ในนิยาย: ข้าหลวงต๊กอิ้ว (督邮 ตูโหยว) มาตรวจราชการ รีดไถเงินและใส่ร้ายเล่าปี่ (刘备 หลิวเป้ย) เตียวหุย (张飞 จางเฟย) โกรธจัด ลากต๊กอิ้วออกมาผูกกับหลักผูกม้าหน้าที่ว่าการ หักกิ่งไม้มาฟาดจนสาหัส (ฉบับจีนเป็นกิ่งหลิว ฉบับไทยเป็นกิ่งสน) เล่าปี่ร้องห้าม ไว้ชีวิตต๊กอิ้ว แขวนตราประจำตำแหน่งไว้ที่คอต๊กอิ้วแล้วลาออก
ในพงศาวดาร: คนที่บุกเข้าไปมัดต๊กอิ้วแล้วโบยสองร้อยไม้คือ เล่าปี่เอง แล้วเล่าปี่ก็ "หนีคดี" ไป ไม่ใช่ลาออกอย่างสง่างาม
สามก๊กฉบับอึ้งเป๋งเม้ง: ผมกับสามก๊ก
ผม MingPaPa ชื่อจีน อึ้งเป๋งเม้ง (黄炳明) ชื่อไทย ธนินพงษ์ ศุภพิทักษ์พงษ์ คนไทยเชื้อสายจีนที่รักและผูกพันกับเรื่องราวของจีนมาตั้งแต่เด็กครับ
ตอนเล็ก ๆ ผมได้ยินพ่อกับผู้ใหญ่ในบ้านคุยกันว่า "ใครอ่านสามก๊กครบสามจบ คบไม่ได้" ทั้งที่พ่อผมเองก็อ่านมาหลายจบ พี่ชายผมก็อ่านหลายจบ ส่วนผม ก่อนอายุ 18 ปี อ่านเฉพาะสองฉบับ คือสามก๊กฉบับเจ้าพระยาพระคลัง (หน) กับสามก๊กฉบับวณิพกของยาขอบ รวมกันไปแล้ว 10 รอบ ยังไม่นับหนังสือวิเคราะห์กลยุทธ์และหนังสืออรรถาธิบายสามก๊กอีกหลายสิบเล่ม ยิ่งอ่านก็ยิ่งรัก และยิ่งเข้าใจว่าทำไมผู้ใหญ่ถึงพูดอย่างนั้น
อ่านสามก๊กครบสามจบ คบไม่ได้ เพราะอะไร
ถ้ามองให้ลึก คำนี้ไม่ได้อยู่ที่จำนวนรอบที่อ่าน แต่อยู่ที่ "สันดานเดิมของคนอ่าน" ซึ่งเป็นตัวตั้งต้นครับ สามก๊กคือภาพสะท้อนมนุษย์จริง ๆ ไม่มีใครขาวสะอาดหรือสมบูรณ์แบบ มีทั้งคนดีแต่ซื่อจนโง่ คนเจ้าเล่ห์ที่เลวแต่รวย และคนเก่งที่หยิ่งยโส ในโลกความจริงคนเห็นแก่ตัวก็มีมากกว่าคนดีอยู่แล้ว คนอ่านมีจริตแบบไหน ลึก ๆ ชอบตัวละครแบบใด ก็จะหยิบแง่มุมนั้นมาใช้กับตัวเอง คำว่า "คบไม่ได้" จึงแยกได้เป็นสองมุม
- คบไม่ได้เพราะเลียนแบบความร้าย คนที่มีเชื้อความเห็นแก่ตัวหรือชอบเอาเปรียบคนอยู่แล้ว พออ่านจนเจนจัด ก็ซึมซับความปลิ้นปล้อน กลอุบายสกปรก และการมองคนอื่นเป็นเบี้ยมาใช้ในชีวิตจริง คนกลุ่มนี้ "คบไม่ได้" ในความหมายตรงตัว เพราะพร้อมหักหลังและทำลายมิตรภาพเพื่อประโยชน์ของตัวเอง
