต่ำต้อย ทรงลดพระองค์ลงมาหาข้าที่กระท่อมหญ้าถึงสามครั้ง ตรัสถามเรื่องบ้านเมืองในเวลานั้น' ฉะนั้นที่ว่าขงเบ้งไปหาเล่าปี่ก่อนจึงไม่จริงอย่างชัดเจน แม้คนที่ได้ยินได้เห็นต่างกันจะเล่าต่างกันไปบ้าง แต่ขัดกันถึงเพียงนี้ ก็นับว่าแปลกจริง ๆ"

คำตัดสินนี้มีสองชั้น ชั้นแรก เผยซงจือเลือกเชื่อขงเบ้ง เพราะเป็นคำของเจ้าตัว ชั้นที่สอง เขาไม่ได้ลบอีกสายทิ้ง แต่วางไว้ให้ผู้อ่านเห็น พร้อมยอมรับว่าความขัดแย้งนี้ใหญ่เกินกว่าจะเป็นแค่ความคลาดเคลื่อนเล็กน้อย

ซือหม่ากวงซึ่งเรียบเรียง《资治通鉴》ในอีกหลายร้อยปีต่อมาก็เลือกทางเดียวกัน ในเล่มที่ 65 เขาเล่าแต่เรื่องสามครั้งตามชีวประวัติ ไม่ได้ใส่เรื่องถักพู่ของ《魏略》ไว้ในเนื้อความ

6. ชั่งน้ำหนักหลักฐานทั้งสองฝั่ง

ข้อนี้เป็นเรื่องที่บันทึกโบราณเถียงกันจริง จึงควรวางหลักฐานให้เห็นทั้งสองข้าง

ฝั่งที่สนับสนุนการเยือนสามครั้ง มีพยานสามชั้น คือฎีกาของขงเบ้งเอง ชีวประวัติที่ตันซิ่วเขียน และฎีกาที่ตันซิ่วถวายพร้อมประมวลงานเขียนของขงเบ้ง ทั้งหมดใช้คำเดียวกันคือ "สามครั้ง" และ "กระท่อมหญ้า" ฎีกาของขงเบ้งเป็นหลักฐานร่วมสมัยที่สุดที่เรามี

ฝั่งที่เล่าอีกแบบ มีสองเล่มคือ《魏略》กับ《九州春秋》 ทั้งสองไม่ใช่บันทึกของฝ่ายจ๊กก๊ก《魏略》เขียนโดยขุนนางของวุยก๊ก และสิ่งที่เหลืออยู่ในวันนี้เป็นเพียงข้อความที่คนอื่นยกมาอ้าง รายละเอียดบางจุดก็ไม่ตรงกับชีวประวัติ เช่น《魏略》ให้เล่าปี่ตั้งอยู่ที่ห้วนเสีย (樊城 ฝานเฉิง) ขณะที่ชีวประวัติขงเบ้งบอกว่าตอนนั้นเล่าปี่อยู่ที่ซินเอี๋ย ส่วนชีวประวัติเล่าปี่บันทึกว่าเล่าปี่อยู่ที่ห้วนเสียในปี ค.ศ. 208 ตอนที่เล่าจ๋อง (刘琮 หลิวฉง) บุตรของเล่าเปียวยอมแพ้โจโฉ

แต่ฝั่งนี้ก็ไม่ควรถูกโยนทิ้งง่าย ๆ ข้อแรก เรื่องเล่าใน《魏略》มีรายละเอียดเฉพาะมากจนไม่น่าจะแต่งขึ้นลอย ๆ เช่นนิสัยชอบถักพู่ของเล่าปี่ และคำแนะนำเรื่องจดทะเบียนครัวเรือน ซึ่งเข้ากับภาพขงเบ้งในพงศาวดาร ที่หลังศึกเซ็กเพ็กได้รับมอบให้ดูแลภาษีและเสบียงของสามหัวเมือง ข้อสอง เผยซงจือเองก็ยังเรียกความขัดแย้งนี้ว่า "แปลกจริง ๆ" ไม่ได้บอกว่าอีกฝ่ายโกหก

ถ้าถามว่าเชื่อฝั่งไหนได้มากกว่า น้ำหนักอยู่ที่การเยือนสามครั้ง เพราะมีคำของเจ้าตัวรองรับ แต่ถ้าถามว่า "ขงเบ้งไม่เคยไปหาเล่าปี่ก่อนเลยจริงหรือ" คำตอบที่ซื่อตรงคือ บันทึกโบราณไม่ได้เห็นตรงกัน และไม่มีหลักฐานชิ้นใหม่ที่ทำให้ตัดสินได้เด็ดขาด

