ในนิยาย: โจโฉ (曹操 เฉาเชา) ยืมกระบี่ดีจากอ้องอุ้น (王允 หวังอวิ่น) เข้าไปจะแทงตั๋งโต๊ะ (董卓 ต่งจั๋ว) ที่กำลังนอนหันหลัง แต่ตั๋งโต๊ะเห็นเงาในกระจก โจโฉจึงคุกเข่าทำทีถวายกระบี่ แล้วขอลองขี่ม้าหนีออกจากเมือง ฉากนี้ฉบับจีนเรียกว่า 「孟德献刀」
ในพงศาวดาร:《三国志·武帝纪》บันทึกเพียงว่าตั๋งโต๊ะเสนอตั้งโจโฉเป็นนายกองทหารม้า (骁骑校尉) แต่โจโฉเปลี่ยนชื่อแซ่แล้วหนีกลับไปทางตะวันออก《魏书》ที่เผยซงจือยกมาบอกว่าโจโฉไม่ยอมรับตำแหน่ง ไม่มีบันทึกฉบับไหนพูดถึงกระบี่หรือการลอบฆ่าเลย
สามก๊กฉบับหวงปิ่งหมิง: ผมกับสามก๊ก
ผม MingPaPa ชื่อจีน หวงปิ่งหมิง - 黄炳明 ชื่อไทย ธนินพงษ์ ศุภพิทักษ์พงษ์ คนไทยเชื้อสายจีนที่รักและผูกพันกับเรื่องราวของจีนมาตั้งแต่เด็กครับ
ตอนเล็ก ๆ ผมได้ยินพ่อกับผู้ใหญ่ในบ้านคุยกันว่า "ใครอ่านสามก๊กครบสามจบ คบไม่ได้" ทั้งที่พ่อผมเองก็อ่านมาหลายจบ พี่ชายผมก็อ่านหลายจบ ส่วนผม ก่อนอายุ 18 ปี อ่านเฉพาะสองฉบับ คือสามก๊กฉบับเจ้าพระยาพระคลัง (หน) กับสามก๊กฉบับวณิพกของยาขอบ รวมกันไปแล้ว 10 รอบ ยังไม่นับหนังสือวิเคราะห์กลยุทธ์และหนังสืออรรถาธิบายสามก๊กอีกหลายสิบเล่ม ยิ่งอ่านก็ยิ่งรัก และยิ่งเข้าใจว่าทำไมผู้ใหญ่ถึงพูดอย่างนั้น
อ่านสามก๊กครบสามจบ คบไม่ได้ เพราะอะไร
ถ้ามองให้ลึก คำนี้ไม่ได้อยู่ที่จำนวนรอบที่อ่าน แต่อยู่ที่ "สันดานเดิมของคนอ่าน" ซึ่งเป็นตัวตั้งต้นครับ สามก๊กคือภาพสะท้อนมนุษย์จริง ๆ ไม่มีใครขาวสะอาดหรือสมบูรณ์แบบ มีทั้งคนดีแต่ซื่อจนโง่ คนเจ้าเล่ห์ที่เลวแต่รวย และคนเก่งที่หยิ่งยโส ในโลกความจริงคนเห็นแก่ตัวก็มีมากกว่าคนดีอยู่แล้ว คนอ่านมีจริตแบบไหน ลึก ๆ ชอบตัวละครแบบใด ก็จะหยิบแง่มุมนั้นมาใช้กับตัวเอง คำว่า "คบไม่ได้" จึงแยกได้เป็นสองมุม
- คบไม่ได้เพราะเลียนแบบความร้าย คนที่มีเชื้อความเห็นแก่ตัวหรือชอบเอาเปรียบคนอยู่แล้ว พออ่านจนเจนจัด ก็ซึมซับความปลิ้นปล้อน กลอุบายสกปรก และการมองคนอื่นเป็นเบี้ยมาใช้ในชีวิตจริง คนกลุ่มนี้ "คบไม่ได้" ในความหมายตรงตัว เพราะพร้อมหักหลังและทำลายมิตรภาพเพื่อประโยชน์ของตัวเอง
