↑
ครอบครัว ธุรกิจ แถวนี้ 101 แซ่อึ้ง บทความ ติดต่อครอบครัว
สามก๊กฉบับหวงปิ่งหมิง · เรื่องที่ 20

ซุนเซ็กดวลไทสูจู้เป็นเรื่องจริง! ฉากแย่งหมวกกลางสนามรบที่พงศาวดารสามก๊กบันทึกไว้

ฉากที่ฟังเหมือนนิยาย แต่พงศาวดารบันทึกจริง เทียบการดวลที่เขาสินเต๋งในนิยายกับชีวประวัติไทสูจู้ใน《三国志》

โดย · · อ่าน ~14 นาที
ภาพปกสามก๊ก ขุนพลสองคนในชุดเกราะแดงและน้ำเงินประชิดตัวกัน คนหนึ่งจับหมวกนักรบ อีกคนถือทวน ฉากหลังเป็นม้าศึกและกองทัพ พร้อมอักษร 孙策战太史慈 และข้อความ สามก๊ก ซุนเซ็กดวลไทสูจู้ ฉากที่ฟังเหมือนนิยาย แต่พงศาวดารบันทึกจริง
ภาพปกชุดสามก๊กฉบับหวงปิ่งหมิง ภาพวาดตามจินตนาการ ไม่ใช่ภาพเหตุการณ์จริง
คำตอบสั้น ๆ

ในนิยาย: ซุนเซ็ก (孙策 ซุนเช่อ) พาทหารสิบสองคนขึ้นไปดูค่ายเล่าอิ้วที่เขาสินเต๋ง (神亭 เสินถิง) ไทสูจู้ (太史慈 ไท่สื่อฉือ) ควบม้าออกมาท้ารบ สองคนรบกันจนตกม้า ปล้ำกันจนเสื้อขาด ซุนเซ็กชิงทวนสั้นที่เหน็บหลังไทสูจู้ ไทสูจู้ชิงหมวกของซุนเซ็ก ต่อมาซุนเซ็กจับไทสูจู้ได้แล้วปล่อย ไทสูจู้ก็ภักดีต่อตระกูลซุน

ในพงศาวดาร: เรื่องนี้จริง《三国志》บันทึกว่าไทสูจู้ออกลาดตระเวนกับทหารม้าคนเดียว เจอซุนเซ็กที่มีทหารม้าตามสิบสามคน ไทสูจู้ปะทะซุนเซ็กตรง ๆ ซุนเซ็กแทงม้าไทสูจู้และชิงได้ทวนสั้นที่ต้นคอ (手戟) ไทสูจู้ชิงได้หมวกเหล็ก (兜鍪) ของซุนเซ็ก ต่อมาไทสูจู้รับใช้ตระกูลซุนจนตายในปี ค.ศ. 206

สามก๊กฉบับหวงปิ่งหมิง: ผมกับสามก๊ก

ผม MingPaPa ชื่อจีน หวงปิ่งหมิง - 黄炳明 ชื่อไทย ธนินพงษ์ ศุภพิทักษ์พงษ์ คนไทยเชื้อสายจีนที่รักและผูกพันกับเรื่องราวของจีนมาตั้งแต่เด็กครับ

ตอนเล็ก ๆ ผมได้ยินพ่อกับผู้ใหญ่ในบ้านคุยกันว่า "ใครอ่านสามก๊กครบสามจบ คบไม่ได้" ทั้งที่พ่อผมเองก็อ่านมาหลายจบ พี่ชายผมก็อ่านหลายจบ ส่วนผม ก่อนอายุ 18 ปี อ่านเฉพาะสองฉบับ คือสามก๊กฉบับเจ้าพระยาพระคลัง (หน) กับสามก๊กฉบับวณิพกของยาขอบ รวมกันไปแล้ว 10 รอบ ยังไม่นับหนังสือวิเคราะห์กลยุทธ์และหนังสืออรรถาธิบายสามก๊กอีกหลายสิบเล่ม ยิ่งอ่านก็ยิ่งรัก และยิ่งเข้าใจว่าทำไมผู้ใหญ่ถึงพูดอย่างนั้น

อ่านสามก๊กครบสามจบ คบไม่ได้ เพราะอะไร

ถ้ามองให้ลึก คำนี้ไม่ได้อยู่ที่จำนวนรอบที่อ่าน แต่อยู่ที่ "สันดานเดิมของคนอ่าน" ซึ่งเป็นตัวตั้งต้นครับ สามก๊กคือภาพสะท้อนมนุษย์จริง ๆ ไม่มีใครขาวสะอาดหรือสมบูรณ์แบบ มีทั้งคนดีแต่ซื่อจนโง่ คนเจ้าเล่ห์ที่เลวแต่รวย และคนเก่งที่หยิ่งยโส ในโลกความจริงคนเห็นแก่ตัวก็มีมากกว่าคนดีอยู่แล้ว คนอ่านมีจริตแบบไหน ลึก ๆ ชอบตัวละครแบบใด ก็จะหยิบแง่มุมนั้นมาใช้กับตัวเอง คำว่า "คบไม่ได้" จึงแยกได้เป็นสองมุม

