ในนิยาย: จิวยี่ (周瑜 โจวอวี๋) ฉลาดแต่ใจแคบ ริษยาขงเบ้ง (诸葛亮 จูเก่อเลี่ยง) ทุกตอน ถูกขงเบ้งยั่วโทสะสามครั้งจนแผลธนูแตก สุดท้ายสิ้นใจพร้อมคำรำพัน "เกิดจิวยี่แล้วไยต้องเกิดขงเบ้ง"
ในพงศาวดาร: จิวยี่ "ใจคอกว้างขวาง" แม่ทัพอาวุโสที่ดูถูกเขายังกลับมาพูดว่า "คบกับจิวยี่เหมือนดื่มสุราชั้นดี เมาโดยไม่รู้ตัว" เขาตายด้วยโรคระหว่างเตรียมทัพไปตีเสฉวน อายุ 36 ปี และพงศาวดารไม่มีบันทึกว่าเขาขัดแย้งกับขงเบ้งเลย
สามก๊กฉบับอึ้งเป๋งเม้ง: ผมกับสามก๊ก
ผม MingPaPa ชื่อจีน อึ้งเป๋งเม้ง (黄炳明) ชื่อไทย ธนินพงษ์ ศุภพิทักษ์พงษ์ คนไทยเชื้อสายจีนที่รักและผูกพันกับเรื่องราวของจีนมาตั้งแต่เด็กครับ
ตอนเล็ก ๆ ผมได้ยินพ่อกับผู้ใหญ่ในบ้านคุยกันว่า "ใครอ่านสามก๊กครบสามจบ คบไม่ได้" ทั้งที่พ่อผมเองก็อ่านมาหลายจบ พี่ชายผมก็อ่านหลายจบ ส่วนผม ก่อนอายุ 18 ปี อ่านเฉพาะสองฉบับ คือสามก๊กฉบับเจ้าพระยาพระคลัง (หน) กับสามก๊กฉบับวณิพกของยาขอบ รวมกันไปแล้ว 10 รอบ ยังไม่นับหนังสือวิเคราะห์กลยุทธ์และหนังสืออรรถาธิบายสามก๊กอีกหลายสิบเล่ม ยิ่งอ่านก็ยิ่งรัก และยิ่งเข้าใจว่าทำไมผู้ใหญ่ถึงพูดอย่างนั้น
อ่านสามก๊กครบสามจบ คบไม่ได้ เพราะอะไร
ถ้ามองให้ลึก คำนี้ไม่ได้อยู่ที่จำนวนรอบที่อ่าน แต่อยู่ที่ "สันดานเดิมของคนอ่าน" ซึ่งเป็นตัวตั้งต้นครับ สามก๊กคือภาพสะท้อนมนุษย์จริง ๆ ไม่มีใครขาวสะอาดหรือสมบูรณ์แบบ มีทั้งคนดีแต่ซื่อจนโง่ คนเจ้าเล่ห์ที่เลวแต่รวย และคนเก่งที่หยิ่งยโส ในโลกความจริงคนเห็นแก่ตัวก็มีมากกว่าคนดีอยู่แล้ว คนอ่านมีจริตแบบไหน ลึก ๆ ชอบตัวละครแบบใด ก็จะหยิบแง่มุมนั้นมาใช้กับตัวเอง คำว่า "คบไม่ได้" จึงแยกได้เป็นสองมุม
- คบไม่ได้เพราะเลียนแบบความร้าย คนที่มีเชื้อความเห็นแก่ตัวหรือชอบเอาเปรียบคนอยู่แล้ว พออ่านจนเจนจัด ก็ซึมซับความปลิ้นปล้อน กลอุบายสกปรก และการมองคนอื่นเป็นเบี้ยมาใช้ในชีวิตจริง คนกลุ่มนี้ "คบไม่ได้" ในความหมายตรงตัว เพราะพร้อมหักหลังและทำลายมิตรภาพเพื่อประโยชน์ของตัวเอง
