ในนิยาย: เตียนอุย (典韦 เตี่ยนเหวย) เมาหลับเพราะเตียวสิ้ว (张绣 จางซิ่ว) เลี้ยงสุรา เฮาเฉียลอบขโมยทวนคู่ไป พอเตียวสิ้วปล้นค่ายกลางดึก เตียนอุยไม่มีเกราะไม่มีอาวุธ ต้องคว้าดาบทหารเลว แล้วจับศพมาฟาดแทนอาวุธ จนถูกเกาทัณฑ์และทวนรุมตาย ยืนพิงประตูค่ายจนสิ้นใจ โจโฉ (曹操 เฉาเชา) จึงหนีออกทางหลังค่ายได้
ในพงศาวดาร: เตียนอุยตายเฝ้าประตูค่ายที่เมืองอ้วนเสีย (宛 หว่าน) จริง ชีวประวัติใน《三国志》บันทึกว่าเขารบอยู่ที่ประตูจนข้าศึกเข้าไม่ได้ ถูกฟันแทงหลายสิบแผล แล้ว 「瞋目大骂而死」 ลืมตาโพลงด่าข้าศึกจนตาย ศึกเดียวกันนี้โจโฉเสียโจงั่ง (曹昂 เฉาอ๋าง) ลูกชายคนโต กับโจอั๋นบิ๋น (曹安民 เฉาอันหมิน) หลานชาย และ《魏略》บันทึกว่าภรรยาเอกของโจโฉร้องไห้ไม่หยุดจนถูกส่งกลับบ้าน แล้วไม่ยอมกลับมาอีกเลย
ถอดหน้ากากสามก๊ก ฉบับ MingPaPa (黄炳明 - หวงปิ่งหมิง): ผมกับสามก๊ก
ผม MingPaPa ชื่อจีน หวงปิ่งหมิง - 黄炳明 ชื่อไทย ธนินพงษ์ ศุภพิทักษ์พงษ์ คนไทยเชื้อสายจีนที่รักและผูกพันกับเรื่องราวของจีนมาตั้งแต่เด็กครับ
ตอนเล็ก ๆ ผมได้ยินพ่อกับผู้ใหญ่ในบ้านคุยกันว่า "ใครอ่านสามก๊กครบสามจบ คบไม่ได้" ทั้งที่พ่อผมเองก็อ่านมาหลายจบ พี่ชายผมก็อ่านหลายจบ ส่วนผม ก่อนอายุ 18 ปี อ่านเฉพาะสองฉบับ คือสามก๊กฉบับเจ้าพระยาพระคลัง (หน) กับสามก๊กฉบับวณิพกของยาขอบ รวมกันไปแล้ว 10 รอบ ยังไม่นับหนังสือวิเคราะห์กลยุทธ์และหนังสืออรรถาธิบายสามก๊กอีกหลายสิบเล่ม ยิ่งอ่านก็ยิ่งรัก และยิ่งเข้าใจว่าทำไมผู้ใหญ่ถึงพูดอย่างนั้น
อ่านสามก๊กครบสามจบ คบไม่ได้ เพราะอะไร
ถ้ามองให้ลึก คำนี้ไม่ได้อยู่ที่จำนวนรอบที่อ่าน แต่อยู่ที่ "สันดานเดิมของคนอ่าน" ซึ่งเป็นตัวตั้งต้นครับ สามก๊กคือภาพสะท้อนมนุษย์จริง ๆ ไม่มีใครขาวสะอาดหรือสมบูรณ์แบบ มีทั้งคนดีแต่ซื่อจนโง่ คนเจ้าเล่ห์ที่เลวแต่รวย และคนเก่งที่หยิ่งยโส ในโลกความจริงคนเห็นแก่ตัวก็มีมากกว่าคนดีอยู่แล้ว คนอ่านมีจริตแบบไหน ลึก ๆ ชอบตัวละครแบบใด ก็จะหยิบแง่มุมนั้นมาใช้กับตัวเอง คำว่า "คบไม่ได้" จึงแยกได้เป็นสองมุม
- คบไม่ได้เพราะเลียนแบบความร้าย คนที่มีเชื้อความเห็นแก่ตัวหรือชอบเอาเปรียบคนอยู่แล้ว พออ่านจนเจนจัด ก็ซึมซับความปลิ้นปล้อน กลอุบายสกปรก และการมองคนอื่นเป็นเบี้ยมาใช้ในชีวิตจริง คนกลุ่มนี้ "คบไม่ได้" ในความหมายตรงตัว เพราะพร้อมหักหลังและทำลายมิตรภาพเพื่อประโยชน์ของตัวเอง
- คบไม่ได้เพราะ "คบยาก" เกินไป คนกลุ่มนี้อ่านเพื่อเข้าใจจิตวิทยามนุษย์ วิธีเอาตัวรอด และเกมอำนาจที่ซ่อนอยู่ จนกลายเป็นคนคมกริบที่รู้เท่าทันคนจนไม่มีใครตบตาได้ คนทั่วไปจึงเข้าไม่ถึงหรือระแวงว่าจะถูกเอาเปรียบ ส่วนคนเก่งด้วยกันก็อยู่ด้วยลำบาก เพราะต่างฝ่ายต่างรู้ทันกัน ต้องตั้งการ์ดระวังตัวอยู่ตลอดเวลา
