↑
ครอบครัว ธุรกิจ แถวนี้ 101 แซ่อึ้ง บทความ ติดต่อครอบครัว
ถอดหน้ากากสามก๊ก ฉบับ MingPaPa (黄炳明 - หวงปิ่งหมิง) · เรื่องที่ 24

"วีรบุรุษในใต้หล้ามีแต่ท่านกับข้า" โจโฉพูดจริง! แต่ฟ้าร้องที่เล่าปี่ใช้แก้ตัวมาจากบันทึกชั้นหลัง

ประโยคของโจโฉจริง แต่ฟ้าร้องมาทีหลัง เทียบฉากต้มเหล้าคุยวีรบุรุษในนิยายกับ《三国志》《华阳国志》และ《资治通鉴》

โดย · · อ่าน ~13 นาที
ภาพปกสามก๊ก ชายสองคนแต่งกายขุนนางจีนโบราณนั่งดื่มสุราใต้ต้นไม้ดอกสีชมพู คนซ้ายชี้นิ้วไปทางคนขวา ฉากหลังมีฟ้าแลบ พร้อมอักษร 煮酒论英雄 และข้อความ สามก๊ก ต้มเหล้าคุยวีรบุรุษ ประโยคของโจโฉจริง แต่ฟ้าร้องมาทีหลัง
ภาพปกชุดถอดหน้ากากสามก๊ก ฉบับ MingPaPa (黄炳明 - หวงปิ่งหมิง) ภาพวาดตามจินตนาการ ไม่ใช่ภาพเหตุการณ์จริง
คำตอบสั้น ๆ

ในนิยาย: โจโฉ (曹操 เฉาเชา) ชวนเล่าปี่ (刘备 หลิวเป้ย) ดื่มสุราในสวน แล้วชี้ว่าวีรบุรุษในแผ่นดินมีแต่เล่าปี่กับตัวเอง เล่าปี่ตกใจจนตะเกียบหล่น พอดีฟ้าร้อง จึงแกล้งทำเป็นกลัวฟ้าเพื่อกลบเกลื่อน โจโฉเลยหมดความสงสัย

ในพงศาวดาร: ประโยค 「今天下英雄,唯使君与操耳」 และการที่เล่าปี่ทำช้อนกับตะเกียบหล่นมีอยู่จริงใน《三国志》 แต่ตันซิ่วไม่ได้เขียนเรื่องฟ้าร้อง ฟ้าร้องมาจาก《华阳国志》ที่แต่งขึ้นราว 150 ปีหลังเหตุการณ์ เผยซงจือยกมาไว้ในอรรถาธิบาย แล้ว《资治通鉴》จึงรับเข้าไปในเนื้อเรื่อง

ถอดหน้ากากสามก๊ก ฉบับ MingPaPa (黄炳明 - หวงปิ่งหมิง): ผมกับสามก๊ก

ผม MingPaPa ชื่อจีน หวงปิ่งหมิง - 黄炳明 ชื่อไทย ธนินพงษ์ ศุภพิทักษ์พงษ์ คนไทยเชื้อสายจีนที่รักและผูกพันกับเรื่องราวของจีนมาตั้งแต่เด็กครับ

ตอนเล็ก ๆ ผมได้ยินพ่อกับผู้ใหญ่ในบ้านคุยกันว่า "ใครอ่านสามก๊กครบสามจบ คบไม่ได้" ทั้งที่พ่อผมเองก็อ่านมาหลายจบ พี่ชายผมก็อ่านหลายจบ ส่วนผม ก่อนอายุ 18 ปี อ่านเฉพาะสองฉบับ คือสามก๊กฉบับเจ้าพระยาพระคลัง (หน) กับสามก๊กฉบับวณิพกของยาขอบ รวมกันไปแล้ว 10 รอบ ยังไม่นับหนังสือวิเคราะห์กลยุทธ์และหนังสืออรรถาธิบายสามก๊กอีกหลายสิบเล่ม ยิ่งอ่านก็ยิ่งรัก และยิ่งเข้าใจว่าทำไมผู้ใหญ่ถึงพูดอย่างนั้น

อ่านสามก๊กครบสามจบ คบไม่ได้ เพราะอะไร

ถ้ามองให้ลึก คำนี้ไม่ได้อยู่ที่จำนวนรอบที่อ่าน แต่อยู่ที่ "สันดานเดิมของคนอ่าน" ซึ่งเป็นตัวตั้งต้นครับ สามก๊กคือภาพสะท้อนมนุษย์จริง ๆ ไม่มีใครขาวสะอาดหรือสมบูรณ์แบบ มีทั้งคนดีแต่ซื่อจนโง่ คนเจ้าเล่ห์ที่เลวแต่รวย และคนเก่งที่หยิ่งยโส ในโลกความจริงคนเห็นแก่ตัวก็มีมากกว่าคนดีอยู่แล้ว คนอ่านมีจริตแบบไหน ลึก ๆ ชอบตัวละครแบบใด ก็จะหยิบแง่มุมนั้นมาใช้กับตัวเอง คำว่า "คบไม่ได้" จึงแยกได้เป็นสองมุม

