ในนิยาย: โจโฉ (曹操 เฉาเชา) จะสร้างวังใหม่ที่ลกเอี๋ยง (洛阳 ลั่วหยาง) จึงชักกระบี่ฟันต้นสาลี่ศักดิ์สิทธิ์ข้างศาลเจ้า ต้นไม้มีเลือดไหลออกมา คืนนั้นเทพารักษ์ในต้นสาลี่มาเข้าฝันจะฆ่า โจโฉตื่นมาปวดศีรษะไม่หาย ผีมาหลอกหลอนซ้ำ จนป่วยตาย
ในพงศาวดาร: 《三国志》บันทึกเพียงว่าโจโฉกลับถึงลกเอี๋ยงในเดือนแรกของปีเจี้ยนอันที่ 25 แล้ว 「王崩于洛阳,年六十六」 สิ้นที่ลกเอี๋ยงเมื่ออายุ 66 ปี (ค.ศ. 220) ไม่ได้บอกชื่อโรค เรื่องต้นไม้เลือดออกมีแค่ในบันทึกชั้นรอง《世语》และ《曹瞒传》ที่เผยซงจือยกมา และทั้งสองฉบับไม่มีเรื่องโจโฉฟันต้นไม้เองหรือเทพารักษ์เข้าฝัน
ถอดหน้ากากสามก๊ก ฉบับ MingPaPa (黄炳明 - หวงปิ่งหมิง): ผมกับสามก๊ก
ผม MingPaPa ชื่อจีน หวงปิ่งหมิง - 黄炳明 ชื่อไทย ธนินพงษ์ ศุภพิทักษ์พงษ์ คนไทยเชื้อสายจีนที่รักและผูกพันกับเรื่องราวของจีนมาตั้งแต่เด็กครับ
ตอนเล็ก ๆ ผมได้ยินพ่อกับผู้ใหญ่ในบ้านคุยกันว่า "ใครอ่านสามก๊กครบสามจบ คบไม่ได้" ทั้งที่พ่อผมเองก็อ่านมาหลายจบ พี่ชายผมก็อ่านหลายจบ ส่วนผม ก่อนอายุ 18 ปี อ่านเฉพาะสองฉบับ คือสามก๊กฉบับเจ้าพระยาพระคลัง (หน) กับสามก๊กฉบับวณิพกของยาขอบ รวมกันไปแล้ว 10 รอบ ยังไม่นับหนังสือวิเคราะห์กลยุทธ์และหนังสืออรรถาธิบายสามก๊กอีกหลายสิบเล่ม ยิ่งอ่านก็ยิ่งรัก และยิ่งเข้าใจว่าทำไมผู้ใหญ่ถึงพูดอย่างนั้น
อ่านสามก๊กครบสามจบ คบไม่ได้ เพราะอะไร
ถ้ามองให้ลึก คำนี้ไม่ได้อยู่ที่จำนวนรอบที่อ่าน แต่อยู่ที่ "สันดานเดิมของคนอ่าน" ซึ่งเป็นตัวตั้งต้นครับ สามก๊กคือภาพสะท้อนมนุษย์จริง ๆ ไม่มีใครขาวสะอาดหรือสมบูรณ์แบบ มีทั้งคนดีแต่ซื่อจนโง่ คนเจ้าเล่ห์ที่เลวแต่รวย และคนเก่งที่หยิ่งยโส ในโลกความจริงคนเห็นแก่ตัวก็มีมากกว่าคนดีอยู่แล้ว คนอ่านมีจริตแบบไหน ลึก ๆ ชอบตัวละครแบบใด ก็จะหยิบแง่มุมนั้นมาใช้กับตัวเอง คำว่า "คบไม่ได้" จึงแยกได้เป็นสองมุม
- คบไม่ได้เพราะเลียนแบบความร้าย คนที่มีเชื้อความเห็นแก่ตัวหรือชอบเอาเปรียบคนอยู่แล้ว พออ่านจนเจนจัด ก็ซึมซับความปลิ้นปล้อน กลอุบายสกปรก และการมองคนอื่นเป็นเบี้ยมาใช้ในชีวิตจริง คนกลุ่มนี้ "คบไม่ได้" ในความหมายตรงตัว เพราะพร้อมหักหลังและทำลายมิตรภาพเพื่อประโยชน์ของตัวเอง
