ในนิยาย: ชัวมอ (蔡瑁 ไช่เม่า) วางทหารจะฆ่าเล่าปี่ (刘备 หลิวเป้ย) กลางงานเลี้ยงที่เมืองซงหยง เล่าปี่ขี่ม้าเต๊กเลา (的卢 ตี๋หลู) ม้าที่ใครก็ว่าลักษณะร้ายให้โทษแก่เจ้าของ หนีออกประตูตะวันตก ม้าติดเลนในแม่น้ำตันเข (檀溪 ถานซี) พอเล่าปี่ร้องด่า ม้าก็กระโจนพ้นน้ำขึ้นฝั่งไปได้
ในพงศาวดาร:《三国志》ฉบับหลักไม่มีเรื่องนี้ เรื่องมาจากหนังสือ《世语》ที่เผยซงจือยกมาไว้ในอรรถาธิบาย และในย่อหน้าเดียวกันนั้นเอง ซุนเซิ่ง (孙盛) นักประวัติศาสตร์สมัยจิ้นตะวันออกตัดสินว่า 「此不然之言」 "เรื่องนี้ไม่จริง" เป็นเรื่องเล่าผิด ๆ ของชาวบ้าน
ถอดหน้ากากสามก๊ก ฉบับ MingPaPa (黄柄明 - หวงปิ่งหมิง): ผมกับสามก๊ก
ผม MingPaPa ชื่อจีน หวงปิ่งหมิง - 黄柄明 ชื่อไทย ธนินพงษ์ ศุภพิทักษ์พงษ์ คนไทยเชื้อสายจีนที่รักและผูกพันกับเรื่องราวของจีนมาตั้งแต่เด็กครับ
ตอนเล็ก ๆ ผมได้ยินพ่อกับผู้ใหญ่ในบ้านคุยกันว่า "ใครอ่านสามก๊กครบสามจบ คบไม่ได้" ทั้งที่พ่อผมเองก็อ่านมาหลายจบ พี่ชายผมก็อ่านหลายจบ ส่วนผม ก่อนอายุ 18 ปี อ่านเฉพาะสองฉบับ คือสามก๊กฉบับเจ้าพระยาพระคลัง (หน) กับสามก๊กฉบับวณิพกของยาขอบ รวมกันไปแล้ว 10 รอบ ยังไม่นับหนังสือวิเคราะห์กลยุทธ์และหนังสืออรรถาธิบายสามก๊กอีกหลายสิบเล่ม ยิ่งอ่านก็ยิ่งรัก และยิ่งเข้าใจว่าทำไมผู้ใหญ่ถึงพูดอย่างนั้น
อ่านสามก๊กครบสามจบ คบไม่ได้ เพราะอะไร
ถ้ามองให้ลึก คำนี้ไม่ได้อยู่ที่จำนวนรอบที่อ่าน แต่อยู่ที่ "สันดานเดิมของคนอ่าน" ซึ่งเป็นตัวตั้งต้นครับ สามก๊กคือภาพสะท้อนมนุษย์จริง ๆ ไม่มีใครขาวสะอาดหรือสมบูรณ์แบบ มีทั้งคนดีแต่ซื่อจนโง่ คนเจ้าเล่ห์ที่เลวแต่รวย และคนเก่งที่หยิ่งยโส ในโลกความจริงคนเห็นแก่ตัวก็มีมากกว่าคนดีอยู่แล้ว คนอ่านมีจริตแบบไหน ลึก ๆ ชอบตัวละครแบบใด ก็จะหยิบแง่มุมนั้นมาใช้กับตัวเอง คำว่า "คบไม่ได้" จึงแยกได้เป็นสองมุม
- คบไม่ได้เพราะเลียนแบบความร้าย คนที่มีเชื้อความเห็นแก่ตัวหรือชอบเอาเปรียบคนอยู่แล้ว พออ่านจนเจนจัด ก็ซึมซับความปลิ้นปล้อน กลอุบายสกปรก และการมองคนอื่นเป็นเบี้ยมาใช้ในชีวิตจริง คนกลุ่มนี้ "คบไม่ได้" ในความหมายตรงตัว เพราะพร้อมหักหลังและทำลายมิตรภาพเพื่อประโยชน์ของตัวเอง
- คบไม่ได้เพราะ "คบยาก" เกินไป คนกลุ่มนี้อ่านเพื่อเข้าใจจิตวิทยามนุษย์ วิธีเอาตัวรอด และเกมอำนาจที่ซ่อนอยู่ จนกลายเป็นคนคมกริบที่รู้เท่าทันคนจนไม่มีใครตบตาได้ คนทั่วไปจึงเข้าไม่ถึงหรือระแวงว่าจะถูกเอาเปรียบ ส่วนคนเก่งด้วยกันก็อยู่ด้วยลำบาก เพราะต่างฝ่ายต่างรู้ทันกัน ต้องตั้งการ์ดระวังตัวอยู่ตลอดเวลา
