ในนิยาย: เขาฮิว (许攸 สฺวี่โหยว) ที่ปรึกษาของอ้วนเสี้ยว ถูกนายด่าว่าเป็นไส้ศึก จึงหนีมาหาโจโฉ (曹操 เฉาเชา) กลางดึกที่กัวต๋อ โจโฉดีใจจนไม่ทันสวมรองเท้า วิ่งเท้าเปล่าออกไปรับ แล้วได้แผนเผาเสบียงอ้วนเสี้ยวที่อัวเจ๋า
ในพงศาวดาร: ตันซิ่วบันทึกจริงว่าเขาฮิวแปรพักตร์มาและเสนอให้ตีอัวเจ๋า แต่ไม่มีเรื่องเท้าเปล่า ภาพโจโฉ 「跣出迎之」 มาจาก《曹瞒传》 หนังสือที่《旧唐书》ระบุว่าคนแคว้นง่อก๊กซึ่งเป็นศัตรูของโจโฉเป็นผู้แต่ง เผยซงจือยกมาไว้ในอรรถาธิบาย แล้ว《资治通鉴》รับไปใช้ เกร็ดนี้จึงมีหลักฐานเพียงแหล่งเดียว
ถอดหน้ากากสามก๊ก ฉบับ MingPaPa (黄炳明 - หวงปิ่งหมิง): ผมกับสามก๊ก
ผม MingPaPa ชื่อจีน หวงปิ่งหมิง - 黄炳明 ชื่อไทย ธนินพงษ์ ศุภพิทักษ์พงษ์ คนไทยเชื้อสายจีนที่รักและผูกพันกับเรื่องราวของจีนมาตั้งแต่เด็กครับ
ตอนเล็ก ๆ ผมได้ยินพ่อกับผู้ใหญ่ในบ้านคุยกันว่า "ใครอ่านสามก๊กครบสามจบ คบไม่ได้" ทั้งที่พ่อผมเองก็อ่านมาหลายจบ พี่ชายผมก็อ่านหลายจบ ส่วนผม ก่อนอายุ 18 ปี อ่านเฉพาะสองฉบับ คือสามก๊กฉบับเจ้าพระยาพระคลัง (หน) กับสามก๊กฉบับวณิพกของยาขอบ รวมกันไปแล้ว 10 รอบ ยังไม่นับหนังสือวิเคราะห์กลยุทธ์และหนังสืออรรถาธิบายสามก๊กอีกหลายสิบเล่ม ยิ่งอ่านก็ยิ่งรัก และยิ่งเข้าใจว่าทำไมผู้ใหญ่ถึงพูดอย่างนั้น
อ่านสามก๊กครบสามจบ คบไม่ได้ เพราะอะไร
ถ้ามองให้ลึก คำนี้ไม่ได้อยู่ที่จำนวนรอบที่อ่าน แต่อยู่ที่ "สันดานเดิมของคนอ่าน" ซึ่งเป็นตัวตั้งต้นครับ สามก๊กคือภาพสะท้อนมนุษย์จริง ๆ ไม่มีใครขาวสะอาดหรือสมบูรณ์แบบ มีทั้งคนดีแต่ซื่อจนโง่ คนเจ้าเล่ห์ที่เลวแต่รวย และคนเก่งที่หยิ่งยโส ในโลกความจริงคนเห็นแก่ตัวก็มีมากกว่าคนดีอยู่แล้ว คนอ่านมีจริตแบบไหน ลึก ๆ ชอบตัวละครแบบใด ก็จะหยิบแง่มุมนั้นมาใช้กับตัวเอง คำว่า "คบไม่ได้" จึงแยกได้เป็นสองมุม
- คบไม่ได้เพราะเลียนแบบความร้าย คนที่มีเชื้อความเห็นแก่ตัวหรือชอบเอาเปรียบคนอยู่แล้ว พออ่านจนเจนจัด ก็ซึมซับความปลิ้นปล้อน กลอุบายสกปรก และการมองคนอื่นเป็นเบี้ยมาใช้ในชีวิตจริง คนกลุ่มนี้ "คบไม่ได้" ในความหมายตรงตัว เพราะพร้อมหักหลังและทำลายมิตรภาพเพื่อประโยชน์ของตัวเอง
- คบไม่ได้เพราะ "คบยาก" เกินไป คนกลุ่มนี้อ่านเพื่อเข้าใจจิตวิทยามนุษย์ วิธีเอาตัวรอด และเกมอำนาจที่ซ่อนอยู่ จนกลายเป็นคนคมกริบที่รู้เท่าทันคนจนไม่มีใครตบตาได้ คนทั่วไปจึงเข้าไม่ถึงหรือระแวงว่าจะถูกเอาเปรียบ ส่วนคนเก่งด้วยกันก็อยู่ด้วยลำบาก เพราะต่างฝ่ายต่างรู้ทันกัน ต้องตั้งการ์ดระวังตัวอยู่ตลอดเวลา
