ในนิยาย: จูล่ง (赵云 จ้าวอวิ๋น) อุ้มอาเต๊าฝ่าทัพโจโฉมาส่งถึงมือเล่าปี่ (刘备 หลิวเป้ย) เล่าปี่รับลูกแล้วขว้างลงพื้น พูดว่าเพราะเด็กคนนี้เกือบเสียขุนพลเอกไปคนหนึ่ง จูล่งรีบอุ้มอาเต๊าขึ้นแล้วคุกเข่าร้องไห้ ฉบับไทยเขียนชัดว่าเล่าปี่ "ทำเปนโกรธ"
ในพงศาวดาร: ไม่มีบันทึก《三国志》บอกเพียงว่าจูล่งอุ้มลูกน้อยและคุ้มกันกำฮูหยินจนรอด สิ่งที่เล่าปี่ขว้างจริงตาม《云别传》คือทวนสั้น (手戟) ใส่คนที่มาบอกว่าจูล่งหนีไปเข้ากับโจโฉ ฉากขว้างลูกมีอยู่แล้วในหนังสือผิงฮว่าสมัยหยวน ก่อนนิยายของหลัวก้วนจง
ถอดหน้ากากสามก๊ก ฉบับ MingPaPa (黄柄明 - หวงปิ่งหมิง): ผมกับสามก๊ก
ผม MingPaPa ชื่อจีน หวงปิ่งหมิง - 黄柄明 ชื่อไทย ธนินพงษ์ ศุภพิทักษ์พงษ์ คนไทยเชื้อสายจีนที่รักและผูกพันกับเรื่องราวของจีนมาตั้งแต่เด็กครับ
ตอนเล็ก ๆ ผมได้ยินพ่อกับผู้ใหญ่ในบ้านคุยกันว่า "ใครอ่านสามก๊กครบสามจบ คบไม่ได้" ทั้งที่พ่อผมเองก็อ่านมาหลายจบ พี่ชายผมก็อ่านหลายจบ ส่วนผม ก่อนอายุ 18 ปี อ่านเฉพาะสองฉบับ คือสามก๊กฉบับเจ้าพระยาพระคลัง (หน) กับสามก๊กฉบับวณิพกของยาขอบ รวมกันไปแล้ว 10 รอบ ยังไม่นับหนังสือวิเคราะห์กลยุทธ์และหนังสืออรรถาธิบายสามก๊กอีกหลายสิบเล่ม ยิ่งอ่านก็ยิ่งรัก และยิ่งเข้าใจว่าทำไมผู้ใหญ่ถึงพูดอย่างนั้น
อ่านสามก๊กครบสามจบ คบไม่ได้ เพราะอะไร
ถ้ามองให้ลึก คำนี้ไม่ได้อยู่ที่จำนวนรอบที่อ่าน แต่อยู่ที่ "สันดานเดิมของคนอ่าน" ซึ่งเป็นตัวตั้งต้นครับ สามก๊กคือภาพสะท้อนมนุษย์จริง ๆ ไม่มีใครขาวสะอาดหรือสมบูรณ์แบบ มีทั้งคนดีแต่ซื่อจนโง่ คนเจ้าเล่ห์ที่เลวแต่รวย และคนเก่งที่หยิ่งยโส ในโลกความจริงคนเห็นแก่ตัวก็มีมากกว่าคนดีอยู่แล้ว คนอ่านมีจริตแบบไหน ลึก ๆ ชอบตัวละครแบบใด ก็จะหยิบแง่มุมนั้นมาใช้กับตัวเอง คำว่า "คบไม่ได้" จึงแยกได้เป็นสองมุม
- คบไม่ได้เพราะเลียนแบบความร้าย คนที่มีเชื้อความเห็นแก่ตัวหรือชอบเอาเปรียบคนอยู่แล้ว พออ่านจนเจนจัด ก็ซึมซับความปลิ้นปล้อน กลอุบายสกปรก และการมองคนอื่นเป็นเบี้ยมาใช้ในชีวิตจริง คนกลุ่มนี้ "คบไม่ได้" ในความหมายตรงตัว เพราะพร้อมหักหลังและทำลายมิตรภาพเพื่อประโยชน์ของตัวเอง
