↑
HOME ครอบครัว ธุรกิจ แถวนี้ 101 แซ่อึ้ง บทความ ติดต่อครอบครัว
เปิดความจริง เปาบุ้นจิ้น ฉบับ MingPaPa (黄柄明 - หวงปิ่งหมิง)

เครื่องประหารหัวสุนัข หัวเสือ หัวมังกรของเปาบุ้นจิ้นมีจริงไหม? นิยายชิงสร้างขึ้น ศาลสมัยซ่งไม่มี

ชุดสามหัวเกิดจากมุกเล่นคำในนิยายปี 1879 รากเครื่องตัดทองแดงอยู่ในงิ้วหยวน ส่วนศาลซ่งจริงมีแค่รัดคอกับตัดศีรษะ และเปาบุ้นจิ้นสั่งประหารเองไม่ได้

โดย · · อ่าน ~30 นาที
ภาพปกชุดเปิดความจริง เปาบุ้นจิ้น ฉบับ MingPaPa (黄柄明 - หวงปิ่งหมิง) ภาพวาดตามจินตนาการ (สร้างด้วย AI) เครื่องประหารหัวมังกร หัวเสือ หัวสุนัขในศาลยามค่ำเป็นของจากนิยายปี 1879 ศาลสมัยซ่งไม่มีเค
คำตอบสั้น ๆ

ในนิยายและละคร: เปาบุ้นจิ้นมีเครื่องประหารสามเครื่อง หัวมังกร หัวเสือ หัวสุนัข ชุดนี้เกิดในนิยาย《三侠五义》ตอนที่ 9 ฉบับพิมพ์ปี 1879 จากมุกเล่นคำของกงซุนเช่อ ส่วนเครื่องตัดทองแดงของท่านเปามีรากในงิ้วหยวน

ในเอกสารสมัยซ่ง: โทษตายมีแค่รัดคอกับตัดศีรษะ ไม่มีเครื่องประหารสามหัว และศาลไคฟงตัดสินเองได้แค่เรื่องเล็ก คดีประหารต้องผ่านการทบทวนหลายชั้นจนถึงฮ่องเต้

กล่องข้อมูลด่วน

คำตัดสิน [แต่ง] — เครื่องประหารชุดสามหัว (三口铡 ซานโข่วจ๋า) ไม่มีในเอกสารสมัยซ่ง เกิดใน《三侠五义》(ซานเสียอู่อี้) ตอนที่ 9 พิมพ์ 1879
เกิดได้อย่างไร ซ่งเหรินจงในนิยายพระราชทาน "御札三道" (หนังสือรับสั่งสามฉบับ) กงซุนเช่อจงใจเขียน 札 เป็น 铡 แล้ววาดเครื่องตัดแบบมังกร เสือ สุนัข (นิยาย)
ในนิยายใช้กับใคร หัวมังกรครั้งเดียว (ผังอวี้ ตอนที่ 15) · หัวเสือครั้งเดียว (เก๋อเติงอวิ๋น ตอนที่ 27) · ที่เหลือหัวสุนัข · ไม่มีกฎ "มังกร = เชื้อพระวงศ์" ในตัวบท
รากที่เก่ากว่า งิ้วหยวน: "势剑金牌,先斩后闻" และ "势剑铜铡" — หูซื่อชี้ไว้ปี 1925; นิยายชิง《清风闸》(1819) มี "铁铡铜闸" ก่อน
กฎหมายซ่งจริง โทษตายมีแค่รัดคอ (绞) กับตัดศีรษะ (斩); คดีประหารต้องผ่านหลายชั้นถึงฮ่องเต้ ยุคซ่งเหรินจง "岁常活千余"
ในเมืองไทย ศาลเจ้าเปากง จ.ตรัง (董里包公宫) ตั้งแท่นประหารครบสามหัว

บทนำ

ฉาก "เปิดเครื่องประหาร!" คือภาพจำของละครเปาบุ้นจิ้น เครื่องตัดทองแดงหัวสัตว์เป็นตอนจบของคดีใหญ่หลายคดีในละคร《包青天》ฉบับปี 1993 จนถึงวันนี้คนไทยยังพิมพ์ค้นคำว่า "เครื่องประหารหัวสุนัข" เดือนละราว 720 ครั้ง และพิมพ์ "เครื่องประหารเปาบุ้นจิ้น" อีกหลายร้อยครั้ง

คำถามที่ตามมาคือ เปาบุ้นจิ้น (包拯 เปาเจิ่ง) ตัวจริงมีเครื่องประหารหัวมังกร หัวเสือ หัวสุนัขไหม และเขาสั่งประหารใครเองได้หรือเปล่า

ผมจะแยกเรื่องนี้ออกเป็นห้าชั้น คือ นิยาย งิ้ว กฎหมายสมัยซ่ง ละคร และศาลเจ้าในวันนี้ แล้ววางต้นฉบับภาษาจีนให้ดูทีละชิ้น ตอนนี้เป็นตอนเปิดภาค 4 "ของประกอบฉากศาลไคฟง" ในชุดเปิดความจริง เปาบุ้นจิ้น ฉบับ MingPaPa (黄柄明 - หวงปิ่งหมิง)

เปิดความจริง เปาบุ้นจิ้น ฉบับ MingPaPa (黄柄明 - หวงปิ่งหมิง): ผมกับเปาบุ้นจิ้น

เครื่องประหารสามหัวผมจำได้ครับ ตอนดูเหมือนเป็นจุดจบของคดี เทียบก็เหมือนไอ้มดแดงกระโดดถีบสัตว์ประหลาดระเบิดแล้วหนังจบ และผมเสียวทุกครั้งที่เอาหัวคนเข้าไปแล้วมีฉากตัดหัว

ตอนไปศาลเจ้าเปากงที่ตรังและเห็นแท่นประหาร มันช่วยให้ระลึกถึงหนัง รู้สึกเห็นอุปกรณ์ที่คุ้นเคย และทำให้ผมเห็นการแบ่งชนชั้นชัดเจน คนธรรมดาหัวสุนัข ข้าราชการหัวเสือ ราชตระกูลหัวมังกร ผมจึงมีคำถามว่าทำไมคนธรรมดาต้องเป็นหัวสุนัข เหมือน bully กลาย ๆ ว่าคนธรรมดาเหมือนสุนัข ไม่มีราคา

คำถามนี้ผมไม่เดาเอง ตัวบทบอกเท่าที่บอกได้ ชุดสามหัวเกิดในนิยาย《三侠五义》ฉบับพิมพ์ปี 1879 นิยายเขียนแค่「各按品级行法」คือใช้ตามชั้นยศ และไม่มีในกฎหมายสมัยซ่ง ตอนนี้ผมจะวางนิยายและงิ้วหยวนเทียบกับ《宋史》《唐律疏议》และฎีกาของเปาเจิ่งเองทีละประโยค

ชื่อบุคคลและคัมภีร์ในบทความนี้

ชื่อในบทความนี้ใช้ชื่อที่คนไทยรู้จักจากละครและหนังสือแปล กำกับอักษรจีนตัวย่อและคำอ่านจีนกลางเมื่อปรากฏครั้งแรก ส่วนคำอ่านแต้จิ๋วในตารางเป็นสำเนียงเท่งไฮ้ (澄海) เลข "ตอนที่" ของนิยายในบทความนี้คือเลขตอน (回) ของฉบับภาษาจีน

