ในนิยาย: ม้าเจ๊ก (马谡 หม่าซู่) เสียเกเต๋ง (街亭 เจียถิง) สุมาอี้ (司马懿 ซือหม่าอี้) ยกทัพ 150,000 มาถึงเมืองเสเสีย (西城 ซีเฉิง) ขงเบ้ง (诸葛亮 จูเก่อเลี่ยง) มีแต่ขุนนางพลเรือนกับทหารไม่กี่พัน จึงเปิดประตูเมือง ให้ทหารแต่งเป็นชาวบ้านกวาดถนน ตัวเองนั่งดีดพิณบนหอประตูเมือง สุมาอี้กลัวกลซุ่มจึงถอยทัพ
ในพงศาวดาร:《三国志》ไม่มีเรื่องนี้ มีแค่เรื่องเล่าของชายชื่อกัวชง (郭冲) ที่เผยซงจือ (裴松之) ยกมา แล้วเผยซงจือเองก็เขียนหักล้างว่าตอนนั้นสุมาอี้ "ยังเป็นผู้บัญชาการทหารเกงจิ๋ว" (荆州 จิงโจว) อยู่ห่างไปหลายร้อยกิโลเมตร ส่วนกลเปิดประตูค่ายที่มีบันทึกในเอกสารยุคนั้น กลับเป็นของจูล่ง (赵云 จ้าวอวิ๋น) กับบุนเพ่ง (文聘 เหวินพิ่น)
สามก๊กฉบับอึ้งเป๋งเม้ง: ผมกับสามก๊ก
ผม MingPaPa ชื่อจีน อึ้งเป๋งเม้ง (黄炳明) ชื่อไทย ธนินพงษ์ ศุภพิทักษ์พงษ์ คนไทยเชื้อสายจีนที่รักและผูกพันกับเรื่องราวของจีนมาตั้งแต่เด็กครับ
ตอนเล็ก ๆ ผมได้ยินพ่อกับผู้ใหญ่ในบ้านคุยกันว่า "ใครอ่านสามก๊กครบสามจบ คบไม่ได้" ทั้งที่พ่อผมเองก็อ่านมาหลายจบ พี่ชายผมก็อ่านหลายจบ ส่วนผม ก่อนอายุ 18 ปี อ่านเฉพาะสองฉบับ คือสามก๊กฉบับเจ้าพระยาพระคลัง (หน) กับสามก๊กฉบับวณิพกของยาขอบ รวมกันไปแล้ว 10 รอบ ยังไม่นับหนังสือวิเคราะห์กลยุทธ์และหนังสืออรรถาธิบายสามก๊กอีกหลายสิบเล่ม ยิ่งอ่านก็ยิ่งรัก และยิ่งเข้าใจว่าทำไมผู้ใหญ่ถึงพูดอย่างนั้น
อ่านสามก๊กครบสามจบ คบไม่ได้ เพราะอะไร
ถ้ามองให้ลึก คำนี้ไม่ได้อยู่ที่จำนวนรอบที่อ่าน แต่อยู่ที่ "สันดานเดิมของคนอ่าน" ซึ่งเป็นตัวตั้งต้นครับ สามก๊กคือภาพสะท้อนมนุษย์จริง ๆ ไม่มีใครขาวสะอาดหรือสมบูรณ์แบบ มีทั้งคนดีแต่ซื่อจนโง่ คนเจ้าเล่ห์ที่เลวแต่รวย และคนเก่งที่หยิ่งยโส ในโลกความจริงคนเห็นแก่ตัวก็มีมากกว่าคนดีอยู่แล้ว คนอ่านมีจริตแบบไหน ลึก ๆ ชอบตัวละครแบบใด ก็จะหยิบแง่มุมนั้นมาใช้กับตัวเอง คำว่า "คบไม่ได้" จึงแยกได้เป็นสองมุม
- คบไม่ได้เพราะเลียนแบบความร้าย คนที่มีเชื้อความเห็นแก่ตัวหรือชอบเอาเปรียบคนอยู่แล้ว พออ่านจนเจนจัด ก็ซึมซับความปลิ้นปล้อน กลอุบายสกปรก และการมองคนอื่นเป็นเบี้ยมาใช้ในชีวิตจริง คนกลุ่มนี้ "คบไม่ได้" ในความหมายตรงตัว เพราะพร้อมหักหลังและทำลายมิตรภาพเพื่อประโยชน์ของตัวเอง