ถอดหน้ากากสามก๊ก ฉบับ MingPaPa (黄柄明 - หวงปิ่งหมิง) คือการอ่านสามก๊กอีกรอบด้วยสายตาของคนที่โตมากับนิยาย ผมหยิบฉากที่คนไทยจำได้ขึ้นใจมาวางเทียบกับพงศาวดาร《三国志》 (ซานกั๋วจื้อ — จดหมายเหตุสามก๊ก) ทีละประโยค ว่าตรงไหนเป็นประวัติศาสตร์ ตรงไหนเป็นฝีมือนักเล่านิทานและนักประพันธ์รุ่นหลัง ทุกบทยกต้นฉบับภาษาจีนพร้อมคำแปล และบอกว่าข้อความนั้นอยู่ในบทไหน ผู้อ่านจะได้ตรวจเองได้ครับ
ชื่อบุคคลและสถานที่ในบทความนี้
ชื่อในสามก๊กฉบับไทยตามฉบับเจ้าพระยาพระคลัง (หน) อ่านตามสำเนียงฮกเกี้ยน ซึ่งต่างจากชื่อที่ใช้กันในระดับสากล บทความนี้จึงกำกับชื่อเฉพาะด้วยอักษรจีนตัวย่อและคำอ่านแบบจีนกลางเมื่อปรากฏครั้งแรก เช่น เล่าปี่ (刘备 หลิวเป้ย) ส่วนเลข "ตอนที่" ของนิยายในบทความนี้เป็นเลขตอน (回) ของนิยายฉบับภาษาจีน ซึ่งฉบับเจ้าพระยาพระคลังแบ่งตอนไม่ตรงกัน ฉากม้าเต๊กเลาข้ามแม่น้ำอยู่ในตอนที่ ๓๑ ของฉบับไทย
| อักษรจีน (ตัวย่อ) | พินอิน | อ่านแบบจีนกลาง | ชื่อในสามก๊กฉบับไทย / หมายเหตุ |
|---|---|---|---|
| 刘备 | Liú Bèi | หลิวเป้ย | เล่าปี่ |
| 的卢 | dílú | ตี๋หลู | ม้าเต๊กเลา |
| 檀溪 | Tán xī | ถานซี | แม่น้ำตันเข |
| 刘表 | Liú Biǎo | หลิวเปี่ยว | เล่าเปียว (ชื่อรอง 景升 จิ่งเซิง) |
| 蔡瑁 | Cài Mào | ไช่เม่า | ชัวมอ |
| 蒯越 | Kuǎi Yuè | ไคว่เยวี่ย | เกงอวด |
| 伊籍 | Yī Jí | อีจี๋ | อีเจี้ย |
| 赵云 | Zhào Yún | จ้าวหยุน | จูล่ง |
| 张武 | Zhāng Wǔ | จางอู่ | เตียวบู |
| 徐庶 / 单福 | Xú Shù / Shàn Fú | สวีซู่ / ซ่านฝู | ชีซี / ตันฮก (ชื่อปลอมของชีซี) |
| 襄阳 | Xiāngyáng | เซียงหยาง | เมืองซงหยง |
| 新野 | Xīnyě | ซินเหย่ | เมืองซินเอี๋ย |
| 樊城 | Fánchéng | ฝานเฉิง | เมืองห้วนเสีย |
| 孙盛 | Sūn Shèng | ซุนเซิ่ง | นักประวัติศาสตร์สมัยจิ้นตะวันออก ไม่ปรากฏในฉบับไทย |
| 郭颁 | Guō Bān | กัวปาน | ผู้แต่ง《世语》 ไม่ปรากฏในฉบับไทย |
| 裴松之 | Péi Sōngzhī | เผยซงจือ | ผู้เขียนอรรถาธิบาย《三国志》 |
| 庾亮 | Yǔ Liàng | หยวี่เลี่ยง | ขุนนางสมัยจิ้นตะวันออก ไม่ปรากฏในฉบับไทย |
| 郦道元 | Lì Dàoyuán | ลี่เต้าหยวน | ผู้แต่ง《水经注》 |
