ในนิยาย: จิวยี่ (周瑜 โจวอวี๋) จะกำจัดขงเบ้ง (诸葛亮 จูเก่อเลี่ยง) สั่งให้ทำลูกเกาทัณฑ์ 100,000 ดอกใน 10 วัน ขงเบ้งรับปากว่า 3 วัน แล้วเอาเรือฟางยี่สิบลำแล่นเข้าหาค่ายโจโฉ (曹操 เฉาเชา) ท่ามกลางหมอก ตีกลองโห่ร้อง ทหารโจโฉยิงธนูใส่ฟางที่มัดไว้สองข้างเรือจนเต็มลำ กลับมาได้ลูกเกาทัณฑ์ครบแสน
ในพงศาวดาร: ไม่มีขงเบ้ง ไม่มีหุ่นฟาง ไม่มีหมอก ไม่มีแสนดอก มีแต่ซุนกวน (孙权 ซุนเฉวียน) นั่งเรือไปดูทัพโจโฉที่ยี่สู (濡须 หรูซฺวี) ปี ค.ศ. 213 โดนยิงจนเรือเอียง จึงหันอีกข้างให้โดนยิงเพื่อถ่วงเรือให้ตรง
สามก๊กฉบับอึ้งเป๋งเม้ง: ผมกับสามก๊ก
ผม MingPaPa ชื่อจีน อึ้งเป๋งเม้ง (黄炳明) ชื่อไทย ธนินพงษ์ ศุภพิทักษ์พงษ์ คนไทยเชื้อสายจีนที่รักและผูกพันกับเรื่องราวของจีนมาตั้งแต่เด็กครับ
ตอนเล็ก ๆ ผมได้ยินพ่อกับผู้ใหญ่ในบ้านคุยกันว่า "ใครอ่านสามก๊กครบสามจบ คบไม่ได้" ทั้งที่พ่อผมเองก็อ่านมาหลายจบ พี่ชายผมก็อ่านหลายจบ ส่วนผม ก่อนอายุ 18 ปี อ่านเฉพาะสองฉบับ คือสามก๊กฉบับเจ้าพระยาพระคลัง (หน) กับสามก๊กฉบับวณิพกของยาขอบ รวมกันไปแล้ว 10 รอบ ยังไม่นับหนังสือวิเคราะห์กลยุทธ์และหนังสืออรรถาธิบายสามก๊กอีกหลายสิบเล่ม ยิ่งอ่านก็ยิ่งรัก และยิ่งเข้าใจว่าทำไมผู้ใหญ่ถึงพูดอย่างนั้น
อ่านสามก๊กครบสามจบ คบไม่ได้ เพราะอะไร
ถ้ามองให้ลึก คำนี้ไม่ได้อยู่ที่จำนวนรอบที่อ่าน แต่อยู่ที่ "สันดานเดิมของคนอ่าน" ซึ่งเป็นตัวตั้งต้นครับ สามก๊กคือภาพสะท้อนมนุษย์จริง ๆ ไม่มีใครขาวสะอาดหรือสมบูรณ์แบบ มีทั้งคนดีแต่ซื่อจนโง่ คนเจ้าเล่ห์ที่เลวแต่รวย และคนเก่งที่หยิ่งยโส ในโลกความจริงคนเห็นแก่ตัวก็มีมากกว่าคนดีอยู่แล้ว คนอ่านมีจริตแบบไหน ลึก ๆ ชอบตัวละครแบบใด ก็จะหยิบแง่มุมนั้นมาใช้กับตัวเอง คำว่า "คบไม่ได้" จึงแยกได้เป็นสองมุม
- คบไม่ได้เพราะเลียนแบบความร้าย คนที่มีเชื้อความเห็นแก่ตัวหรือชอบเอาเปรียบคนอยู่แล้ว พออ่านจนเจนจัด ก็ซึมซับความปลิ้นปล้อน กลอุบายสกปรก และการมองคนอื่นเป็นเบี้ยมาใช้ในชีวิตจริง คนกลุ่มนี้ "คบไม่ได้" ในความหมายตรงตัว เพราะพร้อมหักหลังและทำลายมิตรภาพเพื่อประโยชน์ของตัวเอง
