ในนิยาย: ซุนเกี๋ยน (孙坚 ซุนเจียน) เห็นแสงประหลาดจากบ่อน้ำในวังลกเอี๋ยง ให้ทหารลงไปงมได้ตราหยกแผ่นดิน (传国玉玺) แล้วซ่อนไว้ เมื่ออ้วนเสี้ยว (袁绍 หยวนเส้า) ทวง ซุนเกี๋ยนชี้ฟ้าสาบานว่าถ้าได้ตราไว้ขอให้ตายด้วยอาวุธ ภายหลังซุนเซ็กเอาตรานี้ไปจำนำอ้วนสุดเพื่อแลกทหาร
ในพงศาวดาร:《三国志》ฉบับหลักไม่มีเรื่องตรา มีแต่ในอรรถาธิบายของเผยซงจือ (裴松之)《吴书》ว่าซุนเกี๋ยนได้ตราจากบ่อน้ำจริง《江表传》ว่าเป็นของปลอม และเผยซงจือเองก็ไม่เชื่อ แต่《山阳公载记》กับ《后汉书》บันทึกว่าอ้วนสุดยึดตราไปจากภรรยาของซุนเกี๋ยน หลักฐานจึงขัดกันเอง ไม่มีบันทึกเรื่องคำสาบานเลย
สามก๊กฉบับหวงปิ่งหมิง: ผมกับสามก๊ก
ผม MingPaPa ชื่อจีน หวงปิ่งหมิง - 黄炳明 ชื่อไทย ธนินพงษ์ ศุภพิทักษ์พงษ์ คนไทยเชื้อสายจีนที่รักและผูกพันกับเรื่องราวของจีนมาตั้งแต่เด็กครับ
ตอนเล็ก ๆ ผมได้ยินพ่อกับผู้ใหญ่ในบ้านคุยกันว่า "ใครอ่านสามก๊กครบสามจบ คบไม่ได้" ทั้งที่พ่อผมเองก็อ่านมาหลายจบ พี่ชายผมก็อ่านหลายจบ ส่วนผม ก่อนอายุ 18 ปี อ่านเฉพาะสองฉบับ คือสามก๊กฉบับเจ้าพระยาพระคลัง (หน) กับสามก๊กฉบับวณิพกของยาขอบ รวมกันไปแล้ว 10 รอบ ยังไม่นับหนังสือวิเคราะห์กลยุทธ์และหนังสืออรรถาธิบายสามก๊กอีกหลายสิบเล่ม ยิ่งอ่านก็ยิ่งรัก และยิ่งเข้าใจว่าทำไมผู้ใหญ่ถึงพูดอย่างนั้น
อ่านสามก๊กครบสามจบ คบไม่ได้ เพราะอะไร
ถ้ามองให้ลึก คำนี้ไม่ได้อยู่ที่จำนวนรอบที่อ่าน แต่อยู่ที่ "สันดานเดิมของคนอ่าน" ซึ่งเป็นตัวตั้งต้นครับ สามก๊กคือภาพสะท้อนมนุษย์จริง ๆ ไม่มีใครขาวสะอาดหรือสมบูรณ์แบบ มีทั้งคนดีแต่ซื่อจนโง่ คนเจ้าเล่ห์ที่เลวแต่รวย และคนเก่งที่หยิ่งยโส ในโลกความจริงคนเห็นแก่ตัวก็มีมากกว่าคนดีอยู่แล้ว คนอ่านมีจริตแบบไหน ลึก ๆ ชอบตัวละครแบบใด ก็จะหยิบแง่มุมนั้นมาใช้กับตัวเอง คำว่า "คบไม่ได้" จึงแยกได้เป็นสองมุม
- คบไม่ได้เพราะเลียนแบบความร้าย คนที่มีเชื้อความเห็นแก่ตัวหรือชอบเอาเปรียบคนอยู่แล้ว พออ่านจนเจนจัด ก็ซึมซับความปลิ้นปล้อน กลอุบายสกปรก และการมองคนอื่นเป็นเบี้ยมาใช้ในชีวิตจริง คนกลุ่มนี้ "คบไม่ได้" ในความหมายตรงตัว เพราะพร้อมหักหลังและทำลายมิตรภาพเพื่อประโยชน์ของตัวเอง