  • คบไม่ได้เพราะเลียนแบบความร้าย คนที่มีเชื้อความเห็นแก่ตัวหรือชอบเอาเปรียบคนอยู่แล้ว พออ่านจนเจนจัด ก็ซึมซับความปลิ้นปล้อน กลอุบายสกปรก และการมองคนอื่นเป็นเบี้ยมาใช้ในชีวิตจริง คนกลุ่มนี้ "คบไม่ได้" ในความหมายตรงตัว เพราะพร้อมหักหลังและทำลายมิตรภาพเพื่อประโยชน์ของตัวเอง
  • คบไม่ได้เพราะ "คบยาก" เกินไป คนกลุ่มนี้อ่านเพื่อเข้าใจจิตวิทยามนุษย์ วิธีเอาตัวรอด และเกมอำนาจที่ซ่อนอยู่ จนกลายเป็นคนคมกริบที่รู้เท่าทันคนจนไม่มีใครตบตาได้ คนทั่วไปจึงเข้าไม่ถึงหรือระแวงว่าจะถูกเอาเปรียบ ส่วนคนเก่งด้วยกันก็อยู่ด้วยลำบาก เพราะต่างฝ่ายต่างรู้ทันกัน ต้องตั้งการ์ดระวังตัวอยู่ตลอดเวลา

ถอดหน้ากากสามก๊ก ฉบับ MingPaPa (黄炳明 - หวงปิ่งหมิง) คือการอ่านสามก๊กอีกรอบด้วยสายตาของคนที่โตมากับนิยาย ผมหยิบฉากที่คนไทยจำได้ขึ้นใจมาวางเทียบกับพงศาวดาร《三国志》 (ซานกั๋วจื้อ — จดหมายเหตุสามก๊ก) ทีละประโยค ว่าตรงไหนเป็นประวัติศาสตร์ ตรงไหนเป็นฝีมือนักเล่านิทานและนักประพันธ์รุ่นหลัง ทุกบทยกต้นฉบับภาษาจีนพร้อมคำแปล และบอกว่าข้อความนั้นอยู่ในบทไหน ผู้อ่านจะได้ตรวจเองได้ครับ

ชื่อบุคคลและสถานที่ในบทความนี้

ชื่อในสามก๊กฉบับไทยตามฉบับเจ้าพระยาพระคลัง (หน) อ่านตามสำเนียงฮกเกี้ยน ซึ่งต่างจากชื่อที่ใช้กันในระดับสากล บทความนี้จึงกำกับชื่อเฉพาะด้วยอักษรจีนตัวย่อและคำอ่านแบบจีนกลางเมื่อปรากฏครั้งแรก เช่น เล่าปี่ (刘备 หลิวเป้ย) ส่วนเลข "ตอนที่" ของนิยายในบทความนี้เป็นเลขตอน (回) ของนิยายฉบับภาษาจีน ซึ่งฉบับเจ้าพระยาพระคลังแบ่งตอนไม่ตรงกัน ฉากในบทความนี้อยู่ในตอนที่ ๑๙ ของฉบับไทย

อักษรจีน (ตัวย่อ) พินอิน อ่านแบบจีนกลาง ชื่อในสามก๊กฉบับไทย / หมายเหตุ
曹操 Cáo Cāo เฉาเชา โจโฉ
刘备 Liú Bèi หลิวเป้ย เล่าปี่
董承 Dǒng Chéng ต่งเฉิง ตังสิน
汉献帝 Hàn Xiàndì ฮั่นเซี่ยนตี้ พระเจ้าเหี้ยนเต้
袁绍 Yuán Shào หยวนเส้า อ้วนเสี้ยว
袁术 Yuán Shù หยวนซู่ อ้วนสุด
刘表 Liú Biǎo หลิวเปี่ยว เล่าเปียว
孙策 Sūn Cè ซุนเช่อ ซุนเซ็ก
刘璋 Liú Zhāng หลิวจาง เล่าเจี๋ยง
关羽 Guān Yǔ กวนอวี่ กวนอู
张飞 Zhāng Fēi จางเฟย เตียวหุย
许褚 Xǔ Chǔ สวี่ฉู่ เคาทู
张辽 Zhāng Liáo จางเหลียว เตียวเลี้ยว
程昱 Chéng Yù เฉิงอวี้ เทียหยก
郭嘉 Guō Jiā กัวเจีย กุยแก
陈寿 Chén Shòu ตันซิ่ว ตันซิ่ว ผู้เรียบเรียง《三国志》
裴松之 Péi Sōngzhī เผยซงจือ ผู้เขียนอรรถาธิบาย《三国志》 (ไม่ปรากฏในฉบับไทย)
常璩 Cháng Qú ฉางฉฺวี๋ ผู้แต่ง《华阳国志》 (ไม่ปรากฏในฉบับไทย)
胡冲 Hú Chōng หูชง ผู้แต่ง《吴历》 (ไม่ปรากฏในฉบับไทย)
司马光 Sīmǎ Guāng ซือหม่ากวง ผู้เรียบเรียง《资治通鉴》 (ไม่ปรากฏในฉบับไทย)
罗贯中 Luó Guànzhōng หลัวก้วนจง ผู้แต่งนิยายสามก๊กฉบับจีน

