↑
ครอบครัว ธุรกิจ แถวนี้ 101 แซ่อึ้ง บทความ ติดต่อครอบครัว
เทพเจ้าสายฟ้า 36 พระองค์ · องค์ที่ 28

เทพเจ้าสายฟ้า 斗府枢灵刘元帅 (โต่วฝู่ซูหลิง หลิวหยวนซ่วย)

แม่ทัพหลิว เทพหน้าเหล็กเขี้ยวคราม จอมพลประธานของวิชาขอฝน 洞玄玉枢 ใน 道法会元 ผู้มีสองรูปและเคยช่วยขอฝนที่ฝูเจี้ยนในต้นราชวงศ์หยวน

โดย · · อ่าน ~20 นาที
ภาพประกอบแม่ทัพหลิว 斗府枢灵刘元帅 ผมแดง เสื้อคลุมแดง เกราะทอง ถือแส้ทองและกงล้อไฟ เหนือกงล้อน้ำ มีม้าดำและรถเพลิงอยู่ด้านหลัง
ภาพประกอบเชิงศิลป์ของแม่ทัพหลิว วาดตามรูปหยางอ่อนในคัมภีร์ 道法会元 บรรพ 147 และ 148 คือผมแดง เสื้อคลุมแดง เกราะทอง ถือแส้ทองและกงล้อไฟ เหนือกงล้อน้ำ มีม้าดำและรถเพลิงอยู่ด้านหลัง ไม่ใช่รูปเคารพของศาลเจ้าแห่งใด

ในกองทัพสายฟ้าทั้ง 36 พระองค์ มีขุนพลไม่กี่องค์ที่คัมภีร์บันทึกทั้งรูปลักษณ์ คาถา วิธีเรียก และประวัติการสืบทอดวิชาไว้ครบอย่างนี้ ท่านคือ 斗府枢灵刘元帅 (แต้จิ๋ว เต้าหู้คูเล้ง เล้าง้วนโซ่ย / จีนกลาง โต่วฝู่ซูหลิง หลิวหยวนซ่วย — จอมพลแซ่หลิวผู้ศักดิ์สิทธิ์แห่งแกนกรมดาวเหนือ) ที่ทำเนียบชุดนี้เรียกว่าแม่ทัพหลิว ในตำราพิธีของเต๋า ท่านคือเทพหลิวหน้าเหล็กเขี้ยวคราม ผู้ถืออำนาจสายฟ้า ลม และฝน คัมภีร์เล่าว่าปรมาจารย์ไป๋อวี้ฉานได้วิชาของท่านมาจากเทพซินที่เคาะโต๊ะสามครั้งแล้วท่านก็ปรากฏตัว และศิษย์รุ่นหลังใช้วิชานี้ขอฝนที่ฝูเจี้ยนได้จริงในต้นราชวงศ์หยวน ผมอยากเล่าให้ครบ ทั้งคัมภีร์ ตำนาน และชื่อตัวที่ไม่ตรงกันเลยสักแหล่งครับ

คำตอบสั้น ๆ

斗府枢灵刘元帅 หรือแม่ทัพหลิว คือเทพสายฟ้าที่คัมภีร์เรียกว่า 苍牙铁面刘天君 หรือเทพหลิวหน้าเหล็กเขี้ยวคราม เป็นจอมพลประธานของวิชาสายฟ้า 洞玄玉枢雷法 ใน《道法会元》บรรพ 147 ถึง 150 มีหน้าที่ถืออำนาจสายฟ้า ลม และฝน ดูแลสองแท่นแห่งแกนดาว และช่วยทุกข์ของราษฎร คัมภีร์บรรยายไว้สองรูป คือรูปหนุ่มถือแส้ทองเหยียบกงล้อน้ำ และรูปชราถือทวนเหยียบกงล้อไฟ พระนามของท่านอยู่ในบทสวด《雷霆总诰》 ส่วน《搜神大全》เล่าว่าท่านคือ 刘后 ผู้เรียกลมฝนได้

ใน 雷霆总诰 苍牙铁面刘天君คัมภีร์หลัก 道法会元 บรรพ 147 ถึง 150ตำแหน่ง จอมพลประธานวิชา 洞玄玉枢ของถือ แส้ทอง · กงล้อไฟ · ทวน

ข้อมูลสำคัญของแม่ทัพหลิว

หัวข้อ รายละเอียด
พระนามเต็ม 斗府枢灵刘元帅 (Dǒufǔ Shūlíng Liú Yuánshuài)
อ่านแบบจีนกลาง โต่วฝู่ซูหลิง หลิวหยวนซ่วย
อ่านแบบแต้จิ๋ว (สำเนียงเท่งไฮ้) เต้าหู้คูเล้ง เล้าง้วนโซ่ย — ถอดจากพินอินแต้จิ๋ว dao2 hu2 ku1 lêng5 lao5 nguang5 suê3 ในพจนานุกรม Mogher จึงเป็นเสียงโดยประมาณ
ชื่อตัวและสมญาอื่น 三五九阳上将苍牙铁面刘天君 · ตำแหน่งเต็ม 上殿卷帘大将军九天云路护驾使枢机二台节制使神霄玉枢洞玄执律苍牙铁面刘神君 · ชื่อตัวในคัมภีร์ 刘矩 (แต้จิ๋ว เล้ากื้อ / จีนกลาง หลิวจวี่) · ใน 搜神大全 ชื่อ 刘后 (แต้จิ๋ว เล้าเห่า / จีนกลาง หลิวโฮ่ว) นามพระราชทาน 玄化慈济真君 · 玉府主帅刘天君
สังกัด กรมหยกแกน (玉枢院) แห่งเสินเซียว ซึ่งคัมภีร์บอกว่าเรียกอีกชื่อว่ากรมแกนดาวเหนือ (斗枢院) · วิชา 洞玄玉枢雷法
ตำแหน่ง/หน้าที่ 「司雷霆风雨之权,掌枢机二台之职,护帝驾出入,能救民疾苦」 คือถืออำนาจสายฟ้า ลม และฝน ดูแลสองแท่นแห่งแกนดาว อารักขาเสด็จของจักรพรรดิสวรรค์ และช่วยทุกข์ของราษฎร · ขอฝน ขอฟ้าเปิด รักษาโรค
ของถือ/พาหนะ รูปหนุ่มถือแส้ทองและชูกงล้อไฟ เหยียบกงล้อน้ำ · รูปชราถือทวน เหยียบกงล้อไฟ · มีรถเพลิงตามมา · ในภาพนิมิตปรากฏบนม้าดำ
รูปลักษณ์ตามคัมภีร์ หน้าดำ ผมแดง เสื้อคลุมแดง เกราะทอง รูปหนุ่มหน้าโกรธ เท้าเปล่า รูปชรามีเขี้ยวสีคราม สวมหมวกพุ่งฟ้า
วันสมโภช 搜神大全 ให้วันเกิดว่าเดือน 8 วันที่ 12 ปีเกิงจื่อ ยามโหย่ว ส่วนบทสาบานในคัมภีร์ว่าวันเหรินและวันกุ่ยเป็นวันที่ท่านเสด็จลง ยังไม่พบหลักฐานว่าใช้วันใดเป็นวันสมโภช
ปรากฏในคัมภีร์ 道法会元 บรรพ 147, 148, 149, 150 · 法海遗珠 บรรพ 31 · 雷霆总诰 · 三教源流搜神大全 บรรพ 4 · 封神演义 ตอนที่ 99 (刘甫) · 北游记 (刘后 และ 刘俊) · คำนำหน้า 斗府枢灵 พบเฉพาะในทำเนียบรายพระนามยุคหลัง