- คบไม่ได้เพราะ "คบยาก" เกินไป คนกลุ่มนี้อ่านเพื่อเข้าใจจิตวิทยามนุษย์ วิธีเอาตัวรอด และเกมอำนาจที่ซ่อนอยู่ จนกลายเป็นคนคมกริบที่รู้เท่าทันคนจนไม่มีใครตบตาได้ คนทั่วไปจึงเข้าไม่ถึงหรือระแวงว่าจะถูกเอาเปรียบ ส่วนคนเก่งด้วยกันก็อยู่ด้วยลำบาก เพราะต่างฝ่ายต่างรู้ทันกัน ต้องตั้งการ์ดระวังตัวอยู่ตลอดเวลา
สามก๊กฉบับอึ้งเป๋งเม้ง คือการอ่านสามก๊กอีกรอบด้วยสายตาของคนที่โตมากับนิยาย ผมหยิบฉากที่คนไทยจำได้ขึ้นใจมาวางเทียบกับพงศาวดาร《三国志》 (ซานกั๋วจื้อ — จดหมายเหตุสามก๊ก) ทีละประโยค ว่าตรงไหนเป็นประวัติศาสตร์ ตรงไหนเป็นฝีมือนักเล่านิทานและนักประพันธ์รุ่นหลัง ทุกบทยกต้นฉบับภาษาจีนพร้อมคำแปล และบอกว่าข้อความนั้นอยู่ในบทไหน ผู้อ่านจะได้ตรวจเองได้ครับ
ชื่อบุคคลและตำแหน่งในบทความนี้
ชื่อในสามก๊กฉบับไทยตามฉบับเจ้าพระยาพระคลัง (หน) อ่านตามสำเนียงฮกเกี้ยน ซึ่งต่างจากชื่อที่ใช้กันในระดับสากล บทความนี้จึงกำกับชื่อเฉพาะด้วยอักษรจีนตัวย่อและคำอ่านแบบจีนกลางเมื่อปรากฏครั้งแรก เช่น เล่าปี่ (刘备 หลิวเป้ย) ส่วนเลข "ตอนที่" ของนิยายในบทความนี้เป็นเลขตอน (回) ของนิยายฉบับภาษาจีน ซึ่งฉบับเจ้าพระยาพระคลังแบ่งตอนไม่ตรงกัน ฉบับไทยมักเรียกง่อก๊กว่า "เมืองกังตั๋ง" (江东) และเรียกจ๊กก๊กว่า "เมืองเสฉวน" ส่วนชื่อไทยของตัวละครและสถานที่ในบทความนี้ตรวจกับต้นฉบับฉบับเจ้าพระยาพระคลัง (หน) แล้ว
| อักษรจีน (ตัวย่อ) | พินอิน | อ่านแบบจีนกลาง | ชื่อในสามก๊กฉบับไทย / หมายเหตุ |
|---|---|---|---|
| 刘备 | Liú Bèi | หลิวเป้ย | เล่าปี่ (ชื่อรอง 玄德 เสฺวียนเต๋อ ฉบับไทยเขียน "เหี้ยนเต๊ก") |
| 张飞 | Zhāng Fēi | จางเฟย | เตียวหุย |
| 关羽 | Guān Yǔ | กวนอวี่ | กวนอู |
| 督邮 | dūyóu | ตูโหยว | ต๊กอิ้ว (ข้าหลวงตรวจการของเจ้าเมือง) |
| 邹靖 | Zōu Jìng | โจวจิ้ง | เจาเจ้ง นายกอง (校尉) ที่เล่าปี่ไปช่วยปราบโจร |
| 安喜县 | Ānxǐ xiàn | อานสี่เซี่ยน | เมืองอันห้อก้วน |
| 县尉 | xiànwèi | เซี่ยนเว่ย | ตำแหน่งนายอำเภอฝ่ายปราบปราม |