1. ฉากที่ทำให้คนอ่านนิยายรู้สึกว่าเล่าปี่ฉลาด

ตอนที่ 21 (第二十一回) ของนิยายฉบับจีน ชื่อตอนว่า 「曹操煮酒论英雄」 คือ "โจโฉต้มเหล้าคุยวีรบุรุษ" เปิดเรื่องตอนที่เล่าปี่ (刘备 หลิวเป้ย) เพิ่งลงชื่อในราชโองการลับที่ตังสิน (董承 ต่งเฉิง) พ่อตาของพระเจ้าเหี้ยนเต้ (汉献帝 ฮั่นเซี่ยนตี้) นำมาให้ เป็นราชโองการให้กำจัดโจโฉ (曹操 เฉาเชา) เล่าปี่กลัวโจโฉระแวง จึงปลูกผักรดน้ำเองทุกวันให้ดูเหมือนคนไม่มีความทะเยอทะยาน

วันหนึ่งโจโฉส่งเคาทู (许褚 สวี่ฉู่) กับเตียวเลี้ยว (张辽 จางเหลียว) มาเชิญตัว ชวนดื่มสุราในสวน พอฟ้ามืดครึ้มจะมีพายุ โจโฉก็เปรียบมังกรกับวีรบุรุษ แล้วถามว่าในแผ่นดินมีใครเป็นวีรบุรุษบ้าง เล่าปี่ไล่ชื่อไปทีละคน อ้วนสุด (袁术 หยวนซู่) อ้วนเสี้ยว (袁绍 หยวนเส้า) เล่าเปียว (刘表 หลิวเปี่ยว) ซุนเซ็ก (孙策 ซุนเช่อ) เล่าเจี๋ยง (刘璋 หลิวจาง) โจโฉปัดตกทุกคน จนสุดท้ายชี้นิ้วไปที่เล่าปี่แล้วชี้กลับมาที่ตัวเอง

「今天下英雄,惟使君与操耳。」

"วีรบุรุษในใต้หล้าวันนี้ มีเพียงท่านกับข้าเท่านั้น"

นิยายบรรยายต่อว่า

「玄德闻言,吃了一惊,手中所执匙箸,不觉落于地下。时正值天雨将至,雷声大作。」

"เล่าปี่ได้ยินก็ตกใจ ช้อนกับตะเกียบในมือหล่นลงพื้นโดยไม่รู้ตัว ตอนนั้นฝนกำลังจะตก ฟ้าร้องเสียงดัง"

เล่าปี่ก้มลงเก็บตะเกียบอย่างใจเย็นแล้วพูดว่า 「一震之威,乃至于此。」 "ฟ้าร้องครั้งเดียว ทำให้ตกใจได้ถึงเพียงนี้" โจโฉหัวเราะ 「丈夫亦畏雷乎?」 "ลูกผู้ชายก็กลัวฟ้าร้องด้วยหรือ" เล่าปี่ตอบว่าแม้แต่นักปราชญ์เจอฟ้าร้องลมแรงก็ยังเปลี่ยนสีหน้า แล้วนิยายก็สรุปด้วยกลอนว่า

「巧借闻雷来掩饰,随机应变信如神。」

"ยืมเสียงฟ้าร้องมากลบเกลื่อนอย่างแนบเนียน พลิกแพลงตามสถานการณ์ได้ดั่งเทวดา"

ภาพลายเส้นของเหม เวชกร ชายสองคนแต่งกายแบบขุนนางจีนอยู่ที่โต๊ะอาหารในศาลา บนโต๊ะมีกาน้ำ ถ้วย จาน และตะเกียบ คนหนึ่งยืนชี้มือขึ้นไปทางท้องฟ้าและต้นไม้
ฉากโจโฉเชิญเล่าปี่ดื่มสุราในสวนตามนิยาย ภาพประกอบโดยเหม เวชกร จากสามก๊กฉบับเจ้าพระยาพระคลัง (หน) ฉบับพิมพ์ พ.ศ. 2487 เป็นภาพตามนิยาย ไม่ใช่เหตุการณ์ในพงศาวดาร · ภาพ: เหม เวชกร / Wikimedia Commons (สาธารณสมบัติ)

ฉบับไทยของเจ้าพระยาพระคลัง (หน) เล่าฉากนี้สั้นกว่า และมีรายละเอียดของตัวเองสองจุด ตอนที่ ๑๙ ของฉบับไทยให้โจโฉพูดว่า "ทุกวันนี้เราเล็งดูผู้ซึ่งมีสติปัญญานั้นสิ้นแล้ว มีอยู่แต่ท่านกับเราสองคนเท่านี้" แล้วเล่าต่อว่า