ถอดหน้ากากสามก๊ก ฉบับ MingPaPa (黄炳明 - หวงปิ่งหมิง) คือการอ่านสามก๊กอีกรอบด้วยสายตาของคนที่โตมากับนิยาย ผมหยิบฉากที่คนไทยจำได้ขึ้นใจมาวางเทียบกับพงศาวดาร《三国志》 (ซานกั๋วจื้อ — จดหมายเหตุสามก๊ก) ทีละประโยค ว่าตรงไหนเป็นประวัติศาสตร์ ตรงไหนเป็นฝีมือนักเล่านิทานและนักประพันธ์รุ่นหลัง ทุกบทยกต้นฉบับภาษาจีนพร้อมคำแปล และบอกว่าข้อความนั้นอยู่ในบทไหน ผู้อ่านจะได้ตรวจเองได้ครับ
ชื่อบุคคลและสถานที่ในบทความนี้
ชื่อในสามก๊กฉบับไทยตามฉบับเจ้าพระยาพระคลัง (หน) อ่านตามสำเนียงฮกเกี้ยน ซึ่งต่างจากชื่อที่ใช้กันในระดับสากล บทความนี้จึงกำกับชื่อเฉพาะด้วยอักษรจีนตัวย่อและคำอ่านแบบจีนกลางเมื่อปรากฏครั้งแรก เช่น โจโฉ (曹操 เฉาเชา) ส่วนเลข "ตอนที่" ของนิยายในบทความนี้เป็นเลขตอน (回) ของนิยายฉบับภาษาจีน ซึ่งฉบับเจ้าพระยาพระคลังแบ่งตอนไม่ตรงกัน ฉากเขาฮิวแปรพักตร์อยู่ในตอนที่ ๒๗ และฉากเขาฮิวตายอยู่ในตอนที่ ๓๐ ของฉบับไทย
| อักษรจีน (ตัวย่อ) | พินอิน | อ่านแบบจีนกลาง | ชื่อในสามก๊กฉบับไทย / หมายเหตุ |
|---|---|---|---|
| 曹操 | Cáo Cāo | เฉาเชา | โจโฉ |
| 许攸 | Xǔ Yōu | สฺวี่โหยว | เขาฮิว |
| 袁绍 | Yuán Shào | หยวนเส้า | อ้วนเสี้ยว |
| 审配 | Shěn Pèi | เสิ่นเพ่ย | สิมโพย |
| 荀彧 | Xún Yù | สฺวินอวี้ | ซุนฮก |
| 荀攸 | Xún Yōu | สฺวินโหยว | ซุนฮิว |
| 贾诩 | Jiǎ Xǔ | เจี๋ยสฺวี่ | กาเซี่ยง |
| 淳于琼 | Chúnyú Qióng | ฉุนอวีฉฺยง | อิเขง |
| 曹洪 | Cáo Hóng | เฉาหง | โจหอง |
| 许褚 | Xǔ Chǔ | สวี่ฉู่ | เคาทู |
| 崔琰 | Cuī Yǎn | ชุยเหยี่ยน | ซุยตำ |
| 陈寿 | Chén Shòu | เฉินโซ่ว | ตันซิ่ว ผู้เรียบเรียง《三国志》 |
| 裴松之 | Péi Sōngzhī | เผยซงจือ | ผู้เขียนอรรถาธิบาย《三国志》 (ไม่ปรากฏในฉบับไทย) |
| 范晔 | Fàn Yè | ฟ่านเย่ | ผู้เรียบเรียง《后汉书》 (ไม่ปรากฏในฉบับไทย) |
| 李贤 | Lǐ Xián | หลี่เสียน | ผู้เขียนอรรถาธิบาย《后汉书》 (ไม่ปรากฏในฉบับไทย) |
| 司马光 | Sīmǎ Guāng | ซือหม่ากวง | ผู้เรียบเรียง《资治通鉴》 (ไม่ปรากฏในฉบับไทย) |
| 官渡 | Guāndù | กวนตู้ | ตำบลกัวต๋อ |
| 乌巢 | Wūcháo | อูเฉา | ตำบลอัวเจ๋า |
| 南阳 | Nányáng | หนานหยาง | เมืองลำหยง |
| 冀州 | Jìzhōu | จี้โจว | เมืองกิจิ๋ว |
| 邺 | Yè | เย่ | เมืองเงียบกุ๋น |