เทพเจ้าสายฟ้า 36 พระองค์ กับกรมสายฟ้าแห่งสวรรค์

ในคติความเชื่อของลัทธิเต๋า เทพเจ้าสายฟ้าทั้ง 36 พระองค์ (三十六雷将 — แต้จิ๋ว ซาจั๊กลั้กลุ่ยเจี่ยง / จีนกลาง ซานสือลิ่วเหลยเจี้ยง) ทรงสังกัดอยู่ใน ทบวงสายฟ้าสวรรค์ หรือ กรมสายฟ้า (雷部 — แต้จิ๋ว ลุ่ยโป่ว / จีนกลาง เหลยปู้) ภายใต้การบังคับบัญชาสูงสุดขององค์พระมหาจักรพรรดิสายฟ้า “จิ่วเทียนอิ้งหยวนเหลยเซิงผู่ฮว่าเทียนจุน” (九天应元雷声普化天尊 — แต้จิ๋ว เก้าทีเอ่งง้วนลุ่ยเส็งพู้ฮ่วยทีจุง / จีนกลาง จิ่วเทียนอิ้งหยวนเหลยเซิงผู่ฮว่าเทียนจุน) ซึ่งนับเป็นกองทัพเทพฝ่ายบู๊ที่มีอิทธิฤทธิ์และอำนาจการปกครองเข้มงวดที่สุดในระบบสวรรค์ โดยมีความเชื่อร่วมกันว่า พลังอัสนีบาตคือตัวแทนของพลังหยางอันบริสุทธิ์และกฎสวรรค์อันเที่ยงธรรม มีหน้าที่พิทักษ์ระเบียบแห่งจักรวาล ควบคุมดินฟ้าอากาศ ขจัดสิ่งชั่วร้าย ปราบปรามภูตผี และลงทัณฑ์ผู้ละเมิดศีลธรรม ผู้คนจึงให้ความเคารพนับถือเพื่อพึ่งพาอานุภาพอันเด็ดขาดในการขับไล่พลังงานด้านลบ ล้างอาถรรพ์อัปมงคล คุ้มครองความปลอดภัย และอำนวยพรให้ชีวิตแคล้วคลาดสงบสุขครับ

ส่วนตัวผม ธนินพงษ์ ศุภพิทักษ์พงษ์ (MingPaPa) ศึกษาอภิปรัชญาจีนมานาน และนับถือองค์พระมหาจักรพรรดิสายฟ้า จิ่วเทียนอิ้งหยวนเหลยเซิงผู่ฮว่าเทียนจุน เป็นปรมาจารย์สูงสุดพระองค์หนึ่งในใจ องค์ท่านคือเจ้าของคัมภีร์แก่นหยก ที่ผมเคยเล่าไว้แล้ว ผมยังได้มีโอกาสเรียนวิชายันต์อสุนีบาตของนิกาย 玄皇教 (แต้จิ๋ว เฮี่ยงอ่วงก่า / จีนกลาง เสวียนหวงเจี้ยว) ซึ่งไล่ลำดับจากยันต์พื้นฐานไปถึงยันต์ชั้นสูง ยันต์ในสายอสุนีบาตที่ผมได้เรียนมีดังนี้

1. ยันต์ 5 อสุนีบาต (五雷符 — แต้จิ๋ว โหงวลุ่ยฮู้ / จีนกลาง หวู่เหลยฝู)

อยู่ในเนื้อหาระดับพื้นฐาน (เล่ม 1) เป็นยันต์ที่ใช้เทวานุภาพของเทพแห่งสายฟ้าทั้ง 5 ทิศ พุทธคุณเน้นด้านการคุ้มครอง ขับไล่สิ่งอัปมงคล ป้องกันลมเพลมพัด แก้ฮวงจุ้ย และล้างอาถรรพ์ เป็นยันต์ครอบจักรวาลที่คนนิยมพกติดตัวครับ

2. ยันต์สายฟ้ากลางฝ่ามือ (掌心雷符 — แต้จิ๋ว เจี้ยซิงลุ่ยฮู้ / จีนกลาง จั่งซินเหลยฝู)

วิชานี้มักอยู่ในระดับสูง (เล่ม 3) เป็นวิชายันต์ที่ต้องผสานการเดินลมปราณ การร่ายคาถา และการเขียนอักขระยันต์ลงบนฝ่ามือ (หรือกระดาษในระดับสูง) เพื่อดึงพลังหยางแห่งสายฟ้ามาใช้ปราบปรามภูตผีร้ายแรง หรือทำน้ำมนต์เพื่อขับเสนียดจัญไร

3. ยันต์ 5 อสุนีพิฆาต / อสุนีบาตกำราบมาร (五雷斩鬼符 / 五雷镇鬼符 — แต้จิ๋ว โหงวลุ่ยจั้งกุ้ยฮู้ / จีนกลาง หวู่เหลยจ่านกุ่ยฝู)

เป็นการต่อยอดจากยันต์ 5 อสุนีบาตในเล่มแรก แต่เปลี่ยนจุดประสงค์จากการ "คุ้มครอง" เป็นการ "โจมตีและทำลาย" พลังงานลบ อาถรรพ์ หรือวิญญาณร้ายโดยตรง จะมีอักขระโองการ (เช่น 急急如律令 — แต้จิ๋ว กิกกิกหยู่ลุกเหล่ง / จีนกลาง จี๋จี๋หรูลวี่ลิ่ง) และสัญลักษณ์ของขุนพลสายฟ้าที่ซับซ้อนขึ้น

4. ยันต์มหาเทพสายฟ้าสวรรค์ชั้น 9 (九天应元雷声普化天尊符)

เป็นยันต์ขั้นสูงที่อัญเชิญบารมีของพระมหาจักรพรรดิสายฟ้า ผู้เป็นองค์ประมุขสูงสุดของกรมอัสนีบาต (เจ้านายของ 36 ขุนพลสายฟ้า) ใช้ในพิธีกรรมใหญ่เพื่อบัญชาการฟ้าดินและขจัดเคราะห์หนัก

