↑
ครอบครัว ธุรกิจ แถวนี้ 101 แซ่อึ้ง บทความ ติดต่อครอบครัว
สามก๊กฉบับหวงปิ่งหมิง · เรื่องที่ 16

โจโฉถวายกระบี่เจ็ดดาวลอบฆ่าตั๋งโต๊ะไม่มีจริง! พงศาวดารบันทึกแค่ว่าโจโฉปฏิเสธตำแหน่งแล้วหนี

ทั้งฉากเป็นนิยาย โจโฉแค่ปฏิเสธตำแหน่งแล้วหนี เทียบฉากถวายกระบี่กับ《三国志·武帝纪》《后汉书》และ《资治通鉴》

โดย · · อ่าน ~12 นาที
ภาพปกสามก๊ก ขุนนางร่างใหญ่ในชุดหรูนั่งเอนบนตั่งในท้องพระโรง ชายหนุ่มชุดดำคุกเข่าถือดาบในฝัก อีกด้านชายคนเดียวกันขี่ม้าออกจากประตูเมือง พร้อมอักษร 孟德献刀 และข้อความ สามก๊ก โจโฉถวายกระบี่ลอบฆ่าตั๋งโต๊ะ ทั้งฉากเป็นนิยาย โจโฉแค่ปฏิเสธตำแหน่งแล้วหนี
ภาพปกชุดสามก๊กฉบับหวงปิ่งหมิง ภาพวาดตามจินตนาการ ไม่ใช่ภาพเหตุการณ์จริง
คำตอบสั้น ๆ

ในนิยาย: โจโฉ (曹操 เฉาเชา) ยืมกระบี่ดีจากอ้องอุ้น (王允 หวังอวิ่น) เข้าไปจะแทงตั๋งโต๊ะ (董卓 ต่งจั๋ว) ที่กำลังนอนหันหลัง แต่ตั๋งโต๊ะเห็นเงาในกระจก โจโฉจึงคุกเข่าทำทีถวายกระบี่ แล้วขอลองขี่ม้าหนีออกจากเมือง ฉากนี้ฉบับจีนเรียกว่า 「孟德献刀」

ในพงศาวดาร:《三国志·武帝纪》บันทึกเพียงว่าตั๋งโต๊ะเสนอตั้งโจโฉเป็นนายกองทหารม้า (骁骑校尉) แต่โจโฉเปลี่ยนชื่อแซ่แล้วหนีกลับไปทางตะวันออก《魏书》ที่เผยซงจือยกมาบอกว่าโจโฉไม่ยอมรับตำแหน่ง ไม่มีบันทึกฉบับไหนพูดถึงกระบี่หรือการลอบฆ่าเลย

สามก๊กฉบับหวงปิ่งหมิง: ผมกับสามก๊ก

ผม MingPaPa ชื่อจีน หวงปิ่งหมิง - 黄炳明 ชื่อไทย ธนินพงษ์ ศุภพิทักษ์พงษ์ คนไทยเชื้อสายจีนที่รักและผูกพันกับเรื่องราวของจีนมาตั้งแต่เด็กครับ

ตอนเล็ก ๆ ผมได้ยินพ่อกับผู้ใหญ่ในบ้านคุยกันว่า "ใครอ่านสามก๊กครบสามจบ คบไม่ได้" ทั้งที่พ่อผมเองก็อ่านมาหลายจบ พี่ชายผมก็อ่านหลายจบ ส่วนผม ก่อนอายุ 18 ปี อ่านเฉพาะสองฉบับ คือสามก๊กฉบับเจ้าพระยาพระคลัง (หน) กับสามก๊กฉบับวณิพกของยาขอบ รวมกันไปแล้ว 10 รอบ ยังไม่นับหนังสือวิเคราะห์กลยุทธ์และหนังสืออรรถาธิบายสามก๊กอีกหลายสิบเล่ม ยิ่งอ่านก็ยิ่งรัก และยิ่งเข้าใจว่าทำไมผู้ใหญ่ถึงพูดอย่างนั้น

อ่านสามก๊กครบสามจบ คบไม่ได้ เพราะอะไร

ถ้ามองให้ลึก คำนี้ไม่ได้อยู่ที่จำนวนรอบที่อ่าน แต่อยู่ที่ "สันดานเดิมของคนอ่าน" ซึ่งเป็นตัวตั้งต้นครับ สามก๊กคือภาพสะท้อนมนุษย์จริง ๆ ไม่มีใครขาวสะอาดหรือสมบูรณ์แบบ มีทั้งคนดีแต่ซื่อจนโง่ คนเจ้าเล่ห์ที่เลวแต่รวย และคนเก่งที่หยิ่งยโส ในโลกความจริงคนเห็นแก่ตัวก็มีมากกว่าคนดีอยู่แล้ว คนอ่านมีจริตแบบไหน ลึก ๆ ชอบตัวละครแบบใด ก็จะหยิบแง่มุมนั้นมาใช้กับตัวเอง คำว่า "คบไม่ได้" จึงแยกได้เป็นสองมุม