| 吴 | Wú | อู๋ | ง่อก๊ก (แคว้นของซุนกวน) |
1. ฉากที่โจโฉดีใจจนลืมใส่รองเท้า
ปลายปี ค.ศ. 200 ศึกกัวต๋อ (官渡 กวนตู้) ยืดเยื้อมาหลายเดือน โจโฉ (曹操 เฉาเชา) ตั้งรับทัพที่ใหญ่กว่ามากของอ้วนเสี้ยว (袁绍 หยวนเส้า) จนเสบียงใกล้หมด เรื่องตัวเลขทหารของสองฝ่ายเล่าไว้แยกในบทความเรื่องศึกกัวต๋อ โจโฉมีทหารไม่ถึงหมื่นจริงหรือ ตรงจุดที่ทุกอย่างกำลังจะพลิก ที่ปรึกษาคนหนึ่งของอ้วนเสี้ยวก็ข้ามฝั่งมา
ตอนที่ 30 (第三十回) ของนิยายฉบับจีนเล่าว่าเขาฮิว (许攸 สฺวี่โหยว) จับคนส่งจดหมายของโจโฉได้ รู้ว่าโจโฉเสบียงหมด จึงเสนอให้อ้วนเสี้ยวแบ่งทัพไปตีเมืองฮูโต๋ อ้วนเสี้ยวไม่เชื่อ พอดีมีจดหมายจากสิมโพย (审配 เสิ่นเพ่ย) ฟ้องว่าเขาฮิวรับสินบนและปล่อยให้ลูกหลานเก็บภาษีเข้ากระเป๋า สิมโพยจับลูกหลานเขาฮิวขังไว้แล้ว อ้วนเสี้ยวโกรธ ด่าว่าเขาฮิวเป็นไส้ศึกของโจโฉ เขาฮิวเกือบเชือดคอตาย แต่คนสนิทห้ามไว้แล้วแนะให้ไปหาโจโฉซึ่งเป็นเพื่อนเก่า
「时操方解衣歇息,闻说许攸私奔到寨,大喜,不及穿履,跣足出迎。」
"ตอนนั้นโจโฉเพิ่งถอดเสื้อจะพัก ได้ยินว่าเขาฮิวแอบหนีมาถึงค่าย ดีใจมาก ไม่ทันสวมรองเท้า เดินเท้าเปล่าออกไปรับ"
นิยายเล่าต่อว่าโจโฉเห็นเขาฮิวแต่ไกลก็ตบมือหัวเราะ จูงมือกันเข้าค่าย แล้ว 「操先拜于地」 โจโฉคุกเข่าคำนับก่อน เขาฮิวรีบประคองขึ้นแล้วว่าท่านเป็นมหาอุปราช ข้าเป็นแค่สามัญชน ทำไมต้องถ่อมตัวถึงเพียงนี้
ฉบับไทยของเจ้าพระยาพระคลัง (หน) ไม่มีเรื่องเท้าเปล่า ตอนที่ ๒๗ ของฉบับไทยเล่าว่า
"ขณะนั้นโจโฉนอนคิดการสงครามอยู่ ครั้นได้ฟังทหารแจ้งเนื้อความดังนั้นก็มีความยินดี มิทันได้แต่งตัวใส่เสื้อก็ลุกออกไปถึงประตูค่ายเห็นเขาฮิว โจโฉก็ตบมือดีใจยอบตัวลงคำนับ"
คนไทยที่อ่านฉบับเจ้าพระยาพระคลังจึงเห็นโจโฉรีบจนไม่ได้แต่งตัว ไม่ใช่ไม่ได้ใส่รองเท้า ภาพ "โจโฉเท้าเปล่า" ที่รู้จักกันทุกวันนี้มาจากฉบับจีนและหนังสือที่อยู่เบื้องหลังฉบับจีนอีกทีหนึ่ง
ฉากที่ตามมาคือฉากที่ทำให้คนอ่านนิยายจำโจโฉว่าเป็นคนเจ้าเล่ห์ เขาฮิวถามว่าเสบียงเหลือเท่าไร ฉบับไทยให้โจโฉตอบว่า "พอจะเลี้ยงทหารได้สักปีหนึ่ง" แล้วลดเป็น "กึ่งปี" เป็น "สามเดือน" จนสุดท้ายกระซิบว่า "สเบียงเรายังอีกเดือนหนึ่งก็จะหมดแล้ว" เขาฮิวจึงเฉลยว่ารู้อยู่แล้วว่าเสบียงหมด เพราะจดหมายถึงซุนฮกอยู่ในมือเขา แล้วเสนอแผนปลอมเป็นทหารอ้วนเสี้ยวไปเผาเสบียงที่อัวเจ๋า (乌巢 อูเฉา)