| 干宝 | Gàn Bǎo | ก้านเป่า | นักประวัติศาสตร์สมัยจิ้น ไม่ปรากฏในฉบับไทย |
| 崔州平 | Cuī Zhōupíng | ชุยโจวผิง | ซุยเป๋ง |
1. ฉากในนิยาย: ม้าลักษณะร้ายที่พานายรอดตาย
ตอนที่ 34 (第三十四回) ของนิยายฉบับจีน ชื่อตอนว่า 「刘皇叔跃马过檀溪」 คือ "เล่าปี่ควบม้าข้ามลำธารถานซี" เรื่องเริ่มก่อนถึงลำธารนาน ตอนที่เล่าปี่อาศัยอยู่กับเล่าเปียว (刘表 หลิวเปี่ยว) เจ้าเมืองเกงจิ๋ว เล่าปี่ปราบโจรเตียวบู (张武 จางอู่) ได้ม้างามมาตัวหนึ่ง แล้วยกให้เล่าเปียว แต่เกงอวด (蒯越 ไคว่เยวี่ย) ที่ปรึกษาของเล่าเปียวดูลักษณะม้าแล้วเตือนว่า
「此马眼下有泪槽,额边生白点,名为的卢,骑则妨主。」
"ม้าตัวนี้ใต้ตามีร่องน้ำตา ข้างหน้าผากมีจุดขาว ชื่อว่าเต๊กเลา ใครขี่จะให้โทษแก่เจ้าของ"
เล่าเปียวจึงคืนม้าให้เล่าปี่ อีเจี้ย (伊籍 อีจี๋) มาเตือนเล่าปี่อีกคน เล่าปี่ตอบว่า 「但凡人死生有命,岂马所能妨哉!」 "คนเราเป็นตายมีชะตาอยู่แล้ว ม้าจะมาให้โทษได้อย่างไร"
ตอนที่ ๓๑ ของฉบับไทย เล่าตามฉบับจีน เกงอวดบอกว่า "ที่ริมจักษุทั้งสองข้างล่างนั้นเปนร่องน้ำตา ที่ขวันนั้นมีขนร้ายแซมอยู่" ส่วนเล่าปี่ตอบอีเจี้ยว่า "ข้อซึ่งดีแลร้ายนั้นก็ตามแต่บุญแลกรรมเรามิได้ถือ"
ต่อมาชัวมอ (蔡瑁 ไช่เม่า) น้องชายนางชัวฮูหยิน (蔡夫人 ไช่ฟูเหริน) ภรรยาเล่าเปียว วางแผนฆ่าเล่าปี่ในงานเลี้ยงหัวเมืองที่เมืองซงหยง (襄阳 เซียงหยาง) ตั้งทหารปิดประตูทิศตะวันออก ใต้ และเหนือ เหลือประตูตะวันตกไว้เพราะมีแม่น้ำขวางอยู่ ระหว่างงานเลี้ยง อีเจี้ยแอบบอกให้เล่าปี่หนีทางประตูตะวันตก เล่าปี่แก้ม้าเต๊กเลาควบออกไปคนเดียว ฉบับไทยเล่าว่า
"เล่าปี่หนีมาทางประมาณสามสิบเส้น ถึงแม่น้ำตันเข แม่น้ำนั้นกว้างประมาณเก้าวาสิบวาทั้งน้ำก็ลึก"
ทหารไล่ตามมาติด ๆ เล่าปี่ขับม้าลงน้ำ เท้าหน้าม้าถลำเลน เล่าปี่จึงเอาแซ่ตีม้าแล้วร้องว่า "วันนี้เต๊กเลามึงจะผลาญเจ้าของเสียแล้วหรือ พอสิ้นคำลงม้านั้นก็ถีบโผนไปได้ประมาณหกวาเจ็ดวา" ฉบับจีนเล่าตอนเดียวกันว่า
「那马忽从水中涌身而起,一跃三丈,飞上西岸。」
"ม้าตัวนั้นพลันผุดตัวขึ้นจากน้ำ กระโจนทีเดียวสามจั้ง เหาะขึ้นฝั่งตะวันตก"
ชัวมอตามมาถึงฝั่งก็ได้แต่พูดว่า "ซึ่งเล่าปี่หนีข้ามแม่น้ำไปได้ครั้งนี้ชรอยเทพดาช่วย" ฉากนี้จึงเป็นฉากคู่กับคำทำนาย ม้าที่ทุกคนว่า "ให้โทษแก่เจ้าของ" กลับเป็นม้าที่พาเจ้าของรอดตาย ส่วนเล่าปี่ที่ไม่ยอมถือโชคลางก็ได้รับผลตอบแทน
2. ต้นเรื่องไม่ได้อยู่ในพงศาวดารฉบับหลัก แต่อยู่ใน《世语》
