ในนิยาย: เล่าปี่ (刘备 หลิวเป้ย) กวนอู (关羽 กวนอวี่) เตียวหุย (张飞 จางเฟย) ฆ่าวัวดำม้าขาว สาบานเป็นพี่น้องในสวนท้อ ฉบับจีนมีคำสาบานว่า "ไม่ขอเกิดวันเดียวกัน แต่ขอตายวันเดียวกัน"
ในพงศาวดาร: ไม่มีสวนท้อ ไม่มีพิธีสาบาน มีแต่ประโยคสั้น ๆ ว่าสามคน "นอนเตียงเดียวกัน รักกันดั่งพี่น้อง"
สามก๊กฉบับอึ้งเป๋งเม้ง: ผมกับสามก๊ก
ผม MingPaPa ชื่อจีน อึ้งเป๋งเม้ง (黄炳明) ชื่อไทย ธนินพงษ์ ศุภพิทักษ์พงษ์ คนไทยเชื้อสายจีนที่รักและผูกพันกับเรื่องราวของจีนมาตั้งแต่เด็กครับ
ตอนเล็ก ๆ ผมได้ยินพ่อกับผู้ใหญ่ในบ้านคุยกันว่า "ใครอ่านสามก๊กครบสามจบ คบไม่ได้" ทั้งที่พ่อผมเองก็อ่านมาหลายจบ พี่ชายผมก็อ่านหลายจบ ส่วนผม ก่อนอายุ 18 ปี อ่านเฉพาะสองฉบับ คือสามก๊กฉบับเจ้าพระยาพระคลัง (หน) กับสามก๊กฉบับวณิพกของยาขอบ รวมกันไปแล้ว 10 รอบ ยังไม่นับหนังสือวิเคราะห์กลยุทธ์และหนังสืออรรถาธิบายสามก๊กอีกหลายสิบเล่ม ยิ่งอ่านก็ยิ่งรัก และยิ่งเข้าใจว่าทำไมผู้ใหญ่ถึงพูดอย่างนั้น
อ่านสามก๊กครบสามจบ คบไม่ได้ เพราะอะไร
ถ้ามองให้ลึก คำนี้ไม่ได้อยู่ที่จำนวนรอบที่อ่าน แต่อยู่ที่ "สันดานเดิมของคนอ่าน" ซึ่งเป็นตัวตั้งต้นครับ สามก๊กคือภาพสะท้อนมนุษย์จริง ๆ ไม่มีใครขาวสะอาดหรือสมบูรณ์แบบ มีทั้งคนดีแต่ซื่อจนโง่ คนเจ้าเล่ห์ที่เลวแต่รวย และคนเก่งที่หยิ่งยโส ในโลกความจริงคนเห็นแก่ตัวก็มีมากกว่าคนดีอยู่แล้ว คนอ่านมีจริตแบบไหน ลึก ๆ ชอบตัวละครแบบใด ก็จะหยิบแง่มุมนั้นมาใช้กับตัวเอง คำว่า "คบไม่ได้" จึงแยกได้เป็นสองมุม
- คบไม่ได้เพราะเลียนแบบความร้าย คนที่มีเชื้อความเห็นแก่ตัวหรือชอบเอาเปรียบคนอยู่แล้ว พออ่านจนเจนจัด ก็ซึมซับความปลิ้นปล้อน กลอุบายสกปรก และการมองคนอื่นเป็นเบี้ยมาใช้ในชีวิตจริง คนกลุ่มนี้ "คบไม่ได้" ในความหมายตรงตัว เพราะพร้อมหักหลังและทำลายมิตรภาพเพื่อประโยชน์ของตัวเอง