รายนามทั้ง 36 พระองค์ในชุดนี้มาจากไหน

ผมจึงตั้งใจทำบทความชุดนี้ขึ้นเป็น Reference ให้กับผู้ที่สนใจศาสนาเต๋า และเรื่องราวของมหาเทพสายฟ้ากับเทพสายฟ้าทั้ง 36 พระองค์ รายนามในชุดนี้เรียบเรียงโดยเทียบกับขุนพลที่ปรากฏในคัมภีร์พิธีกรรมสายฟ้า (雷法 — แต้จิ๋ว ลุ่ยฮวก / จีนกลาง เหลยฝ่า) ซึ่งอยู่ในหมวดเจิ้งอี (正一部 — แต้จิ๋ว เจ่งอิกโป่ว / จีนกลาง เจิ้งอีปู้) ของสารบบคัมภีร์เต๋า โดยเฉพาะ 《道法会元》 (แต้จิ๋ว เต่าฮวกโห่ยง้วน / จีนกลาง เต้าฝ่าฮุ่ยหยวน) คัมภีร์รวมวิชาเต๋า 268 บรรพ และบทสรรเสริญชุมนุมขุนพลสายฟ้า 《雷霆总诰》 (แต้จิ๋ว ลุ่ยเท่งจ้งก่าว / จีนกลาง เหลยถิงจ่งเก้า) ที่บันทึกอยู่ในบทสวดเช้าเย็นประจำวันของสำนักเจิ้งอีแห่งเขาหลงหู่ (龙虎山正一日诵早晚课)

ต้องออกตัวไว้ก่อนว่า รายชื่ออาจจะไม่ได้ตรงกับสำนักใดสำนักหนึ่ง 100% เพราะแต่ละสายพิธีเลือกองค์และจัดลำดับต่างกัน บางพระองค์มีคัมภีร์ของตัวเองยาวหลายบรรพ บางพระองค์มีชื่ออยู่ในบทสรรเสริญ และบางพระองค์พบเพียงในรายพระนามขุนพล 36 พระองค์ที่สืบกันในสายพิธียุคหลัง ผมจึงบอกไว้ตรง ๆ ในแต่ละบทว่าองค์นั้นปรากฏในคัมภีร์ใด บรรพไหน แต่ทั้งหมดนี้คือเทพสายฟ้า 36 พระองค์ที่ยอมรับเป็น Reference ในการทำความรู้จักและเคารพได้ครับ

ความหมายของพระนาม 斗府枢灵刘元帅 ทีละคำ

พระนามในทำเนียบชุดนี้ไม่ตรงกับชื่อในคัมภีร์ แต่ศัพท์ทุกคำมีร่องรอยอยู่ในคัมภีร์ของท่านเอง ผมขออธิบายทีละคำ

斗府 (โต่วฝู่) แปลว่าจวนแห่งดาวเหนือ หรือกรมดาวเป่ยโต่ว ซึ่งคือกลุ่มดาวหมีใหญ่ที่คนจีนเรียกว่าดาวเจ็ดดวงแห่งทิศเหนือ

枢灵 (ซูหลิง) แปลว่าผู้ศักดิ์สิทธิ์แห่งแกน ตัว 枢 หมายถึงแกนหมุนหรือเดือยบานประตู และเป็นชื่อดาว 天枢 ดวงแรกของกลุ่มดาวหมีใหญ่ด้วย

刘 (หลิว) คือแซ่ ส่วน 元帅 (หยวนซ่วย) คือยศจอมพล ในคัมภีร์เรียกท่านว่า 天君 หรือ 神君 มากกว่า

ต้องบอกตามตรงว่าวลี 斗府枢灵 ครบรูป ผมไม่พบในคัมภีร์ชั้นต้น พบในทำเนียบรายพระนาม 36 จอมพลยุคหลัง เช่นรายชื่อบนเว็บไซต์ 天玉宫 แต่ศัพท์ชุดเดียวกันอยู่ในคัมภีร์ที่เกี่ยวกับท่านโดยตรง ผมพบสามจุด

  • 《道法会元》บรรพ 56 อธิบายโครงสร้างกรมสายฟ้าไว้ว่า 「且斗有神府有枢,枢有相,故有玉枢院,又名斗枢院」 คือ "ดาวเหนือมีเทพ จวนมีแกน แกนมีอัครเสนาบดี จึงมีกรมหยกแกน หรือเรียกอีกชื่อว่ากรมแกนดาวเหนือ" ตัว 斗 府 และ 枢 อยู่ครบในประโยคเดียว บรรพเดียวกันยังบอกว่า 「天之北辰,乃众星之所拱,下有枢机之二宫」 คือใต้ดาวเหนือที่ดาวทั้งหลายล้อมรอบ มีวังสองแห่งชื่อ 枢 และ 机 และว่าเมื่อโลกมนุษย์แห้งแล้ง ต้องยื่นคำร้องผ่านกรมหยกแกนนี้
  • 《道法会元》บรรพ 147 ให้ตำแหน่งของท่านว่า 枢机二台节制使 คือผู้ควบคุมสองแท่นแห่งแกนดาว ตรงกับวังสองแห่งในบรรพ 56 และให้สังกัดว่า 神霄玉枢
  • 《道法会元》บรรพ 150 มีขั้นตอนยื่นคำร้องต่อดาวเหนือ ซึ่งให้ผู้ประกอบพิธีนึกเห็นเทพหลิวยืนรอที่สะพานทอง แล้วนำทางข้ามไปยังตำหนักของเทพดาวเหนือทั้งเจ็ด

ผมจึงเข้าใจว่า 斗府枢灵 น่าจะหมายถึงเทพผู้ศักดิ์สิทธิ์แห่งกรมแกนดาวเหนือ ซึ่งเข้ากับตำแหน่ง 枢机二台节制使 และบทบาทผู้นำทางไปหาดาวเหนือ แต่นี่เป็นการตีความของผมจากศัพท์ที่ตรงกัน ไม่ใช่คำอธิบายที่คัมภีร์ให้ไว้เอง

เทพที่ปรากฏเมื่อเคาะโต๊ะสามครั้ง

หลักฐานชั้นต้นที่สำคัญที่สุดของแม่ทัพหลิว คือคัมภีร์ 洞玄玉枢雷霆大法 (แต้จิ๋ว ต่งเฮี่ยงเง็กคูลุ่ยเท้งไต่ฮวก / จีนกลาง ต้งเสวียนอวี้ซูเหลยถิงต้าฝ่า — วิชาสายฟ้าใหญ่แห่งหยกแกนต้งเสวียน) ใน《道法会元》บรรพ 147 ถึง 150 ซึ่งท่านเป็นจอมพลประธาน ใครอยากเห็นภาพรวมของกรมสายฟ้าก่อน อ่านได้ที่บทความเทพสายฟ้าแห่งลัทธิเต๋าและโครงสร้างกรมสายฟ้า

ไป๋อวี้ฉานกับคนเสื้อขาด

บรรพ 147 เปิดด้วยบันทึกชื่อ 事实 (เรื่องที่เกิดขึ้นจริง) เล่าว่าปรมาจารย์ 白玉蟾 (แต้จิ๋ว เป๊ะเง็กเซี้ยง / จีนกลาง ไป๋อวี้ฉาน — ปรมาจารย์เต๋าสมัยซ่งใต้) ท่องเที่ยวไปถึงทางภูเขาในแดนกว่างหนาน (广南) พบชายผู้หนึ่งเสื้อผ้าขาดวิ่น ถามว่าจะไปไหน ไป๋อวี้ฉานตอบว่าอยากพบอาจารย์ที่จะถ่ายทอดวิชา ทั้งสองจึงค้างคืนด้วยกันที่โรงเตี๊ยมข้างวัดต้าฉือ ระหว่างดื่มสุรา ตาของชายนั้นมีแสงไฟส่องสว่าง เสื้อขาดกลายเป็นเสื้อคลุมดำ แล้วเผยตัวว่าเป็น "雷霆猛吏辛某" คือเทพซินผู้ดุดันแห่งกรมสายฟ้า ซึ่งตรงกับจอมพลซิน องค์ที่ 2 ในชุดของเรา