- คบไม่ได้เพราะ "คบยาก" เกินไป คนกลุ่มนี้อ่านเพื่อเข้าใจจิตวิทยามนุษย์ วิธีเอาตัวรอด และเกมอำนาจที่ซ่อนอยู่ จนกลายเป็นคนคมกริบที่รู้เท่าทันคนจนไม่มีใครตบตาได้ คนทั่วไปจึงเข้าไม่ถึงหรือระแวงว่าจะถูกเอาเปรียบ ส่วนคนเก่งด้วยกันก็อยู่ด้วยลำบาก เพราะต่างฝ่ายต่างรู้ทันกัน ต้องตั้งการ์ดระวังตัวอยู่ตลอดเวลา
ถอดหน้ากากสามก๊ก ฉบับ MingPaPa (黄炳明 - หวงปิ่งหมิง) คือการอ่านสามก๊กอีกรอบด้วยสายตาของคนที่โตมากับนิยาย ผมหยิบฉากที่คนไทยจำได้ขึ้นใจมาวางเทียบกับพงศาวดาร《三国志》 (ซานกั๋วจื้อ — จดหมายเหตุสามก๊ก) ทีละประโยค ว่าตรงไหนเป็นประวัติศาสตร์ ตรงไหนเป็นฝีมือนักเล่านิทานและนักประพันธ์รุ่นหลัง ทุกบทยกต้นฉบับภาษาจีนพร้อมคำแปล และบอกว่าข้อความนั้นอยู่ในบทไหน ผู้อ่านจะได้ตรวจเองได้ครับ
ชื่อบุคคลและสถานที่ในบทความนี้
ชื่อในสามก๊กฉบับไทยตามฉบับเจ้าพระยาพระคลัง (หน) อ่านตามสำเนียงฮกเกี้ยน ซึ่งต่างจากชื่อที่ใช้กันในระดับสากล บทความนี้จึงกำกับชื่อเฉพาะด้วยอักษรจีนตัวย่อและคำอ่านแบบจีนกลางเมื่อปรากฏครั้งแรก เช่น โจโฉ (曹操 เฉาเชา) ส่วนเลข "ตอนที่" ของนิยายในบทความนี้เป็นเลขตอน (回) ของนิยายฉบับภาษาจีน ซึ่งฉบับเจ้าพระยาพระคลังแบ่งตอนไม่ตรงกัน ฉากในบทความนี้อยู่ในตอนที่ ๖๒ ของฉบับไทย
| อักษรจีน (ตัวย่อ) | พินอิน | อ่านแบบจีนกลาง | ชื่อในสามก๊กฉบับไทย / หมายเหตุ |
|---|---|---|---|
| 曹操 | Cáo Cāo | เฉาเชา | โจโฉ |
| 洛阳 | Luòyáng | ลั่วหยาง | ลกเอี๋ยง |
| 苏越 | Sū Yuè | ซูเยว่ | เชาอวด (ช่างไม้) |
| 跃龙祠 | Yuèlóng cí | เยว่หลงฉือ | ศาลเทพารักษ์ที่ป่าเอียกหลง (ชื่อในนิยาย) |
| 濯龙祠 | Zhuólóng cí | จั๋วหลงฉือ | ไม่ปรากฏในฉบับไทย (ชื่อใน《世语》) |
| 建始殿 | Jiànshǐ diàn | เจี้ยนสื่อเตี้ยน | ฉบับไทยเรียกแค่ว่าวังใหม่ |
| 华佗 | Huà Tuó | ฮว่าถัว | ฮัวโต๋ |
| 华歆 | Huà Xīn | ฮว่าซิน | ฮัวหิม |
| 曹丕 | Cáo Pī | เฉาพี | โจผี |
| 关羽 | Guān Yǔ | กวนอวี่ | กวนอู |
| 伏皇后 | Fú huánghòu | ฝูหวงโฮ่ว | นางฮกเฮา |
| 摩陂 | Mópí | ม่อปี | ไม่ปรากฏในฉบับไทย |