ถอดหน้ากากสามก๊ก ฉบับ MingPaPa (黄炳明 - หวงปิ่งหมิง) คือการอ่านสามก๊กอีกรอบด้วยสายตาของคนที่โตมากับนิยาย ผมหยิบฉากที่คนไทยจำได้ขึ้นใจมาวางเทียบกับพงศาวดาร《三国志》 (ซานกั๋วจื้อ — จดหมายเหตุสามก๊ก) ทีละประโยค ว่าตรงไหนเป็นประวัติศาสตร์ ตรงไหนเป็นฝีมือนักเล่านิทานและนักประพันธ์รุ่นหลัง ทุกบทยกต้นฉบับภาษาจีนพร้อมคำแปล และบอกว่าข้อความนั้นอยู่ในบทไหน ผู้อ่านจะได้ตรวจเองได้ครับ
ชื่อบุคคลและสถานที่ในบทความนี้
ชื่อในสามก๊กฉบับไทยตามฉบับเจ้าพระยาพระคลัง (หน) อ่านตามสำเนียงฮกเกี้ยน ซึ่งต่างจากชื่อที่ใช้กันในระดับสากล บทความนี้จึงกำกับชื่อเฉพาะด้วยอักษรจีนตัวย่อและคำอ่านแบบจีนกลางเมื่อปรากฏครั้งแรก เช่น เตียนอุย (典韦 เตี่ยนเหวย) ส่วนเลข "ตอนที่" ของนิยายในบทความนี้เป็นเลขตอน (回) ของนิยายฉบับภาษาจีน ซึ่งฉบับเจ้าพระยาพระคลังแบ่งตอนไม่ตรงกัน ฉากในบทความนี้อยู่ในตอนที่ ๑๕ ของฉบับไทย
| อักษรจีน (ตัวย่อ) | พินอิน | อ่านแบบจีนกลาง | ชื่อในสามก๊กฉบับไทย / หมายเหตุ |
|---|---|---|---|
| 典韦 | Diǎn Wéi | เตี่ยนเหวย | เตียนอุย |
| 曹操 | Cáo Cāo | เฉาเชา | โจโฉ |
| 张绣 | Zhāng Xiù | จางซิ่ว | เตียวสิ้ว |
| 张济 | Zhāng Jì | จางจี้ | เตียวเจ้ (อาของเตียวสิ้ว) |
| 邹氏 | Zōu shì | โจวซื่อ | นางเจ๋าซือ (ชื่อนี้มาจากนิยาย พงศาวดารเรียกเพียงว่าภรรยาของเตียวเจ้) |
| 贾诩 | Jiǎ Xǔ | เจี่ยสฺวี่ | กาเซี่ยง |
| 胡车儿 | Hú Chē'ér | หูเชอเอ๋อร์ | เฮาเฉีย |
| 曹昂 | Cáo Áng | เฉาอ๋าง | โจงั่ง (บุตรชายคนโตของโจโฉ) |
| 曹安民 | Cáo Ānmín | เฉาอันหมิน | โจอั๋นบิ๋น |
| 于禁 | Yú Jìn | อวี๋จิ้น | อิกิ๋ม |
| 典满 | Diǎn Mǎn | เตี่ยนหม่าน | เตียนมวน (บุตรเตียนอุย) |
| 丁夫人 | Dīng fūrén | ติงฟูเหริน | ไม่ปรากฏในฉบับไทย (ภรรยาเอกคนแรกของโจโฉ) |
| 宛 | Wǎn | หว่าน | เมืองอ้วนเสีย (สะกดตามตอนหลัง ๆ ของฉบับไทย เช่นตอนที่ ๓๖ ส่วนตอนที่ ๑๕ สะกดว่าอ้วนเซีย) |
| 淯水 | Yù shuǐ | ยฺวี่สุ่ย | แม่น้ำหยกซุย |
| 舞阴 | Wǔyīn | อู่อิน | ไม่ปรากฏในฉบับไทย |
| 穰 | Ráng | หราง | ไม่ปรากฏในฉบับไทย |
| 濮阳 | Púyáng | ผูหยาง | เมืองปักเอี้ยง |
| 襄邑 | Xiāngyì | เซียงอี้ | ไม่ปรากฏในฉบับไทย (บ้านเกิดที่ฝังศพเตียนอุย) |
1. ฉากในนิยาย: เมา ถูกขโมยทวน แล้วยืนตายพิงประตู
ตอนที่ 16 (第十六回) ของนิยายฉบับจีน ชื่อตอนว่า 「吕奉先射戟辕门 曹孟德败师淯水」 ครึ่งแรกเป็นเรื่องลิโป้ยิงทวนห้ามศึก ครึ่งหลังเป็นเรื่องโจโฉแตกทัพที่แม่น้ำหยกซุย ฉบับไทยเล่าครึ่งหลังนี้ไว้ในตอนที่ ๑๕
เรื่องเริ่มเมื่อโจโฉยกทัพไปตีเตียวสิ้ว (张绣 จางซิ่ว) เจ้าเมืองอ้วนเสีย (宛 หว่าน) กาเซี่ยง (贾诩 เจี่ยสฺวี่) ที่ปรึกษาของเตียวสิ้วเห็นว่าสู้ไม่ได้ จึงพาเตียวสิ้วออกมาอ่อนน้อม โจโฉเข้าไปอยู่ในเมือง คืนหนึ่งเมาสุรา ถามคนสนิทว่าในเมืองมีหญิงงามบ้างไหม โจอั๋นบิ๋น (曹安民 เฉาอันหมิน) หลานชายบอกว่าเห็นภรรยาม่ายของเตียวเจ้ (张济 จางจี้) อาของเตียวสิ้ว โจโฉให้ไปรับตัวนางเจ๋าซือมา แล้วพาออกไปอยู่ที่ค่ายนอกเมือง สั่งเตียนอุย (典韦 เตี่ยนเหวย) ให้เฝ้าประตูค่ายไม่ให้ใครเข้าออก