  • คบไม่ได้เพราะเลียนแบบความร้าย คนที่มีเชื้อความเห็นแก่ตัวหรือชอบเอาเปรียบคนอยู่แล้ว พออ่านจนเจนจัด ก็ซึมซับความปลิ้นปล้อน กลอุบายสกปรก และการมองคนอื่นเป็นเบี้ยมาใช้ในชีวิตจริง คนกลุ่มนี้ "คบไม่ได้" ในความหมายตรงตัว เพราะพร้อมหักหลังและทำลายมิตรภาพเพื่อประโยชน์ของตัวเอง
  • คบไม่ได้เพราะ "คบยาก" เกินไป คนกลุ่มนี้อ่านเพื่อเข้าใจจิตวิทยามนุษย์ วิธีเอาตัวรอด และเกมอำนาจที่ซ่อนอยู่ จนกลายเป็นคนคมกริบที่รู้เท่าทันคนจนไม่มีใครตบตาได้ คนทั่วไปจึงเข้าไม่ถึงหรือระแวงว่าจะถูกเอาเปรียบ ส่วนคนเก่งด้วยกันก็อยู่ด้วยลำบาก เพราะต่างฝ่ายต่างรู้ทันกัน ต้องตั้งการ์ดระวังตัวอยู่ตลอดเวลา

สามก๊กฉบับหวงปิ่งหมิง คือการอ่านสามก๊กอีกรอบด้วยสายตาของคนที่โตมากับนิยาย ผมหยิบฉากที่คนไทยจำได้ขึ้นใจมาวางเทียบกับพงศาวดาร《三国志》 (ซานกั๋วจื้อ — จดหมายเหตุสามก๊ก) ทีละประโยค ว่าตรงไหนเป็นประวัติศาสตร์ ตรงไหนเป็นฝีมือนักเล่านิทานและนักประพันธ์รุ่นหลัง ทุกบทยกต้นฉบับภาษาจีนพร้อมคำแปล และบอกว่าข้อความนั้นอยู่ในบทไหน ผู้อ่านจะได้ตรวจเองได้ครับ

ชื่อบุคคลและสถานที่ในบทความนี้

ชื่อในสามก๊กฉบับไทยตามฉบับเจ้าพระยาพระคลัง (หน) อ่านตามสำเนียงฮกเกี้ยน ซึ่งต่างจากชื่อที่ใช้กันในระดับสากล บทความนี้จึงกำกับชื่อเฉพาะด้วยอักษรจีนตัวย่อและคำอ่านแบบจีนกลางเมื่อปรากฏครั้งแรก เช่น ไทสูจู้ (太史慈 ไท่สื่อฉือ) ส่วนเลข "ตอนที่" ของนิยายในบทความนี้เป็นเลขตอน (回) ของนิยายฉบับภาษาจีน ซึ่งฉบับเจ้าพระยาพระคลังแบ่งตอนไม่ตรงกัน ฉากดวลในบทความนี้อยู่ในตอนที่ ๑๓ ของฉบับไทย

อักษรจีน (ตัวย่อ) พินอิน อ่านแบบจีนกลาง ชื่อในสามก๊กฉบับไทย / หมายเหตุ
孙策 Sūn Cè ซุนเช่อ ซุนเซ็ก
太史慈 Tàishǐ Cí ไท่สื่อฉือ ไทสูจู้
刘繇 Liú Yáo หลิวเหยา เล่าอิ้ว เจ้าเมืองที่ไทสูจู้ไปอยู่ด้วย
韩当 Hán Dāng หานตัง ฮันต๋ง
宋谦 Sòng Qiān ซ่งเชียน ซงเขียม
黄盖 Huáng Gài หวงก้าย อุยกาย
程普 Chéng Pǔ เฉิงผู่ เทียเภา
孔融 Kǒng Róng ข่งหรง ขงหยง
孙权 Sūn Quán ซุนเฉวียน ซุนกวน
许子将 Xǔ Zǐjiāng สฺวี่จื่อเจียง นักวิจารณ์บุคคลชื่อดัง (ไม่ปรากฏในฉบับไทย)
神亭 Shéntíng เสินถิง เขาสินเต๋ง / ตำบลสินเต๋ง
曲阿 Qū'ē ชฺวีเออ ขยกโอ๋
泾县 Jīng xiàn จิงเซี่ยน เมืองเก๋งก๋วน
豫章 Yùzhāng ยฺวี่จาง อิเจี๋ยง
合肥 Héféi เหอเฝย หับป๋า
手戟 shǒujǐ โส่วจี่ ทวนสั้น อาวุธเล็กที่ไทสูจู้เหน็บไว้
兜鍪 dōumóu โต่วโหมว หมวกเหล็กของนักรบ