| 铜雀台 | Tóngquè tái | ถงเชวี่ยไถ | ปราสาทตั้งเซ็กไต๋ |
| 高陵 | Gāolíng | เกาหลิง | ไม่ปรากฏในฉบับไทย (สุสานโจโฉ) |
| 徐晃 | Xú Huǎng | สฺวีหวั่ง | ซิหลง |
| 孙盛 | Sūn Shèng | ซุนเซิ่ง | ไม่ปรากฏในฉบับไทย (นักประวัติศาสตร์ที่เผยซงจือยกคำวิจารณ์มา) |
| 陆机 | Lù Jī | ลู่จี | กวีสมัยราชวงศ์จิ้น ผู้เขียน《吊魏武帝文》 |
1. ต้นสาลี่ที่มีเลือดไหล
ตอนที่ 78 (第七十八回) ของนิยายฉบับจีน ชื่อตอนว่า 「治风疾神医身死 传遗命奸雄数终」 คือ "รักษาโรคลมหมอเทวดาตาย สั่งเสียวาระสุดท้ายของคนเจ้าเล่ห์" เปิดด้วยโจโฉที่ลกเอี๋ยง (洛阳 ลั่วหยาง) หลังฝังศีรษะกวนอูแล้ว หลับตาเมื่อไรก็เห็นกวนอู ขุนนางจึงทูลว่าวังเก่ามีผีมาก ควรสร้างวังใหม่ โจโฉอยากสร้างท้องพระโรงชื่อเจี้ยนสื่อเตี้ยน (建始殿) ช่างชื่อซูเยว่ (苏越) ซึ่งฉบับไทยเรียกว่าเชาอวด เสนอว่ามีต้นสาลี่ใหญ่ข้างศาลเจ้าเยว่หลงฉือ (跃龙祠) ใช้ทำขื่อได้
คนงานไปตัดแล้วเลื่อยไม่เข้า ฟันไม่เข้า โจโฉจึงไปเอง ชาวบ้านเฒ่าห้ามว่าต้นไม้นี้อายุหลายร้อยปี มีเทพสิงอยู่ โจโฉตอบว่า
「吾平生游历普天之下,四十余年,上至天子,下至庶人,无不惧孤;是何妖神,敢违孤意!」
"ข้าท่องไปทั่วใต้หล้ามาสี่สิบกว่าปี ตั้งแต่ฮ่องเต้ลงไปถึงราษฎร ไม่มีใครไม่กลัวข้า ผีสางที่ไหนกล้าขัดใจข้า"
แล้วชักกระบี่ฟันเอง 「铮然有声,血溅满身」 "ดังกังวาน เลือดกระเซ็นเต็มตัว" คืนนั้นชายผมสยายชุดดำถือกระบี่มายืนตรงหน้า ชี้หน้าตวาดว่า
「吾乃梨树之神也。汝盖建始殿,意欲篡逆,却来伐吾神木!吾知汝数尽,特来杀汝!」
"ข้าคือเทพแห่งต้นสาลี่ เจ้าสร้างท้องพระโรงเจี้ยนสื่อ คิดการชิงบัลลังก์ แล้วยังมาตัดไม้เทพของข้า ข้ารู้ว่าชะตาเจ้าสิ้นแล้ว จึงมาฆ่าเจ้า"
โจโฉสะดุ้งตื่น ปวดศีรษะจนทนไม่ได้ หมอรักษาไม่หาย นิยายจึงพาฮัวโต๋ (华佗 ฮว่าถัว) เข้าฉาก ต่อด้วยผีนางฮกเฮา (伏皇后 ฝูหวงโฮ่ว) และพวกที่โจโฉเคยฆ่ามาหลอกหลอน จนโจโฉสั่งเสียแล้วสิ้นใจ
ฉบับไทยของเจ้าพระยาพระคลัง (หน) เล่าฉากนี้ครบในตอนที่ ๖๒ ฉบับไทยว่าต้นสาลี่อยู่ใกล้ศาลเทพารักษ์ที่ชายป่าชื่อเอียกหลง "สูงประมาณยี่สิบวา" ผู้เฒ่าห้ามว่า "อายุได้สามร้อยสี่ร้อยปีแล้วมีเทพารักษ์สิงอยู่ในไม้ต้นนี้" โจโฉก็ว่า "กูได้เปนใหญ่ในเมืองนี้กว่าสี่สิบปีแล้ว" แล้ว "ก็ชักดาบออกฟันต้นไม้ได้ยินเสียงผีร้องไห้แซ่ไป ยางไม้ไหลออกมาเปนโลหิต" คืนนั้นเทพารักษ์มาในฝันว่า "กูนี้เปนเทพารักษ์ในต้นไม้สาลี่ กูหาให้ต้นไม้ของกูไม่ มึงจะทำที่อยู่แข่งพระเจ้าเหี้ยนเต้ กูรู้ว่าบุญมึงสิ้นแล้ว กูจะฆ่ามึงเสียให้ตาย" แล้วโจโฉ "ตื่นขึ้นก็ให้ปวดสีสะเปนกำลัง"
2. พงศาวดารบันทึกการตายของโจโฉไว้แค่ไหน
ตัวบทหลักของชีวประวัติโจโฉ《武帝纪》ใน《三国志》เล่าปีสุดท้ายของโจโฉสั้นมาก ปลายปีเจี้ยนอันที่ 24 (ค.ศ. 219) 「冬十月,军还洛阳」 "ฤดูหนาว เดือนสิบ ทัพกลับลกเอี๋ยง" จากนั้นโจโฉยกลงใต้ไปตีกวนอูที่ล้อมเมืองของฝ่ายตนอยู่ แต่ยังไม่ทันถึง ซิหลง (徐晃 สฺวีหวั่ง) ก็ตีกวนอูแตกเสียก่อน โจโฉจึงตั้งทัพอยู่ที่ม่อปี (摩陂) แล้วพงศาวดารก็ต่อด้วยประโยคสุดท้ายของชีวิตเขา
「二十五年春正月,至洛阳。权击斩羽,传其首。庚子,王崩于洛阳,年六十六。」
"ปีที่ 25 ฤดูใบไม้ผลิ เดือนแรก ถึงลกเอี๋ยง ซุนกวนตีได้และตัดหัวกวนอู ส่งศีรษะมาให้ วันเกิงจื่อ อ๋องสิ้นที่ลกเอี๋ยง อายุ 66 ปี"
แค่นั้นเอง ไม่มีชื่อโรค ไม่มีต้นไม้ ไม่มีผี วันเกิงจื่อ (庚子) ตรงกับวันที่ 15 มีนาคม ค.ศ. 220 ตามที่วิกิพีเดียภาษาจีนคำนวณไว้ ส่วนอายุ 66 ปีเป็นการนับแบบจีน
《资治通鉴》ของซือหม่ากวง (司马光) ซึ่งเรียบเรียงจากบันทึกหลายสาย ก็บันทึกเหมือนกันว่า 「春,正月,武王至洛阳;庚子,薨。」 "ฤดูใบไม้ผลิ เดือนแรก อู่หวางถึงลกเอี๋ยง วันเกิงจื่อ สิ้น" แล้วต่อด้วยคำประเมินชีวิตโจโฉยาวหนึ่งย่อหน้า โดยไม่เอ่ยถึงต้นไม้เลย ทั้งที่ในเล่มก่อนหน้า ซือหม่ากวงก็หยิบเรื่องจาก《世语》มาใช้อยู่แล้ว เช่นเรื่องโจผีซ่อนคนสนิทไว้ในเข่งบนรถ
3. ต้นไม้เลือดออกมาจากไหน: สองบันทึกที่เล่าไม่ตรงกัน
ตำนานต้นไม้เลือดออกไม่ได้เกิดจากนิยายลอย ๆ มันมีอยู่ในอรรถาธิบายของเผยซงจือ (裴松之) ที่วางไว้ใต้ประโยค "อ๋องสิ้นที่ลกเอี๋ยง" ในหน้าเดียวกันนั้นเอง เผยซงจือยกบันทึกมาสองฉบับ
ฉบับแรกคือ《世语》 ของกัวป้าน (郭颁)
「太祖自汉中至洛阳,起建始殿,伐濯龙祠而树血出。」
"ไท่จู่ (โจโฉ) กลับจากฮันต๋งถึงลกเอี๋ยง สร้างท้องพระโรงเจี้ยนสื่อ ตัดต้นไม้ที่ศาลเจ้าจั๋วหลง ต้นไม้มีเลือดไหลออกมา"
ฉบับที่สองคือ《曹瞒传》
「王使工苏越徙美梨,掘之,根伤尽出血。越白状,王躬自视而恶之,以为不祥,还遂寝疾。」
