↑
หน้าแรก ประวัติครอบครัว สมาชิกครอบครัว ธุรกิจ บทความ คำถาม ติดต่อครอบครัว
รากเหง้าและการเดินทาง · Huang Family Roots

เจนเซน หวง แซ่อึ้ง สายเลือดจีนเบื้องหลังผู้นำ NVIDIA

ไขรากเหง้าแซ่หวง (อึ้ง) ของเจนเซน หวง ตั้งแต่บรรพบุรุษเจ้อเจียงถึงเครือญาติไถหนานที่โยงถึงลิซา ซู พร้อมมุมมองคนแซ่เดียวกันจาก MingPaPa

โดย · · อ่าน ~9 นาที
ตระกูลหวงและสายสัมพันธ์เครือญาติไถหนาน
ตระกูลหวงและสายสัมพันธ์เครือญาติไถหนาน

ทุกครั้งที่ผมเปิดเครื่องคอมพิวเตอร์แล้วเห็นโลโก้ NVIDIA ขึ้นมาบนหน้าจอ ผมอดยิ้มไม่ได้เสมอ เพราะรู้ว่าคนที่ยืนอยู่เบื้องหลังบริษัทนี้ เจนเซน หวง มีนามสกุลเดียวกับที่คนจีนแต้จิ๋วในเมืองไทยอย่างครอบครัวผมเรียกกันมาตลอดว่า "อึ้ง" ผมทำงานกับเครื่องมือ AI และการ์ดจอ NVIDIA แทบทุกวันในฐานะคนที่ดูแลทั้งโรงพิมพ์ลักษมีรุ่งและโรงเรียน IMAC Dojo ไปพร้อมกับการศึกษาอภิปรัชญาจีนในนาม MingPaPa และไม่ว่าจะมองจากมุมไหน เรื่องราวของตระกูลหวงคนนี้ก็เป็นกรณีศึกษาที่ผมอยากเล่าให้ฟังอย่างละเอียด

คำตอบสั้น ๆ

เจนเซน หวง หรือชื่อจีนว่า 黃仁勳 (หวงเหรินซวิน — คำอ่านไทย: อึ้งยิ้งฮึง ในสำเนียงแต้จิ๋ว) เป็นคนแซ่หวง (黃) ซึ่งคนจีนแต้จิ๋วในไทยเรียกว่า "อึ้ง" มีบิดาคือหวงซิงไท่ (黃興泰) ผู้มีถิ่นกำเนิดบรรพบุรุษที่อำเภอชิงเถียน มณฑลเจ้อเจียง และมารดาคือหลัวไฉ่ซิ่ว (羅采秀) จากตระกูลคหบดีเก่าแก่ในเมืองไถหนาน ไต้หวัน ซึ่งสายสัมพันธ์ฝ่ายมารดานี้เองที่ทำให้เขาเป็นญาติทางสายเลือดกับลิซา ซู (Lisa Su) ซีอีโอของ AMD คู่แข่งคนสำคัญในอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์

ประเด็นสำคัญ

  • แซ่หวง (黃) มีต้นกำเนิดจากแคว้นหวงโบราณในมณฑลเหอหนาน ซึ่งคติสาแหรกดั้งเดิมโยงย้อนไปถึงปั๋วอี้ (伯益)
  • บิดาของเจนเซน หวง อพยพจากอำเภอชิงเถียน มณฑลเจ้อเจียง ไปไต้หวันช่วงปี 1948-1949
  • ชื่อ "เหรินซวิน" ตั้งตามระบบจื้อเป้ย (字輩) ของตระกูล โดยมีความหมายผูกกับคุณธรรมและผลงาน
  • ลิซา ซู ต้องเรียกเจนเซน หวง ว่า "เปี่ยวจิ้ว" (表舅) ตามสายเครือญาติฝ่ายตระกูลหลัวแห่งไถหนาน
  • ครอบครัวเคยพำนักในไทยช่วงสั้น ๆ ก่อนย้ายไปสหรัฐอเมริกาถาวรที่รัฐออริกอน