- คบไม่ได้เพราะ "คบยาก" เกินไป คนกลุ่มนี้อ่านเพื่อเข้าใจจิตวิทยามนุษย์ วิธีเอาตัวรอด และเกมอำนาจที่ซ่อนอยู่ จนกลายเป็นคนคมกริบที่รู้เท่าทันคนจนไม่มีใครตบตาได้ คนทั่วไปจึงเข้าไม่ถึงหรือระแวงว่าจะถูกเอาเปรียบ ส่วนคนเก่งด้วยกันก็อยู่ด้วยลำบาก เพราะต่างฝ่ายต่างรู้ทันกัน ต้องตั้งการ์ดระวังตัวอยู่ตลอดเวลา
สามก๊กฉบับอึ้งเป๋งเม้ง คือการอ่านสามก๊กอีกรอบด้วยสายตาของคนที่โตมากับนิยาย ผมหยิบฉากที่คนไทยจำได้ขึ้นใจมาวางเทียบกับพงศาวดาร《三国志》 (ซานกั๋วจื้อ — จดหมายเหตุสามก๊ก) ทีละประโยค ว่าตรงไหนเป็นประวัติศาสตร์ ตรงไหนเป็นฝีมือนักเล่านิทานและนักประพันธ์รุ่นหลัง ทุกบทยกต้นฉบับภาษาจีนพร้อมคำแปล และบอกว่าข้อความนั้นอยู่ในบทไหน ผู้อ่านจะได้ตรวจเองได้ครับ
ชื่อบุคคลและสถานที่ในบทความนี้
ชื่อในสามก๊กฉบับไทยตามฉบับเจ้าพระยาพระคลัง (หน) อ่านตามสำเนียงฮกเกี้ยน ซึ่งต่างจากชื่อที่ใช้กันในระดับสากล บทความนี้จึงกำกับชื่อเฉพาะด้วยอักษรจีนตัวย่อและคำอ่านแบบจีนกลางเมื่อปรากฏครั้งแรก เช่น เล่าปี่ (刘备 หลิวเป้ย) ส่วนเลข "ตอนที่" ของนิยายในบทความนี้เป็นเลขตอน (回) ของนิยายฉบับภาษาจีน ซึ่งฉบับเจ้าพระยาพระคลังแบ่งตอนไม่ตรงกัน ฉบับไทยมักเรียกง่อก๊กว่า "เมืองกังตั๋ง" (江东) และเรียกจ๊กก๊กว่า "เมืองเสฉวน" ส่วนชื่อไทยของตัวละครและสถานที่ในบทความนี้ตรวจกับต้นฉบับฉบับเจ้าพระยาพระคลัง (หน) แล้ว
| อักษรจีน (ตัวย่อ) | พินอิน | อ่านแบบจีนกลาง | ชื่อในสามก๊กฉบับไทย / หมายเหตุ |
|---|---|---|---|
| 诸葛亮 | Zhūgě Liàng | จูเก่อเลี่ยง | ขงเบ้ง (มาจากชื่อรอง 孔明 ข่งหมิง ชื่อจริงคือ 诸葛亮) |
| 孙权 | Sūn Quán | ซุนเฉวียน | ซุนกวน (ชื่อรอง 仲谋 จ้งโหมว) |
| 周瑜 | Zhōu Yú | โจวอวี๋ | จิวยี่ |
| 鲁肃 | Lǔ Sù | หลู่ซู่ | โลซก |
| 曹操 | Cáo Cāo | เฉาเชา | โจโฉ |
| 刘表 | Liú Biǎo | หลิวเปี่ยว | เล่าเปียว (ชื่อรอง 景升 จิ่งเซิง) |
