↑
ครอบครัว ธุรกิจ แถวนี้ 101 แซ่อึ้ง บทความ ติดต่อครอบครัว
ถอดหน้ากากสามก๊ก ฉบับ MingPaPa (黄炳明 - หวงปิ่งหมิง) · เรื่องที่ 29

มองบ๊วยแก้กระหาย ตัดผมแทนหัว: สองกลของโจโฉที่ฟังเหมือนแต่ง แต่มีบันทึกจริง

กลที่ฟังเหมือนแต่ง แต่มีบันทึก เทียบสองฉากของโจโฉในนิยายกับต้นฉบับใน《曹瞒传》และ《世说新语》

โดย · · อ่าน ~13 นาที
ภาพปกสามก๊ก โจโฉในชุดเกราะขี่ม้าชี้มือไปข้างหน้าที่มีป่าไม้ผลและแม่น้ำ ข้างขวามีขุนพลถือมีดตัดผมของตัวเองในนาข้าว พร้อมอักษร 望梅止渴 และข้อความ สามก๊ก โจโฉมองบ๊วยแก้กระหาย กลที่ฟังเหมือนแต่ง แต่มีบันทึก
ภาพปกชุดถอดหน้ากากสามก๊ก ฉบับ MingPaPa (黄炳明 - หวงปิ่งหมิง) ภาพวาดตามจินตนาการ ไม่ใช่ภาพเหตุการณ์จริง
คำตอบสั้น ๆ

ในนิยาย: ระหว่างยกทัพไปตีเตียวสิ้ว ม้าของโจโฉ (曹操 เฉาเชา) ตื่นตกใจวิ่งเหยียบนาข้าวสาลีที่เขาสั่งห้ามเหยียบ โจโฉจึงเอากระบี่ตัดผมแทนการตัดหัวตัวเอง และในศึกเดียวกัน เขาหลอกทหารที่กระหายน้ำว่าข้างหน้ามีป่าบ๊วย จนทหารน้ำลายไหลและเดินต่อไปได้

ในพงศาวดาร: ทั้งสองเรื่องมีบันทึกเก่าจริง แต่ไม่ได้อยู่ในตัวบทหลักของ《三国志》 เรื่องตัดผมแทนหัวอยู่ใน《曹瞒传》 หนังสือของชาวแคว้นง่อก๊กที่เผยซงจือยกไว้ใต้ชีวประวัติโจโฉ ส่วนเรื่องมองบ๊วยแก้กระหายอยู่ใน《世说新语》หมวดกลลวง ทั้งสองเล่มไม่ได้ระบุว่าเกิดในศึกกับเตียวสิ้ว

ถอดหน้ากากสามก๊ก ฉบับ MingPaPa (黄炳明 - หวงปิ่งหมิง): ผมกับสามก๊ก

ผม MingPaPa ชื่อจีน หวงปิ่งหมิง - 黄炳明 ชื่อไทย ธนินพงษ์ ศุภพิทักษ์พงษ์ คนไทยเชื้อสายจีนที่รักและผูกพันกับเรื่องราวของจีนมาตั้งแต่เด็กครับ

ตอนเล็ก ๆ ผมได้ยินพ่อกับผู้ใหญ่ในบ้านคุยกันว่า "ใครอ่านสามก๊กครบสามจบ คบไม่ได้" ทั้งที่พ่อผมเองก็อ่านมาหลายจบ พี่ชายผมก็อ่านหลายจบ ส่วนผม ก่อนอายุ 18 ปี อ่านเฉพาะสองฉบับ คือสามก๊กฉบับเจ้าพระยาพระคลัง (หน) กับสามก๊กฉบับวณิพกของยาขอบ รวมกันไปแล้ว 10 รอบ ยังไม่นับหนังสือวิเคราะห์กลยุทธ์และหนังสืออรรถาธิบายสามก๊กอีกหลายสิบเล่ม ยิ่งอ่านก็ยิ่งรัก และยิ่งเข้าใจว่าทำไมผู้ใหญ่ถึงพูดอย่างนั้น