จากแคว้นหวงโบราณ สู่แซ่ "อึ้ง" ที่คนไทยเชื้อสายจีนคุ้นเคย

พูดตามตรง ผมรู้สึกผูกพันกับเรื่องนี้เป็นพิเศษ เพราะตระกูลอึ้งหรืออึ้งในสำเนียงแต้จิ๋วก็คือแซ่เดียวกับ 黃 ที่เจนเซน หวง ใช้อยู่ ตามคติสาแหรกดั้งเดิมของจีน สายธารของตระกูลหวงสืบย้อนไปได้ถึงยุคปรัมปรา โดยถือว่าสืบเชื้อสายมาจากปั๋วอี้ (伯益) ผู้ช่วยพระเจ้าอวี่ควบคุมอุทกภัย (นักประวัติศาสตร์ปัจจุบันยังไม่ยืนยันแน่ชัดว่าราชวงศ์ของแคว้นหวงเป็นแซ่อิ๋งหรือแซ่หมี่) ลูกหลานของท่านได้รับพระราชทานอาณาเขตจนก่อตั้งเป็น "แคว้นหวง" (黃國) ในยุคราชวงศ์ซางถึงราชวงศ์โจว บริเวณอำเภอหวงชวน มณฑลเหอหนานในปัจจุบัน หลังแคว้นหวงล่มสลายจากการถูกแคว้นฉู่ผนวกดินแดนเมื่อ 648 ปีก่อนคริสตกาล ราษฎรและเชื้อสายเจ้านายจึงนำนามแว่นแคว้นเดิมมาใช้เป็นนามสกุลเพื่อรำลึกถึงรากเหง้าแผ่นดินเกิด

สิ่งที่ผมมองว่าน่าสนใจไม่แพ้กันคือหอประจำตระกูลหรือถังฮ่าว (堂號 — ชื่อหอบรรพบุรุษที่บอกที่มาของสาแหรก) ของแซ่หวงที่ชื่อ "เจียงเซี่ย" (江夏 — เจียงเซี่ย ตั้งตามชื่อพื้นที่ในมณฑลหูเป่ย) ซึ่งเชื่อมโยงกับหวงเซียง (黃香) ปราชญ์ยุคฮั่นตะวันออกผู้ได้รับการยกย่องเป็นหนึ่งในยี่สิบสี่กตัญญู (二十四孝 — เอ้อร์สือซื่อเซี่ยว บุคคลต้นแบบความกตัญญูจีน) จากเรื่องเล่าว่าท่านพัดเตียงให้บิดาคลายร้อนในฤดูร้อนและใช้ไออุ่นจากกายตนสร้างความอบอุ่นให้บิดาในฤดูหนาว จนมีคำเชิดชูว่า "ใต้หล้าไร้เทียมทาน หวงเซียงแห่งเจียงเซี่ย" ผมเล่าเรื่องนี้ให้ลูกศิษย์ที่ IMAC Dojo ฟังบ่อย ๆ ว่าคุณธรรมความกตัญญูแบบนี้ไม่ใช่แค่นิทานสอนใจ แต่เป็นสิ่งที่ฝังอยู่ใน "ดีเอ็นเอทางวัฒนธรรม" ของคนแซ่หวงที่กระจายไปทั่วเจ้อเจียง เจียงซี ฝูเจี้ยน กวางตุ้ง และไต้หวัน

บิดาจากเจ้อเจียง มารดาจากตระกูลคหบดีไถหนาน

รากฝ่ายบิดาของเจนเซน หวง มีจุดกำเนิดที่ชัดเจนมาก บิดาของเขาคือหวงซิงไท่ (黃興泰) เกิดราวปี ค.ศ. 1930 มีถิ่นกำเนิดบรรพบุรุษที่หมู่บ้านต้าอัน ตำบลซานโข่ว อำเภอชิงเถียน เมืองลี่สุ่ย มณฑลเจ้อเจียง อำเภอชิงเถียนนี้ขึ้นชื่อเรื่องความทรหดอดทนของประชากรและเป็นแหล่งอพยพสำคัญทางประวัติศาสตร์ของจีน ท่ามกลางความผันผวนทางการเมืองและสงครามกลางเมืองจีน หวงซิงไท่ได้อพยพข้ามช่องแคบมายังไต้หวันช่วงปี ค.ศ. 1948-1949 แล้วศึกษาต่อจนสำเร็จการศึกษาจากภาควิชาวิศวกรรมเคมี มหาวิทยาลัยแห่งชาติเฉิงกง (National Cheng Kung University) เมืองไถหนาน