- คบไม่ได้เพราะ "คบยาก" เกินไป คนกลุ่มนี้อ่านเพื่อเข้าใจจิตวิทยามนุษย์ วิธีเอาตัวรอด และเกมอำนาจที่ซ่อนอยู่ จนกลายเป็นคนคมกริบที่รู้เท่าทันคนจนไม่มีใครตบตาได้ คนทั่วไปจึงเข้าไม่ถึงหรือระแวงว่าจะถูกเอาเปรียบ ส่วนคนเก่งด้วยกันก็อยู่ด้วยลำบาก เพราะต่างฝ่ายต่างรู้ทันกัน ต้องตั้งการ์ดระวังตัวอยู่ตลอดเวลา
สามก๊กฉบับอึ้งเป๋งเม้ง คือการอ่านสามก๊กอีกรอบด้วยสายตาของคนที่โตมากับนิยาย ผมหยิบฉากที่คนไทยจำได้ขึ้นใจมาวางเทียบกับพงศาวดาร《三国志》 (ซานกั๋วจื้อ — จดหมายเหตุสามก๊ก) ทีละประโยค ว่าตรงไหนเป็นประวัติศาสตร์ ตรงไหนเป็นฝีมือนักเล่านิทานและนักประพันธ์รุ่นหลัง ทุกบทยกต้นฉบับภาษาจีนพร้อมคำแปล และบอกว่าข้อความนั้นอยู่ในบทไหน ผู้อ่านจะได้ตรวจเองได้ครับ
ชื่อบุคคลและสถานที่ในบทความนี้
ชื่อในสามก๊กฉบับไทยตามฉบับเจ้าพระยาพระคลัง (หน) อ่านตามสำเนียงฮกเกี้ยน ซึ่งต่างจากชื่อที่ใช้กันในระดับสากล บทความนี้จึงกำกับชื่อเฉพาะด้วยอักษรจีนตัวย่อและคำอ่านแบบจีนกลางเมื่อปรากฏครั้งแรก เช่น เล่าปี่ (刘备 หลิวเป้ย) ส่วนเลข "ตอนที่" ของนิยายในบทความนี้เป็นเลขตอน (回) ของนิยายฉบับภาษาจีน ซึ่งฉบับเจ้าพระยาพระคลังแบ่งตอนไม่ตรงกัน ฉบับไทยมักเรียกง่อก๊กว่า "เมืองกังตั๋ง" (江东) และเรียกจ๊กก๊กว่า "เมืองเสฉวน" ส่วนชื่อไทยของตัวละครและสถานที่ในบทความนี้ตรวจกับต้นฉบับฉบับเจ้าพระยาพระคลัง (หน) แล้ว
| อักษรจีน (ตัวย่อ) | พินอิน | อ่านแบบจีนกลาง | ชื่อในสามก๊กฉบับไทย / หมายเหตุ |
|---|---|---|---|
| 诸葛亮 | Zhūgě Liàng | จูเก่อเลี่ยง | ขงเบ้ง |
| 司马懿 | Sīmǎ Yì | ซือหม่าอี้ | สุมาอี้ (ชื่อรอง 仲达 จ้งต๋า) |
| 司马昭 | Sīmǎ Zhāo | ซือหม่าเจา | สุมาเจียว |
| 司马骏 | Sīmǎ Jùn | ซือหม่าจฺวิ้น | ซือหม่าจฺวิ้น อ๋องฝูเฟิง บุตรสุมาอี้ (ไม่อยู่ในฉบับไทย) |
| 马谡 | Mǎ Sù | หม่าซู่ | ม้าเจ๊ก |
| 魏延 | Wèi Yán | เว่ยเหยียน | อุยเอี๋ยน |
| 曹真 | Cáo Zhēn | เฉาเจิน | โจจิ๋น |
| 张郃 | Zhāng Hé | จางเหอ | เตียวคับ |
| 赵云 | Zhào Yún | จ้าวอวิ๋น | จูล่ง (ชื่อรอง 子龙 จื่อหลง) |
| 文聘 | Wén Pìn | เหวินพิ่น | บุนเพ่ง |
| 黄忠 | Huáng Zhōng | หวงจง | ฮองตง |