ชีวประวัติเล่าปี่ใน《三国志·蜀书·先主传》ของตันซิ่ว (陈寿 เฉินโซ่ว) เล่าช่วงที่เล่าปี่อยู่เกงจิ๋วไว้เพียงว่า
「荆州豪杰归先主者日益多,表疑其心,阴御之。」
"ผู้กล้าในเกงจิ๋วมาสวามิภักดิ์เล่าปี่มากขึ้นทุกวัน เล่าเปียวสงสัยใจ จึงแอบระวังตัว"
แล้วก็ข้ามไปเรื่องที่เล่าเปียวส่งเล่าปี่ไปรับทัพแฮหัวตุ้น (夏侯惇 เซี่ยโหวตุน) ที่พกบ๋อง (博望 ปั๋วว่าง) ไม่มีงานเลี้ยง ไม่มีชัวมอวางแผนฆ่า ไม่มีม้าเต๊กเลา และไม่มีลำธาร
เรื่องม้ากระโดดข้ามลำธารมาจากอรรถาธิบายของเผยซงจือ (裴松之) ที่แทรกไว้ตรงประโยคนี้ เผยซงจือยกหนังสือชื่อ《世语》 (หรือ《魏晋世语》) ของกัวปาน (郭颁) ขุนนางชั้นผู้น้อยสมัยราชวงศ์จิ้น มาไว้ทั้งย่อหน้า
「备屯樊城,刘表礼焉,惮其为人,不甚信用。曾请备宴会,蒯越、蔡瑁欲因会取备,备觉之,伪如厕,潜遁出。所乘马名的卢,骑的卢走,堕襄阳城西檀溪水中,溺不得出。备急曰:『的卢:今日厄矣,可努力!』的卢乃一踊三丈,遂得过,乘桴渡河,中流而追者至,以表意谢之,曰:『何去之速乎!』」
"เล่าปี่ตั้งอยู่ที่ห้วนเสีย (樊城 ฝานเฉิง) เล่าเปียวให้เกียรติ แต่เกรงในตัวเล่าปี่ จึงไม่ค่อยไว้ใจ ครั้งหนึ่งเชิญเล่าปี่ไปงานเลี้ยง เกงอวดกับชัวมอจะถือโอกาสในงานนั้นจับตัวเล่าปี่ เล่าปี่รู้ตัว แกล้งทำเป็นไปเข้าส้วมแล้วแอบหนีออกมา ม้าที่ขี่ชื่อเต๊กเลา เล่าปี่ขี่เต๊กเลาหนี ตกลงในลำธารถานซีทางตะวันตกของเมืองซงหยง จมน้ำขึ้นไม่ได้ เล่าปี่ร้องอย่างร้อนใจว่า เต๊กเลาเอ๋ย วันนี้ลำบากแล้ว สู้หน่อย เต๊กเลาจึงกระโจนทีเดียวสามจั้ง ข้ามไปได้ จากนั้นเล่าปี่ลงแพข้ามแม่น้ำ กลางแม่น้ำคนที่ตามมาก็มาถึง แจ้งคำขอโทษตามเจตนาของเล่าเปียวว่า ไยจึงรีบไปนักเล่า"
ถ้าวางย่อหน้านี้เทียบกับนิยาย จะเห็นว่าโครงเรื่องตรงกัน คือมีงานเลี้ยง มีคนวางแผนจับตัว เล่าปี่แกล้งไปห้องน้ำแล้วหนี ม้าตกลำธารแล้วกระโจนสามจั้ง แต่รายละเอียดต่างกันหลายจุด
- ใน《世语》 เล่าปี่ไม่ได้ด่าม้า แต่ให้กำลังใจม้าว่า 「可努力」 "สู้หน่อย" ส่วนนิยายเปลี่ยนเป็น 「的卢,的卢!今日妨吾!」 "เต๊กเลา เต๊กเลา วันนี้มึงให้โทษแก่ข้าแล้ว" เพื่อให้ผูกกับคำทำนายเรื่องลักษณะม้า
- ใน《世语》 ไม่มีใครพูดถึงลักษณะร้ายของม้า ไม่มีร่องน้ำตา ไม่มีเตียวบู ไม่มีอีเจี้ยกระซิบเตือน และไม่มีจูล่ง (赵云 จ้าวหยุน) ในงานเลี้ยง
- ใน《世语》 กระโจนพ้นลำธารแล้วยังไม่จบ เล่าปี่ต้องลงแพข้ามแม่น้ำใหญ่อีกทอด และคนที่ตามมาก็มาขอโทษแทนเล่าเปียว ไม่ได้มาฆ่า
3. ใครเป็นคนบอกว่า "ไม่จริง"
ปกบทความนี้เขียนว่า "บันทึกจีนโบราณเองยังว่าไม่จริง" ต้องระบุให้ชัดว่าใครพูด เพราะมักมีคนเข้าใจว่าเป็นคำของเผยซงจือ