- คบไม่ได้เพราะ "คบยาก" เกินไป คนกลุ่มนี้อ่านเพื่อเข้าใจจิตวิทยามนุษย์ วิธีเอาตัวรอด และเกมอำนาจที่ซ่อนอยู่ จนกลายเป็นคนคมกริบที่รู้เท่าทันคนจนไม่มีใครตบตาได้ คนทั่วไปจึงเข้าไม่ถึงหรือระแวงว่าจะถูกเอาเปรียบ ส่วนคนเก่งด้วยกันก็อยู่ด้วยลำบาก เพราะต่างฝ่ายต่างรู้ทันกัน ต้องตั้งการ์ดระวังตัวอยู่ตลอดเวลา
สามก๊กฉบับอึ้งเป๋งเม้ง คือการอ่านสามก๊กอีกรอบด้วยสายตาของคนที่โตมากับนิยาย ผมหยิบฉากที่คนไทยจำได้ขึ้นใจมาวางเทียบกับพงศาวดาร《三国志》 (ซานกั๋วจื้อ — จดหมายเหตุสามก๊ก) ทีละประโยค ว่าตรงไหนเป็นประวัติศาสตร์ ตรงไหนเป็นฝีมือนักเล่านิทานและนักประพันธ์รุ่นหลัง ทุกบทยกต้นฉบับภาษาจีนพร้อมคำแปล และบอกว่าข้อความนั้นอยู่ในบทไหน ผู้อ่านจะได้ตรวจเองได้ครับ
ชื่อบุคคลและคัมภีร์ในบทความนี้
ชื่อในสามก๊กฉบับไทยตามฉบับเจ้าพระยาพระคลัง (หน) อ่านตามสำเนียงฮกเกี้ยน ซึ่งต่างจากชื่อที่ใช้กันในระดับสากล บทความนี้จึงกำกับชื่อเฉพาะด้วยอักษรจีนตัวย่อและคำอ่านแบบจีนกลางเมื่อปรากฏครั้งแรก เช่น เล่าปี่ (刘备 หลิวเป้ย) ส่วนเลข "ตอนที่" ของนิยายในบทความนี้เป็นเลขตอน (回) ของนิยายฉบับภาษาจีน ซึ่งฉบับเจ้าพระยาพระคลังแบ่งตอนไม่ตรงกัน ฉบับไทยมักเรียกง่อก๊กว่า "เมืองกังตั๋ง" (江东) และเรียกจ๊กก๊กว่า "เมืองเสฉวน" ส่วนชื่อไทยของตัวละครและสถานที่ในบทความนี้ตรวจกับต้นฉบับฉบับเจ้าพระยาพระคลัง (หน) แล้ว
| อักษรจีน (ตัวย่อ) | พินอิน | อ่านแบบจีนกลาง | ชื่อในสามก๊กฉบับไทย / หมายเหตุ |
|---|---|---|---|
| 刘备 | Liú Bèi | หลิวเป้ย | เล่าปี่ |
| 关羽 | Guān Yǔ | กวนอวี่ | กวนอู (ชื่อรอง 云长 อวิ๋นฉาง ฉบับไทยเขียน "หุนเตี๋ยง") |
| 张飞 | Zhāng Fēi | จางเฟย | เตียวหุย (ชื่อรอง 益德 อี้เต๋อ ตามพงศาวดาร นิยายเขียน 翼德) |
| 陈寿 | Chén Shòu | เฉินโซ่ว | ตันซิ่ว ผู้เขียน《三国志》 (ชื่อที่นักเขียนไทยนิยมใช้ ไม่ได้อยู่ในนิยาย) |
| 罗贯中 | Luó Guànzhōng | หลัวก้วนจง | หลัวก้วนจง ผู้แต่ง《三国演义》 |
| 毛宗岗 | Máo Zōnggǎng | เหมาจงกั่ง | เหมาจงกั่ง ผู้ชำระฉบับที่แพร่หลาย |
| 涿县 | Zhuōxiàn | จัวเซี่ยน | เมืองตุ้นก๋วน บ้านเกิดเล่าปี่และเตียวหุย (ขึ้นกับเมือง 涿郡 จัวจฺวิ้น) |