| 鱼豢 | Yú Huàn | อวี๋ฮ่วน | อวี๋ฮ่วน ผู้เขียน《魏略》 |
| 张巡 | Zhāng Xún | จางสฺวิน | จางสฺวิน แม่ทัพราชวงศ์ถัง (ไม่อยู่ในสามก๊ก) |
| 濡须 | Rúxū | หรูซฺวี | ยี่สู (ปากน้ำยี่สู) |
| 赤壁 | Chìbì | ชื่อปี้ | เซ็กเพ็ก |
| 《魏略》 | Wèi Lüè | เว่ยเลฺว่ | บันทึกย่อวุยก๊ก |
| 《吴历》 | Wú Lì | อู๋ลี่ | พงศาวดารง่อ (ฉบับเอกชน) |
1. นิยายฉบับจีนตอนที่ 46: อัจฉริยะกับหมอก
นิยายฉบับจีนตอนที่ 46 (第四十六回) ชื่อว่า 「用奇谋孔明借箭,献密计黄盖受刑」 "ขงเบ้งใช้กลอุบายยืมเกาทัณฑ์ อุยกาย (黄盖 หวงก้าย) เสนอแผนลับยอมรับโทษ" ก่อนศึกเซ็กเพ็ก (赤壁 ชื่อปี้) จิวยี่เห็นว่าขงเบ้งฉลาดเกินไปจะเป็นภัยต่อง่อ (吴 อู๋) ในวันหน้า จึงหาเรื่องสั่งให้ทำลูกเกาทัณฑ์ 100,000 ดอก ถ้าทำไม่ได้มีโทษตามกฎทหาร ขงเบ้งกลับเสนอว่าแค่ 3 วันก็พอ แล้วลงนามในหนังสือรับผิดตามกฎทหาร (军令状)
สองวันแรกขงเบ้งไม่ทำอะไร ขอแค่เรือจากโลซก (鲁肃 หลู่ซู่) ยี่สิบลำ ทหารลำละสามสิบนาย ขึงม่านผ้าสีคราม (青布) มัดฟางลำละพันกว่ามัดเรียงสองข้างเรือ คืนที่สามหมอกลงจัดจนมองไม่เห็นหน้ากัน ขงเบ้งพาโลซกนั่งดื่มเหล้าในเรือ สั่งให้ตีกลองโห่ร้องหน้าค่ายโจโฉ โจโฉกลัวว่ามีกลซุ่มในหมอก ไม่กล้าส่งทหารออก สั่งพลธนูหมื่นกว่าคนยิงใส่ เมื่อเรือข้างหนึ่งเต็มก็หันอีกข้าง พอสายแดดขึ้นหมอกจางก็ถอนเรือกลับ ทหารตะโกนว่า 「谢丞相箭!」 "ขอบคุณมหาอุปราชที่ให้ลูกเกาทัณฑ์" ได้มาครบแสนดอก จิวยี่ถอนใจว่า 「孔明神机妙算,吾不如也!」 "ขงเบ้งคิดการดุจเทวดา ข้าสู้ไม่ได้"
ฉากนี้มีทุกอย่างที่นิยายรัก อัจฉริยะผู้ใจเย็น คู่แข่งผู้ริษยา ศัตรูผู้ระแวง และธรรมชาติที่เป็นใจ ขงเบ้งไม่ได้แค่ฉลาด เขา "รู้ฟ้า" รู้ล่วงหน้าว่าคืนที่สามหมอกจะลง
2. หลักฐานชั้นต้น: 《魏略》ในอรรถาธิบายของเผยซงจือ (裴松之)
เรื่องเรือรับลูกธนูในประวัติศาสตร์มาจาก《魏略》ของอวี๋ฮ่วน (鱼豢) ขุนนางวุยก๊ก (魏 เว่ย) ที่เขียนเหตุการณ์ร่วมสมัย เผยซงจือยกมาใส่ไว้ใต้ชีวประวัติซุนกวน (《三国志·吴书·吴主传》) ในปีเจี้ยนอัน (建安 รัชศกของพระเจ้าเหี้ยนเต้ 汉献帝) ที่ 18 ตรงกับ ค.ศ. 213 ตอนที่โจโฉยกทัพมาตีปากน้ำยี่สู (濡须口 หรูซฺวีโข่ว)