简体 พินอิน อ่านจีนกลาง แต้จิ๋ว (澄海) หมายเหตุ
包拯 Bāo Zhěng เปา เจิ่ง เปา จิ๋ง เปาบุ้นจิ้น ตัวจริง
三口铡 sān kǒu zhá ซานโข่วจ๋า ซัง เข้า จัก เครื่องประหารสามเครื่อง
龙头铡 · 虎头铡 · 狗头铡 lóngtóu · hǔtóu · gǒutóu zhá หลงโถวจ๋า · หู่โถวจ๋า · โก่วโถวจ๋า เล้ง เท้า จัก · โห้ว เท้า จัก · เก๋า เท้า จัก หัวมังกร · หัวเสือ (หัวพยัคฆ์) · หัวสุนัข
三侠五义 Sān xiá wǔ yì ซานเสียอู่อี้ ซัง เฮียก อู๋ หงี นิยาย 1879
七侠五义 Qī xiá wǔ yì ชีเสียอู่อี้ ฉิก เฮียก อู๋ หงี ฉบับแก้ไข 1889
续小五义 Xù Xiǎo wǔyì ซฺวี่ เสี่ยวอู่อี้ ซก เสี้ยว โหงว หงี ภาคต่อสมัยชิง
清风闸 Qīngfēng zhá ชิงเฟิงจ๋า เชง ฮวง จ๊ะ นิยายชิง 1819 ของผู่หลิน (浦琳)
宋仁宗 Sòng Rénzōng ซ่ง เหรินจง ซ่ง ยิ้ง จง ฮ่องเต้ที่เปาบุ้นจิ้นรับใช้
宋真宗 Sòng Zhēnzōng ซ่ง เจินจง ซ่ง จิง จง ปฏิเสธโทษแล่เนื้อ
公孙策 Gōngsūn Cè กงซุน เช่อ กง ซุง เฉะ ตัวละครนิยาย ผู้ "ออกแบบ" เครื่องประหาร
庞昱 Páng Yù ผาง อวี้ พั้ง เหียก ผังอวี้ ลูกราชครูผังในนิยาย — โดนหัวมังกร
葛登云 Gě Dēngyún เก๋อ เติงอวิ๋น กวะ เตง อุ๊ง โหวในนิยาย — โดนหัวเสือ
项福 · 冯君衡 · 李保 Xiàng Fú · Féng Jūnhéng · Lǐ Bǎo เซี่ยง ฝู · เฝิง จฺวินเหิง · หลี่ เป่า หัง ฮก · ปั๊ง กุง ฮ้วง · ลี้ โป๋ ตัวละครที่โดนหัวสุนัข
王朝 · 马汉 · 张龙 · 赵虎 Wáng Cháo · Mǎ Hàn · Zhāng Lóng · Zhào Hǔ หวัง เฉา · หม่า ฮั่น · จาง หลง · จ้าว หู่ เฮ้ง เชี้ยว · เบ๊ หั่ง · เตีย เล้ง · เตี่ย โห้ว หวังเฉา หม่าฮั่น จางหลง เจ้าหู่
势剑金牌 · 势剑铜铡 shìjiàn jīnpái · shìjiàn tóngzhá ซื่อเจี้ยน จินผาย · ซื่อเจี้ยน ถงจ๋า สี่ เกี่ยง กิง ไป๊ · สี่ เกี่ยง ตั้ง จัก ดาบอาญาสิทธิ์ ป้ายทอง / เครื่องตัดทองแดง (งิ้วหยวน)
先斩后奏 xiān zhǎn hòu zòu เซียนจ่านโฮ่วโจ้ว ซิง จ๋าง โหว เจ่า ประหารก่อนค่อยทูล
尚方宝剑 Shàngfāng bǎojiàn ซ่างฟาง เป่าเจี้ยน เสียง ฮวง โป๋ เกี่ยง กระบี่อาญาสิทธิ์
免死金牌 miǎnsǐ jīnpái เหมี่ยนสื่อ จินผาย เมี้ยง สี้ กิง ไป๊ ป้ายทองยกเว้นโทษตาย (ละคร)
凌迟 · 腰斩 língchí · yāozhǎn หลิงฉือ · เยาจ่าน เล้ง ชี้ · เอีย จ๋าง แล่เนื้อ · ตัดกลางตัว
三法司 sān fǎsī ซานฝ่าซือ ซัง ฮวก ซี ศาลสามกรม (ระบบหมิง–ชิง)
审刑院 · 纠察刑狱司 Shěnxíng yuàn · Jiūchá xíngyù sī เสิ่นสิงเยวี่ยน · จิวฉา สิงอวี้ซือ สิ้ง เฮ้ง อี่ · กิ๋ว ฉัก เฮ้ง เง็ก ซี หน่วยทบทวนคดีสมัยซ่ง
唐律疏议 Tánglǜ shūyì ถังลวี่ ซูอี้ ทั้ง ลุก โซ งี้ ประมวลกฎหมายถัง
宋史 Sòng shǐ ซ่งสื่อ ซ่ง สื้อ ประวัติศาสตร์ราชวงศ์ซ่ง
燕肃 Yàn Sù เยี่ยน ซู่ เอี่ยง ซก เสนอให้ทบทวนคดีประหาร
张可久 Zhāng Kějiǔ จาง เข่อจิ่ว เตีย โค้ กู๋ คดีเกลือ 1044
胡适 Hú Shì หู ซื่อ โอ๊ว เส็ก นักวิชาการ ผู้เขียนคำนำ 1925
朱云 Zhū Yún จู อวิ๋น จู อุ๊ง สมัยฮั่น ขอดาบแต่ไม่ได้
袁崇焕 Yuán Chónghuàn หยวน ฉงฮ่วน อ้วง ช้ง ฮ่วง สมัยหมิง ใช้กระบี่อาญาสิทธิ์จริง
海清宫 Hǎiqīng gōng ไห่ชิง กง ไห้ เชง เกง ศาลเจ้าที่ซื่อหู ไต้หวัน

1. ฉากที่ทุกคนจำได้

ในละคร 1993 เครื่องประหารไม่ได้เป็นแค่ของประกอบฉาก มันคือตอนจบของคดีใหญ่หลายคดี ผมขอหยิบชื่อตอนที่คนไทยใช้กันมาเล่าสี่เรื่อง ชื่อตอนทั้งหมดนี้ตามตารางคดีในวิกิพีเดียภาษาไทยหน้าละคร พ.ศ. 2536 (ชื่อตอนที่ใช้กันในไทย)

"ก๊กกู๋จอมโหด" — ป้ายทองยกเว้นโทษตายปะทะกระบี่อาญาสิทธิ์

คดีที่ 7 (ภาษาจีน 铡庞昱 ตอน 30–34) ยกโครงมาจากนิยาย ผังอวี้ (庞昱 ผาง อวี้) ลูกชายราชครูผัง (庞太师 ผาง ไท่ซือ) ทำผิดที่เมืองเฉินโจว (陈州 เฉินโจว) แต่ละครเติมฉากใหม่ที่นิยายไม่มี ราชครูผังยก "ป้ายทองยกเว้นโทษตาย" (免死金牌) ขึ้นสู้ "กระบี่อาญาสิทธิ์" (尚方宝剑) ของเปาบุ้นจิ้น เรื่องไปถึงหน้าพระที่นั่ง ก่อนจบด้วยผังอวี้ยอมรับโทษใต้เครื่องประหาร (สรุปเรื่องย่อ) (ละคร)

"ประหารท่านอ๋อง" — หัวมังกรกับจ้าวอ๋อง ไม่ใช่อ๋องแปด

คดีที่ 11 (铡王爷 ตอน 52–55) เป็นเรื่องจ้าวอ๋อง (赵王爷 จ้าว หวางเหยีย) ที่ทำร้ายครอบครัวชาวบ้าน เปาบุ้นจิ้นวางแผนจนจับได้ และตอนจบใช้เครื่องประหารหัวมังกร (ละคร) หลายคนจำสลับว่า "ท่านอ๋อง" คนนี้คืออ๋องแปด แต่เป็นคนละคน อ๋องแปดในละครอยู่ข้างเปาบุ้นจิ้น ส่วนอ๋องแปดตัวจริงเป็นใคร ผมเล่าไว้ในตอนอ๋องแปดมีจริงไหม

ชื่อตอนที่มีคำว่า "ประหาร" แต่ไม่ใช่เรื่องเครื่องประหาร

"ประหารราชครู" (庞妃有喜 คดีที่ 39 ตอน 220–225) ชื่อตอนว่าประหาร แต่เรื่องจบที่เปาบุ้นจิ้นเปลี่ยนโทษเป็นจำคุกตลอดชีวิต รายละเอียดอยู่ในตอนเปาบุ้นจิ้นประหารราชครูผังจริงไหม

ส่วน "ประหารมังกร" (屠龙记 คดีที่ 20 ตอน 103–110) เป็นเรื่องสี่พี่น้องตระกูลเหวินที่อาศัยบุญคุณบรรพบุรุษกดขี่ชาวบ้าน เรื่องย่อรายตอนไม่ได้พูดถึงเครื่องประหารหัวมังกรเลย คำว่า "มังกร" ในชื่อตอนจึงไม่ใช่ชื่อเครื่องประหาร

2. เอกสารสมัยซ่งบันทึกไว้ว่าอะไร

ทีนี้ลองถอยกลับไปที่ศาลจริงในยุคเปาบุ้นจิ้น ถามง่าย ๆ ว่ากฎหมายซ่งประหารคนด้วยอะไร และใครเป็นคนตัดสิน

โทษตายมีสองแบบ: รัดคอกับตัดศีรษะ

ราชวงศ์ซ่งไม่ได้เขียนกฎหมายอาญาขึ้นใหม่ทั้งหมด แต่ต่อยอดจากกฎหมายถัง《宋史》เล่มที่ 199 หมวดกฎหมายอาญาบอกไว้ตรง ๆ