| 黄巾 | Huángjīn | หวงจิน | โจรโพกผ้าเหลือง |
| 《典略》 | Diǎnlüè | เตี่ยนเลฺว่ | บันทึกของอวี๋ฮ่วน (鱼豢) |
| 陈寿 | Chén Shòu | เฉินโซ่ว | ตันซิ่ว (ชื่อที่นักเขียนไทยนิยมใช้ ไม่ได้อยู่ในนิยาย) |
| 毛宗岗 | Máo Zōnggǎng | เหมาจงกั่ง | เหมาจงกั่ง |
1. เตียวหุยในนิยาย
นิยายฉบับจีนตอนที่ 2 (第二回) ชื่อว่า 「张翼德怒鞭督邮,何国舅谋诛宦竖」 "จางอี้เต๋อ (张翼德 คือเตียวหุย) โกรธเฆี่ยนต๊กอิ้ว โฮจิ๋น (何进 เหอจิ้น) พระเชษฐาวางแผนกำจัดขันที"
เล่าปี่ปราบโจรโพกผ้าเหลืองมีความชอบ ได้เป็นผู้รักษาเมืองเล็ก ๆ ชื่ออันห้อก้วน (安喜县 อานสี่เซี่ยน) ปกครองได้ไม่กี่เดือน ราษฎรรักใคร่ ไม่แตะต้องทรัพย์ราษฎร แล้วต๊กอิ้วก็มาถึง ต๊กอิ้วนั่งอยู่บนที่สูง ปล่อยเล่าปี่ยืนอยู่ข้างล่าง ถามประชดว่าเล่าปี่อ้างเป็นเชื้อพระวงศ์และปลอมความชอบทางทหารใช่หรือไม่ ความจริงคือต้องการสินบน เล่าปี่ไม่มีเงินให้ ต๊กอิ้วจึงบีบบังคับเจ้าหน้าที่อำเภอให้ใส่ร้ายว่าเล่าปี่ข่มเหงราษฎร
เตียวหุยดื่มเหล้ามาหลายจอก ผ่านมาเห็นชาวบ้านร้องไห้อยู่หน้าที่พัก จึงบุกเข้าไป ลากต๊กอิ้วออกมามัดกับเสาผูกม้า หักกิ่งหลิวมาฟาดขาจนกิ่งหักไปสิบกว่ากิ่ง เล่าปี่ได้ยินเสียงจึงรีบมาห้าม กวนอู (关羽 กวนอวี่) กลับแนะว่า "ฆ่าเสียเลย" แต่เล่าปี่ไม่ยอม ถอดตราประจำตำแหน่งแขวนคอต๊กอิ้วแล้วพูดว่า
「据汝害民,本当杀却;今姑饶汝命。吾缴还印绶,从此去矣!」
"เจ้าทำร้ายราษฎร ควรฆ่าเสีย วันนี้จะไว้ชีวิตเจ้าก่อน ข้าคืนตราตำแหน่ง จากไปแต่บัดนี้"
ฉบับไทยของเจ้าพระยาพระคลัง (หน) เล่าเหตุการณ์เดียวกัน แต่เตียวหุย "เอาผมต๊กอิ้วผูกกับหลักม้า แล้วหักเอากิ่งสนมาตีต๊กอิ้วเจ็บปวดเป็นสาหัส" เมื่อต๊กอิ้วร้องขอชีวิต "เล่าปี่ได้ยินดังนั้นมีใจเมตตาสัตว์หาความพยาบาทมิได้จึงห้ามเตียวหุย" (สามก๊ก ฉบับเจ้าพระยาพระคลัง (หน) ตอนที่ ๒ ตามฉบับวิกิซอร์ซ) ทั้งฉบับจีนและฉบับไทยจึงให้เตียวหุยเป็นคนลงมือเหมือนกัน
ในฉากนี้ตัวละครทั้งสามถูกวางบทชัดเจน เตียวหุยคือความโกรธ กวนอูคือความเด็ดขาด เล่าปี่คือความเมตตา
