คนที่เคยเข้าอารามเต๋าคงจำเทพหน้าแดงที่ยืนถือแส้ทองอยู่หน้าประตูได้ ท่านคือหวังหลิงกวน ซึ่งผมเล่าตำนานการกลับใจ วันสมโภช และวิธีไหว้ไว้แล้วในบทความหวังหลิงกวน (王灵官) เทพธรรมบาลผู้เฝ้าประตูวัดเต๋า บทนี้ผมขอพาไปดูอีกด้านหนึ่งของท่านที่คนไม่ค่อยพูดถึง คือในฐานะขุนพลแห่งกรมสายฟ้า ภายใต้พระนามเต็มว่า 豁落灵官王天君 (แต้จิ๋ว หักโละเล้งกัว อ๋องทีกุง / จีนกลาง ฮั่วลั่วหลิงกวาน หวังเทียนจวิน — เทียนจวินแซ่หวัง หลิงกวานแห่งฮั่วลั่ว) ในคัมภีร์ชั้นต้นท่านไม่ได้เป็นแค่ผู้เฝ้าประตู แต่เป็น "เทพฟ้าร้องหน้าเหล็ก" ที่ขับรถเพลิงไปจับผี สอบสวนผี และนำวิญญาณผู้ตาย โดยมีคัมภีร์ของตัวเองถึงสามบรรพครับ
豁落灵官王天君 หรือหวังหลิงกวน ในฐานะเทพเจ้าสายฟ้า คือขุนพลผู้ตรวจจับและลงโทษ (纠罚) แห่งกรมสายฟ้าและกรมไฟ มีคัมภีร์เฉพาะใน《道法会元》บรรพ 241 ถึง 243 ซึ่งยกซ่าโส่วเจียนเป็นปรมาจารย์ และเรียกท่านว่า 雷霆都天豁落三五火车紏罚灵官铁面雷公 คัมภีร์บรรยายว่าท่านหน้าแดง ผมเคราแดง ตาไฟสองดวง ถือแส้กับรถเพลิงหรือเชือก ใช้ในพิธีจับผี สอบสวนผี และเรียกวิญญาณ และมีพระนามในบทสวด《雷霆总诰》ว่า 灵官王马二元帅
ข้อมูลสำคัญของหวังหลิงกวนในกรมสายฟ้า
| หัวข้อ | รายละเอียด |
|---|---|
| พระนามเต็ม | 豁落灵官王天君 (Huòluò Língguān Wáng Tiānjūn) |
| อ่านแบบจีนกลาง | ฮั่วลั่วหลิงกวาน หวังเทียนจวิน |
| อ่านแบบแต้จิ๋ว (สำเนียงเท่งไฮ้) | หักโละเล้งกัว อ๋องทีกุง — ถอดจากพินอินแต้จิ๋ว hag4 loh8 lêng5 guan1 uang5 tin1 gung1 ในพจนานุกรม Mogher จึงเป็นเสียงโดยประมาณ (เมื่อใช้เป็นแซ่ Mogher ให้อักษร 王 อ่านว่า hêng5 ใกล้ "เฮ้ง") |
| ชื่อตัวและพระนามอื่น | ชื่อในคัมภีร์ 道法会元 คือ 王善 (หวังซ่าน) ส่วน 搜神大全 และ 北游记 ใช้ชื่อ 王恶 (หวังเอ่อ) ราชสำนักหมิงถวายพระนาม 隆恩真君 (แต้จิ๋ว ล้งเอ็งจิงกุง / จีนกลาง หลงเอินเจินจวิน) และ《明史》เรียก 玉枢火府天将 |
| สังกัด | กรมสายฟ้าและกรมไฟ ในวิชาสายซ่าโส่วเจียน (萨守坚) ปรมาจารย์วิชาอัสนีสมัยซ่ง |
| ตำแหน่ง | 灵官 (แต้จิ๋ว เล้งกัว / จีนกลาง หลิงกวาน — ขุนนางเทพผู้ศักดิ์สิทธิ์) ผู้ตรวจจับและลงโทษ และ 天将 (แต้จิ๋ว ทีเจี่ยง / จีนกลาง เทียนเจี้ยง — แม่ทัพสวรรค์) |
| หน้าที่ | จับผีและภูต สอบสวนผีโดยให้ประทับร่างเด็ก ตั้งคุกขังผี เรียกวิญญาณผู้ตาย ช่วยการคลอด และตามบทสรรเสริญสมัยหลังคือ "บัญชาฟ้าร้อง ให้ฝนตกและฟ้าเปิด" |
| ของถือ / พาหนะ | บรรพ 241 มือซ้ายถือรถเพลิง (火车) มือขวาถือแส้ทอง บรรพ 242 ถือเชือกกับแส้เหล็ก สะพายถุงหนังเสือ บรรพ 243 มือซ้ายทำท่าอัสนี มือขวาถือแส้ทอง เอวพันเชือกมังกร ส่วนภาพสมัยหลังให้เหยียบกงล้อไฟ |
| รูปลักษณ์ตามคัมภีร์ | หน้าแดง ผมและหนวดแดง ดวงตาสองดวงเป็นตาไฟหรือตาเสือ โพกผ้าเหลือง เกราะทอง เสื้อคลุมแดง รองเท้าบูทเขียว มีแถบผ้าลม รูปเคารพสมัยหลังจึงเพิ่มตาที่สาม |
| วันสมโภช | ไม่มีวันเดียวที่ยืนยันได้ อยู่ในเดือน 6 แต่วันต่างกันตามสำนัก เช่นวันที่ 6, 13, 15, 16, 23 หรือ 24 อารามหว่องไท่ซินในฮ่องกงจัดวันที่ 23 เดือน 6 |
| ปรากฏในคัมภีร์ | 道法会元 บรรพ 241, 242, 243 (คัมภีร์ของท่าน), บรรพ 221 (ในกลุ่มหกจอมพล), บรรพ 1 (เทพดุร้ายไร้นามที่ติดตามซ่าโส่วเจียน) · 雷霆总诰 (灵官王马二元帅) · 搜神大全 卷四 (王元帅) · 北游记 (祖师河南收王恶) · 明史 卷50 · ไม่อยู่ใน 封神演义 (王天君 ในนิยายเป็นอีกองค์หนึ่ง) |
เทพเจ้าสายฟ้า 36 พระองค์ กับกรมสายฟ้าแห่งสวรรค์