- คบไม่ได้เพราะ "คบยาก" เกินไป คนกลุ่มนี้อ่านเพื่อเข้าใจจิตวิทยามนุษย์ วิธีเอาตัวรอด และเกมอำนาจที่ซ่อนอยู่ จนกลายเป็นคนคมกริบที่รู้เท่าทันคนจนไม่มีใครตบตาได้ คนทั่วไปจึงเข้าไม่ถึงหรือระแวงว่าจะถูกเอาเปรียบ ส่วนคนเก่งด้วยกันก็อยู่ด้วยลำบาก เพราะต่างฝ่ายต่างรู้ทันกัน ต้องตั้งการ์ดระวังตัวอยู่ตลอดเวลา
สามก๊กฉบับหวงปิ่งหมิง คือการอ่านสามก๊กอีกรอบด้วยสายตาของคนที่โตมากับนิยาย ผมหยิบฉากที่คนไทยจำได้ขึ้นใจมาวางเทียบกับพงศาวดาร《三国志》 (ซานกั๋วจื้อ — จดหมายเหตุสามก๊ก) ทีละประโยค ว่าตรงไหนเป็นประวัติศาสตร์ ตรงไหนเป็นฝีมือนักเล่านิทานและนักประพันธ์รุ่นหลัง ทุกบทยกต้นฉบับภาษาจีนพร้อมคำแปล และบอกว่าข้อความนั้นอยู่ในบทไหน ผู้อ่านจะได้ตรวจเองได้ครับ
ชื่อบุคคลและเอกสารในบทความนี้
ชื่อในสามก๊กฉบับไทยตามฉบับเจ้าพระยาพระคลัง (หน) อ่านตามสำเนียงฮกเกี้ยน ซึ่งต่างจากชื่อที่ใช้กันในระดับสากล บทความนี้จึงกำกับชื่อเฉพาะด้วยอักษรจีนตัวย่อและคำอ่านแบบจีนกลางเมื่อปรากฏครั้งแรก เช่น ซุนเกี๋ยน (孙坚 ซุนเจียน) ส่วนเลข "ตอนที่" ของนิยายในบทความนี้เป็นเลขตอน (回) ของนิยายฉบับภาษาจีน ซึ่งฉบับเจ้าพระยาพระคลังแบ่งตอนไม่ตรงกัน ฉากเก็บตราหยกอยู่ในตอนที่ ๕ และฉากซุนเซ็กจำนำตราอยู่ในตอนที่ ๑๓ ของฉบับไทย
| อักษรจีน (ตัวย่อ) | พินอิน | อ่านแบบจีนกลาง | ชื่อในสามก๊กฉบับไทย / หมายเหตุ |
|---|---|---|---|
| 孙坚 | Sūn Jiān | ซุนเจียน | ซุนเกี๋ยน |
| 传国玺 | chuánguó xǐ | ฉวนกั๋วสี่ | ตราหยก ตราสำหรับราชสมบัติ |
| 袁绍 | Yuán Shào | หยวนเส้า | อ้วนเสี้ยว |
| 袁术 | Yuán Shù | หยวนซู่ | อ้วนสุด |
| 刘表 | Liú Biǎo | หลิวเปี่ยว | เล่าเปียว |
| 程普 | Chéng Pǔ | เฉิงผู่ | เทียเภา |
| 孙策 | Sūn Cè | ซุนเช่อ | ซุนเซ็ก |
| 张让 | Zhāng Ràng | จางรั่ง | เตียวเหยียง |
| 孙皓 | Sūn Hào | ซุนเฮ่า | ซุนโฮ |
| 王莽 | Wáng Mǎng | หวังหมั่ง | อองมัง |
| 徐璆 | Xú Qiú | สฺวีฉิว | ขุนนางฮั่นที่นำตรากลับคืนราชสำนัก (ไม่ปรากฏในฉบับไทย) |
| 虞喜 | Yú Xǐ | อวี๋สี่ | ผู้เขียน《志林》สมัยจิ้นตะวันออก (ไม่ปรากฏในฉบับไทย) |
| 甄官井 | Zhēnguān jǐng | เจินกวนจิ่ง | บ่อน้ำทางใต้ของลกเอี๋ยงตามบันทึก《吴书》 (ไม่ปรากฏในฉบับไทย) |
| 洛阳 | Luòyáng | ลั่วหยาง | ลกเอี๋ยง |