สิ่งที่พูดได้มั่นใจกว่าคือ รายละเอียดสีสันทั้งหมดในนิยาย ทั้งหิมะ เด็กรับใช้ จดหมายที่เขียนฝาก การนอนกลางวัน และเตียวหุยขู่จุดไฟ ไม่มีอยู่ในบันทึกฝั่งใดเลย ตำนานใช้แค่ "凡三往,乃见" กับ "三顾臣于草庐之中" เป็นโครง แล้วเติมเนื้อเรื่องเอง

7. ขงเบ้งแกล้งหลบ: เรื่องนี้มาจากนิทานสมัยหยวน

ฉากที่ฉบับไทยเล่าว่าขงเบ้งรู้ตัวแต่สั่งเด็กให้บอกว่าไม่อยู่ ไม่ใช่เรื่องใหม่ หนังสือผิงฮว่าสามก๊ก (《全相平话三国志》 เล่มกลาง) ซึ่งพิมพ์สมัยราชวงศ์หยวนก่อนนิยายของหลัวก้วนจง เล่าว่าเมื่อเล่าปี่มาถึงครั้งแรก เด็กรับใช้เข้าไปบอก ขงเบ้ง 「先生不语,叫道童附耳低言」 "ไม่พูดอะไร เรียกเด็กเข้าไปกระซิบข้างหู" แล้วเด็กก็ออกมาบอกเล่าปี่ว่า

「俺师父从昨日去江下,有八俊饮会去也。」

"อาจารย์ของข้าไปริมแม่น้ำตั้งแต่เมื่อวาน ไปร่วมวงเหล้ากับบัณฑิตทั้งแปดแล้ว"

ผิงฮว่ายังให้ขงเบ้งรำพึงกับตัวเองหลังเล่าปี่มาครั้งที่สองว่า 「我乃何人,使太守几回来谒?」 "ข้าเป็นใครกัน ถึงให้ท่านเจ้าเมืองต้องมาหาหลายครั้ง" และแทรกกลอนว่า 「蜀王若不垂三顾,争得先生出旧庐?」 "หากพระเจ้าจ๊กก๊กไม่ทรงเยือนถึงสามครั้ง ไหนเลยอาจารย์จะยอมออกจากกระท่อมเก่า"

แปลว่าในสายนิทานพื้นบ้าน การไม่พบสองครั้งแรกเป็นการทดสอบที่ขงเบ้งตั้งใจ นิยายฉบับจีนที่ใช้อ้างอิงในบทความนี้ลดภาพนั้นลง ให้ขงเบ้งไม่อยู่จริงในสองครั้งแรก ขณะที่ฉบับไทยยังเก็บภาพขงเบ้งที่ "ลองดูให้รู้จักน้ำใจเล่าปี่" ไว้ชัดเจน

อีกเรื่องที่ควรรู้คือ ช่วงเวลาที่นิยายเล่าว่าขงเบ้ง "เพิ่งลงจากเขา" นั้น นิยายยังใส่ผลงานที่ไม่ใช่ของขงเบ้งให้ด้วย เช่นไฟที่ทุ่งพกบ๋อง ซึ่งพงศาวดารบันทึกว่าเป็นฝีมือเล่าปี่ และเกิดก่อนการเยือนกระท่อมหลายปี ส่วนเรื่องที่ชีซีต้องจากเล่าปี่ไปเพราะแม่ถูกจับ อ่านต่อได้ในบทความเรื่องแม่ของชีซี

คำถามที่พบบ่อย

เล่าปี่ไปเชิญขงเบ้งสามครั้งจริงไหม?

มีบันทึกจริง《三国志·诸葛亮传》เขียนว่า 「凡三往,乃见」 "ไปสามครั้งจึงได้พบ" และขงเบ้งเขียนยืนยันเองใน《出师表》ว่าเล่าปี่ "มาหาที่กระท่อมหญ้าสามครั้ง" แต่รายละเอียดในนิยาย เช่น หิมะ การนอนกลางวัน และเตียวหุยขู่จุดไฟ ไม่มีในพงศาวดาร

บันทึกที่ว่าขงเบ้งไปหาเล่าปี่เองมาจากไหน?

มาจาก《魏略》ของอวี๋ฮ่วน ซึ่งเผยซงจือคัดไว้ในอรรถาธิบายใต้ชีวประวัติขงเบ้ง เล่าว่าขงเบ้งเดินทางไปพบเล่าปี่ที่ห้วนเสีย ตักเตือนเล่าปี่ที่นั่งถักพู่ แล้วเสนอให้สำรวจครัวเรือนที่ไม่ได้ขึ้นทะเบียนเพื่อเพิ่มกำลังพล เผยซงจือระบุว่า《九州春秋》ก็เล่าเช่นเดียวกัน

เผยซงจือเชื่อฝั่งไหน?