「宋法制因唐律、令、格、式,而随时损益」

"ระบบกฎหมายของซ่งอาศัยกฎหมาย ระเบียบ และแบบแผนของถัง แล้วเพิ่มลดตามสมัย" —《宋史》卷199 刑法一

แล้วกฎหมายถังว่าไว้อย่างไรเรื่องโทษตาย ประมวล《唐律疏议》(ถังลวี่ ซูอี้) เล่มที่ 1 เขียนไว้สั้นที่สุดเท่าที่จะสั้นได้

「死刑二:绞。斩。」「绞、斩之坐,刑之极也。」

"โทษตายมีสอง: รัดคอ ตัดศีรษะ" "โทษรัดคอและตัดศีรษะ เป็นโทษสูงสุด" —《唐律疏议》卷第一 名例

ในรายการโทษตายไม่มีคำว่า 铡 เลย พูดง่าย ๆ คือในกฎหมายจริงไม่มีโทษ "เข้าเครื่องตัด" ไม่ว่าหัวอะไร ถ้าอยากรู้ว่าศาลจีนใช้อะไรเป็นสัญลักษณ์ของความยุติธรรม ผมเล่าเรื่องเซี่ยจื้อ 獬豸 สัตว์เทพแห่งกฎหมายจีนไว้แล้ว

ซ่งเจินจงปฏิเสธโทษแล่เนื้อ

ฮ่องเต้ซ่งต้นราชวงศ์ระวังเรื่องโทษโหดมาก《宋史》เล่มเดียวกันเล่าว่า ครั้งหนึ่งหวังสุย (王随 หวัง สุย) ขอให้ลงโทษโจรฆ่าคนด้วยการแล่เนื้อ ซ่งเจินจง (宋真宗 ซ่ง เจินจง) ตอบว่า

「五刑自有常制,何为惨毒也。」

"โทษห้าสถานมีแบบแผนอยู่แล้ว จะโหดเหี้ยมไปทำไม" —《宋史》卷199

อีกครั้งหนึ่งขุนนางวังชื่อหยางโส่วเจิน (杨守珍 หยาง โส่วเจิน) ขอเอาโจรที่จับได้มาลงโทษแบบเดียวกัน ราชโองการตอบว่า「捕贼送所属,依法论决,毋用凌迟。」— จับโจรได้ให้ส่งหน่วยที่รับผิดชอบ ตัดสินตามกฎหมาย ห้ามใช้โทษแล่เนื้อ

ตัดกลางตัวแบบที่ผังอวี้โดนในนิยาย ใช้กับคดีการเมืองครั้งแรกปี 1075

ในนิยาย ผังอวี้โดนหัวมังกรแบบ "ตัดกลางตัว" (腰斩 เยาจ่าน) แต่《宋史》เล่มที่ 200 บันทึกคดีหลี่เฝิง (李逢) ปีซีหนิงที่ 8 (ค.ศ. 1075) แล้วหมายเหตุว่า

「若凌迟、腰斩之法,熙宁以前未尝用于元凶巨……」

"โทษแล่เนื้อและตัดกลางตัว ก่อนรัชศกซีหนิงไม่เคยใช้แม้กับตัวการใหญ่" —《宋史》卷200 刑法二

(อักษรท้ายวลีขาดหายในฉบับวิกิซอร์ซ ฉบับพิมพ์อื่นเป็น 蠹 หรือ 憝 — ยังไม่มีหลักฐานยืนยันว่าตัวไหน) ปี 1075 คือ 13 ปีหลังเปาบุ้นจิ้นถึงแก่กรรม โทษที่นิยายให้ผังอวี้โดนจึงผิดยุคตั้งแต่ต้น

คดีประหารต้องผ่านหลายชั้น

ต่อให้คดีถึงขั้นตัดสินประหาร คนสอบคดีก็ไม่ได้เป็นคนชี้ขาดคนเดียว《宋史》เล่มที่ 163 เล่าว่าปีฉุนฮว่าที่ 2 (ค.ศ. 991) ราชสำนักตั้งหน่วยทบทวนคดีชื่อ审刑院 (เสิ่นสิงเยวี่ยน) แล้วกำหนดเส้นทางของคดีไว้

「凡狱具上,先经大理,断谳既定,报审刑,然后知院与详议官定成文草,奏记上中书,中书以奏天子论决。」

"คดีที่สอบเสร็จส่งขึ้นมา ผ่านศาลต้าหลี่ (大理寺) ตัดสินก่อน แล้วส่งหน่วยทบทวนคดี เจ้าหน้าที่ร่างความเห็นส่งสำนักเลขาธิการ (中书) แล้วสำนักเลขาธิการทูลฮ่องเต้ตัดสิน" —《宋史》卷163 职官三

ปีต้าจงเสียงฝูที่ 2 (ค.ศ. 1009) ยังตั้งหน่วยตรวจคดี纠察刑狱司 (จิวฉา สิงอวี้ซือ) เพิ่มอีกชั้น และเขียนกฎไว้ว่า「凡大辟,皆录问。」— คดีประหารทุกคดีต้องสอบยืนยันคำให้การซ้ำ

แล้วศาลไคฟงล่ะ《宋史》เล่มที่ 166 หมวดตำแหน่งขุนนาง ตอบไว้ในประโยคเดียว

「中都之狱讼皆受而听焉,小事则专决,大事则禀奏。」

"คดีความในเมืองหลวงรับมาพิจารณาทั้งหมด เรื่องเล็กตัดสินเอง เรื่องใหญ่กราบทูล" —《宋史》卷166 职官六 开封府

นี่คือเหตุผลที่ผมบอกว่าเปาบุ้นจิ้นสั่งประหารเองไม่ได้ ตำแหน่งที่เขาได้ที่ไคฟงเองก็เป็นแค่ "รักษาการ" ราวปีครึ่ง เรื่องนี้อยู่ในตอนตำแหน่งจริงของเปาบุ้นจิ้น ส่วนศาลไคฟงจริงหน้าตาเป็นอย่างไร อยู่ในตอนศาลไคฟงมีจริงไหม

ยุคซ่งเหรินจง: "ช่วยชีวิตได้ปีละพันกว่าคน"

ฮ่องเต้ที่เปาบุ้นจิ้นรับใช้คือซ่งเหรินจง (宋仁宗 ซ่ง เหรินจง) ท้ายบันทึกรัชกาลใน《宋史》เล่มที่ 12 สรุปนโยบายเรื่องคดีประหารของพระองค์ไว้ว่า

「大辟疑者,皆令上谳,岁常活千余。吏部选人,一坐失入死罪,皆终身不迁。」

"คดีประหารที่น่าสงสัย ให้ส่งขึ้นทบทวนทั้งหมด ช่วยชีวิตได้ปีละพันกว่าคน ขุนนางที่ตัดสินประหารผิดแม้ครั้งเดียว ไม่ได้เลื่อนตำแหน่งตลอดชีวิต" —《宋史》卷12 仁宗纪赞

ต้นเรื่องของนโยบายนี้คือเยี่ยนซู่ (燕肃 เยี่ยน ซู่) ซึ่งเสนอว่า คดีประหารในเมืองหลวงทูลทบทวนได้ แต่คดีหัวเมืองที่น่าสงสัยพอส่งขึ้นไปกลับถูกตีกลับ ขอให้หัวเมืองทำได้อย่างเมืองหลวง《宋史》เล่มที่ 298 ปิดเรื่องว่า「其后大辟上请者多得贷,议自肃始。」— ต่อมาคดีประหารที่ส่งขึ้นไปได้ลดโทษจำนวนมาก ข้อเสนอนี้เริ่มจากเยี่ยนซู่ ฮ่องเต้พระองค์นี้ในชีวิตจริงเป็นอย่างไร อ่านต่อได้ในซ่งเหรินจงตัวจริง

3. เปาบุ้นจิ้นตัวจริง "ขอ" ลงโทษหนัก แต่ระวังคดีประหารผิดตัว

ถ้าเปาบุ้นจิ้นตัวจริงไม่ได้ถือเครื่องประหาร เขาเป็นคนใจอ่อนหรือเปล่า คำตอบคือไม่ใช่ เขาเข้มงวดกับขุนนางโกงมาก แต่ทุกครั้งเขาต้อง "ขอ" ฮ่องเต้

ปีชิ่งลี่ที่ 4 (ค.ศ. 1044) ตอนเป็นผู้ตรวจการ เขายื่นเรื่องจางเข่อจิ่ว (张可久 จาง เข่อจิ่ว) อดีตเจ้ากรมขนส่งหวยหนานที่ลักลอบค้าเกลือกว่าหมื่นชั่ง พงศาวดารรายปี《续资治通鉴长编》(ซฺวี่จือจื้อทงเจี้ยน ฉางเปียน) เล่มที่ 151 บันทึกว่า