ในคติความเชื่อของลัทธิเต๋า เทพเจ้าสายฟ้าทั้ง 36 พระองค์ (三十六雷将 — แต้จิ๋ว ซาจั๊กลั้กลุ่ยเจี่ยง / จีนกลาง ซานสือลิ่วเหลยเจี้ยง) ทรงสังกัดอยู่ใน ทบวงสายฟ้าสวรรค์ หรือ กรมสายฟ้า (雷部 — แต้จิ๋ว ลุ่ยโป่ว / จีนกลาง เหลยปู้) ภายใต้การบังคับบัญชาสูงสุดขององค์พระมหาจักรพรรดิสายฟ้า “จิ่วเทียนอิ้งหยวนเหลยเซิงผู่ฮว่าเทียนจุน” (九天应元雷声普化天尊 — แต้จิ๋ว เก้าทีเอ่งง้วนลุ่ยเส็งพู้ฮ่วยทีจุง / จีนกลาง จิ่วเทียนอิ้งหยวนเหลยเซิงผู่ฮว่าเทียนจุน) ซึ่งนับเป็นกองทัพเทพฝ่ายบู๊ที่มีอิทธิฤทธิ์และอำนาจการปกครองเข้มงวดที่สุดในระบบสวรรค์ โดยมีความเชื่อร่วมกันว่า พลังอัสนีบาตคือตัวแทนของพลังหยางอันบริสุทธิ์และกฎสวรรค์อันเที่ยงธรรม มีหน้าที่พิทักษ์ระเบียบแห่งจักรวาล ควบคุมดินฟ้าอากาศ ขจัดสิ่งชั่วร้าย ปราบปรามภูตผี และลงทัณฑ์ผู้ละเมิดศีลธรรม ผู้คนจึงให้ความเคารพนับถือเพื่อพึ่งพาอานุภาพอันเด็ดขาดในการขับไล่พลังงานด้านลบ ล้างอาถรรพ์อัปมงคล คุ้มครองความปลอดภัย และอำนวยพรให้ชีวิตแคล้วคลาดสงบสุขครับ
ส่วนตัวผม ธนินพงษ์ ศุภพิทักษ์พงษ์ (MingPaPa) ศึกษาอภิปรัชญาจีนมานาน และนับถือองค์พระมหาจักรพรรดิสายฟ้า จิ่วเทียนอิ้งหยวนเหลยเซิงผู่ฮว่าเทียนจุน เป็นปรมาจารย์สูงสุดพระองค์หนึ่งในใจ องค์ท่านคือเจ้าของคัมภีร์แก่นหยก ที่ผมเคยเล่าไว้แล้ว ผมยังได้มีโอกาสเรียนวิชายันต์อสุนีบาตของนิกาย 玄皇教 (แต้จิ๋ว เฮี่ยงอ่วงก่า / จีนกลาง เสวียนหวงเจี้ยว) ซึ่งไล่ลำดับจากยันต์พื้นฐานไปถึงยันต์ชั้นสูง ยันต์ในสายอสุนีบาตที่ผมได้เรียนมีดังนี้
1. ยันต์ 5 อสุนีบาต (五雷符 — แต้จิ๋ว โหงวลุ่ยฮู้ / จีนกลาง หวู่เหลยฝู)
อยู่ในเนื้อหาระดับพื้นฐาน (เล่ม 1) เป็นยันต์ที่ใช้เทวานุภาพของเทพแห่งสายฟ้าทั้ง 5 ทิศ พุทธคุณเน้นด้านการคุ้มครอง ขับไล่สิ่งอัปมงคล ป้องกันลมเพลมพัด แก้ฮวงจุ้ย และล้างอาถรรพ์ เป็นยันต์ครอบจักรวาลที่คนนิยมพกติดตัวครับ
2. ยันต์สายฟ้ากลางฝ่ามือ (掌心雷符 — แต้จิ๋ว เจี้ยซิงลุ่ยฮู้ / จีนกลาง จั่งซินเหลยฝู)
วิชานี้มักอยู่ในระดับสูง (เล่ม 3) เป็นวิชายันต์ที่ต้องผสานการเดินลมปราณ การร่ายคาถา และการเขียนอักขระยันต์ลงบนฝ่ามือ (หรือกระดาษในระดับสูง) เพื่อดึงพลังหยางแห่งสายฟ้ามาใช้ปราบปรามภูตผีร้ายแรง หรือทำน้ำมนต์เพื่อขับเสนียดจัญไร
3. ยันต์ 5 อสุนีพิฆาต / อสุนีบาตกำราบมาร (五雷斩鬼符 / 五雷镇鬼符 — แต้จิ๋ว โหงวลุ่ยจั้งกุ้ยฮู้ / จีนกลาง หวู่เหลยจ่านกุ่ยฝู)
เป็นการต่อยอดจากยันต์ 5 อสุนีบาตในเล่มแรก แต่เปลี่ยนจุดประสงค์จากการ "คุ้มครอง" เป็นการ "โจมตีและทำลาย" พลังงานลบ อาถรรพ์ หรือวิญญาณร้ายโดยตรง จะมีอักขระโองการ (เช่น 急急如律令 — แต้จิ๋ว กิกกิกหยู่ลุกเหล่ง / จีนกลาง จี๋จี๋หรูลวี่ลิ่ง) และสัญลักษณ์ของขุนพลสายฟ้าที่ซับซ้อนขึ้น
4. ยันต์มหาเทพสายฟ้าสวรรค์ชั้น 9 (九天应元雷声普化天尊符)
เป็นยันต์ขั้นสูงที่อัญเชิญบารมีของพระมหาจักรพรรดิสายฟ้า ผู้เป็นองค์ประมุขสูงสุดของกรมอัสนีบาต (เจ้านายของ 36 ขุนพลสายฟ้า) ใช้ในพิธีกรรมใหญ่เพื่อบัญชาการฟ้าดินและขจัดเคราะห์หนัก
รายนามทั้ง 36 พระองค์ในชุดนี้มาจากไหน
ผมจึงตั้งใจทำบทความชุดนี้ขึ้นเป็น Reference ให้กับผู้ที่สนใจศาสนาเต๋า และเรื่องราวของมหาเทพสายฟ้ากับเทพสายฟ้าทั้ง 36 พระองค์ รายนามในชุดนี้เรียบเรียงโดยเทียบกับขุนพลที่ปรากฏในคัมภีร์พิธีกรรมสายฟ้า (雷法 — แต้จิ๋ว ลุ่ยฮวก / จีนกลาง เหลยฝ่า) ซึ่งอยู่ในหมวดเจิ้งอี (正一部 — แต้จิ๋ว เจ่งอิกโป่ว / จีนกลาง เจิ้งอีปู้) ของสารบบคัมภีร์เต๋า โดยเฉพาะ 《道法会元》 (แต้จิ๋ว เต่าฮวกโห่ยง้วน / จีนกลาง เต้าฝ่าฮุ่ยหยวน) คัมภีร์รวมวิชาเต๋า 268 บรรพ และบทสรรเสริญชุมนุมขุนพลสายฟ้า 《雷霆总诰》 (แต้จิ๋ว ลุ่ยเท่งจ้งก่าว / จีนกลาง เหลยถิงจ่งเก้า) ที่บันทึกอยู่ในบทสวดเช้าเย็นประจำวันของสำนักเจิ้งอีแห่งเขาหลงหู่ (龙虎山正一日诵早晚课)