- คบไม่ได้เพราะ "คบยาก" เกินไป คนกลุ่มนี้อ่านเพื่อเข้าใจจิตวิทยามนุษย์ วิธีเอาตัวรอด และเกมอำนาจที่ซ่อนอยู่ จนกลายเป็นคนคมกริบที่รู้เท่าทันคนจนไม่มีใครตบตาได้ คนทั่วไปจึงเข้าไม่ถึงหรือระแวงว่าจะถูกเอาเปรียบ ส่วนคนเก่งด้วยกันก็อยู่ด้วยลำบาก เพราะต่างฝ่ายต่างรู้ทันกัน ต้องตั้งการ์ดระวังตัวอยู่ตลอดเวลา
ถอดหน้ากากสามก๊ก ฉบับ MingPaPa (黄柄明 - หวงปิ่งหมิง) คือการอ่านสามก๊กอีกรอบด้วยสายตาของคนที่โตมากับนิยาย ผมหยิบฉากที่คนไทยจำได้ขึ้นใจมาวางเทียบกับพงศาวดาร《三国志》 (ซานกั๋วจื้อ — จดหมายเหตุสามก๊ก) ทีละประโยค ว่าตรงไหนเป็นประวัติศาสตร์ ตรงไหนเป็นฝีมือนักเล่านิทานและนักประพันธ์รุ่นหลัง ทุกบทยกต้นฉบับภาษาจีนพร้อมคำแปล และบอกว่าข้อความนั้นอยู่ในบทไหน ผู้อ่านจะได้ตรวจเองได้ครับ
ชื่อบุคคลและสถานที่ในบทความนี้
ชื่อในสามก๊กฉบับไทยตามฉบับเจ้าพระยาพระคลัง (หน) อ่านตามสำเนียงฮกเกี้ยน ซึ่งต่างจากชื่อที่ใช้กันในระดับสากล บทความนี้จึงกำกับชื่อเฉพาะด้วยอักษรจีนตัวย่อและคำอ่านแบบจีนกลางเมื่อปรากฏครั้งแรก เช่น เล่าปี่ (刘备 หลิวเป้ย) ส่วนเลข "ตอนที่" ของนิยายในบทความนี้เป็นเลขตอน (回) ของนิยายฉบับภาษาจีน ซึ่งฉบับเจ้าพระยาพระคลังแบ่งตอนไม่ตรงกัน ฉากในบทความนี้อยู่ในตอนที่ ๓๗ ของฉบับไทย
| อักษรจีน (ตัวย่อ) | พินอิน | อ่านแบบจีนกลาง | ชื่อในสามก๊กฉบับไทย / หมายเหตุ |
|---|---|---|---|
| 刘备 | Liú Bèi | หลิวเป้ย | เล่าปี่ |
| 赵云 | Zhào Yún | จ้าวอวิ๋น | จูล่ง |
| 刘禅 | Liú Shàn | หลิวซาน | อาเต๊า (ภายหลังคือพระเจ้าเล่าเสี้ยน) |
| 阿斗 | Ā Dǒu | อาโต่ว | อาเต๊า (ชื่อเล่นในนิยาย) |
| 甘夫人 | Gān fūrén | กันฟูเหริน | นางกำฮูหยิน |
| 糜夫人 | Mí fūrén | หมีฟูเหริน | นางบิฮูหยิน |
| 糜芳 | Mí Fāng | หมีฟาง | บิฮอง |
| 张飞 | Zhāng Fēi | จางเฟย | เตียวหุย |
| 关羽 | Guān Yǔ | กวนอวี่ | กวนอู |
| 曹操 | Cáo Cāo | เฉาเชา | โจโฉ |
| 吕布 | Lǚ Bù | หลี่ว์ปู้ | ลิโป้ |
| 刘邦 | Liú Bāng | หลิวปัง | พระเจ้าฮั่นโกโจ ปฐมกษัตริย์ราชวงศ์ฮั่น |