「权乘大船来观军,公使弓弩乱发,箭著其船,船偏重将覆,权因回船,复以一面受箭,箭均船平,乃还。」
"ซุนกวนนั่งเรือใหญ่มาดูทัพ ท่านโจ (โจโฉ) สั่งให้ยิงธนูหน้าไม้ระดมใส่ ลูกธนูปักเรือ เรือเอียงข้างหนึ่งหนักจนเกือบคว่ำ ซุนกวนจึงหันเรือให้อีกข้างหนึ่งรับลูกธนู ลูกธนูเฉลี่ยกันทั้งสองข้าง เรือจึงตั้งตรง แล้วจึงกลับไป"
อ่านต้นฉบับแล้วจะเห็นความต่างจากนิยายทุกจุด
| 《魏略》 | 《三国演义》 | |
|---|---|---|
| ใคร | ซุนกวน | ขงเบ้ง |
| เมื่อไร | ค.ศ. 213 หลังเซ็กเพ็ก 5 ปี | ก่อนศึกเซ็กเพ็ก ค.ศ. 208 |
| ที่ไหน | ปากน้ำยี่สู (濡须口) | หน้าค่ายโจโฉริมแม่น้ำแยงซี (长江 ฉางเจียง) |
| เพื่ออะไร | ไปดูทัพข้าศึก | ตั้งใจไปเอาลูกธนู |
| เรือ | เรือใหญ่ลำเดียว | เรือ 20 ลำ มัดฟางสองข้างลำ |
| หมอก | ไม่มี | หมอกจัด |
| จำนวนลูกธนู | ไม่ระบุ | 100,000 ดอก |
| ลักษณะ | แก้ปัญหาเฉพาะหน้าให้รอดตาย | แผนที่วางไว้ล่วงหน้า |
สิ่งเดียวที่ตรงกันคือ การหันเรืออีกข้างให้โดนยิง รายละเอียดเล็ก ๆ นี้เองที่รอดมาถึงนิยาย กลายเป็นฉาก "เมื่อเรือข้างหนึ่งเต็มก็หันอีกข้าง"
อวี๋ฮ่วนเป็นคนวุยก๊ก ไม่มีเหตุผลอะไรจะเขียนยกย่องซุนกวน จึงถือว่าบันทึกนี้น่าเชื่อถือพอสมควร และในบันทึกนี้ซุนกวนก็ไม่ได้ฉลาดล้ำอะไร เพียงตั้งสติได้ในยามคับขัน
3. อีกฉบับหนึ่งของวันเดียวกัน: 《吴历》
ใต้ชีวประวัติซุนกวนตอนเดียวกัน เผยซงจือยกอีกบันทึกหนึ่งคือ《吴历》 ซึ่งเล่าเหตุการณ์ที่ยี่สูแตกต่างออกไป
「权数挑战,公坚守不出。权乃自来,乘轻船,从濡须口入公军。诸将皆以为是挑战者,欲击之。公曰:『此必孙权欲身见吾军部伍也。』敕军中皆精严,弓弩不得妄发。权行五六里,回还作鼓吹。」
"ซุนกวนท้ารบหลายครั้ง โจโฉตั้งมั่นไม่ออก ซุนกวนจึงมาเอง นั่งเรือเบาเข้ามาทางปากน้ำยี่สูถึงในเขตทัพโจโฉ นายทหารทั้งหลายคิดว่ามาท้ารบ จะตี โจโฉว่า 'นี่ต้องเป็นซุนกวนอยากมาดูกองทัพเราด้วยตาตัวเอง' สั่งให้ทั้งทัพจัดแถวให้เข้มงวด ห้ามยิงธนูหน้าไม้ส่งเดช ซุนกวนแล่นเข้ามาห้าหกลี้ (里 หนึ่งลี้ราวครึ่งกิโลเมตร) แล้วหันกลับพร้อมบรรเลงกลองแตร"