2. พงศาวดารบันทึกไว้ว่าอะไร
ชีวประวัติเล่าปี่ใน《三国志·蜀书·先主传》เขียนสั้น ๆ แต่คมมาก
「先主率其属从校尉邹靖讨黄巾贼有功,除安喜尉。督邮以公事到县,先主求谒,不通,直入缚督邮,杖二百,解绶系其颈着马枊,弃官亡命。」
"เล่าปี่นำพรรคพวกไปช่วยนายกองเจาเจ้งปราบโจรโพกผ้าเหลืองมีความชอบ ได้เป็นนายอำเภอฝ่ายปราบปราม (尉) ที่อันห้อก้วน ต๊กอิ้วมาที่อำเภอด้วยราชการ เล่าปี่ขอเข้าพบ ไม่ได้รับอนุญาต จึงบุกเข้าไปมัดต๊กอิ้ว โบยสองร้อยไม้ ถอดสายตราผูกคอต๊กอิ้วไว้กับเสาผูกม้า แล้วทิ้งตำแหน่งหนีคดีไป"
ประธานของกริยาขอเข้าพบ บุก มัด โบย และหนีในประโยคนี้คือ 先主 คือเล่าปี่ ไม่มีชื่อเตียวหุยเลย และคำสุดท้าย 「亡命」 ไม่ได้แปลว่าลาออก แต่แปลว่า "หนีเอาตัวรอด กลายเป็นผู้ร้ายหลบหนี"
3. ฉบับที่ละเอียดกว่า: 《典略》
เผยซงจือ (裴松之) ยก《典略》ของอวี๋ฮ่วน (鱼豢) มาเสริมใต้ประโยคนี้ และฉบับนี้ทำให้เล่าปี่ดู "ร้าย" ยิ่งกว่าเดิม
「其后州郡被诏书,其有军功为长吏者,当沙汰之,备疑在遣中。督邮至县,当遣备,备素知之。闻督邮在传舍,备欲求见督邮,督邮称疾不肯见备,备恨之,因还治,将吏卒更诣传舍,突入门,言『我被府君密教收督邮』。遂就床缚之,将出到界,自解其绶以系督邮颈,缚之著树,鞭杖百余下,欲杀之。督邮求哀,乃释去之。」
แปลความ
"ต่อมาเมืองต่าง ๆ ได้รับพระราชโองการว่า ผู้ที่ได้เป็นขุนนางเพราะความชอบทางทหาร ให้คัดออก เล่าปี่สงสัยว่าตัวเองอยู่ในข่ายถูกปลด ต๊กอิ้วมาถึงอำเภอเพื่อปลดเล่าปี่ เล่าปี่ก็รู้อยู่แล้ว ได้ยินว่าต๊กอิ้วพักอยู่ที่เรือนรับรอง จึงไปขอพบ ต๊กอิ้วอ้างว่าป่วยไม่ยอมพบ เล่าปี่แค้นใจ กลับไปที่ว่าการ พาทหารกับเจ้าหน้าที่กลับมาที่เรือนรับรอง บุกเข้าประตูไป อ้างว่า 'ข้าได้รับคำสั่งลับจากท่านเจ้าเมืองให้มาจับต๊กอิ้ว' แล้วเข้าไปมัดต๊กอิ้วถึงบนเตียง พาออกไปถึงเขตแดน ถอดสายตราของตัวเองผูกคอต๊กอิ้ว มัดไว้กับต้นไม้ เฆี่ยนตีร้อยกว่าที คิดจะฆ่าเสีย ต๊กอิ้วร้องขอชีวิต จึงปล่อยไป"
ฉบับ《典略》เพิ่มรายละเอียดสำคัญสามอย่าง
- แรงจูงใจ ไม่ใช่เพราะต๊กอิ้วรีดไถหรือข่มเหงราษฎร แต่เพราะราชสำนักมีนโยบายคัดขุนนางสายทหารออก (沙汰) และเล่าปี่รู้ว่าตัวเองกำลังจะตกงาน