"อ๋องให้ช่างชื่อซูเยว่ย้ายต้นสาลี่งาม ขุดลงไป รากที่ขาดมีเลือดออกทั้งหมด ซูเยว่มารายงาน อ๋องไปดูด้วยตัวเอง รู้สึกรังเกียจ ถือว่าเป็นลางร้าย กลับมาก็ล้มป่วย"
สองบันทึกนี้เล่าไม่ตรงกันในรายละเอียด ฉบับแรกเป็นการ "ตัด" ต้นไม้ที่ศาลเจ้า ไม่ได้บอกว่าเป็นต้นอะไร ฉบับที่สองเป็นการ "ย้าย" ต้นสาลี่ เลือดออกจากรากที่ถูกขุด สิ่งที่ทั้งสองฉบับ ไม่มี คือโจโฉชักกระบี่ฟันเอง คำท้าทายเทพ เทพารักษ์ในฝัน และคำประกาศว่า "ชะตาเจ้าสิ้นแล้ว" ทั้งหมดนี้นิยายเติมเข้าไป นิยายยังเอาชื่อช่างซูเยว่มาจาก《曹瞒传》 เอาเรื่องท้องพระโรงเจี้ยนสื่อกับศาลเจ้ามาจาก《世语》 แล้วเปลี่ยนชื่อศาลจาก 濯龙 เป็น 跃龙 ที่อ่านคล้ายกัน
4. สองบันทึกนี้เชื่อได้แค่ไหน
เผยซงจือเองทิ้งเบาะแสไว้ในหน้าเดียวกันนั้น ตอนต้นชีวประวัติ เขาระบุที่มาของ《曹瞒传》ไว้ว่า 「吴人作《曹瞒传》」 "คนแคว้นง่อก๊กเป็นผู้แต่ง《曹瞒传》" คือเขียนโดยคนของฝ่ายศัตรู ชื่อหนังสือก็ใช้ชื่อเล่นวัยเด็กของโจโฉว่า "อาหมาน" (阿瞒) แทนชื่อจริง และเรื่องจากเล่มนี้ที่เผยซงจือยกมาในหน้าเดียวกันหลายเรื่องเป็นเรื่องเจ้าเล่ห์ของโจโฉ เช่นแกล้งทำปากเบี้ยวหลอกอาของตัวเอง
ส่วน《世语》 ในอรรถาธิบายก่อนหน้าประโยคการตายเพียงไม่กี่บรรทัด เผยซงจือยกคำวิจารณ์ของซุนเซิ่ง (孙盛) ไว้ว่า หลังตรวจเทียบกับบันทึกอื่นแล้ว 「《世语》为妄矣」 "《世语》เล่าเหลวไหล" คำวิจารณ์นี้พูดถึงอีกเรื่องหนึ่ง ไม่ใช่เรื่องต้นไม้ แต่ก็บอกว่าคนรุ่นนั้นเองไม่ได้ถือว่า《世语》น่าเชื่อถือทุกบรรทัด
ข้อสรุปที่ตรงที่สุดคือ เรื่องต้นไม้เลือดออกเป็นเรื่องเล่าที่ถูกจดไว้ในบันทึกชั้นรองก่อนสมัยเผยซงจือ แต่ตันซิ่วไม่เอาเข้าตัวบทหลัก ซือหม่ากวงก็ตัดทิ้ง และแม้แต่ในบันทึกที่เล่าเรื่องนี้ มันก็เป็นแค่ "ลางร้าย" ก่อนป่วย ไม่ใช่สาเหตุการตาย
5. ท้องพระโรงเจี้ยนสื่อสร้างเสร็จจริง
ในนิยาย เทพารักษ์กล่าวหาว่าการสร้างท้องพระโรงเจี้ยนสื่อคือ "คิดการชิงบัลลังก์" แต่ท้องพระโรงนี้มีอยู่จริงและถูกใช้งานหลังโจโฉตาย อรรถาธิบายใต้ชีวประวัติโจผี《文帝纪》 บันทึกว่าเมื่อโจผี (曹丕 เฉาพี) ย้ายมาลกเอี๋ยง 「诸书记是时帝居北宫,以建始殿朝群臣」 "บันทึกต่าง ๆ ว่าตอนนั้นพระเจ้าประทับวังเหนือ ใช้ท้องพระโรงเจี้ยนสื่อเป็นที่ว่าราชการ" และในปีต่อมาโจผีก็ 「亲祠武皇帝于建始殿」 "บวงสรวงอู่หวงตี้ (โจโฉ) ด้วยพระองค์เองที่ท้องพระโรงเจี้ยนสื่อ"