2. สิ่งที่ตันซิ่วบันทึก: แปรพักตร์จริง แต่ไม่มีเท้าเปล่า
การแปรพักตร์ของเขาฮิวเป็นเรื่องจริงที่พงศาวดารบันทึกไว้หลายที่ 《三国志·魏书·武帝纪》ของตันซิ่ว (陈寿 เฉินโซ่ว) เล่าไว้สั้นที่สุด
「绍谋臣许攸贪财,绍不能足,来奔,因说公击琼等。左右疑之,荀攸、贾诩劝公。」
"เขาฮิวที่ปรึกษาของอ้วนเสี้ยวโลภทรัพย์ อ้วนเสี้ยวให้ไม่พอใจ จึงหนีมาหา แล้วแนะให้โจโฉตีอิเขง (淳于琼 ฉุนอวีฉฺยง) คนรอบตัวสงสัย มีแต่ซุนฮิวกับกาเซี่ยงที่สนับสนุน"
ชีวประวัติซุนฮิว (荀攸 สฺวินโหยว) ในเล่มเดียวกันยืนยันว่า 「会许攸来降,言绍遣淳于琼等将万余兵迎运粮,将骄卒惰,可要击也。众皆疑。唯攸与贾诩劝太祖。」 เขาฮิวมาสวามิภักดิ์ บอกว่าอ้วนเสี้ยวส่งอิเขงคุมทหารหมื่นกว่าไปรับเสบียง นายทัพหยิ่ง ทหารเกียจคร้าน ตีได้ ทุกคนสงสัย มีแต่ซุนฮิวกับกาเซี่ยง (贾诩 เจี๋ยสฺวี่) ที่สนับสนุนให้โจโฉทำตาม
เรื่องเหตุผลที่เขาฮิวหนีมา พงศาวดารให้ไว้สองแบบ《武帝纪》ว่าเพราะโลภและอ้วนเสี้ยวให้ไม่พอ แต่ชีวประวัติซุนฮก (荀彧 สฺวินอวี้) ในเล่มเดียวกันว่า 「审配以许攸家不法,收其妻子,攸怒叛绍」 สิมโพยจับลูกเมียเขาฮิวเพราะคนในบ้านทำผิดกฎหมาย เขาฮิวจึงโกรธแล้วทรยศอ้วนเสี้ยว ที่น่าทึ่งคือซุนฮกทำนายไว้ก่อนศึกแล้วว่า 「许攸贪而不治」 และ 「若攸家犯其法,必不能纵也,不纵,攸必为变」 ถ้าคนในบ้านเขาฮิวทำผิด สิมโพยจะไม่ปล่อย และถ้าไม่ปล่อย เขาฮิวจะต้องแปรพักตร์ นิยายเอาสองเหตุผลนี้มารวมกันเป็นจดหมายของสิมโพยฉบับเดียว
อรรถาธิบายของเผยซงจือ (裴松之) ใต้《武帝纪》ยังยก《汉晋春秋》มาเล่าว่าก่อนหน้านั้น เขาฮิวเคยเสนอให้อ้วนเสี้ยวแบ่งทัพตรึงโจโฉไว้ แล้วอ้อมไปรับพระเจ้าเหี้ยนเต้
「公无与操相攻也。急分诸军持之,而径从他道迎天子,则事立济矣。」
"ท่านอย่าปะทะกับโจโฉเลย รีบแบ่งทัพตรึงไว้ แล้วตรงไปรับโอรสสวรรค์ทางอื่น การใหญ่ก็สำเร็จทันที"
อ้วนเสี้ยวไม่ฟัง หนังสือเล่มนั้นบันทึกว่า 「攸怒」 เขาฮิวโกรธ
《后汉书》ของฟ่านเย่ (范晔) เล่าเรื่องเดียวกันว่า 「攸不得志,遂奔曹操」 เขาฮิวไม่สมหวัง จึงหนีไปหาโจโฉ ทั้งตันซิ่วและฟ่านเย่ ไม่มีใครบันทึกว่าโจโฉออกไปรับด้วยเท้าเปล่า
3. เท้าเปล่ามาจาก《曹瞒传》
ภาพเท้าเปล่าปรากฏครั้งแรกในอรรถาธิบายของเผยซงจือที่เขียนเสร็จในปี ค.ศ. 429 เขายกหนังสือชื่อ《曹瞒传》 (เฉาหมานจ้วน — ประวัติอาหมาน) มาไว้ใต้ประโยคเรื่องการตีอัวเจ๋าใน《武帝纪》
「公闻攸来,跣出迎之,抚掌笑曰:『子卿远来,吾事济矣!』」
"โจโฉได้ยินว่าเขาฮิวมา เดินเท้าเปล่าออกไปรับ ตบมือหัวเราะว่า 'ท่านมาไกล งานของข้าสำเร็จแล้ว'"