| 孝惠帝 | Xiàohuì dì | เซี่ยวฮุ่ยตี้ | โอรสของพระเจ้าฮั่นโกโจ (ไม่ปรากฏในฉบับไทย) |
| 手戟 | shǒujǐ | โส่วจี่ | ทวนสั้นถือมือ ใช้ขว้างได้ (ไม่ปรากฏในฉบับไทย) |
| 长坂 | Chángbǎn | ฉางป่าน | เตียงปัน / ทุ่งเตียงปันโป๋ |
| 裴松之 | Péi Sōngzhī | เผยซงจือ | ผู้เขียนอรรถาธิบาย《三国志》 (ไม่ปรากฏในฉบับไทย) |
| 司马光 | Sīmǎ Guāng | ซือหม่ากวง | ผู้เรียบเรียง《资治通鉴》 (ไม่ปรากฏในฉบับไทย) |
| 陈寿 | Chén Shòu | ตันซิ่ว | ตันซิ่ว ผู้เขียน《三国志》 |
| 罗贯中 | Luó Guànzhōng | หลัวก้วนจง | ผู้แต่งนิยายสามก๊กฉบับจีน |
1. ฉากในนิยาย: "เพราะเด็กคนนี้ เกือบเสียขุนพลไปคนหนึ่ง"
ฉากนี้อยู่ต้นตอนที่ 42 (第四十二回) ของนิยายฉบับจีน ต่อจากจูล่งฝ่าทัพเตียงปันโป๋ในตอนที่ 41 จูล่ง (赵云 จ้าวอวิ๋น) อุ้มอาเต๊าข้ามสะพานที่เตียวหุยเฝ้าอยู่ ควบม้าต่อไปอีกยี่สิบกว่าลี้ จึงพบเล่าปี่ (刘备 หลิวเป้ย) พักอยู่ใต้ต้นไม้ จูล่งลงจากม้า คุกเข่าร้องไห้ เล่าว่าบิฮูหยินโดดบ่อตาย แล้วบอกว่าเมื่อครู่เด็กยังร้องอยู่ในอก ตอนนี้เงียบไปแล้ว เกรงว่าจะไม่รอด พอแก้เกราะออกดู อาเต๊ากำลังหลับสนิท จูล่งดีใจ ยื่นเด็กให้เล่าปี่ด้วยสองมือ
「玄德接过,掷之于地曰:『为汝这孺子,几损我一员大将!』」
"เล่าปี่รับไว้ แล้วขว้างลงพื้น พูดว่า 'เพราะเจ้าเด็กน้อยคนนี้ เกือบเสียขุนพลใหญ่ของข้าไปคนหนึ่ง!'"
จูล่งรีบอุ้มอาเต๊าขึ้นจากพื้น ร้องไห้กราบว่า 「云虽肝脑涂地,不能报也!」 "ถึงจูล่งจะต้องตายจนตับและสมองเรี่ยราดลงดิน ก็ตอบแทนบุญคุณนี้ไม่หมด" นิยายปิดฉากด้วยกลอนสี่บรรทัด
「曹操军中飞虎出,赵云怀内小龙眠。无由抚慰忠臣意,故把亲儿掷马前。」
"ในทัพโจโฉ เสือบินทะยานออกมา ในอกจูล่ง มังกรน้อยหลับใหล ไม่มีหนทางปลอบใจขุนนางผู้ภักดี จึงจงใจขว้างลูกแท้ ๆ ลงหน้าม้า"
คำว่า 「故」 ในบรรทัดสุดท้ายแปลว่า "จงใจ" หรือ "เพราะฉะนั้นจึง" ก็ได้ แต่ความหมายรวมของกลอนชัดว่าการขว้างลูกครั้งนี้มีจุดมุ่งหมาย คือปลอบและผูกใจจูล่ง
ฉบับไทยของเจ้าพระยาพระคลัง (หน) พูดตรงกว่านั้นอีก ตอนที่ ๓๗ ของฉบับไทยเล่าว่า