จากนั้นคัมภีร์เขียนว่า 「击案三声,而刘帅立现」 คือเคาะโต๊ะสามครั้ง แม่ทัพหลิวก็ปรากฏตัวทันที เทพซินบอกว่า 「此将司雷霆风雨之权,掌枢机二台之职,护帝驾出入,能救民疾苦,事无大小,叩之即应,今以授汝」 แปลว่า "แม่ทัพนี้ถืออำนาจสายฟ้า ลม และฝน ดูแลสองแท่นแห่งแกนดาว อารักขาเสด็จของจักรพรรดิสวรรค์ ช่วยทุกข์ของราษฎรได้ เรื่องเล็กเรื่องใหญ่ ขอเมื่อใดก็ตอบรับ บัดนี้ขอมอบแก่เจ้า" แล้วจึงบอกตำแหน่งเต็มของท่าน และบอกว่าวิชานี้ชื่อ 洞玄玉枢雷法

ขอฝนที่เฉวียนโจวและเจี้ยนหนิง

บันทึกเดียวกันเล่าการสืบทอดต่อมาอย่างละเอียด ไป๋อวี้ฉานถ่ายทอดวิชาแก่บุตรสาวของผู้ถือศีลสกุลหม่าแห่งเมืองเฉวียนโจว (泉州) ซึ่งไม่ยอมแต่งงานและถือศีลตั้งแต่เด็ก ในปีจื้อหยวนที่ 18 คือ ค.ศ. 1281 เฉวียนโจวแล้งหนัก ผู้ปกครองให้พระและนักพรตขอฝนแล้วไม่ได้ผล จึงมาขอให้นางทำพิธี นางกำหนดสามวัน ถึงวันที่สามก็เกิดลม ฟ้าร้อง และฟ้าแลบ ผู้ปกครองส่งผ้าไหมมาตอบแทน นางปฏิเสธว่า 「妾以济人利物为心」 คือ "ข้าตั้งใจช่วยคนและเป็นประโยชน์ต่อสรรพสิ่ง" ไม่รับของ

นางถ่ายทอดวิชาต่อแก่ชายสกุลเวิง (翁) ฉายาเหลยซื่อ ซึ่งกลับไปบ้านที่เจี้ยนหนิง (建宁) ในปีจื้อหยวนที่ 21 คือ ค.ศ. 1284 เจี้ยนหนิงแล้ง ท่านขอฝนได้ผล อำเภอเจี้ยนหยางที่แล้งเหมือนกันก็เชิญไปทำพิธี ได้ผลเช่นเดิม มีศิษย์สืบวิชากว่าร้อยคน ผู้เขียนบันทึกคือ 薛师淳 ศิษย์ของท่านเวิง ซึ่งบอกว่าในยุคของตนมีศิษย์ใต้แท่นกว่าห้าร้อยคน

ตอนท้ายของบันทึกนี้เป็นตอนที่ผมจำได้ที่สุด วันที่ 11 เดือน 5 ท่านเวิงเรียกศิษย์มาบอกว่า 「吾欲暂回雷府,雷声响,吾即徃」 คือ "เราจะกลับกรมสายฟ้าสักพัก เมื่อเสียงฟ้าร้องดัง เราก็ไปแล้ว" ครู่ต่อมาก็มีเสียงฟ้าร้องครางที่ภูเขาทางตะวันออกของเมือง แล้วท่านก็สิ้นใจ ศิษย์ฝังกระบี่ของท่านไว้ข้างอารามเป่ยซาน

งานวิชาการว่าด้วยวิชานี้

ผมพบงานวิชาการที่ศึกษาคัมภีร์ชุดนี้โดยตรง คือบทความของ 酒井规史 (Sakai Norifumi) ในวารสาร《华人宗教研究》ฉบับที่ 3 ปี ค.ศ. 2014 บทคัดย่อสรุปว่า 洞玄玉枢雷霆大法 เป็นตำราของวิชาสายฟ้าที่เกิดในฝูเจี้ยนช่วงปลายซ่งถึงต้นหยวน ผูกเทพเข้ากับสายเสินเซียว (神霄) และฉบับที่อยู่ใน 道法会元 ได้รับการเรียบเรียงใหม่โดยนำพิธีของสายชิงเวย (清微) เข้ามาผสม ข้อนี้ช่วยให้ผมเข้าใจว่าทำไมบันทึกการสืบทอดจึงละเอียดเป็นชื่อคนและปี เพราะเป็นวิชาท้องถิ่นที่ศิษย์จดประวัติสายของตนไว้เอง

หน้าเหล็กสองรูป: หยางอ่อนและหยางเก้า

《道法会元》บรรพ 148 อธิบายว่าเทพหลิวมีสองรูป และให้เหตุผลทางปรัชญาไว้อย่างน่าสนใจ

ทำไมจึงเรียกว่าหน้าเหล็ก

คัมภีร์อธิบายคำว่า 铁面 (แต้จิ๋ว ถิหมิ่ง / จีนกลาง เถี่ยเมี่ยน — หน้าเหล็ก) ว่า 「其义乃铁是西北方正杀之气,面乃向也」 คือ "เหล็กหมายถึงปราณตัดรอนอันชอบธรรมของทิศตะวันตกเฉียงเหนือ หน้าหมายถึงการหันหน้าไปหา" และว่าเทพหยางองค์นี้หันหน้าเข้าหาขั้วฟ้าเหนือ ถืออำนาจของปราณดำแห่งการตัดรอน เพราะน้ำเกิดจากไฟ ผมชอบคำอธิบายนี้ เพราะมันบอกว่าหน้าเหล็กไม่ได้แปลว่าหน้าแข็งกระด้าง แต่แปลว่าหันหน้าเข้าหาดาวเหนืออย่างมั่นคง

สายฟ้าสองชนิด เทพสองรูป

คัมภีร์ยกคำของไป๋อวี้ฉานว่า 「三五铁面与九阳铁面,一也」 คือหน้าเหล็กสามห้ากับหน้าเหล็กหยางเก้าเป็นองค์เดียวกัน แต่แบ่งตามสายฟ้าสองชนิด

  • 复阳雷 สายฟ้าหยางคืน: เริ่มจากหยางเส้นแรกที่เกิดขึ้นในวันเหมายัน ตามรูปตรีแกรมฟู่ (复) มีเทพหยางอ่อน (少阳) เป็นประธาน คัมภีร์เรียกท่านในรูปนี้ว่า 洞玄三五少阳铁面神王刘矩圣光
  • 天元雷 สายฟ้าต้นฟ้า: หยางเติบโตจนบริบูรณ์ตามรูปตรีแกรมเฉียน (乾) มีเทพหยางเก้า (九阳) เป็นประธาน คัมภีร์เรียกว่า 洞玄九阳苍牙铁面神王刘矩神光