ต้องออกตัวไว้ก่อนว่า รายชื่ออาจจะไม่ได้ตรงกับสำนักใดสำนักหนึ่ง 100% เพราะแต่ละสายพิธีเลือกองค์และจัดลำดับต่างกัน บางพระองค์มีคัมภีร์ของตัวเองยาวหลายบรรพ บางพระองค์มีชื่ออยู่ในบทสรรเสริญ และบางพระองค์พบเพียงในรายพระนามขุนพล 36 พระองค์ที่สืบกันในสายพิธียุคหลัง ผมจึงบอกไว้ตรง ๆ ในแต่ละบทว่าองค์นั้นปรากฏในคัมภีร์ใด บรรพไหน แต่ทั้งหมดนี้คือเทพสายฟ้า 36 พระองค์ที่ยอมรับเป็น Reference ในการทำความรู้จักและเคารพได้ครับ
ความหมายของพระนาม 豁落灵官王天君 ทีละคำ
พระนามในทำเนียบนี้มีเจ็ดตัวอักษร คำที่คนอ่านแล้วงงที่สุดคือสองตัวแรก ผมจึงขอเริ่มจากคำนี้ และบอกไว้ก่อนว่าบางคำคัมภีร์ไม่ได้อธิบายไว้ตรง ๆ
豁落 (ฮั่วลั่ว) ในคัมภีร์ประจำพระองค์ใช้คำนี้เรียกท่านหลายครั้ง เช่นบทเรียกในบรรพ 242 ขึ้นต้นว่า 「神威豁落,金甲黄巾」 และบรรพ 241 มีวรรค 「急召豁落将」 คือ "เรียกขุนพลฮั่วลั่วมาโดยเร็ว" แต่ไม่มีบรรพใดนิยามคำนี้ไว้ ต้องบอกตามตรงว่าผมยังหาคำนิยามที่ใช้กับท่านโดยตรงไม่พบ
สิ่งที่พบคือใน《道法会元》คำนี้มีความหมายเฉพาะในพิธีกรรมอยู่สองทาง ทางแรกเป็นชื่อท่าเดินก้าวดาว เรียกว่า 豁落斗 บรรพ 14 บรรยายวิธีเดินว่า 「戴九履一,左三右七,二四为肩,六八为足,吾居中宫」 คือเดินตามผังเก้าช่อง และบรรพ 250 จัดให้เป็นท่าที่เก้าในท่าก้าวดาวเก้าแบบ พร้อมหมายเหตุว่า 「豁落乃奏鬼神隐遁用之」 ใช้ในยามทูลเรื่องเกี่ยวกับภูตผีหรือยามต้องซ่อนตัว ทางที่สองเป็นชื่ออานุภาพหรือยันต์ที่คู่กับ "กระดิ่งไฟ" คาถาในบรรพ 157 กล่าวว่า 「左佩豁落,右带火铃」 ซ้ายคาดฮั่วลั่ว ขวาถือกระดิ่งไฟ และบรรพ 175 อธิบายคู่ของ 豁落七元 กับ 流金火铃 ว่าเป็นฝ่ายหยินกับฝ่ายหยาง
คัมภีร์สมัยหมิงที่งานวิจัยของ 黄永锋 กับ 陈弘毅 ยกมายังใช้คำนี้เป็นคำกริยาว่า 「豁落飞走乾坤」 บรรยายท่านพุ่งทะยานไปทั่วฟ้าดิน ผมจึงเข้าใจว่า 豁落 เป็นศัพท์พิธีกรรมที่ผูกกับการก้าวดาวและพลังที่พุ่งไปได้ไม่มีอะไรขวาง แต่นี่เป็นการอ่านของผมจากบริบท ไม่ใช่นิยามที่คัมภีร์เขียนไว้ ส่วนคำคู่ 流金火铃 ก็ไปปรากฏเป็นสร้อยพระนามของจอมพลซ่ง 流金火铃宋元帅 (องค์ที่ 25) ในชุดนี้ด้วย
灵官 (หลิงกวาน) คือตำแหน่งขุนนางเทพผู้ศักดิ์สิทธิ์ ใน《道法会元》บรรพ 229 ซึ่งเป็นวิชาของสามหลิงกวาน คัมภีร์อธิบายคำนี้ว่า 「灵者,本群辉之始,官者,冠自己之神」 "หลิงคือต้นกำเนิดของรัศมีทั้งปวง กวานคือเทพที่เป็นยอดของตัวเราเอง" คำนี้จึงไม่ใช่ชื่อเฉพาะของหวังหลิงกวนองค์เดียว คัมภีร์ชุดเดียวกันมีหลิงกวานอีกสามองค์ คือจอมพลเฉิน 正一箓官陈元帅 (องค์ที่ 4) จอมพลหม่า 正一灵官马元帅 (องค์ที่ 5) และจอมพลจู 火犀雷府朱元帅 (องค์ที่ 8)
王 (หวัง) คือแซ่ ชื่อตัวในคัมภีร์ 道法会元 คือ 善 แปลว่าดี ขณะที่ตำนานในหนังสือสมัยหมิงใช้ชื่อ 恶 แปลว่าร้าย สองชื่อที่ตรงข้ามกันนี้คือแก่นของตำนานการกลับใจที่ผมเล่าไว้ในบทความหวังหลิงกวนแล้ว
天君 (เทียนจวิน) แปลว่าเจ้าแห่งสวรรค์ แต่ในคัมภีร์ชั้นต้นเรียกท่านว่า 元帅 (จอมพล) เป็นหลัก ส่วนงานเขียนสมัยหยวนและหมิงเรียกว่า 天将 แม่ทัพสวรรค์
นอกจากเจ็ดตัวอักษรนี้ พระนามเต็มในบรรพ 241 ยังมีคำที่บอกงานได้ชัดกว่า คือ 三五火车 (แต้จิ๋ว ซาโหงวฮ้วยเชีย / จีนกลาง ซานอู่หั่วเชอ — รถเพลิงสามห้า) 紏罚 (แต้จิ๋ว กิ่วฮวัก / จีนกลาง จิวฝา — ตรวจจับและลงโทษ) และ 铁面雷公 (แต้จิ๋ว ถิหมิ่งลุ่ยกง / จีนกลาง เถี่ยเมี่ยนเหลยกง — เทพฟ้าร้องหน้าเหล็ก) ส่วนบรรพ 242 มีคำว่า 赤心忠良 (แต้จิ๋ว เชียะซิงตงเลี้ยง / จีนกลาง ชื่อซินจงเหลียง — ใจแดงจงรักภักดี) ซึ่งตำนานภายหลังเล่าว่าเป็นอักษรบนตราทองที่เง็กเซียนฮ่องเต้พระราชทาน
คำว่า 三五 กับ 火车 ไม่ได้เป็นของท่านองค์เดียว คาถาขอฟ้าเปิดที่พบในหลายบรรพขึ้นต้นว่า 「火车火车,雷令之家。三五为帅」 และขุนพลรถเพลิงของวิชาเส้าหยางในบรรพ 122 ก็ชื่อ 三五铁面邵阳雷公火车大将军 ผมจึงเข้าใจว่าเป็นศัพท์ร่วมของวิชาอัสนี ส่วนความหมายตรงตัวของ 三五 ผมยังไม่พบคำอธิบายในคัมภีร์
หวังหลิงกวนในกรมสายฟ้า