1. ฉากในนิยาย: ดวลที่เขาสินเต๋ง

ตอนที่ 15 (第十五回) ของนิยายฉบับจีน ชื่อตอนครึ่งแรกว่า 「太史慈酣斗小霸王」 คือ "ไทสูจู้รบเดือดกับเสี่ยวป้าหวัง" ซุนเซ็ก (孙策 ซุนเช่อ) ยกทัพข้ามแม่น้ำมาตีเล่าอิ้ว (刘繇 หลิวเหยา) ไทสูจู้ (太史慈 ไท่สื่อฉือ) ขออาสาเป็นทัพหน้า แต่เล่าอิ้วไม่ยอม บอกว่ายังหนุ่มเกินจะเป็นแม่ทัพ

ซุนเซ็กไปไหว้ศาลเจ้าบนเขาสินเต๋ง (神亭 เสินถิง) แล้วพาทหารสิบสองคนเลียบเขาไปดูค่ายเล่าอิ้ว ไทสูจู้รู้ข่าวก็ควบม้าออกไปจะจับตัว มีทหารเลวคนเดียวตามไป ทั้งสองฝ่ายประกาศชื่อกัน ซุนเซ็กหัวเราะว่าสองคนจะมาจับเขาหรือ ไทสูจู้ตอบว่าต่อให้ออกมาทั้งสิบสามคนก็ไม่กลัว

นิยายฉบับจีนให้สองคนรบกันห้าสิบเพลง ไทสูจู้แกล้งหนีล่อซุนเซ็กออกห่างจากทหารคุ้มกัน แล้วกลับมารบอีกห้าสิบเพลง ตอนที่ ๑๓ ของฉบับไทยเล่าช่วงสำคัญไว้ว่า

"ต่างคนต่างชิงทวนกันจนพลัดตกม้าทั้งสองข้าง ทวนนั้นหลุดมือมิทันจะหยิบได้ ก็ลุกขึ้นปล้ำกันจนเกราะแลเสื้อนั้นขาด ซุนเซ็กจึงชักเอาทวนสั้นที่เหน็บหลังไทสูจู้อยู่นั้นได้ ไทสูจู้ก็ชิงได้หมวกของซุนเซ็ก"

ฉบับจีนเขียนช่วงนี้ว่า 「两个弃了枪,揪住厮打,战袍扯得粉碎。策手快,掣了太史慈背上的短戟,慈亦掣了策头上的兜鍪。」 "ทั้งสองทิ้งทวน กอดปล้ำชกกัน เสื้อศึกขาดเป็นชิ้น ๆ ซุนเซ็กมือไวกว่า ชักทวนสั้นที่หลังไทสูจู้มาได้ ไทสูจู้ก็คว้าหมวกเหล็กบนหัวซุนเซ็กมาได้" ทหารทั้งสองฝ่ายตามมาถึงจึงแยกกัน

รุ่งขึ้นนิยายเล่าต่อว่าทั้งสองชูของที่ชิงได้ขึ้นเยาะกันหน้าทัพ ฉบับไทยว่าซุนเซ็กชูทวนของไทสูจู้แล้วร้องว่าถ้าไทสูจู้หนีไม่ทันก็คงตายเพราะทวนเล่มนี้ ส่วน "ไทสูจู้ได้ยินดังนั้นจึงชูหมวกของซุนเซ็กขึ้น แล้วร้องว่านี่สีสะของใครเราได้ไว้"

ภาพวาดลายเส้นขาวดำ นักรบขี่ม้าควบลงเนินเขา มือหนึ่งชูหมวกนักรบขึ้นเหนือศีรษะ อีกมือถือกระบี่ มีอักษรจีน 神亭搏戰 กำกับมุมบน
ภาพ "神亭搏战" (ปะทะกันที่เสินถิง) ของหม่าไต้ (马骀) จากหนังสือ《马骀画宝》พิมพ์ ค.ศ. 1928 วาดไทสูจู้ชูหมวกที่ชิงมาได้ เป็นภาพตามนิยาย ไม่ใช่ภาพเหตุการณ์จริง · ภาพ: หม่าไต้ / Wikimedia Commons (สาธารณสมบัติ)

ฉากนี้ฟังเหมือนนิยายกำลังภายในทุกอย่าง แม่ทัพสองคนดวลตัวต่อตัวโดยไม่สนกองทัพ ตกม้า ปล้ำกันด้วยมือเปล่า แย่งอาวุธกับหมวกกันคนละชิ้น แต่ฉากนี้ไม่เหมือนหลายบทในชุดนี้ เพราะแก่นของมันอยู่ในพงศาวดารจริง