- คบไม่ได้เพราะ "คบยาก" เกินไป คนกลุ่มนี้อ่านเพื่อเข้าใจจิตวิทยามนุษย์ วิธีเอาตัวรอด และเกมอำนาจที่ซ่อนอยู่ จนกลายเป็นคนคมกริบที่รู้เท่าทันคนจนไม่มีใครตบตาได้ คนทั่วไปจึงเข้าไม่ถึงหรือระแวงว่าจะถูกเอาเปรียบ ส่วนคนเก่งด้วยกันก็อยู่ด้วยลำบาก เพราะต่างฝ่ายต่างรู้ทันกัน ต้องตั้งการ์ดระวังตัวอยู่ตลอดเวลา
สามก๊กฉบับอึ้งเป๋งเม้ง คือการอ่านสามก๊กอีกรอบด้วยสายตาของคนที่โตมากับนิยาย ผมหยิบฉากที่คนไทยจำได้ขึ้นใจมาวางเทียบกับพงศาวดาร《三国志》 (ซานกั๋วจื้อ — จดหมายเหตุสามก๊ก) ทีละประโยค ว่าตรงไหนเป็นประวัติศาสตร์ ตรงไหนเป็นฝีมือนักเล่านิทานและนักประพันธ์รุ่นหลัง ทุกบทยกต้นฉบับภาษาจีนพร้อมคำแปล และบอกว่าข้อความนั้นอยู่ในบทไหน ผู้อ่านจะได้ตรวจเองได้ครับ
ชื่อบุคคลและสถานที่ในบทความนี้
ชื่อในสามก๊กฉบับไทยตามฉบับเจ้าพระยาพระคลัง (หน) อ่านตามสำเนียงฮกเกี้ยน ซึ่งต่างจากชื่อที่ใช้กันในระดับสากล บทความนี้จึงกำกับชื่อเฉพาะด้วยอักษรจีนตัวย่อและคำอ่านแบบจีนกลางเมื่อปรากฏครั้งแรก เช่น เล่าปี่ (刘备 หลิวเป้ย) ส่วนเลข "ตอนที่" ของนิยายในบทความนี้เป็นเลขตอน (回) ของนิยายฉบับภาษาจีน ซึ่งฉบับเจ้าพระยาพระคลังแบ่งตอนไม่ตรงกัน ฉบับไทยมักเรียกง่อก๊กว่า "เมืองกังตั๋ง" (江东) และเรียกจ๊กก๊กว่า "เมืองเสฉวน" ส่วนชื่อไทยของตัวละครและสถานที่ในบทความนี้ตรวจกับต้นฉบับฉบับเจ้าพระยาพระคลัง (หน) แล้ว
| อักษรจีน (ตัวย่อ) | พินอิน | อ่านแบบจีนกลาง | ชื่อในสามก๊กฉบับไทย / หมายเหตุ |
|---|---|---|---|
| 周瑜 | Zhōu Yú | โจวอวี๋ | จิวยี่ (ชื่อรอง 公瑾 กงจิ่น) |
| 诸葛亮 | Zhūgě Liàng | จูเก่อเลี่ยง | ขงเบ้ง |
| 程普 | Chéng Pǔ | เฉิงผู่ | เทียเภา |
| 孙策 | Sūn Cè | ซุนเช่อ | ซุนเซ็ก |
| 孙权 | Sūn Quán | ซุนเฉวียน | ซุนกวน |
| 鲁肃 | Lǔ Sù | หลู่ซู่ | โลซก |
| 黄盖 | Huáng Gài | หวงก้าย | อุยกาย |
| 曹仁 | Cáo Rén | เฉาเหริน | โจหยิน |
| 蒋干 | Jiǎng Gàn | เจี่ยงก้าน | เจียวก้าน |
| 小乔 | Xiǎo Qiáo | เสี่ยวเฉียว | เสียวเกี้ยว ภรรยาจิวยี่ |
| 刘备 | Liú Bèi | หลิวเป้ย | เล่าปี่ |
| 苏轼 | Sū Shì | ซูซื่อ | ซูซื่อ (ซูตงพัว 苏东坡) กวีราชวงศ์ซ่ง |
| 赤壁 | Chìbì | ชื่อปี้ | เซ็กเพ็ก |