แล้วจูล่งก็อุ้มอาเต๊าส่งให้เล่าปี่ ๆ รับเอาอาเต๊า แล้วทำเปนโกรธทิ้งบุตรลงแล้วว่า เพราะอ้ายจัญไรคนเดียวนี้ จูล่งทหารเอกเราจักแหล่นจะเสียแก่ข้าศึก
ผู้แปลฉบับไทยเติมคำว่า "ทำเปนโกรธ" ลงไปเอง ไม่ต้องรอให้คนอ่านตีความจากกลอน และคำตอบของจูล่งในฉบับไทยก็หนักแน่นไม่แพ้ฉบับจีน "อันตัวข้าพเจ้านี้ถึงจะตายก็จะเอาโลหิตทาแผ่นดินไว้ให้ปรากฎ จะขอสนองคุณท่าน" คนไทยที่โตมากับฉบับนี้จึงอ่านฉากนี้มาตั้งแต่แรกว่าเป็นการแสดง ไม่ใช่โทสะจริง
2. 《三国志》บันทึกอะไรไว้เกี่ยวกับวันนั้น
ชีวประวัติจูล่งใน《三国志·蜀书·赵云传》ของตันซิ่ว (陈寿 เฉินโซ่ว) บันทึกวีรกรรมที่เตียงปันไว้ประโยคเดียว
「及先主为曹公所追于当阳长阪,弃妻子南走,云身抱弱子,即后主也,保护甘夫人,即后主母也,皆得免难。迁为牙门将军。」
"ครั้นเล่าปี่ถูกโจโฉไล่ตามที่เตียงปันในเขตตงหยง ทิ้งลูกเมียหนีลงใต้ จูล่งอุ้มลูกน้อยไว้กับตัว คือพระเจ้าเล่าเสี้ยนในภายหลัง และคุ้มกันกำฮูหยิน มารดาของพระองค์ ทั้งสองจึงรอดจากภัย จูล่งได้เลื่อนเป็นนายทัพหย่าเหมิน"
นี่คือทั้งหมดที่ชีวประวัติหลักบันทึก ไม่มีฉากส่งมอบเด็ก ไม่มีคำพูดของเล่าปี่ และไม่มีการขว้างลูก ชีวประวัติเล่าปี่และชีวประวัติกำฮูหยินก็ไม่มีเช่นกัน ผลตอบแทนที่จูล่งได้ในพงศาวดารคือการเลื่อนยศ ไม่ใช่ท่าทางของนาย
3. สิ่งที่เล่าปี่ขว้างจริง: ทวนสั้นใส่คนที่ใส่ร้ายจูล่ง
มีบันทึกเหตุการณ์หนึ่งในวันเดียวกันที่เล่าปี่ขว้างของจริง แต่ไม่ใช่ลูก อรรถาธิบายของเผยซงจือ (裴松之) ใต้ชีวประวัติจูล่งอ้างหนังสือ《云别传》 (ชีวประวัติจูล่งฉบับแยก) ว่า
「初,先主之败,有人言云已北去者,先主以手戟擿之曰:『子龙不弃我走也。』顷之,云至。」
"ครั้งนั้น เมื่อเล่าปี่แตกทัพ มีคนมาบอกว่าจูล่งหนีขึ้นเหนือไปแล้ว เล่าปี่เอาทวนสั้นขว้างใส่คนนั้น แล้วพูดว่า 'จูล่งไม่ทิ้งข้าหนีไปหรอก' ไม่นานจูล่งก็มาถึง"
"ขึ้นเหนือ" ในที่นี้หมายถึงไปเข้ากับโจโฉซึ่งยกมาจากทางเหนือ เล่าปี่ตอบด้วยการขว้างทวนสั้น (手戟) ใส่ผู้พูด ประโยคนี้มีทุกองค์ประกอบของฉากในนิยาย ทั้งความไว้ใจที่เล่าปี่มีต่อจูล่ง การขว้างของด้วยอารมณ์ และจูล่งที่มาถึงในตอนท้าย ต่างกันที่เป้าของการขว้าง
ซือหม่ากวง (司马光) เห็นว่าเรื่องนี้น่าเชื่อพอจะนำไปใส่ใน《资治通鉴》เล่มที่ 65 ซึ่งเขียนว่า
