↑
HOME ครอบครัว ธุรกิจ แถวนี้ 101 แซ่อึ้ง บทความ ติดต่อครอบครัว
ถอดหน้ากากสามก๊ก ฉบับ MingPaPa (黄柄明 - หวงปิ่งหมิง) · เรื่องที่ 40

เตียวหุยตะคอกที่สะพานเตียงปันโป๋เป็นเรื่องจริง! แต่ขุนพลโจโฉที่ตกม้าตายเป็นเรื่องแต่ง

ตะคอกจริง แต่ไม่มีใครตกม้าตาย เทียบฉากสะพานในนิยายกับ《三国志》《资治通鉴》และผิงฮว่าสมัยหยวน

โดย · · อ่าน ~12 นาที
ภาพปกสามก๊ก เตียวหุยหนวดเคราดกสวมเกราะขี่ม้าอ้าปากตะโกนพร้อมชูทวน ข้างหลังเป็นสะพานไม้ที่หักพังกลางลำน้ำและทัพม้าฝ่ายข้าศึก พร้อมอักษร 张飞喝断长坂桥 และข้อความ สามก๊ก เตียวหุยตะคอกที่สะพานเตียงปันโป๋ ตะคอกจริง แต่ไม่มีใครตกม้าตาย
ภาพปกชุดถอดหน้ากากสามก๊ก ฉบับ MingPaPa (黄柄明 - หวงปิ่งหมิง) ภาพวาดตามจินตนาการ ไม่ใช่ภาพเหตุการณ์จริง
คำตอบสั้น ๆ

ในนิยาย: เตียวหุย (张飞 จางเฟย) ขี่ม้ายืนขวางบนสะพานเตียงปัน ตะโกนท้าทัพโจโฉสามครั้ง ครั้งที่สามขุนพลข้างตัวโจโฉชื่อเซี่ยโหวเจี๋ย (夏侯杰) ตกใจจนตกม้า ทัพโจโฉแตกหนี แล้วเตียวหุยจึงรื้อสะพาน

ในพงศาวดาร: เป็นเรื่องจริง《三国志》บันทึกว่าเตียวหุยคุมทหารม้ายี่สิบคน รื้อสะพานแล้วยืนพิงแม่น้ำ ถลึงตาถือทวนร้องว่า "ข้าคือจางอี้เต๋อ มาสู้กันให้ตายสักทาง!" ข้าศึกไม่มีใครกล้าเข้าใกล้ เล่าปี่จึงรอด แต่ไม่มีใครตกม้าตาย และชื่อเซี่ยโหวเจี๋ยไม่ปรากฏในพงศาวดาร

ถอดหน้ากากสามก๊ก ฉบับ MingPaPa (黄柄明 - หวงปิ่งหมิง): ผมกับสามก๊ก

ผม MingPaPa ชื่อจีน หวงปิ่งหมิง - 黄柄明 ชื่อไทย ธนินพงษ์ ศุภพิทักษ์พงษ์ คนไทยเชื้อสายจีนที่รักและผูกพันกับเรื่องราวของจีนมาตั้งแต่เด็กครับ

ตอนเล็ก ๆ ผมได้ยินพ่อกับผู้ใหญ่ในบ้านคุยกันว่า "ใครอ่านสามก๊กครบสามจบ คบไม่ได้" ทั้งที่พ่อผมเองก็อ่านมาหลายจบ พี่ชายผมก็อ่านหลายจบ ส่วนผม ก่อนอายุ 18 ปี อ่านเฉพาะสองฉบับ คือสามก๊กฉบับเจ้าพระยาพระคลัง (หน) กับสามก๊กฉบับวณิพกของยาขอบ รวมกันไปแล้ว 10 รอบ ยังไม่นับหนังสือวิเคราะห์กลยุทธ์และหนังสืออรรถาธิบายสามก๊กอีกหลายสิบเล่ม ยิ่งอ่านก็ยิ่งรัก และยิ่งเข้าใจว่าทำไมผู้ใหญ่ถึงพูดอย่างนั้น

อ่านสามก๊กครบสามจบ คบไม่ได้ เพราะอะไร

ถ้ามองให้ลึก คำนี้ไม่ได้อยู่ที่จำนวนรอบที่อ่าน แต่อยู่ที่ "สันดานเดิมของคนอ่าน" ซึ่งเป็นตัวตั้งต้นครับ สามก๊กคือภาพสะท้อนมนุษย์จริง ๆ ไม่มีใครขาวสะอาดหรือสมบูรณ์แบบ มีทั้งคนดีแต่ซื่อจนโง่ คนเจ้าเล่ห์ที่เลวแต่รวย และคนเก่งที่หยิ่งยโส ในโลกความจริงคนเห็นแก่ตัวก็มีมากกว่าคนดีอยู่แล้ว คนอ่านมีจริตแบบไหน ลึก ๆ ชอบตัวละครแบบใด ก็จะหยิบแง่มุมนั้นมาใช้กับตัวเอง คำว่า "คบไม่ได้" จึงแยกได้เป็นสองมุม