คำว่า 「跣」 แปลว่าเท้าเปล่า ข้อความตรงคำทักทายมีจุดน่าสังเกต ต้นฉบับมีหมายเหตุกำกับว่าอีกฉบับเขียนเป็น 「子远,卿来」 ซึ่งน่าจะถูกกว่า เพราะ "จื่อหยวน" (子远) คือชื่อรองของเขาฮิว ประโยคจึงควรอ่านว่า "จื่อหยวน ท่านมาแล้ว งานของข้าสำเร็จแล้ว"
《曹瞒传》ยังเล่าบทสนทนาเรื่องเสบียงที่นิยายเอาไปใช้แทบทุกคำ
「既入坐,谓公曰:『袁氏军盛,何以待之?今有几粮乎?』公曰:『尚可支一岁。』攸曰:『无是,更言之!』又曰:『可支半岁。』攸曰:『足下不欲破袁氏邪,何言之不实也!』公曰:『向言戏之耳。其实可一月,为之奈何?』」
"พอนั่งลง เขาฮิวถามว่า 'ทัพอ้วนเสี้ยวแข็งแรง ท่านจะรับมืออย่างไร ตอนนี้มีเสบียงเท่าไร' โจโฉตอบว่า 'ยังพอได้อีกปีหนึ่ง' เขาฮิวว่า 'ไม่จริง พูดใหม่' โจโฉว่า 'พอได้ครึ่งปี' เขาฮิวว่า 'ท่านไม่อยากชนะอ้วนเสี้ยวหรือ ทำไมพูดไม่จริง' โจโฉว่า 'เมื่อกี้พูดเล่น ความจริงพอได้เดือนเดียว จะทำอย่างไรดี'"
ต้นฉบับมีสามขั้น คือหนึ่งปี ครึ่งปี และหนึ่งเดือน นิยายเติม "สามเดือน" เข้ามาอีกขั้นหนึ่ง และเติมฉากเขาฮิวหยิบจดหมายของโจโฉขึ้นมาเฉลย ซึ่งไม่มีใน《曹瞒传》
4. 《曹瞒传》คือหนังสือของฝ่ายศัตรู
《曹瞒传》เป็นหนังสือที่สูญไปแล้ว เหลือแต่ข้อความที่คนรุ่นหลังยกไปอ้าง ส่วนใหญ่อยู่ในอรรถาธิบายของเผยซงจือ ชื่อหนังสือก็บอกท่าทีของผู้แต่งอยู่แล้ว 「阿瞒」 (อาหมาน) คือชื่อเล่นตอนเด็กของโจโฉ ซึ่ง《曹瞒传》เองเป็นต้นเรื่องว่า 「太祖一名吉利,小字阿瞒」 การตั้งชื่อหนังสือประวัติบุคคลด้วยชื่อเล่นวัยเด็ก แทนตำแหน่งหรือพระนามที่ราชวงศ์เว่ยถวาย ย่อมไม่ใช่การให้เกียรติ
ผู้แต่งไม่ปรากฏชื่อ แต่บัญชีหนังสือใน《旧唐书·经籍志》ระบุไว้ว่า
「《曹瞒传》一卷吴人作。」
"《曹瞒传》หนึ่งเล่ม คนแคว้นง่อก๊กแต่ง"
แคว้นง่อก๊ก (吴 อู๋) ของซุนกวนคือศัตรูของโจโฉและราชวงศ์เว่ยมาตลอด เนื้อหาที่เหลืออยู่ก็สอดคล้องกับข้อนี้ ใน《武帝纪》ฉบับเดียวกัน เผยซงจือยก《曹瞒传》มาหลายตอน ทั้งเรื่องโจโฉวัยหนุ่มแกล้งทำปากเบี้ยวเหมือนลมตีเพื่อให้พ่อเลิกเชื่ออา เรื่องตัดผมแทนหัวเมื่อม้าของโจโฉวิ่งเข้าไปในนาข้าวสาลี ซึ่งเล่าในบทความเรื่องโจโฉชี้ดงบ๊วยและตัดผมแทนหัว และเรื่องโจโฉขุดต้นสาลี่ที่รากมีเลือดไหลก่อนป่วยตาย ซึ่งเล่าในบทความเรื่องโจโฉกับต้นสาลี่ ข้อความ《曹瞒传》ที่เผยซงจือยกไว้ท้าย《武帝纪》สรุปนิสัยโจโฉไว้ตรง ๆ
「太祖为人佻易无威重」
"โจโฉเป็นคนเหลาะแหละ ไม่มีความสง่าน่าเกรงขาม"
และหลังเล่าเรื่องฆ่าคนหลายเรื่องติดกัน ก็ปิดว่า 「其酷虐变诈,皆此之类也」 "ความโหดร้ายและเล่ห์กลของเขา เป็นแบบนี้ทั้งสิ้น"