- คบไม่ได้เพราะ "คบยาก" เกินไป คนกลุ่มนี้อ่านเพื่อเข้าใจจิตวิทยามนุษย์ วิธีเอาตัวรอด และเกมอำนาจที่ซ่อนอยู่ จนกลายเป็นคนคมกริบที่รู้เท่าทันคนจนไม่มีใครตบตาได้ คนทั่วไปจึงเข้าไม่ถึงหรือระแวงว่าจะถูกเอาเปรียบ ส่วนคนเก่งด้วยกันก็อยู่ด้วยลำบาก เพราะต่างฝ่ายต่างรู้ทันกัน ต้องตั้งการ์ดระวังตัวอยู่ตลอดเวลา
สามก๊กฉบับหวงปิ่งหมิง คือการอ่านสามก๊กอีกรอบด้วยสายตาของคนที่โตมากับนิยาย ผมหยิบฉากที่คนไทยจำได้ขึ้นใจมาวางเทียบกับพงศาวดาร《三国志》 (ซานกั๋วจื้อ — จดหมายเหตุสามก๊ก) ทีละประโยค ว่าตรงไหนเป็นประวัติศาสตร์ ตรงไหนเป็นฝีมือนักเล่านิทานและนักประพันธ์รุ่นหลัง ทุกบทยกต้นฉบับภาษาจีนพร้อมคำแปล และบอกว่าข้อความนั้นอยู่ในบทไหน ผู้อ่านจะได้ตรวจเองได้ครับ
ชื่อบุคคลและเอกสารในบทความนี้
ชื่อในสามก๊กฉบับไทยตามฉบับเจ้าพระยาพระคลัง (หน) อ่านตามสำเนียงฮกเกี้ยน ซึ่งต่างจากชื่อที่ใช้กันในระดับสากล บทความนี้จึงกำกับชื่อเฉพาะด้วยอักษรจีนตัวย่อและคำอ่านแบบจีนกลางเมื่อปรากฏครั้งแรก เช่น โจโฉ (曹操 เฉาเชา) ส่วนเลข "ตอนที่" ของนิยายในบทความนี้เป็นเลขตอน (回) ของนิยายฉบับภาษาจีน ซึ่งฉบับเจ้าพระยาพระคลังแบ่งตอนไม่ตรงกัน ฉากโจโฉถวายกระบี่อยู่ในตอนที่ ๔ ของฉบับไทย
| อักษรจีน (ตัวย่อ) | พินอิน | อ่านแบบจีนกลาง | ชื่อในสามก๊กฉบับไทย / หมายเหตุ |
|---|---|---|---|
| 曹操 | Cáo Cāo | เฉาเชา | โจโฉ (ชื่อรองว่า 孟德 เมิ่งเต๋อ) |
| 董卓 | Dǒng Zhuó | ต่งจั๋ว | ตั๋งโต๊ะ |
| 王允 | Wáng Yǔn | หวังอวิ่น | อ้องอุ้น |
| 吕布 | Lǚ Bù | หลี่ว์ปู้ | ลิโป้ |
| 李儒 | Lǐ Rú | หลี่หรู | ลิยู |
| 袁绍 | Yuán Shào | หยวนเส้า | อ้วนเสี้ยว |
| 袁术 | Yuán Shù | หยวนซู่ | อ้วนสุด |
| 伍孚 | Wǔ Fú | อู่ฝู | เงาฮู |
| 伍琼 | Wǔ Qióng | อู่ฉฺยง | ขุนนางที่ตั๋งโต๊ะประหาร (ไม่ปรากฏในฉบับไทย) |
| 陈宫 | Chén Gōng | เฉินกง | ตันก๋ง |
| 吕伯奢 | Lǚ Bóshē | หลี่ว์ป๋อเซอ | ลิแปะเฉีย (ฉบับไทยเรียกว่าแปะเฉีย) |
| 中牟 | Zhōngmóu | จงโหมว | จงพวน |
| 骁骑校尉 | xiāoqí xiàowèi | เซียวฉีเซี่ยวเว่ย | ตำแหน่งนายกองทหารม้า (ไม่ปรากฏในฉบับไทย) |
| 谢承 | Xiè Chéng | เซี่ยเฉิง | ผู้เขียน《后汉书》อีกฉบับสมัยสามก๊ก (ไม่ปรากฏในฉบับไทย) |