2. 《三国志》บันทึกการปะทะไว้จริง

ชีวประวัติไทสูจู้ใน《三国志·吴书·刘繇太史慈士燮传》เล่าว่าไทสูจู้เป็นคนเมืองเดียวกับเล่าอิ้ว จึงข้ามแม่น้ำมาหาที่ขยกโอ๋ (曲阿) ยังไม่ทันไป ซุนเซ็กก็ยกมาถึง มีคนเสนอให้เล่าอิ้วตั้งไทสูจู้เป็นแม่ทัพใหญ่ แต่เล่าอิ้วตอบว่า

「我若用子义,许子将不当笑我邪?」

"ถ้าข้าใช้จื่ออี้ (ชื่อรองของไทสูจู้) เป็นแม่ทัพ สฺวี่จื่อเจียงจะไม่หัวเราะเยาะข้าหรือ"

สฺวี่จื่อเจียง (许子将) คือนักวิจารณ์บุคคลชื่อดังในสมัยนั้น เล่าอิ้วกลัวเสียหน้า จึงให้ไทสูจู้แค่ออกไปสอดแนมกำลังข้าศึก ตรงนี้นิยายรักษาเค้าเดิมไว้ คือเล่าอิ้วไม่ยอมใช้ไทสูจู้เป็นแม่ทัพ แต่เปลี่ยนเหตุผลเป็นว่าไทสูจู้ยังหนุ่มเกินไป

จากนั้นคือประโยคที่ทำให้ฉากนี้เป็นเรื่องจริง

「时独与一骑卒遇策。策从骑十三,皆韩当、宋谦、黄盖辈也。慈便前斗,正与策对。策刺慈马,而揽得慈项上手戟,慈亦得策兜鍪。会两家兵骑并各来赴,于是解散。」

"ตอนนั้นไทสูจู้มีทหารม้าตามไปคนเดียว แล้วเจอซุนเซ็ก ซุนเซ็กมีทหารม้าตามสิบสามคน ล้วนเป็นคนระดับฮันต๋ง ซงเขียม อุยกาย ไทสูจู้ก็เข้าไปรบ ปะทะกับซุนเซ็กตรง ๆ ซุนเซ็กแทงม้าของไทสูจู้ แล้วคว้าได้ทวนสั้นที่ต้นคอไทสูจู้ ไทสูจู้ก็ได้หมวกเหล็กของซุนเซ็กไป พอดีทหารม้าของทั้งสองฝ่ายมาถึง จึงแยกกัน"

ถ้าวางประโยคนี้เทียบกับนิยาย แทบทุกชิ้นสำคัญตรงกัน ไทสูจู้มีคนตามคนเดียว ในนิยายคือทหารเลวที่ขอตามไป ซุนเซ็กมีทหารม้าตามสิบสามคน ในนิยายคือทหารสิบสองคน รวมซุนเซ็กเป็นสิบสามม้า ตัวเลขต่างกันเพียงหนึ่ง ซุนเซ็กได้ทวนสั้น ไทสูจู้ได้หมวก และการต่อสู้จบลงเพราะทหารสองฝ่ายมาถึง

ส่วนที่นิยายเติมเข้าไปคือจำนวนเพลง (ห้าสิบบวกห้าสิบ) การแกล้งหนีล่อ การตกม้าแล้วปล้ำกันจนเสื้อขาด และการชูของเยาะกันในวันรุ่งขึ้น พงศาวดารบอกเพียงว่า "ซุนเซ็กแทงม้า" ซึ่งแปลว่าในบันทึก ม้าของไทสูจู้ถูกแทง ไม่ใช่ทั้งคู่ตกม้าเพราะแย่งทวนกัน

รายละเอียดเล็กที่น่าสนใจคือคำว่า 「项上手戟」 คืออาวุธมือขนาดเล็กที่ไทสูจู้สะพายไว้แถวต้นคอ นิยายฉบับจีนเปลี่ยนเป็น "ทวนสั้นที่หลัง" (背上的短戟) และฉบับไทยแปลว่า "ทวนสั้นที่เหน็บหลัง" ภาพรวมจึงยังตรงกับบันทึก คืออาวุธเล็กที่พกติดตัว ไม่ใช่ทวนยาวที่ใช้รบบนหลังม้า

3. ไทสูจู้คือใคร ก่อนมาเจอซุนเซ็ก

ชีวประวัติเดียวกันเล่าว่าไทสูจู้มีชื่อเสียงมาก่อนแล้ว ตอนอายุยี่สิบเอ็ด เขาเคยรับงานจากเมืองของตัวเองให้ไปส่งหนังสือฟ้องที่เมืองหลวง แล้วใช้มีดทำลายหนังสือของฝ่ายตรงข้ามจนคดีเป็นฝ่ายเมืองของเขาชนะ ต่อมาเมื่อขงหยง (孔融 ข่งหรง) ถูกโจรโพกผ้าเหลืองล้อม ไทสูจู้ฝ่าวงล้อมออกไปขอทัพจากเล่าปี่ ซึ่งส่งทหารสามพันมาช่วยจนโจรแตก