  • คบไม่ได้เพราะเลียนแบบความร้าย คนที่มีเชื้อความเห็นแก่ตัวหรือชอบเอาเปรียบคนอยู่แล้ว พออ่านจนเจนจัด ก็ซึมซับความปลิ้นปล้อน กลอุบายสกปรก และการมองคนอื่นเป็นเบี้ยมาใช้ในชีวิตจริง คนกลุ่มนี้ "คบไม่ได้" ในความหมายตรงตัว เพราะพร้อมหักหลังและทำลายมิตรภาพเพื่อประโยชน์ของตัวเอง
  • คบไม่ได้เพราะ "คบยาก" เกินไป คนกลุ่มนี้อ่านเพื่อเข้าใจจิตวิทยามนุษย์ วิธีเอาตัวรอด และเกมอำนาจที่ซ่อนอยู่ จนกลายเป็นคนคมกริบที่รู้เท่าทันคนจนไม่มีใครตบตาได้ คนทั่วไปจึงเข้าไม่ถึงหรือระแวงว่าจะถูกเอาเปรียบ ส่วนคนเก่งด้วยกันก็อยู่ด้วยลำบาก เพราะต่างฝ่ายต่างรู้ทันกัน ต้องตั้งการ์ดระวังตัวอยู่ตลอดเวลา

ถอดหน้ากากสามก๊ก ฉบับ MingPaPa (黄柄明 - หวงปิ่งหมิง) คือการอ่านสามก๊กอีกรอบด้วยสายตาของคนที่โตมากับนิยาย ผมหยิบฉากที่คนไทยจำได้ขึ้นใจมาวางเทียบกับพงศาวดาร《三国志》 (ซานกั๋วจื้อ — จดหมายเหตุสามก๊ก) ทีละประโยค ว่าตรงไหนเป็นประวัติศาสตร์ ตรงไหนเป็นฝีมือนักเล่านิทานและนักประพันธ์รุ่นหลัง ทุกบทยกต้นฉบับภาษาจีนพร้อมคำแปล และบอกว่าข้อความนั้นอยู่ในบทไหน ผู้อ่านจะได้ตรวจเองได้ครับ

ชื่อบุคคลและสถานที่ในบทความนี้

ชื่อในสามก๊กฉบับไทยตามฉบับเจ้าพระยาพระคลัง (หน) อ่านตามสำเนียงฮกเกี้ยน ซึ่งต่างจากชื่อที่ใช้กันในระดับสากล บทความนี้จึงกำกับชื่อเฉพาะด้วยอักษรจีนตัวย่อและคำอ่านแบบจีนกลางเมื่อปรากฏครั้งแรก เช่น เล่าปี่ (刘备 หลิวเป้ย) ส่วนเลข "ตอนที่" ของนิยายในบทความนี้เป็นเลขตอน (回) ของนิยายฉบับภาษาจีน ซึ่งฉบับเจ้าพระยาพระคลังแบ่งตอนไม่ตรงกัน ฉากในบทความนี้อยู่ในตอนที่ ๓๗ ของฉบับไทย ซึ่งเรียกสะพานนี้ว่า "สะพานเตียงปันเกี้ยว" ส่วนตอนที่ ๕๗ เรียกว่า "สะพานเตียงปันโป๋"

อักษรจีน (ตัวย่อ) พินอิน อ่านแบบจีนกลาง ชื่อในสามก๊กฉบับไทย / หมายเหตุ
张飞 Zhāng Fēi จางเฟย เตียวหุย
益德 / 翼德 Yìdé อี้เต๋อ ชื่อรองของเตียวหุย ฉบับไทยเขียนว่า เอ๊กเต๊ก
刘备 Liú Bèi หลิวเป้ย เล่าปี่
曹操 Cáo Cāo เฉาเชา โจโฉ
赵云 Zhào Yún จ้าวอวิ๋น จูล่ง
刘禅 Liú Shàn หลิวซาน อาเต๊า (ภายหลังคือพระเจ้าเล่าเสี้ยน)
甘夫人 Gān fūrén กันฟูเหริน นางกำฮูหยิน
糜夫人 Mí fūrén หมีฟูเหริน นางบิฮูหยิน
曹纯 Cáo Chún เฉาฉุน โจซุน
夏侯杰 Xiàhóu Jié เซี่ยโหวเจี๋ย ไม่ปรากฏในฉบับไทย (ตัวละครในนิยายฉบับจีน)
文聘 Wén Pìn เหวินพิ่น บุนเพ่ง
李典 Lǐ Diǎn หลี่เตี่ยน ลิเตียน
诸葛亮 Zhūgě Liàng จูเก่อเลี่ยง ขงเบ้ง
关羽 Guān Yǔ กวนอวี่ กวนอู
长坂桥 Chángbǎn qiáo ฉางป่านเฉียว สะพานเตียงปันเกี้ยว / สะพานเตียงปันโป๋
长坂坡 Chángbǎn pō ฉางป่านพัว ทุ่งเตียงปันโป๋
当阳 Dāngyáng ตังหยาง เมืองตงหยง
景山 Jǐngshān จิ่งซาน เขาเกงสัน
汉津 Hànjīn ฮั่นจิน ท่าฮันจิ๋น
樊城 Fánchéng ฝานเฉิง ห้วนเสีย
陈寿 Chén Shòu ตันซิ่ว ตันซิ่ว ผู้เขียน《三国志》
司马光 Sīmǎ Guāng ซือหม่ากวง ผู้เรียบเรียง《资治通鉴》 (ไม่ปรากฏในฉบับไทย)
罗贯中 Luó Guànzhōng หลัวก้วนจง ผู้แต่งนิยายสามก๊กฉบับจีน