เมื่ออ่านตอนอัวเจ๋าทั้งตอนใน《曹瞒传》 จะเห็นว่าฉากรับเขาฮิวไม่ได้มีไว้ยกย่องโจโฉอย่างเดียว ในตอนเดียวกันนั้น โจโฉโกหกเรื่องเสบียงซ้ำสองครั้งจนเขาฮิวต้องจับได้ และหลังเผาเสบียงเสร็จ《曹瞒传》ยังเล่าว่า 「杀士卒千余人,皆取鼻,牛马割唇舌,以示绍军」 ฆ่าทหารพันกว่าคน ตัดจมูกทุกคน ตัดริมฝีปากและลิ้นวัวม้า แล้วส่งไปให้ทัพอ้วนเสี้ยวดู ภาพโจโฉที่ดีใจจนวิ่งเท้าเปล่า โกหกหน้าตาย และโหดร้ายในคืนเดียวกัน เข้ากันได้ดีกับโจโฉแบบที่ผู้แต่ง《曹瞒传》อยากให้คนอ่านเห็น คือคนที่ขาดความสง่า และเต็มไปด้วยเล่ห์กล
นี่ไม่ได้แปลว่าเรื่องเท้าเปล่าเป็นเรื่องแต่ง หนังสือของฝ่ายศัตรูอาจบันทึกเหตุการณ์จริงได้ และเรื่องนี้ก็ไม่ขัดกับนิสัยของโจโฉที่พงศาวดารฝ่ายอื่นบันทึกไว้ แต่มันแปลว่าเกร็ดนี้มีที่มาเพียงแหล่งเดียว และแหล่งนั้นมีเหตุผลที่จะเล่าเรื่องโจโฉให้ออกมาในแบบนี้
5. เกร็ดจากแหล่งเดียว เดินทางมาถึงนิยายได้อย่างไร
หลังเผยซงจือ เกร็ดนี้ถูกส่งต่ออีกสองทาง ทางแรกคือ《后汉书》 เนื้อเรื่องหลักของฟ่านเย่ไม่มีเท้าเปล่า แต่เมื่อหลี่เสียน (李贤) รัชทายาทสมัยราชวงศ์ถัง เขียนอรรถาธิบาย《后汉书》 เขาก็ยก《曹瞒传》มาไว้ใต้ประโยคเรื่องเขาฮิวกับการตีอัวเจ๋าว่า 「公闻许攸来,跣出迎之」 อีกครั้ง
ทางที่สองสำคัญกว่า คือ《资治通鉴》เล่มที่ 63 ของซือหม่ากวง (司马光) ซึ่งนำเกร็ดนี้เข้าไปเป็นเนื้อเรื่องหลัก
「操闻攸来,跣出迎之,抚掌笑曰:『子卿远来,吾事济矣!』」
"โจโฉได้ยินว่าเขาฮิวมา เดินเท้าเปล่าออกไปรับ ตบมือหัวเราะว่า 'ท่านมาไกล งานของข้าสำเร็จแล้ว'"
ซือหม่ากวงยังรับบทสนทนาเรื่องเสบียงทั้งหนึ่งปี ครึ่งปี และหนึ่งเดือน ไปไว้ครบ เมื่อเกร็ดเข้าไปอยู่ใน《资治通鉴》 มันก็กลายเป็น "ประวัติศาสตร์" ในสายตาคนอ่านรุ่นหลัง เช่นเดียวกับเรื่องฟ้าร้องในบทความเรื่องต้มเหล้าคุยวีรบุรุษ ที่เดินทางจากอรรถาธิบายเข้าสู่เนื้อเรื่องหลักด้วยเส้นทางเดียวกัน
นิยายรับต่อแล้วขยายให้ชัดขึ้นอีก จาก 「跣出迎之」 สั้น ๆ กลายเป็น 「不及穿履,跣足出迎」 "ไม่ทันสวมรองเท้า เดินเท้าเปล่าออกไปรับ" แล้วเติมให้โจโฉคุกเข่าคำนับก่อน ส่วนฉบับไทยเปลี่ยนรองเท้าเป็นเสื้อ
6. จุดจบของเขาฮิว เพื่อนเก่าที่พูดมากเกินไป
นิยายตอนที่ 33 และตอนที่ ๓๐ ของฉบับไทยเล่าว่าหลังโจโฉตีเมืองกิจิ๋วได้ เขาฮิวขี่ม้าเข้าไปเคียงโจโฉ แล้ว "เอาแซ่ม้าชี้เข้าที่ประตูเมืองว่า ถ้าเราไม่คิดอ่านให้รบพุ่งยังจะได้เข้ามาเห็นประตูเมืองกิจิ๋วหรือ" ต่อมาเขาฮิวพูดทำนองเดียวกันกับเคาทู (许褚 สวี่ฉู่) ที่ประตูเมือง ฉบับไทยเล่าว่า "เคาทูได้ฟังดังนั้นก็โกรธ จึงชักกระบี่ออกตัดสีสะเขาฮิวหิ้วเข้าไป" โจโฉตำหนิเคาทูว่าเขาฮิวเป็นเพื่อนเก่า พูดเล่นเท่านั้น แล้วให้จัดงานศพ