| 张翼 | Zhāng Yì | จางอี้ | เตียวเอ๊ก |
| 郭冲 | Guō Chōng | กัวชง | กัวชง ชาวราชวงศ์จิ้น (ไม่อยู่ในฉบับไทย) |
| 裴松之 | Péi Sōngzhī | เผยซงจือ | เผยซงจือ ผู้ทำอรรถาธิบาย《三国志》(ค.ศ. 429) |
| 街亭 | Jiētíng | เจียถิง | เกเต๋ง |
| 西城 | Xīchéng | ซีเฉิง | เสเสีย |
| 阳平关 | Yángpíng guān | หยางผิงกวน | ด่านเองเปงก๋วน (ในเขตฮันต๋ง) |
| 宛城 | Wǎnchéng | หว่านเฉิง | อ้วนเสีย |
| 荆州 | Jīngzhōu | จิงโจว | เกงจิ๋ว |
1. ฉากที่ดีที่สุดของขงเบ้ง
นิยายฉบับจีนตอนที่ 95 (第九十五回) ชื่อ 「马谡拒谏失街亭,武侯弹琴退仲达」 "ม้าเจ๊กไม่ฟังคำทัดทานเสียเกเต๋ง ขงเบ้งดีดพิณถอยทัพสุมาอี้" เป็นหนึ่งในฉากที่ถูกนำไปเล่นงิ้วมากที่สุด งิ้วปักกิ่ง (京剧) ชุด 「失空斩」 (เสียเกเต๋ง กลเมืองว่าง ประหารม้าเจ๊ก) เป็นบทครูของนักแสดงบทขงเบ้ง
ในนิยาย ขงเบ้งอยู่ที่เมืองเสเสียกับทหารราว 2,500 นาย ทหาร 5,000 ที่พามาแบ่งครึ่งหนึ่งไปขนเสบียงก่อนแล้ว สุมาอี้ยกมาถึงพร้อมทัพ 150,000 ขงเบ้งสั่งเก็บธงทุกผืน เปิดประตูเมืองทั้งสี่ ให้ทหารประตูละยี่สิบนายแต่งเป็นชาวบ้านกวาดถนน แล้วขึ้นหอประตูเมือง จุดธูป ดีดพิณ มีเด็กรับใช้ถือกระบี่กับแส้ยืนข้าง สุมาอี้มาเห็นเองแล้วสั่งถอย สุมาเจียว (司马昭 ซือหม่าเจา) ผู้บุตรทักว่า "หรือขงเบ้งไม่มีทหารจึงทำแบบนี้" สุมาอี้ตอบ
「亮平生谨慎,不曾弄险。今大开城门,必有埋伏。」
"ขงเบ้งระมัดระวังมาทั้งชีวิต ไม่เคยเสี่ยง วันนี้เปิดประตูเมืองกว้าง ต้องมีกองซุ่มแน่"
ฉากนี้ทำงานได้เพราะมันกลับหัวนิสัยตัวละคร คนที่ไม่เคยเสี่ยงเลือกเสี่ยงครั้งเดียว และศัตรูที่รู้จักเขาดีที่สุดก็แพ้เพราะรู้จักเขาดีเกินไป
2. ที่มาเพียงหนึ่งเดียว: 「郭冲三事」
《三国志·诸葛亮传》ของตันซิ่ว (陈寿 เฉินโซ่ว) ไม่มีเรื่องเมืองว่าง《晋书·宣帝纪》 (จิ้นซู พงศาวดารราชวงศ์จิ้น) ซึ่งเป็นชีวประวัติทางการของสุมาอี้ก็ไม่มี หลักฐานเดียวคืออรรถาธิบายของเผยซงจือ ซึ่งยก "ห้าเรื่องของกัวชง" (郭冲五事) มาไว้ใต้ชีวประวัติขงเบ้ง (บางแหล่งเรียกว่า 郭冲三事 เพราะเรื่องเมืองว่างเป็นเรื่องที่ 3)