คนที่พูดคือ ซุนเซิ่ง (孙盛) นักประวัติศาสตร์สมัยราชวงศ์จิ้นตะวันออก วิกิพีเดียภาษาจีนระบุว่ามีชีวิตอยู่ราว ค.ศ. 302–373 และแต่งหนังสือ《魏氏春秋》กับ《晋阳秋》 เผยซงจือยกความเห็นของซุนเซิ่งมาวางต่อท้าย《世语》ทันทีในย่อหน้าเดียวกัน
「此不然之言。备时羁旅,客主势殊,若有此变,岂敢晏然终表之世而无衅故乎?此皆世俗妄说,非事实也。」
"เรื่องนี้ไม่จริง ตอนนั้นเล่าปี่เป็นคนมาอาศัย ฐานะแขกกับเจ้าบ้านต่างกันมาก ถ้ามีเหตุร้ายแรงอย่างนี้เกิดขึ้นจริง เล่าปี่จะกล้าอยู่อย่างสงบไปจนสิ้นยุคเล่าเปียวโดยไม่มีเรื่องบาดหมางกันเลยได้อย่างไร ทั้งหมดนี้เป็นเรื่องเล่าผิด ๆ ของชาวบ้าน ไม่ใช่ข้อเท็จจริง"
เหตุผลของซุนเซิ่งไม่ได้อยู่ที่ว่าม้ากระโดดสามจั้งได้หรือไม่ แต่อยู่ที่การเมือง ถ้าคนของเล่าเปียววางแผนจับเล่าปี่กลางงานเลี้ยงจริง เล่าปี่ซึ่งเป็นแค่ผู้อาศัยในแผ่นดินของคนอื่นก็ไม่น่าจะอยู่ในเกงจิ๋วต่อไปได้อย่างสงบ แต่พงศาวดารบันทึกว่าเล่าปี่อยู่ใต้ร่มเล่าเปียวต่อมาจนเล่าเปียวตาย ซุนเซิ่งจึงปัดตกทั้งเรื่อง ไม่ใช่แค่ตอนม้ากระโดด
ประโยคที่มักถูกนำมาสับสนกันคือคำของเผยซงจือเองในอรรถาธิบายถัดไปไม่กี่บรรทัด ตอนนั้นเผยซงจือวิจารณ์《魏书》ที่เล่าว่าเล่าเปียวป่วยหนักแล้วจะยกเกงจิ๋วให้เล่าปี่ เผยซงจือเขียนว่าเล่าเปียวกับภรรยารักลูกคนเล็กมานาน ไม่มีทางยกเกงจิ๋วให้คนอื่นตอนใกล้ตาย แล้วสรุปว่า 「此亦不然之言」 "นี่ก็เป็นเรื่องไม่จริงเช่นกัน" คำว่า 「亦」 (ก็…เช่นกัน) บอกว่าเผยซงจือกำลังพูดตามน้ำเสียงของซุนเซิ่งข้างบน แต่เป้าหมายเป็นเรื่องอื่น ไม่ใช่เรื่องม้าเต๊กเลา
4. เผยซงจือเองก็ไม่ไว้ใจหนังสือ《世语》
ถ้าซุนเซิ่งว่าไม่จริง ทำไมเผยซงจือยังยกเรื่องนี้มาใส่ไว้ คำตอบอยู่ที่วิธีทำงานของเผยซงจือ เขาเก็บเรื่องเล่าร่วมสมัยที่ตันซิ่วไม่ได้ใช้มาวางไว้ให้ผู้อ่านเห็น แล้ววางคำวิจารณ์ไว้ข้างกันเมื่อเห็นว่ามีปัญหา เรื่องม้าเต๊กเลาจึงถูกเก็บไว้พร้อมคำตัดสินในที่เดียวกัน
เผยซงจือเองมีความเห็นต่อ《世语》ไว้ชัดเจน ในอรรถาธิบาย《三国志·魏书·三少帝纪》 หลังพบว่า《世语》เล่าเรื่องหนึ่งที่ไม่มีในหนังสือเล่มใดเลย เขาเขียนถึงกัวปานผู้แต่งว่า
「惟颁撰魏晋《世语》,蹇乏全无宫商,最为鄙劣,以时有异事,故颇行于世。干宝、孙盛等多采其言以为《晋书》,其中虚错如此者,往往而有之。」