| 《三国志》 | Sānguó Zhì | ซานกั๋วจื้อ | จดหมายเหตุสามก๊ก (พงศาวดาร) |
| 《三国演义》 | Sānguó Yǎnyì | ซานกั๋วเหยี่ยนอี้ | นิยายสามก๊ก |
| 《三国志平话》 | Sānguó Zhì Pínghuà | ซานกั๋วจื้อผิงฮว่า | สามก๊กฉบับนักเล่านิทานสมัยหยวน |
1. ฉากเปิดที่ทุกคนจำได้
นิยายสามก๊กฉบับภาษาจีนเปิดเรื่องด้วยฉากที่โด่งดังที่สุดของวรรณกรรมจีน ชายสามคนพบกันที่เมืองตุ้นก๋วน (涿县 จัวเซี่ยน) ในวันที่ทางการติดประกาศรับคนไปปราบโจรโพกผ้าเหลือง (黄巾 หวงจิน) เตียวหุยเป็นคนขายเนื้อที่มีเงิน มีสวนท้อหลังบ้าน วันรุ่งขึ้นทั้งสามจัดของเซ่นไหว้ คือวัวดำกับม้าขาว จุดธูปกลางสวนท้อที่ดอกกำลังบาน แล้วกล่าวคำสาบานที่คนจีนท่องได้ขึ้นใจ
「不求同年同月同日生,只愿同年同月同日死。」
bù qiú tóng nián tóng yuè tóng rì shēng, zhǐ yuàn tóng nián tóng yuè tóng rì sǐ
"ไม่ขอเกิดปีเดือนวันเดียวกัน ขอเพียงตายปีเดือนวันเดียวกัน"
ฉากนี้อยู่ในตอนที่ 1 (第一回) ชื่อตอน 「宴桃园豪杰三结义」 แปลว่า "เลี้ยงในสวนท้อ สามวีรบุรุษร่วมสาบาน" วลี "桃园结义" (เถาหยวนเจี๋ยอี้) จึงกลายเป็นสำนวนจีนหมายถึงการตั้งพี่น้องร่วมสาบาน สมาคมสี่แซ่ 刘 关 张 赵 (แซ่ของเล่าปี่ กวนอู เตียวหุย และจูล่ง) ในหลายประเทศรวมทั้งไทย ก็อ้างฉากนี้เป็นรากของความเป็นพี่น้อง
ฉบับไทยของเจ้าพระยาพระคลัง (หน) เล่าต่างออกไปเล็กน้อย ในสามก๊กฉบับพิมพ์ พ.ศ. 2471 ตอนที่ 1 เตียวหุยชวนว่า "ที่หลังบ้านเรามีสวนดอกไม้แล้วเปนที่สงัด ดอกยิโถก็บานอยู่เปนอันมาก" ของเซ่นคือ "ม้าขาวกระบือดำ" และคำสาบานไม่ใช่ "ขอตายวันเดียวกัน" แต่เป็น
"...จะตั้งสัตย์สาบาลเปนพี่น้องร่วมท้องกันเปนน้ำหนึ่งใจเดียว ขอสัตย์ต่อกันสืบไปจนวันตาย ... ถ้ามีไภยอันตรายสิ่งใดแลรบศึกเสียที ข้าพเจ้ามิได้ทิ้งกันจะแก้กันกว่าจะตายทั้งสาม"
(สามก๊ก ฉบับพิมพ์ พ.ศ. 2471 เล่ม 1 ตอนที่ 1 สะกดตามต้นฉบับ)
แล้วจึง "เรียกเล่าปี่เปนพี่เอื้อย กวนอูเปนน้องกลาง เตียวหุยเปนน้องสุด" กล่าวคือในฉบับไทยดั้งเดิม ดอกที่บานคือดอกยี่โถ ไม่ใช่ดอกท้อ คำว่า "สาบานในสวนท้อ" ที่คนไทยใช้กันทุกวันนี้ น่าจะมาจากการแปลชื่อตอนภาษาจีนตรงตัวในภายหลัง