เตียวสิ้วแค้นนัก แต่กลัวเตียนอุยคนเดียว นายทหารชื่อเฮาเฉีย (胡车儿 หูเชอเอ๋อร์) อาสาว่า ขอให้เชิญเตียนอุยมากินเหล้าจนเมา แล้วตนจะปลอมตัวเข้าไปขโมยทวนสองเล่มของเตียนอุยมา ฉบับไทยเล่าต่อว่า
"เตียนอุยก็มาเสพย์สุราเมานัก ครั้นเวลาพลบค่ำเตียนอุยก็ลาเตียวสิ้วกลับไปด้วยกำลังเมา เตียนอุยก็นอนหลับอยู่ในทัพริมประตูค่าย เฮาเฉียจึงปลอมเข้าไปลักเอาทวนสองเล่มของเตียนอุยนั้นมาได้"
ตกดึกเกิดไฟไหม้รอบค่าย เสียงประทัดดังสี่ด้าน โจโฉเรียกหาเตียนอุย แต่เตียนอุย "ตกใจตื่นขึ้นมิทันใส่เกราะ คว้าหาทวนสำหรับมือก็มิได้พบ" จึงวิ่งไปฉวยดาบของทหารเลวมาฟันข้าศึกตายยี่สิบกว่าคน ฟันจนดาบหัก แล้ว
"จึงฉวยเอาศพข้างละมือป้องกันสู้รบ แล้วเอาศพนั้นฟาดถูกทหารเตียวสิ้วตายอีกเก้าคนสิบคน"
ข้าศึกถอยออกไปยิงเกาทัณฑ์ระดม ทหารอีกกองหนึ่งอ้อมมาแทงข้างหลัง
"จนเตียนอุยรากโลหิตออกมา แล้วซวนไปยืนพิงประตูค่ายอยู่จนสิ้นใจตาย แลทหารเตียวสิ้วซึ่งอยู่ข้างนอกนั้นมิทันรู้ว่าเตียนอุยตาย ต่างคนต่างกลัวฝีมือเตียนอุยก็มิได้เข้าไป"
ฉบับจีนเขียนฉากเดียวกันว่า 「韦犹死拒寨门」 "เตียนอุยยังยืนกั้นประตูค่ายไว้จนตาย" และ 「死了半晌,还无一人敢从前门而入者」 "ตายไปนานแล้ว ยังไม่มีใครกล้าเข้าทางประตูหน้าสักคน"
ฝ่ายโจโฉหนีออกหลังค่ายได้ ม้าถูกเกาทัณฑ์ โจอั๋นบิ๋นถูกยิงตกม้าตาย ถึงริมแม่น้ำหยกซุย ม้าของโจโฉถูกยิงเข้าตาล้มลง ฉบับไทยเล่าว่า "พอโจงั่งผู้บุตรโจโฉมาพบโจโฉเข้า จึงเอาม้านั้นให้บิดาขี่ไป พอทหารเตียวสิ้วยิงเกาทัณฑ์มาถูกโจงั่งตายอยู่กับริมฝั่ง"
ทั้งหมดนี้เป็นฉากที่คนอ่านสามก๊กจำได้ เตียนอุยตายเพราะเมาและถูกขโมยอาวุธ แต่ยังยืนตายเฝ้าประตูให้นายหนีรอด คำถามคือพงศาวดารเล่าเรื่องนี้อย่างไร
2. พงศาวดารบันทึกเตียนอุยไว้ว่าอย่างไร
เตียนอุยมีชีวประวัติของตัวเองใน《三国志·魏书》เล่มที่ 18 บันทึกว่าเขาเป็นคนเมืองจีอู๋ (己吾) แคว้นเฉินหลิว รูปร่างใหญ่ แรงเกินคน ครั้งโจโฉรบลิโป้ที่เมืองปักเอี้ยง (濮阳 ผูหยาง) เตียนอุยนำทหารอาสาตีทัพลิโป้จนถอยไป โจโฉจึงให้คุมทหารองครักษ์หลายร้อยคน เดินวนรอบกระโจมใหญ่ของโจโฉ
พงศาวดารบรรยายนิสัยเขาว่า 「性忠至谨重,常昼立侍终日,夜宿帐左右,稀归私寝」 "ซื่อสัตย์และสุขุมรอบคอบ กลางวันยืนเฝ้าทั้งวัน กลางคืนนอนข้างกระโจม นาน ๆ จึงกลับไปนอนที่ของตัวเอง" และ 「好酒食,饮啖兼人」 "ชอบกินชอบดื่ม กินดื่มได้เท่าคนสองคน" ส่วนอาวุธ
「韦好持大双戟与长刀等,军中为之语曰:『帐下壮士有典君,提一双戟八十斤。』」
"เตียนอุยชอบถือทวนคู่ขนาดใหญ่กับดาบยาว ในกองทัพจึงมีคำพูดกันว่า 'ใต้กระโจมมีชายกล้าแซ่เตียน ถือทวนคู่หนักแปดสิบชั่ง'"
ทวนคู่ในนิยายจึงมีที่มาจริง คำว่า 戟 ในที่นี้คืออาวุธด้ามยาวที่มีใบมีดแยกออกด้านข้าง ฉบับไทยแปลว่า "ทวน"
ที่เมืองอ้วนเสีย ต้นปี ค.ศ. 197 (ปีเจี้ยนอันที่ 2) โจโฉยกไปถึงเมือง เตียวสิ้วออกมาสวามิภักดิ์ โจโฉดีใจ จัดเลี้ยงเตียวสิ้วกับนายทหาร ชีวประวัติเตียนอุยเล่าภาพหนึ่งที่นิยายไม่ได้ใช้