อ่านสามก๊กครบสามจบ คบไม่ได้ เพราะอะไร

ถ้ามองให้ลึก คำนี้ไม่ได้อยู่ที่จำนวนรอบที่อ่าน แต่อยู่ที่ "สันดานเดิมของคนอ่าน" ซึ่งเป็นตัวตั้งต้นครับ สามก๊กคือภาพสะท้อนมนุษย์จริง ๆ ไม่มีใครขาวสะอาดหรือสมบูรณ์แบบ มีทั้งคนดีแต่ซื่อจนโง่ คนเจ้าเล่ห์ที่เลวแต่รวย และคนเก่งที่หยิ่งยโส ในโลกความจริงคนเห็นแก่ตัวก็มีมากกว่าคนดีอยู่แล้ว คนอ่านมีจริตแบบไหน ลึก ๆ ชอบตัวละครแบบใด ก็จะหยิบแง่มุมนั้นมาใช้กับตัวเอง คำว่า "คบไม่ได้" จึงแยกได้เป็นสองมุม

  • คบไม่ได้เพราะเลียนแบบความร้าย คนที่มีเชื้อความเห็นแก่ตัวหรือชอบเอาเปรียบคนอยู่แล้ว พออ่านจนเจนจัด ก็ซึมซับความปลิ้นปล้อน กลอุบายสกปรก และการมองคนอื่นเป็นเบี้ยมาใช้ในชีวิตจริง คนกลุ่มนี้ "คบไม่ได้" ในความหมายตรงตัว เพราะพร้อมหักหลังและทำลายมิตรภาพเพื่อประโยชน์ของตัวเอง
  • คบไม่ได้เพราะ "คบยาก" เกินไป คนกลุ่มนี้อ่านเพื่อเข้าใจจิตวิทยามนุษย์ วิธีเอาตัวรอด และเกมอำนาจที่ซ่อนอยู่ จนกลายเป็นคนคมกริบที่รู้เท่าทันคนจนไม่มีใครตบตาได้ คนทั่วไปจึงเข้าไม่ถึงหรือระแวงว่าจะถูกเอาเปรียบ ส่วนคนเก่งด้วยกันก็อยู่ด้วยลำบาก เพราะต่างฝ่ายต่างรู้ทันกัน ต้องตั้งการ์ดระวังตัวอยู่ตลอดเวลา

ถอดหน้ากากสามก๊ก ฉบับ MingPaPa (黄炳明 - หวงปิ่งหมิง) คือการอ่านสามก๊กอีกรอบด้วยสายตาของคนที่โตมากับนิยาย ผมหยิบฉากที่คนไทยจำได้ขึ้นใจมาวางเทียบกับพงศาวดาร《三国志》 (ซานกั๋วจื้อ — จดหมายเหตุสามก๊ก) ทีละประโยค ว่าตรงไหนเป็นประวัติศาสตร์ ตรงไหนเป็นฝีมือนักเล่านิทานและนักประพันธ์รุ่นหลัง ทุกบทยกต้นฉบับภาษาจีนพร้อมคำแปล และบอกว่าข้อความนั้นอยู่ในบทไหน ผู้อ่านจะได้ตรวจเองได้ครับ

ชื่อบุคคลและสถานที่ในบทความนี้

ชื่อในสามก๊กฉบับไทยตามฉบับเจ้าพระยาพระคลัง (หน) อ่านตามสำเนียงฮกเกี้ยน ซึ่งต่างจากชื่อที่ใช้กันในระดับสากล บทความนี้จึงกำกับชื่อเฉพาะด้วยอักษรจีนตัวย่อและคำอ่านแบบจีนกลางเมื่อปรากฏครั้งแรก เช่น โจโฉ (曹操 เฉาเชา) ส่วนเลข "ตอนที่" ของนิยายในบทความนี้เป็นเลขตอน (回) ของนิยายฉบับภาษาจีน ซึ่งฉบับเจ้าพระยาพระคลังแบ่งตอนไม่ตรงกัน ฉากในบทความนี้อยู่ในตอนที่ ๑๖ และ ๑๙ ของฉบับไทย