- เล่าปี่โกหก อ้างคำสั่งลับของเจ้าเมือง (府君密教) ซึ่งไม่มีอยู่จริง เพื่อให้ลูกน้องยอมทำตาม
- เล่าปี่คิดจะฆ่า ต๊กอิ้วรอดเพราะร้องขอชีวิต ไม่ใช่เพราะเล่าปี่เมตตาตั้งแต่ต้น
ตัวเลขโบยก็ไม่ตรงกัน《三国志》ว่า 「杖二百」 สองร้อยไม้ ส่วน《典略》ว่า 「鞭杖百余下」 ร้อยกว่าที แต่ทั้งสองฉบับตรงกันในสิ่งที่สำคัญที่สุด คือ คนลงมือคือเล่าปี่
4. ต๊กอิ้วคือใคร ทำไมเรื่องนี้ร้ายแรง
ต๊กอิ้ว (督邮) ไม่ใช่ขุนนางชั้นผู้น้อยที่ตีได้ตามใจ ในระบบปกครองสมัยฮั่น ต๊กอิ้วคือผู้ช่วยของเจ้าเมือง (郡太守) ทำหน้าที่ตรวจราชการตามอำเภอ ตรวจสอบนายอำเภอ จับกุมผู้กระทำผิด และส่งรายงานกลับเมือง งานวิชาการจีนเรื่อง《略论汉代督邮》(1988) อธิบายว่าต๊กอิ้วเป็นกลไกสำคัญของการคุมท้องถิ่นในสมัยฮั่น พูดง่าย ๆ คือต๊กอิ้วคือ "ตาของเจ้าเมือง"
การที่นายอำเภอมัดแล้วโบยต๊กอิ้วจึงไม่ต่างจากการทำร้ายผู้ตรวจราชการ เป็นความผิดร้ายแรง เล่าปี่จึงต้อง 「亡命」 หนีไป ไม่ใช่ลาออก
และถ้ามองจากฝั่งเล่าปี่ เรื่องนี้ก็มีความเห็นใจได้ นโยบาย "คัดขุนนางสายทหารออก" หลังปราบโจรโพกผ้าเหลือง คือการที่ราชสำนักฮั่นหลอกใช้คนไปรบแล้วยึดตำแหน่งคืน ชายหนุ่มที่ไม่มีเส้นสายอย่างเล่าปี่คือคนแรกที่โดน ความโกรธของเขาจึงเป็นความโกรธต่อระบบที่ไม่ยุติธรรม แต่วิธีที่เขาใช้คือความรุนแรงและการโกหก
5. ก่อนจะถึงนิยาย: เตียวหุยใน《三国志平话》
การโยนเรื่องนี้ให้เตียวหุยไม่ได้เริ่มที่หลัวก้วนจง (罗贯中) ในสามก๊กฉบับนักเล่านิทานสมัยหยวน《三国志平话》 เตียวหุยรุนแรงกว่านี้อีกหลายเท่า ตัวบทเขียนว่า 「打了一百大棒,身死,分尸六段」 คือเตียวหุยในฉบับผิงฮว่า (平话) เฆี่ยนต๊กอิ้วจนตาย แล้วหั่นศพเป็นหกท่อน ตัวละครทั้งสามต้องหนีไปซ่อนตัวในภูเขา
ฉบับนักเล่านิทานนี้สะท้อนรสนิยมของผู้ฟังชาวบ้าน ซึ่งชอบความสะใจและชอบเห็นขุนนางขี้โกงถูกลงโทษ เตียวหุยในฉบับผิงฮว่า (平话) คือฮีโร่ของคนชั้นล่างที่ใช้กำลังจัดการความอยุติธรรม
หลัวก้วนจงรับโครงเรื่องนี้มา แต่ "ลดดีกรี" ลง ต๊กอิ้วไม่ตาย เตียวหุยแค่เฆี่ยน และเพิ่มเล่าปี่เข้ามาเป็นผู้ห้าม
6. ทำไมนิยายต้องย้ายมือ