1. ฉากที่คนไทยจำได้ กับรายละเอียดที่ฉบับไทยไม่มี

ตอนที่ 42 (第四十二回) ของนิยายฉบับจีนชื่อตอนว่า 「张翼德大闹长阪桥 刘豫州败走汉津口」 คือ "เตียวหุยอาละวาดที่สะพานเตียงปัน เล่าปี่แตกหนีไปปากน้ำฮันจิ๋น" จูล่ง (赵云 จ้าวอวิ๋น) เพิ่งอุ้มอาเต๊าฝ่าทัพโจโฉออกมาถึงสะพาน เตียวหุยบอกให้ข้ามไปก่อน ส่วนตัวเองถือทวนขี่ม้ายืนอยู่บนสะพาน ทหารม้ายี่สิบกว่าคนของเตียวหุยผูกกิ่งไม้ไว้ที่หางม้า วิ่งวนในป่าฝั่งตะวันออกให้ฝุ่นตลบ ทัพโจโฉที่ตามมาเห็นฝุ่นก็คิดว่ามีทหารซุ่ม ไม่กล้าเข้าใกล้

เมื่อโจโฉ (曹操 เฉาเชา) มาถึงเอง เตียวหุยตะโกนออกไป

「我乃燕人张翼德也!谁敢与我决一死战?」

"ข้าคือจางอี้เต๋อชาวแคว้นเอี้ยน! ใครกล้ามาสู้กับข้าให้ตายกันไปข้าง?"

นิยายบรรยายว่าเสียงนั้น 「声如巨雷」 "ดังดั่งฟ้าผ่า" ทหารโจโฉขาสั่นไปทั้งทัพ โจโฉสั่งให้เก็บร่มกลด แล้วหันไปบอกคนข้างตัวว่าเคยได้ยินกวนอูพูดว่า เตียวหุยตัดหัวแม่ทัพในกองทัพร้อยหมื่นได้ง่ายเหมือนล้วงของในถุง เตียวหุยตะโกนครั้งที่สอง และเมื่อเห็นทัพโจโฉเริ่มขยับถอย ก็ตะโกนครั้งที่สามว่า 「战又不战,退又不退,却是何故!」 "จะรบก็ไม่รบ จะถอยก็ไม่ถอย เป็นเพราะอะไร!" แล้วก็มาถึงประโยคที่ทำให้ฉากนี้ดังที่สุด

「曹操身边夏侯杰惊得肝胆碎裂,倒撞于马下。」

"เซี่ยโหวเจี๋ยที่อยู่ข้างตัวโจโฉ ตกใจจนตับและดีแตก หงายหลังตกลงจากม้า"

นิยายไม่ได้เขียนคำว่า "ตาย" ตรง ๆ แต่ตับกับดีแตกเป็นภาษาจีนที่หมายถึงตกใจถึงขั้นสิ้นชีวิต คนอ่านทั่วไปจึงจำกันว่าเซี่ยโหวเจี๋ยตกใจตาย ทัพโจโฉแตกหนี โจโฉเองหมวกและปิ่นผมหลุด ผมกระเซิงขณะหนี จากนั้นเตียวหุยจึงสั่งรื้อสะพานแล้วกลับไปรายงานเล่าปี่ (刘备 หลิวเป้ย) เล่าปี่ตำหนิว่า

「吾弟勇则勇矣,惜失于计较。」

"น้องข้ากล้าก็กล้าอยู่ แต่น่าเสียดายที่คิดไม่รอบ"