รูปหนุ่มบรรยายว่า 「黑面少颜,怒容绯袍,撒开红髪,金鞭金甲,足蹑水轮,手擎火轮」 คือหน้าดำ ใบหน้าหนุ่ม สีหน้าโกรธ เสื้อคลุมแดง ผมแดงสยาย แส้ทอง เกราะทอง เท้าเหยียบกงล้อน้ำ มือชูกงล้อไฟ ส่วนรูปชราบรรยายว่า 「黑面老颜,苍牙朱髪绯袍,金甲朱履,手执戟,足蹑火轮」 คือหน้าดำ ใบหน้าชรา เขี้ยวสีคราม ผมแดงชาด เสื้อคลุมแดง เกราะทอง รองเท้าแดง มือถือทวน เท้าเหยียบกงล้อไฟ คำว่า 苍牙铁面 (แต้จิ๋ว ชังเง้ถิหมิ่ง / จีนกลาง ชางหยาเถี่ยเมี่ยน — หน้าเหล็กเขี้ยวคราม) ในพระนามจึงมาจากรูปชรานี้

ผมว่าภาพรูปหนุ่มสวยที่สุด น้ำอยู่ใต้เท้า ไฟอยู่ในมือ คือการประสานน้ำกับไฟ ซึ่งเป็นแก่นของวิชาขอฝน เพราะฝนต้องอาศัยทั้งความชื้นและพลังที่ทำให้มันเคลื่อน

ตำนาน 刘后 เด็กลอยน้ำแห่งแม่น้ำหมิน

คัมภีร์พิธีบอกตำแหน่งและวิชา แต่ไม่เล่าชีวิตก่อนเป็นเทพ เรื่องเล่านั้นมาจากหนังสือ《三教源流搜神大全》 (แต้จิ๋ว เซียวซิ่งไต่ฉ่วง / จีนกลาง โซวเสินต้าเฉวียน — ประมวลประวัติเทพสามศาสนาสมัยหมิง) บรรพ 4 หัวข้อ 刘天君

หนังสือเล่าว่าท่านชื่อ 后 เป็นคนสมัยจิ้นตะวันออก 「生于岷江渔渡中」 คือเกิดที่ท่าเรือประมงแม่น้ำหมิน (岷江) เกิดปีเกิงจื่อ เดือน 8 วันที่ 12 ยามโหย่ว ตอนเป็นทารก มารดาสกุลเซี่ยไปตักน้ำที่แม่น้ำ ทารกคลานลงไปกลางน้ำ แต่มีแพลอยมาใกล้จึงรอด บิดาชื่อหลิวฝูกงพายเรือมารับ ครอบครัวยากจน จึงส่งไปเป็นผู้อ่านหนังสือรับใช้ปรมาจารย์หลัว (罗真人) ท่านจึง 「精于五雷掌诀招风捉雨随叩响应」 คือชำนาญท่ามือห้าสายฟ้า เรียกลมจับฝนได้ ขอเมื่อใดก็ตอบรับ

ชาวบ้านจะตั้งศาลบูชาท่าน แต่ท่านว่า 「是为名也而逃之」 คือ "นี่เป็นการแสวงชื่อเสียง" แล้วหนีไป ชาวบ้านจึงตั้งแท่นเขียนชื่อท่านไว้บูชาแทน ขอสิ่งใดก็ได้ตามขอ ต่อมาเมืองตงจิงแล้งหนัก จักรพรรดิไปบวงสรวงที่ศาลของท่านแล้วได้ผล ปีนั้นเก็บเกี่ยวได้มาก จึงพระราชทานนามว่า 「玄化慈済真君」

ผมสังเกตว่าเรื่องนี้กับคัมภีร์พิธีพูดเรื่องเดียวกันคือการเรียกลมฝน แม้ชื่อตัวจะไม่ตรงกัน คัมภีร์ใช้ชื่อ 刘矩 ส่วน 搜神大全 ใช้ 刘后

แม่ทัพหลิวในคัมภีร์และวรรณกรรม

แม่ทัพหลิวปรากฏในทำเนียบแทบทุกชุด ต่างจากขุนพลหลายองค์ในชุดนี้ แต่ชื่อตัวแทบไม่ตรงกันเลย ผมสรุปไว้ดังนี้

  • 《道法会元》บรรพ 147: บันทึกการสืบทอด แท่นบูชาสิบสามป้าย ภาพนิมิตเรียกท่าน บทสาบาน และขั้นตอนส่งเทพไปทำงาน
  • 《道法会元》บรรพ 148: สองรูป 少阳 และ 九阳 ความหมายของหน้าเหล็ก ยันต์ใหญ่เก้าแผ่นของวิชา และวิธีฝึกตน
  • 《道法会元》บรรพ 149 และ 150: การรักษาโรค การยื่นคำร้องต่อดาวเหนือ และแบบหนังสือที่เรียกท่านว่า 玉府主帅刘天君
  • 《法海遗珠》บรรพ 31: ตำรา 九阳上将刘天君秘法 เรียกท่านว่า 「洞玄主帅三五九阳上将苍牙铁面刘天君」 มีรองจอมพลคือ 闾张寗任四大天君 และลงท้ายด้วยนามปรมาจารย์ 「祖师三十代天师玄通弘悟真君张」 คือท่านเทียนซือรุ่นที่ 30 จางจี้เซียน แสดงว่าวิชานี้ผูกกับสายเจิ้งอีด้วย
  • 《雷霆总诰》: บทสวดสรรเสริญเทพสายฟ้ามีวรรค 「欻火律令邓元帅。银牙猛吏辛天君。飞捷报应张使者。苍牙铁面刘天君。马郭方邓田大将。」 ลำดับนี้น่าสนใจมาก เพราะตรงกับแท่นบูชาของวิชา 洞玄玉枢 ในบรรพ 147 ที่มีเทพเติ้งเป็นผู้ครองวิชา มีเทพซินเป็นผู้ถ่ายทอด มีเทพจางผู้ว่องไวเป็นบริวาร และมีทูตสายฟ้าห้าองค์แซ่หม่า กัว ฟาง เติ้ง เถียน อยู่บนแท่นด้วย บทสวดยังมีวรรค 「庞刘苟毕神通大」 ซึ่งผมพูดถึงในหัวข้อชื่อที่มักสับสน
  • 《三教源流搜神大全》บรรพ 4: ตำนาน 刘后 และนาม 玄化慈济真君
  • 《封神演义》ตอนที่ 99: รายนามยี่สิบสี่เทียนจวินแห่งกรมสายฟ้ามี 「刘天君 讳甫」 อยู่ลำดับที่หก
  • 《北游记》ตอน 玉帝差使灭村人: เล่าว่าที่ภูเขาเทียนหั่ว (天火山) มีปีศาจ 「姓刘名后,手用飞鞭,脚踏火车」 คือแซ่หลิวชื่อโฮ่ว ถือแส้บิน เหยียบรถเพลิง ชาวบ้านต้องเซ่นเด็กชายหญิงทุกปี จนจอมพลหม่าปราบได้ แล้วได้รับแต่งตั้งเป็น "王府天君" ถือแส้บิน เหยียบรถเพลิง ติดตามปรมาจารย์ ส่วนรายชื่อขุนพลท้ายเรื่องกลับเขียนว่า 「刘俊封为玉府刘天君」 นิยายเล่มเดียวจึงให้ชื่อสองแบบ ที่น่าสนใจคือชื่อ 刘后 ในนิยายตรงกับชื่อในบท 搜神大全 (รูปตัวเต็มเขียน 劉後) และแส้กับรถเพลิงก็ตรงกับรูปหนุ่มในคัมภีร์