อักษรจีน (ตัวย่อ) พินอิน อ่านแบบจีนกลาง ชื่อในสามก๊กฉบับไทย / หมายเหตุ
曹操 Cáo Cāo เฉาเชา โจโฉ
刘备 Liú Bèi หลิวเป้ย เล่าปี่
张绣 Zhāng Xiù จางซิ่ว เตียวสิ้ว
郭嘉 Guō Jiā กัวเจีย กุยแก
主簿 zhǔbù จู่ปู้ ตำแหน่งเสมียนใหญ่ประจำทัพ ฉบับไทยเรียก "จูเภาที่ปรึกษา"
王垕 Wáng Hòu หวังโฮ่ว อองเฮา (คนคุมเสบียงในนิยาย)
陈寿 Chén Shòu เฉินโซ่ว ผู้เรียบเรียง《三国志》 (ไม่ปรากฏในฉบับไทย)
裴松之 Péi Sōngzhī เผยซงจือ ผู้ทำอรรถาธิบาย《三国志》 (ไม่ปรากฏในฉบับไทย)
刘义庆 Liú Yìqìng หลิวอี้ชิ่ง ผู้เรียบเรียง《世说新语》 (ไม่ปรากฏในฉบับไทย)
马谡 Mǎ Sù หม่าซู่ ม้าเจ๊ก
诸葛亮 Zhūgě Liàng จูเก่อเลี่ยง ขงเบ้ง
梅 méi เหมย ลูกบ๊วย ฉบับไทยแปลเป็น "มะเฟือง"
麦 mài ม่าย ข้าวสาลี ฉบับไทยเรียก "เข้าโภชน์สาลี"
曹瞒传 Cáo Mán zhuàn เฉาหมานจ้วน หนังสือชีวประวัติโจโฉที่ชาวแคว้นง่อก๊กเขียน
世说新语 Shìshuō xīnyǔ ซื่อซัวซินอวี่ หนังสือรวมเกร็ดบุคคลสมัยราชวงศ์ซ่งใต้ (南朝宋)

1. สองกลของโจโฉในนิยาย ศึกเดียวกันกับเตียวสิ้ว

นิยายสามก๊กเล่าสองเรื่องนี้ห่างกันสี่ตอน แต่ผูกไว้กับศึกเดียวกัน คือการยกทัพไปตีเตียวสิ้ว (张绣 จางซิ่ว)

ตัดผมแทนหัว อยู่ในตอนที่ 17 (第十七回) นิยายระบุเวลาชัดเจนว่า 「时建安三年夏四月也」 "เวลานั้นคือเดือนสี่ ฤดูร้อน ปีเจี้ยนอันที่ 3" (ค.ศ. 198) ทัพเดินผ่านนาข้าวสาลีที่กำลังสุก ชาวบ้านทิ้งนาหนีไปหมด โจโฉประกาศว่าผู้ใดเหยียบข้าวจะถูกตัดหัว ทหารม้าทั้งหลายจึงลงจากม้า ใช้มือแหวกต้นข้าวเดินผ่านไป แต่นกเขาตัวหนึ่งบินขึ้นจากนา ม้าของโจโฉตกใจวิ่งเข้าไปเหยียบข้าวเสียหายไปแปลงใหญ่ โจโฉเรียกเสมียนใหญ่ประจำทัพ (主簿) มาให้ตัดสินโทษตัวเอง

「吾自制法,吾自犯之,何以服众?」

"เราตั้งกฎเอง แล้วเราทำผิดเอง จะให้คนทั้งหลายยอมรับได้อย่างไร"

โจโฉชักกระบี่จะเชือดคอตัวเอง คนทั้งหลายเข้าห้าม กุยแก (郭嘉 กัวเจีย) ยกหลักในคัมภีร์ชุนชิวว่ากฎหมายไม่ลงโทษผู้สูงศักดิ์ โจโฉนิ่งคิดอยู่นาน แล้ว

「乃以剑割自己之发,掷于地曰:『割发权代首。』」

"จึงเอากระบี่ตัดผมของตัวเอง โยนลงพื้นแล้วว่า ตัดผมแทนหัวไปก่อน"

แล้วให้คนถือผมไปแสดงให้ทั้งกองทัพเห็น นิยายปิดฉากด้วยกลอนที่บอกท่าทีของผู้แต่งตรง ๆ ว่า 「拔刀割发权为首,方见曹瞒诈术深」 "ชักดาบตัดผมแทนหัว จึงเห็นว่าเล่ห์ของโจโฉนั้นลึกนัก"

มองบ๊วยแก้กระหาย อยู่ในตอนที่ 21 (第二十一回) ฉากดังที่โจโฉชวนเล่าปี่ (刘备 หลิวเป้ย) มาดื่มสุราในฉากต้มสุราคุยเรื่องวีรบุรุษ โจโฉเห็นลูกบ๊วยเขียวบนกิ่งแล้วเล่าย้อนว่า

「适见枝头梅子青青,忽感去年征张绣时,道上缺水,将士皆渴。吾心生一计,以鞭虚指曰:『前面有梅林。』军士闻之,口皆生唾,由是不渴。」

"เมื่อครู่เห็นลูกบ๊วยเขียวบนกิ่ง นึกขึ้นได้ว่าปีก่อนตอนไปตีเตียวสิ้ว ระหว่างทางขาดน้ำ ทหารกระหายกันทั้งทัพ เราคิดกลขึ้นได้ ชี้แส้ไปข้างหน้าแล้วบอกว่า ข้างหน้ามีป่าบ๊วย ทหารได้ยินก็น้ำลายไหล จึงหายกระหาย"