| 南郡 / 江陵 | Nánjùn / Jiānglíng | หนานจฺวิ้น / เจียงหลิง | ลำกุ๋น / กังเหลง |
| 巴丘 | Bāqiū | ปาชิว | ปากิ๋ว |
1. จิวยี่ที่คนไทยรู้จัก
สำหรับคนอ่านสามก๊กฉบับไทย จิวยี่คือ "คนเก่งที่น่าสงสาร" เขาเป็นแม่ทัพใหญ่ของง่อ (吴 อู๋) หน้าตาดี เก่งดนตรี ชนะศึกเซ็กเพ็ก (赤壁 ชื่อปี้) แต่ทุกครั้งที่วางแผน ขงเบ้งรู้ทันและชิงผลประโยชน์ไปก่อนเสมอ นิยายฉบับจีนใช้ตอนที่ 51, 55 และ 56–57 (第五十一回、第五十五回、第五十六至五十七回) สร้างสิ่งที่เรียกว่า 「三气周瑜」 "ยั่วจิวยี่สามครั้ง"
- ครั้งที่ 1 จิวยี่ทุ่มกำลังตีเมืองลำกุ๋น (南郡 หนานจฺวิ้น) จากโจหยิน (曹仁 เฉาเหริน) ถูกธนูที่ชายโครง พอตีได้ ขงเบ้งกลับส่งจูล่ง (赵云 จ้าวอวิ๋น) ชิงเมืองไปก่อน ทั้งยังยึดเกงจิ๋ว (荆州 จิงโจว) และซงหยง (襄阳 เซียงหยาง) ไปด้วย จิวยี่โกรธจนแผลธนูแตก
- ครั้งที่ 2 จิวยี่วางกลยกน้องสาวซุนกวน (孙权 ซุนเฉวียน) ให้เล่าปี่ หลอกเล่าปี่มาง่อเพื่อจับเป็นตัวประกัน ขงเบ้งให้ถุงแผนสามใบแก่จูล่ง เล่าปี่ได้ทั้งเมียและหนีกลับได้ ทหารฝ่ายเล่าปี่ตะโกนเยาะว่า 「周郎妙计安天下,陪了夫人又折兵」 "กลอุบายวิเศษของจิวยี่จะสงบใต้หล้า เสียทั้งเมียแถมเสียทั้งทหาร" จิวยี่ร้องลั่นจนแผลธนูแตก ล้มลงในเรือ
- ครั้งที่ 3 จิวยี่ทำทีจะยกทัพไปตีเสฉวน (益州 อี้โจว) ให้เล่าปี่ (เพื่อแอบตีเกงจิ๋ว กลอุบาย 假途灭虢) ขงเบ้งรู้ทันอีก จิวยี่แผลแตก ก่อนตายเงยหน้ามองฟ้าแล้วรำพัน
「既生瑜,何生亮!」
jì shēng Yú, hé shēng Liàng
"เมื่อฟ้าให้กำเนิดจิวยี่แล้ว ไยจึงให้กำเนิดขงเบ้งอีก"
แล้วนิยายยังให้ขงเบ้งไปร้องไห้ไว้อาลัยที่ศพ (卧龙吊孝) ทำให้คนง่อซาบซึ้ง โลซก (鲁肃 หลู่ซู่) คิดในใจว่า "ขงเบ้งช่างมีน้ำใจ จิวยี่ใจแคบเองจึงตาย"
ทั้งหมดนี้ไม่มีในพงศาวดาร
2. จิวยี่ในสายตาคนร่วมยุค
ตันซิ่ว (陈寿 เฉินโซ่ว) บรรยายจิวยี่ใน《三国志·吴书·周瑜传》(ชีวประวัติจิวยี่) ด้วยวลีที่ตรงข้ามกับนิยายโดยสิ้นเชิง
「性度恢廓,大率为得人,惟与程普不睦。」
"นิสัยใจคอกว้างขวาง โดยรวมเป็นที่รักใคร่ของผู้คน มีเพียงไม่ลงรอยกับเทียเภา (程普 เฉิงผู่)"
ประโยคนี้ซื่อตรงมาก ตันซิ่วไม่ได้บอกว่าจิวยี่ไม่มีศัตรูเลย เขาบอกว่ามีอยู่คนหนึ่ง คือเทียเภา แล้วเรื่องของเทียเภานี่เองที่กลายเป็นหลักฐานที่ดีที่สุดของความใจกว้างของจิวยี่