"เล่าปี่ได้ยินโจโฉว่าดังนั้นก็สดุ้งใจ ตะเกียบพลัดตกจากมือ พอได้ยินเสียงฟ้าร้อง เล่าปี่ก็ทำตกใจเอามือปิดหูไว้ โจโฉเห็นดังนั้นก็หัวเราะแล้วว่า เกิดมาเปนชายเหตุใดจึงกลัวเสียงฟ้า เล่าปี่จึงว่าโบราณท่านว่าไว้ ถ้าฟ้าคะนองให้ระวังตัวจงหนัก"

ท่าเอามือปิดหูเป็นของฉบับไทยเอง ฉบับจีนให้เล่าปี่แค่ก้มเก็บตะเกียบ อีกจุดหนึ่งคือผลไม้บนโต๊ะ ฉบับจีนเป็นบ๊วยเขียว (青梅) ส่วนฉบับไทยแปลเป็นมะเฟือง ทั้งเรื่องที่โจโฉเล่าว่าเคยหลอกทหารว่าข้างหน้ามี "ดงมะเฟืองมีผลสุกเปนอันมาก" จนทหารน้ำลายไหลหายกระหาย และตอนที่ "ชวนกินโต๊ะเสพย์สุรากับมะเฟือง" เรื่องหลอกทหารเรื่องนี้มีที่มาของตัวเอง ซึ่งแยกไปเล่าในบทความเรื่องโจโฉชี้ดงบ๊วยแก้กระหาย

2. ตันซิ่วบันทึกไว้ว่าอย่างไร

ประโยคดังของโจโฉไม่ใช่ของแต่ง มันอยู่ในชีวประวัติเล่าปี่ใน《三国志·蜀书·先主传》 ของตันซิ่ว (陈寿 เฉินโซ่ว) ซึ่งเกิดในแคว้นจ๊กก๊กเองและเรียบเรียงพงศาวดารในสมัยราชวงศ์จิ้น

「是时曹公从容谓先主曰:『今天下英雄,唯使君与操耳。本初之徒,不足数也。』先主方食,失匕箸。」

"ตอนนั้นโจโฉพูดกับเล่าปี่อย่างสบาย ๆ ว่า 'วีรบุรุษในใต้หล้าวันนี้ มีเพียงท่านกับข้าเท่านั้น พวกอย่างอ้วนเสี้ยวนับไม่ได้หรอก' เล่าปี่กำลังกินข้าวอยู่ ช้อนกับตะเกียบหลุดจากมือ"

คำทุกคำในประโยคนี้มีน้ำหนัก 「使君」 คือคำเรียกยกย่องผู้เป็นเจ้าเมืองหรือข้าหลวง ตอนนั้นเล่าปี่ได้เป็นข้าหลวงเมืองอิจิ๋ว (豫州牧) โดยโจโฉเป็นผู้เสนอให้ 「本初」 คือชื่อรองของอ้วนเสี้ยว ขุนศึกที่มีกำลังมากที่สุดในแผ่นดินตอนนั้น โจโฉเอ่ยชื่ออ้วนเสี้ยวขึ้นมาเพื่อบอกว่าแม้คนที่ใหญ่ที่สุดก็ไม่อยู่ในสายตา ส่วน 「匕箸」 คือช้อนกับตะเกียบ ตันซิ่วบันทึกแค่ว่ามันหลุดจากมือ ไม่ได้บอกเหตุผล

แต่ตันซิ่ววางประโยคนี้ไว้ในตำแหน่งที่ผู้อ่านเดาได้เอง ประโยคก่อนหน้าเล่าว่าตังสินอ้างว่าได้รับราชโองการลับที่ซ่อนในสายรัดเอวของพระเจ้าเหี้ยนเต้ให้กำจัดโจโฉ และ 「先主未发」 "เล่าปี่ยังไม่ได้ลงมือ" ประโยคถัดไปคือเล่าปี่ร่วมวางแผนกับตังสินจริง ก่อนที่แผนจะแตกและตังสินถูกประหาร คนที่กำลังร่วมคิดฆ่าใครสักคน แล้วถูกคนคนนั้นพูดถึงตัวเองต่อหน้า ย่อมตกใจจนตะเกียบหล่นได้โดยไม่ต้องมีฟ้าร้องช่วย

เหตุการณ์นี้เกิดราวครึ่งแรกของปี ค.ศ. 199 (建安四年) หลังโจโฉกับเล่าปี่ช่วยกันจับลิโป้ที่เมืองแห้ฝือได้ไม่นาน ซึ่งเล่าไว้ในบทความเรื่องวาระสุดท้ายของลิโป้ที่ประตูขาว และก่อนที่โจโฉจะส่งเล่าปี่ไปสกัดอ้วนสุดซึ่งตายในเดือนหกของปีนั้น