ท้องพระโรงที่นิยายเล่าว่าเป็นต้นเหตุแห่งความตาย จึงกลายเป็นที่บวงสรวงโจโฉเองในภายหลัง ส่วนเรื่องที่ว่าโจโฉ "คิดชิงบัลลังก์" นั้น ในพงศาวดารโจโฉตายในฐานะอ๋องของราชวงศ์ฮั่น เรื่องนี้แยกเล่าไว้ในบทโจโฉไม่เคยเป็นฮ่องเต้
6. โจโฉป่วยเป็นอะไร
พงศาวดารไม่ได้บอกชื่อโรคที่ทำให้โจโฉตาย สิ่งที่บันทึกไว้ชัดคือโจโฉมีโรคประจำตัวมานาน ชีวประวัติฮัวโต๋《华佗传》บันทึกว่า 「太祖苦头风,每发,心乱目眩」 "ไท่จู่ทรมานด้วยโรคลมในศีรษะ ทุกครั้งที่กำเริบจะใจปั่นป่วนตาลาย" และเมื่ออาการหนักขึ้น ฮัวโต๋ก็บอกว่ารักษาให้หายได้ยาก โรคปวดศีรษะในนิยายจึงไม่ได้มาจากต้นสาลี่ มันอยู่กับโจโฉมาตั้งแต่ก่อนฮัวโต๋ตาย ซึ่งเกิดขึ้นไม่เกิน ค.ศ. 208 ดังที่เล่าไว้ในบทฮัวโต๋ไม่ได้ตายเพราะเสนอผ่าหัวโจโฉ
อีกหลักฐานหนึ่งมาจากกวีชื่อลู่จี (陆机) ซึ่งใน ค.ศ. 298 ได้อ่านพินัยกรรมของโจโฉในหอเอกสารหลวง แล้วเขียน《吊魏武帝文》 "บทไว้อาลัยพระเจ้าเว่ยอู่" บทนี้เป็นงานกวี ไม่ใช่บันทึกทางการ แต่เล่าลำดับการป่วยไว้ว่า 「逾镐京而不豫」 "ผ่านเมืองเฮ่าจิงโบราณแถบเตียงอันก็เริ่มประชวร" 「冀翌日之云瘳,弥四旬而成灾」 "หวังว่าวันรุ่งจะหาย แต่ผ่านไปสี่สิบวันกลับกลายเป็นภัย" และ 「次洛汭而大渐」 "พักที่ริมแม่น้ำลั่ว อาการก็ทรุดหนัก" ในภาพของลู่จี โจโฉป่วยมาตั้งแต่ระหว่างทางกลับจากศึกด้านตะวันตก ไม่ใช่หลังตัดต้นไม้ที่ลกเอี๋ยง
7. คำสั่งเสียในนิยาย ส่วนไหนมาจากพินัยกรรมจริง
ฉากสั่งเสียในนิยายไม่ได้แต่งขึ้นทั้งหมด บางส่วนมาจากพินัยกรรมจริงของโจโฉ ตัวบทหลักของ《武帝纪》บันทึกพินัยกรรมไว้ตอนหนึ่งว่า
「天下尚未安定,未得遵古也。葬毕,皆除服。其将兵屯戍者,皆不得离屯部。有司各率乃职。敛以时服,无藏金玉珍宝。」
"แผ่นดินยังไม่สงบ จะทำตามธรรมเนียมโบราณไม่ได้ ฝังเสร็จให้ถอดชุดไว้ทุกข์ทั้งหมด แม่ทัพที่คุมทหารประจำการอยู่ ห้ามออกจากที่ตั้ง ขุนนางทุกฝ่ายทำหน้าที่ของตนต่อไป ใส่ศพด้วยเสื้อผ้าธรรมดาตามฤดู อย่าฝังทองหยกของมีค่า"
แล้ว 「二月丁卯,葬高陵」 "เดือนสอง วันติงเหมา ฝังที่เกาหลิง"