「监察御史包拯乞不以见获斤两定罪,特于法外重行,远地编置」

"ผู้ตรวจการเปาเจิ่งขอว่าอย่าคิดโทษตามน้ำหนักเกลือที่ยึดได้ ขอให้ลงโทษหนักเป็นพิเศษนอกกฎหมาย ส่งไปคุมตัวที่ไกล" —《续资治通鉴长编》卷151 庆历四年六月

ผลสุดท้ายคือจางเข่อจิ่วถูกลดตำแหน่งและส่งตัวไปไกล ไม่ใช่ถูกประหาร และเป็นพระราชโองการ ไม่ใช่คำสั่งของเปาบุ้นจิ้น

ฎีกาของเขาเองที่ลูกศิษย์รวบรวมไว้ใน《包孝肃奏议》(เปาเซี่ยวซู่ โจ้วอี้) เล่มที่ 4 ก็เป็นแบบเดียวกัน คดีเซี่ยงโซ่ว (向绶 เซี่ยง โซ่ว) ที่บีบรองเจ้าเมืองจนผูกคอตาย เขาเขียนว่า「欲望圣慈特于法外重赐裁断,以警戒将来」— ขอพระเมตตาโปรดตัดสินลงโทษหนักนอกกฎหมาย เพื่อเตือนคนภายหลัง ฎีกาหมวดนี้ใช้ถ้อยคำขอพระเมตตาให้ฮ่องเต้ตัดสินทั้งนั้น คนชี้ขาดคือฮ่องเต้

แต่ในเล่มเดียวกันมีอีกด้านที่น่าสนใจ เขาเล่าว่าสมัยเป็นเจ้าเมืองตฺวานโจว (端州) มีนักโทษคดีใหญ่เจ็ดคนสอบเสร็จแล้ว แต่เจ้าหน้าที่ตรวจคดีหลบไม่ยอมมาตัดสิน และเมืองข้างเคียงขังคนไว้สองร้อยกว่าวัน แล้วเขาเขียนประโยคที่หนักที่สุดในเรื่องนี้

「虽官吏悉行重典,而死者不可复生。」

"แม้จะลงโทษเจ้าหน้าที่หนักเพียงใด คนตายแล้วก็ฟื้นคืนไม่ได้" —《包孝肃奏议》卷四 慎刑「请令提刑亲案罪人」

เขาจึงขอให้คดีประหารที่ค้างนาน เจ้าหน้าที่ตรวจคดีต้องไปสอบเองทันที และในอีกฎีกาหนึ่งของเล่มนี้ เขาเขียนไว้ว่า「故不宜过用重典以伤德化」— ไม่ควรใช้โทษหนักเกินไปจนทำลายการปกครองด้วยคุณธรรม

ภาพจริงจึงไม่ใช่ "ตัดหัวทันทีกลางศาล" แต่เป็นขุนนางที่เข้มกับคนโกง และกลัวการประหารคนผิดตัว

คดีที่มีคนตายจริง ราชสำนักเป็นผู้ตัดสิน

ในชีวิตเปาบุ้นจิ้นมีคดีที่จบด้วยการประหารจริงอย่างน้อยสองคดี และทั้งสองคดีเขาไม่ได้เป็นคนสั่ง

  • เหลิ่งชิง (冷青 เหลิ่ง ชิง) ปีหวงโย่วที่ 2 (ค.ศ. 1050) — ชายที่อ้างตัวเป็นพระโอรส เปาบุ้นจิ้นร่วมสอบคดี แต่โทษประหารเป็นการพิจารณาของราชสำนัก เรื่องเต็มอยู่ในตอนคดีจริงของเปาบุ้นจิ้น
  • ทหารม้าจางอวี้ (张玉 จาง อวี้) ปีเจียโย่วที่ 4 (ค.ศ. 1059) — บุกเข้ากรมการคลังมาด่าเปาบุ้นจิ้น ต่อมานักตรวจการกล่าวว่า「不可不诛」(ไม่ประหารไม่ได้) ขุนนางกฎหมายเทียบโทษทหารทำผิดต่อผู้บังคับบัญชาแล้ว「遂诛之」(จึงประหาร) และพงศาวดารยังหมายเหตุว่าซือหม่ากวง (司马光 ซือหม่า กวง) ตั้งข้อสงสัยในภายหลังว่าการใช้กฎหมายครั้งนั้นถูกหรือไม่ คนผลักให้ประหารคือนักตรวจการและขุนนางกฎหมาย ไม่ใช่เปาบุ้นจิ้นเอง เรื่องนี้อยู่ในตอนด้านที่ไม่สมบูรณ์แบบของเปาบุ้นจิ้น

4. เครื่องประหารสามหัวเกิดจากมุกเล่นคำใน《三侠五义》ตอนที่ 9

ภาพจำลองเชิงสัญลักษณ์ประกอบเรื่อง (สร้างด้วย AI) — ต้นแบบไม้ลายหัวมังกร หัวเสือ หัวสุนัข ใช้สื่อแนวคิดงานช่างสามแบบในนิยาย《三侠五义》ตอนที่9 ภาพนี้แสดงเฉพาะลายหัวสัตว์
ภาพจำลองเชิงสัญลักษณ์ประกอบเรื่อง (สร้างด้วย AI) — ต้นแบบไม้ลายหัวมังกร หัวเสือ หัวสุนัข ใช้สื่อแนวคิดงานช่างสามแบบในนิยาย《三侠五义》ตอนที่9 ภาพนี้แสดงเฉพาะลายหัวสัตว์ ไม่ได้แสดงเครื่องตัดหรือยืนยันรูปทรงเครื่องมือในอดีต (นิยาย) — เครดิต: ภาพสร้างด้วย AI สำหรับ supapitakpong.com
ทีนี้มาดูว่าเครื่องประหารสามหัวเกิดขึ้นที่ไหน คำตอบอยู่ในนิยาย《三侠五义》(ซานเสียอู่อี้) ของนักเล่านิทานสืออวี้คุน (石玉昆 สือ อวี้คุน) ฉบับพิมพ์ปี 1879 ตอนที่ 9 ชื่อตอน「断奇冤奏参封学士 造御刑查赈赴陈州」

เรื่องในนิยายมีอยู่ว่า ฮ่องเต้ส่งเปาบุ้นจิ้นไปตรวจการแจกข้าวที่เฉินโจว เปาบุ้นจิ้นทูลว่าตนไม่มีอำนาจ ปกครองคนไม่ได้ ฮ่องเต้จึงพระราชทาน "御札三道" (หนังสือรับสั่งสามฉบับ) กลับมาถึงบ้าน กงซุนเช่อ (公孙策 กงซุน เช่อ) ที่ปรึกษาคนใหม่คิดว่าเปาบุ้นจิ้นแกล้งหาเรื่องให้ตนลำบาก เลยประชดกลับด้วยภาพวาด

「后又写了做法,并分上、中、下三品,龙、虎、狗的式样。他用笔画成三把铡刀,故意的以『札』字做『铡』字,看包公有何话说。」

"แล้วยังเขียนวิธีสร้างไว้ด้วย แบ่งเป็นสามชั้น บน กลาง ล่าง เป็นแบบมังกร เสือ สุนัข เขาวาดเป็นมีดตัดสามเล่ม จงใจเขียนคำว่า 札 (หนังสือรับสั่ง) เป็น 铡 (มีดหั่น) ดูซิว่าท่านเปาจะว่าอย่างไร" —《三侠五义》第九回

ตัว 札 กับ 铡 อ่านเสียงใกล้กัน มุกนี้จึงเป็นการเล่นคำล้วน ๆ แต่เปาบุ้นจิ้นในนิยายกลับชอบ ชมว่า「先生真天才也!」(ท่านเป็นอัจฉริยะจริง ๆ) แล้วสั่งช่างทำแบบไม้ทั้งคืน พอนำขึ้นถวาย ฮ่องเต้เห็นว่า「原来是三口铡刀的样子,分龙、虎、狗三品。」และเปาบุ้นจิ้นทูลว่า「如有犯法者,各按品级行法。」— ใครทำผิด ให้ใช้ตามชั้นยศ ฮ่องเต้ในนิยายเข้าใจว่าเขายืมเสียง 札 เป็น 铡 ทำเครื่องนี้ไว้ขู่ขุนนางหัวเมือง

นิยายยังบอกเองด้วยว่านี่คือของใหม่ เพราะบรรยายว่าเป็น「真算从古至今未有之刑也」— เป็นโทษที่ตั้งแต่โบราณจนบัดนี้ไม่เคยมี คนเขียนนิยายรู้ดีว่าตัวเองกำลังแต่ง (นิยาย)