นิยายฉบับจีนให้เขาฮิวเรียกโจโฉด้วยชื่อเล่นว่า
「阿瞒,汝不得我,安得入此门?」
"อาหมาน ถ้าเจ้าไม่ได้ข้า จะได้เข้าประตูนี้หรือ"
พงศาวดารเล่าคล้ายกันแต่จบต่างกัน ชีวประวัติซุยตำ (崔琰 ชุยเหยี่ยน) ใน《三国志》 ตันซิ่วเขียนถึงเขาฮิวกับอีกคนหนึ่งว่า 「皆以恃旧不虔见诛」 "ทั้งคู่ถูกประหารเพราะถือว่าเป็นคนเก่าแก่แล้วไม่ให้ความเคารพ" และเผยซงจือยก《魏略》มาเล่ารายละเอียด
「攸自恃勋劳,时与太祖相戏,每在席,不自限齐,至呼太祖小字,曰:『某甲,卿不得我,不得冀州也。』太祖笑曰:『汝言是也。』然内嫌之。其后从行出邺东门,顾谓左右曰:『此家非得我,则不得出入此门也。』人有白者,遂见收之。」
"เขาฮิวถือว่าตัวเองมีความชอบ มักพูดเล่นกับโจโฉ เวลาอยู่ในงานเลี้ยงก็ไม่รู้จักประมาณ ถึงขั้นเรียกชื่อเล่นตอนเด็กของโจโฉแล้วพูดว่า '(ชื่อเล่น) ถ้าท่านไม่ได้ข้า ก็ไม่ได้เมืองกิจิ๋ว' โจโฉหัวเราะว่า 'เจ้าพูดถูก' แต่ในใจรังเกียจ ต่อมาเขาฮิวตามขบวนออกทางประตูตะวันออกของเมืองเงียบกุ๋น หันไปพูดกับคนรอบตัวว่า 'บ้านนี้ถ้าไม่ได้ข้า ก็ไม่ได้เข้าออกประตูนี้' มีคนนำไปฟ้อง เขาฮิวจึงถูกจับ"
คำว่า 「某甲」 ในต้นฉบับคือคำที่ใช้แทนชื่อเล่นของโจโฉ เพื่อเลี่ยงการเขียนชื่อนั้นตรง ๆ นิยายจึงเติมกลับเป็น "อาหมาน" ซึ่งก็คือชื่อเดียวกับใน《曹瞒传》
ความต่างสำคัญคือ ในนิยาย เคาทูฆ่าเขาฮิวด้วยโทสะของตัวเอง และโจโฉยังตำหนิเคาทูด้วยซ้ำ แต่ในพงศาวดาร เขาฮิวถูกจับและถูกประหารด้วยคำสั่งของโจโฉเอง เหตุเกิดหลังโจโฉยึดเมืองเงียบกุ๋น (邺 เย่) ได้ในปี ค.ศ. 204 พงศาวดารไม่ได้บอกปีที่แน่นอน นิยายย้ายความรับผิดชอบจากโจโฉไปให้เคาทู ส่วนพงศาวดารบอกว่าเพื่อนเก่าที่พูดมากเกินไปคนนี้ตายเพราะโจโฉ "รังเกียจอยู่ในใจ" มาตั้งแต่ต้น
คำถามที่พบบ่อย
โจโฉวิ่งเท้าเปล่าออกรับเขาฮิวจริงไหม?
ยืนยันไม่ได้แน่นอน เรื่องนี้มาจาก《曹瞒传》แหล่งเดียว ซึ่งบันทึกว่า 「公闻攸来,跣出迎之」 เผยซงจือยกมาในอรรถาธิบาย และ《资治通鉴》รับไปใช้ ส่วน《三国志》ฉบับหลักของตันซิ่วและ《后汉书》ฉบับหลักบันทึกแค่ว่าเขาฮิวแปรพักตร์มาและแนะให้ตีอัวเจ๋า
เขาฮิวแปรพักตร์มาหาโจโฉเพราะอะไร?
พงศาวดารให้สองเหตุผล《武帝纪》ว่าเขาฮิวโลภทรัพย์และอ้วนเสี้ยวให้ไม่พอ ชีวประวัติซุนฮกว่าสิมโพยจับลูกเมียเขาฮิวเพราะคนในบ้านทำผิดกฎหมาย เขาฮิวจึงโกรธแล้วทรยศ นิยายรวมสองเหตุผลนี้เป็นจดหมายฟ้องของสิมโพย
《曹瞒传》คือหนังสืออะไร?