เหตุผลของเล่าปี่คือ ถ้าไม่รื้อสะพาน โจโฉจะกลัวว่ามีทหารซุ่ม แต่พอรื้อสะพาน โจโฉจะรู้ว่าฝ่ายเรามีคนน้อยและกลัว แล้วก็ตามมาจริง ๆ นิยายปิดฉากด้วยกลอนที่คนจีนท่องกันมาหลายร้อยปี 「一声好似轰雷震,独退曹家百万兵」 "ตะโกนเพียงหนึ่งเสียงดั่งฟ้าคำราม ถอยทัพตระกูลโจร้อยหมื่นได้ด้วยตัวคนเดียว"

ภาพพิมพ์แกะไม้ญี่ปุ่นสามแผ่นต่อกัน เตียวหุยหนวดเครารุงรังขี่ม้าดำอยู่บนสะพานโค้งสีแดง ฝั่งซ้ายมีขุนพลอีกคนบนม้าที่ยกขาหน้าสูง ทหารด้านล่างล้มคว่ำระเนระนาด มุมขวาบนมีป้ายอักษรจีน 張飛長阪橋百万勢睨返
"เตียวหุยถลึงตาไล่ทัพร้อยหมื่นที่สะพานเตียงปัน" ภาพพิมพ์แกะไม้ของสึกิโอกะ โยชิโทชิ (月岡芳年) ราว ค.ศ. 1883 จากชุดภาพประกอบสามก๊ก วาดตามนิยาย ไม่ใช่ภาพเหตุการณ์จริง · ภาพ: Tsukioka Yoshitoshi / LACMA / Wikimedia Commons (สาธารณสมบัติ)

ฉบับไทยของเจ้าพระยาพระคลัง (หน) ไม่มีใครตกม้าเลย ตอนที่ ๓๗ ของฉบับไทย เล่าว่าเตียวหุย "คุมทหารม้ายี่สิบ" มาถึงต้นสะพาน ให้ทหารผูกกิ่งไม้ที่หางม้าแล้ววิ่งในป่าให้ฝุ่นตลบ ตัวเองถือทวนยืนสกัดที่ต้นสะพาน เมื่อเห็นร่มกลดของโจโฉก็ "ร้องตวาดออกไปด้วยเสียงอันดังว่า ตัวกูชื่อเตียวหุย ผู้ใดซึ่งมีฝีมือเข้มแขงจงมาสู้กันลองกำลังดูให้ถึงแพ้แลชนะ" ผลที่ตามมาเขียนไว้เพียงว่า "ทหารโจโฉได้ยินเสียงเตียวหุยก็ตกใจ ตกตลึงอยู่มิได้เข้ารบ" ไม่มีตะโกนสามครั้ง ไม่มีขุนพลตกม้า ไม่มีโจโฉผมกระเซิง

ส่วนที่เหลือตรงกับฉบับจีน เตียวหุยให้ทหาร "แก้กิ่งไม้ซึ่งผูกหางม้าออกแล้ว ให้ชักกะดานสะพานเสีย" เล่าปี่ก็ตำหนิว่า "ซึ่งเจ้าชักสะพานเสียทั้งนี้ เหมือนจะบอกแก่โจโฉว่าคนน้อยให้ตามมา" แปลว่าคนไทยที่โตมากับฉบับเจ้าพระยาพระคลังได้อ่านฉากนี้ในรูปที่ใกล้พงศาวดารกว่าฉบับจีนเสียอีก ส่วนภาพขุนพลตกม้าตายมาจากนิยายฉบับจีน

2. 《三国志》บันทึกไว้ว่าอะไร

ฉากนี้เป็นหนึ่งในไม่กี่ฉากของนิยายที่พงศาวดารรองรับเกือบทั้งหมด ชีวประวัติเตียวหุยใน《三国志·蜀书·张飞传》ของตันซิ่ว (陈寿 เฉินโซ่ว) เล่าว่าหลังเล่าเปียวตาย โจโฉยกเข้าเกงจิ๋ว เล่าปี่หนีลงใต้ โจโฉไล่ตามมาทันที่เตียงปันในเขตตงหยง (当阳 ตังหยาง)

「先主闻曹公卒至,弃妻子走,使飞将二十骑拒后。」

"เล่าปี่ได้ข่าวว่าโจโฉมาถึงอย่างกะทันหัน จึงทิ้งลูกเมียหนี ให้เตียวหุยคุมทหารม้ายี่สิบคนรั้งท้ายต้านข้าศึก"

「飞据水断桥,瞋目横矛曰:『身是张益德也,可来共决死!』敌皆无敢近者,故遂得免。」

"เตียวหุยยึดแนวแม่น้ำ ตัดสะพานทิ้ง ถลึงตา ถือทวนขวางไว้ ร้องว่า 'ข้าคือจางอี้เต๋อ มาสู้กันให้ตายสักทาง!' ข้าศึกไม่มีใครกล้าเข้าใกล้ เล่าปี่จึงรอดไปได้"