พงศาวดารบรรยายรูปร่างเขาไว้ด้วยว่า 「慈长七尺七寸,美须髯,猿臂善射,弦不虚发」 "ไทสูจู้สูงเจ็ดฉื่อเจ็ดชุ่น หนวดเคราสวย แขนยาวแบบวานร ยิงธนูเก่ง ยิงไม่เคยพลาด" คนแบบนี้เองที่เล่าอิ้วไม่กล้าตั้งเป็นแม่ทัพ เพราะกลัวคนจะหัวเราะ

4. "ถ้าวันนั้นท่านจับข้าได้ จะทำอย่างไร"

หลังเล่าอิ้วแตกหนี ไทสูจู้ไม่ได้ตามไป เขาหนีเข้าป่า ตั้งตัวเป็นเจ้าเมือง แล้วไปตั้งมั่นที่เมืองเก๋งก๋วน (泾县) ซุนเซ็กยกไปตีเองจนจับตัวได้ พงศาวดารเล่าต่อว่า

「策即解缚,捉其手曰:『宁识神亭时邪?若卿尔时得我云何?』慈曰:『未可量也。』策大笑曰:『今日之事,当与卿共之。』」

"ซุนเซ็กแก้มัดให้ทันที จับมือไทสูจู้แล้วถามว่า 'ยังจำตอนที่เสินถิงได้ไหม ถ้าวันนั้นท่านจับข้าได้ จะทำอย่างไร' ไทสูจู้ตอบว่า 'คาดเดาไม่ได้' ซุนเซ็กหัวเราะลั่นแล้วว่า 'งานในวันนี้ ข้าจะทำร่วมกับท่าน'"

ฉบับไทยรักษาบทสนทนานี้ไว้ใกล้ต้นฉบับมาก ซุนเซ็ก "จับเอามือไทสูจู้แล้วหัวเราะว่า เมื่อครั้งเรารบกับท่านที่ตำบลสินเต๋งนั้น ถ้าท่านจับเราได้จะฆ่าเราหรือไม่" ไทสูจู้ "ตอบว่า ๆ ไม่ถูก" คือบอกว่าคาดไม่ถูก แล้วทั้งสองก็หัวเราะด้วยกัน

คำตอบ 「未可量也」 ของไทสูจู้คือหัวใจของฉากนี้ เขาไม่ประจบ ไม่บอกว่า "ข้าคงไว้ชีวิตท่าน" ทั้งที่ตัวเองเป็นเชลยอยู่ คำตอบตรง ๆ แบบนี้เองที่ทำให้ซุนเซ็กชอบใจ

ใต้ข้อความนี้ เผยซงจือ (裴松之) ยกบันทึกอีกฉบับคือ《吴历》ที่เล่าว่าไทสูจู้ "แพ้ที่เสินถิง แล้วถูกซุนเซ็กจับได้" แต่เผยซงจือเขียนกำกับว่า

「吴历云慈于神亭战败,为策所得,与本传大异,疑为谬误。」

"《吴历》ว่าไทสูจู้แพ้ที่เสินถิงและถูกซุนเซ็กจับ ต่างจากชีวประวัติเล่มนี้มาก สงสัยว่าผิด"

แปลว่าในสายตาของนักประวัติศาสตร์ที่อ่านเอกสารครบที่สุดในยุคนั้น การดวลที่เสินถิงจบแบบ "ไม่มีใครชนะ" คือฉบับที่น่าเชื่อกว่า ซุนเซ็กจับไทสูจู้ได้ทีหลังที่เมืองเก๋งก๋วน ไม่ใช่ในวันดวล นิยายก็เล่าตามแบบนี้

5. นัดเที่ยงวันในนิยาย กับหกสิบวันในพงศาวดาร

ในนิยาย หลังซุนเซ็กปล่อยไทสูจู้ ไทสูจู้ขอไปรวบรวมทหารเก่าของเล่าอิ้ว ซุนเซ็กนัดให้กลับมาเที่ยงวันพรุ่งนี้ ที่ปรึกษาไม่เชื่อว่าไทสูจู้จะกลับ ฉบับไทยเล่าว่าทหาร "ชวนกันเอาไม้ไปปักไว้หน้าค่ายคอยจะจับเท็จไทสูจู้ ๆ ครั้นถึงกำหนดพอเงาตรง ไทสูจู้ก็พาคนมาถึงค่ายประมาณพันเศษ"