| 许 | Xǔ | สฺวี่ | เมืองฮูโต๋ |
1. ตราที่ทำให้ซุนเกี๋ยนต้องสาบานต่อฟ้า
หลังตั๋งโต๊ะเผาลกเอี๋ยงแล้วพาพระเจ้าเหี้ยนเต้ไปเตียงฮัน ซุนเกี๋ยนเข้าไปตั้งทัพในเมืองที่เหลือแต่ซาก ตอนที่ ๕ ของฉบับเจ้าพระยาพระคลัง (หน)เล่าว่าคืนหนึ่งซุนเกี๋ยนนั่งดูดาวอยู่กลางแจ้ง ทหารชี้ให้ดูแสงประหลาดข้างพระที่นั่งฝ่ายทิศใต้ ซุนเกี๋ยนให้จุดคบเพลิงส่องดูก็เห็นบ่อน้ำ ทหารลงไปพบศพหญิงที่ยังไม่เปื่อย (ฉบับจีนว่าแต่งกายแบบนางในวัง) คอผูกถุงไว้ ในถุงมีหีบใส่กุญแจ ข้างในคือ
"ตราหยกสี่เหลี่ยมจตุรัศดวงหนึ่งหน้าแปดนิ้ว ยอดนั้นจำหลักติดประจำเปนมังกรห้าตัวเกี่ยวกัน แต่เหลี่ยมข้างหนึ่งนั้นลิอยู่เอาทองคำตีเลี่ยมเข้าไว้"
เทียเภา (程普 เฉิงผู่) อธิบายว่าเป็นตราสำหรับราชสมบัติที่สืบมาตั้งแต่จิ๋นซีฮ่องเต้ และว่า "เห็นว่าราชสมบัติจะได้แก่ท่านเปนมั่นคง" ซุนเกี๋ยนจึงคิดจะลาอ้วนเสี้ยวกลับบ้านโดยอ้างว่าป่วย แต่ทหารคนหนึ่งเอาเรื่องไปบอกอ้วนเสี้ยว รุ่งเช้าอ้วนเสี้ยวทวงตรา ซุนเกี๋ยนปฏิเสธ แล้ว
"ซุนเกี๋ยนจึงเอามือชี้ฟ้าแล้วสาบาลว่า ถ้าข้าพเจ้าได้ตราหยกไว้แล้ว ขอให้ข้าพเจ้าตายด้วยสายฟ้าแลอาวุธต่าง ๆ เถิด"
นิยายฉบับจีนตอนที่ 6 ซึ่งชื่อตอนว่า 「匿玉玺孙坚背约」 "ซุนเกี๋ยนซ่อนตราหยก ผิดคำสัญญา" เขียนคำสาบานไว้ว่า
「吾若果得此宝,私自藏匿,异日不得善终,死于刀箭之下!」
"ถ้าข้าได้ของวิเศษนี้จริงแล้วซ่อนไว้เป็นของตัว วันหน้าขอให้ตายไม่ดี ตายด้วยดาบและลูกธนู"
นิยายวางคำสาบานนี้ไว้เป็นลางล่วงหน้า เพราะอีกไม่กี่ตอนต่อมาซุนเกี๋ยนก็ถูกลูกธนูและก้อนหินตายในศึกกับเล่าเปียว (刘表 หลิวเปี่ยว) ส่วนตราหยก นิยายเล่าต่อในตอนที่ 15 ว่าซุนเซ็ก (孙策 ซุนเช่อ) ลูกชายเอาไปจำนำอ้วนสุด (袁术 หยวนซู่) เพื่อขอยืมทหาร ฉบับไทยตอนที่ ๑๓ ให้ซุนเซ็กพูดกับอ้วนสุดว่า
"ข้าพเจ้าจะเอาตราหยกนี้ให้ไว้เปนจำนำ ข้าพเจ้าจะขอเอาทหารของท่านไปช่วยงอเก๋งผู้น้าแก้แค้นเล่าอิ้ว"
2. ตราหยกแผ่นดินหายไปจริงในปี ค.ศ. 189
ส่วนแรกของเรื่องนี้มีหลักฐานรองรับ ตราหยกแผ่นดินหายไปจริงในคืนจลาจลที่ขันทีพาพระเจ้าแผ่นดินหนีออกจากวัง 《资治通鉴》เล่มที่ 59ของซือหม่ากวงบันทึกวันที่พระเจ้าแผ่นดินเสด็จกลับวังว่า
「失传国玺,余玺皆得之。」
"ตราหยกแผ่นดินหายไป ตราอื่น ๆ ได้คืนมาครบ"