ในบทสวด《雷霆总诰》ของสำนักเจิ้งอีเขาหลงหู่ ท่านปรากฏในวรรค 「灵官王马二元帅」 คู่กับจอมพลหม่า ต่อจากวรรค 「温康岳孟显威灵」 และก่อนวรรค 「地司太岁殷将军。火犀雷府朱元帅」 ซึ่งหมายถึงจอมพลอิน 都雷太岁殷元帅 (องค์ที่ 7) กับจอมพลจูองค์ที่ 8 นี่คือหลักฐานชั้นบทสวดประจำวันที่วางท่านไว้ในกองทัพสายฟ้าอย่างชัดเจน ใครอยากเห็นภาพรวมของกรมสายฟ้าทั้งกรม อ่านต่อได้ที่บทความเทพสายฟ้าแห่งลัทธิเต๋าและโครงสร้างกรมสายฟ้า
《道法会元》บรรพ 221 ซึ่งเป็นคัมภีร์รักษาโรคของสายเสินเซียว มีขั้นตอนเรียกจอมพลหกองค์พร้อมกันเพื่อขับสิ่งร้ายออกจากบ้านผู้ป่วย คือ 正一风火灵官马元帅 正一龙虎玄坛赵元帅 地司太岁尊神殷元帅 地祇昭武上将温元帅 朗灵馘魔关元帅 และ 「三五铁面豁落猛吏灵官王元帅」 กลุ่มนี้ตรงกับจอมพลจ้าว (องค์ที่ 11) จอมพลเวิน (องค์ที่ 12) และจอมพลกวาน (องค์ที่ 6) ในชุดนี้ด้วย
กองทัพของท่านเองในบรรพ 241 ใหญ่มาก แม่ทัพรองซ้ายคือ 轰天霹雳陈元帅 ชื่อเฉินเวย (陈威) แม่ทัพรองขวาคือ 金鞭考鬼丘元帅 ชื่อชิวเซียน (丘先) มีขุนนางเขี้ยวเงินปากหงส์ 「三千人」 ทหารหัวเสือ 「百万众」 จอมพลปี้ผู้คุมวิญญาณ แปดขุนพลผู้จับ มัด ใส่ขื่อ เฆี่ยน ตัด เผา แช่แข็ง และทับ กับทหารยักษ์ (夜叉)เหาะได้อีก 「三十万众」 ในยันต์ประจำองค์ยังมีรายชื่อดาวยี่สิบแปดกลุ่ม อัสนีป่าเถื่อนห้าทิศ เทพฟ้าร้องสี่ฤดู และชื่อ 邓伯温 กับ 辛汉臣 คือจอมพลเติ้ง (องค์ที่ 30)และจอมพลซิน (องค์ที่ 2) อยู่ด้วย แปลว่าเวลาเรียกท่าน ผู้ประกอบพิธีเรียกทั้งกรมสายฟ้ามาเป็นกำลังเสริม
หลักฐานนอกคัมภีร์ที่ผมชอบเป็นพิเศษคือบันทึกของนักพรตหลี่เยว่หยาง (李月阳) ปี ค.ศ. 1305 ที่งานวิจัยของ 黄永锋 กับ 陈弘毅 ยกมา บันทึกเล่าว่าที่แท่นอัสนีชื่อ 先天济生雷坛 เทพที่ลงชื่อว่า 「九天神威天枢豁落王元帅善」 ได้ลงเขียนคำตอบสี่สิบสี่คำ ผู้บันทึกอธิบายว่า 「天将者,乃天帝之指使也」 แม่ทัพสวรรค์คือผู้รับใช้คำสั่งของจักรพรรดิสวรรค์ ผู้วิจัยชี้ว่าถึงตอนนี้ท่านยังคงฐานะขุนพลอัสนีไว้ แต่ไม่ได้ผูกกับซ่าโส่วเจียนแล้ว
แม้แต่บทสรรเสริญ《王灵官宝诰》ที่สวดกันในปัจจุบัน ก็ยังจำท่านในฐานะเทพสายฟ้า บทนี้เรียกท่านว่า 「金睛朱发,号三五火车雷公」 บอกว่าท่าน 「统百万貔貅神将」 ซึ่งตรงกับทหารหนึ่งล้านในบรรพ 241 และสรุปงานว่า 「号令雷霆。降雨开晴,驱邪治病」 บัญชาฟ้าร้อง ให้ฝนตกและฟ้าเปิด ขับสิ่งร้าย รักษาโรค ก่อนจบด้วยคำว่า 「豁落猛吏,三五火车」
ที่มาของหวังหลิงกวนในสายวิชาอัสนี
ตำนานกลับใจของหวังหลิงกวนฉบับที่คนรู้จัก ผมเล่าไว้แล้วในบทความหลัก ตรงนี้ผมขอไล่เฉพาะชั้นของหลักฐาน ว่าเรื่องของท่านในสายวิชาอัสนีค่อย ๆ ก่อตัวอย่างไร
เทพไร้นามในคำสอนเรื่องศีล
หลักฐานเก่าที่สุดอยู่ใน 道法九要 ที่พิมพ์ไว้ใน《道法会元》บรรพ 1 ในบทว่าด้วยการถือศีล ผู้เขียนยกคำของซ่าโส่วเจียนแล้วเล่าว่า 「真人烧狞神庙,其神暗随左右,经一十二载」 "ท่านเจินเหรินเผาศาลของเทพดุร้าย เทพนั้นแอบติดตามอยู่ข้างกายสิบสองปี" เมื่อไม่พบว่าท่านผิดศีลแม้เพียงเล็กน้อย เทพนั้นจึงยอมเป็นขุนพลรอง เรื่องนี้ยังไม่ระบุชื่อเทพเลย และเล่าเพื่อสอนว่าผู้ใช้วิชาต้องถือศีลให้มั่น
จากหวังซ่านสู่แม่ทัพสวรรค์
งานวิจัยของ 黄永锋 กับ 陈弘毅 สรุปว่า ประวัติซ่าโส่วเจียนสมัยหยวนรับเรื่องเทพดุร้ายนี้ไปเล่าต่อ และใส่ชื่อว่าหวังซ่าน ผู้ขอเป็นขุนพลของซ่าโส่วเจียน ผู้วิจัยยังชี้ว่าในละครสมัยหยวนเรื่อง 萨真人夜断碧桃花 ซ่าโส่วเจียนเรียกแม่ทัพสวรรค์สี่องค์ คือหม่า จ้าว เวิน กวาน โดยไม่มีหวังซ่าน แสดงว่าท่านเข้าสู่กลุ่มแม่ทัพสวรรค์ช้ากว่าองค์อื่น จนถึงบันทึกปี ค.ศ. 1305 ที่เล่าไว้ข้างต้น ท่านจึงปรากฏในฐานะ "จอมพลฮั่วลั่ว" ผู้รับคำสั่งของฟ้าโดยตรง
สองตำนานในหนังสือสมัยหมิง
《三教源流搜神大全》卷四 หัวข้อ 王元帅 เล่าแบบวีรบุรุษ ท่านชื่อหวังเอ่อ ชาวเซียงหยาง กำพร้าตั้งแต่เกิด มีกำลังมาก ชอบช่วยคนที่ถูกรังแก วันหนึ่งพบศาลโบราณที่ปีศาจแม่น้ำยึดไว้และเรียกเครื่องเซ่นวัว แพะ หมู ทุกวันที่ 6 เดือน 6 จึงเผาศาลนั้นเสีย พอเกิดลมประหลาด ซ่าโส่วเจียนผ่านมาพอดีจึงทำพิธีย้อนลมและกำจัดปีศาจ เง็กเซียนฮ่องเต้จึงแต่งตั้งเป็น 谿洛王元帅 พระราชทานตราทองใหญ่เท่าทะนาน จารึก 赤心忠良 ให้ดูแลเทพชุมชนทั้งแผ่นดิน และบอกงานของท่านว่า 「凡有方士奏入者雷厉风行,察有大过者立搥之」 "เมื่อนักพรตยื่นฎีกาขึ้นไป ท่านจะลงมือดุจฟ้าร้องลมพัด พบผู้ทำผิดใหญ่ก็ฟาดทันที"