เชื่อฝั่งสามครั้ง เพราะ《出师表》เป็นคำของขงเบ้งเอง เขาเขียนว่า 「则非亮先诣备,明矣」 "ที่ว่าขงเบ้งไปหาเล่าปี่ก่อนจึงไม่จริงอย่างชัดเจน" แต่ก็ยอมรับว่าบันทึกขัดกันถึงขนาดนี้ "นับว่าแปลกจริง ๆ"

เล่าปี่ไปหาขงเบ้งปีไหน?

ราว ค.ศ. 207 เผยซงจือคำนวณจาก《出师表》ว่าทั้งสองพบกันหนึ่งปีก่อนเล่าปี่แตกทัพใน ค.ศ. 208 และ《资治通鉴》ก็วางเรื่องนี้ไว้ในปีเจี้ยนอันที่ 12 ตรงกัน

ฉบับไทยเล่าฉากนี้ต่างจากฉบับจีนอย่างไร?

ฉบับไทยตอนที่ ๓๓ บอกว่าครั้งแรกขงเบ้งอยู่บ้านแต่สั่งเด็กให้บอกว่าไม่อยู่ เพื่อลองใจเล่าปี่ และครั้งที่สามขงเบ้ง "แสร้งทำหลับ" ส่วนนิยายฉบับจีนที่ใช้อ้างอิงให้ขงเบ้งออกไปข้างนอกจริงในครั้งแรก ภาพขงเบ้งแกล้งหลบนี้พบในหนังสือผิงฮว่าสามก๊กสมัยหยวน

สรุป

เรื่องเล่าปี่ไปหาขงเบ้งสามครั้งไม่ใช่นิยายล้วน ๆ พงศาวดารบันทึกไว้ และพยานปากเอกคือขงเบ้งเองใน《出师表》 แต่ตั้งแต่สมัยโบราณก็มีบันทึกอีกสายคือ《魏略》กับ《九州春秋》ที่เล่าว่าขงเบ้งเป็นฝ่ายเดินไปหาเล่าปี่ก่อน เผยซงจือชั่งแล้วเลือกเชื่อคำของขงเบ้ง แต่ยอมรับว่าบันทึกขัดกันจนน่าแปลกใจ ส่วนหิมะ เด็กรับใช้ การนอนกลางวัน และเตียวหุยขู่เผาบ้าน เป็นสีสันที่นักเล่านิทานและนักประพันธ์เติมเข้าไปบนโครงไม่กี่คำของพงศาวดาร

แหล่งข้อมูล

ถอดหน้ากากสามก๊ก ฉบับ MingPaPa (黄柄明 - หวงปิ่งหมิง)

เรื่องที่ 39 จาก 39 เรื่อง

ชุดบทความที่วางฉากดังในนิยายสามก๊กเทียบกับพงศาวดาร《三国志》ทีละฉาก เขียนโดยMingPaPa ชื่อจีน หวงปิ่งหมิง - 黄柄明

ดูทั้งหมวด →
ดูรายชื่อเรื่องทั้งชุด

เกี่ยวกับผู้เขียน

ธนินพงษ์ ศุภพิทักษ์พงษ์ (MingPaPa)
黄柄明 - MingPaPa

เขียนโดย

ชื่อจีน หวงปิ่งหมิง - 黄柄明

นักธุรกิจโรงพิมพ์ ครูศิลปะการต่อสู้ และผู้ถ่ายทอดวัฒนธรรมจีน ศาสนา และความเชื่อ

ประสบการณ์ที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้: ก่อนอายุ 18 ปี ผู้เขียนอ่านสามก๊กฉบับเจ้าพระยาพระคลัง (หน) และสามก๊กฉบับวณิพกของยาขอบรวม 10 รอบ ไม่นับหนังสือวิเคราะห์กลยุทธ์และอรรถาธิบายสามก๊กอีกหลายสิบเล่ม บทนี้วางฉากเล่าปี่เยือนกระท่อมหญ้าสามครั้งในนิยายเทียบกับ《三国志》《出师表》และ《资治通鉴》 แล้วชั่งน้ำหนักกับบันทึกอีกสายใน《魏略》และ《九州春秋》ที่เผยซงจือคัดไว้

ประวัติการแก้ไข

  • — เผยแพร่ครั้งแรก

พบข้อมูลคลาดเคลื่อน แจ้งได้ที่หน้าติดต่อ และอ่านวิธีตรวจสอบกับแก้ไขข้อผิดพลาดได้ที่นโยบายบรรณาธิการ

บทความที่เกี่ยวข้อง

ดูบทความทั้งหมดในหมวดถอดหน้ากากสามก๊ก ฉบับ MingPaPa (黄柄明 - หวงปิ่งหมิง)