3. ฟ้าร้องมาจากหนังสืออีกเล่ม

ในฉบับของตันซิ่วไม่มีฟ้าร้อง ฟ้าร้องปรากฏครั้งแรกในอรรถาธิบายของเผยซงจือ (裴松之) ที่เขียนเสร็จในปี ค.ศ. 429 เผยซงจือยกข้อความจากหนังสืออีกเล่มมาวางไว้ใต้ประโยค 「失匕箸」 ทันที

「《华阳国志》云:于时正当雷震,备因谓操曰:『圣人云"迅雷风烈必变",良有以也。一震之威,乃可至于此也!』」

"《华阳国志》ว่า ตอนนั้นพอดีฟ้าร้อง เล่าปี่จึงพูดกับโจโฉว่า 'นักปราชญ์ว่าฟ้าผ่าเปรี้ยงลมพัดแรงต้องเปลี่ยนสีหน้า ช่างมีเหตุผลจริง ๆ ฟ้าร้องครั้งเดียว ทำให้ตกใจได้ถึงเพียงนี้'"

《华阳国志》 (หฺวาหยางกั๋วจื้อ) เป็นหนังสือภูมิศาสตร์และประวัติศาสตร์ของดินแดนเสฉวนและภาคตะวันตกเฉียงใต้ ฉางฉฺวี๋ (常璩) เขียนขึ้นในสมัยจิ้นตะวันออก ราว ค.ศ. 348–354 คือหลังเหตุการณ์ในสวนของโจโฉราว 150 ปี และหลังตันซิ่วเสียชีวิต (ค.ศ. 297) อีกกว่าห้าสิบปี

เมื่อเปิด《华阳国志》เล่มที่ 6 ภาคประวัติเล่าปี่ดูเอง จะเห็นว่าฉางฉฺวี๋ลอกประโยคของโจโฉมาเกือบตรงกับตันซิ่ว แล้วเติมของใหม่สองอย่าง

「会天震雷,先主曰:『圣人言,迅雷风烈必变,良有以也。一震之威,乃至于此也。』公亦悔失言。」

"พอดีฟ้าผ่า เล่าปี่พูดว่า 'นักปราชญ์ว่าฟ้าผ่าเปรี้ยงลมพัดแรงต้องเปลี่ยนสีหน้า ช่างมีเหตุผลจริง ๆ ฟ้าร้องครั้งเดียวทำให้ตกใจได้ถึงเพียงนี้' โจโฉเองก็เสียใจที่พูดพลั้งปากไป"

อย่างแรกคือฟ้าร้องกับคำแก้ตัวของเล่าปี่ อย่างที่สองคือประโยค 「公亦悔失言」 ที่ให้โจโฉรู้สึกว่าตัวเองพูดมากเกินไป จากนั้น《华阳国志》ยังเล่าต่อว่าโจโฉส่งคนไปแอบดูความเคลื่อนไหวของเล่าปี่ที่ที่พัก พอคนสอดแนมกลับมารายงาน โจโฉก็พูดว่า 「大耳翁未之觉也」 "เจ้าแก่หูยานยังไม่รู้ตัว" แต่คืนนั้นเล่าปี่ก็รีบออกเดินทางไปทางตะวันออก

คำพูดของเล่าปี่ในทั้งสองฉบับอ้างประโยคจาก《论语·乡党》 ซึ่งบรรยายกิริยาของขงจื๊อว่า 「迅雷,风烈,必变」 คือเมื่อฟ้าผ่าเปรี้ยงหรือลมพัดแรง ขงจื๊อจะเปลี่ยนสีหน้าด้วยความเคารพต่อฟ้า เล่าปี่จึงไม่ได้อ้างว่าตัวเองขี้ขลาด แต่อ้างว่าทำตามแบบอย่างของนักปราชญ์ ซึ่งเป็นคำแก้ตัวที่ฟังขึ้นสำหรับคนยุคนั้น

ภาพพิมพ์แกะไม้ขาวดำบนหนังสือจีนเปิดสองหน้า หน้าขวาชายสองคนนั่งดื่มสุราที่โต๊ะในศาลา มีคนรับใช้ถือกาสุรายืนอยู่ หน้าซ้ายมีมังกรในหมู่เมฆ ชายสองคนพกกระบี่ที่เอวและเด็กรับใช้ พร้อมป้ายอักษร 青梅煑酒論英雄 และกลอนจีนแนวตั้งสองข้าง
ภาพพิมพ์แกะไม้ฉาก 「青梅煮酒论英雄」 จากนิยายสามก๊กฉบับพิมพ์ของโจวเย่ว์เจี้ยว (周曰校) ปีว่านลี่ที่ 19 (ค.ศ. 1591) สมัยราชวงศ์หมิง หน้าขวาคือโจโฉกับเล่าปี่ที่โต๊ะสุรา หน้าซ้ายมีมังกรในหมู่เมฆตามบทที่โจโฉเปรียบมังกรกับวีรบุรุษ และชายสองคนพกกระบี่ ซึ่งตามท้องเรื่องคือกวนอูกับเตียวหุยที่ตามเข้ามา เป็นภาพตามนิยาย ไม่ใช่เหตุการณ์ในพงศาวดาร · ภาพ: 周曰校 / Wikimedia Commons (สาธารณสมบัติ)