| 毛宗岗 | Máo Zōnggǎng | เหมาจงกัง | ผู้ปรับปรุงนิยายสามก๊กสมัยราชวงศ์ชิง (ไม่ปรากฏในฉบับไทย) |
1. ฉากที่ทำให้โจโฉเป็นวีรบุรุษอยู่หนึ่งตอน
ฉากนี้เป็นหนึ่งในไม่กี่ฉากที่นิยายให้โจโฉเป็นฝ่ายดีเต็มตัว ตอนที่ ๔ ของฉบับเจ้าพระยาพระคลัง (หน)เล่าว่าอ้องอุ้นเชิญขุนนางเก่ามากินโต๊ะ แล้วร้องไห้เรื่องตั๋งโต๊ะทำการหยาบช้า ขุนนางทั้งปวงร้องไห้ตาม มีแต่โจโฉที่ลุกขึ้นตบมือหัวเราะ อ้องอุ้นโกรธ โจโฉจึงเผยว่าที่ไปรับใช้ตั๋งโต๊ะจนสนิทก็เพื่อหาโอกาสฆ่า แล้วขอยืมอาวุธ
"ข้าพเจ้ารู้ว่ากระบี่สั้นอย่างดีของท่านมีอยู่ ถ้าท่านเปนใจด้วยดังนี้แล้ว ข้าพเจ้าจะขอยืมกระบี่สั้นเหน็บซ่อนเข้าไปให้ถึงตัวตั๋งโต๊ะ"
รุ่งเช้าโจโฉเข้าไปหาตั๋งโต๊ะ ตั๋งโต๊ะใช้ลิโป้ (吕布 หลี่ว์ปู้) ไปเลือกม้ามาให้โจโฉ แล้วเอนตัวลงหันหน้าเข้าผนัง โจโฉชักกระบี่จะแทง แต่ตั๋งโต๊ะ "แลเห็นเงากระจกซึ่งแขวนอยู่ที่ผนังตึกนั้น" จึงหันมาถาม พอดีลิโป้กลับมา โจโฉจึงคุกเข่ายื่นด้ามกระบี่ให้ แล้วแก้ตัวว่า
"มีแต่กระบี่สั้นเล่มนี้มีราคามาก เปนของปู่ย่าตายายได้ต่อ ๆ กันมาจนถึงข้าพเจ้า ๆ จึงเอามาสนองคุณท่าน"
ตั๋งโต๊ะรับกระบี่แล้วพาโจโฉไปดูม้า โจโฉขอลองขี่ แล้วควบออกประตูเมืองฝ่ายตะวันออกไม่กลับมาอีก ลิโป้เป็นคนแรกที่ทักว่า "ซึ่งโจโฉเอากระบี่มานั้นเห็นจะทำร้ายแก่ท่าน" ฉบับจีนตอนที่ 4 เขียนประโยคนี้ไว้ว่า
「适来曹操似有行刺之状,及被喝破,故推献刀。」
"เมื่อครู่โจโฉดูเหมือนจะลอบแทง พอถูกทักขึ้น จึงทำทีเป็นถวายกระบี่"
ตั๋งโต๊ะสั่งวาดรูปโจโฉส่งไปทุกหัวเมือง โจโฉถูกจับที่จงพวน (中牟 จงโหมว) แล้วตันก๋ง (陈宫 เฉินกง) ปล่อยตัวและหนีไปด้วยกัน ต่อด้วยเรื่องฆ่าครอบครัวลิแปะเฉีย ซึ่งเล่าแยกไว้ในบทความเรื่องคดีโจโฉกับลิแปะเฉีย
2. พงศาวดารหลักเขียนไว้สองประโยค
ชีวประวัติโจโฉใน《三国志·魏书·武帝纪》ของตันซิ่ว เล่าช่วงนี้สั้นจนแทบไม่มีอะไรให้ตีความ หลังตั๋งโต๊ะถอดพระเจ้าแผ่นดินองค์ก่อนและตั้งพระเจ้าเหี้ยนเต้ขึ้นแทน
「卓表太祖为骁骑校尉,欲与计事。太祖乃变易姓名,间行东归。」
"ตั๋งโต๊ะเสนอตั้งโจโฉเป็นนายกองทหารม้า (骁骑校尉) อยากให้มาร่วมปรึกษาราชการ โจโฉจึงเปลี่ยนชื่อแซ่ หนีทางลัดกลับไปทางตะวันออก"