ภาพพิมพ์แกะไม้ขาวดำสองหน้า หน้าขวาเป็นชายสองคนนั่งดื่มสุราที่โต๊ะในศาลา มีจานผลไม้วางอยู่ มีป้ายอักษรจีน 青梅煮酒论英雄 หน้าซ้ายเป็นขุนพลสองคนยืนอยู่หน้าประตู มีมังกรในเมฆบนท้องฟ้า
ภาพพิมพ์แกะไม้ฉาก 「青梅煮酒论英雄」 ที่โจโฉเล่าเรื่องมองบ๊วยแก้กระหายให้เล่าปี่ฟัง จากนิยายสามก๊กฉบับพิมพ์ของโจวเย่ว์เจี้ยว (周曰校) ปีว่านลี่ที่ 19 (ค.ศ. 1591) สมัยราชวงศ์หมิง เป็นภาพตามนิยาย ไม่ใช่ภาพเหตุการณ์จริง · ภาพ: 周曰校 / Wikimedia Commons (สาธารณสมบัติ)

2. ฉบับไทย: บ๊วยกลายเป็นมะเฟือง

คนไทยที่โตมากับสามก๊กฉบับเจ้าพระยาพระคลัง (หน) อาจไม่เคยได้ยินเรื่อง "มองบ๊วย" ในฉบับนั้นเลย เพราะตอนที่ ๑๙ ของฉบับไทย แปลลูกบ๊วยเป็นมะเฟือง

"โจโฉนั่งพูดอยู่กับเล่าปี่แลเห็นต้นมะเฟือง โจโฉจึงชี้ให้เล่าปี่ดูแล้วว่า เมื่อครั้งเราไปรบกับเตียวสิ้ว ทหารทั้งปวงอยากน้ำนัก เราจึงคิดกลอุบายลวงว่า ให้อุตส่าห์เดิรไปอีกหน่อยหนึ่งเถิด จะพบดงมะเฟืองมีผลสุกเปนอันมาก ทหารทั้งปวงได้ยินออกชื่อของเปรี้ยว ก็ให้บังเกิดเขฬะมีมาทุกคน ซึ่งหยากน้ำนั้นก็ค่อยคลายลง"

ฉากดื่มสุราในฉบับไทยก็ใช้มะเฟืองต่อไปอีก โจโฉ "ชวนกินโต๊ะเสพย์สุรากับมะเฟือง" ทั้งที่ฉบับจีนเขียนว่าบนโต๊ะมี 「盘置青梅,一樽煮酒」 "จานใส่บ๊วยเขียว กับสุราอุ่นหนึ่งไห" ผู้แปลรุ่นรัชกาลที่ 1 คงเลือกผลไม้เปรี้ยวที่คนไทยสมัยนั้นนึกภาพออก คำอธิบายในฉบับไทยว่าทหาร "ได้ยินออกชื่อของเปรี้ยว" ก็จับใจความของกลนี้ได้ตรง กลไม่ได้อยู่ที่ชนิดของผลไม้ แต่อยู่ที่ "ของเปรี้ยว"

ฉากตัดผมในตอนที่ ๑๖ ของฉบับไทยเล่าครบตามฉบับจีน ข้าวสาลีในฉบับไทยเรียกว่า "เข้าโภชน์สาลี" นกที่บินขึ้นทำให้ม้าตื่น "เหยียบต้นเข้าโภชน์สาลีหักเสียเปนอันมาก" ผู้ที่โจโฉถามโทษคือ "จูเภาที่ปรึกษา" ซึ่งตรงกับตำแหน่ง 主簿 ในฉบับจีน และคนที่ยุดกระบี่ไว้คือกุยแก ประโยคที่น่าสนใจที่สุดคือฉบับไทยบอกเจตนาของโจโฉไว้ตั้งแต่ต้นว่า "โจโฉจึงคิดอุบายหวังจะให้คนทั้งปวงนับถือว่าเปนสัตย์ธรรม" แล้วจบว่า

"แล้วโจโฉจึงเอากระบี่ตัดผมที่สีสะส่งให้ทหารเอาไปร้องประกาศทุกหน้าบ้านว่า มหาอุปราชกระทำผิดแล้ว มิได้คิดแก่ชีวิตจะฆ่าตัวเสีย นายทัพนายกองทั้งปวงห้ามไว้ มหาอุปราชจึงตัดผมออกแทนสีสะ"