3. เทียเภากับสุราชั้นดี
เทียเภาเป็นแม่ทัพรุ่นใหญ่ที่รบมาตั้งแต่สมัยซุนเกี๋ยน (孙坚 ซุนเจียน) ผ่านมาถึงซุนเซ็ก (孙策 ซุนเช่อ) และซุนกวน อาวุโสที่สุดในบรรดาแม่ทัพเก่า คนเรียกเขาว่า 「程公」 "ท่านเทีย" พอศึกเซ็กเพ็ก ซุนกวนตั้งจิวยี่วัย 34 กับเทียเภาเป็นแม่ทัพซ้ายขวา (左右督) เทียเภาไม่พอใจที่ต้องเป็นเพื่อนร่วมตำแหน่งกับคนหนุ่ม《江表传》ซึ่งเผยซงจือ (裴松之) ยกมาเล่าว่า
「普颇以年长,数陵侮瑜。瑜折节容下,终不与校。普后自敬服而亲重之,乃告人曰:『与周公瑾交,若饮醇醪,不觉自醉。』时人以其谦让服人如此。」
"เทียเภาถือว่าตัวเองอายุมากกว่า ดูหมิ่นจิวยี่หลายครั้ง จิวยี่ลดตัวยอมผ่อน ไม่ถือสาจนถึงที่สุด ภายหลังเทียเภานับถือและสนิทสนมจิวยี่เอง ถึงกับบอกคนอื่นว่า 'คบกับจิวยี่ (周公瑾) ก็เหมือนดื่มสุรารสกลมกล่อม เมาไปโดยไม่รู้ตัว' คนในยุคนั้นเห็นว่าจิวยี่ใช้ความถ่อมตนชนะใจคนได้ถึงเพียงนี้"
นักวิจารณ์จีนเปรียบเรื่องนี้กับเรื่องคลาสสิกสมัยจ้านกั๋ว (战国 ยุครณรัฐ) คือหลินเซียงหรู (蔺相如) ยอมหลบทางให้แม่ทัพเหลียนพัว (廉颇) จนเหลียนพัวต้องแบกหนามมาขอขมา (负荆请罪) คนที่ทำแบบนี้ได้ ไม่ใช่คนใจแคบแบบที่จะกระอักเลือดตายเพราะถูกยั่ว
4. จิวยี่ในคำพูดของคนอื่น
ศัตรูก็ชม เจียวก้าน (蒋干 เจี่ยงก้าน) ซึ่งในนิยายเป็นตัวตลกที่หลงกลจิวยี่ขโมยจดหมายปลอม ในประวัติศาสตร์เป็นนักพูดชื่อดังที่โจโฉ (曹操 เฉาเชา) ส่งไปเกลี้ยกล่อมจิวยี่จริง แต่ไม่สำเร็จ เมื่อกลับไปเขาชมจิวยี่ว่า
「瑜雅量高致,非言辞所间。」
"จิวยี่ใจกว้างสูงส่ง ถ้อยคำใด ๆ ยุแยงไม่ได้"
คู่แข่งก็ชม เล่าปี่เคยพูดกับซุนกวนว่า 「公瑾文武筹略,万人之英,顾其器量广大,恐不久为人臣耳」 "จิวยี่เก่งทั้งบุ๋นบู๊ วางแผนเลิศ เป็นยอดคนในหมื่นคน แต่ดูจากความใจใหญ่ของเขา เกรงว่าจะไม่ยอมเป็นข้าคนอื่นได้นาน" คำพูดนี้อาจเป็นการยุแยงจากเล่าปี่ แต่สาระก็ยืนยันว่า "ใจใหญ่" คือภาพของจิวยี่ในสายตาคนร่วมยุค
นายก็ไม่ลืม หลังจิวยี่ตายไปเกือบยี่สิบปี เมื่อซุนกวนขึ้นครองราชย์เป็นจักรพรรดิ (ค.ศ. 229) เขาพูดกับขุนนางว่า
「孤非周公瑾,不帝矣。」
"ถ้าไม่มีจิวยี่ ข้าคงไม่ได้เป็นจักรพรรดิ"