ประโยคต่อมาคือ 「出关,过中牟,为亭长所疑,执诣县,邑中或窃识之,为请得解。」 "ออกจากด่านแล้วผ่านจงพวน ถูกนายตำบลสงสัย จับส่งที่ว่าการอำเภอ มีคนในเมืองแอบจำได้ ขอร้องให้ปล่อยตัว" จากนั้นโจโฉก็ไปถึงตันลิว (陈留) ขายทรัพย์สมบัติตั้งกองทหาร และพงศาวดารระบุปีไว้ว่าเป็นปีจงผิงที่ 6 คือ ค.ศ. 189
สองประโยคนี้บอกเราสามเรื่อง เรื่องแรก ตั๋งโต๊ะเป็นฝ่ายเข้าหาโจโฉ ไม่ใช่โจโฉเข้าไปรับใช้ตั๋งโต๊ะ เรื่องที่สอง โจโฉเลือกหนีทันที ไม่ได้อยู่ทำงานจนสนิทกับตั๋งโต๊ะอย่างที่นิยายเล่า เรื่องที่สาม ไม่มีกระบี่ ไม่มีกระจก ไม่มีอ้องอุ้น และไม่มีการลอบฆ่า
《资治通鉴》เล่มที่ 59ของซือหม่ากวง (司马光) ช่วยให้เห็นภาพกว้างขึ้น ตั๋งโต๊ะกำลังแจกตำแหน่งให้คนที่อาจเป็นศัตรูเพื่อซื้อใจ
「卓以为然,乃即拜绍勃海太守,封邟乡侯。又以袁术为后将军,曹操为骁骑校尉。术畏卓,出奔南阳。操变易姓名,间行东归」
"ตั๋งโต๊ะเห็นชอบ จึงตั้งอ้วนเสี้ยวเป็นเจ้าเมืองปุดไฮ ให้บรรดาศักดิ์เป็นโหวที่ตำบลหาง ตั้งอ้วนสุดเป็นแม่ทัพหลัง ตั้งโจโฉเป็นนายกองทหารม้า อ้วนสุดกลัวตั๋งโต๊ะ หนีไปเมืองลำหยง โจโฉเปลี่ยนชื่อแซ่ หนีทางลัดกลับตะวันออก"
โจโฉจึงเป็นหนึ่งในสามคนที่ได้ตำแหน่งชุดเดียวกัน อ้วนเสี้ยว (袁绍 หยวนเส้า) หนีไปก่อนแล้ว อ้วนสุด (袁术 หยวนซู่) หนีไปทางใต้ และโจโฉหนีไปทางตะวันออก ในพงศาวดาร การหนีของโจโฉเป็นการหนีแบบเดียวกับคนอื่น ๆ ที่ไม่อยากผูกตัวกับตั๋งโต๊ะ ไม่ใช่การหนีหลังลอบฆ่าล้มเหลว
3. สามบันทึกในอรรถาธิบาย ไม่มีบันทึกไหนมีกระบี่
อรรถาธิบายของเผยซงจือ (裴松之) ใต้ประโยค 「间行东归」 ยกบันทึกมาสามฉบับ ซึ่งบทความเรื่องลิแปะเฉียอ่านไว้ละเอียดแล้ว ในบทนี้ขอดูเพียงคำถามเดียว คือบันทึกเหล่านี้บอกว่าโจโฉหนีเพราะอะไร
《魏书》ของหวังเฉิ่น (王沈) ซึ่งเป็นพงศาวดารที่เรียบเรียงในราชสำนักวุยของลูกหลานโจโฉเอง เล่าว่า
「太祖以卓终必覆败,遂不就拜,逃归乡里。」
"โจโฉเห็นว่าตั๋งโต๊ะต้องล่มในที่สุด จึงไม่ยอมรับตำแหน่ง หนีกลับบ้านเกิด"
คำว่า 「不就拜」 (ไม่ไปรับการแต่งตั้ง) คือหัวใจของเรื่อง ถ้าโจโฉเคยพยายามฆ่าตั๋งโต๊ะจริง ผู้เรียบเรียงฝ่ายวุยมีเหตุผลทุกอย่างที่จะบันทึกไว้ เพราะเป็นเรื่องที่ทำให้ปฐมกษัตริย์ของราชวงศ์ดูกล้าหาญและจงรักภักดีต่อฮั่น แต่《魏书》เลือกบันทึกเพียงว่าโจโฉมองขาดและไม่ร่วมมือ ส่วน《世语》ของกัวปาน (郭颁) กับ《杂记》ของซุนเซิ่ง (孙盛) เล่าแต่เรื่องที่บ้านลิแปะเฉีย ไม่มีบันทึกใดพูดถึงอาวุธที่ยืมมาหรือการลอบแทง