  • คบไม่ได้เพราะเลียนแบบความร้าย คนที่มีเชื้อความเห็นแก่ตัวหรือชอบเอาเปรียบคนอยู่แล้ว พออ่านจนเจนจัด ก็ซึมซับความปลิ้นปล้อน กลอุบายสกปรก และการมองคนอื่นเป็นเบี้ยมาใช้ในชีวิตจริง คนกลุ่มนี้ "คบไม่ได้" ในความหมายตรงตัว เพราะพร้อมหักหลังและทำลายมิตรภาพเพื่อประโยชน์ของตัวเอง
  • คบไม่ได้เพราะ "คบยาก" เกินไป คนกลุ่มนี้อ่านเพื่อเข้าใจจิตวิทยามนุษย์ วิธีเอาตัวรอด และเกมอำนาจที่ซ่อนอยู่ จนกลายเป็นคนคมกริบที่รู้เท่าทันคนจนไม่มีใครตบตาได้ คนทั่วไปจึงเข้าไม่ถึงหรือระแวงว่าจะถูกเอาเปรียบ ส่วนคนเก่งด้วยกันก็อยู่ด้วยลำบาก เพราะต่างฝ่ายต่างรู้ทันกัน ต้องตั้งการ์ดระวังตัวอยู่ตลอดเวลา

สามก๊กฉบับหวงปิ่งหมิง คือการอ่านสามก๊กอีกรอบด้วยสายตาของคนที่โตมากับนิยาย ผมหยิบฉากที่คนไทยจำได้ขึ้นใจมาวางเทียบกับพงศาวดาร《三国志》 (ซานกั๋วจื้อ — จดหมายเหตุสามก๊ก) ทีละประโยค ว่าตรงไหนเป็นประวัติศาสตร์ ตรงไหนเป็นฝีมือนักเล่านิทานและนักประพันธ์รุ่นหลัง ทุกบทยกต้นฉบับภาษาจีนพร้อมคำแปล และบอกว่าข้อความนั้นอยู่ในบทไหน ผู้อ่านจะได้ตรวจเองได้ครับ

ชื่อบุคคลและเอกสารในบทความนี้

ชื่อในสามก๊กฉบับไทยตามฉบับเจ้าพระยาพระคลัง (หน) อ่านตามสำเนียงฮกเกี้ยน ซึ่งต่างจากชื่อที่ใช้กันในระดับสากล บทความนี้จึงกำกับชื่อเฉพาะด้วยอักษรจีนตัวย่อและคำอ่านแบบจีนกลางเมื่อปรากฏครั้งแรก เช่น โจโฉ (曹操 เฉาเชา) ส่วนเลข "ตอนที่" ของนิยายในบทความนี้เป็นเลขตอน (回) ของนิยายฉบับภาษาจีน ซึ่งฉบับเจ้าพระยาพระคลังแบ่งตอนไม่ตรงกัน ฉากโจโฉถวายกระบี่อยู่ในตอนที่ ๔ ของฉบับไทย

อักษรจีน (ตัวย่อ) พินอิน อ่านแบบจีนกลาง ชื่อในสามก๊กฉบับไทย / หมายเหตุ
曹操 Cáo Cāo เฉาเชา โจโฉ (ชื่อรองว่า 孟德 เมิ่งเต๋อ)
董卓 Dǒng Zhuó ต่งจั๋ว ตั๋งโต๊ะ
王允 Wáng Yǔn หวังอวิ่น อ้องอุ้น
吕布 Lǚ Bù หลี่ว์ปู้ ลิโป้
李儒 Lǐ Rú หลี่หรู ลิยู
袁绍 Yuán Shào หยวนเส้า อ้วนเสี้ยว
袁术 Yuán Shù หยวนซู่ อ้วนสุด
伍孚 Wǔ Fú อู่ฝู เงาฮู
伍琼 Wǔ Qióng อู่ฉฺยง ขุนนางที่ตั๋งโต๊ะประหาร (ไม่ปรากฏในฉบับไทย)
陈宫 Chén Gōng เฉินกง ตันก๋ง
吕伯奢 Lǚ Bóshē หลี่ว์ป๋อเซอ ลิแปะเฉีย (ฉบับไทยเรียกว่าแปะเฉีย)
中牟 Zhōngmóu จงโหมว จงพวน
骁骑校尉 xiāoqí xiàowèi เซียวฉีเซี่ยวเว่ย ตำแหน่งนายกองทหารม้า (ไม่ปรากฏในฉบับไทย)
谢承 Xiè Chéng เซี่ยเฉิง ผู้เขียน《后汉书》อีกฉบับสมัยสามก๊ก (ไม่ปรากฏในฉบับไทย)
毛宗岗 Máo Zōnggǎng เหมาจงกัง ผู้ปรับปรุงนิยายสามก๊กสมัยราชวงศ์ชิง (ไม่ปรากฏในฉบับไทย)