ฉบับไทยก็เก็บรายละเอียดนี้ไว้ในตอนที่ ๓ ว่าเมื่อตรวจท้องพระคลังแล้ว ทรัพย์สมบัติยังอยู่ครบ "หายไปแต่ตราหยกสำหรับว่าราชการเมือง" ข้อนี้สำคัญ เพราะฮ่องเต้ราชวงศ์ฮั่นมีตราหลายดวง ตราประจำพระองค์ใช้ประทับงานราชการอีกชุดหนึ่ง ส่วนตราหยกแผ่นดินเป็นตราที่สืบทอดกันมาเป็นสัญลักษณ์ของอำนาจ คำถามของบทความนี้จึงไม่ใช่ว่าตราหายจริงไหม แต่คือตราไปอยู่ที่ใคร
3. คำให้การของฝั่งง่อ: 《吴书》 ว่าเจอในบ่อเจินกวน
ชีวประวัติซุนเกี๋ยนใน《三国志·吴书·孙破虏讨逆传》ของตันซิ่วเขียนช่วงนี้เพียงว่า 「坚乃前入至雒,修诸陵,平塞卓所发掘。」 "ซุนเกี๋ยนรุกเข้าไปถึงลกเอี๋ยง ซ่อมแซมสุสานจักรพรรดิ กลบหลุมที่ตั๋งโต๊ะขุดไว้" แล้วต่อด้วย 「讫,引军还,住鲁阳。」 "เสร็จแล้วถอยทัพกลับไปตั้งที่หลู่หยาง" ตันซิ่วไม่พูดถึงตราหยกเลยแม้แต่คำเดียว
เรื่องตราอยู่ในอรรถาธิบายของเผยซงจือ ซึ่งยกมาจาก《吴书》 พงศาวดารที่เรียบเรียงในแคว้นง่อของลูกหลานซุนเกี๋ยนเอง
「坚军城南甄官井上,旦有五色气,举军惊怪,莫有敢汲。坚令人入井,探得汉传国玺,文曰『受命于天,既寿永昌』,方圜四寸,上纽交五龙,上一角缺。」
"ทัพของซุนเกี๋ยนตั้งอยู่ที่บ่อเจินกวนทางใต้ของเมือง ทุกเช้ามีไอห้าสีลอยขึ้น ทั้งทัพตกใจแปลกใจ ไม่มีใครกล้าตักน้ำ ซุนเกี๋ยนให้คนลงไปในบ่อ งมได้ตราหยกแผ่นดินของราชวงศ์ฮั่น จารึกว่า 'รับอาณัติจากฟ้า ขอให้อายุยืนและรุ่งเรืองตลอดไป' กว้างสี่ชุ่น หูตราเป็นมังกรห้าตัวเกี่ยวกัน มุมบนบิ่นไปมุมหนึ่ง"
《吴书》ยังให้คำอธิบายว่าทำไมตราจึงอยู่ในบ่อ 「初,黄门张让等作乱,劫天子出奔,左右分散,掌玺者以投井中。」 "เมื่อก่อน ขันทีเตียวเหยียง (张让 จางรั่ง) กับพวกก่อจลาจล พาฮ่องเต้หนีออกไป คนรอบพระองค์แตกกระจาย ผู้ดูแลตราจึงโยนตราลงบ่อ"
สังเกตว่าในบันทึกนี้ไม่มีศพหญิง ไม่มีหีบ ไม่มีอ้วนเสี้ยวมาทวง และไม่มีคำสาบาน รายละเอียดที่ตรงกับนิยายมีแค่บ่อน้ำ แสงประหลาด และรูปร่างของตรา
《资治通鉴》เล่มที่ 60 ของซือหม่ากวงรับเรื่องนี้ไว้ในพงศาวดารหลักโดยตัดส่วนที่เป็นลางอัศจรรย์ออก
「坚乃扫除宗庙,祠以太牢,得传国玺于城南甄宫井中」
"ซุนเกี๋ยนจึงทำความสะอาดศาลบรรพชน บูชาด้วยเครื่องเซ่นชั้นสูง และได้ตราหยกแผ่นดินจากบ่อเจินกงทางใต้ของเมือง"
4. ฝ่ายที่ไม่เชื่อ: 《江表传》 และเผยซงจือ
เผยซงจือไม่ได้ยก《吴书》มาลอย ๆ เขายกฝ่ายค้านมาต่อท้ายทันที คนแรกคือ《江表传》 ซึ่งโต้ว่าเรื่องนี้เป็นเท็จ
「案汉献帝起居注云『天子从河上还,得六玺于阁上』,又太康之初孙皓送金玺六枚,无有玉,明其伪也。」