「或谓备:『赵云已北走。』备以手戟擿之曰:『子龙不弃我走也。』顷之,云身抱备子禅,与关羽船会,得济沔。」
"มีคนบอกเล่าปี่ว่า 'จูล่งหนีขึ้นเหนือไปแล้ว' เล่าปี่เอาทวนสั้นขว้างใส่ แล้วว่า 'จูล่งไม่ทิ้งข้าหนีไปหรอก' ไม่นาน จูล่งก็อุ้มเล่าเสี้ยนบุตรของเล่าปี่มาถึง แล้วไปพบเรือของกวนอู ข้ามแม่น้ำเหมี่ยนไปได้"
ใน《资治通鉴》 ประโยคที่ว่าจูล่งอุ้มเล่าเสี้ยนมาถึง ต่อจากคำพูดของเล่าปี่ทันที แล้วเรื่องก็ไปต่อที่เรือของกวนอู ไม่มีช่องว่างให้ฉากขว้างลูกเลย
นิยายรับเรื่องนี้ไปใช้ในตอนที่ 41 แต่เปลี่ยนรายละเอียด คนที่มาบอกข่าวกลายเป็นบิฮอง (糜芳 หมีฟาง) ที่ 「面带数箭」 "หน้าเต็มไปด้วยลูกธนู" ส่วนเล่าปี่แค่ 「叱曰」 "ตวาด" ว่า 「子龙是我故交,安肯反乎?」 "จูล่งเป็นสหายเก่าของข้า จะทรยศได้อย่างไร" ไม่มีการขว้างทวน ฉบับไทยตอนที่ ๓๗ ก็เล่าตรงกัน เล่าปี่ "ตวาดเอาบิฮองว่า ท่านนี้หาความพิเคราะห์มิได้" การขว้างจึงถูกย้ายจากทวนที่พุ่งใส่คนใส่ร้าย ไปเป็นลูกที่ถูกขว้างต่อหน้าจูล่งแทน
4. ฉากนี้มาจากไหน: ผิงฮว่าสมัยหยวนมีก่อนแล้ว
หลัวก้วนจง (罗贯中) ไม่ได้คิดฉากขว้างลูกขึ้นเอง หนังสือผิงฮว่าสามก๊ก (《全相平话三国志》 เล่มกลาง) ที่พิมพ์สมัยราชวงศ์หยวน ซึ่งเก่ากว่านิยายของเขา มีฉากนี้อยู่แล้ว
「赵云抱太子见皇叔。皇叔接太子,掷于地上。众官皆惊,告皇叔。玄德曰:『为辱子,几乎折了吾之良将赵云!』皇叔言毕,众称其善。」
"จูล่งอุ้มรัชทายาทมาพบเล่าปี่ เล่าปี่รับรัชทายาทแล้วขว้างลงพื้น ขุนนางทั้งหลายตกใจ ทักท้วงเล่าปี่ เล่าปี่ว่า 'เพราะเด็กคนนี้ เกือบเสียยอดขุนพลของเราคือจูล่งไป!' เล่าปี่พูดจบ ทุกคนก็สรรเสริญ"
ประโยคสุดท้าย 「众称其善」 "ทุกคนสรรเสริญว่าดี" บอกว่าผู้เล่านิทานสมัยหยวนมองการขว้างลูกเป็นการกระทำที่น่าชื่นชม เป็นการแสดงว่านายให้ค่าขุนพลมากกว่าลูกตัวเอง ไม่ใช่ความโหดร้าย
ผิงฮว่าฉบับเดียวกันยังเล่าวีรกรรมของจูล่งต่างจากนิยายมาก คนที่ฝากอาเต๊าให้จูล่งแล้วตายข้างกำแพงคือกำฮูหยิน ไม่ใช่บิฮูหยิน ผิงฮว่าเล่าว่านางถูกธนูที่สีข้าง แล้ว 「于墙下身死。赵云推倒墙,盖其尸」 "สิ้นใจข้างกำแพง จูล่งผลักกำแพงลงกลบศพ" และเมื่อจูล่งมาถึงเล่าปี่ก็รายงานว่า 「甘妃,糜氏皆为曹公所杀」 "กำฮูหยินกับนางแซ่บิล้วนถูกทัพโจโฉฆ่า" ซึ่งขัดกับพงศาวดารที่บันทึกว่ากำฮูหยินรอด นิยายของหลัวก้วนจงแก้ส่วนนี้ให้กำฮูหยินรอดตามพงศาวดาร แล้วย้ายการตายไปให้บิฮูหยิน แต่เก็บฉากขว้างลูกไว้เกือบคำต่อคำ