ฉากปักไม้ดูเงาเที่ยงวันนี้มาจาก《吴历》ฉบับเดียวกับที่เผยซงจือว่าน่าจะผิด ส่วนตัวบท《三国志》เล่าเรื่องคล้ายกันแต่เกิดภายหลัง คือเมื่อเล่าอิ้วตายที่อิเจี๋ยง (豫章) ทิ้งทหารหมื่นกว่าคนไว้ไม่มีนาย ซุนเซ็กส่งไทสูจู้ไปเกลี้ยกล่อม

「左右皆曰:『慈必北去不还。』策曰:『子义舍我,当复与谁?』饯送昌门,把腕别曰:『何时能还?』答曰:『不过六十日。』果如期而反。」

"คนรอบตัวต่างบอกว่า 'ไทสูจู้ต้องหนีขึ้นเหนือไม่กลับมาแน่' ซุนเซ็กตอบว่า 'จื่ออี้ทิ้งข้าแล้ว จะไปอยู่กับใครได้อีก' ซุนเซ็กไปส่งถึงประตูชาง จับข้อมือลาแล้วถามว่า 'จะกลับมาเมื่อไร' ไทสูจู้ตอบว่า 'ไม่เกินหกสิบวัน' แล้วก็กลับมาตามกำหนดจริง"

《江表传》ที่เผยซงจือยกไว้ เพิ่มคำของซุนเซ็กตอนที่คนอื่นยังสงสัยว่า ไทสูจู้ 「贵重然诺,一以意许知己,死亡不相负」 "ถือคำสัญญาเป็นของหนัก เมื่อใจยอมรับใครเป็นผู้รู้ใจแล้ว ต่อให้ตายก็ไม่ทรยศ" นิยายจึงไม่ได้แต่งความเชื่อใจระหว่างสองคนนี้ขึ้นมา แต่ย่อเวลาจากหกสิบวันเหลือครึ่งวัน และเอาฉากปักไม้ดูเงาจาก《吴历》มาใส่ให้ภาพชัดขึ้น

6. ภักดีจนวันตาย แต่ไม่ได้ตายที่หับป๋า

หลังจากนั้นไทสูจู้รับใช้ตระกูลซุนตลอดชีวิต ซุนเซ็กตั้งเขาเป็นนายทหารรักษาเขตทางใต้ คอยกันหลานของเล่าเปียวที่มาปล้นชายแดน พงศาวดารว่าหลังจากไทสูจู้ไปประจำ ฝ่ายนั้นก็ไม่กล้ามาอีก เมื่อซุนกวน (孙权 ซุนเฉวียน) ขึ้นปกครองหลังซุนเซ็กตาย ก็ยังฝากงานทางใต้ไว้กับไทสูจู้ต่อ

ฝีมือธนูของเขามีเรื่องเล่าในพงศาวดารว่า ตอนตามซุนเซ็กไปปราบโจร มีโจรคนหนึ่งยืนด่าอยู่บนหอค่าย มือจับขื่อไว้

「贼于屯里缘楼上行詈,以手持楼棼,慈引弓射之,矢贯手著棼,围外万人莫不称善。」

"โจรในค่ายปีนขึ้นหอแล้วด่าลงมา มือจับขื่อหอไว้ ไทสูจู้น้าวธนูยิง ลูกธนูทะลุมือตรึงติดขื่อ คนนับหมื่นนอกวงล้อมต่างโห่ชม"

นิยายย้ายฉากนี้ไปไว้ตอนซุนเซ็กล้อมเมืองของเงียมแปะฮอ ฉบับไทยให้ไทสูจู้ประกาศก่อนยิงว่า "เราจะตรึงมืออ้ายคนร้ายไว้กับแปหอรบ" เรื่องยิงมือติดขื่อจึงเป็นเรื่องจริงอีกเรื่องหนึ่ง แค่เปลี่ยนสถานที่

แม้แต่โจโฉยังอยากได้ตัว พงศาวดารบันทึกว่า 「曹公闻其名,遗慈书,以箧封之,发省无所道,而但贮当归」 "โจโฉได้ยินชื่อเสียง จึงส่งจดหมายใส่หีบผนึกมาให้ เปิดดูไม่มีข้อความใด มีแต่ตังกุย" ตังกุย (当归) เป็นสมุนไพร แต่ชื่อแปลตรงตัวว่า "ควรกลับมา" โจโฉชวนให้ไทสูจู้กลับขึ้นเหนือ ไทสูจู้ก็ไม่ไป