ไม่ว่าจะเป็นสวนท้อหรือสวนดอกยี่โถ ปัญหาเดียวกันคือ ฉากนี้ไม่มีอยู่ในพงศาวดาร
2. พงศาวดารบันทึกไว้ว่าอะไร
ตันซิ่ว (陈寿 เฉินโซ่ว) เขียน《三国志》ในสมัยราชวงศ์จิ้น ห่างจากเหตุการณ์ไม่ถึงร้อยปี ในชีวประวัติกวนอู (《三国志·蜀书·关羽传》) มีประโยคที่สำคัญที่สุดเกี่ยวกับความสัมพันธ์ของสามคน
「先主与二人寝则同床,恩若兄弟。而稠人广坐,侍立终日,随先主周旋,不避艰险。」
"เล่าปี่กับคนทั้งสอง เวลานอนก็นอนเตียงเดียวกัน ผูกพันกันดั่งพี่น้อง แต่เมื่ออยู่ต่อหน้าผู้คนในที่ประชุม (กวนอูกับเตียวหุย) ยืนรับใช้อยู่ข้างเล่าปี่ทั้งวัน ติดตามเล่าปี่ไปทุกแห่งไม่หลบเลี่ยงความยากลำบาก"
ส่วนชีวประวัติเตียวหุย (《张飞传》) เขียนว่า
「少与关羽俱事先主。羽年长数岁,飞兄事之。」
"ตั้งแต่หนุ่มได้รับใช้เล่าปี่พร้อมกับกวนอู กวนอูอายุมากกว่าหลายปี เตียวหุยจึงนับถือกวนอูเป็นพี่"
อ่านสองประโยคนี้ให้ดีจะเห็นสามเรื่อง
ข้อแรก ตันซิ่วใช้คำว่า 「恩若兄弟」 คือ "ดั่ง" พี่น้อง ไม่ใช่ "เป็น" พี่น้อง ถ้ามีพิธีสาบาน นักประวัติศาสตร์ที่ตั้งใจบันทึกความผูกพันนี้น่าจะเขียนว่า 「结为兄弟」 แต่เขาไม่ได้เขียน
ข้อสอง ประโยคครึ่งหลังสำคัญไม่แพ้ครึ่งแรก 「稠人广坐,侍立终日」 แปลว่าในที่สาธารณะ กวนอูกับเตียวหุย "ยืนรับใช้" เล่าปี่ทั้งวัน นี่คือภาษาของนายกับลูกน้อง ไม่ใช่ภาษาของพี่น้องที่เสมอกัน ในที่ส่วนตัวสามคนสนิทกันจนนอนเตียงเดียวกัน แต่ในที่สาธารณะ เล่าปี่คือนาย
ข้อสาม ลำดับอาวุโสในพงศาวดารชัดเจนเฉพาะระหว่างกวนอูกับเตียวหุย คือกวนอูแก่กว่า "หลายปี" ไม่มีบรรทัดไหนบอกว่าเล่าปี่เป็นพี่ใหญ่โดยอายุ เล่าปี่เกิดปี ค.ศ. 161 (延熹四年) ส่วนปีเกิดของกวนอู《三国志》ไม่ได้บันทึก ปี ค.ศ. 160 ที่เห็นตามเว็บมาจากการคำนวณย้อนจากแหล่งชั้นหลัง ไม่ใช่หลักฐานร่วมสมัย ข้ออ้างที่ว่า "กวนอูแก่กว่าเล่าปี่จึงควรเป็นพี่ใหญ่" จึงฟังได้แค่ว่าเป็นไปได้ ยังพิสูจน์ไม่ได้
3. ถ้อยคำที่เข้าใกล้ "คำสาบาน" ที่สุดในพงศาวดาร