หน้าที่ของทีมศาลไคฟงก็มาจากตอนเดียวกัน「王朝掌刀,马汉卷席捆人,张龙、赵虎抬人入铡。」— หวังเฉา (王朝 หวัง เฉา) ถือมีด หม่าฮั่น (马汉 หม่า ฮั่น) ม้วนเสื่อมัดคน จางหลง (张龙 จาง หลง) กับเจ้าหู่ (赵虎 จ้าว หู่) หามคน ทั้งสี่คนกับกงซุนเช่อมีจริงไหม อยู่ในตอนหวังเฉา หม่าฮั่น จางหลง เจ้าหู่ และกงซุนเช่อ

หน้าชื่อเรื่องนิยาย《七侠五义》(ฉบับที่ยวี๋เยว่ (俞樾 ยวี๋ เยว่) แก้จาก《三侠五义》) มีอักษร "石玉昆述" และ "曲园重定" หน้าไฟล์ใน Wikimedia Commons ระบุว่าเป็นฉบับพิมพ์ปี 1890 ของสำนักพิมพ์广百宋斋 —
หน้าชื่อเรื่องนิยาย《七侠五义》(ฉบับที่ยวี๋เยว่ (俞樾 ยวี๋ เยว่) แก้จาก《三侠五义》) มีอักษร "石玉昆述" และ "曲园重定" หน้าไฟล์ใน Wikimedia Commons ระบุว่าเป็นฉบับพิมพ์ปี 1890 ของสำนักพิมพ์广百宋斋 — นิยายสายเดียวกับที่สร้างเครื่องประหารสามหัว — เครดิต: Wikimedia Commons (สาธารณสมบัติ) · ที่มาและสัญญาอนุญาต
### หัวมังกร หัวเสือ หัวสุนัข ใช้กับใครในนิยาย

ถ้าไล่ทุกตอนใน《三侠五义》ที่มีเครื่องประหาร จะพบเรื่องที่น่าแปลกใจ คือหัวมังกรกับหัวเสือแทบไม่ได้ใช้

ตอนที่ ใคร เครื่อง เป็นใคร
12 (ยังไม่ใช้) — เจ้าเมืองเจี่ยงหวาน (蒋完) เตือนผังอวี้ว่าเปาบุ้นจิ้นมีเครื่องประหารพระราชทานสามเครื่อง
15 ผังอวี้ (庞昱) หัวมังกร ท่านโหวอันเล่อ ลูกราชครูผัง
15 เซี่ยงฝู (项福 เซี่ยง ฝู) หัวสุนัข มือสังหาร
27 เก๋อเติงอวิ๋น (葛登云 เก๋อ เติงอวิ๋น) หัวเสือ ท่านโหวเวยเลี่ย
27 หลี่เป่า (李保 หลี่ เป่า) หัวสุนัข คนรับใช้
39 เฝิงจฺวินเหิง (冯君衡 เฝิง จฺวินเหิง) หัวสุนัข ฆาตกร สามัญชน
48, 51/53, 87 ผู้ร้ายอีกหลายคน หัวสุนัข / ไม่ระบุหัว ตอนที่ 48 นิยายเขียนว่าเปาบุ้นจิ้น "奉旨" — ได้พระราชโองการก่อน
82 อ้ายหู่ (艾虎) หัวสุนัข (ขู่เท่านั้น) เด็กหนุ่มที่เปาบุ้นจิ้นทดสอบใจ แล้วไม่ได้ลงโทษ

ตอนที่ 27 นิยายเขียนชัดว่าหัวเสือเพิ่งได้ใช้ครั้งแรก「此铡乃初次用,想不到拿葛登云开了张了。」— เครื่องนี้เพิ่งใช้ครั้งแรก ไม่นึกว่าจะได้ประเดิมกับเก๋อเติงอวิ๋น สรุปคือในนิยายต้นฉบับ หัวมังกรใช้ครั้งเดียว หัวเสือใช้ครั้งเดียว ที่เหลือหัวสุนัขทำงานเกือบทั้งเรื่อง

กฎ "มังกร = เชื้อพระวงศ์ เสือ = ขุนนาง สุนัข = ราษฎร" ไม่มีในตัวบท

คำอธิบายที่คนไทยและคนจีนเล่าต่อกันบ่อยคือ หัวมังกรไว้ประหารเชื้อพระวงศ์ หัวเสือไว้ประหารขุนนาง หัวสุนัขไว้ประหารราษฎร แต่ตัวนิยายเขียนไว้แค่「各按品级行法」(ใช้ตามชั้นยศ) ไม่ได้แจกแจงแบบนั้น

และถ้าดูว่าใครโดนจริง คนที่โดนหัวมังกรกับคนที่โดนหัวเสือเป็น "โหว" (侯) ทั้งคู่ คนหนึ่งเป็นลูกราชครูที่เป็นญาติพระสนม อีกคนนิยายเขียนว่า「自己又是侯爷」(ตัวเองก็เป็นท่านโหว) ไม่มีเชื้อพระวงศ์แท้คนไหนโดนหัวมังกรในนิยายเล่มนี้ — นี่เป็นข้อสังเกตของผู้เขียนจากการเทียบตัวบท ยังไม่มีนักวิชาการยืนยัน ภาพ "ประหารเชื้อพระวงศ์ด้วยหัวมังกร" มาชัดในละครชั้นหลังอย่าง "ประหารท่านอ๋อง" ส่วนคำอธิบายสามชั้นแบบที่เล่ากันพบในเว็บถามตอบจีนปี 2006 และเว็บรุ่นหลัง แหล่งแรกที่เขียนกฎนี้เป็นข้อความชัด ยังไม่มีหลักฐานยืนยัน

ศาลไคฟงในนิยายพูดภาษากฎหมายชิง

มีรายละเอียดเล็ก ๆ ที่น่าสังเกต ในตอนที่ 15 ก่อนลงโทษผังอวี้ เปาบุ้นจิ้นในนิยายคิดว่า

「再者到京必归三法司判断,那时难免皮肉受苦。……莫若本阁在此发放了,倒觉得爽快。」

"อีกอย่าง ถึงเมืองหลวงก็ต้องเข้าศาลสามกรมพิจารณา ตอนนั้นคงต้องทนทุกข์ทรมานอีก … ไม่สู้ข้าตัดสินที่นี่เลย สะใจกว่า" —《三侠五义》第十五回

แล้ววันรุ่งขึ้นจึงเขียนฎีกาทูลรายงาน นี่คือภาพ "ประหารก่อนค่อยทูล" ในนิยาย แต่คำว่า 三法司 (ศาลสามกรม: กรมอาญา ตรวจการ และศาลต้าหลี่) เป็นระบบสมัยหมิงที่ชิงรับต่อ และคำตัดสินแบบ "ประหารทันที" กับ "รอประหาร" ที่เปาบุ้นจิ้นใช้ในนิยายก็เป็นศัพท์หมิง–ชิงเช่นกัน — ข้อสังเกตของผู้เขียน: ศาลไคฟงในนิยายพูดภาษาศาลชิง ไม่ใช่ศาลซ่ง

5. รากที่เก่ากว่า: ดาบอาญาสิทธิ์และเครื่องตัดทองแดงในงิ้วหยวน

งิ้วหยวน《包待制陈州粜米》สองหน้าคู่ ซ้ายเป็นหน้าแรกของตัวบท (楔子) ขวาเป็นภาพประกอบที่มีป้ายชื่อเรื่อง จากฉบับพิมพ์ซ้ำปี 1918 ของรวมบทงิ้วหยวน《元曲选》ที่臧懋循ชำระ (คอลเลกชันมหาวิทยาลัยโตเกียว)
งิ้วหยวน《包待制陈州粜米》สองหน้าคู่ ซ้ายเป็นหน้าแรกของตัวบท (楔子) ขวาเป็นภาพประกอบที่มีป้ายชื่อเรื่อง จากฉบับพิมพ์ซ้ำปี 1918 ของรวมบทงิ้วหยวน《元曲选》ที่臧懋循ชำระ (คอลเลกชันมหาวิทยาลัยโตเกียว) — เครดิต: Zang Maoxun / Wikimedia Commons (สาธารณสมบัติ) · ที่มาและสัญญาอนุญาต
แต่ถ้าบอกว่านิยายปี 1879 คิดทุกอย่างขึ้นเองก็ไม่ถูก แนวคิด "เปาบุ้นจิ้นได้ของพระราชทานไว้ลงโทษคน" เก่ากว่านั้นหลายร้อยปี อยู่ในงิ้วหยวน (ศตวรรษที่ 13–14)

ในงิ้ว《包待制陈州粜米》(เปาไต้จื้อ เฉินโจวเที่ยวหมี่) ฟ่านจ้งเยียน (范仲淹 ฟ่าน จ้งเยียน) บอกเปาไต้จื้อว่า