ส่วน《北游记》ตอน 祖师河南收王恶 เล่ากลับข้าง หวังเอ่อเป็นเทพศาลที่ชาวบ้านต้องเซ่นทุกวันที่ 6 เดือน 6 ซ่าโส่วเจียนเผาศาล หวังเอ่อไปปล่อยโรคระบาดและรบกับเจินอู่กับจอมพลหม่า สุดท้ายซ่าโส่วเจียนจับได้ที่เมืองฮุยโจว เง็กเซียนแต่งตั้งเป็น 豁洛王元帅 พร้อมป้ายทองจารึก 「赤心忠良」 ตอนนี้มีคำปฏิญาณของท่านที่ผมชอบมาก 「我不受钱,不容情,有人行吾法者,吾当保护其身,有索人钱者,吾就打死他」 "ข้าไม่รับเงิน ไม่ไว้หน้าใคร ผู้ใดใช้วิชาของข้า ข้าจะคุ้มครอง ผู้ใดเรียกเงินจากผู้คน ข้าจะตีให้ตาย"
ชื่อ 谿洛 และ 豁洛 ในสองเล่มนี้ออกเสียงใกล้ 豁落 ในคัมภีร์ ผมเข้าใจว่าน่าจะเป็นคำเดียวกันที่เขียนต่างกัน แต่ยังไม่พบเอกสารที่ยืนยัน
ราชสำนักหมิงกับวิชาจอมพลหวัง
ชื่อเสียงของท่านขึ้นสูงสุดในสมัยหมิง เพราะนักพรตโจวซือเต๋อ (周思得) ชาวหังโจว ผู้ชำนาญ "วิชาจอมพลหวัง" ซึ่งใช้ทั้งขอฝน ขอฟ้าเปิด ขับสิ่งร้าย และถามเรื่องที่ยังไม่รู้ งานวิจัยยกหนังสือ《两浙名贤录》ว่าเมื่อตามเสด็จทัพเหนือ โจวซือเต๋อ 「役王灵官鞭虎前驱」 ใช้หวังหลิงกวนหวดแส้ต้อนเสือนำหน้าทัพ และหนังสือ《客座新闻》เล่าว่าในพิธีหนึ่ง เด็กที่ถูกประทับร่างพุ่งออกไปไกลห้าหกลี้ ต้นไม้ตามทางไหม้เกรียม 「盖王灵官凭火轮降坛耳」 เพราะหวังหลิงกวนขี่กงล้อไฟลงแท่น แล้วเขียนคำตอบเรื่องแม่ทัพชายแดนที่ตรงกับคำถามของราชสำนัก
ประวัติศาสตร์ราชการก็บันทึกไว้ 《明史》卷50 ระบุว่า 隆恩真君 คือ 「玉枢火府天将王灵官」 ผู้รับวิชายันต์จากซ่าโส่วเจียน ในรัชศกหย่งเล่อสร้างศาลแม่ทัพสวรรค์ (天将庙) กับหอปรมาจารย์ทางตะวันตกของพระราชวัง รัชศกเซวียนเต๋อเปลี่ยนเป็นอาราม 大德观 และถวายพระนามสองเจินจวิน รัชศกเฉิงฮว่าเปลี่ยนเป็น 显灵宫 แต่ขุนนางที่ทำรายงานก็ติว่าเปลี่ยนเสื้อคลุมเทพทุกปีสิ้นเปลืองมาก และ 「近今祈祷无应,亦当罢免」 ช่วงหลังขอแล้วไม่สัมฤทธิ์ผล ควรยกเลิก ส่วน《万历野获编》ที่งานวิจัยยกมาบอกว่าบนภูเขาอู่ตังมีรูปหวังหลิงกวน 「处处皆是,如释氏之伽蓝」 มีอยู่ทุกแห่ง เหมือนเทพผู้รักษาวัดของฝ่ายพุทธ
หวังหลิงกวนในคัมภีร์ 道法会元
บรรพ 241 雷霆三五火车灵官王元帅秘法
ประธานธรรมของบรรพนี้คือ 祖师西河上宰汾阳救苦萨真人守坚 และจอมพลหลักคือ 雷霆都天豁落三五火车紏罚灵官铁面雷公王元帅 ขั้นตอนเรียกจอมพลเริ่มจากนึกเห็นประตูสวรรค์ทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือเปิดออก เรียกเทพประจำวันให้นำ "ธูปใจ" ขึ้นไปเชิญหวังซ่านที่จวนอัสนี แล้วถึงตอนที่ผมว่างามที่สุด คือ 「却不见北斗,止见南斗当前。见王善现形于第三星中」 "ไม่เห็นดาวเหนือ เห็นเพียงกลุ่มดาวหนานโต่วอยู่ตรงหน้า แล้วเห็นหวังซ่านปรากฏในดาวดวงที่สาม" ก่อนผู้ประกอบพิธีจะดึงท่านเข้ามารวมในกาย คาถาบทหนึ่งเรียกท่านว่า 「铁面雷公,火车将军。吞魔食鬼,保佑生灵」 "เทพฟ้าร้องหน้าเหล็ก แม่ทัพรถเพลิง กลืนมารกินผี คุ้มครองสรรพชีวิต"
บรรพนี้มีบทสาบานสองฝ่ายที่บอกความสัมพันธ์ระหว่างอาจารย์กับขุนพลได้ดี ฝ่ายขุนพลมียันต์ "กัดนิ้วหยดเลือด" ซึ่งคัมภีร์อธิบายว่า 「此系王师咬指滴血,写此一十二句,与师照证」 เป็นสิบสองวรรคที่ท่านหวังกัดนิ้วเขียนด้วยเลือดไว้เป็นพยานต่ออาจารย์ ใช้เรียกในยามคับขัน ในบทนั้นมีวรรค 「金鞭一指,鬼化泥沙。吾若负师,雷中夜叉。师若负吾,品秩不加」 "แส้ทองชี้ไปครั้งเดียว ผีกลายเป็นโคลนทราย หากข้าทรยศอาจารย์ ขอเป็นยักษ์ในสายฟ้า หากอาจารย์ทรยศข้า ขอให้อาจารย์ไม่ได้เลื่อนขั้น" ส่วนบทสาบานของซ่าโส่วเจียนสั่งงานไว้หลายข้อ เช่น 「令汝救产生,胎婴顺转轮」 ให้ช่วยการคลอดให้ทารกหมุนตัวคลอดราบรื่น และ 「令汝紏真君,金鞭立面陈」 ให้ตรวจแม้กระทั่งเจินจวิน โดยยกแส้ทองยืนอยู่ตรงหน้า