5. เล่าปี่ผู้ทิ้งลูกเมียสี่ครั้ง
ถ้าถามว่าทำไมนักเล่านิทานจึงเชื่อว่าเล่าปี่ขว้างลูกได้ คำตอบส่วนหนึ่งอยู่ในพงศาวดารเอง ชีวประวัติเล่าปี่บันทึกว่าเขาเสียลูกเมียให้ข้าศึกซ้ำแล้วซ้ำอีก
- ปีเจี้ยนอันที่ 1 (ค.ศ. 196) ลิโป้ (吕布 หลี่ว์ปู้) ยึดเมืองแห้ฝือ 「布虏先主妻子」 "ลิโป้จับลูกเมียของเล่าปี่ไป" ภายหลังจึงคืนให้
- ราวปีเจี้ยนอันที่ 3 (ค.ศ. 198) ทัพของลิโป้ตีเล่าปี่แตกอีก 「复虏先主妻子送布」 "จับลูกเมียเล่าปี่ไปส่งลิโป้อีกครั้ง"
- ปีเจี้ยนอันที่ 5 (ค.ศ. 200) โจโฉตีเล่าปี่แตก 「虏先主妻子,并禽关羽以归」 "จับลูกเมียเล่าปี่ และจับกวนอูกลับไปด้วย"
- ปีเจี้ยนอันที่ 13 (ค.ศ. 208) ที่เตียงปัน 「先主弃妻子」 "เล่าปี่ทิ้งลูกเมีย" หนีไปกับคนไม่กี่สิบม้า
ครั้งที่เตียงปันเป็นครั้งที่หนักที่สุด ลูกสาวสองคนของเล่าปี่ถูกทหารม้าของโจซุน (曹纯) จับไป ตามที่ชีวประวัติโจซุนบันทึกว่า 「获其二女辎重」 และไม่มีบันทึกว่าได้กลับคืนมา ภาพของเล่าปี่ในพงศาวดารคือผู้นำที่เอาตัวรอดก่อนครอบครัวเสมอ นักเล่านิทานจึงไม่ต้องสร้างภาพใหม่ แค่ทำให้ภาพเดิมเป็นท่าทางเดียวที่จำง่าย
ตัวอย่างที่อาจเป็นต้นแบบทางความคิดก็มีอยู่แล้ว เล่าปี่อ้างว่าเป็นเชื้อสายราชวงศ์ฮั่น และปฐมกษัตริย์ของราชวงศ์นั้น คือพระเจ้าฮั่นโกโจ (刘邦 หลิวปัง) ก็มีเรื่องทิ้งลูกที่ดังที่สุดในประวัติศาสตร์จีน 《史记·项羽本纪》ของซือหม่าเชียนบันทึกตอนที่หลิวปังแตกทัพที่เผิงเฉิงแล้วหนีด้วยรถม้า
「楚骑追汉王,汉王急,推堕孝惠、鲁元车下,滕公常下收载之。如是者三。」
"ทหารม้าฝ่ายฉู่ไล่ตามฮั่นอ๋อง ฮั่นอ๋องร้อนรน ผลักโอรส (ภายหลังคือพระเจ้าเซี่ยวฮุ่ย) และธิดาหลู่หยวนตกจากรถ เถิงกงต้องลงไปอุ้มขึ้นรถทุกครั้ง เป็นอย่างนี้ถึงสามครั้ง"
บทความนี้ไม่ได้อ้างว่านักเล่านิทานสมัยหยวนลอกเรื่องนี้มา ไม่มีหลักฐานโดยตรงเช่นนั้น แต่สองเรื่องนี้แสดงว่าผู้อ่านจีนคุ้นกับภาพ "ผู้ก่อตั้งราชวงศ์ที่ทิ้งลูกในยามคับขัน" มาก่อนนิยายสามก๊กนานแล้ว ต่างกันที่หลิวปังทิ้งลูกเพื่อเอาตัวรอด ส่วนเล่าปี่ในนิยายขว้างลูกเพื่อซื้อใจคน