ตอนกวนอูอยู่กับโจโฉ (曹操 เฉาเชา) เมื่อ ค.ศ. 200 โจโฉให้เตียวเลี้ยว (张辽 จางเหลียว) ไปหยั่งใจ กวนอูตอบว่า
「吾极知曹公待我厚,然吾受刘将军厚恩,誓以共死,不可背之。」
"ข้ารู้ดีว่าท่านโจปฏิบัติต่อข้าอย่างดียิ่ง แต่ข้ารับพระคุณอันใหญ่หลวงจากแม่ทัพเล่า ได้สาบานว่าจะตายด้วยกัน ทรยศไม่ได้"
นี่คือคำว่า 「誓以共死」 คำเดียวในพงศาวดารที่เป็นคำสาบาน แต่ให้สังเกตว่าเป็นคำสาบานของ "ผู้รับพระคุณ" ต่อ "ผู้ให้พระคุณ" คือ 受刘将军厚恩 เป็นภาษาของความภักดีแบบนายกับขุนพล ไม่ได้บอกว่าสาบานที่ไหน เมื่อไร มีพิธีอย่างไร และไม่ได้เอ่ยถึงเตียวหุยเลย
หลัวก้วนจง (罗贯中) หยิบประโยคนี้ไปขยายเป็นฉากสวนท้อหรือไม่ เราไม่รู้แน่ แต่ถ้าจะมีเมล็ดพันธุ์จริงของตำนานนี้สักเมล็ด ก็คือ 「誓以共死」 สี่อักษรนี้
4. ตำนานสวนท้อเติบโตมาจากไหน
ตำนานไม่ได้เกิดในหัวหลัวก้วนจงคนเดียว มันโตขึ้นทีละชั้นตลอดหนึ่งพันปี
ชั้นที่ 1 สมัยซ่ง: นักเล่านิทานตามตลาด สมัยซ่งเหนือมีอาชีพ 「说三分」 คือนักเล่าเรื่องสามก๊กในโรงเล่านิทานของเมืองไคเฟิง (开封) ซูซื่อ (苏轼 กวีที่คนไทยรู้จักในชื่อ ซูตงพัว) บันทึกว่าเด็กตามตรอกซอยฟังเรื่องสามก๊กแล้ว "ได้ยินเล่าปี่แพ้ก็ขมวดคิ้วร้องไห้ ได้ยินโจโฉแพ้ก็ดีใจร้องเฮ" แปลว่าตั้งแต่สมัยซ่ง ฝ่ายเล่าปี่เป็นพระเอกในใจชาวบ้านแล้ว พระเอกต้องมีความผูกพันที่จับต้องได้
ชั้นที่ 2 สมัยหยวน: 《三国志平话》 หนังสือที่พิมพ์ในรัชศกจื้อจื้อ (至治 ค.ศ. 1321–1323) ชื่อเต็ม《至治新刊全相平话三国志》 เป็นบทของนักเล่านิทาน ยาวราว 80,000 ตัวอักษร มีตอนสามคนฆ่าม้าขาวบูชาฟ้า ฆ่าวัวดำบูชาดิน สาบานเป็นพี่น้องในสวนท้อครบแล้ว นี่คือหลักฐานชิ้นเก่าที่สุดที่เราเห็นฉากสวนท้อเป็นตัวหนังสือ
ชั้นที่ 3 งิ้วหยวน (元杂剧) ในบัญชีงิ้วหยวนที่นักวิชาการฟู่ซีฮว่า (傅惜华) รวบรวม มีเรื่องเกี่ยวกับสามก๊กกว่า 40 เรื่อง หนึ่งในนั้นคือ《刘关张桃园三结义》 รายละเอียดต่างจากฉบับผิงฮว่า (平话) บางส่วน เช่นใครยอมรับใครเป็นพี่ก่อน แสดงว่าเรื่องยังไม่นิ่ง แต่ละโรงเล่าคนละแบบ