ที่มาของห้าเรื่องนี้น่าสนใจเอง ตาม《蜀记》 ต้นสมัยจิ้น ซือหม่าจฺวิ้น (司马骏) อ๋องฝูเฟิง (扶风王) บุตรของสุมาอี้ ดูแลแถบกวนต๋ง (关中 กวนจง) ขุนนางในสังกัดของเขาพากันถกเรื่องขงเบ้ง คนส่วนใหญ่วิจารณ์ว่าขงเบ้งใช้ทหารเกินกำลังจนราษฎรเดือดร้อน กัวชงแย้งว่าขงเบ้งเก่งกว่าที่ทุกคนคิด แล้วยกห้าเรื่องที่ "คนไม่รู้" ขึ้นมาเล่า เรื่องที่สามคือ
「亮屯于阳平,遣魏延诸军并兵东下,亮惟留万人守城。晋宣帝率二十万众拒亮,而与延军错道,径至前,当亮六十里所……亮意气自若,敕军中皆卧旗息鼓,不得妄出庵幔,又令大开四城门,埽地却洒。宣帝常谓亮持重,而猥见势弱,疑其有伏兵,于是引军北趣山。」
"ขงเบ้งตั้งอยู่ที่ด่านเองเปงก๋วน (阳平关 หยางผิงกวน) ส่งอุยเอี๋ยน (魏延 เว่ยเหยียน) กับทัพอื่นรวมกำลังลงไปทางตะวันออก ขงเบ้งเหลือทหารเฝ้าเมืองเพียงหมื่นคน สุมาอี้ยกทัพสองแสนมา สวนทางกับทัพอุยเอี๋ยน ตรงมาถึงห่างขงเบ้งราวหกสิบลี้ ... ขงเบ้งวางท่าปกติ สั่งให้ทั้งทัพล้มธงหยุดกลอง ห้ามออกจากเต็นท์ แล้วให้เปิดประตูเมืองทั้งสี่ กวาดพื้นพรมน้ำ สุมาอี้คิดเสมอว่าขงเบ้งรอบคอบ เห็นท่าอ่อนแออย่างนี้ก็สงสัยว่ามีทหารซุ่ม จึงถอยทัพขึ้นเหนือไปทางภูเขา"
วันรุ่งขึ้นขงเบ้งตบมือหัวเราะกับเสนาธิการว่า สุมาอี้ต้องคิดว่าเรามีกองซุ่ม จึงหนีเลียบเขาไปแล้ว พอทราบความจริง สุมาอี้ "เสียใจอย่างยิ่ง" (深以为恨)
สังเกตว่าฉบับกัวชงไม่มีพิณ ไม่มีธูป ไม่มีเด็กถือกระบี่ ไม่มีเมืองเสเสีย และไม่เกี่ยวกับเกเต๋ง
3. เผยซงจือฟาดกลับสี่ข้อ
เผยซงจือยกเรื่องนี้มาเพื่อ หักล้าง ไม่ใช่เพื่อยืนยัน เขาเขียนต่อท้ายทันที
「难曰:案阳平在汉中。亮初屯阳平,宣帝尚为荆州都督,镇宛城,至曹真死后,始与亮于关中相抗御耳。」
"ข้อหักล้าง: พิจารณาดูแล้ว ด่านเองเปงก๋วนอยู่ในฮันต๋ง (汉中 ฮั่นจง) ตอนขงเบ้งตั้งที่ด่านเองเปงก๋วนครั้งแรก สุมาอี้ยังเป็นผู้บัญชาการทหารเกงจิ๋ว ประจำอยู่ที่อ้วนเสีย (宛城 หว่านเฉิง) จนโจจิ๋น (曹真 เฉาเจิน) ตายแล้ว จึงได้มาประจันกับขงเบ้งในกวนต๋ง"
ข้อที่ 1: สุมาอี้อยู่ผิดที่ ตลอดการยกทัพครั้งแรกถึงครั้งที่สามของขงเบ้ง (ค.ศ. 228–229) แม่ทัพวุยก๊ก (魏 เว่ย) ฝั่งตะวันตกคือโจจิ๋น ศึกเกเต๋งคนที่ตีม้าเจ๊กแตกคือเตียวคับ (张郃 จางเหอ) ไม่ใช่สุมาอี้ สุมาอี้อยู่อ้วนเสีย คุมแนวเกงจิ๋ว ห่างจากสนามรบหลายร้อยกิโลเมตร เขาเพิ่งมาเผชิญหน้าขงเบ้งในการยกทัพครั้งที่สี่ (ค.ศ. 231) หลังโจจิ๋นตาย
ข้อที่ 2: ไม่สมเหตุผลทางทหาร
「就如冲言,宣帝既举二十万众,已知亮兵少力弱,若疑其有伏兵,正可设防持重,何至便走乎?」
"สมมติว่าเป็นอย่างที่กัวชงว่า สุมาอี้มีทัพสองแสน รู้อยู่แล้วว่าขงเบ้งทหารน้อยกำลังอ่อน ถ้าสงสัยว่ามีกองซุ่ม ก็แค่ตั้งรับไว้อย่างรอบคอบ จะหนีไปทำไม"