3. ตัดผมแทนหัว: บันทึกใน《曹瞒传》

เรื่องนี้ไม่ได้อยู่ในตัวบทของ《三国志》ที่เฉินโซ่ว (陈寿) เขียน แต่อยู่ในอรรถาธิบายของเผยซงจือ (裴松之) ท้ายชีวประวัติโจโฉ ซึ่งยกข้อความยาวจากหนังสือชื่อ《曹瞒传》มาไว้ หนังสือเล่มนี้เผยซงจือเองระบุว่า 「吴人作《曹瞒传》」 คือชาวแคว้นง่อก๊กเป็นผู้เขียน ต้นฉบับสูญไปแล้ว เหลือแต่ข้อความที่หนังสือรุ่นหลังยกไว้

「尝出军,行经麦中,令『士卒无败麦,犯者死』。」

"ครั้งหนึ่งยกทัพผ่านนาข้าวสาลี สั่งว่า ทหารผู้ใดทำข้าวเสียหาย ต้องตาย"

ทหารม้าทั้งหลายลงจากม้าเดินแหวกข้าวไป แต่ม้าของโจโฉวิ่งเข้าไปในนา 「敕主簿议罪;主簿对以春秋之义,罚不加于尊」 "โจโฉสั่งเสมียนใหญ่ให้พิจารณาโทษ เสมียนใหญ่ตอบด้วยหลักแห่งคัมภีร์ชุนชิวว่า โทษไม่ลงถึงผู้สูงศักดิ์"

「制法而自犯之,何以帅下?然孤为军帅,不可自杀,请自刑。」因援剑割发以置地。

"ตั้งกฎแล้วตัวเองทำผิด จะนำคนข้างล่างได้อย่างไร แต่ข้าเป็นแม่ทัพ จะฆ่าตัวเองก็ไม่ได้ ขอลงโทษตัวเองเถิด แล้วจึงชักกระบี่ตัดผมวางลงบนพื้น"

เทียบกับนิยายแล้ว แก่นเรื่องตรงกันเกือบทุกจุด ต่างกันตรงที่《曹瞒传》ไม่ได้บอกว่าเกิดเมื่อไร ที่ไหน ใช้คำว่า 「尝」 แปลว่า "ครั้งหนึ่ง" เท่านั้น ไม่มีนกบินขึ้น ไม่มีการชักกระบี่จะเชือดคอ คนที่ยกหลักคัมภีร์ชุนชิวคือเสมียนใหญ่ ไม่ใช่กุยแก และไม่มีคำว่า 「割发权代首」 ซึ่งเป็นถ้อยคำของนิยาย

ที่สำคัญกว่านั้นคือ《曹瞒传》ไม่ได้เล่าเรื่องนี้เพื่อชม ข้อความต่อจากนั้นคือเรื่องนางสนมคนโปรดที่โจโฉตีจนตายเพราะไม่ปลุกเขาตามสั่ง และเรื่องคนคุมเสบียงที่โจโฉสั่งให้แจกข้าวด้วยถังเล็ก แล้วเมื่อทหารบ่นก็ตัดหัวคนนั้นไปปลอบทหาร 「特当借君死以厌众」 "ต้องขอยืมความตายของท่านมาระงับใจคนทั้งหลาย" (ในนิยาย คนคุมเสบียงคนนี้ชื่ออองเฮา) จากนั้นจึงสรุปว่า 「其酷虐变诈,皆此之类也」 "ความโหดร้ายและเล่ห์กลของเขา ล้วนเป็นแบบนี้ทั้งสิ้น" ผู้เขียนชาวง่อก๊กจัดเรื่องตัดผมไว้ในหมวดเดียวกับการฆ่าคน คือเป็นตัวอย่างของเล่ห์กล ไม่ใช่ความซื่อตรง

4. ทำไมตัดผมจึงนับเป็นการลงโทษ

คนอ่านสมัยนี้อาจสงสัยว่าตัดผมแค่กำเดียวจะแทนหัวได้อย่างไร คำตอบอยู่ที่ความหมายของผมในสังคมจีนโบราณ

《孝经》 คัมภีร์ว่าด้วยความกตัญญู เปิดบทแรกด้วยประโยคที่คนจีนท่องกันมาสองพันปี

「身体发肤,受之父母,不敢毁伤,孝之始也」

"ร่างกาย ผม และผิวหนัง ได้รับมาจากพ่อแม่ ไม่กล้าทำให้เสียหาย นี่คือจุดเริ่มของความกตัญญู"