ชั้นที่ 4 ปลายหยวนต้นหมิง: หลัวก้วนจง หลัวก้วนจงเก็บของจากทุกชั้น ตัดความหยาบและเรื่องกรรมเวรแบบชาวบ้านทิ้ง เขียนเป็นภาษากึ่งวรรณคดี แล้ววางสวนท้อไว้หน้าแรกของหนังสือ ต่อมาเหมาจงกั่ง (毛宗岗) ชำระอีกรอบในสมัยชิง ฉบับนี้แพร่หลายที่สุด และเชื่อกันว่าเป็นต้นฉบับหลักของสามก๊กฉบับไทย
ทำไมต้องวัวดำม้าขาว (ฉบับไทยเป็นกระบือดำ) การฆ่าม้าขาวเพื่อสาบาน (刑白马) เป็นพิธีเก่าแก่ของจีน สมัยพระเจ้าฮั่นเกาจู่ (刘邦 หลิวปัง ฉบับไทยเรียก ฮั่นโกโจ) ก็มีคำสาบาน "พันธสัญญาม้าขาว" (白马之盟) ในยุคสามก๊กเองก็มีตัวอย่างจริง ปี ค.ศ. 205 เจียวชู่ (焦触) กับจางหนาน (张南) ซึ่งฉบับไทยไม่ได้ออกชื่อ แปรพักตร์จากบุตรของอ้วนเสี้ยว (袁绍 หยวนเส้า) มาสวามิภักดิ์โจโฉ ก็ฆ่าม้าขาวทำสัตย์ แต่นั่นเป็นคำสาบานทางการเมือง ไม่ใช่การตั้งพี่น้อง นักเล่านิทานเอาพิธีที่ "ฟังดูโบราณและขลัง" มาใส่ให้สามพี่น้อง
5. นิยายแก้ "ลำดับพี่น้อง" เพื่ออะไร
ถ้าตามพงศาวดาร เตียวหุยเป็นน้องของกวนอู แต่ไม่มีใครบอกว่ากวนอูเป็นน้องของเล่าปี่ด้วยอายุ นิยายจึงต้องตัดสินว่าใครเป็นพี่ใหญ่ และเลือกเล่าปี่
เหตุผลไม่ใช่อายุ เหตุผลคือ การเมืองของเรื่องเล่า เล่าปี่ในนิยายคือเชื้อพระวงศ์ฮั่น เป็นผู้มีความชอบธรรมในการสืบราชบัลลังก์ (正统 เจิ้งถ่ง) ถ้ากวนอูเป็นพี่ใหญ่ ทั้งโครงเรื่องที่ว่าทุกคนรวมใจรับใช้ราชวงศ์ฮั่นผ่านตัวเล่าปี่จะเสียสมดุลทันที สวนท้อในนิยายจึงไม่ได้ทำหน้าที่เล่าว่าสามคนพบกันอย่างไรเท่านั้น แต่ทำหน้าที่ จัดลำดับชั้น ให้ถูกต้องตั้งแต่หน้าแรก
อีกเรื่องที่ควรสังเกต ในพงศาวดาร เตียวหุยกับเล่าปี่เป็นคนเมืองตุ้นก๋วนเหมือนกัน ส่วนกวนอูเป็นคนต่างถิ่น ชีวประวัติกวนอูเขียนสั้น ๆ ว่า 「河东解人也。亡命奔涿郡」 "เป็นคนอำเภอเซี่ย (解) แคว้นเหอตง (河东) หนีคดีมาอยู่เมืองจัวจฺวิ้น" ฉบับไทยเรียกบ้านเกิดกวนอูว่า "เมืองฮอตั๋งไกเหลียง" (河东解良 เหอตงเซี่ยเหลียง) และเติมว่ากวนอูฆ่าคนมีเงินที่ข่มเหงชาวบ้านจึงต้องหนีมา รายละเอียดเรื่องฆ่าคนพาลนี้ไม่มีในพงศาวดาร พงศาวดารบอกแค่ว่า "หนีคดี" (亡命) ไม่ได้บอกว่าคดีอะไร
6. สิ่งที่หายไปเมื่อเรามองแค่สวนท้อ