1. ฉากที่ทำให้โจโฉเป็นวีรบุรุษอยู่หนึ่งตอน

ฉากนี้เป็นหนึ่งในไม่กี่ฉากที่นิยายให้โจโฉเป็นฝ่ายดีเต็มตัว ตอนที่ ๔ ของฉบับเจ้าพระยาพระคลัง (หน)เล่าว่าอ้องอุ้นเชิญขุนนางเก่ามากินโต๊ะ แล้วร้องไห้เรื่องตั๋งโต๊ะทำการหยาบช้า ขุนนางทั้งปวงร้องไห้ตาม มีแต่โจโฉที่ลุกขึ้นตบมือหัวเราะ อ้องอุ้นโกรธ โจโฉจึงเผยว่าที่ไปรับใช้ตั๋งโต๊ะจนสนิทก็เพื่อหาโอกาสฆ่า แล้วขอยืมอาวุธ

"ข้าพเจ้ารู้ว่ากระบี่สั้นอย่างดีของท่านมีอยู่ ถ้าท่านเปนใจด้วยดังนี้แล้ว ข้าพเจ้าจะขอยืมกระบี่สั้นเหน็บซ่อนเข้าไปให้ถึงตัวตั๋งโต๊ะ"

รุ่งเช้าโจโฉเข้าไปหาตั๋งโต๊ะ ตั๋งโต๊ะใช้ลิโป้ (吕布 หลี่ว์ปู้) ไปเลือกม้ามาให้โจโฉ แล้วเอนตัวลงหันหน้าเข้าผนัง โจโฉชักกระบี่จะแทง แต่ตั๋งโต๊ะ "แลเห็นเงากระจกซึ่งแขวนอยู่ที่ผนังตึกนั้น" จึงหันมาถาม พอดีลิโป้กลับมา โจโฉจึงคุกเข่ายื่นด้ามกระบี่ให้ แล้วแก้ตัวว่า

"มีแต่กระบี่สั้นเล่มนี้มีราคามาก เปนของปู่ย่าตายายได้ต่อ ๆ กันมาจนถึงข้าพเจ้า ๆ จึงเอามาสนองคุณท่าน"

ตั๋งโต๊ะรับกระบี่แล้วพาโจโฉไปดูม้า โจโฉขอลองขี่ แล้วควบออกประตูเมืองฝ่ายตะวันออกไม่กลับมาอีก ลิโป้เป็นคนแรกที่ทักว่า "ซึ่งโจโฉเอากระบี่มานั้นเห็นจะทำร้ายแก่ท่าน" ฉบับจีนตอนที่ 4 เขียนประโยคนี้ไว้ว่า

「适来曹操似有行刺之状,及被喝破,故推献刀。」

"เมื่อครู่โจโฉดูเหมือนจะลอบแทง พอถูกทักขึ้น จึงทำทีเป็นถวายกระบี่"

ตั๋งโต๊ะสั่งวาดรูปโจโฉส่งไปทุกหัวเมือง โจโฉถูกจับที่จงพวน (中牟 จงโหมว) แล้วตันก๋ง (陈宫 เฉินกง) ปล่อยตัวและหนีไปด้วยกัน ต่อด้วยเรื่องฆ่าครอบครัวลิแปะเฉีย ซึ่งเล่าแยกไว้ในบทความเรื่องคดีโจโฉกับลิแปะเฉีย

ภาพพิมพ์แกะไม้ขาวดำ ชายสวมหมวกคุกเข่ายื่นดาบให้ชายร่างใหญ่ที่นั่งบนตั่ง อีกด้านมีชายหนุ่มยืนอยู่ใกล้หัวม้า สองข้างภาพมีบทกลอนอักษรจีน
ภาพพิมพ์แกะไม้ฉากโจโฉคุกเข่าถวายกระบี่แก่ตั๋งโต๊ะ จากนิยายสามก๊กฉบับพิมพ์สมัยราชวงศ์ชิง เป็นภาพตามนิยาย ไม่ใช่เหตุการณ์ในพงศาวดาร · ภาพ: Wikimedia Commons (สาธารณสมบัติ)