「圣人的命,敕赐与你势剑金牌,先斩后闻。」

"ตามรับสั่งของฮ่องเต้ พระราชทานดาบอาญาสิทธิ์และป้ายทองแก่ท่าน ให้ประหารก่อนค่อยทูล" —《包待制陈州粜米》

และในงิ้ว《包待制智勘后庭花》ของเจิ้งถิงอวี้ (郑廷玉) ขุนนางตรวจการมอบ "ดาบอาญาสิทธิ์กับเครื่องตัดทองแดง" (势剑铜铡) ให้เปาไต้จื้อสอบคดีให้เสร็จในสามวัน

นักวิชาการหูซื่อ (胡适 หู ซื่อ) รวบรวมฉากแบบนี้จากงิ้วหยวนหลายเรื่องไว้ในคำนำ《三侠五义》ลงวันที่ 15 มีนาคม 1925 แล้วสรุปว่า

「这就是后来'赐御铡三刀'的传说的来源。」「这都可见'敕赐势剑铜铡'已成了那时的包公故事的公认的部分了。」

"นี่คือที่มาของตำนาน 'พระราชทานเครื่องประหารสามเล่ม' ในภายหลัง" "เห็นได้ว่า 'พระราชทานดาบอาญาสิทธิ์และเครื่องตัดทองแดง' กลายเป็นส่วนที่ทุกคนยอมรับของเรื่องเปากงในสมัยนั้นแล้ว" — หูซื่อ《〈三侠五义〉序》

ในฉบับที่หูซื่อยก อักษร 铡 ยังเขียนเป็นรูปแปร 𨰉 ซึ่งหูซื่อหมายเหตุว่าอ่านว่า "查" ก็คือตัว 铡 นั่นเอง แปลว่า "เครื่องตัดทองแดงของเปาบุ้นจิ้น" มีแล้วตั้งแต่สมัยหยวน ส่วนที่นิยายชิงเพิ่มคือการแบ่งเป็นสามหัว

พลิกมุม: ในงิ้วหยวน เครื่องตัดทองแดงไม่ได้เป็นของพระเอกคนเดียว

มีสองเรื่องที่ทำให้ภาพนี้ซับซ้อนขึ้น เรื่องแรก ในงิ้วหยวน《包待制智赚生金阁》 คนที่สั่งให้ใช้ "铜铡" กับคนอื่นคือตัวร้าย ลูกขุนนางที่สั่งลูกน้องว่า「着铜铡切了头者」 (งิ้ว) เครื่องตัดในตอนนั้นยังไม่ได้เป็นสัญลักษณ์ของความยุติธรรม

เรื่องที่สอง "ประหารก่อนค่อยทูล" ก็ไม่ใช่ของเปาบุ้นจิ้นคนเดียว ในงิ้ว《便宜行事虎头牌》ของหลี่จื๋อฟู (李直夫 หลี่ จื๋อฟู) นักเขียนชาวหนี่ว์เจิน แม่ทัพก็ได้ป้ายทองพร้อมสิทธิ์「便宜行事,先斩后闻」 — ข้อสังเกตของผู้เขียน: ภาพ "ป้ายทอง–อาญาสิทธิ์" อาจสะท้อนธรรมเนียมกองทัพสมัยจิน–หยวน (งิ้ว)

《清风闸》1819: มีเครื่องตัดแล้ว แต่ยังไม่มีสามหัว

ก่อน《三侠五义》หกสิบปี นิยายชิง《清风闸》(ชิงเฟิงจ๋า) ของผู่หลิน (浦琳 ผู่ หลิน) พิมพ์ปี 1819 ก็ให้เปาบุ้นจิ้นมีเครื่องลงทัณฑ์ครบชุดแล้ว

「有铁铡铜闸芦帘子,一件件刑具齐全。」

"มีเครื่องตัดเหล็ก ประตูกลทองแดง เสื่อกก เครื่องลงทัณฑ์ครบทุกชิ้น" —《清风闸》第二十七回

ยังไม่มีมังกร เสือ สุนัข แต่มีเสื่อแบบเดียวกับที่หม่าฮั่นม้วนตัวนักโทษใน《三侠五义》— ข้อสังเกตของผู้เขียน: นิยายชิงมีอุปกรณ์ชุดนี้ก่อน แล้ว《三侠五义》เติม "สามชั้นสามหัว"

หลังปี 1879: กลายเป็นของประจำตัว

หลัง《三侠五义》ออกมา เครื่องประหารสามหัวก็ติดตัวเปาบุ้นจิ้นถาวร ภาคต่อ《续小五义》ตอนที่ 10 มีบทกลอนชมเครื่องประหาร บรรยายว่าหุ้มทองแดง แบ่งสามชั้นมังกร เสือ สุนัข และนิยายปลายชิงเรื่องอื่นยังยืมภาพ "เครื่องตัดทองแดงสามเครื่อง" ไปใช้กับขบวนขุนนางตงฉินคนอื่นด้วย (นิยาย) เส้นทางทั้งหมดจากงิ้วหยวนถึงนิยายและละคร ผมเล่าไว้ในตอนเปาบุ้นจิ้น 1993 มาจากไหน

6. 铡 แปลว่ามีดหั่นหญ้า และกระบี่อาญาสิทธิ์เป็นของหมิง

ภาพจำลองประกอบเรื่อง (สร้างด้วย AI) มีดหั่นหญ้าเลี้ยงสัตว์ในโรงนา ความหมายของ "铡" ตามพจนานุกรมเก่า《康熙字典》คือ "铡草也" (หั่นหญ้า) รูปทรงในภาพเป็นการจำลอง
ภาพจำลองประกอบเรื่อง (สร้างด้วย AI) มีดหั่นหญ้าเลี้ยงสัตว์ในโรงนา ความหมายของ "铡" ตามพจนานุกรมเก่า《康熙字典》คือ "铡草也" (หั่นหญ้า) รูปทรงในภาพเป็นการจำลอง — เครดิต: ภาพสร้างด้วย AI สำหรับ supapitakpong.com
### 铡 ในพจนานุกรมคือหั่นหญ้า

ตัวอักษร 铡 ที่คนไทยแปลว่า "เครื่องประหาร" ความหมายเดิมเรียบง่ายมาก พจนานุกรม《康熙字典》(คังซี จื้อเตี่ยน) อ้างพจนานุกรมสมัยหมิงไว้ว่า

「铡:《字汇》士戛切,音札。铡草也。」

"铡: อ่านเสียงเดียวกับ 札 ความหมายคือหั่นหญ้า" —《康熙字典》金部 九画

เครื่องมือเดียวกันนี้คือมีดหั่นหญ้าเลี้ยงสัตว์ในชนบทจีน แม้แต่ในกฎวังสมัยชิง ขันทีที่หนีออกจากวังถูกลงโทษให้ "铡草三年" — ส่งไปหั่นหญ้าสามปี (มีแหล่งเดียว) คือไปหั่นหญ้า ไม่ใช่ถูกหั่น

กระบี่อาญาสิทธิ์: คนแรกที่ขอ ไม่ได้ดาบ

ในละคร 1993 เปาบุ้นจิ้นถือ "กระบี่อาญาสิทธิ์" (尚方宝剑 ซ่างฟาง เป่าเจี้ยน) ต้นคำนี้อยู่ใน《汉书》(ฮั่นซู) สมัยฮั่น ขุนนางชื่อจูอวิ๋น (朱云 จู อวิ๋น) ทูลฮ่องเต้ว่า

「臣愿赐尚方斩马剑,断佞臣一人以厉其余。」

"ข้าพเจ้าขอดาบตัดม้าจากกรมช่างหลวง เพื่อฟันขุนนางสอพลอสักคนเป็นเยี่ยงอย่างแก่คนอื่น" —《汉书》卷67 朱云传

ผลคือไม่ได้ดาบ ฮ่องเต้กริ้วว่าจูอวิ๋น「廷辱师傅,罪死不赦」— ดูหมิ่นพระอาจารย์กลางท้องพระโรง โทษถึงตายไม่ยกเว้น จนจูอวิ๋นเกาะราวระเบียงไว้ไม่ยอมให้ลากออกไป「槛折」— ราวระเบียงหัก คนแรกที่ขอดาบอาญาสิทธิ์ เกือบโดนประหารเสียเอง

ใช้จริงสมัยหมิง แต่ก็ยังต้องขอรับโทษ

การพระราชทานกระบี่ให้ "ฆ่าได้เอง" เป็นธรรมเนียมสมัยหมิง《明史》เล่มที่ 259 บันทึกว่าหยางเฮ่า (杨镐 หยาง เฮ่า) ได้รับ「尚方剑,得斩总兵以下官」— ประหารนายทหารต่ำกว่าแม่ทัพภาคได้ และหยวนฉงฮ่วน (袁崇焕 หยวน ฉงฮ่วน) ปี 1629 ใช้กระบี่นี้ประหารแม่ทัพเหมาเหวินหลง (毛文龙 เหมา เหวินหลง)