「太祖行酒,韦持大斧立后,刃径尺,太祖所至之前,韦辄举斧目之。」
"โจโฉเดินรินเหล้า เตียนอุยถือขวานใหญ่ยืนอยู่ข้างหลัง ใบขวานกว้างหนึ่งฉื่อ (尺) โจโฉเดินไปถึงหน้าใคร เตียนอุยก็ยกขวานจ้องหน้าคนนั้น"
จนเลี้ยงเสร็จ เตียวสิ้วกับนายทหารไม่มีใครกล้าเงยหน้า สิบกว่าวันต่อมาเตียวสิ้วก็ก่อกบฏ บุกค่ายโจโฉ ส่วนที่เป็นหัวใจของเรื่องอยู่ตรงนี้
「韦战于门中,贼不得入。」
"เตียนอุยรบอยู่ที่ประตูค่าย ข้าศึกเข้าไม่ได้"
ข้าศึกจึงแยกไปเข้าทางประตูอื่น ตอนนั้นเตียนอุยเหลือทหารใต้บังคับสิบกว่าคน 「皆殊死战,无不一当十」 "ทุกคนรบสุดชีวิต ไม่มีใครที่ไม่ได้สู้หนึ่งต่อสิบ" ข้าศึกหนาขึ้นเรื่อย ๆ เตียนอุยใช้ทวนยาวฟาดซ้ายขวา 「一叉入,辄十余矛摧」 "แทงเข้าไปทีหนึ่ง หอกข้าศึกหักไปสิบกว่าเล่ม" จนคนรอบตัวตายหรือบาดเจ็บเกือบหมด
「韦被数十创,短兵接战,贼前搏之。韦双挟两贼击杀之,余贼不敢前。」
"เตียนอุยมีบาดแผลหลายสิบแห่ง ต้องรบกันด้วยอาวุธสั้น ข้าศึกเข้ามาปล้ำ เตียนอุยหนีบข้าศึกไว้ใต้รักแร้ข้างละคนแล้วฆ่าตาย ข้าศึกที่เหลือไม่กล้าเข้าใกล้"
「韦复前突贼,杀数人,创重发,瞋目大骂而死。」
"เตียนอุยยังบุกเข้าใส่ข้าศึกอีก ฆ่าได้อีกหลายคน แผลฉีกหนักขึ้น จึงลืมตาโพลง ด่าข้าศึกเสียงดังจนตาย"
ประโยคต่อมาคือที่มาของภาพ "ตายแล้วยังไม่มีใครกล้าเข้า"
「贼乃敢前,取其头,传观之,覆军就视其躯。」
"ข้าศึกจึงกล้าเข้ามา ตัดศีรษะไปส่งต่อกันดู ทั้งกองทัพแห่กันมาดูร่างของเขา"
สรุปได้ว่าแก่นของฉากเป็นความจริง เตียนอุยตายที่ประตูค่ายจริง ขวางข้าศึกไว้จริง และข้าศึกเกรงเขาจนเขาตายแล้วจึงกล้าเข้าใกล้จริง 《资治通鉴》เล่มที่ 62 ของซือหม่ากวงก็เล่าศึกนี้ตามชีวประวัติเดียวกัน ทั้งบาดแผลหลายสิบแห่ง การหนีบข้าศึกสองคน และการลืมตาด่าจนตาย
3. สิ่งที่นิยายเติมเข้าไป: เหล้า ทวนที่ถูกขโมย และศพเป็นอาวุธ
เทียบสองฉบับแล้ว นิยายเพิ่มรายละเอียดสามอย่างที่พงศาวดารไม่มี
อย่างแรก เตียนอุยไม่ได้เมา พงศาวดารบอกเพียงว่าเขาชอบกินดื่ม แต่ไม่มีบันทึกว่าคืนนั้นถูกเลี้ยงจนเมา และเหตุการณ์ในบันทึกเป็นการบุกค่ายที่โจโฉ 「出战不利,轻骑引去」 "ออกรบแล้วแพ้ จึงพาทหารม้าเบาถอยไป" เตียนอุยรบอยู่ที่ประตูในขณะที่นายถอย ไม่ใช่ตื่นมาจากเมาหลับ
อย่างที่สอง ทวนไม่ได้ถูกขโมย ในบันทึก เตียนอุยมีทวนยาวอยู่ในมือและใช้มันจนต้องเปลี่ยนไปรบด้วยอาวุธสั้น ส่วนเฮาเฉียมีตัวจริง แต่อยู่ในเรื่องด้วยเหตุผลอื่น อรรถาธิบายของเผยซงจือ (裴松之) ใต้ชีวประวัติเตียวสิ้วอ้าง《傅子》ว่า
「绣有所亲胡车儿,勇冠其军。太祖爱其骁健,手以金与之。绣闻而疑太祖欲因左右刺之,遂反。」
"เตียวสิ้วมีคนสนิทชื่อเฮาเฉีย กล้าหาญที่สุดในกองทัพ โจโฉชอบความเก่งกาจของเขา จึงเอาทองให้กับมือ เตียวสิ้วรู้เข้าก็สงสัยว่าโจโฉจะใช้คนใกล้ตัวมาลอบฆ่าตน จึงก่อกบฏ"
ในบันทึกนี้ เฮาเฉียไม่ใช่โจรขโมยทวน แต่เป็นคนที่โจโฉพยายามซื้อใจ จนทำให้เตียวสิ้วระแวง นิยายเอาชื่อนี้ไปสร้างบทใหม่ และเติมว่าเขาแบกเหล็กได้ห้าร้อยชั่ง เดินทางได้วันละเจ็ดร้อยลี้ ซึ่งฉบับไทยแปลเป็น "เดิรทางได้วันละเจ็ดพันเส้น"