คนจีนโบราณจึงให้ความสำคัญกับผมมาก ไม่ตัดผมถ้าไม่จำเป็น และการถูกโกนผมเป็นบทลงโทษที่มีชื่อเรียกว่า 髡刑 (คุนสิง) เป็นโทษที่มุ่งให้อับอาย ตัวอย่างที่ใกล้ตัวที่สุดของผู้อ่านสามก๊กคือบิดาของเฉินโซ่วเอง 《晋书·陈寿传》บันทึกว่า

「寿父为马谡参军,谡为诸葛亮所诛,寿父亦坐被髡」

"บิดาของเฉินโซ่วเป็นที่ปรึกษาในกองทัพของม้าเจ๊ก เมื่อขงเบ้งประหารม้าเจ๊ก บิดาของเฉินโซ่วก็ต้องโทษถูกโกนผมด้วย"

ในบริบทนี้ คำพูดของโจโฉใน《曹瞒传》ว่า 「请自刑」 "ขอลงโทษตัวเอง" จึงมีความหมายจริง การตัดผมเป็นโทษชนิดหนึ่งในระบบกฎหมาย ไม่ใช่ท่าทางลอย ๆ แต่ก็เป็นโทษที่เบากว่าความตายอยู่มาก คนจึงมองได้ทั้งสองทาง ทางหนึ่งคือผู้นำที่ยอมรับโทษตามกฎของตัวเอง อีกทางคือละครที่ทำให้ทหารกลัวกฎมากขึ้นโดยตัวเองไม่ต้องเสียอะไรมาก

5. มองบ๊วยแก้กระหาย: บันทึกใน《世说新语》

เรื่องมองบ๊วยแก้กระหายไม่มีใน《三国志》และไม่มีในอรรถาธิบายของเผยซงจือ บันทึกที่เก่าที่สุดอยู่ใน《世说新语》หมวดกลลวง (假谲)

「魏武行役,失汲道,军皆渴,乃令曰:『前有大梅林,饶子,甘酸,可以解渴。』士卒闻之,口皆出水,乘此得及前源。」

"จักรพรรดิอู่แห่งวุยก๊ก (โจโฉ) เดินทัพ หลงทางที่จะไปหาน้ำ ทหารกระหายกันทั้งทัพ จึงประกาศว่า ข้างหน้ามีป่าบ๊วยใหญ่ ลูกดก รสหวานอมเปรี้ยว แก้กระหายได้ ทหารได้ยินก็น้ำลายไหล อาศัยแรงนั้นเดินไปจนถึงแหล่งน้ำข้างหน้า"

《世说新语》เป็นหนังสือรวมเกร็ดที่หลิวอี้ชิ่ง (刘义庆) แห่งราชวงศ์ซ่งใต้ให้คนในสังกัดเรียบเรียง ราวสองร้อยปีหลังโจโฉตาย เรื่องนี้เป็นเกร็ดโจโฉเรื่องที่สองของหมวดกลลวง ถัดไปไม่กี่บรรทัดคือเรื่องที่โจโฉแกล้งหลับแล้วฆ่าคน ซึ่งผมเล่าไว้ในบทเรื่องโจโฉฆ่าคนในฝัน

เทียบต้นฉบับกับนิยายอีกครั้ง《世说新语》ไม่ได้บอกว่าเกิดในศึกไหน ไม่มีเตียวสิ้ว ไม่มีการชี้แส้ และไม่ได้เล่าผ่านปากโจโฉ แต่มีรายละเอียดหนึ่งที่นิยายตัดทิ้ง คือตอนจบ 「乘此得及前源」 ทหารเดินไปถึงแหล่งน้ำจริงได้ กลนี้จึงไม่ได้ทำให้หายกระหาย มันแค่ซื้อเวลาให้ทัพเดินต่อไปจนถึงน้ำ ส่วนนิยายจบว่า 「由是不渴」 "จึงหายกระหาย" ซึ่งฟังเหมือนเวทมนตร์มากกว่า

ภายหลัง เรื่องนี้กลายเป็นสำนวน 望梅止渴 (ว่างเหมยจื่อเข่อ) ซึ่งปัจจุบันมักใช้กับการปลอบใจตัวเองด้วยสิ่งที่ยังไม่มีอยู่จริง ซึ่งความหมายนั้นห่างจากเรื่องเดิมไปพอสมควร ในเรื่องเดิม กลของโจโฉได้ผลจริง เพราะพาทหารไปถึงน้ำได้