ข้อที่ 3: ขงเบ้งไม่มีทางมอบทัพหลักให้อุยเอี๋ยน เผยซงจือยกชีวประวัติอุยเอี๋ยนว่า อุยเอี๋ยนขอทหารหมื่นคนแยกทางไปบรรจบกับทัพขงเบ้งที่ด่านตงก๋วน (潼关 ถงกวน) หลายครั้ง ขงเบ้งไม่เคยอนุญาต ถ้าขงเบ้งไม่ยอมให้อุยเอี๋ยนคุมแม้หมื่นคน จะมอบทัพหลักให้อุยเอี๋ยนแล้วตัวเองเหลือหมื่นคนได้อย่างไร
ข้อที่ 4: ไม่มีลูกคนไหนชมคนที่ประจานพ่อตัวเอง
「且冲与扶风王言,显彰宣帝之短,对子毁父,理所不容,而云『扶风王慨然善冲之言』,故知此书举引皆虚。」
"อีกประการ กัวชงพูดกับอ๋องฝูเฟิง ประจานความด้อยของสุมาอี้ ด่าพ่อต่อหน้าลูก เป็นเรื่องที่ไม่มีเหตุผลรองรับ แต่กลับบอกว่า 'อ๋องฝูเฟิงซาบซึ้งชื่นชมคำของกัวชง' จึงรู้ได้ว่าเรื่องที่ยกมาในหนังสือนี้เป็นเท็จทั้งหมด"
ข้อสังเกตที่แหลมที่สุดซ่อนอยู่ในย่อหน้าเดียวกัน เผยซงจือเขียนว่า 「魏尝遣宣帝自宛由西城伐蜀,值霖雨,不果」 "วุยก๊กเคยส่งสุมาอี้จากอ้วนเสียผ่าน เสเสีย (西城) ไปตีจ๊ก แต่เจอฝนตกหนักจึงไม่สำเร็จ" นี่คือ ค.ศ. 230 ชื่อเมืองเสเสียจึงผูกอยู่กับสุมาอี้ในเอกสารจริง นักวิจัยหลายคนเห็นว่าชื่อนี้อาจเป็นสะพานที่นักเล่านิทานใช้ย้ายฉากเมืองว่างไปไว้ที่เสเสีย
4. ฝ่ายแก้ต่าง: เผยซงจือพูดเกินไปหรือเปล่า
ไม่ใช่นักวิจัยทุกคนเห็นด้วยกับเผยซงจือทั้งหมด บทความจีนร่วมสมัยหลายชิ้นโต้กลับ
- เรื่องเวลา ต้นฉบับกัวชงไม่ได้บอกว่าเป็นการยกทัพครั้งแรก เผยซงจือตีความเอาเอง ถ้าเป็นการยกทัพครั้งที่สี่หรือห้า สุมาอี้ก็อยู่ในสนามรบจริง
- เรื่องเหตุผลทางทหาร ถ้าใช้ตรรกะ "ทัพใหญ่ไม่ต้องถอย" ก็ต้องปฏิเสธกรณีจูล่งและบุนเพ่งด้วย ซึ่งมีบันทึกในเอกสาร
- เรื่องตัวเลข ทัพสองแสนอาจเป็นตัวเลขเกินจริงแบบที่พบทั่วไปในเอกสารโบราณ สุมาอี้อาจมาถึงก่อนด้วยกองม้าเบาจำนวนน้อย ซึ่งไม่มีกำลังตีเมือง
- เรื่องลูกชมพ่อ การยกย่องขงเบ้งก็คือการยกย่องสุมาอี้ไปในตัว เพราะสุมาอี้คือคนที่ยันขงเบ้งไว้ได้ สุมาอี้เองเคยชมขงเบ้งหลังขงเบ้งตายว่า 「天下奇才也」 "เป็นยอดอัจฉริยะแห่งใต้หล้า"
มีงานวิจัยบางชิ้น (เช่นบทความ《论"空城计"的历史真实性》ของจางซูหรง (张淑蓉) และสวีจื่อเจี้ยน (徐子健) ในวารสารของวิทยาลัยครุศาสตร์กว่างซี ปี 2016) ถึงขั้นสรุปว่าเรื่องนี้น่าจะมีเค้าจริง แต่ฝ่ายนี้ก็ยังต้องยอมรับว่า ไม่มีเอกสารร่วมสมัยฉบับไหนนอกจากคำเล่าของกัวชงที่รองรับ