แล้วโจโฉก็มองดูเรือและทหารของซุนกวนที่เป็นระเบียบ ถอนใจพูดประโยคที่โด่งดังว่า
「生子当如孙仲谋,刘景升儿子若豚犬耳!」
"มีลูกก็ควรเป็นอย่างซุนกวน (孙仲谋) ลูกของเล่าเปียว (刘景升) นั้นเป็นได้แค่หมูหมา"
สองบันทึกนี้ขัดกันตรง ๆ ฉบับ《魏略》บอกว่าโจโฉสั่งยิง ฉบับ《吴历》บอกว่าโจโฉสั่งห้ามยิง ฉบับหนึ่งเป็นเรือใหญ่ อีกฉบับเป็นเรือเบา เผยซงจือยกมาทั้งสองฉบับโดยไม่ตัดสิน นักประวัติศาสตร์บางคนเห็นว่าอาจเป็นคนละวันในศึกเดียวกันที่ยืดเยื้อหลายเดือน บางคนเห็นว่าเป็นเหตุการณ์เดียวที่เล่าต่างมุม
ไม่ว่าจะเป็นแบบไหน เหตุการณ์จริงคือ ซุนกวนกล้าพอจะนั่งเรือเข้าไปถึงหน้าค่ายโจโฉด้วยตัวเอง นั่นคือแก่นที่นิยายเอาไปให้ขงเบ้ง
4. จากซุนกวน สู่จิวยี่ สู่ขงเบ้ง
เรื่องนี้ย้ายเจ้าของสามทอด
ทอดแรก: ประวัติศาสตร์ ซุนกวนที่ยี่สู ค.ศ. 213
ทอดที่สอง: 《三国志平话》 สมัยหยวน นักเล่านิทานย้ายเรื่องไปไว้ในช่วงศึกเซ็กเพ็ก และให้จิวยี่เป็นเจ้าของเรื่องเรือรับลูกธนู (ในผิงฮว่า จิวยี่ใช้เรือขึงม่าน โจโฉยิงใส่ด้านซ้ายแล้วหันเรือรับด้านขวา ได้ลูกธนู "ราวหลายล้านดอก" แล้วจิวยี่ตะโกนว่า 「丞相,谢箭!」) ในชั้นนี้เรื่องยังผูกอยู่กับฝ่ายง่อ ยังไม่ใช่ของขงเบ้ง
ทอดที่สาม: หลัวก้วนจง (罗贯中) ย้ายไปให้ขงเบ้ง แล้วเพิ่มสามอย่างที่ทำให้เรื่องกลายเป็นตำนาน คือ (1) ความขัดแย้ง จิวยี่สั่งงานเพื่อหาเรื่องฆ่า (2) กำหนดเวลา สามวัน กับหนังสือรับโทษ (3) หมอก ที่ขงเบ้งรู้ล่วงหน้า จากเรื่องเอาตัวรอดเฉพาะหน้า กลายเป็นแผนการที่คิดไว้หมดแล้ว
การย้ายทอดที่สามนี้ทำให้จิวยี่ต้องเสียสองต่อ ในฉบับผิงฮว่า (平话) จิวยี่เป็นคนฉลาด ในฉบับนิยาย (演义) จิวยี่กลายเป็นคนริษยาที่แพ้ปัญญาขงเบ้งอีกครั้ง (ดูบทความเรื่องจิวยี่ในชุดสามก๊กฉบับอึ้งเป๋งเม้ง)
5. หุ่นฟางมาจากไหน: จางสฺวิน (张巡) แห่งราชวงศ์ถัง
ถ้าไม่ได้มาจากยุคสามก๊ก "หุ่นฟาง" มาจากไหน คำตอบที่น่าสนใจที่สุดอยู่ห่างออกไปกว่า 500 ปี ในกบฏอันลู่ซาน (安史之乱) ราชวงศ์ถัง จางสฺวินรักษาเมืองยงชิว (雍丘) ขณะถูกล้อมจนลูกธนูหมด《新唐书·张巡传》บันทึกว่า