นักวิจารณ์จีนหลายคนชี้ว่า ความผูกพันจริงในพงศาวดาร อาจลึกกว่า คำสาบานในนิยายเสียอีก ลองนับดู
- กวนอูอยู่ในมือโจโฉ ได้ตำแหน่งแม่ทัพรอง (偏将军 เพียนเจียงจฺวิน) ได้บรรดาศักดิ์ฮั่นโซ่วถิงโหว (汉寿亭侯) ได้รับของพระราชทานมากมาย แต่ก็ยังปิดผนึกทุกอย่างแล้วกลับไปหาเล่าปี่ที่กำลังพ่ายแพ้ ไม่มีคำสาบานในสวนท้อบังคับ เขาทำเพราะ 「受刘将军厚恩」
- เตียวหุยคุมทหารม้า 20 นาย ยึดฝั่งน้ำแล้วรื้อสะพานที่เตียงปัน (长坂 ฉางป่าน) เพื่อให้เล่าปี่หนีรอด
- เมื่อกวนอูถูกซุนกวน (孙权 ซุนเฉวียน) ฆ่า เล่าปี่ยกทัพไปตีง่อก๊ก (吴 อู๋) ทั้งที่ขุนนางคัดค้าน และเตียวหุยถูกลูกน้องลอบฆ่าก่อนออกทัพ สามคนตายในเวลาไม่ห่างกัน (ค.ศ. 220–223) แม้ไม่ใช่ "วันเดียวกัน" ตามคำสาบาน แต่ชะตากรรมก็ผูกกันจนวาระสุดท้าย
ในแง่นี้ "ไม่ได้สาบาน แต่ภักดีจนตาย" อาจซึ้งกว่า "สาบานแล้วจึงภักดี" ด้วยซ้ำ
7. ข้อควรระวังสำหรับคนเขียนต่อ
- อย่าเขียนว่า "พงศาวดารยืนยันว่ากวนอูแก่กว่าเล่าปี่" เพราะไม่มีปีเกิดกวนอูในพงศาวดาร
- อย่าเขียนว่า "หลัวก้วนจงแต่งสวนท้อขึ้นเอง" ที่ถูกคือหลัวก้วนจงรับเรื่องมาจากนักเล่านิทานและงิ้วหยวน แล้วขัดเกลาให้เป็นวรรณกรรม
- คำว่า 「寝则同床」 ในบริบทจีนโบราณหมายถึงความสนิทใจแบบนายกับคนสนิท ไม่ควรตีความเกินเลยไปทางอื่น
คำถามที่พบบ่อย
คำสาบานในสวนท้อมีจริงไหม?
ไม่มีในพงศาวดาร《三国志》 ไม่มีสวนท้อ ไม่มีพิธีสาบาน มีแต่ประโยคในชีวประวัติกวนอูว่าเล่าปี่กับคนทั้งสอง "นอนเตียงเดียวกัน ผูกพันกันดั่งพี่น้อง" (「寝则同床,恩若兄弟」) และในที่สาธารณะกวนอูกับเตียวหุยยืนรับใช้เล่าปี่ทั้งวัน
ฉากสาบานในสวนท้อมาจากไหน?
หลักฐานชิ้นเก่าที่สุดที่เห็นฉากนี้เป็นตัวหนังสือคือ《三国志平话》 ฉบับพิมพ์รัชศกจื้อจื้อ (ค.ศ. 1321–1323) สมัยหยวน ซึ่งมีตอนสามคนฆ่าม้าขาวบูชาฟ้า ฆ่าวัวดำบูชาดิน สาบานเป็นพี่น้องในสวนท้อครบแล้ว งิ้วหยวนเรื่อง《刘关张桃园三结义》 ก็เล่าเรื่องนี้ จากนั้นหลัวก้วนจงรับเรื่องมาขัดเกลาแล้ววางไว้หน้าแรกของนิยาย
กวนอูกับเล่าปี่ ใครอายุมากกว่ากัน?