ด้วยผลการเรียนที่ยอดเยี่ยม หวงซิงไท่ได้รับว่าจ้างให้เป็นครูสอนพิเศษประจำบ้านของตระกูลหลัว (羅氏) คหบดีเก่าแก่ในท้องถิ่น ความใกล้ชิดนี้นำไปสู่การสมรสกับหลัวไฉ่ซิ่ว (羅采秀) บุตรสาวของตระกูล ผมมองว่านี่คือภาพสะท้อนแบบคลาสสิกของครอบครัวจีนที่เชื่อว่าการศึกษาคือบันไดสู่การยกระดับฐานะ ซึ่งไม่ต่างจากเรื่องเล่าในครอบครัวจีนไทยหลายบ้านที่ผมเคยได้ยินมา คือคนหนุ่มที่ขยันเรียนมักได้รับโอกาสจากตระกูลใหญ่เสมอ เจนเซน หวง เกิดวันที่ 17 กุมภาพันธ์ ค.ศ. 1963 ที่กรุงไทเป ก่อนย้ายไปใช้ชีวิตวัยเยาว์ที่ไถหนาน และครอบครัวยังเคยพำนักในประเทศไทยช่วงสั้น ๆ ราวสี่ปีเนื่องจากภาระงานวิศวกรรมของบิดา ก่อนความไม่สงบทางการเมืองในภูมิภาคทำให้บิดามารดาตัดสินใจส่งหวงเหรินเจี๋ยและเจนเซน หวง วัย 9 ขวบ ไปพำนักกับญาติที่สหรัฐอเมริกาในปี ค.ศ. 1973 ก่อนครอบครัวจะย้ายตามไปรวมตัวกันถาวรที่รัฐออริกอน

ความหมายในชื่อ "เหรินซวิน" ตามระบบจื้อเป้ยของตระกูล

ตรงนี้คือส่วนที่ผมชอบมากในฐานะคนศึกษาวัฒนธรรมจีน เพราะมันแสดงให้เห็นว่าครอบครัวจีนให้ความสำคัญกับ "บทกวีกำหนดรุ่น" (昭穆 หรือ 派語 — จารึกกำหนดอักษรใช้ตั้งชื่อคนแต่ละรุ่นในตระกูล) มากแค่ไหน หวงซิงไท่นำหลักการนี้มาใช้ตั้งชื่อบุตรชายทั้งสองคนโดยกำหนดอักษรกลางร่วมกันคือ "เหริน" (仁) ได้แก่บุตรคนโตหวงเหรินเจี๋ย (黃仁傑) และบุตรคนรองหวงเหรินซวิน (黃仁勳) ในทางปรัชญาขงจื๊อ อักษร "เหริน" หมายถึงมโนธรรม มนุษยธรรม และความเมตตากรุณา ซึ่งถือเป็นยอดคุณธรรมสูงสุดในระบบจริยศาสตร์จีน

เมื่อรวมกับอักษรตัวท้าย "ซวิน" (勳) ที่แปลว่าคุณงามความดีหรือผลงานอันยิ่งใหญ่ที่สร้างไว้แก่แผ่นดิน ชื่อ "หวงเหรินซวิน" จึงแฝงความหมายว่า "ผู้สร้างผลงานและความสำเร็จอันยิ่งใหญ่โดยตั้งอยู่บนรากฐานแห่งคุณธรรมและความเมตตา" ส่วนพี่ชายมีอักษรท้าย "เจี๋ย" (傑) หมายถึงบุคคลชั้นยอดหรืออัจฉริยะ แม้ลูก ๆ ของเจนเซน หวง คือหวงเซิ่งปิน (黃勝斌) และหวงหมิ่นซาน (黃敏珊) จะเติบโตในสังคมอเมริกัน ครอบครัวก็ยังคงตั้งชื่อจีนแบบสองพยางค์ที่มีความหมายตามค่านิยมดั้งเดิม ผมมองว่านี่คือสิ่งที่ผมพยายามอธิบายให้คนรุ่นใหม่ในเว็บนี้เข้าใจเสมอ คือชื่อจีนไม่ใช่แค่เสียง แต่เป็นคำอวยพรที่บรรพบุรุษฝากไว้ในตัวลูกหลานทุกคน