เป็นหนังสือประวัติโจโฉที่สูญไปแล้ว เหลือแต่ข้อความที่ถูกยกไปอ้าง ส่วนใหญ่อยู่ในอรรถาธิบายของเผยซงจือ《旧唐书·经籍志》ระบุว่าคนแคว้นง่อก๊กแต่ง ชื่อหนังสือใช้ชื่อเล่นวัยเด็กของโจโฉ และเนื้อหาสรุปนิสัยโจโฉว่าโหดร้ายและเต็มไปด้วยเล่ห์กล
เขาฮิวตายอย่างไร?
นิยายเล่าว่าเคาทูฆ่าเขาฮิวที่ประตูเมืองเพราะโกรธที่เขาฮิวอวดความชอบ แต่《魏略》ที่เผยซงจือยกมาว่าเขาฮิวเรียกชื่อเล่นโจโฉและอวดว่าโจโฉได้เมืองกิจิ๋วเพราะตัวเอง จึงถูกจับ และ《三国志》บันทึกว่าถูกประหารเพราะถือว่าเป็นคนเก่าแก่แล้วไม่ให้ความเคารพ
ฉบับไทยเล่าฉากโจโฉรับเขาฮิวต่างจากฉบับจีนอย่างไร?
ฉบับจีนว่าโจโฉไม่ทันสวมรองเท้าจึงเดินเท้าเปล่าออกไปรับ ส่วนฉบับเจ้าพระยาพระคลัง (หน) ว่าโจโฉ "มิทันได้แต่งตัวใส่เสื้อ" แล้วลุกออกไปที่ประตูค่าย ฉบับไทยจึงไม่มีเรื่องเท้าเปล่า
สรุป
เขาฮิวแปรพักตร์จากอ้วนเสี้ยวมาหาโจโฉจริง และแผนตีเสบียงที่อัวเจ๋าของเขาคือจุดพลิกของศึกกัวต๋อจริง ตามที่ตันซิ่วบันทึก แต่ภาพโจโฉวิ่งเท้าเปล่าออกไปรับมาจาก《曹瞒传》 หนังสือที่คนแคว้นง่อก๊กแต่ง และตั้งใจวาดโจโฉเป็นคนเหลาะแหละเจ้าเล่ห์ เกร็ดนี้เดินทางผ่านอรรถาธิบายของเผยซงจือเข้าสู่《资治通鉴》 แล้วนิยายขยายต่อจนกลายเป็นฉากที่คนจำได้ทั่วไป อาจเป็นเรื่องจริงก็ได้ แต่ทั้งหมดยืนอยู่บนแหล่งเดียว ส่วนตอนจบของเขาฮิว พงศาวดารบอกว่าเป็นโจโฉเองที่สั่งจับเพื่อนเก่าคนนี้ ไม่ใช่เคาทูที่ลงมือด้วยโทสะอย่างในนิยาย
แหล่งข้อมูล
- 《三国志·魏书·武帝纪》 เขาฮิวแปรพักตร์ พร้อมอรรถาธิบายที่อ้าง《曹瞒传》และ《汉晋春秋》 — ต้นฉบับภาษาจีนบนวิกิซอร์ซ
- 《三国志·魏书·荀彧荀攸贾诩传》 คำทำนายของซุนฮก และซุนฮิวกับกาเซี่ยงสนับสนุนแผนเขาฮิว — ต้นฉบับภาษาจีนบนวิกิซอร์ซ
- 《三国志·魏书·崔琰传》 และ《魏略》ที่เผยซงจือยกมา เรื่องเขาฮิวถูกประหาร — ต้นฉบับภาษาจีนบนวิกิซอร์ซ
- 《后汉书·袁绍传》 พร้อมอรรถาธิบายของหลี่เสียน — ต้นฉบับภาษาจีนบนวิกิซอร์ซ
- 《资治通鉴》เล่มที่ 63 เขาฮิวมาหาโจโฉ ค.ศ. 200 — ต้นฉบับภาษาจีนบนวิกิซอร์ซ
- 《旧唐书·经籍志》 บัญชีหนังสือที่ระบุว่า《曹瞒传》คนแคว้นง่อก๊กแต่ง — ต้นฉบับภาษาจีนบนวิกิซอร์ซ
- 曹瞒传 หนังสือที่สูญไปและแหล่งที่ข้อความยังเหลืออยู่ — วิกิพีเดียภาษาจีน
- นิยาย《三国演义》ตอนที่ 30 劫乌巢孟德烧粮 — ต้นฉบับภาษาจีนบนวิกิซอร์ซ
- นิยาย《三国演义》ตอนที่ 33 เคาทูฆ่าเขาฮิว — ต้นฉบับภาษาจีนบนวิกิซอร์ซ
- สามก๊ก ฉบับเจ้าพระยาพระคลัง (หน) ตอนที่ ๒๗ — ห้องสมุดดิจิทัลวชิรญาณ
- สามก๊ก ฉบับเจ้าพระยาพระคลัง (หน) ตอนที่ ๓๐ — ห้องสมุดดิจิทัลวชิรญาณ