4. จากอรรถาธิบาย สู่เนื้อเรื่องหลัก แล้วสู่นิยาย

เผยซงจือไม่ได้ออกความเห็นว่าเรื่องฟ้าร้องจริงหรือไม่ เขาแค่ยกมาวางไว้ให้ผู้อ่านเห็นว่ามีอีกสำนวนหนึ่ง แต่เมื่อซือหม่ากวง (司马光) เรียบเรียง《资治通鉴》เล่มที่ 63 ซึ่งเสร็จในปี ค.ศ. 1084 เขาเอาฟ้าร้องเข้ามาเป็นเนื้อเรื่องหลักเลย

「操从容谓备曰:『今天下英雄,惟使君与操耳,本初之徒,不足数也!』备方食,失匕箸,值天雷震,备因曰:『圣人云:"迅雷风烈必变",良有以也。』」

"โจโฉพูดกับเล่าปี่อย่างสบาย ๆ ว่า 'วีรบุรุษในใต้หล้าวันนี้มีเพียงท่านกับข้าเท่านั้น พวกอย่างอ้วนเสี้ยวนับไม่ได้หรอก' เล่าปี่กำลังกินข้าว ช้อนกับตะเกียบหลุดจากมือ พอดีฟ้าร้อง เล่าปี่จึงว่า 'นักปราชญ์ว่าฟ้าผ่าเปรี้ยงลมพัดแรงต้องเปลี่ยนสีหน้า ช่างมีเหตุผลจริง ๆ'"

ตั้งแต่นั้นมา ผู้อ่านที่เรียนประวัติศาสตร์จาก《资治通鉴》ก็เห็นฟ้าร้องเป็นส่วนหนึ่งของเหตุการณ์ ไม่ใช่เชิงอรรถที่ยกมาจากหนังสืออีกเล่ม เมื่อหลัวก้วนจง (罗贯中) แต่งนิยาย เขาจึงมีวัตถุดิบครบอยู่แล้ว ทั้งประโยคของโจโฉจากตันซิ่ว ตะเกียบที่หล่น และฟ้าร้องกับคำอ้างขงจื๊อจาก《华阳国志》ผ่านเผยซงจือและซือหม่ากวง

สิ่งที่นิยายเติมเองคือฉากรอบ ๆ ทั้งบ๊วยเขียวกับสุราที่ต้มไว้ การเปรียบมังกรกับวีรบุรุษ การไล่ชื่อขุนศึกทีละคน และกวนอู (关羽 กวนอวี่) กับเตียวหุย (张飞 จางเฟย) ถือกระบี่บุกเข้ามาในสวนเพราะกลัวพี่ชายเป็นอันตราย ชื่อตอน 「煮酒论英雄」 ที่คนจำกันได้ทั่วทั้งจีนและไทยก็มาจากนิยาย ไม่ใช่จากพงศาวดารเล่มใด

ยังมีความต่างเล็ก ๆ อีกจุดหนึ่ง ใน《华阳国志》 เล่าปี่ใช้ฟ้าร้องแก้ตัว และ "โจโฉเสียใจที่พูดพลั้งปาก" ส่วนในนิยาย ฟ้าร้องทำให้ "โจโฉหมดความสงสัย" เล่าปี่ในนิยายจึงเป็นฝ่ายเอาชนะโจโฉด้วยไหวพริบ ส่วนใน《华阳国志》 คนที่รู้ตัวว่าเผลอเปิดใจมากไปคือโจโฉเอง

5. สวนผักของเล่าปี่ ที่เผยซงจือเรียกว่าเหลวไหล

ฉากเล่าปี่ปลูกผักให้โจโฉตายใจก็มีที่มาคล้ายกัน มันมาจากหนังสือ《吴历》 (อู๋ลี่) ของหูชง (胡冲) ชาวแคว้นง่อก๊ก ซึ่งเผยซงจือยกมาไว้ใต้ประโยคที่เล่าปี่ฆ่าเจ้าเมืองชีจิ๋วแล้วยึดแห้ฝือ ในชีวประวัติเล่าปี่ฉบับเดียวกัน 《吴历》เล่าว่าโจโฉส่งคนไปสอดแนมแม่ทัพที่เลี้ยงแขก เล่าปี่จึงปิดประตูบ้านพาคนปลูกหัวผักกาด (芜菁) แล้วพูดกับกวนอูและเตียวหุยว่า

「吾岂种菜者乎?曹公必有疑意,不可复留。」

"ข้าเป็นคนปลูกผักหรือ โจโฉต้องสงสัยแน่แล้ว อยู่ต่อไม่ได้"