《世语》มีอีกประโยคหนึ่งเกี่ยวกับตอนถูกจับที่จงพวน
「中牟疑是亡人,见拘于县。时掾亦已被卓书;唯功曹心知是太祖」
"คนที่จงพวนสงสัยว่าเป็นคนหลบหนี จึงถูกกักไว้ที่อำเภอ ตอนนั้นเจ้าหน้าที่ก็ได้รับหนังสือของตั๋งโต๊ะแล้ว มีแต่ข้าราชการฝ่ายบุคคลที่รู้ในใจว่าเป็นโจโฉ"
แปลว่าตั๋งโต๊ะส่งหนังสือตามจับโจโฉจริง ซึ่งเข้ากับนิยายตรงที่โจโฉเป็นคนที่ทางการตามตัว แต่บันทึกไม่ได้บอกว่าตามจับในข้อหาอะไร และคนที่ช่วยโจโฉคือข้าราชการที่ไม่ได้บันทึกชื่อ ไม่ใช่ตันก๋ง เรื่องนี้ก็อยู่ในบทความเรื่องลิแปะเฉียเช่นกัน
4. อ้องอุ้นตอนนั้นยังไม่ได้เป็นซือถู
นิยายฉบับจีนให้โจโฉพูดกับอ้องอุ้นว่า 「闻司徒有七星宝刀一口」 "ได้ยินว่าท่านซือถู (司徒) มีกระบี่เจ็ดดาวอยู่เล่มหนึ่ง" แต่ชีวประวัติอ้องอุ้นใน《后汉书》บอกลำดับตำแหน่งของเขาไว้ชัด
「献帝即位,拜太仆,再迁守尚书令。初平元年,代杨彪为司徒」
"เมื่อพระเจ้าเหี้ยนเต้ขึ้นครองราชย์ อ้องอุ้นได้เป็นไท่ผู (เจ้ากรมม้าหลวง) แล้วเลื่อนเป็นรักษาการหัวหน้าสำนักราชเลขาธิการ ปีชูผิงที่ 1 จึงได้เป็นซือถูแทนเอียวปิว"
ปีชูผิงที่ 1 คือ ค.ศ. 190 ส่วนโจโฉหนีจากลกเอี๋ยงไปตั้งกองทัพตั้งแต่ ค.ศ. 189 ตอนที่โจโฉหนี อ้องอุ้นจึงยังไม่ได้เป็นซือถู และ《后汉书》ยังเล่าว่าในช่วงนั้นอ้องอุ้น 「矫情屈意,每相承附,卓亦推心,不生乖疑」 "เก็บความรู้สึก ยอมโอนอ่อนเออออตามตั๋งโต๊ะทุกเรื่อง ตั๋งโต๊ะก็ไว้ใจ ไม่ระแวงเลย" อ้องอุ้นวางแผนฆ่าตั๋งโต๊ะจริง แต่เป็นอีกสามปีต่อมาที่เตียงฮัน ร่วมกับลิโป้ ตามที่เล่าไว้ในบทความเรื่องเตียวเสี้ยนกับกลห่วงโซ่ ไม่มีบันทึกใดบอกว่าอ้องอุ้นกับโจโฉเคยร่วมคิดการกันในลกเอี๋ยง
5. ต้นแบบที่มีจริง: ขุนนางที่ซ่อนมีดเข้าไปแทงตั๋งโต๊ะ
การลอบแทงตั๋งโต๊ะด้วยอาวุธที่ซ่อนเข้าไปในที่เฝ้ามีในพงศาวดารจริง แต่คนทำไม่ใช่โจโฉ 《后汉书·董卓列传》บันทึกว่า
「越骑校尉汝南伍孚忿卓凶毒,志手刃之,乃朝服怀佩刀以见卓。孚语毕辞去,卓起送至阁,以手抚其背,孚因出刀刺之,不中。」
"นายกองทหารม้าเยว่ฉีชาวหรู่หนานชื่ออู่ฝู แค้นที่ตั๋งโต๊ะโหดร้าย ตั้งใจจะฆ่าด้วยมือตัวเอง จึงสวมชุดขุนนางซ่อนมีดพกเข้าไปพบตั๋งโต๊ะ พูดธุระเสร็จก็ลากลับ ตั๋งโต๊ะลุกขึ้นมาส่งถึงประตูห้อง เอามือลูบหลัง อู่ฝูจึงชักมีดแทง แต่ไม่ถูก"