แต่หลังจากนั้นหยวนฉงฮ่วนยังต้องทูลว่า

「文龙大将,非臣得擅诛,谨席稿待罪。」

"เหวินหลงเป็นแม่ทัพใหญ่ ข้าพเจ้าไม่มีสิทธิ์ประหารเอง ขอนั่งบนเสื่อฟางรอรับโทษ" —《明史》卷259

ขนาดถือกระบี่อาญาสิทธิ์จริงในสมัยหมิง ก็ยังต้องขอรับโทษที่ฆ่าแม่ทัพใหญ่เอง ส่วนชีวประวัติเปาบุ้นจิ้นใน《宋史》เล่มที่ 316 และจารึกหลุมศพของเขา ไม่มีตรงไหนพูดถึงดาบหรือป้ายอาญาสิทธิ์เลย

ป้ายทองยกเว้นโทษตาย

"ป้ายทองยกเว้นโทษตาย" (免死金牌) ที่บ้านผังยกขึ้นสู้ในละคร มีต้นทางไกลถึงสมัยฮั่น ฮั่นเกาจู่ทำ "丹书铁契" (ใบเหล็กอักษรแดง) ให้ขุนนางผู้มีความชอบ ซึ่งเดิมเป็นคำสาบานรับรองบรรดาศักดิ์ การใช้เป็น "ยกเว้นโทษตาย" เกิดในยุคหลัง และคำว่า "免死金牌" แบบในละครยังไม่พบในเอกสารสมัยซ่งที่ตรวจ — ยังไม่มีหลักฐานยืนยันว่าเริ่มใช้ในงานไหน

7. จากนิยายปี 1879 สู่ศาลเจ้า: เครื่องประหารสามหัวที่เหอเฝย์ ไต้หวัน และตรัง

ของที่นิยายบอกเองว่า "ไม่เคยมีมาก่อน" วันนี้กลับมีให้เห็นจริง ทั้งในเมืองบ้านเกิดของเปาบุ้นจิ้น ในไต้หวัน และในเมืองไทย

ศาลเจ้าเปากง จ.ตรัง

ที่จังหวัดตรังมีศาลเจ้าเปากง จ.ตรัง (董里包公宫) เลขที่ 128 ถนนหนองยวน ตำบลทับเที่ยง อำเภอเมืองตรัง เพจของศาลเรียกตัวเองว่า "ศาลเจ้าเก่าแก่ในตรัง" (มีแหล่งเดียว) ศาลเจ้าแห่งนี้ตั้งแท่นประหารหัวสุนัข หัวเสือ และหัวมังกรไว้ครบสามหัว ส่วนแท่นประหารตั้งขึ้นเมื่อปีใด ยังไม่พบข้อมูล (ยังไม่มีหลักฐานยืนยัน)

สำหรับผม นี่คือจุดที่น่าสนใจที่สุดของเรื่องนี้ ของที่นักเล่านิทานสมัยชิงแต่งขึ้นจากมุกเล่นคำในนิยายปี 1879 วันนี้มีคนกราบไหว้อยู่จริงในเมืองไทย ของในศาลเจ้าแบบนี้คือความศรัทธาที่รับมาจากนิยายและละคร ไม่ใช่ของจากศาลสมัยซ่ง

ไต้หวัน: ศาลเจ้าไห่ชิงกง

เครื่องประหารไม้สามเครื่อง หัวสุนัข หัวเสือ หัวมังกร มีป้ายทอง 狗头铡 / 虎头铡 / 龙头铡 ตั้งบนโต๊ะในศาลเจ้าไห่ชิงกง (海清宫) ซื่อหู อำเภอหยุนหลิน ไต้หวัน ภาพปี 2013 —
เครื่องประหารไม้สามเครื่อง หัวสุนัข หัวเสือ หัวมังกร มีป้ายทอง 狗头铡 / 虎头铡 / 龙头铡 ตั้งบนโต๊ะในศาลเจ้าไห่ชิงกง (海清宫) ซื่อหู อำเภอหยุนหลิน ไต้หวัน ภาพปี 2013 — ของที่นิยายแต่งขึ้นกลายเป็นเครื่องบูชาในศาลเจ้า — เครดิต: Bunkichi Chang / Wikimedia Commons (CC BY 2.0) · ที่มาและสัญญาอนุญาต
ความเชื่อแบบเดียวกันแพร่ไปถึงไต้หวัน ที่ศาลเจ้าไห่ชิงกง (海清宫 ไห่ชิง กง) อำเภอหยุนหลิน มีเครื่องประหารไม้สามเครื่อง ติดป้ายชื่อหัวสุนัข หัวเสือ หัวมังกร ตั้งเป็นของบูชา คำบรรยายภาพใน Wikimedia Commons เขียนไว้ตรง ๆ ว่าเป็นเครื่องประหารที่กงซุนเช่อออกแบบ "ในนิยาย"

เหอเฝย์และไคเฟิง: ของจำลองตามวรรณกรรม

เครื่องประหารทองแดงจำลองสามเครื่อง หัวมังกร หัวเสือ หัวสุนัข ในตู้กระจกที่หอรำลึกในสุสานตระกูลเปา เมืองเหอเฝย์ มณฑลอานฮุย ภาพปี 2012
เครื่องประหารทองแดงจำลองสามเครื่อง หัวมังกร หัวเสือ หัวสุนัข ในตู้กระจกที่หอรำลึกในสุสานตระกูลเปา เมืองเหอเฝย์ มณฑลอานฮุย ภาพปี 2012 ป้ายในตู้ระบุว่าหล่อด้วยสำริดที่กว่างโจวและมีผู้มอบให้ในปี 1998 — ของจำลองตามวรรณกรรม ไม่ใช่ของสมัยซ่ง — เครดิต: Gary Todd / Wikimedia Commons (CC0) · ที่มาและสัญญาอนุญาต
ที่เหอเฝย์ (合肥 เหอเฝย์) บ้านเกิดของเปาบุ้นจิ้น มีเครื่องประหารทองแดงจำลองจัดแสดงในหอรำลึกที่สุสานตระกูลเปา ป้ายในตู้บอกเองว่าเป็นของที่หล่อขึ้นสมัยใหม่และมีผู้มอบให้ในปี 1998 ส่วนที่ศาลเจ้าเปากง (包公祠) ในเมืองเดียวกัน ก็มีเครื่องประหารจำลองให้ชมเช่นกัน
เครื่องประหารจำลองสีทองที่ศาลเจ้าเปากง (包公祠) เมืองเหอเฝย์ ภาพปี 2006 (ข้อมูลเชิงท่องเที่ยว)
เครื่องประหารจำลองสีทองที่ศาลเจ้าเปากง (包公祠) เมืองเหอเฝย์ ภาพปี 2006 (ข้อมูลเชิงท่องเที่ยว) — เครดิต: Art Poskanzer / Wikimedia Commons (CC BY 2.0) · ที่มาและสัญญาอนุญาต
ศาลไคฟงที่เมืองไคเฟิงในวันนี้สร้างใหม่ในปี 2002 และตั้งเครื่องประหารจำลองให้นักท่องเที่ยวชมด้วย (ข้อมูลเชิงท่องเที่ยว) ทั้งหมดนี้เป็นของจำลองตามวรรณกรรม ไม่ใช่ของที่เหลือมาจากสมัยซ่ง รายละเอียดอยู่ในตอน[ศาลไคฟงมีจริงไหม](/articles/kaifeng-court-myth)

ข้อควรระวังสำหรับคนเขียนต่อ

ถ้าคุณจะเขียนหรือเล่าเรื่องเครื่องประหารของเปาบุ้นจิ้นต่อ นี่คือแปดจุดที่ผมเห็นพลาดกันบ่อย