6. ฟังเหมือนแต่ง แต่มีบันทึก: เชื่อได้แค่ไหน

สองเรื่องนี้ต่างจากหลายฉากในซีรีส์นี้ที่นิยายแต่งขึ้นใหม่ทั้งฉาก อย่างสามพี่น้องรบลิโป้ ทั้งสองเรื่องมีบันทึกเก่าที่ระบุชื่อหนังสือได้ และนิยายรักษาแก่นเรื่องไว้ครบ แต่ระดับของหลักฐานต่างกัน

ตัดผมแทนหัว หลักฐานแข็งกว่า《曹瞒传》เขียนโดยชาวแคว้นง่อก๊กในยุคสามก๊กเอง ไม่ห่างจากเหตุการณ์นัก และเผยซงจือเลือกยกมาไว้ใต้ชีวประวัติโจโฉ จุดอ่อนคือผู้เขียนเป็นฝ่ายศัตรูและตั้งใจประณาม แต่ข้อนี้กลับทำให้เรื่องน่าเชื่อขึ้นในแง่หนึ่ง เพราะผู้เขียนไม่ได้แต่งเรื่องเพื่อชมโจโฉ เขาเล่าเรื่องที่คนรู้กันอยู่ แล้วตีความไปในทางร้าย

มองบ๊วยแก้กระหาย หลักฐานอ่อนกว่า บันทึกเก่าที่สุดเขียนหลังเหตุการณ์ราวสองร้อยปี ในหนังสือรวมเกร็ดที่ไม่ได้บอกที่มา และอยู่ในหมวดเดียวกับเกร็ดที่ผู้ทำอรรถาธิบายของหนังสือเองยังค้านว่าไม่น่าเป็นไปได้ อย่างไรก็ดี ตัวเรื่องไม่มีอะไรขัดกับความเป็นจริง ทัพหลงทางหาน้ำไม่เจอเป็นเรื่องปกติ และการนึกถึงของเปรี้ยวทำให้น้ำลายไหลจริง

ส่วนที่นิยายเติมเข้าไปทั้งสองเรื่องเหมือนกัน คือการผูกเข้ากับศึกเตียวสิ้วปี ค.ศ. 198 บันทึกเดิมไม่มีวันเวลาเลย นิยายต้องการวางเกร็ดลอย ๆ ให้มีที่อยู่ในเส้นเรื่อง และใช้ทั้งสองเรื่องเป็นหลักฐานของ "เล่ห์ของโจโฉ" ตามกลอนที่ปิดตอนที่ 17 ทั้งที่เรื่องมองบ๊วยเป็นกลที่ช่วยชีวิตทหารมากกว่าหลอกใช้

คำถามที่พบบ่อย

โจโฉตัดผมแทนหัวจริงไหม?

มีบันทึก เรื่องนี้อยู่ใน《曹瞒传》 หนังสือที่ชาวแคว้นง่อก๊กเขียนในสมัยสามก๊ก เผยซงจือยกไว้ในอรรถาธิบายใต้ชีวประวัติโจโฉใน《三国志》 บันทึกว่าโจโฉ 「援剑割发以置地」 คือชักกระบี่ตัดผมวางลงบนพื้น แต่ไม่อยู่ในตัวบทที่เฉินโซ่วเขียน และไม่ได้บอกว่าเกิดเมื่อไรที่ไหน

เรื่องมองบ๊วยแก้กระหายมาจากไหน?

บันทึกที่เก่าที่สุดอยู่ใน《世说新语》หมวดกลลวง ที่หลิวอี้ชิ่งแห่งราชวงศ์ซ่งใต้ให้คนเรียบเรียงราวสองร้อยปีหลังโจโฉตาย ไม่มีใน《三国志》 นิยายสามก๊กตอนที่ 21 ให้โจโฉเล่าเรื่องนี้ให้เล่าปี่ฟัง และผูกไว้กับศึกเตียวสิ้ว

ทำไมสามก๊กฉบับไทยเป็นมะเฟือง ไม่ใช่บ๊วย?

ฉบับเจ้าพระยาพระคลัง (หน) ตอนที่ ๑๙ แปลลูกบ๊วย (梅) เป็นมะเฟือง ทั้งในเรื่องที่โจโฉหลอกทหารและในฉากดื่มสุรากับเล่าปี่ ฉบับไทยอธิบายว่าทหาร "ได้ยินออกชื่อของเปรี้ยว" จึงน้ำลายไหล ซึ่งจับใจความของกลได้ตรง เพราะกลอยู่ที่ของเปรี้ยว ไม่ใช่ชนิดของผลไม้

การตัดผมสมัยฮั่นเป็นการลงโทษจริงหรือ?