อย่างที่สาม ศพเป็นอาวุธ พงศาวดารเขียนว่า 「韦双挟两贼击杀之」 คือหนีบข้าศึกที่ยังเป็น ๆ ไว้สองข้างแล้วฆ่า นิยายฉบับจีนขยายเป็น 「韦即弃刀,双手提着两个军人迎敌,击死者八九人」 "เตียนอุยทิ้งดาบ สองมือหิ้วทหารสองคนเข้าสู้ ฟาดตายแปดเก้าคน" ฉบับไทยก็แปลเป็น "ฉวยเอาศพข้างละมือ" ภาพเตียนอุยเหวี่ยงร่างคนจึงงอกมาจากประโยคสั้น ๆ ประโยคเดียวในพงศาวดาร
แผนของกาเซี่ยงในพงศาวดารก็ต่างจากนิยาย อรรถาธิบายเดียวกันอ้าง《吴书》ว่า กาเซี่ยงให้เตียวสิ้วขอย้ายทัพไปทางถนนบนที่สูง ซึ่งต้องผ่านกลางค่ายโจโฉ แล้วขอให้ทหาร "สวมเกราะ" เดินทาง อ้างว่าเกวียนมีน้อยของหนัก โจโฉเชื่อและอนุญาตทั้งหมด เตียวสิ้วจึงพาทหารติดอาวุธเข้ามาถึงกลางค่ายได้ นี่คือกลที่ทำให้โจโฉ "ไม่ได้เตรียมตัว" ไม่ใช่การมอมเหล้าองครักษ์
4. สิ่งที่นิยายเล่าไม่หมด ข้อแรก: ลูกชายคนโตกับหลานชาย
นิยายเล่าว่าโจงั่งตาย แต่เล่าแบบผ่าน ๆ ในบรรทัดเดียว พงศาวดารให้น้ำหนักมากกว่านั้น 《三国志·武帝纪》บันทึกศึกนี้ว่า
「二年春正月,公到宛。张绣降,既而悔之,复反。公与战,军败,为流矢所中,长子昂、弟子安民遇害。」
"ปีที่สอง (ของศักราชเจี้ยนอัน) เดือนอ้าย ท่านไปถึงเมืองอ้วนเสีย เตียวสิ้วยอมแพ้ แล้วกลับใจ ก่อกบฏอีก ท่านรบด้วย ทัพแตก ตัวท่านถูกลูกเกาทัณฑ์ บุตรชายคนโตชื่อโจงั่ง และโจอั๋นบิ๋นบุตรของน้องชาย ถูกฆ่าตาย"
อรรถาธิบายใต้ประโยคนี้เติมรายละเอียดที่ตรงกับนิยายอย่างน่าทึ่ง《魏书》เล่าว่า 「公所乘马名绝影,为流矢所中,伤颊及足,并中公右臂」 "ม้าที่ท่านขี่ชื่อเจฺวีออิ่ง (绝影 แปลว่าไร้เงา) ถูกเกาทัณฑ์ที่แก้มและที่ขา ตัวท่านก็ถูกเกาทัณฑ์ที่แขนขวา" ส่วน《世语》เล่าว่า
「昂不能骑,进马于公,公故免,而昂遇害。」
"โจงั่งขี่ม้าไม่ได้ จึงยกม้าให้ท่าน ท่านจึงรอดไปได้ แต่โจงั่งถูกฆ่า"
ต้นฉบับสั้นเพียงเท่านี้ ไม่ได้บอกว่าทำไมโจงั่งจึงขี่ม้าไม่ได้
ฉากโจงั่งยกม้าให้พ่อจึงไม่ใช่เรื่องแต่ง นิยายเอามาจาก《世语》แทบตรงตัว ที่ต่างคือนิยายฉบับจีนให้โจอั๋นบิ๋นเป็น 「操之兄子」 ลูกของพี่ชาย ส่วนพงศาวดารว่าเป็น 「弟子」 ลูกของน้องชาย
โจงั่งไม่ใช่ลูกคนธรรมดา 《三国志》เล่มที่ 20 บันทึกว่า 「丰愍王昂字子修。弱冠举孝廉。随太祖南征,为张绣所害。无子。」 "โจงั่ง ชื่อรองจื่อซิว อายุยี่สิบได้รับเลือกเป็นเซี่ยวเหลียน (ผู้ได้รับเสนอชื่อเพราะความกตัญญูและสุจริต) ตามโจโฉไปรบทางใต้ ถูกเตียวสิ้วฆ่า ไม่มีบุตร" เขาคือบุตรชายคนโตที่โตเป็นผู้ใหญ่และมีชื่อเสียงแล้ว ไม่ใช่เด็กที่ยังไม่มีบทบาท และตายไปโดยไม่มีลูกสืบสกุล
5. สิ่งที่นิยายเล่าไม่หมด ข้อที่สอง: ภรรยาที่ไม่ยอมกลับ
ราคาที่หนักที่สุดของศึกนี้ไม่ได้อยู่ในนิยายเลยแม้แต่บรรทัดเดียว และไม่ได้อยู่ในตัวบทของ《三国志》ด้วย แต่อยู่ในอรรถาธิบายของเผยซงจือใต้ชีวประวัติพระมเหสีเปี้ยน (卞皇后 มารดาของโจผี) ซึ่งอ้างหนังสือ《魏略》ของอฺวี๋ฮว่าน (鱼豢)
《魏略》เล่าว่า ภรรยาเอกคนแรกของโจโฉคือติงฟูเหริน (丁夫人) ส่วนโจงั่งเป็นลูกของหลิวฟูเหริน (刘夫人) ซึ่งตายไปก่อน ติงฟูเหรินจึงรับโจงั่งมาเลี้ยง