สรุปที่ยุติธรรมที่สุด คือ กลเมืองว่างของขงเบ้งเป็น "เรื่องเล่าชั้นรอง" ที่ไม่มีในพงศาวดารหลัก และมีจุดอ่อนใหญ่เรื่องตำแหน่งของสุมาอี้ โอกาสเป็นจริงต่ำ แต่ยังปิดประตูได้ไม่สนิท
5. กลเปิดประตูที่มีหลักฐานดีกว่า: จูล่ง
ถ้าอยากรู้ว่ากลเปิดประตูที่มีหลักฐานดีกว่าหน้าตาเป็นอย่างไร ต้องดูศึกแย่งฮันต๋ง ค.ศ. 219 《赵云别传》ซึ่งเผยซงจือยกไว้ใต้ชีวประวัติจูล่ง เล่าว่า ฮองตง (黄忠 หวงจง) ไปปล้นเสบียงโจโฉ (曹操 เฉาเชา) แล้วไม่กลับ จูล่งออกไปตามพร้อมทหารไม่กี่สิบนาย ปะทะทัพโจโฉ ตีฝ่าออกมาได้แล้วถอยกลับค่าย ทัพโจโฉตามมาถึงหน้าค่าย เตียวเอ๊ก (张翼 จางอี้) ซึ่งอยู่ในค่ายจะปิดประตูรับศึก แต่
「云入营,更大开门,偃旗息鼓。公军疑云有伏兵,引去。云雷鼓震天,惟以戎弩于后射公军,公军惊骇,自相蹂践,堕汉水中死者甚多。」
"จูล่งเข้าค่ายแล้ว กลับเปิดประตูกว้างกว่าเดิม ล้มธง หยุดกลอง ทัพโจโฉสงสัยว่าจูล่งมีกองซุ่ม จึงถอยไป จูล่งจึงตีกลองดังสนั่นฟ้า ใช้หน้าไม้ยิงไล่หลัง ทัพโจโฉตื่นตระหนก เหยียบกันเอง ตกแม่น้ำฮั่น (汉水 ฮั่นสุ่ย) ตายจำนวนมาก"
เช้าวันต่อมาเล่าปี่มาดูสนามรบเอง แล้วพูดประโยคที่กลายเป็นฉายาของจูล่ง
「子龙一身都是胆也。」
"จูล่งนี้ทั้งตัวเป็นความกล้าทั้งสิ้น"
เปรียบเทียบให้ดี "ล้มธงหยุดกลอง เปิดประตู ข้าศึกสงสัยว่ามีกองซุ่มจึงถอย" เป็นสูตรเดียวกับในเรื่องกัวชงแทบทุกคำ บางนักวิจัยเห็นว่าเรื่องของขงเบ้งอาจเป็นการเอาเรื่องจูล่งไปเล่าใหม่ แต่ต้องระวังว่า《赵云别传》เองก็เป็นเอกสารชั้นรองที่เผยซงจือยกมา และมีลักษณะยกย่องจูล่ง
6. อีกคนที่ใช้ "เมืองว่าง": บุนเพ่ง
บุนเพ่ง แม่ทัพวุยก๊กผู้รักษาเมืองกังแฮ (江夏 เจียงเซี่ย) ก็มีเรื่องคล้ายกัน《魏略》ซึ่งเผยซงจือยกไว้ใต้ชีวประวัติบุนเพ่ง เล่าว่า ซุนกวน (孙权 ซุนเฉวียน) ยกทัพหลายหมื่นมาโดยไม่ทันตั้งตัว ตอนนั้นฝนตกหนัก กำแพงไม้พังหมด ราษฎรกระจายอยู่ตามทุ่งยังไม่ได้ซ่อม
「聘闻权到,不知所施,乃思惟莫若潜默可以疑之。乃敕城中人使不得见,又自卧舍中不起。」
"บุนเพ่งรู้ว่าซุนกวนมา ไม่รู้จะทำอย่างไร จึงคิดว่า สู้เงียบไว้ให้เขาสงสัยดีกว่า สั่งให้คนในเมืองห้ามโผล่ให้เห็น ส่วนตัวเองก็นอนอยู่ในบ้านไม่ลุก"