เหตุผลข้อแรก: เล่าปี่ต้องเป็น 「仁君」 ผู้ปกครองผู้ทรงธรรม นิยายสามก๊กสร้างโครงเรื่องให้เล่าปี่เป็นตัวแทนความชอบธรรมของราชวงศ์ฮั่นและเป็นผู้ปกครองในอุดมคติตามแบบขงจื๊อ ผู้ปกครองในอุดมคติไม่บุกเข้าไปมัดข้าราชการบนเตียงแล้วโกหกว่ามีคำสั่งลับ ฉากนี้อยู่ในตอนต้นของหนังสือ คือความประทับใจแรกที่ผู้อ่านมีต่อเล่าปี่ในฐานะผู้ปกครอง ถ้าเล่าปี่ลงมือเอง ภาพทั้งเล่มจะสั่นคลอนตั้งแต่ต้น
เหตุผลข้อสอง: เตียวหุยรับบทนี้ได้ "สมเหตุสมผล" ในพงศาวดาร เตียวหุยมีนิสัยชอบเฆี่ยนตีทหารใต้บังคับบัญชาจริง ตันซิ่ววิจารณ์ไว้ท้าย《关张马黄赵传》ว่า 「飞暴而无恩」 "ดุร้ายและไม่มีเมตตา" และ《张飞传》บันทึกว่าเล่าปี่เคยเตือนว่า 「卿刑杀既过差,又日鞭挝健儿,而令在左右,此取祸之道也」 "เจ้าลงโทษฆ่าคนเกินเหตุ แล้วยังเฆี่ยนทหารทุกวัน แต่กลับให้คนพวกนั้นอยู่ใกล้ตัว นี่คือหนทางนำภัยมาสู่ตัว" ซึ่งก็เป็นจริงเมื่อเตียวหุยถูกลูกน้องลอบฆ่าในที่สุด การย้ายฉากเฆี่ยนตีมาให้เตียวหุยจึงไม่ขัดกับนิสัยตัวละครเลย ผู้อ่านเชื่อได้ทันที
เหตุผลข้อสาม: เปลี่ยนแรงจูงใจจากส่วนตัวเป็นส่วนรวม ในพงศาวดาร ต้นเหตุคือเล่าปี่จะถูกปลด ในนิยาย ต้นเหตุคือต๊กอิ้วรีดไถและข่มเหงราษฎร ความรุนแรงที่ผิดกฎหมายจึงกลายเป็น "ความชอบธรรม" เพราะทำเพื่อราษฎร
เหตุผลข้อสี่: ฉบับเหมาจงกั่ง (毛宗岗) ยังขัดเกลาเล่าปี่ต่อ นักวิจัยที่เปรียบเทียบฉบับเจียจิ้ง (嘉靖本 ค.ศ. 1522) กับฉบับเหมาจงกั่ง (毛本 สมัยชิง ซึ่งเชื่อกันว่าเป็นต้นฉบับหลักของสามก๊กไทย) พบว่าฉบับเหมาตัดรายละเอียดที่ลดทอนความเป็นผู้ทรงธรรมของเล่าปี่ออกหลายจุด ในพงศาวดารเอง ตันซิ่ว (陈寿 เฉินโซ่ว) บันทึกว่าเล่าปี่ตอนหนุ่ม 「不甚乐读书,喜狗马、音乐、美衣服」 "ไม่ค่อยชอบอ่านหนังสือ ชอบหมา ม้า ดนตรี และเสื้อผ้าสวย ๆ" ภาพแบบนี้ไม่เหลือในนิยายฉบับที่คนไทยอ่าน
7. เล่าปี่สองคน
เรื่องเฆี่ยนต๊กอิ้วเป็นกุญแจดอกแรกที่ไขให้เห็นว่ามี "เล่าปี่สองคน"