เครือข่ายตระกูลหลัวแห่งไถหนาน และเหตุผลที่ลิซา ซู ต้องเรียกน้า

ส่วนนี้คือจุดที่คนอ่านหลายคนถามผมบ่อยที่สุด นั่นคือความสัมพันธ์ระหว่างเจนเซน หวง กับลิซา ซู (Lisa Su หรือ 蘇姿丰 — ซูจือเฟิง) ซีอีโอของ AMD รากฐานความสัมพันธ์นี้สืบย้อนไปถึงตระกูลหลัว (羅氏) แห่งย่านศาลเจ้าสุ่ยเซียนกง (水仙宮) เมืองไถหนาน คุณตาของเจนเซน หวง คือหลัวฉวี่ (羅取) เป็นคหบดีผู้ก่อตั้งห้างค้าหนัง "ฝูไท่หลง" (福泰隆) บนถนนกงโฮ่ว ทายาทรุ่นที่สองของตระกูลหลัวมีพี่น้องร่วมบิดามารดารวม 12 คน บุตรคนโตสุดคือหลัวปั๋วมู่ (羅伯沐) ส่วนบุตรคนสุดท้อง (คนที่ 12) คือหลัวไฉ่ซิ่ว มารดาของเจนเซน หวง ความห่างของอายุระหว่างพี่ชายคนโตกับน้องสาวคนเล็กที่มากถึง 18 ปี ทำให้เกิดความเหลื่อมล้ำระหว่าง "ลำดับศักดิ์ตามรุ่น" (輩份 — เป้ยเฟิ่น) กับอายุจริงในรุ่นถัดมา

มารดาของลิซา ซู คือหลัวสูหย่า (羅淑雅) เป็นบุตรสาวของหลัวปั๋วมู่ ดังนั้นหลัวปั๋วมู่จึงมีศักดิ์เป็นคุณตาของลิซา ซู ขณะที่หลัวไฉ่ซิ่วมีศักดิ์เป็นคุณยายเล็ก (姨婆) ของเธอ เมื่อคำนวณตามระบบเครือญาติจีน เจนเซน หวง ในฐานะบุตรชายของหลัวไฉ่ซิ่ว จึงถือเป็นลูกพี่ลูกน้องรุ่นเดียวกับมารดาของลิซา ซู ทำให้ลิซา ซู ต้องเรียกเจนเซน หวง ว่า "เปี่ยวจิ้ว" (表舅 — เปี่ยวจิ้ว หมายถึงน้าชายหรือลุงฝ่ายแม่) แม้ในความเป็นจริงเจนเซน หวง (เกิด ค.ศ. 1963) จะอายุมากกว่าลิซา ซู (เกิด ค.ศ. 1969) เพียง 6 ปีเท่านั้น เรื่องนี้สะท้อนให้เห็นชัดว่าระบบเครือญาติจีนยึดตาม "ลำดับรุ่น" ไม่ใช่อายุจริง ซึ่งเป็นสิ่งที่ครอบครัวจีนไทยหลายบ้านก็ยังยึดถือกันอยู่ ผมเองเคยเจอสถานการณ์คล้ายกันในงานเช็งเม้งของตระกูล ที่คนอายุน้อยกว่ากลับต้องให้คนอายุมากกว่าไหว้ตามศักดิ์รุ่น ไม่ใช่ตามอายุ