ยังพิสูจน์ไม่ได้ พงศาวดารบอกเพียงว่ากวนอูแก่กว่าเตียวหุย "หลายปี" (「羽年长数岁」) เล่าปี่เกิดปี ค.ศ. 161 ส่วนปีเกิดของกวนอู《三国志》ไม่ได้บันทึก ปี ค.ศ. 160 ที่เห็นตามเว็บมาจากการคำนวณย้อนจากแหล่งชั้นหลัง
ในพงศาวดารมีคำว่าสาบานบ้างไหม?
มีคำเดียวคือ 「誓以共死」 ที่กวนอูตอบเตียวเลี้ยวเมื่อ ค.ศ. 200 ว่ารับพระคุณจากเล่าปี่ "ได้สาบานว่าจะตายด้วยกัน" ทรยศไม่ได้ แต่ไม่ได้บอกว่าสาบานที่ไหน เมื่อไร มีพิธีอย่างไร และไม่ได้เอ่ยถึงเตียวหุย
สามก๊กฉบับไทยเล่าฉากนี้ต่างจากฉบับจีนอย่างไร?
ในสามก๊กฉบับเจ้าพระยาพระคลัง (หน) ฉบับพิมพ์ พ.ศ. 2471 สามคนสาบานกันในสวนดอกไม้หลังบ้านเตียวหุยที่ "ดอกยิโถก็บานอยู่เปนอันมาก" ของเซ่นคือ "ม้าขาวกระบือดำ" และคำสาบานคือจะไม่ทิ้งกัน "จะแก้กันกว่าจะตายทั้งสาม" ไม่ใช่ "ขอตายวันเดียวกัน" แบบฉบับจีน
สรุป
สวนท้อเป็นฉากที่คนรักที่สุดในสามก๊ก และเป็นฉากที่พงศาวดารไม่มีเลย ตันซิ่วให้เราแค่ 「寝则同床,恩若兄弟」 กับ 「誓以共死」 นักเล่านิทานสมัยซ่ง งิ้วหยวน และหลัวก้วนจงเอาเมล็ดเล็ก ๆ สองเมล็ดนี้ไปปลูกเป็นสวนท้อทั้งสวน ความรักของสามคนเป็นเรื่องจริง พิธีสาบานเป็นเรื่องแต่ง
แหล่งข้อมูล
- 《三国志·蜀书·关羽传》และ《张飞传》 ของตันซิ่ว (陈寿) — ต้นฉบับภาษาจีนบนวิกิซอร์ซ
- 《三国志·蜀书·先主传》 ของตันซิ่ว (陈寿) — ต้นฉบับภาษาจีนบนวิกิซอร์ซ
- 《至治新刊全相平话三国志》 (元 至治年间) ตอนสามคนสาบานในสวนท้อ — ต้นฉบับภาษาจีนบนวิกิซอร์ซ
- 傅惜华《元代杂剧全目》
- 《三国演义》ตอนที่ 1 「宴桃园豪杰三结义」 — ต้นฉบับภาษาจีนบนวิกิซอร์ซ
- สามก๊ก ฉบับเจ้าพระยาพระคลัง (หน) ฉบับพิมพ์ พ.ศ. 2471 เล่ม 1 ตอนที่ 1 — วิกิซอร์ซภาษาไทย
- 苏轼《东坡志林》「涂巷小儿听说三国语」 เรื่องเด็กฟังนิทานสามก๊ก — ต้นฉบับภาษาจีนบนวิกิซอร์ซ
- 孟元老《东京梦华录》卷五「京瓦伎艺」 บันทึกนักเล่า「说三分」 — ต้นฉบับภาษาจีนบนวิกิซอร์ซ
- 《三国志·魏书·袁绍传》 เรื่องเจียวชู่ (焦触) ฆ่าม้าขาวทำสัตย์ — ต้นฉบับภาษาจีนบนวิกิซอร์ซ
- Oath of the Peach Garden — วิกิพีเดียภาษาอังกฤษ