2. พงศาวดารหลักเขียนไว้สองประโยค

ชีวประวัติโจโฉใน《三国志·魏书·武帝纪》ของตันซิ่ว เล่าช่วงนี้สั้นจนแทบไม่มีอะไรให้ตีความ หลังตั๋งโต๊ะถอดพระเจ้าแผ่นดินองค์ก่อนและตั้งพระเจ้าเหี้ยนเต้ขึ้นแทน

「卓表太祖为骁骑校尉,欲与计事。太祖乃变易姓名,间行东归。」

"ตั๋งโต๊ะเสนอตั้งโจโฉเป็นนายกองทหารม้า (骁骑校尉) อยากให้มาร่วมปรึกษาราชการ โจโฉจึงเปลี่ยนชื่อแซ่ หนีทางลัดกลับไปทางตะวันออก"

ประโยคต่อมาคือ 「出关,过中牟,为亭长所疑,执诣县,邑中或窃识之,为请得解。」 "ออกจากด่านแล้วผ่านจงพวน ถูกนายตำบลสงสัย จับส่งที่ว่าการอำเภอ มีคนในเมืองแอบจำได้ ขอร้องให้ปล่อยตัว" จากนั้นโจโฉก็ไปถึงตันลิว (陈留) ขายทรัพย์สมบัติตั้งกองทหาร และพงศาวดารระบุปีไว้ว่าเป็นปีจงผิงที่ 6 คือ ค.ศ. 189

สองประโยคนี้บอกเราสามเรื่อง เรื่องแรก ตั๋งโต๊ะเป็นฝ่ายเข้าหาโจโฉ ไม่ใช่โจโฉเข้าไปรับใช้ตั๋งโต๊ะ เรื่องที่สอง โจโฉเลือกหนีทันที ไม่ได้อยู่ทำงานจนสนิทกับตั๋งโต๊ะอย่างที่นิยายเล่า เรื่องที่สาม ไม่มีกระบี่ ไม่มีกระจก ไม่มีอ้องอุ้น และไม่มีการลอบฆ่า

《资治通鉴》เล่มที่ 59ของซือหม่ากวง (司马光) ช่วยให้เห็นภาพกว้างขึ้น ตั๋งโต๊ะกำลังแจกตำแหน่งให้คนที่อาจเป็นศัตรูเพื่อซื้อใจ

「卓以为然,乃即拜绍勃海太守,封邟乡侯。又以袁术为后将军,曹操为骁骑校尉。术畏卓,出奔南阳。操变易姓名,间行东归」

"ตั๋งโต๊ะเห็นชอบ จึงตั้งอ้วนเสี้ยวเป็นเจ้าเมืองปุดไฮ ให้บรรดาศักดิ์เป็นโหวที่ตำบลหาง ตั้งอ้วนสุดเป็นแม่ทัพหลัง ตั้งโจโฉเป็นนายกองทหารม้า อ้วนสุดกลัวตั๋งโต๊ะ หนีไปเมืองลำหยง โจโฉเปลี่ยนชื่อแซ่ หนีทางลัดกลับตะวันออก"

โจโฉจึงเป็นหนึ่งในสามคนที่ได้ตำแหน่งชุดเดียวกัน อ้วนเสี้ยว (袁绍 หยวนเส้า) หนีไปก่อนแล้ว อ้วนสุด (袁术 หยวนซู่) หนีไปทางใต้ และโจโฉหนีไปทางตะวันออก ในพงศาวดาร การหนีของโจโฉเป็นการหนีแบบเดียวกับคนอื่น ๆ ที่ไม่อยากผูกตัวกับตั๋งโต๊ะ ไม่ใช่การหนีหลังลอบฆ่าล้มเหลว

3. สามบันทึกในอรรถาธิบาย ไม่มีบันทึกไหนมีกระบี่

อรรถาธิบายของเผยซงจือ (裴松之) ใต้ประโยค 「间行东归」 ยกบันทึกมาสามฉบับ ซึ่งบทความเรื่องลิแปะเฉียอ่านไว้ละเอียดแล้ว ในบทนี้ขอดูเพียงคำถามเดียว คือบันทึกเหล่านี้บอกว่าโจโฉหนีเพราะอะไร

《魏书》ของหวังเฉิ่น (王沈) ซึ่งเป็นพงศาวดารที่เรียบเรียงในราชสำนักวุยของลูกหลานโจโฉเอง เล่าว่า