เรื่องที่ผมว่าน่าคิดคือคำว่า 玉府 ซึ่งปรากฏทั้งใน 北游记 (玉府刘天君) และในแบบหนังสือของบรรพ 150 (玉府主帅刘天君) ส่วนบรรพ 56 ที่อธิบายกรมแกนดาวเหนือก็มีชื่อตำราว่า 上清玉府五雷大法玉枢灵文 นิยายจึงอาจหยิบตำแหน่งที่มีอยู่จริงในสายพิธีมาใช้ แต่ผมยังไม่มีหลักฐานชี้ขาด

รูปลักษณ์ของแม่ทัพหลิว

แม่ทัพหลิวเป็นหนึ่งในขุนพลที่คัมภีร์บรรยายรูปลักษณ์ละเอียดที่สุดในชุดนี้ และให้ภาพที่สอดคล้องกันในแก่น คือหน้าดำ ผมแดง เสื้อคลุมแดง เกราะทอง

  • รูปหนุ่ม (少阳) ตามบรรพ 147 และ 148: หน้าดำ สีหน้าโกรธ ผมแดงสยาย แส้ทอง เท้าเปล่า เหยียบกงล้อน้ำ ชูกงล้อไฟ มีรถเพลิงตามมา
  • รูปชรา (九阳) ตามบรรพ 147 และ 148: หน้าน้ำเงินดำ เขี้ยวสีคราม ผมทองหรือผมแดงชาดตามแต่ละบรรพ สวมหมวกพุ่งฟ้า ถือทวน เหยียบกงล้อไฟ มีรถเพลิงตามมา
  • ในภาพนิมิต (บรรพ 147): ปรากฏบนม้าดำในแสงแดงกลางเมฆดำ ณ ประตูสวรรค์
  • บริวาร: แม่ทัพหลี่ว์ (闾) หน้าสีน้ำ ชูกงล้อน้ำสองมือ แม่ทัพจาง (张) หน้าสีไฟ ชูกงล้อไฟสองมือ และแม่ทัพหนิงกับเริ่น (寗 任) มีเขี้ยวหมาป่า ถือขวานสายฟ้าและสว่าน
  • ภาพประกอบหัวบทความนี้: วาดตามรูปหนุ่ม คือผมแดง เสื้อคลุมแดง เกราะทอง ถือแส้ทองและกงล้อไฟ เหนือกงล้อน้ำ มีม้าดำและรถเพลิงอยู่ด้านหลัง เป็นภาพเชิงศิลป์ ไม่ใช่รูปเคารพของศาลเจ้าแห่งใด

ผมยังไม่พบรูปเคารพที่ระบุชื่อ 斗府枢灵刘元帅 ในศาลเจ้าแห่งใด ทั้งในจีน ไต้หวัน และเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ จึงยังเทียบความต่างตามท้องถิ่นไม่ได้

บทบาทในพิธีและการบูชา

วิชา 洞玄玉枢雷法 เป็นวิชาขอฝน ขอฟ้าเปิด และรักษาโรค ผมเล่าเพียงโครงตามที่ตีพิมพ์ในคัมภีร์ ไม่ถอดรูปยันต์หรือคำภาษาเวท

แท่นบูชาและการเรียกท่าน

แท่นบูชาในบรรพ 147 มีป้ายเทพสิบสามป้าย บนสุดคือ 洞玄教主 妙行真人 และเทพแห่งกรมหยกแกน ถัดมาคือผู้ครองวิชา 「主法都天元帅欻火律令邓天君」 ซึ่งคือจอมพลเติ้ง องค์ที่ 30 แล้วจึงเป็นจอมพลประธาน 「主帅三五九阳上将苍牙铁面刘天君」 ในวิชานี้ เทพเติ้งจึงอยู่เหนือเทพหลิว ส่วนเทพซินเป็นผู้ถ่ายทอด สามองค์นี้ตรงกับกลุ่มสามจอมพลแห่งกรมสายฟ้าในชุดของเรา ซึ่งมีจอมพลจาง องค์ที่ 1 อยู่ด้วย

ขั้นตอนเรียกแม่ทัพหลิว คัมภีร์ให้นึกเห็นเมฆดำที่ประตูสวรรค์ 「云内有一团红光,内一匹黑马」 คือในเมฆมีแสงแดงก้อนหนึ่ง ในแสงแดงมีม้าดำหนึ่งตัว บนม้าคือเทพหลิวในรูปหนุ่มหรือชรา จากนั้นดึงภาพนั้นเข้ามาผสมกับน้ำและไฟในกาย ลงไปที่ไต แล้วดันขึ้นตามแนวกระดูกสันหลังออกทางกระหม่อม เทพหลิวจึงปรากฏอยู่ข้างหน้า

บทสาบานของเทพ

บรรพ 147 มีบทสาบาน (誓章) ที่ให้เทพประกาศว่าจะไปทุกที่ที่ถูกส่ง เช่น 「遣吾入水府,直至海龙庭」 คือส่งเข้ากรมน้ำ จะไปถึงวังมังกรทะเล และ 「遣吾救大旱,霶霈雨淋淋」 คือส่งไปช่วยภัยแล้ง ฝนจะตกหนักชุ่มฉ่ำ บทสาบานยังบอกว่า 「壬癸吾降日」 คือวันเหรินและวันกุ่ยซึ่งเป็นวันธาตุน้ำ เป็นวันที่ท่านเสด็จลง และของบูชาคือ 「浄茶枣汤献,桃木香上焚」 คือชาใส น้ำพุทราจีน และธูปไม้ท้อ ของบูชาเรียบง่ายแบบนี้บอกอะไรหลายอย่าง เทพผู้ช่วยราษฎรไม่ได้ต้องการเครื่องเซ่นมากมาย

ขอฝน ขอฟ้าเปิด และการฝึกตน

ตอนส่งเทพไปทำงาน บรรพ 147 ให้สวดคาถาต่างกันตามจุดประสงค์ ขอฝนสวดคาถาไม้หลาง (木郎呪) ขอฟ้าเปิดสวดคาถากระดิ่งไฟ (火铃呪) จับสิ่งชั่วร้ายสวดคาถามหาอำนาจ (大威德呪) และมีการเผากระดาษเก้าวังตามทิศ ถ้าขอฟ้าเปิดให้เผาก่อนเรียกเทพ ถ้าขอฝนให้เผาหลังเรียกเทพ