ภาคหลังของบรรพคือพิธี 摄召一秤金 สำหรับสอบสวนผีที่ทำให้คนเจ็บป่วย ผู้ประกอบพิธีเขียนอักษร 井 บนน้ำและบนโต๊ะ ให้เด็กยืนบนอักษร แล้วเรียก 「三五火车纠罚灵官王□,火急附体,通吐情由」 ให้จอมพลประทับร่างเพื่อบังคับให้ผีบอกความจริง มีจอมพลปี้ช่วยคุมวิญญาณ ถ้าผีไม่ยอมตอบก็สวดบทที่ลงท้ายว่า 「金鞭拷鬼神」 แล้วยังมีวิธีกลิ้ง วิธีเผา และวิธีตั้งคุกขังผีด้วยยันต์คุกเก้าแห่งของเฟิงตู ยันต์ประจำองค์ยังกำหนดทิศลากพู่กันตามงานว่า 「治邪出艮,动雷出震,捧奏出巽,烧庙出离」 ไล่สิ่งร้ายลากออกทางทิศอีสาน ปลุกฟ้าร้องออกทางตะวันออก ส่งฎีกาออกทางตะวันออกเฉียงใต้ เผาศาลออกทางทิศใต้
บรรพ 242 豁落灵官秘法
บรรพนี้ใช้ชื่อ 豁落 เป็นชื่อคัมภีร์เลย จอมพลคือ 都天豁落猛吏赤心忠良制鬼缚神火雷霹雳灵官王元帅善 ขั้นตอนเรียกให้ใช้นิ้วกระบี่เขียนอักษร 轰 ลงในกระถางธูป นึกเห็นอักษรเปล่งแสงทองแล้วกลายเป็นกงล้อไฟใหญ่ ภายในมีไข่มุกไฟ แล้วจอมพลพุ่งออกมาจากไข่มุกไฟนั้น บทเรียกมีว่า
- 「神威豁落,金甲黄巾」 — "อานุภาพฮั่วลั่ว เกราะทอง ผ้าโพกเหลือง"
- 「手持铁鞭,红袍罩身」 — "มือถือแส้เหล็ก เสื้อคลุมแดงห่มกาย"
- 「双目虎睛,腰缠龙索」 — "ดวงตาทั้งสองเป็นตาเสือ เอวพันเชือกมังกร"
บรรพนี้ยังมียันต์เรียกวิญญาณผู้ตาย (摄亡符) และพิธีวางธง ให้นึกว่าธงเป็นสะพานทองพาดเหนือศีรษะเด็ก แล้วเทพไท่ซานนำวิญญาณลงมาที่ธง โดยอ้าง 「太乙救苦天尊律令」 ท้ายบรรพมีวิธีเรียกอีกแบบ คือเขียนอักษร 炓 ด้วยปลายลิ้นให้กลายเป็นก้อนไฟ ใช้นิ้วกระบี่ผ่าออก แล้ว 「见王元帅从万丈火光中迸出」 เห็นจอมพลพุ่งออกจากแสงไฟหมื่นจั้ง ท่าทางโกรธเกรี้ยว ผู้ประกอบพิธีต้องแสดงอักษรศักดิ์สิทธิ์ของซ่าโส่วเจียนก่อน 「其将方拱手听令」 ขุนพลจึงประสานมือรับคำสั่ง
บรรพ 243 南极火雷灵官王元帅秘法
บรรพที่สามเรียกท่านว่า 南极火雷赤心忠良猛吏王元帅善 ขั้นตอนเรียกให้นึกเห็นเมฆไฟทางทิศใต้ เขียนอักษร 轰 กับ 𫆏 ให้รวมเป็นแสงทอง คาถาลับบทหนึ่งเป็นคำกลับไปกลับมาที่อ่านจากหน้าไปหลังหรือหลังไปหน้าได้เหมือนกัน คือ 「炎雷撼摄天地动,动地天摄撼雷炎」 ส่วนพิธีชื่อ 普倒蒙法 หรือ 金井拦 ให้เด็กสามคนนั่งในแท่น แล้วเรียกจอมพลเข้าร่าง คัมภีร์ให้เกณฑ์สังเกตไว้ว่า 「如天将入体,手摇,祟入体,足摇」 ถ้าแม่ทัพสวรรค์เข้าร่าง มือจะสั่น ถ้าสิ่งร้ายเข้าร่าง เท้าจะสั่น
รูปลักษณ์ของหวังหลิงกวนตามคัมภีร์
ทั้งสามบรรพบรรยายรูปลักษณ์ไว้ใกล้กัน แต่ของถือต่างกันเล็กน้อย
- บรรพ 241: 「赤面红须发,双目火睛」 หน้าแดง หนวดและผมแดง ดวงตาทั้งสองเป็นตาไฟ เสื้อคลุมแดง รองเท้าบูทเขียว มีแถบผ้าลม มือซ้ายถือรถเพลิง มือขวาถือแส้ทอง ท่าทางเกรี้ยวกราด ยันต์อีกแผ่นเพิ่มว่า 「发喷朱砂,面如腊枣」 ผมพ่นสีชาด หน้าเหมือนพุทราตากแห้ง
- บรรพ 242: หน้าแดง ผมแดง โพกผ้าเหลือง เกราะทอง เสื้อคลุมแดง มือซ้ายถือเชือก มือขวาถือแส้เหล็ก รองเท้าบูทเขียว สะพายถุงหนังเสือ ดวงตาเป็นตาเสือ
- บรรพ 243: 「面红紫色」 หน้าแดงอมม่วง โพกผ้าเหลือง เกราะทอง หนวดเสือ ตาเสือ มือซ้ายทำท่าอัสนี มือขวาถือแส้ทอง
ทุกบรรพบอกว่าท่านมีสองตา ส่วนรูปเคารพที่คนคุ้นเคยตามอารามเต๋าสมัยหมิงชิงจนถึงปัจจุบัน มักทำเป็นหน้าแดง สามตา สวมเกราะแดง เหยียบกงล้อไฟ มือหนึ่งยกแส้ทอง อีกมือจีบนิ้วเป็น 灵官诀 หรือ "通天指" ซึ่งหมายถึงชี้ขึ้นไปถึงฟ้า ตาที่สามจึงเป็นลักษณะที่เพิ่มขึ้นภายหลัง ส่วนไฟที่ล้อมรอบตัวท่าน คนสมัยหมิงพยายามอธิบายด้วยดวงดาว คัมภีร์《王灵官真经》ว่าท่านคือ 「南斗离星火之首」 หัวหน้าดาวไฟในกลุ่มหนานโต่ว ส่วนหลี่เมิ่งหยางนักปราชญ์สมัยหมิงบันทึกคำของนักพรตว่าหวังหลิงกวนคือดาวซินซิ่ว (心星) จึงมีไฟและกงล้อไฟ
ภาพปกของบทความนี้วาดกงล้อไฟที่มีอักษร 轰 ตามขั้นตอนเรียกจอมพลในบรรพ 242 และ 243 แต่วาดสามตาตามรูปเคารพสมัยหลัง ถ้าต้องการให้ตรงกับคัมภีร์ทุกจุด ควรวาดสองตาครับ
บทบาทในพิธีเหลยฝ่าและการบูชา