เล่าปี่ในพงศาวดาร เป็นนักเลงหัวไม้ที่เติบโตมาจากความยากจน มีบารมีแบบลูกพี่ ชอบคบคนกล้า (好交结豪侠) ใจถึง กล้าใช้กำลังเมื่อถูกบีบ และไม่ลังเลที่จะใช้เล่ห์เมื่อจำเป็น ตลอดชีวิตเขาเปลี่ยนนายหลายครั้ง ทั้งกองซุนจ้าน (公孙瓒 กงซุนจ้าน) โตเกี๋ยม (陶谦 เถาเชียน) โจโฉ (曹操 เฉาเชา) อ้วนเสี้ยว (袁绍 หยวนเส้า) เล่าเปียว (刘表 หลิวเปี่ยว) และยึดเสฉวน (益州 อี้โจว) จากเล่าเจี้ยง (刘璋 หลิวจาง) ซึ่งเป็นญาติที่เชิญเขาเข้าไปช่วย ตันซิ่วยังยกย่องว่าเล่าปี่ 「弘毅宽厚,知人待士,盖有高祖之风」 "ใจกว้างหนักแน่น รู้จักคนและให้เกียรติบัณฑิต มีลักษณะของพระเจ้าฮั่นโกโจ" ซึ่งพระเจ้าฮั่นโกโจ (汉高祖 หลิวปัง 刘邦) ผู้สถาปนาราชวงศ์ฮั่น เองก็เป็นนักเลงที่ได้แผ่นดินเช่นกัน
เล่าปี่ในนิยาย เป็นผู้ทรงธรรมที่ร้องไห้ง่าย ไม่ยอมแย่งเมืองของญาติ ไม่ยอมทิ้งราษฎรแม้ตัวเองจะตาย ภาพนี้มีพลังทางศีลธรรม แต่ก็ทำให้คนอ่านรุ่นหลังมองว่าเล่าปี่ "อ่อนแอ" หรือ "เสแสร้ง" ซึ่งไม่ยุติธรรมกับเล่าปี่ตัวจริงที่ดุดันและเด็ดขาดกว่านั้นมาก
เตียวหุยในนิยายจึงไม่ได้รับบาปแทนเพียงครั้งเดียว แต่ทำหน้าที่เป็น "ที่ทิ้งความรุนแรง" ของฝ่ายเล่าปี่ไปตลอดทั้งเรื่อง
คำถามที่พบบ่อย
ใครเฆี่ยนต๊กอิ้วตัวจริง?
เล่าปี่เอง ชีวประวัติเล่าปี่ใน《三国志·蜀书·先主传》เขียนว่า 「直入缚督邮,杖二百」 คือบุกเข้าไปมัดต๊กอิ้วแล้วโบยสองร้อยไม้ ไม่มีชื่อเตียวหุยเลย จากนั้นเล่าปี่ก็ 「弃官亡命」 ทิ้งตำแหน่งหนีคดีไป ไม่ใช่ลาออก
ต๊กอิ้ว (督邮) คือตำแหน่งอะไร?
ในระบบปกครองสมัยฮั่น ต๊กอิ้วคือผู้ช่วยของเจ้าเมือง (郡太守) ทำหน้าที่ตรวจราชการตามอำเภอ ตรวจสอบนายอำเภอ จับกุมผู้กระทำผิด และส่งรายงานกลับเมือง พูดง่าย ๆ คือ "ตาของเจ้าเมือง" นายอำเภอที่มัดแล้วโบยต๊กอิ้วจึงทำความผิดร้ายแรง
ทำไมเล่าปี่จึงเฆี่ยนต๊กอิ้ว?
ตาม《典略》ที่เผยซงจือยกมา ราชสำนักมีนโยบายคัดขุนนางที่ได้ตำแหน่งเพราะความชอบทางทหารออก (沙汰) ต๊กอิ้วมาเพื่อปลดเล่าปี่และไม่ยอมให้พบ เล่าปี่แค้นใจ อ้างคำสั่งลับของเจ้าเมืองที่ไม่มีอยู่จริง บุกเข้าไปมัดต๊กอิ้ว เฆี่ยนร้อยกว่าที และคิดจะฆ่า ต๊กอิ้วรอดเพราะร้องขอชีวิต
ทำไมนิยายสามก๊กให้เตียวหุยเป็นคนเฆี่ยนแทน?