ตันซิ่วสรุป ในบทวิจารณ์ท้ายชีวประวัติว่า ตอนที่โจโฉยกมาพร้อมทัพมหาศาล ขุนนางในง่อส่วนใหญ่อยากยอมแพ้ 「周瑜、鲁肃建独断之明,出众人之表,实奇才也」 "จิวยี่กับโลซกตัดสินใจได้เฉียบขาด โดดเด่นเหนือคนทั้งปวง เป็นยอดอัจฉริยะโดยแท้"
และสุดท้ายรายละเอียดที่นิยายเก็บไว้ คือความเก่งดนตรี
「瑜少精意于音乐,虽三爵之后,其有阙误,瑜必知之,知之必顾,故时人谣曰:『曲有误,周郎顾。』」
"จิวยี่ชำนาญดนตรีมาแต่หนุ่ม แม้ดื่มไปสามจอกแล้ว หากเพลงผิดเพี้ยน จิวยี่ต้องรู้ และรู้แล้วต้องหันมามอง คนสมัยนั้นจึงร้องเป็นเพลงว่า 'เพลงผิดเมื่อไร หนุ่มจิว (周郎 โจวหลาง) หันมอง'"
5. สามครั้งที่ไม่มีใครยั่ว
ลองเทียบ "สามยั่ว" กับข้อเท็จจริงทีละครั้ง
ครั้งที่ 1: แผลธนูที่ลำกุ๋น จิวยี่ถูกธนูที่ชายโครงจริง ระหว่างรบกับโจหยินที่ลำกุ๋น (ค.ศ. 209) แต่เรื่องหลังจากนั้นตรงข้ามกับนิยาย
「瑜亲跨马擽陈,会流矢中右胁,疮甚,便还。后仁闻瑜卧未起,勒兵就陈。瑜乃自兴,案行军营,激扬吏士,仁由是遂退。」
"จิวยี่ขี่ม้าออกบุกแนวข้าศึกด้วยตนเอง ถูกธนูหลงที่ชายโครงขวา บาดแผลหนัก จึงกลับค่าย ต่อมาโจหยินรู้ว่าจิวยี่นอนลุกไม่ขึ้น จึงยกทัพมาตั้งแถวท้ารบ จิวยี่ลุกขึ้นเอง เดินตรวจค่าย ปลุกขวัญทหาร โจหยินจึงถอยไป"
แผลธนูครั้งนี้ไม่ได้แตกเพราะความโกรธ แต่กลายเป็นฉากที่แสดงความกล้า และหลังสู้กันหนึ่งปีกว่า โจหยินก็ต้องทิ้งเมืองไป จิวยี่ได้ลำกุ๋น ได้เป็นเจ้าเมืองลำกุ๋น ส่วนเล่าปี่ไปยึดเมืองทางใต้ของเกงจิ๋วสี่เมือง คือ 武陵 (อู่หลิง) 长沙 (ฉางซา ฉบับไทยเรียก เตียงสา) 桂阳 (กุ้ยหยาง) และ 零陵 (หลิงหลิง) ซึ่งไม่ใช่การ "ชิงเมืองจากมือจิวยี่"
ครั้งที่ 2: เสียทั้งเมีย พงศาวดารไม่มีกลยกน้องสาวหลอกจับเล่าปี่ ชีวประวัติเล่าปี่เขียนเพียงว่า 「权稍畏之,进妹固好」 "ซุนกวนเริ่มเกรงเล่าปี่ จึงยกน้องสาวให้เพื่อผูกสัมพันธ์" เป็นการแต่งงานทางการเมือง ไม่ใช่กับดัก
แต่ก็มีเค้าจริงอยู่ เมื่อเล่าปี่มาง่อเอง จิวยี่ถวายหนังสือให้ซุนกวน กักตัวเล่าปี่ไว้ที่ง่อ สร้างวังให้ ให้สาวงามและของเล่นมาก ๆ เพื่อแยกเล่าปี่จากกวนอู (关羽 กวนอวี่) กับเตียวหุย (张飞 จางเฟย) เพราะเห็นว่า 「刘备以枭雄之姿,而有关羽、张飞熊虎之将,必非久屈为人用者」 "เล่าปี่เป็นวีรบุรุษจอมเหี้ยม มีกวนอูเตียวหุยเป็นขุนพลดุจหมีเสือ ไม่มีทางยอมเป็นลูกน้องใครได้นาน" ซุนกวนไม่ทำตาม จิวยี่จึงเป็นคนที่มองเล่าปี่ขาดที่สุดในง่อ เพียงแต่คู่แข่งในสายตาเขาคือเล่าปี่ ไม่ใช่ขงเบ้ง