「子修亡于穰,丁常言:『将我儿杀之,都不复念!』遂哭泣无节。」
"จื่อซิว (โจงั่ง) ตายที่หราง ติงฟูเหรินพูดอยู่เสมอว่า 'พาลูกฉันไปให้ตาย แล้วไม่คิดถึงเลยสักนิด!' แล้วร้องไห้ไม่มีวันหยุด"
ข้อสังเกต《魏略》บอกว่าโจงั่งตายที่หราง (穰) ไม่ใช่ที่อ้วนเสีย ซึ่งขัดกับ《武帝纪》ที่ระบุว่าโจโฉแพ้ที่อ้วนเสีย หรางเป็นเมืองที่เตียวสิ้วถอยกลับไปตั้งหลักหลังศึก บันทึกสองฉบับจึงไม่ตรงกันในจุดนี้ แต่ตรงกันว่าโจงั่งตายเพราะศึกกับเตียวสิ้ว
โจโฉโกรธ ส่งนางกลับบ้านเดิม หวังให้นางหายดื้อ ต่อมาโจโฉไปหาเอง
「太祖到,抚其背曰:『顾我共载归乎!』夫人不顾,又不应。」
"โจโฉไปถึง ลูบหลังนางแล้วพูดว่า 'หันมาดูข้า ขึ้นรถกลับไปด้วยกันเถิด!' นางไม่หันมามอง และไม่ตอบ"
ตอนนั้นนางกำลังทอผ้าอยู่ คนข้างนอกร้องบอกว่าท่านมาแล้ว นางก็ยังนั่งทอผ้าต่อเหมือนเดิม โจโฉถอยออกไปยืนที่ประตู ถามอีกครั้ง
「太祖却行,立于户外,复云:『得无尚可邪!』遂不应,太祖曰:『真诀矣。』」
"โจโฉถอยหลังออกไปยืนนอกประตู ถามอีกว่า 'ยังพอจะได้อยู่หรือไม่!' นางก็ไม่ตอบ โจโฉจึงพูดว่า 'ขาดกันจริงแล้ว'"
โจโฉตัดขาดกับนาง และให้ครอบครัวนางหาสามีใหม่ให้ แต่ครอบครัวไม่กล้า ตัวบทของ《三国志》ใต้ชีวประวัติพระมเหสีเปี้ยนจดไว้สั้น ๆ ว่า 「建安初,丁夫人废,遂以后为继室」 "ต้นศักราชเจี้ยนอัน ติงฟูเหรินถูกถอด จึงตั้งพระนาง (เปี้ยนฟูเหริน) เป็นภรรยาเอกแทน"
《魏略》ยังเล่าต่อว่า เปี้ยนฟูเหรินไม่ถือโทษ ส่งของไปให้ติงฟูเหรินทุกฤดู และเชิญมานั่งที่สูงกว่าตัวเอง เมื่อติงฟูเหรินตาย นางขอให้โจโฉจัดงานศพให้ และฝังไว้ทางใต้ของเมืองฮูโต๋ ส่วนโจโฉเอง ตอนป่วยหนักใกล้ตาย เขาพูดว่า
「我前后行意,于心未曾有所负也。假令死而有灵,子修若问『我母所在』,我将何辞以答!」
"ตลอดชีวิตที่ทำอะไรมา ข้าไม่เคยรู้สึกผิดต่อใครในใจ แต่ถ้าตายไปแล้วมีวิญญาณ แล้วจื่อซิวถามว่า 'แม่ของข้าอยู่ไหน' ข้าจะเอาคำอะไรไปตอบ!"
ประโยคนี้หนักกว่าฉากใดในนิยาย คนที่บอกว่าไม่เคยเสียใจกับเรื่องใดเลย กลับยอมรับว่ามีเรื่องเดียวที่ตอบลูกไม่ได้ และเรื่องนั้นเริ่มจากคืนที่เมืองอ้วนเสีย
6. โจโฉร้องไห้ให้เตียนอุยมากกว่าลูกจริงหรือ
นิยายปิดฉากด้วยประโยคที่คนจำได้ทั้งเรื่อง ฉบับจีนว่า 「吾折长子、爱侄,俱无深痛;独号泣典韦也」 "ข้าเสียลูกชายคนโตกับหลานที่รัก ยังไม่เจ็บปวดลึกเท่า ข้าร้องไห้ให้เตียนอุยผู้เดียว" ฉบับไทยแปลว่า
"ถึงบุตรกับหลานเราตาย ก็มิได้เสียดายเท่าเตียนอุยเลย แล้วก็ร้องไห้รักเตียนอุย ทหารทั้งปวงเห็นดังนั้นก็มีใจรักโจโฉเปนอันมาก"
ประโยคนี้ไม่มีในพงศาวดาร สิ่งที่บันทึกไว้คือโจโฉโศกเศร้าต่อการตายของเตียนอุยจริง และทำมากกว่าพูด
「太祖退住舞阴,闻韦死,为流涕,募间取其丧,亲自临哭之,遣归葬襄邑,拜子满为郎中。车驾每过,常祠以中牢。」
"โจโฉถอยไปตั้งที่อู่อิน ได้ข่าวว่าเตียนอุยตายก็หลั่งน้ำตา ประกาศหาคนลอบไปเอาศพกลับมา ไปร่ำไห้ด้วยตนเอง ส่งศพกลับไปฝังที่เซียงอี้ ตั้งเตียนมวนบุตรชายเป็นหลางจง ทุกครั้งที่ขบวนของโจโฉผ่าน จะเซ่นด้วยเครื่องบูชาชั้นกลาง"