"ตามบันทึกประจำวันของพระเจ้าเหี้ยนเต้ว่า 'ฮ่องเต้เสด็จกลับจากริมแม่น้ำ ได้ตราหกดวงคืนบนหอ' อีกทั้งต้นรัชศกไท่คาง ซุนโฮ (孙皓 ซุนเฮ่า) ส่งตราทองหกดวงมาถวาย ไม่มีหยกเลย จึงเห็นได้ว่าเรื่องนี้เป็นเท็จ"
เหตุผลของ《江表传》มีสองข้อ ข้อแรก ราชสำนักได้ตราคืนครบหกดวงแล้ว ข้อสอง เมื่อง่อยอมแพ้ราชวงศ์จิ้น ซุนโฮจักรพรรดิองค์สุดท้ายของง่อส่งมอบแต่ตราทอง ไม่มีตราหยก
จากนั้นเผยซงจือก็ให้ความเห็นของตัวเอง
「臣松之以为孙坚于兴义之中最有忠烈之称,若得汉神器而潜匿不言,此为阴怀异志,岂所谓忠臣者乎?吴史欲以为国华,而不知损坚之令德。」
"ข้าพเจ้าซงจือเห็นว่า ในบรรดาผู้ยกทัพเพื่อความชอบธรรม ซุนเกี๋ยนได้ชื่อว่าภักดีและเด็ดเดี่ยวที่สุด ถ้าได้ของศักดิ์สิทธิ์ของราชวงศ์ฮั่นแล้วซ่อนไว้ไม่บอกใคร ก็คือแอบคิดการใหญ่ จะเรียกว่าขุนนางภักดีได้อย่างไร นักพงศาวดารของง่ออยากใช้เรื่องนี้เชิดชูแคว้น แต่ไม่รู้ว่ากลับทำลายคุณธรรมของซุนเกี๋ยน"
เผยซงจือให้เหตุผลข้อที่สองว่า ถ้าตราตกทอดอยู่ในตระกูลซุนจริง ตอนซุนโฮยอมแพ้ก็ไม่น่าจะส่งแค่ตราหกดวงแล้วเก็บตราหยกไว้ และปิดท้ายด้วยประโยคที่คนจำกันมาก
「匹夫怀璧,犹曰有罪,而况斯物哉!」
"แม้แต่สามัญชนที่ครอบครองหยกล้ำค่ายังถูกถือว่ามีความผิด นับประสาอะไรกับของสิ่งนี้"
5. ฝ่ายที่เชื่อ: 《志林》 อ้วนสุด และตราที่กลับคืนราชสำนัก
ระหว่าง《江表传》กับความเห็นของเผยซงจือ ยังมี《志林》ของอวี๋สี่ (虞喜) นักปราชญ์สมัยราชวงศ์จิ้นตะวันออก ที่โต้《江表传》กลับอย่างตรงประเด็น อวี๋สี่อธิบายว่าตราหกดวงของฮ่องเต้เป็นตราใช้งานคนละชุดกับตราหยกแผ่นดิน
「传国玺者,乃汉高祖所佩秦皇帝玺,世世传受,号曰传国玺。案传国玺不在六玺之数,安得总其说乎?」
"ตราหยกแผ่นดินคือตราของจักรพรรดิฉินที่ฮั่นเกาจู่ทรงพก สืบทอดกันมาทุกรุ่น จึงเรียกว่าตราสืบแผ่นดิน ตรานี้ไม่ได้อยู่ในจำนวนตราหกดวง จะเอามารวมพูดกันได้อย่างไร"
อวี๋สี่ยังตำหนิตันซิ่วตรง ๆ ว่า 「陈寿为破虏传亦除此说,俱惑起居注,不知六玺殊名,与传国为七者也。」 "ตันซิ่วเขียนชีวประวัติซุนเกี๋ยนก็ตัดเรื่องนี้ออก เพราะหลงเชื่อบันทึกประจำวันเหมือนกัน ไม่รู้ว่าตราหกดวงมีชื่อต่างหาก รวมกับตราสืบแผ่นดินเป็นเจ็ดดวง" ข้อโต้แย้งนี้เข้ากับบันทึกใน《资治通鉴》ที่ว่า 「失传国玺,余玺皆得之」 พอดี คือตราอื่นได้คืนครบ แต่ตราหยกแผ่นดินหายไป ข้อโต้แย้งข้อแรกของ《江表传》จึงอ่อนลงมาก