คืนนั้นเล่าปี่ก็ทิ้งของพระราชทานไว้ แล้วหนีไปเมืองเสียวพ่ายพร้อมทหารม้าเบา แต่เผยซงจือเขียนแย้งไว้ต่อท้ายทันที

「臣松之案:魏武帝遣先主统诸将要击袁术,郭嘉等并谏,魏武不从,其事显然,非因种菜遁逃而去。如胡冲所云,何乖僻之甚乎!」

"ข้าพเจ้าซงจือขอวินิจฉัยว่า โจโฉส่งเล่าปี่คุมแม่ทัพไปสกัดอ้วนสุด กุยแกและคนอื่นทัดทาน โจโฉไม่ฟัง เรื่องนี้ชัดเจน เล่าปี่ไม่ได้หนีไปเพราะเรื่องปลูกผัก ที่หูชงเล่ามานั้นวิปลาสเหลือเกิน"

นี่คือจุดที่น่าสังเกต เผยซงจือยกทั้งเรื่องฟ้าร้องและเรื่องปลูกผักมาไว้ในบทเดียวกัน เขาปล่อยเรื่องฟ้าร้องไว้โดยไม่ออกความเห็น แต่ตัดสินเรื่องปลูกผักว่าผิดข้อเท็จจริง นิยายกลับเอาทั้งสองเรื่องมาใช้ และจับมาเรียงต่อกันเป็นฉากเดียว ปลูกผักก่อน แล้วจึงถูกเชิญไปดื่มสุรา

6. ทำไมโจโฉถึงพูดประโยคนี้

ประโยค "มีเพียงท่านกับข้า" ไม่ใช่คำเยินยอลอย ๆ พงศาวดารแสดงให้เห็นว่าโจโฉประเมินเล่าปี่ไว้สูงจริงหลายครั้ง 《三国志·武帝纪》บันทึกว่าเมื่อโจโฉส่งเล่าปี่ไปสกัดอ้วนสุด

「程昱、郭嘉闻公遣备,言于公曰:『刘备不可纵。』公悔,追之不及。」

"เทียหยก (程昱 เฉิงอวี้) และกุยแก (郭嘉 กัวเจีย) รู้ว่าโจโฉส่งเล่าปี่ออกไป จึงบอกโจโฉว่า 'ปล่อยเล่าปี่ไปไม่ได้' โจโฉเสียใจ ส่งคนไปตาม แต่ไม่ทัน"

ต้นปีถัดมา เมื่อเล่าปี่ตั้งตัวเป็นปรปักษ์ที่ชีจิ๋ว แม่ทัพทั้งหลายค้านว่าศัตรูตัวจริงคืออ้วนเสี้ยว ไม่ควรยกทัพไปตะวันออก โจโฉตอบว่า 「夫刘备,人杰也,今不击,必为后患。」 "เล่าปี่เป็นยอดคน ถ้าไม่ตีตอนนี้ จะเป็นภัยภายหลัง" ซึ่งตรงกับน้ำเสียงในสวนเมื่อปีก่อนทุกอย่าง ในตอนนั้นเล่าปี่ยังไม่มีเมืองเป็นของตัวเอง แต่โจโฉมองเห็นแล้วว่าเขาคือคู่แข่งที่น่ากลัวกว่าอ้วนเสี้ยวที่มีทหารนับแสน

บทความเรื่องไฟที่ทุ่งพกบ๋องก็ใช้ประโยคเดียวกันนี้เป็นหลักฐานว่าเล่าปี่ตัวจริงเป็นนักการทหารที่โจโฉนับถือ ไม่ใช่คนที่รบไม่เป็นอย่างที่นิยายช่วงหลังวาดไว้ และในบทความเรื่องเล่าปี่ในฐานะผู้นำ ความสามารถในการเอาตัวรอดจากสถานการณ์อย่างวันนั้น คือส่วนหนึ่งของเหตุที่คนรอบตัวยังเชื่อมั่นในเขา

คำถามที่พบบ่อย

โจโฉพูดว่า "วีรบุรุษในใต้หล้ามีแต่ท่านกับข้า" จริงไหม?

จริง ประโยค 「今天下英雄,唯使君与操耳。本初之徒,不足数也。」 อยู่ในชีวประวัติเล่าปี่ใน《三国志》ของตันซิ่ว โจโฉพูดกับเล่าปี่ราวครึ่งแรกของปี ค.ศ. 199 และเอ่ยถึงอ้วนเสี้ยว (本初) ว่านับไม่ได้

เล่าปี่ทำตะเกียบหล่นจริงหรือเปล่า?

จริง ตันซิ่วบันทึกว่า 「先主方食,失匕箸」 เล่าปี่กำลังกินข้าว ช้อนกับตะเกียบหลุดจากมือ ตันซิ่วไม่ได้บอกเหตุผล แต่ประโยคก่อนหน้าเล่าว่าเล่าปี่เพิ่งร่วมรับราชโองการลับให้กำจัดโจโฉกับตังสิน

เรื่องเล่าปี่อ้างว่าตกใจฟ้าร้องมาจากไหน?