บรรพ 148 มีวิธีฝึกตนท้ายบท ให้ฝึกนั่งรวมลมปราณที่ตำแหน่งเหนือสะดือ ให้น้ำขึ้นไฟลง สี่สิบเก้าวันแล้วเทพหลิวและเทพเติ้งจะคุ้มครองหน้าหลัง ครบแปดสิบเอ็ดวันจะสำเร็จเอง บรรพ 149 มีการใช้ยันต์ของวิชานี้รักษาโรค ช่วยคลอด และไล่สิ่งชั่วร้าย และบรรพ 150 มีขั้นตอนยื่นคำร้องต่อดาวเหนือที่ผมเล่าไว้ในหัวข้อความหมายของพระนาม ในขั้นตอนนั้น เทพหลิวคือผู้รอที่สะพานทองและนำผู้ประกอบพิธีไปพบเทพซิน ก่อนเข้าเฝ้าเทพดาวเหนือ

การบูชา

หลักฐานการบูชาที่ชัดที่สุดคือบันทึกในบรรพ 147 ว่าวิชาของท่านใช้ขอฝนสำเร็จที่เฉวียนโจวและเจี้ยนหนิงในต้นราชวงศ์หยวน และมีผู้สืบทอดหลายร้อยคน ส่วน 搜神大全 เล่าว่าชาวบ้านตั้งแท่นบูชาท่านขณะยังมีชีวิต และจักรพรรดิไปขอฝนที่ศาลของท่าน ฐานข้อมูลวัฒนธรรมเต๋า (道教文化中心资料库) นับท่านเป็นหนึ่งในห้าจอมพลแห่งกรมสายฟ้า (雷部五元帅) แต่ผมยังไม่พบศาลเจ้าปัจจุบันที่ระบุชื่อได้ว่าตั้งท่านเป็นองค์ประธาน ทั้งในจีน ไต้หวัน และไทย

ชื่อที่มักสับสน

เทพแซ่หลิวในกรมสายฟ้ามีหลายองค์และหลายชื่อ ผมแยกไว้ดังนี้

  • 刘天君 บิดาของเสวียนเทียนซั่งตี้ใน 北游记: ตอนต้นนิยาย《北游记》 มีเรื่องจักรพรรดิหยกอยากได้ต้นไม้วิเศษชื่อ 接天树 ในบ้านของเทพหลิวแห่ง "วังซวิ่นทิศใต้ นอกฟ้าชั้นที่เก้า" ขอไม่ได้ จึงแบ่งดวงจิตลงไปเกิดเป็นบุตรของเทพหลิวกับเจ้าหญิงหงเหลียน ชื่อหลิวฉางเซิง ซึ่งต่อมาบำเพ็ญจนกลายเป็นเสวียนเทียนซั่งตี้ เทพหลิวองค์นี้ไม่มีชื่อตัวและไม่มีหน้าที่ด้านสายฟ้า จึงเป็นคนละองค์กับ 刘后 หรือ 刘俊 ที่ได้เป็นขุนพลของเสวียนเทียนซั่งตี้ในภายหลัง
  • 镇灵昭赞使刘元帅: หนึ่งในสิบจอมพลแห่งตงเยว่ใน《东岳大生宝忏》 ซึ่งผมเล่าไว้ในบทของแม่ทัพหยาง องค์ที่ 27 และจอมพลเวิน องค์ที่ 12 บันทึก《梦粱录》ว่าขุนพลแซ่หลิวในกลุ่มนี้ได้ยศ 显佑侯 บทความออนไลน์บางแห่งบอกว่าคือ 刘后 แต่คัมภีร์ไม่ได้บอก ผมจึงถือว่ายังเป็นคนละสายกับเทพหลิวหน้าเหล็ก
  • 刘通 ในวรรค 庞刘苟毕: 道法会元 หลายบรรพเรียงชื่อ 庞灵 刘通 苟 毕 ไว้ด้วยกัน ตรงกับวรรค 「庞刘苟毕神通大」 ใน 雷霆总诰 ผมเล่าเรื่องนี้ไว้ในบทของแม่ทัพผาง องค์ที่ 24 ร่วมกับจอมพลโก่ว องค์ที่ 16 และจอมพลปี้ องค์ที่ 33 แต่ 雷霆总诰 เอ่ยถึง 苍牙铁面刘天君 แยกไว้อีกวรรคหนึ่ง จึงเป็นไปได้ว่าเป็นคนละองค์
  • 刘明 ใน 清微元降大法: คัมภีร์สายชิงเวยมี 「九斗阳芒流金火铃将军刘明」 อยู่ในลำดับถัดจากเทพเติ้ง เทพซิน และเทพจางผู้ว่องไว คล้ายตำแหน่งของเทพหลิวในวิชา 洞玄 มาก และคำว่า 九斗 ก็เกี่ยวกับดาวเหนือ แต่คัมภีร์ไม่ได้บอกว่า 刘明 คือเทพหลิวหน้าเหล็ก กลุ่มขุนพลกระดิ่งไฟทองหลอมนี้เกี่ยวกับจอมพลซ่ง องค์ที่ 25 มากกว่า
  • 刘甫 และ 刘吉: ชื่อใน 封神演义 และในรายชื่อ 36 ขุนพลของสมาคมเต๋าแห่งประเทศจีน ไม่มีแหล่งใดอธิบายว่าทำไมชื่อจึงต่างกัน
  • 刘圣者: รายชื่อขุนพลที่เผยแพร่ในไต้หวันมี 刘圣者 ขี่สิงโต แต่ไม่มีหลักฐานว่าเป็นองค์เดียวกัน

มุมมองของผมต่อแม่ทัพหลิว

ผมนับถือองค์จิ่วเทียนอิ้งหยวนเหลยเซิงผู่ฮว่าเทียนจุน ซึ่งคัมภีร์ประจำพระองค์คือคัมภีร์อวี้ซูหรือคัมภีร์หยกแกน พอเห็นว่าแม่ทัพหลิวสังกัดกรมหยกแกน และมีหน้าที่ดูแลแกนแห่งดาวเหนือ ผมก็รู้สึกว่าท่านเป็นขุนพลที่ใกล้กับศูนย์กลางของกรมสายฟ้ามากองค์หนึ่ง ไม่ได้ออกรบอย่างเดียว แต่เป็นผู้นำทางคำร้องของคนไปถึงฟ้า

ในฐานะคนที่เรียนยันต์อสุนีบาต ผมสะดุดกับสองเรื่อง เรื่องแรกคือบุตรสาวสกุลหม่าที่ขอฝนสำเร็จแล้วไม่รับของตอบแทน เพราะตั้งใจช่วยคน เรื่องที่สองคือบันทึกท้ายบรรพ 147 ที่ว่าท่านเวิงเลือกถ่ายทอดวิชาเฉพาะคนที่นิสัยบริสุทธิ์รอบคอบ ผมมองว่านี่คือหัวใจของวิชาสายนี้ ฤทธิ์ของเทพไม่ได้อยู่ที่คาถาอย่างเดียว แต่อยู่ที่ใจของคนที่ขอด้วย และบันทึกเองก็ปิดท้ายว่าการขอให้ได้ผลนั้นขึ้นอยู่กับการฝึกตนของแต่ละคนครับ