ต่อมาโจโฉยังตั้งเตียนมวนเป็นซือหม่าและให้อยู่ใกล้ตัว พงศาวดารให้เหตุผลว่า 「太祖思韦」 "เพราะโจโฉคิดถึงเตียนอุย" ฉบับไทยตอนที่ ๑๖ ก็เปิดตอนด้วยเรื่องนี้ ว่าโจโฉ "มิได้มีความสบายคิดถึงเตียนอุย" แล้วตั้งเตียนมวนเป็นคนสนิท
ปลายปีเดียวกัน โจโฉยกทัพกลับไปที่เดิม《魏书》ที่อ้างใต้《武帝纪》บันทึกว่า 「临淯水,祠亡将士,歔欷流涕,众皆感恸」 "ถึงแม่น้ำหยกซุย ทำพิธีเซ่นทหารที่ตาย สะอื้นหลั่งน้ำตา คนทั้งปวงพากันสะเทือนใจ" นี่คือฉากร้องไห้ที่มีบันทึกจริง แต่เป็นการไว้อาลัยทหารที่ตายทุกคน ไม่ใช่การบอกว่าเตียนอุยสำคัญกว่าลูก
โจโฉยังยอมรับความผิดของตัวเองด้วย《武帝纪》บันทึกว่าเขาพูดกับนายทหารว่า
「吾降张绣等,失不便取其质,以至于此。吾知所以败。」
"ข้ารับเตียวสิ้วยอมแพ้ แต่พลาดที่ไม่เอาตัวประกันไว้ทันที จึงเป็นอย่างนี้ ข้ารู้แล้วว่าแพ้เพราะอะไร"
แต่คำอธิบายนี้ไม่ครบ ชีวประวัติเตียวสิ้วเขียนตรงกว่านั้น
「太祖纳济妻,绣恨之。太祖闻其不悦,密有杀绣之计。计漏,绣掩袭太祖。太祖军败,二子没。」
"โจโฉรับภรรยาของเตียวเจ้ไว้ เตียวสิ้วแค้น โจโฉรู้ว่าเตียวสิ้วไม่พอใจ จึงลอบวางแผนจะฆ่าเตียวสิ้ว แผนรั่ว เตียวสิ้วจึงบุกโจโฉก่อน ทัพโจโฉแตก ลูกสองคนตาย"
ในพงศาวดาร ต้นเรื่องจึงมีสองชั้น ชั้นแรกเหมือนนิยาย คือโจโฉเอาอาสะใภ้ของเตียวสิ้วมาเป็นของตัว ชั้นที่สองนิยายไม่เล่า คือโจโฉเป็นฝ่ายคิดจะฆ่าเตียวสิ้วก่อน เตียวสิ้วแค่ชิงลงมือก่อนเท่านั้น และอรรถาธิบายยังเพิ่มเหตุที่สาม คือทองที่โจโฉให้เฮาเฉีย
7. เมื่อเตียวสิ้วกลับมา
เรื่องไม่ได้จบที่อ้วนเสีย ช่วงที่โจโฉตั้งรับอ้วนเสี้ยวที่กัวต๋อ (官渡 กวานตู้) เตียวสิ้วฟังคำกาเซี่ยง กลับมาสวามิภักดิ์โจโฉอีกครั้ง ชีวประวัติเตียวสิ้วบันทึกว่าโจโฉจับมือเขา จัดเลี้ยง และให้ลูกชายของตนแต่งงานกับลูกสาวของเตียวสิ้ว เตียวสิ้วได้ศักดินามากกว่าแม่ทัพคนอื่น ๆ ราวกับไม่เคยมีเรื่องที่แม่น้ำหยกซุย
แต่คนที่ลืมไม่ได้คือโจผี《魏略》ที่เผยซงจืออ้างไว้ใต้ชีวประวัติเดียวกันเล่าว่า โจผีโกรธเตียวสิ้วหลายครั้ง และพูดใส่หน้าว่า 「君杀吾兄,何忍持面视人邪!」 "ท่านฆ่าพี่ชายข้า ยังมีหน้ามาสบตาคนอื่นอีกหรือ!" 「绣心不自安,乃自杀」 "เตียวสิ้วไม่สบายใจ จึงฆ่าตัวตาย" ส่วนตัวบทของ《三国志》บอกเพียงว่าเตียวสิ้ว 「从征乌丸于柳城,未至,薨」 "ตามไปตีอูหวนที่หลิ่วเฉิง ยังไปไม่ถึงก็ถึงแก่กรรม" สองบันทึกนี้ไม่ตรงกัน และเราไม่มีทางรู้ได้ว่าเรื่องฆ่าตัวตายจริงหรือไม่ แต่การที่มีคนเล่ากันอย่างนั้น ก็บอกว่าความตายของโจงั่งยังเป็นแผลในบ้านโจโฉอีกหลายปีหลังศึก
เตียนอุยตายในฐานะองครักษ์ที่เฝ้านายทั้งกลางวันและกลางคืน ส่วนเรื่องเล่าว่าโจโฉระวังตัวแม้ในยามหลับ ไปอยู่ในตำนานโจโฉฆ่าคนในฝัน ซึ่งเป็นอีกเรื่องหนึ่งในชุดนี้ ส่วนลิโป้ที่เตียนอุยเคยตีถอยไปที่ปักเอี้ยง ก็มีเรื่องของตัวเองในตอนเดียวกันของนิยาย คือลิโป้ยิงเกาทัณฑ์ถูกทวนที่ประตูค่าย ซึ่งเป็นอีกฉากที่ฟังเหมือนแต่งแต่พงศาวดารบันทึกไว้จริง
คำถามที่พบบ่อย
เตียนอุยตายเฝ้าประตูค่ายจริงไหม?