「太祖以卓终必覆败,遂不就拜,逃归乡里。」

"โจโฉเห็นว่าตั๋งโต๊ะต้องล่มในที่สุด จึงไม่ยอมรับตำแหน่ง หนีกลับบ้านเกิด"

คำว่า 「不就拜」 (ไม่ไปรับการแต่งตั้ง) คือหัวใจของเรื่อง ถ้าโจโฉเคยพยายามฆ่าตั๋งโต๊ะจริง ผู้เรียบเรียงฝ่ายวุยมีเหตุผลทุกอย่างที่จะบันทึกไว้ เพราะเป็นเรื่องที่ทำให้ปฐมกษัตริย์ของราชวงศ์ดูกล้าหาญและจงรักภักดีต่อฮั่น แต่《魏书》เลือกบันทึกเพียงว่าโจโฉมองขาดและไม่ร่วมมือ ส่วน《世语》ของกัวปาน (郭颁) กับ《杂记》ของซุนเซิ่ง (孙盛) เล่าแต่เรื่องที่บ้านลิแปะเฉีย ไม่มีบันทึกใดพูดถึงอาวุธที่ยืมมาหรือการลอบแทง

《世语》มีอีกประโยคหนึ่งเกี่ยวกับตอนถูกจับที่จงพวน

「中牟疑是亡人,见拘于县。时掾亦已被卓书;唯功曹心知是太祖」

"คนที่จงพวนสงสัยว่าเป็นคนหลบหนี จึงถูกกักไว้ที่อำเภอ ตอนนั้นเจ้าหน้าที่ก็ได้รับหนังสือของตั๋งโต๊ะแล้ว มีแต่ข้าราชการฝ่ายบุคคลที่รู้ในใจว่าเป็นโจโฉ"

แปลว่าตั๋งโต๊ะส่งหนังสือตามจับโจโฉจริง ซึ่งเข้ากับนิยายตรงที่โจโฉเป็นคนที่ทางการตามตัว แต่บันทึกไม่ได้บอกว่าตามจับในข้อหาอะไร และคนที่ช่วยโจโฉคือข้าราชการที่ไม่ได้บันทึกชื่อ ไม่ใช่ตันก๋ง เรื่องนี้ก็อยู่ในบทความเรื่องลิแปะเฉียเช่นกัน

4. อ้องอุ้นตอนนั้นยังไม่ได้เป็นซือถู

นิยายฉบับจีนให้โจโฉพูดกับอ้องอุ้นว่า 「闻司徒有七星宝刀一口」 "ได้ยินว่าท่านซือถู (司徒) มีกระบี่เจ็ดดาวอยู่เล่มหนึ่ง" แต่ชีวประวัติอ้องอุ้นใน《后汉书》บอกลำดับตำแหน่งของเขาไว้ชัด

「献帝即位,拜太仆,再迁守尚书令。初平元年,代杨彪为司徒」

"เมื่อพระเจ้าเหี้ยนเต้ขึ้นครองราชย์ อ้องอุ้นได้เป็นไท่ผู (เจ้ากรมม้าหลวง) แล้วเลื่อนเป็นรักษาการหัวหน้าสำนักราชเลขาธิการ ปีชูผิงที่ 1 จึงได้เป็นซือถูแทนเอียวปิว"

ปีชูผิงที่ 1 คือ ค.ศ. 190 ส่วนโจโฉหนีจากลกเอี๋ยงไปตั้งกองทัพตั้งแต่ ค.ศ. 189 ตอนที่โจโฉหนี อ้องอุ้นจึงยังไม่ได้เป็นซือถู และ《后汉书》ยังเล่าว่าในช่วงนั้นอ้องอุ้น 「矫情屈意,每相承附,卓亦推心,不生乖疑」 "เก็บความรู้สึก ยอมโอนอ่อนเออออตามตั๋งโต๊ะทุกเรื่อง ตั๋งโต๊ะก็ไว้ใจ ไม่ระแวงเลย" อ้องอุ้นวางแผนฆ่าตั๋งโต๊ะจริง แต่เป็นอีกสามปีต่อมาที่เตียงฮัน ร่วมกับลิโป้ ตามที่เล่าไว้ในบทความเรื่องเตียวเสี้ยนกับกลห่วงโซ่ ไม่มีบันทึกใดบอกว่าอ้องอุ้นกับโจโฉเคยร่วมคิดการกันในลกเอี๋ยง

5. ต้นแบบที่มีจริง: ขุนนางที่ซ่อนมีดเข้าไปแทงตั๋งโต๊ะ

การลอบแทงตั๋งโต๊ะด้วยอาวุธที่ซ่อนเข้าไปในที่เฝ้ามีในพงศาวดารจริง แต่คนทำไม่ใช่โจโฉ 《后汉书·董卓列传》บันทึกว่า