6. จากฉากในนิยายสู่คำพังเพย
ฉากนี้ไปไกลกว่าตัวนิยาย กลายเป็นคำพังเพยแบบสองท่อน (歇后语) ที่คนจีนใช้กันทั่วไป วิกิพีเดียภาษาจีนหน้าเล่าเสี้ยนรวบรวมไว้ในหมวดคำพังเพยว่า 「刘备摔阿斗——收买人心」 "เล่าปี่ขว้างอาเต๊า คือซื้อใจคน" ความหมายคือการแสดงท่าทีเพื่อเอาใจคนอื่นโดยมีเจตนาแอบแฝง ในหน้าเดียวกันยังมีคำพังเพยเกี่ยวกับอาเต๊าอีกหลายข้อ เช่น 「扶不起的阿斗」 "อาเต๊าที่พยุงเท่าไรก็ไม่ขึ้น"
คำพังเพยนี้ทำให้คนส่วนใหญ่จดจำฉากขว้างลูกในฐานะเล่ห์เหลี่ยม ซึ่งตรงกับคำว่า "ทำเปนโกรธ" ในฉบับไทย และตรงกับกลอนในนิยายที่ว่า "จงใจขว้างลูกแท้ ๆ" แต่ไม่ตรงกับความตั้งใจของผิงฮว่าสมัยหยวนที่ให้ทุกคน "สรรเสริญว่าดี" ภาพของฉากเดียวกันจึงเปลี่ยนไปตามยุคของคนอ่าน จากคุณธรรมของนายที่รักขุนพล กลายเป็นการแสดงของผู้นำที่รู้วิธีซื้อใจคน
ส่วนเล่าปี่ในพงศาวดาร ความไว้ใจที่เขามีต่อจูล่งไม่ต้องอาศัยการแสดง ประโยค 「子龙不弃我走也」 "จูล่งไม่ทิ้งข้าหนีไปหรอก" พูดก่อนที่จูล่งจะกลับมาด้วยซ้ำ เรื่องราวต่อมาของจูล่งกับอาเต๊ายังมีอีกตอน คือตอนจูล่งสกัดเรือชิงอาเต๊ากลับจากนางซุนฮูหยิน
คำถามที่พบบ่อย
เล่าปี่ขว้างอาเต๊าจริงไหม?
ไม่มีบันทึกในพงศาวดาร《三国志》บันทึกเพียงว่าจูล่งอุ้มลูกน้อยของเล่าปี่และคุ้มกันกำฮูหยินจนรอดที่เตียงปัน ไม่มีฉากส่งมอบเด็กและไม่มีการขว้างลูก ฉากนี้อยู่ในนิยายตอนที่ 42 และมีอยู่แล้วในหนังสือผิงฮว่าสามก๊กสมัยหยวน
ในพงศาวดาร เล่าปี่ขว้างอะไร?
ขว้างทวนสั้น (手戟) ใส่คนที่มาบอกว่าจูล่งหนีไปเข้ากับโจโฉ《云别传》ที่เผยซงจืออ้างไว้บันทึกว่าเล่าปี่พูดว่า 「子龙不弃我走也」 "จูล่งไม่ทิ้งข้าหนีไปหรอก" และ《资治通鉴》ก็บันทึกเรื่องนี้ไว้
ฉากเล่าปี่ขว้างอาเต๊ามาจากไหน?
เก่าที่สุดที่พบคือหนังสือผิงฮว่าสามก๊กสมัยราชวงศ์หยวน ซึ่งเล่าว่าเล่าปี่รับรัชทายาทแล้วขว้างลงพื้น พูดว่าเกือบเสียยอดขุนพลจูล่ง และ "ทุกคนสรรเสริญว่าดี" หลัวก้วนจงรับฉากนี้มาใส่ในนิยายตอนที่ 42
สามก๊กฉบับไทยเล่าฉากนี้อย่างไร?