ทุกองค์ประกอบหลักของตำนานอยู่ในประโยคนี้แล้ว ทหารม้ายี่สิบคน สะพาน แม่น้ำ ดวงตาที่ถลึง ทวนที่ถือขวาง คำท้าที่ประกาศชื่อตัวเอง และข้าศึกที่ไม่กล้าเข้ามา สิ่งที่ไม่มีคือการตะโกนสามครั้ง ฝุ่นจากกิ่งไม้หางม้า และคนตกม้า

《资治通鉴》เล่มที่ 65ของซือหม่ากวง (司马光) วางเหตุการณ์นี้ในปีเจี้ยนอันที่ 13 (ค.ศ. 208) ใช้ถ้อยคำเกือบตรงกับชีวประวัติ ต่างกันแค่ท่อนท้ายเขียนว่า 「操兵无敢近者」 "ทหารของโจโฉไม่มีใครกล้าเข้าใกล้"

ชีวประวัติเล่าปี่ให้ภาพของสถานการณ์ทั้งหมด ซึ่งทำให้เข้าใจว่าทำไมทหารยี่สิบคนจึงสำคัญ

「曹公将精骑五千急追之,一日一夜行三百余里,及于当阳之长坂。先主弃妻子,与诸葛亮、张飞、赵云等数十骑走,曹公大获其人众辎重。」

"โจโฉนำทหารม้าชั้นยอดห้าพันไล่ตามอย่างเร่งรีบ วันหนึ่งคืนหนึ่งเดินทางกว่าสามร้อยลี้ ทันที่เตียงปันในเขตตงหยง เล่าปี่ทิ้งลูกเมีย หนีไปกับขงเบ้ง เตียวหุย จูล่ง และทหารม้าเพียงไม่กี่สิบคน โจโฉจับผู้คนและยึดสัมภาระได้เป็นจำนวนมาก"

3. ยี่สิบม้ากับแม่น้ำหนึ่งสาย

ถ้าอ่านพงศาวดารสองประโยคนี้คู่กัน ภาพจะต่างจากนิยายมาก เล่าปี่เหลือคนติดตามแค่ "ไม่กี่สิบม้า" ทหารยี่สิบคนที่ให้เตียวหุยคุมจึงไม่ใช่กองเล็ก ๆ ที่เหลือใช้ แต่เป็นส่วนใหญ่ของกำลังที่ยังอยู่ข้างตัวเล่าปี่ในเวลานั้น

ส่วนกลยุทธ์ของเตียวหุยในพงศาวดารเป็นเรื่องภูมิประเทศล้วน ๆ 「据水断桥」 คือยึดแนวน้ำและตัดสะพานก่อน แล้วจึงยืนประกาศชื่อ ทหารม้าที่ไล่ตามมาต้องข้ามน้ำเข้ามาหาคนที่รออยู่บนฝั่ง ซึ่งเป็นตำแหน่งที่ฝ่ายตั้งรับได้เปรียบ บวกกับข้อมูลในชีวประวัติเล่าปี่ว่าทัพไล่ตามเพิ่งควบม้ามากว่าสามร้อยลี้ในวันเดียวคืนเดียว อ่านแล้วจะเห็นว่าความกล้าของเตียวหุยในพงศาวดารคือความกล้าที่ใช้หัวคิด ไม่ใช่เสียงตะโกนที่ทำให้คนตาย ข้อนี้เป็นการตีความจากบันทึก พงศาวดารเองไม่ได้อธิบายเหตุผลว่าทำไมข้าศึกไม่เข้าใกล้

ใครคือข้าศึกที่ยืนอยู่อีกฝั่งน้ำ ชีวประวัติเตียวหุยไม่ได้ระบุชื่อ แต่ชีวประวัติโจซุน (曹纯 เฉาฉุน) ผู้คุมกองทหารม้าชั้นยอด "หู่เป้า" (虎豹骑) ของโจโฉ บันทึกว่า

「从征荆州,追刘备于长坂,获其二女辎重,收其散卒。」

"ตามเสด็จไปตีเกงจิ๋ว ไล่ตามเล่าปี่ถึงเตียงปัน จับได้ลูกสาวสองคนของเล่าปี่พร้อมสัมภาระ และรวบรวมทหารที่แตกกระจาย"

ประโยคนี้เตือนว่าศึกเตียงปันไม่ใช่ชัยชนะของฝ่ายเล่าปี่ เล่าปี่เสียลูกสาวสองคน เสียผู้คนและสัมภาระ ความกล้าของเตียวหุยแค่ทำให้เล่าปี่กับคนที่เหลือหนีรอด ส่วนจูล่งในชีวประวัติหน้าเดียวกันก็ได้รับเครดิตว่า 「云身抱弱子,即后主也,保护甘夫人,即后主母也,皆得免难」 "จูล่งอุ้มลูกน้อยไว้กับตัว คือพระเจ้าเล่าเสี้ยนในภายหลัง และคุ้มกันกำฮูหยิน มารดาของพระองค์ ทั้งสองจึงรอดจากภัย" สองวีรกรรมนี้เกิดในวันเดียวกัน และพงศาวดารบันทึกไว้ทั้งคู่