「越骑校尉汝南伍孚忿卓凶毒,志手刃之,乃朝服怀佩刀以见卓。孚语毕辞去,卓起送至阁,以手抚其背,孚因出刀刺之,不中。」

"นายกองทหารม้าเยว่ฉีชาวหรู่หนานชื่ออู่ฝู แค้นที่ตั๋งโต๊ะโหดร้าย ตั้งใจจะฆ่าด้วยมือตัวเอง จึงสวมชุดขุนนางซ่อนมีดพกเข้าไปพบตั๋งโต๊ะ พูดธุระเสร็จก็ลากลับ ตั๋งโต๊ะลุกขึ้นมาส่งถึงประตูห้อง เอามือลูบหลัง อู่ฝูจึงชักมีดแทง แต่ไม่ถูก"

อู่ฝูถูกจับฆ่าทันที ก่อนตายเขาตะโกนว่าเสียดายที่ไม่ได้ฉีกร่างตั๋งโต๊ะประจานกลางตลาด อรรถาธิบายใต้ชีวประวัติตั๋งโต๊ะใน《三国志》ยก《后汉书》อีกฉบับของเซี่ยเฉิง (谢承) ที่เล่าว่าอู่ฝู 「着小铠,于朝服里挟佩刀见卓,欲伺便刺杀之」 "สวมเกราะเล็กไว้ใต้ชุดขุนนาง ซ่อนมีดพกเข้าไปพบตั๋งโต๊ะ คอยจังหวะจะแทง" แต่เผยซงจือเองก็ยังสงสัยว่าอู่ฝูคนนี้คือใคร เพราะชื่อรองและบ้านเกิดตรงกับอู่ฉฺยง (伍琼) ขุนนางที่ตั๋งโต๊ะสั่งประหารด้วยเหตุผลอื่น

「不知孚为琼之别名,为别有伍孚也?盖未详之。」

"ไม่รู้ว่าฝูเป็นอีกชื่อหนึ่งของฉฺยง หรือมีอู่ฝูอีกคนหนึ่งจริง ยังไม่อาจรู้ชัด"

ที่น่าสนใจคือนิยายวางเรื่องอู่ฝูไว้ติดกับฉากโจโฉพอดี ฉบับไทยตอนที่ ๓ เรียกเขาว่าเงาฮู และเล่าว่า "เงาฮูจึงเอามีดเหน็บซ่อนไปในเสื้อ" แล้วแทงตั๋งโต๊ะไม่ถูก จากนั้นตอนที่ ๔ ก็ขึ้นเรื่องโจโฉยืมกระบี่สั้นเหน็บซ่อนเข้าไปเช่นกัน นิยายจึงมีการลอบแทงด้วยอาวุธซ่อนติดกันสองครั้ง ครั้งแรกมีที่มาในพงศาวดาร ครั้งที่สองไม่มี เท่าที่ตรวจได้ เราไม่มีหลักฐานว่าผู้แต่งนิยายตั้งใจยืมเรื่องอู่ฝูมาสร้างฉากโจโฉ แต่ทั้งสองฉากใช้โครงเรื่องเดียวกัน คือขุนนางซ่อนอาวุธเข้าไปถึงตัวตั๋งโต๊ะแล้วพลาด

6. กระบี่เจ็ดดาวมาจากไหน: จากเจ็ดอัญมณีเป็นเจ็ดดาว

ชื่อ "กระบี่เจ็ดดาว" ที่คนไทยรู้จักไม่ได้มาจากสามก๊กฉบับเจ้าพระยาพระคลัง ฉบับไทยเรียกเพียง "กระบี่สั้นอย่างดี" ตลอดฉาก และให้โจโฉอ้างว่าเป็นมรดกตกทอดในตระกูล ไม่มีคำว่าเจ็ดดาวเลย

ในฝั่งจีน ชื่อของอาวุธเล่มนี้เปลี่ยนไปตามฉบับของนิยาย ฉบับพิมพ์สมัยเจียจิ้ง (嘉靖本) ตอนที่ 8 ซึ่งพิมพ์ในปีเหรินอู่ของรัชศกเจียจิ้ง สมัยราชวงศ์หมิง (ค.ศ. 1522) ก่อนฉบับปรับปรุงสมัยราชวงศ์ชิง เขียนว่า

「闻司徒有七宝刀一口,愿借与操入相府可刺杀之,万死无恨!」

"ได้ยินว่าท่านซือถูมีกระบี่เจ็ดอัญมณีอยู่เล่มหนึ่ง ขอยืมให้ข้าเข้าไปแทงมันที่จวนอัครมหาเสนาบดี ตายหมื่นครั้งก็ไม่เสียใจ"