ซุนกวนสงสัยจริง พูดกับลูกน้องว่า ฝ่ายเหนือไว้ใจคนนี้ว่าเป็นขุนนางภักดีจึงให้รักษาเมืองนี้ ข้ามาถึงแล้วเขายังไม่ขยับ ถ้าไม่มีแผนลับก็ต้องมีทัพหนุน แล้วซุนกวนก็ถอยไปโดยไม่ตี ทั้งนี้เผยซงจือหมายเหตุไว้ท้ายเรื่องว่า 「魏略此语,与本传反」 คือเรื่องนี้ใน《魏略》ขัดกับชีวประวัติหลัก ซึ่งเล่าว่าบุนเพ่งตั้งมั่นรักษาเมืองไว้จนซุนกวนล้อมอยู่ยี่สิบกว่าวันแล้วถอยไป
กรณีบุนเพ่งเป็นกลเมืองว่างที่ "เรียบง่ายและเป็นมนุษย์" ที่สุด ไม่มีพิณ ไม่มีความมั่นใจ มีแค่คนที่จนมุมแล้วเลือกเงียบ
7. นิยายเปลี่ยนอะไรบ้าง
| กัวชง | 《三国演义》ตอนที่ 95 | |
|---|---|---|
| สถานที่ | ด่านเองเปงก๋วน (ฮันต๋ง) | เสเสีย หลังเสียเกเต๋ง |
| ทัพสุมาอี้ | 200,000 | 150,000 |
| ทัพขงเบ้ง | ราว 10,000 | ราว 2,500 |
| วิธี | ล้มธงหยุดกลอง เปิดประตู กวาดพรมน้ำ | เพิ่ม ดีดพิณ จุดธูป เด็กถือกระบี่ ทหารแต่งเป็นชาวบ้าน |
| ผู้ทัก | ไม่มี | สุมาเจียว |
การเพิ่ม พิณ คือหัวใจ พิณทำให้ฉากกลายเป็นสงครามจิตวิทยาระหว่างสองอัจฉริยะ เสียงพิณที่ไม่สะดุดคือหลักฐานว่าใจขงเบ้งไม่หวั่น และสุมาอี้ที่ "ฟังเสียงพิณออก" ก็ยิ่งเชื่อว่ามีกล (รายละเอียดเรื่องฟังเสียงพิณนี้ไม่มีในนิยายตอนที่ 95 ซึ่งบอกเพียงว่าสุมาอี้เห็นขงเบ้ง 「笑容可掬,焚香操琴」 คือยิ้มแย้ม จุดธูปดีดพิณ)
ส่วนการย้ายสุมาอี้มาแทนโจจิ๋นมีเหตุผลทางโครงเรื่อง นิยายต้องการคู่ปรับคู่เดียวให้ขงเบ้งในช่วงยกทัพขึ้นเหนือ โจจิ๋นถูกลดเป็นตัวประกอบ สุมาอี้ถูกดึงเข้าสนามเร็วขึ้นหลายปี และต้อง "รับความอับอาย" ในฉากนี้แทน นักวิจารณ์จีนเรียกว่า 「委屈司马懿」 คือทำให้สุมาอี้ต้องเสียหน้าเพื่อขงเบ้ง
คำถามที่พบบ่อย
กลเมืองว่างของขงเบ้งมีจริงไหม?
ไม่มีในพงศาวดาร《三国志·诸葛亮传》และ《晋书·宣帝纪》ไม่มีเรื่องนี้ มีเพียงในคำเล่าของกัวชงที่เผยซงจือยกมาแล้วหักล้างไว้ เป็น "เรื่องเล่าชั้นรอง" ที่โอกาสเป็นจริงต่ำ แต่ยังปิดประตูได้ไม่สนิท
เรื่องกลเมืองว่างมาจากไหน?
มาจาก "ห้าเรื่องของกัวชง" ตาม《蜀记》 กัวชงเล่าเรื่องนี้ต่อหน้าอ๋องฝูเฟิง บุตรของสุมาอี้ ในต้นสมัยจิ้น เผยซงจือยกมาไว้ใต้ชีวประวัติขงเบ้ง ฉบับกัวชงเกิดที่ด่านเองเปงก๋วน ไม่มีพิณ ไม่มีธูป และไม่เกี่ยวกับเกเต๋ง
ทำไมเผยซงจือจึงเห็นว่าเรื่องนี้ไม่จริง?