ครั้งที่ 3: ตายที่ปากิ๋ว (巴丘 ปาชิว) จิวยี่เสนอแผนใหญ่ให้ซุนกวน คือยกทัพไปยึดเสฉวน (益州) ร่วมกับซุนยี่ (孙瑜 ซุนอวี๋) แล้วรวมกับม้าเฉียว (马超 หม่าเชา) ทางเหนือ ตั้งลำคานกับโจโฉ ซุนกวนอนุมัติ ชีวประวัติจิวยี่บันทึกว่า
「瑜还江陵为行装,而道于巴丘病卒,时年三十六。」
"จิวยี่กลับไปกังเหลง (江陵 เจียงหลิง) เพื่อเตรียมทัพ ระหว่างทางเจ็บป่วยตายที่ปากิ๋ว อายุ 36 ปี"
คำว่า 「病卒」 คือเจ็บป่วยตาย ไม่มีใครยั่ว ไม่มีแผลแตก ไม่มีคำรำพันถึงขงเบ้ง ซุนกวนสวมชุดไว้ทุกข์ ร้องไห้ ออกไปรับศพเองที่อู๋หู (芜湖)
ก่อนตาย จิวยี่ฝากหนังสือแนะนำให้โลซกรับตำแหน่งแทน ซึ่งเป็นคนที่สนับสนุนการร่วมมือกับเล่าปี่มากที่สุด คนใจแคบที่เกลียดฝ่ายเล่าปี่จะไม่เลือกผู้สืบทอดแบบนี้
6. ขงเบ้งกับจิวยี่: คนที่ไม่เคยเป็นคู่แข่ง
ในพงศาวดาร ขงเบ้งไปง่อก่อนศึกเซ็กเพ็กจริง และพูดโน้มน้าวซุนกวนให้ร่วมรบจริง แต่หลังจากนั้นแทบไม่มีบันทึกว่าขงเบ้งกับจิวยี่ได้ทำงานร่วมกันหรือปะทะกันเลย ไม่มีเรื่องยืมธนู (ดูบทความเรื่องที่ 3 ขงเบ้งยืมเกาทัณฑ์) ไม่มีเรื่องเรียกลมตะวันออก ไม่มีบันทึกการแข่งกันเขียนคำว่า "ไฟ" บนฝ่ามือ ขงเบ้งในช่วงนั้นยังเป็นเสนาธิการหนุ่มที่ดูแลเสบียง ส่วนจิวยี่เป็นแม่ทัพใหญ่ที่บัญชาการรบจริง สถานะสองคนห่างกันมากเกินกว่าจะเป็นคู่แข่งกัน
ประโยค 「既生瑜,何生亮」 จึงเป็นของนิยายล้วน ๆ และบทไว้อาลัยจิวยี่ที่นิยายอ้างว่าขงเบ้งแต่ง ก็ไม่มีหลักฐานในพงศาวดาร
7. ใครขโมยพัดขนนกของจิวยี่
มีหลักฐานที่น่าสนใจมากจากกวีราชวงศ์ซ่งเหนือ ซูซื่อ (苏轼 หรือที่คนไทยรู้จักในชื่อ ซูตงพัว) เขียนบทกวี《念奴娇·赤壁怀古》ในปี ค.ศ. 1082 ถึงจิวยี่ว่า
「遥想公瑾当年,小乔初嫁了,雄姿英发。羽扇纶巾,谈笑处、樯橹灰飞烟灭。」
"หวนคิดถึงจิวยี่ (公瑾) ในปีนั้น เสียวเกี้ยว (小乔 เสี่ยวเฉียว) เพิ่งแต่งงานกับเขา ท่วงทีองอาจสง่างาม ถือพัดขนนก โพกผ้าไหม หัวเราะพูดคุยไป เรือรบข้าศึกก็มอดไหม้เป็นเถ้าควัน"