ทำงานใต้อำนาจของอาจารย์: จุดที่ทำให้วิชาของหวังหลิงกวนต่างจากจอมพลองค์อื่นคือ ทุกบรรพมีซ่าโส่วเจียนเป็นประธาน คาถาจำนวนมากลงท้ายด้วยการอ้าง "ราชโองการของปรมาจารย์ซ่าเจินเหริน" บางบทก็อ้าง 「九天雷祖大帝律令」 ด้วย ซึ่งหมายถึงองค์เทพสูงสุดแห่งสายฟ้า ผู้เป็นเจ้าของคัมภีร์แก่นหยก งานวิจัยของ 黄永锋 กับ 陈弘毅 จึงมองว่าในชั้นคัมภีร์ หวังซ่านเป็นส่วนประกอบของวิชาที่เป็นของซ่าโส่วเจียน ไม่ได้ยืนอยู่ลำพัง
งานหลักคือการตรวจและลงโทษ: คำว่า 紏罚 ในพระนาม บทสาบานที่ให้ "ตรวจแม้เจินจวิน" และคำใน《搜神大全》ที่ว่าพบผู้ทำผิดใหญ่ก็ฟาดทันที บอกทิศทางเดียวกัน ท่านคือผู้ตรวจวินัยของกองทัพสายฟ้า และของผู้ใช้วิชาเอง
งานที่คัมภีร์ระบุไว้ชัด: จับผี สอบสวนผีที่ทำให้คนป่วยโดยให้ประทับร่างเด็ก ตั้งคุก เรียกวิญญาณผู้ตายด้วยพิธีวางธง และช่วยการคลอด ส่วนงานขอฝนและขอฟ้าเปิดปรากฏชัดในบทสรรเสริญสมัยหลังกับเรื่องของโจวซือเต๋อ
ส่วนเรื่องยันต์ คาถา และอักษรลับ ผมเล่าเฉพาะโครงสร้างที่ตีพิมพ์อยู่ในสารบบคัมภีร์เต๋าแล้ว ไม่ได้ถอดรหัสยันต์หรือคาถาลับใด ๆ
การบูชาในปัจจุบัน: อารามเต๋าตั้งแต่สมัยหมิงชิงมักตั้งรูปท่านไว้ที่ประตูหรือหอหน้าอาราม ผู้มาไหว้จึงไหว้ท่านเป็นองค์แรก รายละเอียดเรื่องนี้กับวันสมโภชที่ต่างกันตามสำนัก อยู่ในบทความหวังหลิงกวนที่ลิงก์ไว้ต้นบทความ วิกิพีเดียภาษาจีนระบุว่าอารามหว่องไท่ซิน (啬色园) ในฮ่องกงจัดงาน 「玉枢火府天将王灵官宝诞」 ทุกวันที่ 23 เดือน 6 และสร้างหอหลิงกวานเสร็จใน ค.ศ. 2011 รูปเคารพสูง 2.6 เมตร ถือแส้ทอง เหยียบปลามังกร ในฝูเจี้ยนมีศาลเฉพาะของท่านที่เรียกว่า 天将庙 และผู้ศรัทธาสายเขียนทราย (扶鸾) เรียกท่านว่า 王恩主 หนึ่งใน "ห้าเอินจู่" ส่วนในประเทศไทย ผมยังไม่พบข้อมูลศาลที่ตั้งท่านเป็นองค์ประธานจากแหล่งที่ตรวจสอบได้
เรื่องที่มักสับสนเกี่ยวกับหวังหลิงกวน
หวังหลิงกวนไม่ใช่ 王天君 ในห้องสิน ในรายนามยี่สิบสี่เทียนจวินแห่งกรมสายฟ้าของ《封神演义》ตอนที่ 99 มี 王天君 讳变 คือหวังเปี้ยน ศ.นิไกโด โยชิฮิโระ (二阶堂善弘) เคยเสนอว่าหวังเปี้ยนมาจากหวังหลิงกวน แต่ในงานปี ค.ศ. 2023 ท่านแก้ความเห็นของตัวเองว่าเป็นความเข้าใจผิด และจัดหวังเปี้ยนเป็นตัวละครที่ผู้แต่งนิยายสร้างขึ้นเอง
หวังหลิงกวนไม่ใช่หวังซื่อเฉิน 《明史》บอกว่าซ่าโส่วเจียนเคยเรียนวิชาจาก 王侍宸 กับหลินหลิงซู่ หวังซื่อเฉินคือหวังเหวินชิง (王文卿) นักพรตสายเสินเซียวที่มีตัวตนในประวัติศาสตร์ คนละองค์กับหวังหลิงกวน แม้จะแซ่หวังเหมือนกัน
แม่ทัพรองแซ่เฉินไม่ใช่จอมพลเฉินองค์ที่ 4 เฉินเวย (陈威) แม่ทัพรองซ้ายในบรรพ 241 และ 243 เป็นคนละองค์กับจอมพลเฉินองค์ที่ 4 ซึ่งคัมภีร์กลุ่มสามหลิงกวานในบรรพ 231 เรียกชื่อตัวว่าเฉินต้าเหนียน (陈大年)
หวังหลิงกวนกับหม่าหลิงกวน ทั้งสององค์เป็นหลิงกวาน หน้าตาดุ เกี่ยวกับไฟ และถูกเรียกคู่กันในบทสวด จึงมักถูกปนกัน บทความหวังหลิงกวนมีตารางเปรียบเทียบไว้แล้ว และเรื่องของหม่าหลิงกวนในฐานะเทพสายฟ้า ผมจะเล่าในบทขององค์ที่ 5
สามตาไม่ใช่ลักษณะในคัมภีร์ชั้นต้น อย่างที่เล่าไว้ในหัวข้อรูปลักษณ์ คัมภีร์ทั้งสามบรรพให้ท่านมีสองตา ตาที่สามเป็นลักษณะของรูปเคารพสมัยหลัง
มุมมองของผมต่อหวังหลิงกวนในกรมสายฟ้า
ในฐานะคนที่เรียนยันต์อสุนีบาต ผมว่าเรื่องแรกที่คัมภีร์อยากบอกผ่านหวังหลิงกวนคือเรื่องศีล 道法九要 ไม่ได้เล่าเรื่องเทพที่ติดตามซ่าโส่วเจียนสิบสองปีเพื่อให้ตื่นเต้น แต่ยกมาเตือนว่าวิชาจะได้ผลก็ต่อเมื่อผู้ใช้ไม่ผิดศีล เพราะมีผู้ตรวจที่มองไม่เห็นเฝ้าดูอยู่เสมอ ผมว่าข้อนี้ใช้ได้กับชีวิตทุกด้าน คนที่ทำดีเฉพาะตอนมีคนเห็นนั้นทำได้ไม่นาน