"มีแต่กัวปานที่แต่ง《世语》 สำนวนติดขัดไม่มีจังหวะเลย ต่ำที่สุด แต่เพราะมีเรื่องแปลก ๆ อยู่บ้าง จึงแพร่หลายในหมู่คน ก้านเป่าและซุนเซิ่งนำเรื่องจากหนังสือนี้ไปใช้เขียนประวัติราชวงศ์จิ้นมาก ความผิดพลาดแบบนี้จึงมีอยู่บ่อย ๆ"
ที่น่าสนใจคือ เผยซงจือติว่าซุนเซิ่งชอบหยิบเรื่องจาก《世语》ไปใช้ แต่ในเรื่องม้าเต๊กเลา ซุนเซิ่งกลับเป็นคนที่ปฏิเสธเรื่องจาก《世语》เสียเอง เรื่องนี้จึงไม่ได้ถูกตัดสินโดยคนที่มีอคติต่อหนังสือเล่มนั้น แต่ถูกตัดสินโดยคนที่ปกติยังยอมใช้หนังสือเล่มนั้นเป็นแหล่งข้อมูล
5. "ม้าให้โทษแก่เจ้าของ" มาจากไหน
ส่วนที่นิยายเพิ่มเข้ามามากที่สุดคือความเชื่อว่าม้าเต๊กเลา "ขี่แล้วให้โทษแก่เจ้าของ" ซึ่งไม่มีใน《世语》เลย แต่ความเชื่อนี้ไม่ได้เพิ่งเกิดในนิยาย หนังสือ《世说新语》หมวดคุณธรรม ซึ่งหลิวอี้ชิ่ง (刘义庆) รวบรวมในสมัยราชวงศ์หลิวซ่งของฝ่ายใต้ เล่าว่าหยวี่เลี่ยง (庾亮) ขุนนางใหญ่สมัยจิ้นตะวันออกมีม้าลักษณะเต๊กเลาอยู่ตัวหนึ่ง
「庾公乘马有的卢,或语令卖去。庾云:『卖之必有买者,即复害其主。宁可不安己而移于他人哉?』」
"หยวี่เลี่ยงขี่ม้าที่มีลักษณะเต๊กเลา มีคนบอกให้ขายเสีย หยวี่เลี่ยงตอบว่า ถ้าขายก็ต้องมีคนซื้อ แล้วม้าก็จะไปทำร้ายเจ้าของคนใหม่ จะให้ข้าไม่ยอมรับเคราะห์เองแล้วโยนเคราะห์ไปให้คนอื่นได้อย่างไร"
หลิวเซี่ยวเปียว (刘孝标) ผู้เขียนอรรถาธิบาย《世说新语》ยกตำราดูม้า《伯乐相马经》มาอธิบายว่าม้าเต๊กเลาคือ 「马白额入口至齿者」 "ม้าที่มีแถบขาวที่หน้าผากลากลงไปถึงปากถึงฟัน" และ 「一名的卢。奴乘客死,主乘弃市,凶马也。」 "อีกชื่อหนึ่งว่าเต๊กเลา บ่าวขี่จะตายนอกบ้าน นายขี่จะถูกประหารกลางตลาด เป็นม้าอัปมงคล"
แปลว่าตั้งแต่สมัยราชวงศ์จิ้น คำว่า "เต๊กเลา" เป็นชื่อลักษณะม้าที่คนถือว่าร้าย ไม่ใช่ชื่อเฉพาะของม้าตัวเดียว นิยายเอาความเชื่อนี้มาผูกกับเรื่องใน《世语》 จนได้ฉากที่ม้าอัปมงคลกลับช่วยชีวิตนาย
ฉากต่อมาในนิยายก็เดินตามแบบเดียวกัน ตอนที่ ๓๒ ของฉบับไทยเล่าว่าตันฮก (单福 ซ่านฝู) ซึ่งคือชีซี (徐庶 สวีซู่) ที่ใช้ชื่อปลอม แกล้งแนะเล่าปี่ว่า "ผู้ใดซึ่งมิได้ชอบใจท่าน ๆ จงเอาม้านี้ไปให้ขี่ ก็จะมีอันตรายตายไปก่อน" เล่าปี่โกรธ ตอบว่า "จะให้ทำร้ายแก่ผู้อื่นฉนี้เรามิขอได้ยิน" แนวคิดของฉากนี้ตรงกับคำตอบของหยวี่เลี่ยงใน《世说新语》แทบทุกประการ คือไม่ยอมโยนเคราะห์ไปให้คนอื่น ไม่มีหลักฐานว่าผู้แต่งนิยายยืมมาโดยตรง แต่ความคล้ายนี้ทำให้เห็นว่านิยายหยิบเรื่องเล่าเรื่องม้าเต๊กเลาที่มีอยู่แล้วหลายสายมารวมไว้ในตัวเล่าปี่คนเดียว
6. ลำธารตันเขอยู่ที่ไหน และสามจั้งไกลแค่ไหน