สามก๊กฉบับเจ้าพระยาพระคลัง (หน) ตอนที่ ๓๗ เขียนว่าเล่าปี่รับเอาอาเต๊า "แล้วทำเปนโกรธทิ้งบุตรลง" พร้อมพูดว่า "เพราะอ้ายจัญไรคนเดียวนี้ จูล่งทหารเอกเราจักแหล่นจะเสียแก่ข้าศึก" ฉบับไทยจึงบอกตรง ๆ ว่าเป็นการแสดงความโกรธ
คำพังเพย "เล่าปี่ขว้างอาเต๊า" หมายความว่าอะไร?
มาจากคำพังเพยจีน 「刘备摔阿斗——收买人心」 แปลว่า "เล่าปี่ขว้างอาเต๊า คือซื้อใจคน" ใช้เรียกการแสดงท่าทีเพื่อเอาใจผู้อื่นโดยมีเจตนาแอบแฝง
สรุป
ฉากเล่าปี่ขว้างอาเต๊าไม่มีในพงศาวดาร《三国志》บันทึกเพียงว่าจูล่งอุ้มลูกน้อยและคุ้มกันกำฮูหยินจนรอด แล้วได้เลื่อนยศ สิ่งที่เล่าปี่ขว้างจริงในวันนั้นตาม《云别传》และ《资治通鉴》คือทวนสั้นใส่คนที่ใส่ร้ายจูล่ง ฉากขว้างลูกเกิดขึ้นในหนังสือผิงฮว่าสมัยหยวน ซึ่งมองว่าเป็นคุณธรรมของนาย ก่อนที่หลัวก้วนจงจะรับมาใส่ในนิยาย และฉบับไทยของเจ้าพระยาพระคลังจะเติมคำว่า "ทำเปนโกรธ" จนคนรุ่นหลังจดจำเป็นคำพังเพยว่า "ซื้อใจคน" ส่วนเล่าปี่ในพงศาวดาร คือคนที่เสียลูกเมียให้ข้าศึกถึงสี่ครั้ง และไว้ใจจูล่งตั้งแต่ก่อนที่จูล่งจะกลับมา
แหล่งข้อมูล
- 《三国志·蜀书·关张马黄赵传》 ชีวประวัติจูล่ง และอรรถาธิบายที่อ้าง《云别传》 — ต้นฉบับภาษาจีนบนวิกิซอร์ซ
- 《三国志·蜀书·先主传》 ชีวประวัติเล่าปี่ การเสียลูกเมียสี่ครั้ง — ต้นฉบับภาษาจีนบนวิกิซอร์ซ
- 《三国志·蜀书·二主妃子传》 ชีวประวัติกำฮูหยิน — ต้นฉบับภาษาจีนบนวิกิซอร์ซ
- 《三国志·魏书·诸夏侯曹传》 ชีวประวัติโจซุน ผู้จับลูกสาวสองคนของเล่าปี่ — ต้นฉบับภาษาจีนบนวิกิซอร์ซ
- 《资治通鉴》 เล่มที่ 65 เล่าปี่ขว้างทวนสั้นใส่ผู้ใส่ร้ายจูล่ง — ต้นฉบับภาษาจีนบนวิกิซอร์ซ
- นิยาย《三国演义》ตอนที่ 41 บิฮองกล่าวหาจูล่ง — ต้นฉบับภาษาจีนบนวิกิซอร์ซ
- นิยาย《三国演义》ตอนที่ 42 เล่าปี่ขว้างอาเต๊า — ต้นฉบับภาษาจีนบนวิกิซอร์ซ
- สามก๊ก ฉบับเจ้าพระยาพระคลัง (หน) ตอนที่ ๓๗ — ห้องสมุดดิจิทัลวชิรญาณ
- 《全相平话三国志》 เล่มกลาง หนังสือผิงฮว่าสามก๊กสมัยหยวน — ต้นฉบับภาษาจีนบนวิกิซอร์ซ
- 《史记·项羽本纪》 หลิวปังผลักลูกตกรถ — ต้นฉบับภาษาจีนบนวิกิซอร์ซ
- 刘禅 พระเจ้าเล่าเสี้ยน หมวดคำพังเพย — วิกิพีเดียภาษาจีน