ส่วนคำสั่งเรื่องภรรยาและนางระบำ ลู่จียกจากพินัยกรรมไว้ใน《吊魏武帝文》ว่า 「吾婕妤妓人,皆著铜爵台」 "นางในและนางระบำของข้า ให้อยู่ที่หอถงเชวี่ยทั้งหมด" และ 「余香可分与诸夫人。诸舍中无所为,学作履组卖也。」 "เครื่องหอมที่เหลือแบ่งให้ภรรยาทั้งหลาย คนในเรือนที่ไม่มีอะไรทำ ให้หัดทำรองเท้าและสายรัดไว้ขาย" นิยายรับเรื่องนี้ไปเกือบตรงตัว ฉบับไทยก็เล่าว่าโจโฉ "ให้คนใช้เอาไม้หอมอย่างดีชื่อเบงเหียงมาแจกให้ภรรยาทั้งปวง" และสั่งให้ "อุตส่าห์ฝึกสอนในการเย็บการปัก จะได้เลี้ยงตัวเมื่อภายหลัง ท่านจงพากันไปอยู่ปราสาทตั้งเซ็กไต๋"
ที่นิยายเติมเข้าไปเองคือคำสั่งให้สร้างสุสานหลอกเจ็ดสิบสองแห่ง ซึ่งไม่มีในพินัยกรรมที่เหลือมาถึงเรา เรื่องนี้แยกไว้ในบทสุสานหลอก 72 แห่งของโจโฉ
ภาพที่ได้จากพงศาวดารจึงต่างจากนิยายมาก โจโฉตอนใกล้ตายไม่ได้ถูกผีไล่ล่า เขาห่วงว่าทัพจะแตกแถวเมื่อข่าวการตายรั่วออกไป สั่งให้ฝังอย่างประหยัด และห่วงว่าภรรยากับนางในจะอยู่กินอย่างไร นิยายเก็บส่วนหลังไว้ แล้วเปลี่ยนส่วนแรกเป็นเรื่องเวรกรรม ต่อจากการตายของเอียวสิ้วเมื่อร้อยกว่าวันก่อนและการตายของฮัวโต๋ที่นิยายย้ายมาไว้ใกล้กัน
คำถามที่พบบ่อย
โจโฉตายเพราะฟันต้นสาลี่ศักดิ์สิทธิ์จริงไหม?
ไม่จริงตามพงศาวดาร《三国志》บันทึกเพียงว่าโจโฉสิ้นที่ลกเอี๋ยงเมื่ออายุ 66 ปี ไม่ได้บอกชื่อโรค เรื่องต้นไม้เลือดออกมีอยู่ในบันทึกชั้นรอง《世语》และ《曹瞒传》ที่เผยซงจือยกมา แต่ไม่มีเรื่องโจโฉฟันต้นไม้ด้วยตัวเองหรือเทพารักษ์มาเข้าฝัน
โจโฉตายเมื่อไร ที่ไหน อายุเท่าไร?
โจโฉสิ้นที่ลกเอี๋ยงในวันเกิงจื่อ เดือนแรกของปีเจี้ยนอันที่ 25 ซึ่งตรงกับวันที่ 15 มีนาคม ค.ศ. 220 อายุ 66 ปีตามการนับแบบจีน และฝังที่เกาหลิงในเดือนสอง
ตำนานต้นไม้เลือดออกมาจากไหน?
มาจากอรรถาธิบายของเผยซงจือใต้ชีวประวัติโจโฉ《世语》เล่าว่าโจโฉตัดต้นไม้ที่ศาลเจ้าจั๋วหลงเพื่อสร้างท้องพระโรงเจี้ยนสื่อแล้วต้นไม้มีเลือดออก《曹瞒传》ซึ่งคนแคว้นง่อก๊กแต่งเล่าว่าช่างซูเยว่ย้ายต้นสาลี่แล้วรากมีเลือดออก โจโฉถือเป็นลางร้ายแล้วล้มป่วย นิยายรวมสองเรื่องเข้าด้วยกันแล้วเติมฉากฟันด้วยกระบี่และเทพารักษ์เข้าฝัน
โจโฉป่วยเป็นโรคอะไร?