「城中矢尽,巡缚槁为人千余,被黑衣,夜缒城下,潮兵争射之,久,乃槁人;还,得箭数十万。」
"ในเมืองลูกธนูหมด จางสฺวินมัดฟางเป็นหุ่นพันกว่าตัว สวมเสื้อดำ หย่อนลงจากกำแพงตอนกลางคืน ทหารของหลิงหูเฉา (令狐潮) แย่งกันยิง นานเข้าจึงรู้ว่าเป็นหุ่นฟาง ดึงหุ่นกลับขึ้นมา ได้ลูกธนูหลายแสนดอก"
นี่คือ "หุ่นฟาง" "ความมืด" "ตัวเลขหลักแสน" และ "การหลอกให้ข้าศึกยิงเอง" ครบทุกองค์ประกอบ เพียงแต่เป็นบนกำแพงเมือง ไม่ใช่บนเรือ นักวิจัยจีนจำนวนมากเห็นว่าเรื่องขงเบ้งยืมเกาทัณฑ์คือการเอาเรือของซุนกวนมาผสมกับหุ่นฟางของจางสฺวิน แล้ววางลงในศึกเซ็กเพ็ก เรื่องของจางสฺวินถูกบันทึกไว้ในพงศาวดารราชวงศ์ถังตั้งแต่สมัยซ่ง แสดงว่ากลอุบายหลอกให้ข้าศึกยิงเป็นเรื่องที่คนจีนรู้จักกันดีมาก่อนยุคผิงฮว่า และนักเล่านิทานหยิบมาใช้ได้ง่าย
6. แสนดอกเป็นไปได้ไหม
มีคนจีนลองคำนวณเล่น ๆ ลูกธนูโบราณหนักราว 100–300 กรัม ถ้าคิดดอกละ 200 กรัม แสนดอกจะหนักราว 20 ตัน แบ่งใส่เรือ 20 ลำ ลำละราว 1 ตัน ในทางทฤษฎีเรือรบขนาดกลางรับได้ แต่ปัญหาจริงไม่ใช่น้ำหนัก ปัญหาคือ
- เรือต้องเข้าไปอยู่ในระยะยิงของหน้าไม้ (ราวร้อยถึงสองร้อยเมตร) และต้องอยู่นานพอให้ทหารหมื่นคนยิงหลายรอบ
- ในหมอกที่ "มองไม่เห็นหน้ากัน" ข้าศึกจะเล็งอะไร และลูกธนูส่วนใหญ่จะตกน้ำ
- ทัพโจโฉมีเรือรบ ทำไมไม่ส่งเรือออกมาล้อม ซึ่งนิยายตอบด้วยนิสัยระแวงของโจโฉ
การคำนวณแบบนี้พิสูจน์ได้เพียงว่า "เป็นไปได้ภายใต้สมมติฐานที่ดีมาก" ไม่ได้พิสูจน์ว่าเกิดขึ้นจริง และสิ่งที่สำคัญกว่าคือ ไม่มีเอกสารร่วมสมัยฉบับไหนพูดถึงแสนดอกเลย
7. ข้อควรระวังสำหรับคนเขียนต่อ
- บางเว็บเขียนว่า "《史记》(สื่อจี้ พงศาวดารของซือหม่าเชียน 司马迁) บันทึกเรื่องยืมเกาทัณฑ์" ซึ่งผิด เพราะ《史记》จบก่อนยุคสามก๊กราว 300 ปี ที่ถูกคือ《魏略》ในอรรถาธิบาย《三国志》
- ระยะเวลาในนิยาย: จิวยี่ให้ 10 วัน ขงเบ้งขอแค่ 3 วัน หลายแหล่งสลับกัน
- ระวังอย่าสรุปว่า "ซุนกวนยืมธนู" เพราะทั้ง《魏略》และ《吴历》ไม่มีใครตั้งใจยืม
คำถามที่พบบ่อย
ขงเบ้งยืมเกาทัณฑ์แสนดอกเป็นเรื่องจริงไหม?