ไทสูจู้ตายเมื่อ 「年四十一,建安十一年卒」 "อายุสี่สิบเอ็ด ปีเจี้ยนอานที่สิบเอ็ด" คือ ค.ศ. 206 อรรถาธิบายที่อ้าง《吴书》เก็บคำสุดท้ายไว้ว่า 「丈夫生世,当带七尺之剑,以升天子之阶。今所志未从,奈何而死乎!」 "ลูกผู้ชายเกิดมา ควรถือกระบี่เจ็ดฉื่อขึ้นบันไดท้องพระโรงของโอรสสวรรค์ บัดนี้ความตั้งใจยังไม่สำเร็จ ทำไมต้องมาตาย"

ตรงนี้นิยายเปลี่ยนเรื่องมาก ในตอนที่ 53 ของนิยายฉบับจีน ไทสูจู้ถูกธนูของทหารเตียวเลี้ยวระหว่างศึกหับป๋า (合肥) แล้วตายจากบาดแผล ฉบับไทยตอนที่ ๔๕ก็เล่าว่า "เมื่อไทสูจู้ตายนั้นอายุได้สี่สิบเอ็จปี" อายุตรงกับพงศาวดาร คำสั่งเสียก็ดัดแปลงมาจาก《吴书》 แต่ศึกที่ซุนกวนล้อมหับป๋าเกิดหลังศึกเซ็กเพ็ก ซึ่งชีวประวัติซุนกวนวางไว้ปลายปีเจี้ยนอานที่สิบสาม (ค.ศ. 208) สองปีหลังไทสูจู้ตายไปแล้ว ในพงศาวดาร ไทสูจู้ไม่ได้อยู่ทันเห็นศึกเซ็กเพ็กด้วยซ้ำ

ตันซิ่ว (陈寿 เฉินโซ่ว) สรุปตัวตนของเขาในบทวิจารณ์ท้ายเล่มไว้สั้น ๆ ว่า

「太史慈信义笃烈,有古人之分。」

"ไทสูจู้ถือสัจจะและคุณธรรมอย่างแน่วแน่ มีลักษณะของคนโบราณ"

ภาพลายเส้นขาวดำนักรบสวมเกราะและหมวกประดับพู่ ยืนเต็มตัว ถือทวน มีอักษรจีนกำกับมุมบน
ภาพไทสูจู้จากนิยายสามก๊กฉบับพิมพ์สมัยราชวงศ์ชิง เป็นภาพตามจินตนาการของช่างภาพพิมพ์ ไม่ใช่ภาพเหมือนของบุคคลจริง · ภาพ: ไม่ปรากฏนามผู้สร้าง / Wikimedia Commons (สาธารณสมบัติ)

ในชุดนี้ ฉากที่คนไทยจำได้หลายฉากกลายเป็นเรื่องที่นักเล่านิทานแต่งเติม แต่ฉากซุนเซ็กดวลไทสูจู้เป็นกรณีกลับกัน ฉากที่ฟังเหมือนนิยายที่สุดกลับมีอยู่ในพงศาวดาร ซุนเซ็กในวัยยี่สิบต้น ๆ พาทหารสิบสามม้าไปถึงหน้าค่ายข้าศึกจริง และถูกแม่ทัพหนุ่มอีกคนบุกเข้ามาแย่งหมวกไปจริง นิสัยชอบนำหน้าทหารแบบนี้ของซุนเซ็กก็เป็นนิสัยเดียวกับที่ทำให้เขาถูกลอบทำร้ายตอนออกล่าสัตว์คนเดียวในอีกไม่กี่ปีต่อมา

คำถามที่พบบ่อย

ซุนเซ็กดวลกับไทสูจู้จริงไหม?

จริง《三国志》ชีวประวัติไทสูจู้บันทึกว่าไทสูจู้ออกสอดแนมกับทหารม้าคนเดียว แล้วเจอซุนเซ็กที่มีทหารม้าตามสิบสามคน ไทสูจู้เข้าปะทะซุนเซ็กตรง ๆ จนทหารม้าของทั้งสองฝ่ายมาถึงจึงแยกกัน สิ่งที่นิยายเติมคือจำนวนเพลง การตกม้า และการปล้ำกันจนเสื้อขาด

ซุนเซ็กกับไทสูจู้แย่งอะไรกันไป?

พงศาวดารบันทึกว่าซุนเซ็กแทงม้าของไทสูจู้ และคว้าได้ทวนสั้น (手戟) ที่ไทสูจู้พกไว้แถวต้นคอ ส่วนไทสูจู้ได้หมวกเหล็ก (兜鍪) ของซุนเซ็กไป ตรงกับนิยายที่ว่าซุนเซ็กได้ทวนสั้น ไทสูจู้ได้หมวก

ใครชนะในการดวลที่เขาสินเต๋ง?