ลำธารตันเขมีอยู่จริง หนังสือภูมิศาสตร์《水经注》เล่มที่ 28ของลี่เต้าหยวน (郦道元) ซึ่งวิกิพีเดียภาษาจีนระบุว่าแต่งปลายราชวงศ์เป่ยเว่ย (北魏) บรรยายว่าลำธารถานซีไหลเลียบเมืองซงหยงไปทางเหนือ แล้วลงแม่น้ำฮั่น และเขียนไว้ว่า
「溪水傍城北注,昔刘备为景升所谋,乘的颅马西走,坠于斯溪。」
"ลำธารไหลเลียบเมืองขึ้นไปทางเหนือ ครั้งหนึ่งเล่าปี่ถูกเล่าเปียวคิดร้าย ขี่ม้าเต๊กเลาหนีไปทางตะวันตก ตกลงในลำธารนี้"
แปลว่าราวสามร้อยปีหลังเหตุการณ์ เรื่องนี้ผูกติดกับลำธารสายนี้แล้วในฐานะเรื่องเล่าประจำถิ่น แต่สังเกตว่า《水经注》เขียนแค่ว่าม้า "ตกลงในลำธาร" ไม่ได้เล่าการกระโดดสามจั้ง《水经注》ฉบับเดียวกันยังระบุว่าริมฝั่งด้านเหนือของลำธารมีบ้านเก่าของชีซีกับซุยเป๋ง (崔州平 ชุยโจวผิง) ด้วย
ส่วนระยะ "สามจั้ง" (三丈) วิกิพีเดียภาษาจีนระบุว่าไม้บรรทัดสมัยฮั่นที่ขุดพบยาวราว 23 เซนติเมตรต่อหนึ่งฉื่อ หนึ่งจั้งเท่ากับสิบฉื่อ สามจั้งจึงราว 7 เมตร ฉบับไทยของเจ้าพระยาพระคลังแปลเป็น "หกวาเจ็ดวา" ซึ่งคือราว 12–14 เมตร ไกลกว่าฉบับจีนเกือบเท่าตัว และยังบอกความกว้างแม่น้ำว่า "เก้าวาสิบวา" ซึ่งไม่มีในฉบับจีน ฉบับจีนบอกแค่ว่าลำธาร 「阔数丈」 กว้างหลายจั้ง
ตัวเลขเหล่านี้ไม่ได้ช่วยตัดสินว่าเรื่องจริงหรือไม่ เพราะซุนเซิ่งปัดตกตั้งแต่ต้นด้วยเหตุผลทางการเมือง ไม่ใช่ทางกายภาพ ประวัติศาสตร์ที่มั่นใจได้มีเพียงว่าเล่าปี่อาศัยเล่าเปียวอยู่หลายปี เล่าเปียวระแวงและแอบระวังตัว และเล่าปี่ยังได้รับมอบหมายให้นำทัพไปรับศึกที่พกบ๋อง ซึ่งไม่ใช่สิ่งที่เจ้าบ้านจะทำกับแขกที่ตัวเองเพิ่งพยายามฆ่า
คำถามที่พบบ่อย
ม้าเต๊กเลากระโดดข้ามลำธารพาเล่าปี่หนีเป็นเรื่องจริงไหม?
ไม่มีใน《三国志》ฉบับหลัก เรื่องนี้มาจากหนังสือ《世语》ที่เผยซงจือยกมาไว้ในอรรถาธิบาย และในย่อหน้าเดียวกัน ซุนเซิ่งนักประวัติศาสตร์สมัยจิ้นตะวันออกตัดสินว่า 「此不然之言」 "เรื่องนี้ไม่จริง" เพราะถ้ามีการวางแผนฆ่าจริง เล่าปี่คงอยู่กับเล่าเปียวต่ออย่างสงบไม่ได้
ใครเป็นคนบอกว่าเรื่องม้าเต๊กเลาไม่จริง เผยซงจือหรือซุนเซิ่ง?
ซุนเซิ่ง (孙盛) เป็นคนเขียน 「此不然之言……此皆世俗妄说,非事实也」 เผยซงจือเป็นคนยกความเห็นนี้มาวางไว้ ส่วนประโยค 「此亦不然之言」 ของเผยซงจือเองอยู่ถัดไปไม่กี่บรรทัด และใช้วิจารณ์เรื่องที่เล่าเปียวจะยกเกงจิ๋วให้เล่าปี่ ไม่ใช่เรื่องม้า
ทำไมม้าเต๊กเลาถึงถูกเรียกว่าม้าให้โทษแก่เจ้าของ?