ไม่จริง เป็นฉากในนิยายสามก๊กตอนที่ 46 (第四十六回) พงศาวดารไม่มีขงเบ้ง ไม่มีหุ่นฟาง ไม่มีหมอก และไม่มีเอกสารร่วมสมัยฉบับไหนพูดถึงแสนดอกเลย
เรื่องจริงที่เป็นต้นเค้าของฉากยืมเกาทัณฑ์คืออะไร?
คือบันทึก《魏略》ที่เผยซงจือยกไว้ใต้ชีวประวัติซุนกวนใน《三国志》 ปี ค.ศ. 213 ซุนกวนนั่งเรือใหญ่ไปดูทัพโจโฉที่ปากน้ำยี่สู โจโฉสั่งให้ยิงระดมจนเรือเอียงเกือบคว่ำ ซุนกวนจึงหันเรืออีกข้างให้รับลูกธนู เรือจึงตั้งตรงแล้วกลับไป
ในนิยายจิวยี่ให้เวลากี่วัน ขงเบ้งขอกี่วัน?
จิวยี่ให้ 10 วัน ขงเบ้งขอแค่ 3 วัน แล้วลงนามในหนังสือรับผิดตามกฎทหาร (军令状) หลายแหล่งเขียนสลับกัน
หุ่นฟางในเรื่องยืมเกาทัณฑ์มาจากไหน?
นักวิจัยจีนจำนวนมากเห็นว่ามาจากจางสฺวิน (张巡) แม่ทัพราชวงศ์ถัง ซึ่ง《新唐书》บันทึกว่ามัดฟางเป็นหุ่นพันกว่าตัว สวมเสื้อดำ หย่อนลงจากกำแพงเมืองยงชิวตอนกลางคืน ให้ข้าศึกยิงจนได้ลูกธนูหลายแสนดอก
《史记》บันทึกเรื่องยืมเกาทัณฑ์ไว้หรือไม่?
ไม่ 《史记》จบก่อนยุคสามก๊กราว 300 ปี บันทึกที่ถูกคือ《魏略》ในอรรถาธิบาย《三国志》
สรุป
ขงเบ้งไม่เคยยืมเกาทัณฑ์จากโจโฉ เจ้าของเรื่องตัวจริงคือซุนกวน ผู้นั่งเรือเข้าไปดูทัพโจโฉที่ยี่สูห้าปีหลังศึกเซ็กเพ็ก แล้วรอดจากเรือคว่ำได้ด้วยการหันอีกข้างให้โดนยิง ส่วนหุ่นฟางยืมมาจากจางสฺวินแห่งราชวงศ์ถัง และหมอกยืมมาจากจินตนาการของหลัวก้วนจง ที่น่าเศร้าคือ วันเดียวกับที่ซุนกวนกล้าหาญที่สุดในชีวิต เป็นวันที่โจโฉชมว่า "มีลูกก็ควรเป็นอย่างซุนกวน" แต่คนส่วนใหญ่กลับจำวันนั้นเป็นวันของขงเบ้ง
แหล่งข้อมูล
- 《三国志·吴书·吴主传》 พร้อมอรรถาธิบายของเผยซงจือที่อ้าง《吴历》และ《魏略》 เหตุการณ์ที่ยี่สู ค.ศ. 213 — ต้นฉบับภาษาจีนบนวิกิซอร์ซ
- 《三国演义》ตอนที่ 46 ฉากขงเบ้งยืมเกาทัณฑ์ — ต้นฉบับภาษาจีนบนวิกิซอร์ซ
- 《新唐书》卷 192 ชีวประวัติจางสฺวินในหมวดผู้ภักดี (忠义传) — ต้นฉบับภาษาจีนบนวิกิซอร์ซ
- 《三国志平话》ภาคกลาง ฉากจิวยี่ได้ลูกธนูจากโจโฉ — ต้นฉบับภาษาจีนบนวิกิซอร์ซ