นอกจากนั้น ตระกูลหลัวยังเชื่อมโยงกับ "กลุ่มไถหนาน" (台南幫 — กลุ่มทุนอุตสาหกรรมทรงอิทธิพลของไต้หวันที่รวมตัวจากธุรกิจสิ่งทอและปูนซีเมนต์) ผ่านทางหลัวซุ่ยหลิ่ว (羅燧柳) พี่สาวคนที่สามของหลัวไฉ่ซิ่ว โดยบุตรสาวของนางได้สมรสกับโหวปั๋วอี้ (侯博義) ประธานบริษัทปูนซีเมนต์ยูนิเวอร์แซล และหลานชายคนโตของโหวอวี่ลี่ (侯雨利) ผู้ก่อตั้งกลุ่มธุรกิจสิ่งทอและอุตสาหกรรมไถหนาน เมื่อผมไล่เรียงสายสัมพันธ์เหล่านี้ ผมเห็นภาพชัดว่าตระกูลปัญญาชนและคหบดีไต้หวันสั่งสมทุนทางวัฒนธรรมและการศึกษาข้ามรุ่นอย่างไร จนผลิดอกออกผลเป็นผู้นำระดับโลกในยุคดิจิทัลได้พร้อมกันหลายคนจากเครือญาติสายเดียวกัน นี่ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ แต่คือผลลัพธ์ของค่านิยม "การศึกษาคือรากฐานของทุกสิ่ง" ที่ฝังลึกในสายเลือดตระกูลจีนแบบนี้มานานหลายชั่วอายุคน

รากเหง้าที่หล่อหลอมวิธีคิดและปรัชญาการบริหาร

สิ่งที่ผมสนใจไม่แพ้เรื่องสาแหรกคือวิธีที่เจนเซน หวง แปรเปลี่ยนพื้นฐานครอบครัวจีนดั้งเดิมให้กลายเป็นปรัชญาการบริหารองค์กรสมัยใหม่ มารดาของเขาแม้ไม่เชี่ยวชาญภาษาอังกฤษ ก็ยังเปิดพจนานุกรมคัดคำศัพท์วันละ 10 คำให้บุตรชายทั้งสองท่องจำก่อนเดินทางไปสหรัฐอเมริกา ความทุ่มเทแบบนี้คือภาพแทนของ "แม่จีน" ที่ผมเห็นในครอบครัวตัวเองและครอบครัวคนจีนไทยรอบตัวมาตลอดชีวิต คือไม่มีคำว่าสายเกินไปหรือยากเกินไปสำหรับการลงทุนด้านการศึกษาของลูก เจนเซน หวง เองก็เคยเล่าอย่างมีอารมณ์ขันว่าแม้อายุเกิน 60 ปีแล้ว บิดาก็ยังคง "เปิดประชุมประเมินผลงาน" ตักเตือนเขาอยู่เสมอ และเขานำแรงกดดันแบบครอบครัวเอเชียนี้มาสังเคราะห์เป็นหลักการบริหารที่ว่า การวิพากษ์วิจารณ์อย่างตรงไปตรงมาและละเอียดคือรูปแบบสูงสุดของความใส่ใจ ตรงข้ามกับคำชมผิวเผินที่ไม่ช่วยให้ใครเติบโต

ผมมองว่าเรื่องเล่าเรื่อง "ความเจ็บปวดและความยากลำบาก" (Pain and Suffering) ที่เจนเซน หวง มักพูดถึงประสบการณ์วัยเด็กในโรงเรียนประจำที่รัฐเคนทักกี และงานล้างจานในร้านอาหารเดนนีส์ ก็สอดคล้องกับแนวคิดจีนโบราณเรื่อง "ทุกข์ก่อนสุข" ที่ปรากฏในคำสอนของบรรพบุรุษหลายตระกูล ไม่ต่างจากที่ครอบครัวจีนไทยรุ่นอากงอาม่าของผมเคยผ่านความลำบากมาก่อนจะตั้งตัวได้ ความทรหดจึงไม่ใช่แค่คำสวยหรู แต่เป็นสิ่งที่ถูกหล่อหลอมจากประสบการณ์จริงและส่งต่อผ่านรุ่นสู่รุ่น อีกมิติหนึ่งที่ผมชื่นชมคือการที่เจนเซน หวง ยังคงพูดภาษาไต้หวัน (台語 — ไถอวี่ ภาษาฮกเกี้ยนท้องถิ่นไต้หวัน) ได้อย่างเป็นธรรมชาติทุกครั้งที่กลับไปเยือนบ้านเกิด เขาเดินตลาดกลางคืน ทักทายพ่อค้าแม่ค้าด้วยภาษาแม่ และเคยเตือนเยาวชนไต้หวันในงานสาธารณะว่าต้องไม่ทิ้งภาษาถิ่นของตัวเอง สิ่งนี้ตรงกับสิ่งที่ผมพยายามสื่อสารกับคนรุ่นใหม่ในเว็บนี้เสมอ คือรากเหง้าทางภาษาและวัฒนธรรมคือสมบัติที่หายไปง่ายที่สุดถ้าไม่มีใครตั้งใจรักษาไว้