พงศาวดารไม่ได้ระบุโรคที่ทำให้ตาย แต่《华佗传》บันทึกว่าโจโฉมีโรคลมในศีรษะ กำเริบเมื่อไรจะใจปั่นป่วนตาลาย มาตั้งแต่สมัยที่ฮัวโต๋ยังมีชีวิต บทไว้อาลัยของลู่จีเล่าในเชิงกวีว่าโจโฉเริ่มป่วยระหว่างทางกลับจากศึกด้านตะวันตก และทรุดหนักเมื่อถึงลกเอี๋ยง
คำสั่งเสียให้แบ่งเครื่องหอมให้ภรรยามีจริงไหม?
มีจริง ลู่จีอ่านพินัยกรรมของโจโฉแล้วยกไว้ใน《吊魏武帝文》ว่า 「余香可分与诸夫人」 และให้คนในเรือนหัดทำรองเท้าไว้ขาย ส่วนพินัยกรรมใน《三国志》สั่งให้ฝังอย่างประหยัด ไม่ฝังทองหยก แต่ไม่มีคำสั่งเรื่องสุสานหลอกเจ็ดสิบสองแห่ง
สรุป
โจโฉในพงศาวดารไม่ได้ตายเพราะฟันต้นสาลี่ศักดิ์สิทธิ์ ตันซิ่วบันทึกเพียงว่าเขากลับถึงลกเอี๋ยงในต้นปี ค.ศ. 220 แล้วสิ้นที่นั่นเมื่ออายุ 66 ปี ซือหม่ากวงก็บันทึกเช่นเดียวกัน เรื่องต้นไม้เลือดออกมีจริงในฐานะข่าวลือที่จดไว้ใน《世语》และ《曹瞒传》 บันทึกหนึ่งถูกนักประวัติศาสตร์สมัยเดียวกันวิจารณ์ว่าเหลวไหล อีกบันทึกแต่งโดยคนฝ่ายศัตรู และทั้งสองเล่าเพียงว่าเป็นลางร้ายก่อนป่วย นิยายรวมสองเรื่องนี้เข้าด้วยกัน เติมกระบี่ เทพารักษ์ ผีหลอก และย้ายการตายของฮัวโต๋มาไว้ในฉากเดียวกัน ส่วนที่เป็นของจริงในฉากสั่งเสีย คือการแบ่งเครื่องหอมและสั่งให้คนในเรือนหัดทำรองเท้าขาย ซึ่งมาจากพินัยกรรมของโจโฉเอง
แหล่งข้อมูล
- 《三国志·魏书·武帝纪》 การตายของโจโฉ พินัยกรรม และอรรถาธิบายที่ยก《世语》《曹瞒传》 — ต้นฉบับภาษาจีนบนวิกิซอร์ซ
- 《三国志·魏书·文帝纪》 อรรถาธิบายเรื่องท้องพระโรงเจี้ยนสื่อ — ต้นฉบับภาษาจีนบนวิกิซอร์ซ
- 《三国志·魏书·方技传》 ชีวประวัติฮัวโต๋และโรคลมในศีรษะของโจโฉ — ต้นฉบับภาษาจีนบนวิกิซอร์ซ
- 《资治通鉴》 เล่มที่ 69 การตายของโจโฉ ค.ศ. 220 — ต้นฉบับภาษาจีนบนวิกิซอร์ซ
- 《吊魏武帝文》 บทไว้อาลัยของลู่จีที่ยกพินัยกรรมของโจโฉ — ต้นฉบับภาษาจีนบนวิกิซอร์ซ
- นิยาย《三国演义》ตอนที่ 78 治风疾神医身死 传遗命奸雄数终 — ต้นฉบับภาษาจีนบนวิกิซอร์ซ
- สามก๊ก ฉบับเจ้าพระยาพระคลัง (หน) ตอนที่ ๖๒ — ห้องสมุดดิจิทัลวชิรญาณ
- 曹操 โจโฉ — วิกิพีเดียภาษาจีน