หลักฐานที่หนักที่สุดของฝ่ายที่เชื่อคือเรื่องที่ตราไปตกอยู่กับอ้วนสุด เผยซงจือยก《山阳公载记》ไว้ในที่เดียวกันว่า
「袁术将僭号,闻坚得传国玺,乃拘坚夫人而夺之。」
"อ้วนสุดกำลังคิดตั้งตัวเป็นฮ่องเต้ ได้ยินว่าซุนเกี๋ยนได้ตราหยกแผ่นดิน จึงจับตัวภรรยาของซุนเกี๋ยนไว้แล้วยึดตราไป"
《后汉书·袁术传》ของฟ่านเย่บันทึกตรงกันว่า 「又闻孙坚得传国玺,遂拘坚妻夺之。」 และ《后汉书·徐璆传》เล่าตอนจบของตราไว้ว่า เมื่ออ้วนสุดตายและทัพแตก ขุนนางชื่อสฺวีฉิว (徐璆) ซึ่งเคยถูกอ้วนสุดกักตัวไว้
「术死军破,璆得其盗国玺,及还许,上之」
"อ้วนสุดตาย ทัพแตก สฺวีฉิวได้ตราแผ่นดินที่อ้วนสุดขโมยไว้ เมื่อกลับถึงเมืองฮูโต๋ก็นำขึ้นถวาย"
อรรถาธิบายใต้ชีวประวัติสฺวีฉิวยังเล่าประวัติตราย้อนไปถึงสมัยอองมัง (王莽 หวังหมั่ง) ว่า 「王莽篡位,就元后求玺,后乃出以投地,上螭一角缺。」 "อองมังชิงราชสมบัติ ไปขอตราจากพระนางหยวนโฮ่ว พระนางนำตราออกมาขว้างลงพื้น มุมมังกรบนตราบิ่นไปมุมหนึ่ง" ตรงกับคำว่า 「上一角缺」 ใน《吴书》 และเป็นที่มาของเรื่องมุมตราที่ฉบับไทยเล่าว่า "เอาทองคำตีเลี่ยมเข้าไว้"
6. ชั่งน้ำหนัก: ซุนเกี๋ยนได้ตราจริงไหม และอะไรที่นิยายเติม
เมื่อวางหลักฐานทั้งหมดเรียงกัน จะเห็นว่าเรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องที่ตอบได้ด้วยคำว่า "จริง" หรือ "ไม่จริง" คำเดียว
ข้อที่หนักไปทางว่าซุนเกี๋ยนได้ตราจริงมีสี่ข้อ ตราหยกแผ่นดินหายไปจริงในปี ค.ศ. 189 ขณะที่ตราอื่นได้คืนครบ《吴书》บอกสถานที่ชัดว่าเป็นบ่อเจินกวน《山阳公载记》กับ《后汉书》ซึ่งไม่ใช่พงศาวดารฝั่งง่อ บันทึกว่าอ้วนสุดยึดตราไปจากภรรยาของซุนเกี๋ยน และ《后汉书》ยังบอกว่าตราที่อ้วนสุดถือไว้ได้กลับคืนราชสำนักที่ฮูโต๋ และซือหม่ากวงก็เลือกบันทึกเรื่องนี้ไว้ในพงศาวดารหลักของ《资治通鉴》
ข้อที่หนักไปทางสงสัยคือ ตันซิ่วผู้เรียบเรียง《三国志》ไม่บันทึกเรื่องนี้ในชีวประวัติซุนเกี๋ยนเลย《吴书》เป็นพงศาวดารของแคว้นที่ลูกหลานซุนเกี๋ยนปกครอง และเล่าเรื่องไอห้าสีที่เป็นลางอัศจรรย์ ส่วนเผยซงจือก็ไม่เชื่อ แต่เมื่ออ่านเหตุผลของเผยซงจือละเอียด ข้อแรกเป็นเหตุผลทางศีลธรรมว่าคนภักดีไม่ควรซ่อนตรา ซึ่งไม่ใช่หลักฐาน ข้อที่สองตั้งอยู่บนสมมติฐานว่าตรายังอยู่ในตระกูลซุนจนถึงซุนโฮ ทั้งที่《山阳公载记》ที่เผยซงจือยกมาเองบอกว่าอ้วนสุดยึดไปตั้งแต่รุ่นซุนเกี๋ยนแล้ว