  1. "เปาบุ้นจิ้นมีเครื่องประหารสามหัวจริง" — ไม่มีในเอกสารซ่ง ชุดสามหัวเกิดใน《三侠五义》ปี 1879
  2. "หัวมังกรใช้กับเชื้อพระวงศ์ หัวเสือกับขุนนาง หัวสุนัขกับราษฎร เป็นกฎในนิยาย" — นิยายเขียนแค่ "ใช้ตามชั้นยศ" และคนที่โดนหัวมังกรกับหัวเสือเป็นโหวทั้งคู่
  3. "เปาบุ้นจิ้นประหารก่อนทูลได้" — ศาลไคฟงตัดสินเองได้แค่เรื่องเล็ก คดีประหารต้องผ่านหลายชั้น และเปาบุ้นจิ้นเองต้อง "ขอ" ฮ่องเต้ทุกครั้ง
  4. "จักรพรรดิเจินจงพระราชทานอาญาสิทธิ์สามประการ" — วิกิพีเดียภาษาไทยหน้าเปาบุ้นจิ้นเขียนไว้แบบนี้ แต่ในนิยายตอนที่ 9 คือซ่งเหรินจง และสิ่งที่พระราชทานคือหนังสือรับสั่งสามฉบับ
  5. "เปาบุ้นจิ้นตัวจริงได้กระบี่อาญาสิทธิ์ สั่งประหารได้" — บทความภาษาไทยบางชิ้นเล่าแบบนี้เหมือนเป็นประวัติ รวมทั้งคำพังเพยจีนเรื่องกระบี่ของท่านเปา แต่งิ้วหยวนใช้ "ดาบอาญาสิทธิ์ ป้ายทอง" ส่วน尚方剑ที่ใช้จริงเป็นธรรมเนียมหมิง
  6. "เครื่องประหารที่ศาลไคฟงเป็นของจริง" — ศาลไคฟงปัจจุบันสร้างใหม่ปี 2002 เครื่องประหารเป็นของจำลอง
  7. "ซ่งเหรินจงทำให้โทษแล่เนื้อเป็นโทษตามกฎหมาย" — บางแหล่งจีนเขียนไว้ แต่สมัยเหรินจงเป็นพระราชโองการเฉพาะกรณี และตัวบทต้นฉบับยังไม่มีหลักฐานยืนยัน
  8. "ประหารมังกร คือตอนที่เปาบุ้นจิ้นใช้หัวมังกร" — "ประหารมังกร" เป็นชื่อไทยของคดี屠龙记 เรื่องตระกูลเหวิน

คำถามที่พบบ่อย

เครื่องประหาร เปาบุ้นจิ้น มีจริงไหม? ไม่มีในประวัติศาสตร์ซ่ง ชุดหัวมังกร หัวเสือ หัวสุนัขเกิดในนิยาย《三侠五义》ปี 1879 ส่วนแนวคิดเครื่องตัดทองแดงของเปาบุ้นจิ้นมีรากในงิ้วหยวน

เครื่องประหารเปาบุ้นจิ้นมีกี่อัน? ในนิยายมีสามเครื่อง คือหัวมังกร หัวเสือ หัวสุนัข ออกแบบในตอนที่ 9 ของ《三侠五义》จากมุกเล่นคำของกงซุนเช่อ

เครื่องประหารหัวสุนัขใช้กับใคร? ในนิยายใช้กับคนธรรมดาและคนรับใช้ เช่น มือสังหารเซี่ยงฝู (项福) และฆาตกรเฝิงจฺวินเหิง (冯君衡) เป็นเครื่องที่ใช้บ่อยที่สุดในเรื่อง

เครื่องประหารหัวเสือ (หัวพยัคฆ์) ใช้กับใคร? ในนิยายใช้ครั้งเดียว กับท่านโหวเก๋อเติงอวิ๋น (葛登云) ในตอนที่ 27 ซึ่งนิยายเขียนว่าเป็นการใช้ครั้งแรก

สมัยซ่งประหารนักโทษอย่างไร? กฎหมายซ่งซึ่งสืบจากกฎหมายถังมีโทษตายสองแบบ คือรัดคอกับตัดศีรษะ และคดีประหารต้องผ่านการทบทวนหลายชั้นจนถึงฮ่องเต้

เปาบุ้นจิ้นประหารใครเองได้ไหม? ไม่ได้ ศาลไคฟงตัดสินเองได้แค่เรื่องเล็ก เรื่องใหญ่ต้องกราบทูล และเมื่อเปาบุ้นจิ้นอยากให้ลงโทษหนัก เขาก็ต้องยื่นฎีกาขอฮ่องเต้

กระบี่อาญาสิทธิ์ (尚方宝剑) มีจริงไหม? มีจริงในสมัยหมิง เช่นที่หยางเฮ่าและหยวนฉงฮ่วนได้รับ แต่ไม่มีหลักฐานว่าเปาบุ้นจิ้นได้ ชีวประวัติใน《宋史》และจารึกหลุมศพของเขาไม่พูดถึงดาบหรือป้ายอาญาสิทธิ์เลย

เปาบุ้นจิ้น ประหารมังกร คือตอนไหน? เป็นชื่อตอนภาษาไทยของคดี "屠龙记" ในละคร 1993 ตอน 103–110 เรื่องตระกูลเหวิน ไม่ใช่ชื่อเครื่องประหารหัวมังกร

สรุป

เครื่องประหารของเปาบุ้นจิ้นโตขึ้นทีละชั้น งิ้วหยวนให้ดาบอาญาสิทธิ์และเครื่องตัดทองแดง นิยายชิง《清风闸》ให้เครื่องลงทัณฑ์ครบชุด《三侠五义》ปี 1879 แบ่งเป็นหัวมังกร หัวเสือ หัวสุนัขจากมุกเล่นคำ 札 → 铡 ละคร 1993 ทำให้กลายเป็นฉากพีคที่คนไทยจำได้ และวันนี้ศาลเจ้าในไต้หวันและในเมืองไทยตั้งไว้ให้กราบไหว้

ส่วนศาลซ่งจริงมีแค่รัดคอกับตัดศีรษะ ส่งคดีประหารให้ทบทวนจนถึงฮ่องเต้ และเปาบุ้นจิ้นตัวจริงเป็นคนที่เขียนว่า "คนตายแล้วฟื้นคืนไม่ได้" ถ้าจะถามว่าอะไรน่ากลัวกว่ากันสำหรับขุนนางโกงยุคนั้น ผมว่าไม่ใช่เครื่องประหารสามหัว แต่เป็นฎีกาของเขามากกว่า

ตอนต่อไปในภาค 4 คือหมวกปีกยาวของเปาบุ้นจิ้น ส่วนคดีที่ใช้เครื่องประหารในละครอีกสองคดี อยู่ในตอนประหารราชบุตรเขยเฉินซื่อเหม่ย และคดีผีและหมอนท่องนรก ส่วนเรื่องแซ่ของตัวละครในบทความนี้ ผมเล่าที่มาของแซ่เปา (包) แซ่ของเปาบุ้นจิ้น และแซ่ผาง (庞) แซ่ของตระกูลราชครูผังในนิยายไว้แล้ว อ่านทุกตอนได้ที่หน้าชุดเปิดความจริง เปาบุ้นจิ้น ฉบับ MingPaPa เขียนโดยธนินพงษ์ ศุภพิทักษ์พงษ์ (MingPaPa)

แหล่งข้อมูล

ต้นฉบับชั้นต้น (วิกิซอร์ซภาษาจีน ตรวจข้อความ 30 ต.ค. 2569 ข้อความยกในบทความแปลงเป็นอักษรตัวย่อ)

ชื่อตอนพากย์ไทย

ภาพ

เปิดความจริง เปาบุ้นจิ้น ฉบับ MingPaPa (黄柄明 - หวงปิ่งหมิง)

ตอนที่ 19 จากทั้งหมด 25 ตอน

ชุดบทความที่วางเรื่องดังของเปาบุ้นจิ้นในนิยาย งิ้ว และละคร เทียบกับเอกสารสมัยซ่งทีละเรื่อง

ดูทั้งหมวด →
ดูรายชื่อตอนทั้งชุด

เกี่ยวกับผู้เขียน

ธนินพงษ์ ศุภพิทักษ์พงษ์ (MingPaPa)
黄柄明 - MingPaPa

เขียนโดย

ชื่อจีน หวงปิ่งหมิง - 黄柄明

นักธุรกิจโรงพิมพ์ ครูศิลปะการต่อสู้ และผู้ถ่ายทอดวัฒนธรรมจีน ศาสนา และความเชื่อ

ประสบการณ์ที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้: ผู้เขียนจำฉากเครื่องประหารว่าเหมือนจุดจบของคดี เคยไปศาลเจ้าเปากงที่ตรังและเห็นแท่นประหาร จึงตั้งคำถามว่าทำไมคนธรรมดาต้องเป็นหัวสุนัข

ประวัติการแก้ไข

  • — เผยแพร่ครั้งแรก

พบข้อมูลคลาดเคลื่อน แจ้งได้ที่หน้าติดต่อ และอ่านวิธีตรวจสอบกับแก้ไขข้อผิดพลาดได้ที่นโยบายบรรณาธิการ

บทความที่เกี่ยวข้อง

ดูบทความทั้งหมดในหมวดเปิดความจริง เปาบุ้นจิ้น ฉบับ MingPaPa (黄柄明 - หวงปิ่งหมิง)