ส่วนนิยายฉบับที่แพร่หลายในปัจจุบัน ซึ่งเป็นฉบับที่เหมาหลุน (毛纶) กับเหมาจงกัง (毛宗岗) สองพ่อลูกปรับปรุงในสมัยราชวงศ์ชิง เปลี่ยนเป็น

「闻司徒有七星宝刀一口,愿借与操入相府刺杀之,虽死不恨!」

"ได้ยินว่าท่านซือถูมีกระบี่วิเศษเจ็ดดาวอยู่เล่มหนึ่ง ขอยืมให้ข้าเข้าไปแทงมันที่จวนอัครมหาเสนาบดี แม้ตายก็ไม่เสียใจ"

แต่ฉบับเหมาเองยังเก็บคำบรรยายตัวกระบี่ของฉบับเก่าไว้ ตอนตั๋งโต๊ะรับไปดู นิยายเขียนว่า 「见其刀长尺余,七宝嵌饰,极其锋利」 "เห็นกระบี่ยาวกว่าหนึ่งฉื่อ (尺) ประดับอัญมณีเจ็ดชนิด คมกริบ" คำว่า 七宝 (เจ็ดอัญมณี) จึงเป็นชื่อเดิมของอาวุธเล่มนี้ ส่วน 七星 (เจ็ดดาว) เป็นชื่อที่ฉบับชั้นหลังเติมเข้าไป และกลายเป็นชื่อที่คนไทยรุ่นหลังใช้เรียกฉากนี้

ย้อนไปไกลกว่านั้น หนังสือผิงฮว่าสามก๊กสมัยหยวน ซึ่งเก่ากว่านิยายทั้งสองฉบับ ไม่มีฉากถวายกระบี่เลย ในผิงฮว่า โจโฉได้รับมอบหมายจากพระเจ้าเหี้ยนเต้ให้ออกไปรวบรวมหัวเมืองปราบตั๋งโต๊ะ 「曹操辞帝出城,会天下诸侯」 "โจโฉทูลลาพระเจ้าแผ่นดินออกจากเมือง ไปรวมหัวเมืองทั้งปวง" เท่าที่ตรวจได้ ฉากถวายกระบี่จึงปรากฏครั้งแรกในนิยายสมัยหมิง

อาวุธในฉากนี้ฉบับจีนเรียกว่า 刀 ซึ่งหมายถึงอาวุธคมเดียว ฉบับไทยแปลว่ากระบี่ตามธรรมเนียมการแปลสมัยนั้น ไม่ว่าจะเรียกอย่างไร สิ่งที่แน่นอนคือมันมีอยู่แค่ในนิยาย พงศาวดารทุกฉบับที่ตรวจได้ไม่เคยพูดถึงอาวุธที่โจโฉนำติดตัวออกจากลกเอี๋ยงเลย

คำถามที่พบบ่อย

โจโฉเคยลอบฆ่าตั๋งโต๊ะจริงไหม?

ไม่มีบันทึกในพงศาวดาร《三国志·武帝纪》เขียนเพียงว่าตั๋งโต๊ะเสนอตั้งโจโฉเป็นนายกองทหารม้า แล้วโจโฉเปลี่ยนชื่อแซ่หนีกลับไปทางตะวันออก《魏书》ที่เผยซงจือยกมาบอกว่าโจโฉไม่ยอมรับตำแหน่ง ไม่มีบันทึกฉบับไหนพูดถึงกระบี่หรือการลอบแทง

กระบี่เจ็ดดาวของโจโฉมีจริงหรือไม่?

ไม่มีในพงศาวดาร เป็นอาวุธในนิยาย ฉบับพิมพ์สมัยเจียจิ้งเรียกว่า 「七宝刀」 กระบี่เจ็ดอัญมณี ฉบับปรับปรุงของเหมาจงกังเปลี่ยนเป็น 「七星宝刀」 กระบี่เจ็ดดาว ส่วนสามก๊กฉบับเจ้าพระยาพระคลังเรียกเพียง "กระบี่สั้นอย่างดี"

ทำไมโจโฉจึงหนีออกจากลกเอี๋ยง?

ตามพงศาวดาร ตั๋งโต๊ะตั้งโจโฉเป็นนายกองทหารม้าพร้อมกับให้ตำแหน่งอ้วนเสี้ยวและอ้วนสุด เพื่อดึงคนเหล่านี้มาเป็นพวก《魏书》บันทึกว่าโจโฉเห็นว่าตั๋งโต๊ะต้องล่มในที่สุด จึงไม่รับตำแหน่งและหนีกลับบ้านเกิด แล้วไปตั้งกองทัพที่ตันลิวในปี ค.ศ. 189

มีใครเคยลอบแทงตั๋งโต๊ะจริงบ้าง?