ข้อสรุปที่พอพูดได้คือ หลักฐานส่วนใหญ่บอกว่าซุนเกี๋ยนได้ตราดวงหนึ่งที่เชื่อกันว่าเป็นตราหยกแผ่นดินจริง แต่เราตรวจไม่ได้ว่าเป็นตราดวงแท้หรือไม่ และพงศาวดารไม่ได้บอกว่าซุนเกี๋ยนตั้งใจจะทำอะไรกับตรานั้น
ส่วนที่แน่นอนว่าเป็นของนิยายมีสามเรื่อง เรื่องแรกคือคำสาบาน ไม่มีบันทึกใดว่าอ้วนเสี้ยวทวงตรา หรือซุนเกี๋ยนสาบานว่าขอตายด้วยอาวุธ การตายของซุนเกี๋ยนในพงศาวดารจึงไม่ใช่ผลของคำสาบาน รายละเอียดเรื่องนั้นเล่าไว้ในบทความเรื่องซุนเกี๋ยนตายอย่างไร เรื่องที่สองคือศพนางในกับหีบใส่ตรา ซึ่งไม่มีใน《吴书》 เรื่องที่สามคือการที่ซุนเซ็กเอาตราไปจำนำอ้วนสุด พงศาวดารบันทึกว่าอ้วนสุดยึดตราไปด้วยการจับตัวภรรยาของซุนเกี๋ยน ไม่ใช่ได้มาจากการจำนำ นิยายเปลี่ยนเรื่องนี้ให้ซุนเซ็กเป็นคนตัดสินใจแลกตรากับทหาร ซึ่งทำให้ซุนเซ็กดูเป็นคนมองการณ์ไกล แทนที่จะเป็นครอบครัวที่ถูกข่มเหง
ซุนเกี๋ยนในบทนี้จึงอยู่ในตำแหน่งที่น่าสนใจ ในตอนที่นิยายยกผลงานรบของเขาไปให้คนอื่น เขาถูกลดบทบาท แต่ในเรื่องตราหยก นิยายกลับเติมคำสาบานให้เขาจนดูเป็นคนมีเล่ห์ ทั้งที่พงศาวดารบันทึกเพียงว่าเขาได้ตรามา และครอบครัวของเขาถูกยึดตราไปในภายหลัง
คำถามที่พบบ่อย
ซุนเกี๋ยนเก็บตราหยกแผ่นดินได้จริงไหม?
หลักฐานขัดกัน《吴书》ว่าซุนเกี๋ยนได้ตราจากบ่อเจินกวนทางใต้ของลกเอี๋ยง《资治通鉴》ก็บันทึกไว้《江表传》ว่าเป็นเรื่องเท็จ และเผยซงจือก็ไม่เชื่อ แต่《山阳公载记》กับ《后汉书》บันทึกว่าอ้วนสุดยึดตราไปจากภรรยาของซุนเกี๋ยน หลักฐานส่วนใหญ่จึงหนักไปทางว่าซุนเกี๋ยนได้ตรามาจริง แม้ตรวจไม่ได้ว่าเป็นตราดวงแท้หรือไม่
ทำไมเผยซงจือจึงไม่เชื่อเรื่องตราหยก?
เผยซงจือให้เหตุผลว่าซุนเกี๋ยนได้ชื่อว่าภักดีที่สุด ถ้าซ่อนตราของราชวงศ์ไว้ก็เท่ากับคิดกบฏ และถ้าตราอยู่ในตระกูลซุนจริง ซุนโฮก็ไม่น่าจะส่งแค่ตราหกดวงตอนยอมแพ้ แต่《山阳公载记》ที่เผยซงจือยกมาเองบอกว่าอ้วนสุดยึดตราไปตั้งแต่รุ่นซุนเกี๋ยนแล้ว
ซุนเกี๋ยนสาบานว่าถ้าได้ตราขอให้ตายด้วยอาวุธจริงไหม?
ไม่มีบันทึกในพงศาวดาร คำสาบาน 「死于刀箭之下」 อยู่ในนิยายตอนที่ 6 เท่านั้น《吴书》ไม่มีฉากอ้วนเสี้ยวทวงตรา และไม่มีคำสาบาน นิยายวางคำสาบานไว้เป็นลางของการตายของซุนเกี๋ยนในศึกกับเล่าเปียว
ตราหยกแผ่นดินไปอยู่กับอ้วนสุดได้อย่างไร?