จริง ชีวประวัติเตียนอุยใน《三国志》บันทึกว่าเมื่อเตียวสิ้วบุกค่ายโจโฉที่เมืองอ้วนเสีย เตียนอุย 「战于门中,贼不得入」 รบอยู่ที่ประตูจนข้าศึกเข้าไม่ได้ ถูกฟันแทงหลายสิบแผล แล้ว 「瞋目大骂而死」 ลืมตาโพลงด่าข้าศึกจนตาย ข้าศึกจึงกล้าเข้ามาตัดศีรษะ
เตียนอุยถูกมอมเหล้าและขโมยทวนจริงหรือไม่?
ไม่มีบันทึก พงศาวดารบอกว่าเตียนอุยรบด้วยทวนยาวก่อน แล้วจึงเปลี่ยนไปรบด้วยอาวุธสั้น เฮาเฉียมีตัวจริง แต่《傅子》บอกว่าเขาเป็นคนสนิทของเตียวสิ้วที่โจโฉเอาทองไปให้ จนเตียวสิ้วระแวงและก่อกบฏ ไม่ใช่คนขโมยทวน
ศึกเมืองอ้วนเสียโจโฉเสียใครไปบ้าง?
《三国志·武帝纪》บันทึกว่าโจโฉถูกลูกเกาทัณฑ์ โจงั่งบุตรชายคนโตกับโจอั๋นบิ๋นบุตรของน้องชายถูกฆ่า และเสียเตียนอุยองครักษ์คนสำคัญ《世语》เล่าว่าโจงั่งยกม้าให้พ่อ โจโฉจึงรอด
ทำไมภรรยาเอกของโจโฉจึงไม่ยอมกลับไปหาโจโฉ?
《魏略》เล่าว่าติงฟูเหรินเป็นคนเลี้ยงโจงั่งมา เมื่อโจงั่งตาย นางร้องไห้ไม่หยุดและตำหนิโจโฉ โจโฉส่งนางกลับบ้าน ต่อมาไปง้อถึงที่ นางนั่งทอผ้าไม่หันมามองและไม่ตอบ โจโฉจึงตัดขาด เปี้ยนฟูเหรินมารดาของโจผีได้เป็นภรรยาเอกแทน
โจโฉพูดว่าเสียดายเตียนอุยมากกว่าลูกจริงหรือ?
ประโยคนี้มาจากนิยาย ไม่มีในพงศาวดาร สิ่งที่บันทึกไว้คือโจโฉหลั่งน้ำตาเมื่อรู้ว่าเตียนอุยตาย ส่งคนไปเอาศพกลับมา ไปร่ำไห้เอง ฝังศพที่บ้านเกิด ตั้งลูกชายเป็นขุนนาง และเซ่นไหว้ทุกครั้งที่ผ่าน
สรุป
เตียนอุยตายเฝ้าประตูค่ายที่เมืองอ้วนเสียเป็นเรื่องจริง พงศาวดารบันทึกว่าเขารบที่ประตูจนข้าศึกเข้าไม่ได้ หนีบข้าศึกไว้สองข้าง แล้วลืมตาด่าจนตาย สิ่งที่นิยายเติมคือเหล้า ทวนที่ถูกขโมย และศพที่ใช้เป็นอาวุธ ส่วนสิ่งที่นิยายเล่าไม่หมดคือราคาที่โจโฉต้องจ่าย ทั้งโจงั่งลูกชายคนโต โจอั๋นบิ๋นหลานชาย ภรรยาเอกที่ไม่ยอมกลับมาอีกเลย และคำถามของลูกที่โจโฉบอกว่าจะไม่มีคำตอบให้ ต้นเรื่องทั้งหมดมาจากความผิดพลาดของโจโฉเอง ซึ่งพงศาวดารบันทึกไว้ตรงกว่านิยาย
แหล่งข้อมูล
- 《三国志·魏书·典韦传》 ชีวประวัติเตียนอุย — ต้นฉบับภาษาจีนบนวิกิซอร์ซ
- 《三国志·魏书·武帝纪》 พร้อมอรรถาธิบายที่อ้าง《魏书》และ《世语》 — ต้นฉบับภาษาจีนบนวิกิซอร์ซ
- 《三国志·魏书·后妃传》 พร้อมอรรถาธิบายที่อ้าง《魏略》เรื่องติงฟูเหริน — ต้นฉบับภาษาจีนบนวิกิซอร์ซ
- 《三国志·魏书·张绣传》 พร้อมอรรถาธิบายที่อ้าง《傅子》《吴书》และ《魏略》 — ต้นฉบับภาษาจีนบนวิกิซอร์ซ
- 《三国志·魏书·武文世王公传》 ประวัติโจงั่ง — ต้นฉบับภาษาจีนบนวิกิซอร์ซ
- 《资治通鉴》 เล่มที่ 62 ศึกเมืองอ้วนเสีย ปีเจี้ยนอันที่ 2 — ต้นฉบับภาษาจีนบนวิกิซอร์ซ
- นิยาย《三国演义》ตอนที่ 16 吕奉先射戟辕门 曹孟德败师淯水 — ต้นฉบับภาษาจีนบนวิกิซอร์ซ
- สามก๊ก ฉบับเจ้าพระยาพระคลัง (หน) ตอนที่ ๑๕ — ห้องสมุดวชิรญาณ
- 宛城之战 ศึกเมืองหว่าน — วิกิพีเดียภาษาจีน