มาจาก《华阳国志》ของฉางฉฺวี๋ ที่เขียนราว ค.ศ. 348–354 หลังเหตุการณ์ราว 150 ปี เผยซงจือยกมาไว้ในอรรถาธิบาย《三国志》 และ《资治通鉴》ของซือหม่ากวงนำเข้ามาเป็นเนื้อเรื่องหลัก ก่อนที่นิยายจะรับไปใช้

คำว่า "迅雷风烈必变" ที่เล่าปี่อ้างมาจากไหน?

มาจาก《论语·乡党》 ซึ่งบรรยายว่าเมื่อฟ้าผ่าเปรี้ยงหรือลมพัดแรง ขงจื๊อจะเปลี่ยนสีหน้า เล่าปี่จึงอ้างแบบอย่างของนักปราชญ์ ไม่ได้อ้างว่าตัวเองขี้ขลาด

เล่าปี่ปลูกผักเพื่อให้โจโฉตายใจจริงไหม?

เรื่องนี้มาจาก《吴历》ของหูชง ชาวแคว้นง่อก๊ก เผยซงจือเขียนแย้งไว้ทันทีว่าเล่าปี่ออกจากเมืองฮูโต๋เพราะโจโฉส่งไปสกัดอ้วนสุด ไม่ได้หนีเพราะเรื่องปลูกผัก และเรียกเรื่องของหูชงว่าวิปลาสเหลือเกิน

สรุป

ฉากต้มสุราคุยวีรบุรุษเป็นฉากที่มีแก่นจริงมากกว่าฉากดังส่วนใหญ่ในสามก๊ก โจโฉพูดประโยคนั้นจริง และเล่าปี่ทำช้อนกับตะเกียบหล่นจริง ตามบันทึกของตันซิ่ว ส่วนฟ้าร้องที่ทำให้เล่าปี่ดูฉลาดเป็นของที่ต่อเติมทีหลัง เริ่มจาก《华阳国志》ที่เขียนหลังเหตุการณ์ราว 150 ปี เผยซงจือยกมาไว้เป็นอีกสำนวน《资治通鉴》ยกขึ้นเป็นเนื้อเรื่อง แล้วนิยายเติมบ๊วยเขียว สุรา มังกร และสวนผักที่เผยซงจือเคยบอกว่าเหลวไหล คนอ่านนิยายจึงจำเล่าปี่ในฉากนี้ว่าเป็นคนพลิกแพลงเก่ง ทั้งที่พงศาวดารบันทึกเพียงว่าเขาตกใจจนตะเกียบหลุดมือ

แหล่งข้อมูล

ถอดหน้ากากสามก๊ก ฉบับ MingPaPa (黄炳明 - หวงปิ่งหมิง)

เรื่องที่ 24 จาก 24 เรื่อง

ชุดบทความที่วางฉากดังในนิยายสามก๊กเทียบกับพงศาวดาร《三国志》ทีละฉาก เขียนโดยMingPaPa ชื่อจีน หวงปิ่งหมิง - 黄炳明

ดูทั้งหมวด →
ดูรายชื่อเรื่องทั้งชุด

เกี่ยวกับผู้เขียน

ธนินพงษ์ ศุภพิทักษ์พงษ์ (MingPaPa)
黄炳明 - MingPaPa

เขียนโดย

ชื่อจีน หวงปิ่งหมิง - 黄炳明

นักธุรกิจโรงพิมพ์ ครูศิลปะการต่อสู้ และผู้ถ่ายทอดวัฒนธรรมจีน ศาสนา และความเชื่อ

ประสบการณ์ที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้: ก่อนอายุ 18 ปี ผู้เขียนอ่านสามก๊กฉบับเจ้าพระยาพระคลัง (หน) และสามก๊กฉบับวณิพกของยาขอบรวม 10 รอบ ไม่นับหนังสือวิเคราะห์กลยุทธ์และอรรถาธิบายสามก๊กอีกหลายสิบเล่ม บทนี้วางฉากต้มเหล้าคุยวีรบุรุษในนิยายเทียบกับชีวประวัติเล่าปี่ใน《三国志》 แล้วไล่ที่มาของฟ้าร้องผ่าน《华阳国志》 อรรถาธิบายของเผยซงจือ และ《资治通鉴》

ประวัติการแก้ไข

  • — เผยแพร่ครั้งแรก

พบข้อมูลคลาดเคลื่อน แจ้งได้ที่หน้าติดต่อ และอ่านวิธีตรวจสอบกับแก้ไขข้อผิดพลาดได้ที่นโยบายบรรณาธิการ

บทความที่เกี่ยวข้อง

ดูบทความทั้งหมดในหมวดถอดหน้ากากสามก๊ก ฉบับ MingPaPa (黄炳明 - หวงปิ่งหมิง)