คำถามที่พบบ่อย

斗府枢灵刘元帅 คือใคร

คือเทพสายฟ้าที่คัมภีร์เรียกว่า 苍牙铁面刘天君 เป็นจอมพลประธานของวิชาสายฟ้า 洞玄玉枢雷法 ใน《道法会元》บรรพ 147 ถึง 150 มีหน้าที่ถืออำนาจสายฟ้า ลม และฝน ดูแลสองแท่นแห่งแกนดาว อารักขาเสด็จของจักรพรรดิสวรรค์ และช่วยทุกข์ของราษฎร พระนามของท่านอยู่ในบทสวด《雷霆总诰》ด้วย

ทำไมแม่ทัพหลิวจึงมีสองรูป

《道法会元》บรรพ 148 อธิบายว่ามีสายฟ้าสองชนิด สายฟ้าหยางคืนที่เริ่มจากหยางเส้นแรกในวันเหมายัน มีเทพหยางอ่อนรูปหนุ่มเป็นประธาน ถือแส้ทองเหยียบกงล้อน้ำ ส่วนสายฟ้าต้นฟ้าที่หยางบริบูรณ์ มีเทพหยางเก้ารูปชราเป็นประธาน ถือทวนเหยียบกงล้อไฟ และไป๋อวี้ฉานยืนยันว่าทั้งสองรูปเป็นองค์เดียวกัน

ไป๋อวี้ฉานได้วิชาของแม่ทัพหลิวมาอย่างไร

《道法会元》บรรพ 147 เล่าว่าไป๋อวี้ฉานพบชายเสื้อขาดในแดนกว่างหนาน ค้างคืนด้วยกันที่โรงเตี๊ยมข้างวัดต้าฉือ ชายนั้นเผยตัวว่าเป็นเทพซินแห่งกรมสายฟ้า แล้วเคาะโต๊ะสามครั้ง แม่ทัพหลิวก็ปรากฏตัว เทพซินจึงมอบวิชา 洞玄玉枢雷法 ให้ ต่อมาศิษย์รุ่นหลังใช้วิชานี้ขอฝนที่เฉวียนโจวในปี ค.ศ. 1281

斗府枢灵 แปลว่าอะไร

斗府 แปลว่าจวนแห่งดาวเหนือ 枢灵 แปลว่าผู้ศักดิ์สิทธิ์แห่งแกน วลีนี้ครบรูปพบเฉพาะในทำเนียบยุคหลัง แต่《道法会元》บรรพ 56 บอกว่ากรมหยกแกนเรียกอีกชื่อว่ากรมแกนดาวเหนือ และบรรพ 147 ให้ตำแหน่งท่านว่าผู้ควบคุมสองแท่นแห่งแกนดาว ผมจึงตีความว่าหมายถึงเทพผู้ศักดิ์สิทธิ์แห่งกรมแกนดาวเหนือ

ชื่อตัวของแม่ทัพหลิวคืออะไร

แต่ละแหล่งให้ชื่อต่างกัน คัมภีร์《道法会元》บรรพ 148 ใช้ 刘矩《搜神大全》ใช้ 刘后《封神演义》ใช้ 刘甫《北游记》ใช้ทั้ง 刘后 และ 刘俊 และรายชื่อของสมาคมเต๋าแห่งประเทศจีนใช้ 刘吉 ชื่อที่ใช้ในคัมภีร์พิธีของสายนี้คือ 刘矩

บทสรุป

斗府枢灵刘元帅 คือเทพหลิวหน้าเหล็กเขี้ยวคราม จอมพลประธานของวิชาสายฟ้า 洞玄玉枢雷法 ใน《道法会元》บรรพ 147 ถึง 150 ซึ่งให้ทั้งตำแหน่ง รูปลักษณ์สองรูป ภาพนิมิตบนม้าดำ บทสาบาน และบันทึกการสืบทอดจากไป๋อวี้ฉานถึงการขอฝนที่ฝูเจี้ยนในต้นราชวงศ์หยวน งานวิชาการยืนยันว่าเป็นวิชาท้องถิ่นของฝูเจี้ยนที่ต่อมาผสมกับสายชิงเวย พระนามของท่านอยู่ในบทสวด《雷霆总诰》 ส่วน《搜神大全》เล่าตำนาน 刘后 ผู้เรียกลมฝนได้ เรื่องที่ยังสรุปไม่ได้คือเหตุที่ชื่อตัวไม่ตรงกันเลย ความหมายแท้ของคำนำหน้า 斗府枢灵 ความเกี่ยวข้องกับ 刘通 刘明 และจอมพลหลิวแห่งตงเยว่ และศาลเจ้าปัจจุบันที่ตั้งท่านเป็นองค์ประธาน ซึ่งผมยังหาแหล่งยืนยันไม่ได้ครับ

แหล่งข้อมูลและอ่านเพิ่มเติม

เทพเจ้าสายฟ้า 36 พระองค์

องค์ที่ 28 จาก 36 พระองค์

บทความชุดนี้เล่าเทพเจ้าสายฟ้าทีละพระองค์ตามลำดับรายพระนาม อ่านภาพรวมของกรมสายฟ้า (雷部) และองค์มหาเทพผู้บัญชาการได้ที่บทความแม่ของชุด

อ่านภาพรวมกรมสายฟ้า →
ดูรายพระนามเทพเจ้าสายฟ้าทั้ง 36 พระองค์

เกี่ยวกับผู้เขียน

ธนินพงษ์ ศุภพิทักษ์พงษ์ (MingPaPa)
黄炳明 - MingPaPa

เขียนโดย

ชื่อจีน 黄炳明 (แต้จิ๋ว อึ้งเป๋งเม้ง / จีนกลาง หวงปิ่งหมิง)

นักธุรกิจโรงพิมพ์ ครูศิลปะการต่อสู้ และผู้ถ่ายทอดวัฒนธรรมจีน ศาสนา และความเชื่อ

ประสบการณ์ที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้: ผู้เขียนศึกษาอภิปรัชญาจีน นับถือองค์จิ่วเทียนอิ้งหยวนเหลยเซิงผู่ฮว่าเทียนจุนเป็นปรมาจารย์สูงสุดพระองค์หนึ่ง และได้เรียนวิชายันต์อสุนีบาตสาย 玄皇教 ตั้งแต่ยันต์ 5 อสุนีบาตในเล่ม 1 ถึงยันต์สายฟ้ากลางฝ่ามือในเล่ม 3 บทความนี้เรียบเรียงจากคัมภีร์ 道法会元 บรรพ 56 และ 147 ถึง 150 法海遗珠 บรรพ 31 บทสวด 雷霆总诰 三教源流搜神大全 บรรพ 4 清微元降大法 นิยาย 北游记 และ 封神演义 ตอนที่ 99 กับบทคัดย่องานวิชาการของ 酒井规史 ที่ผู้เขียนเปิดอ่านตัวบทจริง

ประวัติการแก้ไข

  • — เผยแพร่ครั้งแรก

พบข้อมูลคลาดเคลื่อน แจ้งได้ที่หน้าติดต่อ และอ่านวิธีตรวจสอบกับแก้ไขข้อผิดพลาดได้ที่นโยบายบรรณาธิการ

บทความที่เกี่ยวข้อง

ดูบทความทั้งหมดในหมวดเต๋า คัมภีร์และพิธีกรรม