อีกเรื่องคือบทสาบานกัดนิ้วหยดเลือด ที่ไม่ได้ผูกมัดขุนพลฝ่ายเดียว แต่ผูกอาจารย์ไว้ด้วยว่า ถ้าอาจารย์ทรยศขุนพล อาจารย์ก็ไม่ได้เลื่อนขั้น ความสัมพันธ์ที่ยั่งยืน ไม่ว่าระหว่างครูกับศิษย์ หัวหน้ากับลูกน้อง หรือในครอบครัว ต้องเป็นสัญญาสองทางแบบนี้ ส่วนคำปฏิญาณใน《北游记》ที่ว่าไม่รับเงิน และจะลงโทษผู้ที่ใช้วิชาไปเรียกเงินจากผู้คน ผมถือเป็นคำเตือนใจส่วนตัวทุกครั้งที่นึกถึงยันต์ที่ได้เรียนมาครับ
คำถามที่พบบ่อย
豁落灵官王天君 คือใคร
คือหวังหลิงกวนในฐานะขุนพลแห่งกรมสายฟ้าและกรมไฟ ชื่อในคัมภีร์คือหวังซ่าน มีคัมภีร์ของตัวเองใน《道法会元》บรรพ 241 ถึง 243 ซึ่งยกซ่าโส่วเจียนเป็นปรมาจารย์ ทำหน้าที่ตรวจจับและลงโทษ จับผี สอบสวนผี และเรียกวิญญาณ และมีพระนามในบทสวด《雷霆总诰》ว่า 灵官王马二元帅
หวังหลิงกวนเกี่ยวข้องกับกรมสายฟ้าอย่างไร
พระนามเต็มในบรรพ 241 คือ 雷霆都天豁落三五火车紏罚灵官铁面雷公王元帅 ซึ่งมีทั้งคำว่า 雷霆 และ 铁面雷公 เทพฟ้าร้องหน้าเหล็ก ยันต์ประจำองค์เรียกเทพฟ้าร้อง ฟ้าแลบ ลม ฝน รวมทั้งจอมพลเติ้งและจอมพลซินมาร่วม บทสวด《雷霆总诰》วางท่านไว้ในกองทัพสายฟ้า และบทสรรเสริญสมัยหลังยังเรียกท่านว่าเทพฟ้าร้องรถเพลิงผู้บัญชาฟ้าร้องและให้ฝน
คำว่า 豁落 ในพระนามหมายถึงอะไร
ยังไม่พบคัมภีร์ที่นิยามคำนี้กับท่านโดยตรง ใน《道法会元》คำนี้เป็นชื่อท่าเดินก้าวดาว 豁落斗 และเป็นชื่ออานุภาพที่คู่กับกระดิ่งไฟ 火铃 ส่วนคัมภีร์สมัยหมิงใช้ว่า 豁落飞走乾坤 คือพุ่งทะยานไปทั่วฟ้าดิน ผมจึงเข้าใจว่าเป็นศัพท์พิธีกรรมที่สื่อถึงพลังที่ไปได้ไม่มีอะไรขวาง แต่เป็นการตีความจากบริบท
ทำไมรูปเคารพหวังหลิงกวนมีสามตา ทั้งที่คัมภีร์บอกว่าสองตา
คัมภีร์《道法会元》ทั้งสามบรรพบรรยายว่าท่านมีดวงตาสองดวงเป็นตาไฟหรือตาเสือ ส่วนตาที่สามเป็นลักษณะของรูปเคารพตามอารามเต๋าสมัยหมิงชิงจนถึงปัจจุบัน ซึ่งมักทำเป็นหน้าแดง สามตา เหยียบกงล้อไฟ และถือแส้ทอง
หวังหลิงกวนคือ 王天君 ในห้องสินหรือไม่
ไม่ใช่ 王天君 讳变 ใน《封神演义》ตอนที่ 99 คือหวังเปี้ยน ซึ่ง ศ.นิไกโด โยชิฮิโระ ผู้เคยเสนอว่ามาจากหวังหลิงกวน ได้แก้ความเห็นในงานปี ค.ศ. 2023 ว่าเป็นตัวละครที่ผู้แต่งนิยายสร้างขึ้นเอง หวังหลิงกวนในคัมภีร์เต๋าชื่อหวังซ่าน
บทสรุป
豁落灵官王天君 คือหวังหลิงกวนในอีกมุมหนึ่ง ไม่ใช่แค่เทพหน้าประตูอาราม แต่เป็นเทพฟ้าร้องหน้าเหล็กผู้ขับรถเพลิง ตรวจจับและลงโทษ จับผี สอบสวนผี และนำวิญญาณ คัมภีร์ของท่านใน《道法会元》สามบรรพมีรายละเอียดพิธีที่งดงามที่สุดชุดหนึ่ง ตั้งแต่การเห็นท่านในดาวดวงที่สามของหนานโต่ว กงล้อไฟอักษร 轰 จนถึงบทสาบานกัดนิ้วหยดเลือด ส่วนเรื่องที่ยังสรุปไม่ได้คือความหมายตรงตัวของคำว่า 豁落 และวันสมโภชที่ต่างกันตามสำนัก ใครอยากรู้จักท่านในฐานะเทพธรรมบาลและวิธีไหว้ อ่านต่อได้ในบทความหวังหลิงกวน เทพธรรมบาลผู้เฝ้าประตูวัดเต๋าครับ
แหล่งข้อมูลและอ่านเพิ่มเติม
- 《道法会元》บรรพ 241 雷霆三五火车灵官王元帅秘法 คัมภีร์หลักของหวังหลิงกวน
- 《道法会元》บรรพ 242 豁落灵官秘法 (识典古籍)
- 《道法会元》บรรพ 243 南极火雷灵官王元帅秘法
- 《道法会元》บรรพ 221 ที่เรียกหกจอมพลรวมทั้ง 三五铁面豁落猛吏灵官王元帅
- 《道法会元》บรรพ 14 วิธีเดินก้าวดาว 豁落斗
- 《道法会元》บรรพ 250 ท่าก้าวดาวเก้าแบบที่มี 豁落斗
- 《道法会元》บรรพ 157 คาถา 左佩豁落,右带火铃
- 《道法会元》บรรพ 175 คู่ของ 豁落七元 กับ 流金火铃
- 《道法会元》บรรพ 229 คำอธิบายคำว่า 灵官
- 《道法会元》บรรพ 122 ขุนพลรถเพลิงสามห้าของวิชาเส้าหยาง
- บทสวด《雷霆总诰》จาก 龙虎山正一日诵早晚课 (ฐานข้อมูลวัฒนธรรมเต๋า)
- บทสรรเสริญ《王灵官宝诰》 (道门网文库)
- 黄永锋 และ 陈弘毅 งานวิจัยเรื่องที่มาของความเชื่อหวังหลิงกวนและการเปลี่ยนสถานะ (中国宗教学术网)
- 《明史》卷50 รายงานเรื่องอาราม 显灵宫 และพระนาม 隆恩真君 (วิกิซอร์ซ)
- 《三教源流搜神大全》卷四 หัวข้อ 王元帅 (วิกิซอร์ซ)
- 《北游记》ตอน 祖师河南收王恶 (วิกิซอร์ซ)
- 《封神演义》ตอนที่ 99 รายนามที่มี 王天君 讳变 (วิกิซอร์ซ)
- 二阶堂善弘 บทความวิชาการเรื่องจอมพลในนิยายห้องสิน มหาวิทยาลัยคันไซ 2023 (PDF)
- วิกิพีเดียภาษาจีน: 王天君 รูปเคารพ วันสมโภช และศาลที่บูชา