4. ใครรื้อสะพาน และรื้อเมื่อไร

นิยายสลับลำดับเหตุการณ์ในจุดที่ดูเล็กแต่เปลี่ยนความหมายทั้งฉาก

ในพงศาวดาร ลำดับคือ 「据水断桥」 ก่อน แล้วจึง 「瞋目横矛曰」 เตียวหุยตัดสะพานทิ้งก่อน แล้วยืนท้าอยู่ฝั่งตรงข้าม การตัดสะพานคือแผนตั้งรับตั้งแต่ต้น

ในนิยายทั้งฉบับจีนและฉบับไทย ลำดับกลับกัน เตียวหุยยืนท้าอยู่บนสะพาน หรือที่ต้นสะพาน ทัพโจโฉถอยไปแล้ว จึงค่อยรื้อสะพาน แล้วเล่าปี่ก็ตำหนิว่ารื้อสะพานเท่ากับบอกข้าศึกว่าเรามีคนน้อย

การสลับลำดับนี้ทำให้นิยายได้สองอย่าง อย่างแรก เตียวหุยดูกล้าหาญกว่าเดิม เพราะยืนประจันหน้าทัพใหญ่โดยไม่มีน้ำกั้น อย่างที่สอง นิยายได้โอกาสวาดภาพเตียวหุยเป็นคนบ้าบิ่นที่ "คิดไม่รอบ" แล้วให้ขงเบ้งกับเล่าปี่เป็นคนฉลาดที่มองเห็นสิ่งที่เตียวหุยมองไม่เห็น คำตำหนิของเล่าปี่ไม่มีในพงศาวดาร

ภาพเตียวหุยหยาบกระด้างไม่รู้จักคิดเป็นภาพที่นิยายสร้างซ้ำหลายครั้ง เช่นฉากที่นิยายให้เตียวหุยเฆี่ยนข้าหลวงต๊กอิ้ว ทั้งที่พงศาวดารบันทึกว่าเล่าปี่ลงมือเอง ส่วนเตียวหุยตัวจริงในพงศาวดารเป็นคนที่รักและเคารพผู้มีความรู้ และรู้จักเลือกสนามรบ

5. เซี่ยโหวเจี๋ยมาจากไหน

เซี่ยโหวเจี๋ย (夏侯杰) ไม่ปรากฏใน《三国志》 เมื่อค้นชื่อนี้ในคลังเอกสารภาษาจีนของวิกิซอร์ซ จะพบเฉพาะในนิยายตอนที่ 42 และภาคผนวกของนิยาย ไม่พบในชีวประวัติเล่มใดของพงศาวดาร เขาจึงเป็นตัวละครที่มีชีวิตอยู่เพียงประโยคเดียว เกิดมาเพื่อตกม้าแล้วหายไป

ที่น่าสนใจคือ ก่อนหน้านิยายของหลัวก้วนจง (罗贯中) ตำนานนี้เคยใหญ่กว่านี้อีก หนังสือผิงฮว่าสามก๊ก (《全相平话三国志》 เล่มกลาง) ที่พิมพ์สมัยราชวงศ์หยวน เล่าว่าเตียวหุยคุมทหารม้ายี่สิบคน เอาธงห้าสิบผืนเรียงไว้บนเนินสูง แล้วเมื่อทัพโจโฉสามสิบหมื่นมาถึง

「吾乃燕人张翼德,谁敢共吾决死!」叫声如雷贯耳,桥梁皆断。曹军倒退三十余里。

"ข้าคือจางอี้เต๋อชาวแคว้นเอี้ยน ใครกล้ามาสู้กับข้าให้ตาย!" เสียงตะโกนดังก้องดั่งฟ้าร้องเข้าหู สะพานพังลงทั้งหมด ทัพโจโฉถอยไปกว่าสามสิบลี้

ในผิงฮว่า สะพานพังด้วยเสียงตะโกน ไม่ใช่ด้วยมือคน นี่คือรูปที่เกินจริงที่สุดของตำนาน และเป็นที่มาของชื่อเรียก "张飞喝断长坂桥" "เตียวหุยตะคอกจนสะพานเตียงปันขาด" ที่ปรากฏบนปกบทความนี้