มี《后汉书》บันทึกว่าอู่ฝู (伍孚) ซ่อนมีดพกไว้ในชุดขุนนาง แล้วแทงตั๋งโต๊ะตอนที่ตั๋งโต๊ะเดินมาส่งที่ประตูห้อง แต่แทงไม่ถูกและถูกฆ่า ฉบับไทยเรียกเขาว่าเงาฮู นิยายวางเรื่องนี้ไว้ก่อนฉากโจโฉถวายกระบี่พอดี

อ้องอุ้นให้โจโฉยืมกระบี่จริงไหม?

ไม่มีบันทึก และลำดับตำแหน่งก็ไม่ตรง《后汉书》บันทึกว่าอ้องอุ้นได้เป็นซือถูในปีชูผิงที่ 1 คือ ค.ศ. 190 ส่วนโจโฉหนีไปตั้งแต่ ค.ศ. 189 อ้องอุ้นวางแผนฆ่าตั๋งโต๊ะจริงในอีกหลายปีต่อมาที่เตียงฮัน ร่วมกับลิโป้ ไม่ใช่กับโจโฉ

สรุป

ฉากโจโฉถวายกระบี่เป็นฉากที่ดีที่สุดฉากหนึ่งของนิยาย มีทั้งความกล้า เงาในกระจก และไหวพริบเอาตัวรอดในวินาทีเดียว แต่พงศาวดารบันทึกเรื่องนี้ไว้เพียงว่าตั๋งโต๊ะอยากได้โจโฉมาเป็นพวก และโจโฉเลือกเปลี่ยนชื่อแซ่หนีไปตั้งกองทัพของตัวเอง ไม่มีกระบี่ ไม่มีกระจก และไม่มีอ้องอุ้น การลอบแทงตั๋งโต๊ะที่มีบันทึกจริงเป็นของอู่ฝู ส่วนชื่อ "กระบี่เจ็ดดาว" เกิดขึ้นทีหลังอีกชั้นหนึ่ง เมื่อฉบับปรับปรุงสมัยชิงเปลี่ยนกระบี่เจ็ดอัญมณีของฉบับเก่าให้กลายเป็นกระบี่เจ็ดดาว

แหล่งข้อมูล

สามก๊กฉบับหวงปิ่งหมิง

เรื่องที่ 16 จาก 16 เรื่อง

ชุดบทความที่วางฉากดังในนิยายสามก๊กเทียบกับพงศาวดาร《三国志》ทีละฉาก เขียนโดยMingPaPa ชื่อจีน หวงปิ่งหมิง - 黄炳明

ดูทั้งหมวด →
ดูรายชื่อเรื่องทั้งชุด

เกี่ยวกับผู้เขียน

ธนินพงษ์ ศุภพิทักษ์พงษ์ (MingPaPa)
黄炳明 - MingPaPa

เขียนโดย

ชื่อจีน หวงปิ่งหมิง - 黄炳明

นักธุรกิจโรงพิมพ์ ครูศิลปะการต่อสู้ และผู้ถ่ายทอดวัฒนธรรมจีน ศาสนา และความเชื่อ

ประสบการณ์ที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้: ก่อนอายุ 18 ปี ผู้เขียนอ่านสามก๊กฉบับเจ้าพระยาพระคลัง (หน) และสามก๊กฉบับวณิพกของยาขอบรวม 10 รอบ ไม่นับหนังสือวิเคราะห์กลยุทธ์และอรรถาธิบายสามก๊กอีกหลายสิบเล่ม บทนี้วางฉากโจโฉถวายกระบี่ในนิยายเทียบกับ《三国志·武帝纪》และบันทึกที่เผยซงจือยกมา《后汉书》และ《资治通鉴》 แล้วไล่ดูว่ากระบี่เจ็ดอัญมณีกลายเป็นกระบี่เจ็ดดาวในนิยายฉบับใด

ประวัติการแก้ไข

  • — เผยแพร่ครั้งแรก

พบข้อมูลคลาดเคลื่อน แจ้งได้ที่หน้าติดต่อ และอ่านวิธีตรวจสอบกับแก้ไขข้อผิดพลาดได้ที่นโยบายบรรณาธิการ

บทความที่เกี่ยวข้อง

ดูบทความทั้งหมดในหมวดสามก๊กฉบับหวงปิ่งหมิง