อู่ฝูถูกจับฆ่าทันที ก่อนตายเขาตะโกนว่าเสียดายที่ไม่ได้ฉีกร่างตั๋งโต๊ะประจานกลางตลาด อรรถาธิบายใต้ชีวประวัติตั๋งโต๊ะใน《三国志》ยก《后汉书》อีกฉบับของเซี่ยเฉิง (谢承) ที่เล่าว่าอู่ฝู 「着小铠,于朝服里挟佩刀见卓,欲伺便刺杀之」 "สวมเกราะเล็กไว้ใต้ชุดขุนนาง ซ่อนมีดพกเข้าไปพบตั๋งโต๊ะ คอยจังหวะจะแทง" แต่เผยซงจือเองก็ยังสงสัยว่าอู่ฝูคนนี้คือใคร เพราะชื่อรองและบ้านเกิดตรงกับอู่ฉฺยง (伍琼) ขุนนางที่ตั๋งโต๊ะสั่งประหารด้วยเหตุผลอื่น
「不知孚为琼之别名,为别有伍孚也?盖未详之。」
"ไม่รู้ว่าฝูเป็นอีกชื่อหนึ่งของฉฺยง หรือมีอู่ฝูอีกคนหนึ่งจริง ยังไม่อาจรู้ชัด"
ที่น่าสนใจคือนิยายวางเรื่องอู่ฝูไว้ติดกับฉากโจโฉพอดี ฉบับไทยตอนที่ ๓ เรียกเขาว่าเงาฮู และเล่าว่า "เงาฮูจึงเอามีดเหน็บซ่อนไปในเสื้อ" แล้วแทงตั๋งโต๊ะไม่ถูก จากนั้นตอนที่ ๔ ก็ขึ้นเรื่องโจโฉยืมกระบี่สั้นเหน็บซ่อนเข้าไปเช่นกัน นิยายจึงมีการลอบแทงด้วยอาวุธซ่อนติดกันสองครั้ง ครั้งแรกมีที่มาในพงศาวดาร ครั้งที่สองไม่มี เท่าที่ตรวจได้ เราไม่มีหลักฐานว่าผู้แต่งนิยายตั้งใจยืมเรื่องอู่ฝูมาสร้างฉากโจโฉ แต่ทั้งสองฉากใช้โครงเรื่องเดียวกัน คือขุนนางซ่อนอาวุธเข้าไปถึงตัวตั๋งโต๊ะแล้วพลาด
6. กระบี่เจ็ดดาวมาจากไหน: จากเจ็ดอัญมณีเป็นเจ็ดดาว
ชื่อ "กระบี่เจ็ดดาว" ที่คนไทยรู้จักไม่ได้มาจากสามก๊กฉบับเจ้าพระยาพระคลัง ฉบับไทยเรียกเพียง "กระบี่สั้นอย่างดี" ตลอดฉาก และให้โจโฉอ้างว่าเป็นมรดกตกทอดในตระกูล ไม่มีคำว่าเจ็ดดาวเลย
ในฝั่งจีน ชื่อของอาวุธเล่มนี้เปลี่ยนไปตามฉบับของนิยาย ฉบับพิมพ์สมัยเจียจิ้ง (嘉靖本) ตอนที่ 8 ซึ่งพิมพ์ในปีเหรินอู่ของรัชศกเจียจิ้ง สมัยราชวงศ์หมิง (ค.ศ. 1522) ก่อนฉบับปรับปรุงสมัยราชวงศ์ชิง เขียนว่า
「闻司徒有七宝刀一口,愿借与操入相府可刺杀之,万死无恨!」
"ได้ยินว่าท่านซือถูมีกระบี่เจ็ดอัญมณีอยู่เล่มหนึ่ง ขอยืมให้ข้าเข้าไปแทงมันที่จวนอัครมหาเสนาบดี ตายหมื่นครั้งก็ไม่เสียใจ"
ส่วนนิยายฉบับที่แพร่หลายในปัจจุบัน ซึ่งเป็นฉบับที่เหมาหลุน (毛纶) กับเหมาจงกัง (毛宗岗) สองพ่อลูกปรับปรุงในสมัยราชวงศ์ชิง เปลี่ยนเป็น
「闻司徒有七星宝刀一口,愿借与操入相府刺杀之,虽死不恨!」