จริง《孝经》สอนว่าร่างกายและผมได้รับมาจากพ่อแม่ ห้ามทำให้เสียหาย และมีโทษโกนผมที่เรียกว่า 髡刑 ซึ่งเป็นโทษให้อับอาย《晋书》บันทึกว่าบิดาของเฉินโซ่วผู้เขียน《三国志》เองก็เคยต้องโทษนี้หลังม้าเจ๊กถูกประหาร

สองเรื่องนี้เกิดในศึกกับเตียวสิ้วจริงไหม?

ไม่มีบันทึกยืนยัน《曹瞒传》เขียนเพียงว่า "ครั้งหนึ่งยกทัพ" และ《世说新语》เขียนเพียงว่า "เดินทัพ" ไม่ระบุศึก นิยายเป็นผู้ผูกทั้งสองเรื่องเข้ากับศึกเตียวสิ้วในปี ค.ศ. 198

สรุป

มองบ๊วยแก้กระหายกับตัดผมแทนหัวฟังดูเหมือนนิทานที่นักเล่าเรื่องแต่งขึ้น แต่ทั้งสองเรื่องมีบันทึกเก่าจริง เรื่องตัดผมอยู่ใน《曹瞒传》 หนังสือของฝ่ายศัตรูที่เผยซงจือยกไว้ใต้ชีวประวัติโจโฉ และเล่าเรื่องนี้ในฐานะเล่ห์กล ไม่ใช่ความซื่อตรง เรื่องมองบ๊วยอยู่ใน《世说新语》ซึ่งเขียนหลังจากนั้นราวสองร้อยปี หลักฐานจึงอ่อนกว่า นิยายรักษาแก่นของทั้งสองเรื่องไว้ เติมวันเวลาให้เป็นศึกเตียวสิ้ว เติมนกที่ทำให้ม้าตื่น และให้กุยแกเป็นผู้ทัดทาน ส่วนฉบับไทยเปลี่ยนบ๊วยเป็นมะเฟือง แต่ยังรักษาหัวใจของกลไว้ว่าอยู่ที่ "ของเปรี้ยว"

แหล่งข้อมูล

ถอดหน้ากากสามก๊ก ฉบับ MingPaPa (黄炳明 - หวงปิ่งหมิง)

เรื่องที่ 29 จาก 30 เรื่อง

ชุดบทความที่วางฉากดังในนิยายสามก๊กเทียบกับพงศาวดาร《三国志》ทีละฉาก เขียนโดยMingPaPa ชื่อจีน หวงปิ่งหมิง - 黄炳明

ดูทั้งหมวด →
ดูรายชื่อเรื่องทั้งชุด

เกี่ยวกับผู้เขียน

ธนินพงษ์ ศุภพิทักษ์พงษ์ (MingPaPa)
黄炳明 - MingPaPa

เขียนโดย

ชื่อจีน หวงปิ่งหมิง - 黄炳明

นักธุรกิจโรงพิมพ์ ครูศิลปะการต่อสู้ และผู้ถ่ายทอดวัฒนธรรมจีน ศาสนา และความเชื่อ

ประสบการณ์ที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้: ก่อนอายุ 18 ปี ผู้เขียนอ่านสามก๊กฉบับเจ้าพระยาพระคลัง (หน) และสามก๊กฉบับวณิพกของยาขอบรวม 10 รอบ ไม่นับหนังสือวิเคราะห์กลยุทธ์และอรรถาธิบายสามก๊กอีกหลายสิบเล่ม บทนี้วางสองฉากของโจโฉ คือตัดผมแทนหัวในนิยายตอนที่ 17 และมองบ๊วยแก้กระหายในตอนที่ 21 เทียบกับต้นฉบับใน《曹瞒传》ที่เผยซงจือยกไว้ใต้《三国志》และใน《世说新语》 พร้อมฉบับไทยที่แปลบ๊วยเป็นมะเฟือง

ประวัติการแก้ไข

  • — เผยแพร่ครั้งแรก

พบข้อมูลคลาดเคลื่อน แจ้งได้ที่หน้าติดต่อ และอ่านวิธีตรวจสอบกับแก้ไขข้อผิดพลาดได้ที่นโยบายบรรณาธิการ

บทความที่เกี่ยวข้อง

ดูบทความทั้งหมดในหมวดถอดหน้ากากสามก๊ก ฉบับ MingPaPa (黄炳明 - หวงปิ่งหมิง)