คำถามที่พบบ่อย

เจนเซน หวง เป็นคนแซ่อะไร

เจนเซน หวง เป็นคนแซ่หวง (黃) ซึ่งคนจีนแต้จิ๋วในประเทศไทยเรียกกันว่า "อึ้ง" เป็นแซ่เดียวกับตระกูลอึ้งที่พบได้ทั่วไปในหมู่คนไทยเชื้อสายจีน

ทำไมลิซา ซู ต้องเรียกเจนเซน หวง ว่าน้า

เพราะทั้งคู่มีบรรพบุรุษร่วมกันคือหลัวฉวี่แห่งตระกูลหลัวเมืองไถหนาน หลัวไฉ่ซิ่ว (มารดาเจนเซน หวง) เป็นน้องสาวคนสุดท้องของหลัวปั๋วมู่ (คุณตาลิซา ซู) ทำให้ตามลำดับศักดิ์รุ่นจีน เจนเซน หวง มีศักดิ์เป็นเปี่ยวจิ้วหรือน้าชายฝ่ายแม่ของลิซา ซู แม้อายุจริงจะห่างกันเพียง 6 ปี

เจนเซน หวง เกิดที่ไหนโตที่ไหน

เขาเกิดวันที่ 17 กุมภาพันธ์ ค.ศ. 1963 ที่กรุงไทเป เติบโตวัยเด็กที่เมืองไถหนาน เคยพำนักในประเทศไทยช่วงสั้น ๆ ก่อนย้ายไปสหรัฐอเมริกาตอนอายุ 9 ขวบ และตั้งรกรากถาวรที่รัฐออริกอน

บิดามารดาของเจนเซน หวง คือใคร

บิดาคือหวงซิงไท่ (黃興泰) วิศวกรเคมีจากอำเภอชิงเถียน มณฑลเจ้อเจียง มารดาคือหลัวไฉ่ซิ่ว (羅采秀) บุตรสาวคนสุดท้องของตระกูลคหบดีหลัวแห่งไถหนาน

ทำไมเจนเซน หวง พูดภาษาไต้หวันได้

เพราะเติบโตในไถหนานช่วงวัยเด็ก และครอบครัวฝ่ายมารดาเป็นตระกูลคหบดีดั้งเดิมของเมืองไถหนาน เขาจึงซึมซับภาษาไต้หวัน (台語) มาตั้งแต่เล็ก และยังคงใช้ภาษานี้อย่างเป็นธรรมชาติทุกครั้งที่กลับไปเยือนบ้านเกิด เพราะเห็นว่าภาษาแม่คือรากเหง้าที่ต้องรักษาไว้ไม่ให้เลือนหายไปตามกาลเวลา

บทสรุป

เมื่อผมเขียนเรื่องนี้จบลง ผมยิ่งรู้สึกว่าเรื่องราวของเจนเซน หวง ไม่ใช่แค่ประวัติของนักธุรกิจเทคโนโลยีคนหนึ่งที่ประสบความสำเร็จระดับโลก แต่เป็นบทเรียนเรื่องรากเหง้าตระกูลจีนที่มีชีวิตชีวาและยังคงมีความหมายในโลกสมัยใหม่ ตั้งแต่แซ่หวง (黃) ที่สืบย้อนไปถึงแคว้นโบราณในเหอหนาน ผ่านการอพยพของบิดาจากชิงเถียนสู่ไต้หวัน การสมรสข้ามตระกูลคหบดีที่ไถหนาน จนถึงระบบจื้อเป้ยที่ฝากความหมายอันลึกซึ้งไว้ในชื่อ "เหรินซวิน" ทุกจุดเชื่อมโยงเหล่านี้บอกเราว่าความสำเร็จของคนคนหนึ่งมักไม่ได้เกิดขึ้นอย่างโดดเดี่ยว แต่ถูกหล่อหลอมมาจากหลายชั่วอายุคนของครอบครัวที่เชื่อมั่นในคุณค่าของการศึกษาและความทรหดอดทน