เพราะนิยายต้องให้เล่าปี่เป็น 「仁君」 ผู้ปกครองผู้ทรงธรรมตั้งแต่ต้นเรื่อง ส่วนเตียวหุยในพงศาวดารมีนิสัยดุร้ายและชอบเฆี่ยนทหารจริง ผู้อ่านจึงเชื่อได้ทันที นิยายยังเปลี่ยนต้นเหตุจากเล่าปี่จะถูกปลดเป็นต๊กอิ้วรีดไถและข่มเหงราษฎร ความรุนแรงจึงกลายเป็นความชอบธรรม
สามก๊กฉบับไทยเล่าฉากนี้อย่างไร?
ฉบับเจ้าพระยาพระคลัง (หน) ให้เตียวหุยเป็นคนลงมือเหมือนฉบับจีน เตียวหุย "เอาผมต๊กอิ้วผูกกับหลักม้า แล้วหักเอากิ่งสนมาตีต๊กอิ้วเจ็บปวดเป็นสาหัส" แล้วเล่าปี่ซึ่ง "มีใจเมตตาสัตว์หาความพยาบาทมิได้" เป็นคนห้าม ต่างจากฉบับจีนที่เตียวหุยใช้กิ่งหลิว
สรุป
ในพงศาวดาร เล่าปี่บุกเข้าไปมัดต๊กอิ้ว โกหกว่ามีคำสั่งลับ โบยสองร้อยไม้ คิดจะฆ่า แล้วหนีคดี ในนิยาย ทั้งหมดนี้ถูกโอนไปให้เตียวหุย ส่วนเล่าปี่กลายเป็นคนห้าม หลัวก้วนจงไม่ได้แค่ย้ายมือคนเฆี่ยน แต่ย้ายความรุนแรงทั้งหมดออกจากตัวพระเอก เพื่อให้ตอนที่สองของหนังสือยังเป็นเรื่องของผู้ทรงธรรม และนั่นคือราคาที่เตียวหุยต้องจ่ายมาตลอดหกร้อยปี
แหล่งข้อมูล
- 《三国志·蜀书·先主传》 พร้อมอรรถาธิบายของเผยซงจือที่อ้าง《典略》 — ต้นฉบับภาษาจีนบนวิกิซอร์ซ
- 《三国志·蜀书·关张马黄赵传》 ชีวประวัติเตียวหุยและคำวิจารณ์ท้ายบทของตันซิ่ว — ต้นฉบับภาษาจีนบนวิกิซอร์ซ
- 《三国演义》ตอนที่ 2 ฉากเตียวหุยเฆี่ยนต๊กอิ้ว — ต้นฉบับภาษาจีนบนวิกิซอร์ซ
- สามก๊ก ฉบับเจ้าพระยาพระคลัง (หน) ตอนที่ ๒ — วิกิซอร์ซภาษาไทย
- 《全相平话三国志》 ฉบับนักเล่านิทานสมัยหยวน ตอนเตียวหุยเฆี่ยนต๊กอิ้วจนตาย — วิกิซอร์ซ
- 《后汉书·百官志五》 ตำแหน่งต๊กอิ้ว (督邮) ที่ตรวจราชการอำเภอในสังกัดเมือง — วิกิซอร์ซ
- 鲁迅《中国小说史略》บทที่ 14 ว่าด้วยสามก๊กฉบับผิงฮว่า ฉบับเจียจิ้ง และการแก้ไขของเหมาจงกั่ง — วิกิซอร์ซ
- 《略论汉代督邮》 วารสาร《山东师大学报》ปี 1988 ฉบับที่ 4
- 《新议〈三国演义〉中的刘备形象及其塑造之得失》 วารสาร《广西社会科学》ปี 2008 ฉบับที่ 10