"ได้ยินว่าท่านซือถูมีกระบี่วิเศษเจ็ดดาวอยู่เล่มหนึ่ง ขอยืมให้ข้าเข้าไปแทงมันที่จวนอัครมหาเสนาบดี แม้ตายก็ไม่เสียใจ"
แต่ฉบับเหมาเองยังเก็บคำบรรยายตัวกระบี่ของฉบับเก่าไว้ ตอนตั๋งโต๊ะรับไปดู นิยายเขียนว่า 「见其刀长尺余,七宝嵌饰,极其锋利」 "เห็นกระบี่ยาวกว่าหนึ่งฉื่อ (尺) ประดับอัญมณีเจ็ดชนิด คมกริบ" คำว่า 七宝 (เจ็ดอัญมณี) จึงเป็นชื่อเดิมของอาวุธเล่มนี้ ส่วน 七星 (เจ็ดดาว) เป็นชื่อที่ฉบับชั้นหลังเติมเข้าไป และกลายเป็นชื่อที่คนไทยรุ่นหลังใช้เรียกฉากนี้
ย้อนไปไกลกว่านั้น หนังสือผิงฮว่าสามก๊กสมัยหยวน ซึ่งเก่ากว่านิยายทั้งสองฉบับ ไม่มีฉากถวายกระบี่เลย ในผิงฮว่า โจโฉได้รับมอบหมายจากพระเจ้าเหี้ยนเต้ให้ออกไปรวบรวมหัวเมืองปราบตั๋งโต๊ะ 「曹操辞帝出城,会天下诸侯」 "โจโฉทูลลาพระเจ้าแผ่นดินออกจากเมือง ไปรวมหัวเมืองทั้งปวง" เท่าที่ตรวจได้ ฉากถวายกระบี่จึงปรากฏครั้งแรกในนิยายสมัยหมิง
อาวุธในฉากนี้ฉบับจีนเรียกว่า 刀 ซึ่งหมายถึงอาวุธคมเดียว ฉบับไทยแปลว่ากระบี่ตามธรรมเนียมการแปลสมัยนั้น ไม่ว่าจะเรียกอย่างไร สิ่งที่แน่นอนคือมันมีอยู่แค่ในนิยาย พงศาวดารทุกฉบับที่ตรวจได้ไม่เคยพูดถึงอาวุธที่โจโฉนำติดตัวออกจากลกเอี๋ยงเลย
คำถามที่พบบ่อย
โจโฉเคยลอบฆ่าตั๋งโต๊ะจริงไหม?
ไม่มีบันทึกในพงศาวดาร《三国志·武帝纪》เขียนเพียงว่าตั๋งโต๊ะเสนอตั้งโจโฉเป็นนายกองทหารม้า แล้วโจโฉเปลี่ยนชื่อแซ่หนีกลับไปทางตะวันออก《魏书》ที่เผยซงจือยกมาบอกว่าโจโฉไม่ยอมรับตำแหน่ง ไม่มีบันทึกฉบับไหนพูดถึงกระบี่หรือการลอบแทง
กระบี่เจ็ดดาวของโจโฉมีจริงหรือไม่?
ไม่มีในพงศาวดาร เป็นอาวุธในนิยาย ฉบับพิมพ์สมัยเจียจิ้งเรียกว่า 「七宝刀」 กระบี่เจ็ดอัญมณี ฉบับปรับปรุงของเหมาจงกังเปลี่ยนเป็น 「七星宝刀」 กระบี่เจ็ดดาว ส่วนสามก๊กฉบับเจ้าพระยาพระคลังเรียกเพียง "กระบี่สั้นอย่างดี"
ทำไมโจโฉจึงหนีออกจากลกเอี๋ยง?
ตามพงศาวดาร ตั๋งโต๊ะตั้งโจโฉเป็นนายกองทหารม้าพร้อมกับให้ตำแหน่งอ้วนเสี้ยวและอ้วนสุด เพื่อดึงคนเหล่านี้มาเป็นพวก《魏书》บันทึกว่าโจโฉเห็นว่าตั๋งโต๊ะต้องล่มในที่สุด จึงไม่รับตำแหน่งและหนีกลับบ้านเกิด แล้วไปตั้งกองทัพที่ตันลิวในปี ค.ศ. 189
มีใครเคยลอบแทงตั๋งโต๊ะจริงบ้าง?