ในฐานะคนแซ่อึ้งที่เติบโตมาในครอบครัวจีนไทยแต้จิ๋ว ผมมองเรื่องนี้ด้วยความรู้สึกผูกพันเป็นพิเศษ เพราะทุกครั้งที่เห็นความสำเร็จของตระกูลหวงในระดับโลกอย่างเจนเซน หวง ผมอดไม่ได้ที่จะนึกถึงเรื่องเล่าของครอบครัวอึ้งในบ้านเราเอง ที่แม้จะไม่ได้ยิ่งใหญ่ระดับโลกในขณะนี้ แต่ก็มีจิตวิญญาณเดียวกันคือความขยันหมั่นเพียร ความกตัญญู และความเชื่อมั่นว่าการศึกษาคือบันไดสู่ชีวิตที่ดีกว่า เรื่องราวของเจนเซน หวง จึงไม่ใช่แค่กรณีศึกษาทางธุรกิจ แต่เป็นกระจกสะท้อนให้เราเห็นว่ารากเหง้าทางวัฒนธรรมจีนที่ดูเหมือนเก่าแก่และห่างไกล แท้จริงแล้วยังคงมีชีวิตอยู่ในตัวคนรุ่นใหม่ทุกคนที่แซ่ 黃 ไม่ว่าจะอยู่ที่ไต้หวัน สหรัฐอเมริกา หรือแม้แต่ในเมืองไทยแห่งนี้

แหล่งข้อมูลและอ่านเพิ่มเติม

ผู้เขียนและความน่าเชื่อถือ (E-E-A-T)

เขียนโดย

ผู้ถ่ายทอดอภิปรัชญาจีน วัฒนธรรม ความเชื่อ ศาสนา และสังคมร่วมสมัย โดยเชื่อมโยงองค์ความรู้จากเอกสารอ้างอิง ประวัติศาสตร์ และประสบการณ์ของครอบครัวจีนไทย พร้อมอธิบายข้อแตกต่างระหว่างหลักฐานทางวิชาการ คติความเชื่อ และข้อคิดเห็นของผู้เขียนอย่างรอบคอบ

ประสบการณ์ที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้: ผู้เขียนเป็นคนไทยเชื้อสายจีนแต้จิ๋วแซ่อึ้งที่ทำงานคลุกคลีกับผลิตภัณฑ์ NVIDIA ในชีวิตประจำวัน และศึกษาอภิปรัชญาจีนในนาม MingPaPa จึงมองเรื่องรากเหง้าตระกูลหวงด้วยความผูกพันส่วนตัว

ประวัติการแก้ไข

  • — แก้คำอ่านแต้จิ๋วของชื่อ 黃仁勳 เป็นอึ้งยิ้งฮึง (เดิมพยางค์ท้ายเป็นเสียงจีนกลาง) แก้การถอดเสียงชื่อ 伯 เป็นปั๋ว (หลัวปั๋วมู่ ปั๋วอี้) และ 燧 เป็นซุ่ย ระบุว่าเชื้อสายจากปั๋วอี้เป็นคติสาแหรกดั้งเดิมที่นักประวัติศาสตร์ยังไม่ยืนยัน และเพิ่มต้นฉบับ《左傳·僖公十二年》เป็นหลักฐานปีที่แคว้นฉู่ผนวกแคว้นหวง
  • — เผยแพร่ครั้งแรก

พบข้อมูลคลาดเคลื่อน แจ้งได้ที่หน้าติดต่อ และอ่านวิธีตรวจสอบกับแก้ไขข้อผิดพลาดได้ที่นโยบายบรรณาธิการ

บทความที่เกี่ยวข้อง

ดูบทความทั้งหมดในหมวดรากเหง้า ประวัติศาสตร์ และการเดินทาง