เมื่อหลัวก้วนจงเรียบเรียงนิยาย เขาคืนการรื้อสะพานกลับไปให้เป็นฝีมือคน ใกล้พงศาวดารขึ้น แต่ยังอยากเก็บพลังของเสียงตะโกนไว้ จึงย้ายผลของเสียงจากสะพานไปที่คนหนึ่งคน คือเซี่ยโหวเจี๋ยที่ตกใจจนตกม้า และเพิ่มภาพทัพโจโฉที่แตกหนีจนเหยียบกันเอง ส่วนท่อนคำท้าที่ขึ้นต้นด้วย "ข้าคือคนแคว้นเอี้ยน" นิยายใช้เป็นเสียงประจำตัวของเตียวหุยมาตั้งแต่ต้นเรื่อง เช่นในฉากสามพี่น้องรบลิโป้ ที่เตียวหุยตะโกนว่า 「燕人张飞在此」 "เตียวหุยชาวแคว้นเอี้ยนอยู่นี่"

ภาพพิมพ์แกะไม้ญี่ปุ่นสามแผ่นต่อกัน เตียวหุยขี่ม้าดำถือทวนอยู่กลางสะพานโค้งสีส้ม ทหารฝ่ายข้าศึกจำนวนมากล้มทับกันบนสะพานและพลัดตกลงไปในแม่น้ำ ด้านซ้ายมีขุนพลบนหลังม้าหนีออกไป มุมขวาบนมีป้ายชื่อภาพ
"ฉากสะพานเตียงปันจากสามก๊ก" ภาพพิมพ์แกะไม้ของอุตะงาวะ คุนิโยชิ (歌川国芳) ค.ศ. 1852 วาดตามนิยายที่ทัพโจโฉแตกพ่ายต่อหน้าเตียวหุย ซึ่งพงศาวดารบันทึกเพียงว่าข้าศึกไม่กล้าเข้าใกล้ · ภาพ: Utagawa Kuniyoshi / The Metropolitan Museum of Art / Wikimedia Commons (CC0)

6. ชื่อที่เขียนไม่ตรงกัน: 坂 阪 板 และ 益德 翼德

แม้แต่ชื่อในฉากนี้ก็มีหลายแบบ ซึ่งบอกอะไรบางอย่างเกี่ยวกับที่มาของแต่ละเล่ม

ชื่อสถานที่ ชีวประวัติเตียวหุยเขียนว่า 「当阳之长阪」 ชีวประวัติเล่าปี่เขียนว่า 「当阳之长坂」 ส่วน《资治通鉴》เขียนว่า 「当阳之长板」 อักษรทั้งสามตัวอ่านว่า "ป่าน" เหมือนกัน และหมายถึงที่ลาดเชิงเนินแห่งเดียวกัน ปัจจุบันวิกิพีเดียภาษาจีนระบุว่าที่ตั้งของศึกนี้อยู่ในเขตเมืองจิงเหมิน มณฑลหูเป่ย ฉบับไทยของเจ้าพระยาพระคลังก็เรียกหลายแบบเช่นกัน ตอนที่ ๓๗ ใช้ "สะพานเตียงปันเกี้ยว" ตอนที่ ๕๔ ใช้ "ทุ่งเตียงปันโป๋" และตอนที่ ๕๗ ใช้ "สะพานเตียงปันโป๋" ซึ่งเป็นชื่อที่ใช้ในชื่อบทความนี้

ชื่อรองของเตียวหุย พงศาวดารเขียนว่า 益德 ทั้งในบรรทัดแรกของชีวประวัติ 「张飞字益德」 และในคำท้าที่สะพาน 「身是张益德也」 ส่วนผิงฮว่าและนิยายเขียนเป็น 翼德 ซึ่งอ่านว่า "อี้เต๋อ" เหมือนกัน ฉบับไทยเขียนตามฉบับนิยายว่า "เอ๊กเต๊ก"

คำถามที่พบบ่อย

เตียวหุยตะคอกที่สะพานเตียงปันโป๋จริงไหม?

จริง《三国志·张飞传》บันทึกว่าเตียวหุยคุมทหารม้ายี่สิบคน ตัดสะพาน ยืนพิงแม่น้ำ ถลึงตาถือทวนร้องว่า 「身是张益德也,可来共决死!」 "ข้าคือจางอี้เต๋อ มาสู้กันให้ตายสักทาง!" ข้าศึกไม่มีใครกล้าเข้าใกล้ เล่าปี่จึงรอด

ขุนพลโจโฉที่ตกม้าตายเพราะเสียงเตียวหุยมีจริงไหม?

ไม่มีในพงศาวดาร ชื่อเซี่ยโหวเจี๋ย (夏侯杰) พบเฉพาะในนิยายฉบับจีนตอนที่ 42 ซึ่งบรรยายว่าเขาตกใจจนตับและดีแตกแล้วตกจากม้า ส่วนสามก๊กฉบับเจ้าพระยาพระคลังตอนที่ ๓๗ ไม่มีฉากนี้ เขียนเพียงว่าทหารโจโฉ "ตกใจ ตกตลึงอยู่มิได้เข้ารบ"

ใครเป็นคนรื้อสะพานเตียงปัน?