มี《后汉书》บันทึกว่าอู่ฝู (伍孚) ซ่อนมีดพกไว้ในชุดขุนนาง แล้วแทงตั๋งโต๊ะตอนที่ตั๋งโต๊ะเดินมาส่งที่ประตูห้อง แต่แทงไม่ถูกและถูกฆ่า ฉบับไทยเรียกเขาว่าเงาฮู นิยายวางเรื่องนี้ไว้ก่อนฉากโจโฉถวายกระบี่พอดี
อ้องอุ้นให้โจโฉยืมกระบี่จริงไหม?
ไม่มีบันทึก และลำดับตำแหน่งก็ไม่ตรง《后汉书》บันทึกว่าอ้องอุ้นได้เป็นซือถูในปีชูผิงที่ 1 คือ ค.ศ. 190 ส่วนโจโฉหนีไปตั้งแต่ ค.ศ. 189 อ้องอุ้นวางแผนฆ่าตั๋งโต๊ะจริงในอีกหลายปีต่อมาที่เตียงฮัน ร่วมกับลิโป้ ไม่ใช่กับโจโฉ
สรุป
ฉากโจโฉถวายกระบี่เป็นฉากที่ดีที่สุดฉากหนึ่งของนิยาย มีทั้งความกล้า เงาในกระจก และไหวพริบเอาตัวรอดในวินาทีเดียว แต่พงศาวดารบันทึกเรื่องนี้ไว้เพียงว่าตั๋งโต๊ะอยากได้โจโฉมาเป็นพวก และโจโฉเลือกเปลี่ยนชื่อแซ่หนีไปตั้งกองทัพของตัวเอง ไม่มีกระบี่ ไม่มีกระจก และไม่มีอ้องอุ้น การลอบแทงตั๋งโต๊ะที่มีบันทึกจริงเป็นของอู่ฝู ส่วนชื่อ "กระบี่เจ็ดดาว" เกิดขึ้นทีหลังอีกชั้นหนึ่ง เมื่อฉบับปรับปรุงสมัยชิงเปลี่ยนกระบี่เจ็ดอัญมณีของฉบับเก่าให้กลายเป็นกระบี่เจ็ดดาว
แหล่งข้อมูล
- 《三国志·魏书·武帝纪》 ตั๋งโต๊ะเสนอตั้งโจโฉเป็นนายกองทหารม้า พร้อมอรรถาธิบายที่ยก《魏书》《世语》และบันทึกของซุนเซิ่ง — ต้นฉบับภาษาจีนบนวิกิซอร์ซ
- 《三国志·魏书·董卓传》 พร้อมอรรถาธิบายที่ยก《后汉书》ของเซี่ยเฉิงเรื่องอู่ฝู — ต้นฉบับภาษาจีนบนวิกิซอร์ซ
- 《后汉书·董卓列传》 อู่ฝูลอบแทงตั๋งโต๊ะ — ต้นฉบับภาษาจีนบนวิกิซอร์ซ
- 《后汉书·王允传》 ลำดับตำแหน่งของอ้องอุ้น — ต้นฉบับภาษาจีนบนวิกิซอร์ซ
- 《资治通鉴》 เล่มที่ 59 ตั๋งโต๊ะแจกตำแหน่งแก่อ้วนเสี้ยว อ้วนสุด และโจโฉ — ต้นฉบับภาษาจีนบนวิกิซอร์ซ
- นิยาย《三国演义》ตอนที่ 4 ฉบับปรับปรุงของเหมาหลุนและเหมาจงกัง — ต้นฉบับภาษาจีนบนวิกิซอร์ซ
- นิยายสามก๊กฉบับพิมพ์สมัยเจียจิ้ง ตอนที่ 8 曹孟德谋杀董卓 กระบี่เจ็ดอัญมณี — ต้นฉบับภาษาจีนบนวิกิซอร์ซ
- 《全相平话三国志》 หนังสือผิงฮว่าสามก๊กสมัยหยวน ไม่มีฉากถวายกระบี่ — ต้นฉบับภาษาจีนบนวิกิซอร์ซ
- สามก๊ก ฉบับเจ้าพระยาพระคลัง (หน) ตอนที่ ๓ เงาฮูลอบแทงตั๋งโต๊ะ — ห้องสมุดดิจิทัลวชิรญาณ
- สามก๊ก ฉบับเจ้าพระยาพระคลัง (หน) ตอนที่ ๔ โจโฉยืมกระบี่อ้องอุ้น — ห้องสมุดดิจิทัลวชิรญาณ