นักวิชาการส่วนใหญ่อ่านว่า 「羽扇纶巾」 ในบทนี้หมายถึงจิวยี่ (แม้จะมีผู้ตีความต่าง) ในสมัยซ่ง ภาพ "พัดขนนก โพกผ้าไหม หัวเราะขณะเผาทัพข้าศึก" ยังเป็นของจิวยี่ แต่พอถึงนิยายสามก๊ก พัดขนนกกลายเป็นสัญลักษณ์ประจำตัวขงเบ้ง และการเผาทัพเรือที่เซ็กเพ็กก็กลายเป็นผลงานที่ขงเบ้งมีส่วนสำคัญด้วยการเรียกลม นี่อาจเป็นการย้ายภาพที่ชัดเจนที่สุดในประวัติศาสตร์วรรณกรรมจีน
ซูซื่อยังเป็นคนบันทึกด้วยว่าเด็กสมัยซ่งฟังนิทานสามก๊กแล้วเชียร์เล่าปี่ แสดงว่ากระแส "ยกจ๊ก (蜀 สู่) กดฝ่ายอื่น" เริ่มก่อนนิยายหลายร้อยปี และจิวยี่ซึ่งอยู่ฝ่ายง่อ ก็โดนลูกหลงไปด้วย
8. ทำไมต้องเป็นจิวยี่
หลัวก้วนจง (罗贯中) ต้องการให้ขงเบ้งเป็นยอดปัญญาที่ไม่มีใครเทียบ แต่ในช่วงศึกเซ็กเพ็ก คนที่ฉลาดและมีผลงานจริงคือจิวยี่ วิธีเดียวที่จะยกขงเบ้งขึ้นเหนือจิวยี่ คือทำให้จิวยี่ "ฉลาดน้อยกว่าหนึ่งก้าว" ทุกครั้ง และให้มีข้อบกพร่องทางนิสัยที่ทำให้แพ้ นั่นคือความริษยา
ในสมัยชิงมีคนใช้วลี "生瑜生亮" แล้วถูกหัวเราะเยาะ เพราะเอาเรื่องในนิยายมาอ้างเป็นประวัติศาสตร์ เรื่องนี้เล่าไว้ใน《随园诗话》เล่ม 5 ของหยวนเหมย (袁枚) ว่า 「何屺瞻作札,有『生瑜』、『生亮』之语,被毛西河诮其无稽;终身惭悔。」 คือเหอฉี่จาน (何屺瞻 นักปราชญ์สมัยชิง) เขียนจดหมายใช้คำว่า "生瑜" "生亮" ถูกเหมาซีเหอ (毛西河) เย้ยว่าไม่มีที่มา จนละอายใจไปตลอดชีวิต แปลว่าตั้งแต่สมัยชิง ปัญญาชนจีนก็รู้แล้วว่าภาพจิวยี่ในนิยายไม่ใช่ของจริง
คำถามที่พบบ่อย
"เกิดจิวยี่แล้วไยต้องเกิดขงเบ้ง" มาจากไหน?
มาจากนิยายสามก๊กตอนที่ 57 (第五十七回) ที่จิวยี่เงยหน้ามองฟ้าแล้วรำพันว่า 「既生瑜,何生亮!」 ก่อนตาย ประโยคนี้เป็นของนิยายล้วน ๆ ไม่มีในพงศาวดาร
จิวยี่ตายเพราะอะไร?
ชีวประวัติจิวยี่ใน《三国志》บันทึกว่าจิวยี่กลับไปกังเหลงเพื่อเตรียมทัพไปยึดเสฉวน แล้วเจ็บป่วยตาย (「病卒」) ระหว่างทางที่ปากิ๋ว อายุ 36 ปี ไม่มีใครยั่ว ไม่มีแผลแตก ไม่มีคำรำพันถึงขงเบ้ง
จิวยี่ใจแคบจริงไหม?
ไม่จริง ตันซิ่วบรรยายว่าจิวยี่ 「性度恢廓」 คือนิสัยใจคอกว้างขวาง แม้เทียเภาจะดูหมิ่นเขาหลายครั้ง จิวยี่ก็ไม่ถือสา จนเทียเภานับถือและพูดว่าคบกับจิวยี่ก็เหมือนดื่มสุรารสกลมกล่อม เมาไปโดยไม่รู้ตัว
ขงเบ้งกับจิวยี่เป็นคู่แข่งกันจริงไหม?