เตียวหุยเป็นคนรื้อเอง พงศาวดารเขียนว่า 「飞据水断桥」 คือเตียวหุยยึดแนวน้ำและตัดสะพานก่อนแล้วจึงยืนท้า นิยายสลับให้รื้อสะพานหลังทัพโจโฉถอย และให้เล่าปี่ตำหนิว่าคิดไม่รอบ ส่วนหนังสือผิงฮว่าสมัยหยวนเล่าว่าสะพานพังด้วยเสียงตะโกน

เตียวหุยมีทหารกี่คนที่สะพานเตียงปัน?

ทหารม้ายี่สิบคน《三国志》เขียนว่า 「使飞将二十骑拒后」 ขณะที่ชีวประวัติเล่าปี่บันทึกว่าเล่าปี่เหลือคนติดตามเพียงไม่กี่สิบม้า ส่วนทัพที่ไล่ตามคือทหารม้าชั้นยอดห้าพันของโจโฉ

ศึกเตียงปันเกิดเมื่อไรและที่ไหน?

ปีเจี้ยนอันที่ 13 (ค.ศ. 208) ตามที่《资治通鉴》วางไว้ ที่เตียงปันในเขตตงหยง (当阳) ซึ่งวิกิพีเดียภาษาจีนระบุว่าอยู่ในเขตเมืองจิงเหมิน มณฑลหูเป่ยปัจจุบัน

สรุป

ฉากเตียวหุยตะคอกที่สะพานเตียงปันเป็นหนึ่งในฉากที่นิยายเล่าใกล้พงศาวดารที่สุด ทหารม้ายี่สิบคน สะพาน แม่น้ำ ดวงตาที่ถลึง และคำท้าที่ทำให้ข้าศึกไม่กล้าเข้าใกล้ ล้วนมีบันทึกใน《三国志》 สิ่งที่นิยายฉบับจีนเติมเข้าไปคือการตะโกนสามครั้ง ฝุ่นจากกิ่งไม้หางม้า เซี่ยโหวเจี๋ยที่ตกใจจนตกม้า และคำตำหนิของเล่าปี่ที่สลับลำดับการรื้อสะพาน ส่วนผิงฮว่าสมัยหยวนไปไกลถึงขั้นให้เสียงตะโกนทำสะพานพัง ฉบับไทยของเจ้าพระยาพระคลังกลับเล่าฉากนี้อย่างเรียบที่สุด ไม่มีใครตกม้า มีแต่ทหารโจโฉที่ "ตกตลึงอยู่มิได้เข้ารบ"

แหล่งข้อมูล

ถอดหน้ากากสามก๊ก ฉบับ MingPaPa (黄柄明 - หวงปิ่งหมิง)

เรื่องที่ 40 จาก 40 เรื่อง

ชุดบทความที่วางฉากดังในนิยายสามก๊กเทียบกับพงศาวดาร《三国志》ทีละฉาก เขียนโดยMingPaPa ชื่อจีน หวงปิ่งหมิง - 黄柄明

ดูทั้งหมวด →
ดูรายชื่อเรื่องทั้งชุด

เกี่ยวกับผู้เขียน

ธนินพงษ์ ศุภพิทักษ์พงษ์ (MingPaPa)
黄柄明 - MingPaPa

เขียนโดย

ชื่อจีน หวงปิ่งหมิง - 黄柄明

นักธุรกิจโรงพิมพ์ ครูศิลปะการต่อสู้ และผู้ถ่ายทอดวัฒนธรรมจีน ศาสนา และความเชื่อ

ประสบการณ์ที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้: ก่อนอายุ 18 ปี ผู้เขียนอ่านสามก๊กฉบับเจ้าพระยาพระคลัง (หน) และสามก๊กฉบับวณิพกของยาขอบรวม 10 รอบ ไม่นับหนังสือวิเคราะห์กลยุทธ์และอรรถาธิบายสามก๊กอีกหลายสิบเล่ม บทนี้วางฉากเตียวหุยตะคอกที่สะพานเตียงปันในนิยายฉบับจีนและฉบับไทยเทียบกับชีวประวัติเตียวหุย เล่าปี่ และโจซุนใน《三国志》กับ《资治通鉴》 แล้วไล่ที่มาของขุนพลตกม้าไปถึงหนังสือผิงฮว่าสมัยหยวน

ประวัติการแก้ไข

  • — เผยแพร่ครั้งแรก

พบข้อมูลคลาดเคลื่อน แจ้งได้ที่หน้าติดต่อ และอ่านวิธีตรวจสอบกับแก้ไขข้อผิดพลาดได้ที่นโยบายบรรณาธิการ

บทความที่เกี่ยวข้อง

ดูบทความทั้งหมดในหมวดถอดหน้ากากสามก๊ก ฉบับ MingPaPa (黄柄明 - หวงปิ่งหมิง)