นิยายเล่าว่าซุนเซ็กเอาตราไปจำนำอ้วนสุดเพื่อแลกทหาร แต่《山阳公载记》และ《后汉书》บันทึกว่าอ้วนสุดจับตัวภรรยาของซุนเกี๋ยนไว้แล้วยึดตราไป เมื่ออ้วนสุดตาย สฺวีฉิว (徐璆) ได้ตรานี้แล้วนำกลับไปถวายราชสำนักที่เมืองฮูโต๋
ตราหยกแผ่นดินมีลักษณะอย่างไร?
《吴书》บรรยายว่าจารึก 「受命于天,既寿永昌」 กว้างสี่ชุ่น หูตราเป็นมังกรห้าตัวเกี่ยวกัน และมุมบนบิ่นไปมุมหนึ่ง อรรถาธิบายใน《后汉书》เล่าว่ามุมนั้นบิ่นเพราะพระนางหยวนโฮ่วขว้างตราลงพื้นตอนอองมังมาขอตรา
สรุป
เรื่องตราหยกแผ่นดินเป็นเรื่องที่นิยายกับพงศาวดารพูดคนละเสียง แต่ไม่ได้ตรงข้ามกันทั้งหมด ตราหายไปจริงในปี ค.ศ. 189 และหลักฐานส่วนใหญ่บอกว่าซุนเกี๋ยนได้ตราดวงหนึ่งจากบ่อน้ำในลกเอี๋ยง ก่อนที่อ้วนสุดจะยึดไปจากภรรยาของเขา และตรากลับคืนราชสำนักหลังอ้วนสุดตาย ฝ่ายที่ไม่เชื่อคือ《江表传》กับเผยซงจือ แต่เหตุผลของเผยซงจือขัดกับบันทึกที่เขายกมาเอง สิ่งที่เป็นของนิยายแน่นอนคือคำสาบานที่ผูกการตายของซุนเกี๋ยนไว้กับตรา ศพนางในในบ่อ และเรื่องซุนเซ็กจำนำตรา
แหล่งข้อมูล
- 《三国志·吴书·孙破虏讨逆传》 พร้อมอรรถาธิบายของเผยซงจือที่ยก《吴书》《山阳公载记》《江表传》《志林》 และความเห็นของเผยซงจือ — ต้นฉบับภาษาจีนบนวิกิซอร์ซ
- 《资治通鉴》 เล่มที่ 59 ตราหยกแผ่นดินหายในปี ค.ศ. 189 — ต้นฉบับภาษาจีนบนวิกิซอร์ซ
- 《资治通鉴》 เล่มที่ 60 ซุนเกี๋ยนได้ตราจากบ่อทางใต้ของลกเอี๋ยง — ต้นฉบับภาษาจีนบนวิกิซอร์ซ
- 《后汉书·袁术传》 อ้วนสุดยึดตราจากภรรยาของซุนเกี๋ยน — ต้นฉบับภาษาจีนบนวิกิซอร์ซ
- 《后汉书·徐璆传》 ตรากลับคืนราชสำนักหลังอ้วนสุดตาย — ต้นฉบับภาษาจีนบนวิกิซอร์ซ
- นิยาย《三国演义》ตอนที่ 6 ซุนเกี๋ยนซ่อนตราหยกและคำสาบาน — ต้นฉบับภาษาจีนบนวิกิซอร์ซ
- นิยาย《三国演义》ตอนที่ 15 ซุนเซ็กจำนำตราหยกแก่อ้วนสุด — ต้นฉบับภาษาจีนบนวิกิซอร์ซ
- 虞喜 อวี๋สี่ ผู้เขียน《志林》 — วิกิพีเดียภาษาจีน
- สามก๊ก ฉบับเจ้าพระยาพระคลัง (หน) ตอนที่ ๓ ตราหยกหายจากท้องพระคลัง — ห้องสมุดดิจิทัลวชิรญาณ
- สามก๊ก ฉบับเจ้าพระยาพระคลัง (หน) ตอนที่ ๕ ซุนเกี๋ยนได้ตราหยกและสาบานต่อฟ้า — ห้องสมุดดิจิทัลวชิรญาณ
- สามก๊ก ฉบับเจ้าพระยาพระคลัง (หน) ตอนที่ ๑๓ ซุนเซ็กจำนำตราหยก — ห้องสมุดดิจิทัลวชิรญาณ