เขาหักล้างสี่ข้อ ตอนขงเบ้งตั้งที่ด่านเองเปงก๋วนครั้งแรก สุมาอี้ยังเป็นผู้บัญชาการทหารเกงจิ๋วประจำอยู่ที่อ้วนเสีย ทัพสองแสนไม่มีเหตุต้องหนี ขงเบ้งไม่เคยยอมให้อุยเอี๋ยนคุมแม้หมื่นคน และไม่มีลูกคนไหนชื่นชมคนที่ประจานพ่อตัวเอง
ใครใช้กลเปิดประตูที่มีบันทึกในเอกสารยุคนั้น?
จูล่งในศึกแย่งฮันต๋ง ค.ศ. 219 ซึ่ง《赵云别传》เล่าว่าเปิดประตูค่ายกว้าง ล้มธงหยุดกลอง จนทัพโจโฉสงสัยว่ามีกองซุ่มแล้วถอย และบุนเพ่งที่《魏略》เล่าว่าสั่งให้คนในเมืองเงียบ ตัวเองนอนอยู่ในบ้าน จนซุนกวนถอยไปโดยไม่ตี
นิยายเปลี่ยนอะไรจากเรื่องของกัวชง?
ย้ายฉากไปเมืองเสเสียหลังเสียเกเต๋ง ลดทัพสุมาอี้เป็น 150,000 และทัพขงเบ้งเป็นราว 2,500 เพิ่มพิณ ธูป เด็กถือกระบี่ และทหารแต่งเป็นชาวบ้าน ให้สุมาเจียวเป็นผู้ทัก และดึงสุมาอี้มาแทนโจจิ๋นเพื่อให้ขงเบ้งมีคู่ปรับคู่เดียว
สรุป
กลเมืองว่างของขงเบ้งไม่มีในพงศาวดาร มีเพียงในคำเล่าของกัวชง ซึ่งเผยซงจือหักล้างไว้ตั้งแต่ ค.ศ. 429 ว่าตอนนั้นสุมาอี้อยู่เกงจิ๋ว ส่วนกลเปิดประตูที่มีบันทึกในยุคเดียวกันเป็นของจูล่งที่ริมแม่น้ำฮั่น และของบุนเพ่งที่นอนอยู่ในบ้านโดยไม่ยอมลุก นิยายเอาของทั้งหมดมาหลอมรวม เพิ่มเสียงพิณเข้าไป แล้วยกให้ขงเบ้ง เสียงพิณนั้นไม่เคยดังจริง แต่ยังดังอยู่ในความทรงจำของคนอ่านสามก๊กทุกคน
แหล่งข้อมูล
- 《三国志·蜀书·诸葛亮传》 พร้อมอรรถาธิบายของเผยซงจือที่อ้าง《蜀记》 เรื่องของกัวชง และคำหักล้าง — ต้นฉบับภาษาจีนบนวิกิซอร์ซ
- 《三国志·蜀书·赵云传》 พร้อมอรรถาธิบายที่อ้าง《赵云别传》 กลเปิดประตูค่ายของจูล่ง — ต้นฉบับภาษาจีนบนวิกิซอร์ซ
- 《三国志·魏书·文聘传》 พร้อมอรรถาธิบายที่อ้าง《魏略》 — ต้นฉบับภาษาจีนบนวิกิซอร์ซ
- 《三国志·蜀书·魏延传》 อุยเอี๋ยนขอทหารหมื่นคน — ต้นฉบับภาษาจีนบนวิกิซอร์ซ
- 《晋书·宣帝纪》 ชีวประวัติสุมาอี้ ศึกปี ค.ศ. 230 ที่เลิกทัพเพราะฝน — ต้นฉบับภาษาจีนบนวิกิซอร์ซ
- 《三国演义》ตอนที่ 95 ฉากขงเบ้งดีดพิณถอยทัพสุมาอี้ — ต้นฉบับภาษาจีนบนวิกิซอร์ซ
- 张淑蓉、徐子健《论"空城计"的历史真实性》 广西师范学院学报 (哲学社会科学版) ปี 2016 ฉบับที่ 1