ไม่มีใครชนะ ตัวบท《三国志》บอกว่าทหารของสองฝ่ายมาถึงแล้วจึงแยกกัน《吴历》เล่าว่าไทสูจู้แพ้และถูกจับที่นั่น แต่เผยซงจือเขียนกำกับว่าต่างจากชีวประวัติมาก สงสัยว่าผิด ซุนเซ็กจับไทสูจู้ได้ภายหลังที่เมืองเก๋งก๋วน

ไทสูจู้กลับมาตามนัดตอนเที่ยงวันจริงไหม?

ฉากปักไม้ดูเงาเที่ยงวันมาจาก《吴历》 ส่วนตัวบท《三国志》เล่าว่าเมื่อเล่าอิ้วตาย ซุนเซ็กส่งไทสูจู้ไปเกลี้ยกล่อมทหารเก่า คนรอบตัวบอกว่าไทสูจู้จะไม่กลับ ไทสูจู้สัญญาว่าไม่เกินหกสิบวัน และกลับมาตามกำหนดจริง

ไทสูจู้ตายที่ศึกหับป๋าจริงไหม?

ไม่จริงตามพงศาวดาร《三国志》บันทึกว่าไทสูจู้ตายเมื่ออายุ 41 ปีในปีเจี้ยนอานที่สิบเอ็ด (ค.ศ. 206) ก่อนศึกเซ็กเพ็กและก่อนซุนกวนยกไปล้อมหับป๋าในปลายปี ค.ศ. 208 นิยายย้ายการตายของเขาไปไว้ในศึกหับป๋า แต่ยังรักษาอายุ 41 ปีไว้

สรุป

ฉากซุนเซ็กดวลไทสูจู้เป็นเรื่องจริงที่ฟังเหมือนนิยาย《三国志》บันทึกว่าไทสูจู้กับทหารม้าคนเดียวเข้าปะทะซุนเซ็กที่มีคนตามสิบสามคน ซุนเซ็กแทงม้าและชิงทวนสั้นที่ต้นคอไทสูจู้ ไทสูจู้ชิงหมวกเหล็กของซุนเซ็ก แล้วต่างคนต่างแยกไปเมื่อทหารมาถึง ต่อมาซุนเซ็กจับไทสูจู้ได้แล้วปล่อย ไทสูจู้ไปเกลี้ยกล่อมทหารแล้วกลับมาตามสัญญา และรับใช้ตระกูลซุนจนตายในปี ค.ศ. 206 นิยายเติมความดุเดือดของการต่อสู้ ย่อเวลาหกสิบวันเหลือครึ่งวัน และย้ายการตายไปไว้ที่หับป๋า แต่แก่นของฉาก ทั้งการแย่งหมวกแย่งอาวุธ และความเชื่อใจระหว่างคนสองคนที่เริ่มจากการเป็นศัตรู มาจากพงศาวดารทั้งหมด

แหล่งข้อมูล

สามก๊กฉบับหวงปิ่งหมิง

เรื่องที่ 20 จาก 20 เรื่อง

ชุดบทความที่วางฉากดังในนิยายสามก๊กเทียบกับพงศาวดาร《三国志》ทีละฉาก เขียนโดยMingPaPa ชื่อจีน หวงปิ่งหมิง - 黄炳明

ดูทั้งหมวด →
ดูรายชื่อเรื่องทั้งชุด

เกี่ยวกับผู้เขียน

ธนินพงษ์ ศุภพิทักษ์พงษ์ (MingPaPa)
黄炳明 - MingPaPa

เขียนโดย

ชื่อจีน หวงปิ่งหมิง - 黄炳明

นักธุรกิจโรงพิมพ์ ครูศิลปะการต่อสู้ และผู้ถ่ายทอดวัฒนธรรมจีน ศาสนา และความเชื่อ

ประสบการณ์ที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้: ก่อนอายุ 18 ปี ผู้เขียนอ่านสามก๊กฉบับเจ้าพระยาพระคลัง (หน) และสามก๊กฉบับวณิพกของยาขอบรวม 10 รอบ ไม่นับหนังสือวิเคราะห์กลยุทธ์และอรรถาธิบายสามก๊กอีกหลายสิบเล่ม บทนี้วางฉากซุนเซ็กดวลไทสูจู้ที่เขาสินเต๋งในนิยาย เทียบกับชีวประวัติไทสูจู้ใน《三国志》 อรรถาธิบายของเผยซงจือที่อ้าง《吴历》《江表传》《吴书》 เพื่อดูว่าส่วนไหนของฉากที่ฟังเหมือนนิยายนี้เป็นเรื่องจริง

ประวัติการแก้ไข

  • — เผยแพร่ครั้งแรก

พบข้อมูลคลาดเคลื่อน แจ้งได้ที่หน้าติดต่อ และอ่านวิธีตรวจสอบกับแก้ไขข้อผิดพลาดได้ที่นโยบายบรรณาธิการ

บทความที่เกี่ยวข้อง

ดูบทความทั้งหมดในหมวดสามก๊กฉบับหวงปิ่งหมิง