เพราะ "เต๊กเลา" เป็นชื่อลักษณะม้าที่คนสมัยจิ้นถือว่าอัปมงคล ตำราดูม้า《伯乐相马经》ที่อ้างในอรรถาธิบาย《世说新语》บอกว่าบ่าวขี่จะตายนอกบ้าน นายขี่จะถูกประหาร ส่วน《世语》ที่เป็นต้นเรื่องไม่ได้พูดถึงความเชื่อนี้เลย
ลำธารตันเขมีอยู่จริงไหม?
มีจริง《水经注》บรรยายว่าลำธารถานซีไหลเลียบเมืองซงหยงไปทางเหนือแล้วลงแม่น้ำฮั่น และเล่าว่าเล่าปี่ขี่ม้าเต๊กเลาตกลงในลำธารนี้ แต่ไม่ได้เล่าเรื่องการกระโดดสามจั้ง
ม้าเต๊กเลากระโดดได้ไกลแค่ไหนในนิยาย?
ฉบับจีนว่า 「一跃三丈」 สามจั้ง ซึ่งตามหน่วยวัดสมัยฮั่นราว 7 เมตร ส่วนฉบับไทยของเจ้าพระยาพระคลังว่า "หกวาเจ็ดวา" หรือราว 12–14 เมตร
สรุป
ฉากม้าเต๊กเลากระโดดข้ามแม่น้ำตันเขไม่มีใน《三国志》ฉบับหลัก ต้นเรื่องคือหนังสือ《世语》ที่เผยซงจือเองเรียกว่า "ต่ำที่สุด" และในย่อหน้าเดียวกันนั้น ซุนเซิ่งก็ตัดสินไว้แล้วว่า 「此不然之言」 เป็นเรื่องเล่าผิด ๆ ของชาวบ้าน ไม่ใช่เผยซงจืออย่างที่มักเข้าใจกัน นิยายรับเรื่องนี้มาแล้วเติมความเชื่อเรื่องม้าลักษณะร้ายจากตำราดูม้าสมัยจิ้น จนกลายเป็นฉากม้าอัปมงคลที่ช่วยชีวิตนาย สิ่งที่พงศาวดารยืนยันได้มีเพียงว่าเล่าเปียวระแวงเล่าปี่และแอบระวังตัว ไม่ใช่ว่าเคยมีใครไล่ฆ่าเล่าปี่ถึงริมลำธาร
แหล่งข้อมูล
- 《三国志·蜀书·先主传》 พร้อมอรรถาธิบายที่ยก《世语》และความเห็นของซุนเซิ่ง — ต้นฉบับภาษาจีนบนวิกิซอร์ซ
- 《三国志·魏书·三少帝纪》 อรรถาธิบายที่เผยซงจือวิจารณ์《世语》ของกัวปาน — ต้นฉบับภาษาจีนบนวิกิซอร์ซ
- 《世说新语》หมวดคุณธรรม เรื่องหยวี่เลี่ยงกับม้าเต๊กเลา และ《伯乐相马经》ในอรรถาธิบาย — ต้นฉบับภาษาจีนบนวิกิซอร์ซ
- 《水经注》เล่มที่ 28 ลำธารถานซีที่เมืองซงหยง — ต้นฉบับภาษาจีนบนวิกิซอร์ซ
- นิยาย《三国演义》ตอนที่ 34 刘皇叔跃马过檀溪 — ต้นฉบับภาษาจีนบนวิกิซอร์ซ
- สามก๊ก ฉบับเจ้าพระยาพระคลัง (หน) ตอนที่ ๓๑ ม้าเต๊กเลาข้ามแม่น้ำตันเข — ห้องสมุดดิจิทัลวชิรญาณ
- สามก๊ก ฉบับเจ้าพระยาพระคลัง (หน) ตอนที่ ๓๒ ตันฮกทดลองใจเล่าปี่เรื่องม้า — ห้องสมุดดิจิทัลวชิรญาณ
- 孙盛 ซุนเซิ่ง นักประวัติศาสตร์สมัยจิ้นตะวันออก — วิกิพีเดียภาษาจีน
- 尺 หน่วยวัดความยาวจีนโบราณ ความยาวของฉื่อสมัยฮั่น — วิกิพีเดียภาษาจีน
- 世说新语 ผู้รวบรวมและผู้เขียนอรรถาธิบาย — วิกิพีเดียภาษาจีน
- 水经注 ผู้แต่งและยุคที่แต่ง — วิกิพีเดียภาษาจีน