ในพงศาวดาร ขงเบ้งไปง่อก่อนศึกเซ็กเพ็กและโน้มน้าวซุนกวนให้ร่วมรบจริง แต่หลังจากนั้นแทบไม่มีบันทึกว่าสองคนได้ทำงานร่วมกันหรือปะทะกันเลย ขงเบ้งในช่วงนั้นยังเป็นเสนาธิการหนุ่ม ส่วนจิวยี่เป็นแม่ทัพใหญ่ที่บัญชาการรบจริง คู่แข่งในสายตาจิวยี่คือเล่าปี่ ไม่ใช่ขงเบ้ง
พัดขนนกเดิมเป็นภาพของใคร?
ในบทกวี《念奴娇·赤壁怀古》ของซูซื่อ ปี ค.ศ. 1082 ภาพ "ถือพัดขนนก โพกผ้าไหม หัวเราะขณะเผาทัพข้าศึก" เป็นของจิวยี่ นักวิชาการส่วนใหญ่อ่านอย่างนั้น แต่พอถึงนิยายสามก๊ก พัดขนนกกลายเป็นสัญลักษณ์ประจำตัวขงเบ้ง
สรุป
จิวยี่ตัวจริงคือแม่ทัพหนุ่มที่ใจกว้างจนศัตรูยังชม เป็นนักดนตรีที่ได้ยินโน้ตผิดแม้ตอนเมา เป็นผู้บัญชาการศึกเซ็กเพ็ก เป็นคนที่ลุกจากเตียงทั้งที่ถูกธนูเพื่อปลุกขวัญทหาร และเป็นคนที่ซุนกวนบอกว่าถ้าไม่มีเขาก็ไม่มีราชวงศ์ง่อ เขาตายด้วยโรคระหว่างทางไปสร้างผลงานชิ้นใหญ่ที่สุดในชีวิต ไม่ใช่เพราะใครยั่ว
ขงเบ้งในพงศาวดารไม่ได้ฆ่าจิวยี่ หลัวก้วนจงต่างหากที่ฆ่าเขาเป็นครั้งที่สอง
แหล่งข้อมูล
- 《三国志·吴书·周瑜鲁肃吕蒙传》 พร้อมอรรถาธิบายของเผยซงจือที่อ้าง《江表传》 — ต้นฉบับภาษาจีนบนวิกิซอร์ซ
- 《三国志·吴书·吴主传》 จิวยี่กับเทียเภาเป็นแม่ทัพซ้ายขวาในศึกเซ็กเพ็ก และโจหยินทิ้งลำกุ๋น — ต้นฉบับภาษาจีนบนวิกิซอร์ซ
- 《三国志·吴书·程普传》 เทียเภาผู้ที่คนเรียกว่า "程公" — ต้นฉบับภาษาจีนบนวิกิซอร์ซ
- 《三国志·蜀书·先主传》 การแต่งงานของเล่าปี่กับน้องสาวซุนกวน และสี่เมืองทางใต้ของเกงจิ๋ว — ต้นฉบับภาษาจีนบนวิกิซอร์ซ
- 《三国志·蜀书·诸葛亮传》 ขงเบ้งไปง่อก่อนศึกเซ็กเพ็ก — ต้นฉบับภาษาจีนบนวิกิซอร์ซ
- 《三国演义》ตอนที่ 51 ยั่วจิวยี่ครั้งที่หนึ่ง — ต้นฉบับภาษาจีนบนวิกิซอร์ซ
- 《三国演义》ตอนที่ 55 "周郎妙计安天下" — ต้นฉบับภาษาจีนบนวิกิซอร์ซ
- 《三国演义》ตอนที่ 56 กลอุบาย 假途灭虢 — ต้นฉบับภาษาจีนบนวิกิซอร์ซ
- 《三国演义》ตอนที่ 57 "既生瑜,何生亮" และขงเบ้งไว้อาลัยจิวยี่ — ต้นฉบับภาษาจีนบนวิกิซอร์ซ
- 苏轼《念奴娇·赤壁怀古》 — วิกิซอร์ซ
- 苏轼《东坡志林》เล่ม 1 เรื่องเด็กสมัยซ่งฟังนิทานสามก๊ก — วิกิซอร์ซ
- 袁枚《随园诗话》เล่ม 5 เรื่องคำว่า "生瑜生亮" — วิกิซอร์ซ
